วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า

ตอน 38 สมาชิกใหม่

วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.20 น. พี่แพนด้าได้จากไปแล้ว พี่แพนด้าเริ่มมีอาการการเดินที่มีปัญหา เหมือนแรงขาอ่อนแรง  จนน้องบ้านป้าแขกบอกว่าอยากพาเขามาเดินเลย เขาดูไม่อยากเดิน หลังจากนั้นสักระยะหนึ่ง เราก็เริ่มคิดว่าควรหยุดพาพี่ด้าไปเดิน เพราะเขาเดินไม่ไหวแล้ว แต่จำวันที่ชัดเจนไม่ได้ว่าเมื่อไรที่ไม่ได้พาพี่ด้าไปเดิน เมื่อต้นมกราคม 2569 ก็ยังพาเดินอยู่นะ หลังจากไม่ได้พาพี่ด้าไปเดินไม่กี่วัน พี่ด้าเริ่มทานอาหารน้อยลง น้อยลง จนไม่ทาน เราก็เลยให้เขาทานแต่กับไม่ให้ข้าว เขาก็ทานแต่ทานน้อยลง จนในที่สุดก็ไม่ยอมทาน และวันสุดท้ายที่พี่แพนด้าทานก็คือไข่ต้ม 2 ฟอง คือวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569 หลังจากนั้นพี่ด้าก็ไม่ยอมทานอะไรเลย ไม่ว่าอาหารหรือน้ำ เพียงสองวัน ในที่สุดวันนี้ วันพฤหัสบดีัที่ 22 มกราคม 2569 ในเวลา 17.20 น.โดยประมาณ หลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามารับพัสดุ เราออกมาคืน และหันไปมองพี่ด้า พี่ด้าได้จากไปแล้ว น่าจะเป็นตอนที่เรารดน้ำต้นไม้เสร็จแล้ว มาเก็บอาหารในบ้านได้สักครู่

พี่ด้านอนในบ้านตั้งแต่วันที่น้องทองแดงจากไป คือวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม 2566 เป็นเวลา 2 ปีคาึ่งเศษๆๆ เมื่อวาน วันพุธที่ 21 มกราคม 2569 เป็นวันแรกที่ไม่ได้พาพี่ด้ามานอนที่บ้าน แ่ต่ได้เตรียมบ้านเดิมของแม่บ็อกบี้ ซึ่งได้เตรียมบ้านนี้ให้หนูทองแดงที่เพิ่งมาเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2568 แต่หนูทองงแดงอยู่ได้ 2 วันก็แหกกรงเสียแล้ว ก็เลยให้เขานอนข้างนอกตามใจเขา จนกรงก็ว่างไม่ได้ใช้ จนมาปัดฝุ่นนิดหน่อยให้พี่แพนด้าได้นอน ได้นอนเพียงวันเดียวพี่ด้าก็จากไป วันนี้ก็ได้จัดและหวีผมให้พี่แพนด้า ตอนนี้พาพี่แพนด้าไปนอนในกรงเหมือนเดิม ไว้พรุ่งนี้จะหาดอกไม้มาโปรยและค่อยหาที่ฝังในบ้าน พี่ด้าจะได้อยู่ที่บ้านนี้เหมือนแม่และพ่อ ไม่คิดพาเขาไปเผาเหมือนน้องทองแดง

23 มกราคม 2569













22 มกราคม 2569










21 มกราคม 2569



 
    
  



ย้อนดูรูปในอดีตที่ถ่ายเก็บไว้เล็กน้อย

 












คิดถึงน้องทองแดง (น้องของพี่แพนด้า เผอิญเจอรูป)



 

รวมอายุ 9 ก.พ. 2555 - 22 ม.ค. 2569 เป็นเวลา 13 ปี 11 เดือน 13 วัน

(วันพฤหัสบดีที่ 22 ม.ค. 2569 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 3)







วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ตอน 38 สมาชิกใหม่

 ตอน 37 ลาก่อนทองแดง

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 เป็นวันที่รับหมาจรตัวหนึ่งมาเลี้ยงไว้ หลังจากที่น้องทองแดงจากไปปีกว่าๆ แล้ว ตอนที่ติดต่อไปก็ยังสับสนว่าจะเลี้ยงจริงไหม แต่ที่ติดต่อขอไปเป็นเพศเมีย เพราะที่บ้านมีหมาเพศผู้พี่แพนดา พี่ชายของน้องทองแดง  คิดว่าน่าจะเข้ากันได้ดีกว่า แต่ผู้ติดต่อบอกว่าน่าจะทะเลาะกันได้เพราะตัวนั้นไม่ยอมใคร ก็เลยแนะนำเพศผู้อีกตัวมา ชื่อหนูนา  

    

พอมาถึงก็วิ่งไปรอบบ้าน ดูกลัวมาก เหมือนไม่เจอคนมาก่อน วิ่งหนีอย่างเดียว พอจะกินข้าวก็วิ่งหนี แล้วแอบมากิน เป็นหมาที่กลัวเอามากกกกก กลัวทั้งคนในบ้านและคนนอกบ้าน เมื่ออยู่ไปสักระยะก็เริ่มฝึกจูง ตอนแรกไม่ยอมเอาท่าเดียว ทำไงก็ไม่ยอม ตอนหลังก็เริ่มจูงได้ ก็เริ่มพาออกไปเดินพร้อมพี่แพนด้า เดินได้สักสัปดาห์หนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่าเขาเป็นหมาฝึกยาก เขาอยากอยู่ด้านขวามือของเรา พยายามดึงมาอยู่อีกด้านก็ไม่ยอม เพราะด้านขวามือนั้นจะเห็นคนที่เดินผ่านไปมา และระยะหลังๆๆ ดันเดินเข้าหาคน หรือใครมี่ของกินที่หิ้วมาด้วยก็จะเข้าไปดมทันทีจนคนเข้าเดินหนี จะดึงกลับก็ไม่ยอม แล้วเป็นหมาตัวใหญ่ เรี่ยวแรงเยอะ ดึงไปมาจนเราเริ่มเบื่อ หลังๆ ก็ไม่ได้พาเขาออกมาเดินอีกเลย พา่พี่แพนด้ามาเดินตัวเดียว


ทุกครั้งที่พาพี่แพนด้าไปเดิน ระยะหลังเริ่มส่งเสียงเหมือนอิจฉาอยากออกไปด้วย แต่ก็แค่ส่งเสียง จนผ่านมาเป็นปี จนถึงช่วงนี้ เริ่มมีอาการมากขึ้น ระยะหลังเริ่มฉลาดขึ้น รู้จักเปิดประตูออกมาเองได้ แล้วเรียก็ไม่กลับ แต่ก็ยังพาเขากลับเข้าบ้านได้ จากวันนั้นที่ออกครั้งแรก 30 กันยายน 2568 จนมาช่วงนี้ เริ่มจากเมื่อวาน 13 ตุลาคม 2568 เริ่มออกมาได้แล้วเรียกกลับยากมาก ออกมาดูก็ไม่เจอเขา มาเจออีกทีตอนบ่ายๆ ลองเปิดประตูแล้วเดินออกห่าง สักครู่ก็เข้าบ้าน แต่วันนี้ 14 ตุลาคม 2568 ก็หนีออกไปได้อีก คราวนีั้ไม่เห็นจนถึงตอนนี้ คงเป็นหมาจรแล้วมั่ง



เมื่อตอนเย็นพาพี่แพนด้าไปเดินปกติทุกเช้า-เย็น ระหว่างเดินอยู่ก็พบยาวๆๆๆ ขาเจ็บ ตัวเปรอะ สมน้ำหน้าหมาดื้อ ออกมาด้านนอกบ้าน ก็ควรจะรออยู่หน้าประตูบ้านไหม เดินไปไหน มาไหน ไม่สนใจและรอคอยไม่เป็น ให้มันภูกลงโทษอีกครั้ง วันนี้คงไม่ให้กินข้าวอีก ต่อไปให้เก็บข้าวที่พี่แพนด้ากินเหลืออย่างเดียวเลย




วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ตอน 37 ลาก่อนทองแดง

ตอน 36   อ่านตอนสามสิบหก เรื่อง "ลาก่อนพ่อสิงโต...พ่อหมาใจดี...." ได้ที่นี่

ทองแดงเริ่มไม่ทานข้าวช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2566 ช่วงนั้นก็ไม่ได้เอะใจอะไร ซึ่งที่จริงควรเอะใจตั้งแต่ตอนนั้น เหตุการณ์วันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

จนรู้สึกว่าเอะ เอะ ผ่านมา 3-4 วันแล้ว ก็ยังไม่ทานอีก จึงพาไปหาหมอคลีนิคหน้าปากซอยที่รักษาประจำ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.ค. 2566 ก็ฉีดยา 2 เข็มและให้น้ำเกลือ พร้อมยา 2 ชุดๆ ละ 2 เม็ด สังเกตว่าหลังจากให้น้ำเกลือทองแดง ก็จะดูดีขึ้น เริ่มซน แต่เมื่อพากลับบ้านก็กลับสภาพเดิมไม่ทานข้าว นอนอย่างเดียว และหมอนัดให้มาพรุ่งนี้อีก

วันอาทิตย์ 2 ก.ค. 2566 ก็ฉีดยา 2 เข็มและให้น้ำเกลือ พร้อมยา 2 ชุดๆ ละ 2 เม็ด สังเกตว่าหลังจากให้น้ำเกลือทองแดง ก็จะดูดีขึ้น แต่ก็เหมือนเดิมกลับมาก็นอน ไม่ทานอีก สังเกตว่ายาที่หมอคลีนิคหน้าปากซอยใช้ จะให้เหมือนกัน เหมือนเป็นยาสามัญประจำหมาเลย จึงเริ่มคิดว่า รักษาที่นี่น่าจะไม่น่าจะใช่

ได้รับคำแนะนำจากคนแถวบ้านที่เขารักษาอยู่ โรงพยาบาลวัฒนเวช พาไปเมื่อวันอาทิตย์ 9 ก.ค. 2566 เจาะเลือด ตรวจแล็บ แจ้งว่าวัดค่าไตไม่ได้ มีปัญหาตับ ลิ้นหัวใจ ฯลฯ เยอะไปหมด เริ่มงงๆๆๆๆ เสียค่ารักษาไปเกือบ 7 พันกว่าบาท ให้ยา และให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังที่บ้านเอง ก็ยังไม่ยอมทานข้าว ให้ยาทานยากกกกกกก มาก จนวันที่ 13 ก.ค. 2566 ได้รับคำแนะนำว่ามีโรงพยาบาลแถวหมู่บ้านเศรษฐศิริ ก็เห็นใกล้บ้านรักษาที่นี่ก็น่าจะสะดวกดี  ที่นี่แจ้งว่าเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็กไม่มีค้างคืน เคสแบบนี้ควรค้างคืน ก็ต้องกลับไปโรงพยาบาลวัฒนเวชอีกครั้ง ที่นี่ก็ตรวจเลือด เอ็กซเรย์ แจ้งว่าผลส่วนนี้มีสีขาวๆ ทำให้ไม่ทราบส่วนตับ ลำไส้ หัวใจเป็นยังไง (มองไม่ชัด) จึงพักรักษาที่นี่ จนถึงเช้า 14 ก.ค. 2566 ได้รับแจ้งว่าอาการไม่ดี หายใจแรงมาก มีโอกาสเสียชีวิตสูง สายๆ จึงได้รับแจ้งว่าน้องจากไปแล้ว

รวมอายุ 9 ก.พ. 2555 - 14 ก.ค. 2566 เป็นเวลา 11 ปี 5 เดือน 5 วัน

(วันศุกร์ที่ 14 ก.ค. 2566 แรม 12 ค่ำ เดือน 8)








  















วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

วิธีหาตำแหน่งพิกัดที่ดิน จากเลขที่โฉนด ง่ายๆ

อยากรู้ว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ตรงไหน สามารถขอเลขที่โฉนดเพื่อตรวจดูตำแหน่งที่ดินจากโฉนดที่ดิน (น.ส.4) ได้ง่ายๆ บนเว็บไซต์ของกรมที่ดิน ซึ่งตอนนี้ทางกรมที่ดินก็ได้อัปเดตหน้าตาของเว็บไซต์ใหม่ สวยงาม ใช้งานง่ายมากขึ้นด้วยคร่าาาา 

1. เข้าเว็บไซต์ ค้นหาแปลงที่ดิน( https://landsmaps.dol.go.th/)

2. กดเลือกและกรอกข้อมูลจังหวัด อำเภอ และ เลขที่โฉนดของที่ดินที่สนใจ ด้านซ้ายบนของเว็บ

3. กด“ค้นหา” ก็เป็นอันเรียบร้อย

🎯🎯🎯สิ่งที่เราดูได้จากระบบ เกี่ยวกับแปลงที่ดิน 🎯🎯🎯

👉🏻ตำแหน่งของที่ดิน

👉🏻รูปร่างแปลงที่ดิน (เส้นสีแดง)

👉🏻ขนาดแปลงของที่ดิน (ไร่, งาน, ตารางวา) 

👉🏻ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ (บางแปลงอาจไม่ขึ้นราคาประเมิน สามารถตรวจสอบราคาประเมินที่กรมธนารักษ์อีกครั้ง)

อ้างอิง :  FB โครงการบ้านแสงตะวัน สำนักงานใหญ่

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565

วิธีตรวจเช็คราคาที่ดิน

 1. ให้เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ โดยเซิร์ชหาเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ กระทรวงมหาดไทย  https://assessprice.treasury.go.th/

2. เลือก ‘ราคาประเมินที่ดิน จากเลขที่โฉนด’ 

3. ให้ค้นหาจากเลขที่โฉนดที่ดิน ตอนนี้หยิบโฉนดที่ดินที่เตรียมไว้ขึ้น มาดู

4.  ดูรายละเอียด และกรอกข้อมูลให้ถูก : ตำแหน่งเลขที่ดิน และ  เลขหน้าสำรวจ แล้วคลิก ‘ค้นหา’

5. จากนั้นเราก็จะได้ราคาประเมินที่ดินมา ให้เราคลิกที่ปุ่ม ‘พิมพ์เอกสาร ‘ เพื่อจะได้เห็นรายละเอียดชัดขึ้น 

อ้างอิง  https://tinyurl.com/4bdmjrp4

แนะนำวิธีตรวจสอบข้อมูลธุรกิจแบบง่ายๆ

ตรวจได้ทั้งข้อมูลธุรกิจ กำไร ฐานะการเงิน (เบื้องต้น) (ผ่านมือถือ) ..

1. โหลด Application ชื่อ DBD e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

2. เลือก นิติบุคคลและงบการเงิน

3. กรอก เลขนิติบุคคล 13 หลัก หรือ ชื่อนิติบุคคล

4. จะมีข้อมูลขึ้นมาให้ว่าจดทะเบียนวันไหน ทุนกี่บาท อยู่ที่ไหน

5. เลือก ข้อมูลเปรียบเทียบงบการเงิน ดูได้ทั้งฐานะการเงินและกำไร


ถ้าอยากตรวจสอบผ่านเวป ดูได้ที่นี่

https://datawarehouse.dbd.go.th/

อ้างอิง  FB : TaxBugnoms 

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564

ประเภทของน้ำมันพืช และการนำไปใช้ปรุงอาหาร

น้ำมันพืชที่เราใช้ประกอบอาหารกันอยู่ทุกวันนี้ ต่างก็มีชื่อเรียกและแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน 

  • บางอย่างมีราคาสูง 
  • บางชนิดราคาจับต้องได้ง่าย 
รวมไปถึงวิธีการนำน้ำมันประเภทต่าง ๆ นั้นไปปรุงอาหาร 

  • บางชนิดใช้ทอด 
  • บางชนิดควรใช้ความร้อนเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ และ
  • บางชนิดก็สามารถทานสดได้เลย 
ไปรู้จักกับน้ำมันพืชให้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมวิธีการนำไปปรุงอาหารให้เหมาะสมกันด้วย

1. น้ำมันปาล์ม

ทำมาจาก : 
ส่วนเปลือกหุ้มภายนอกเรียกน้ำมันจากเนื้อเมล็ดปาล์ม ( palm oil ) 
และส่วนจากเนื้อในของเมล็ดเรียกว่า น้ำมันจากเมล็ดปาล์ม ( palm kernel oil )

ประโยชน์ : 
กรดไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้คลอเลสเตอรอลสูงได้ มีวิตามิน A และ E

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ผัด และทอดแบบน้ำมันท่วม 
ทำให้อาหารกรอบนาน สีสันน่ารับประทาน

2.น้ำมันถั่วเหลือง

ทำมาจาก : 
สกัดจากเมล็ดถั่วเหลืองในอุณหภูมิสูงกว่า 90 องศาเซลเซียล

ประโยชน์ : 
มีกรดไลโนเลอิก วิตารมินE ไขมันอิ่มตัวในระดับกลาง

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ใช้ผัดอาหาร ไม่ควรนำไปใช้ทอดที่ใช้อุณหภูมิสูง

3. น้ำมันรำข้าว

ทำมาจาก : 
สกัดจากรำข้าวและจมูกข้าว

ประโยชน์ : 
มีสารโอรีซานอลต้านอนุมูลอิสระ 
สารไฟโตสเตอรอล ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล วิตามิน E

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ทอดได้ แต่ไม่นาน

4. น้ำมันข้าวโพด

ทำมาจาก : 
สกัดจากเมล็ดข้าวโพด

ประโยชน์ : 
มีกรดไขมันที่ดีเช่นกรดโอเลอิก 
กรดไลโนเลอิก แคลอรี่ต่ำ

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ผัด และทอดแบบน้ำมันท่วม โดนความร้อนแล้วหอม ใช้ทำเนยเทียม

5. น้ำมันดอกทานตะวัน

ทำมาจาก : 
สกัดจากเมล็ดทานตะวัน

ประโยชน์ :
มีกรดไลโนเลอิกสูง ช่วยลดคอเลสเตอรอล

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ใช้ผัดได้ในความร้อนปานกลาง ผสมทำน้ำสลัด มาการีน

6. น้ำมันคาโนลา

ทำมาจาก : 
ได้จากเมล็ดของต้นคาโนล่า (ผักกาดก้านขาว)

ประโยชน์ : 
ไขมันอิ่มตัวน้อย มีโอเมก้า 3 และ 6 
มีกรดโอเลอิกสูง ลดการเกิดเส้นเลือดหัวใจอุดตัน

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ใช้ทอด ผัด และน้ำสลัด

7. น้ำมันมะกอก

แบ่งน้ำมันมะกอกได้ 5 ชนิด

1. Extra Virgin Olive Oil :
ทำมาจาก : 
การบีบเย็น (Cold Press) จากผลมะกอกสด น้ำมันสีเขียว เข้ม

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ไม่ควรนำไปปรุงอาหารที่ผ่านความร้อนเด็ดขาด 
ทานสดได้ เป็นน้ำสลัดหรือซอสพาสต้า

2. Virgin Olive Oil
ทำมาจาก : 
การบีบเย็น (Cold Press) จากผลมะกอกแก่

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ผัด ผ่านความร้อนแบบเร็วๆได้ ทานสดได้

3. Fine Olive Oil / Pure Olive Oil / Olive Oil

ทำมาจาก : 
ผสม Extra Virgin Olive Oil กับน้ำมันมะกอกที่เพิ่มคุณค่าทางอาหาร 
ได้น้ำมันมะกอกที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงใกล้เคียงกับ Extra Virgin Olive Oil

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ทนความร้อนได้ดีขึ้น สามารถนำไปใช้ผัดและผสมทำซอสได้

4. Refined Olive Oil / Light Olive Oil / Extra Light Olive Oil

ทำมาจาก : 
ได้จากการกลั่นผลมะกอกที่กลั่นรอบแรกไปแล้วด้วยความร้อน 
ไม่มี Extra Virgin Olive Oil ผสม 
ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส สารอาหารหายไป 
จะได้น้ำมันมะกอกที่ค่อนข้างใส ราคาไม่สูง

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ทอด ผัด ทนความร้อนได้ มีจุด Smoke Point ที่ 200 องศาเซลเซียส ไม่ควรทานสด

5 น้ำมันกากมะกอก (Olive Pomace Oil)

ทำมาจาก : 
สกัดจากกากมะกอก เป็นน้ำมันมะกอกเกรดต่ำที่สุด ราคาถูก

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ทอด ใช้ความร้อนสูงและเวลานาน

8. น้ำมันงา 

แบ่งได้ 2 ประเภท

1 น้ำมันงาดิบ
ทำมาจาก : 
เมล็ดงาดิบ สีเหลืองใสอมเขียว

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ทอด ใช้นวดตัว แปรรูปเป็นสบู่

2 น้ำมันงาคั่ว
ทำมาจาก : 
เมล็ดงาคั่วมีสีเข้มและมีรสชาติเข้มข้น

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
คั่ว , ย่าง เพิ่มกลิ่นใช้อาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว 
ทำน้ำสลัดและหมักเนื้อสัตว์ได้

9. น้ำมันมะพร้าว

ทำมาจาก : 
ได้จากการแยกน้ำมันออกจากเนื้อมะพร้าวด้วยการสกัดเย็น

ประโยชน์ : 
ไขมันอิ่มตัวสูง เป็นไขง่าย แต่ละลายได้ในอุณหภูมิมากกว่า 25องศาเซลเซียล 
อุดมด้วยวิตามิน E

เหมาะกับการปรุงอาหารประเภท : 
ไม่นิยมนำมาประกอบอาหาร มักใช้เพื่อความงาม
 
อ้างอิง  https://tinyurl.com/y6kz3tv9

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เปลือกมังคุดกินเสร็จแล้วอย่าเพิ่งทิ้ง ! เอาไปหมักทำปุ๋ยได้

ในเปลือกมังคุดมีสารแทนนินและสารแซนโทน
ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง ป้องกัน และกำจัดเชื้อราได้
เมื่อนำไปหมักเป็นหัวเชื้อแล้วสามารถป้องกันเชื้อรา
และไล่แมลงศัตรูพืชได้ 

ส่วนผสม

  • เปลือกมังคุด 3 ส่วน 
  • กากน้ำตาล 1 ส่วน และ
  • น้ำสะอาด 10 ส่วน 

วิธีทำ

ขั้นตอนแรกหั่นเปลือกมังคุดเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ถังพลาสติก
ผสมกากน้ำตาลและน้ำสะอาดเข้าด้วยกันฃแล้วเทลงถัง
ปิดฝาทิ้งไว้ 1 - 2 สัปดาห์ ก็นำใช้ได้ 

โดยให้ผสมน้ำหมักเปลือกมังคุด 1 ช้อนโต๊ะ
กับน้ำสะอาด 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน
เพื่อป้องกันเชื้อราในพืชได้

อ้างอิง  https://tinyurl.com/jpdr2ket

ชนิดของแป้ง รู้ไว้จะได้หยิบใช้ไม่ผิด

🌾 แป้งข้าวเจ้า (Rice flour) 🍴

- ทำจากเมล็ดข้าวเจ้า จับแล้วสากมือเล็กน้อย เมื่อสุกแล้วเป็นเนื้อเจล ขุ่น ค่อนข้างร่วน เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นจะอยู่ตัวจับกันเป็นก้อน 

- เหมาะกับอาหารที่ต้องการความอยู่ตัว เนื้อแข็งร่วน ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเส้นก๋วยเตี๋ยว , ขนมกล้วย , ขนมตาล 

🌾 แป้งข้าวเหนียว (Glutinons rice flour) 🍴

- ทำจากเมล็ดข้าวเหนียว จับแล้วสากมือเล็กน้อย เมื่อทำให้สุกเนื้อแป้งจะกลายเป็นเจลสีขุ่น มีความหนืด และจับตัวเป็นก้อน 

- เหมาะกับอาหารที่ต้องการความเกาะตัว เหนียวนุ่ม ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเมนูขนมเทียน , ขนมต้ม , ขนมบ้าบิ่น

🌽 แป้งข้าวโพด (Corn flour) 🍴

- ทำจากเมล็ดข้าวโพด จับแล้วเนื้อแป้งเนียน ลื่นมือ ลักษณะเป็นผงสีขาวนวล (สีจะออกเหลืองมากกว่าแป้งชนิดอื่น ๆ ) เมื่อสุกแล้วเนื้อแป้งจะค่อนข้างข้นและขุ่น ไม่คืนตัว 

- เหมาะกับอาหารที่ต้องการให้ข้นขึ้น ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเมนูน้ำราดหน้า , น้ำเกรวี่ , ผสมในน้ำราดหมูแดง


🥔 แป้งมันสำปะหลัง (tapioca flour) 🍴

- ทำจากหัวมันสำปะหลัง  เนื้อแป้งเนียน จับแล้วลื่น เมื่อผสมน้ำแล้วแป้งจะค่อยข้างหนืด สีใส คืนตัวง่าย 

- เหมาะกับอาหารที่ต้องการความเหนียว ใส ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเมนูเต้าส่วน , ครองแครงแก้ว กุ้ยช่ายทอด 

 🥔 แป้งท้าวยายม่อม (arrowroot starch) 🍴

- ทำจากหัวมันท้าวยายม่อม เนื้อแป้งสีขาวเงาเป็นเม็ดเล็ก ๆ ก่อนใช้ต้องบดให้ละเอียด เมื่อสุกแล้วเนื้อแป้งเปลี่ยนเป็นเจลที่ให้ความข้ม มีความเหนียว นิยมใช้รวมกับแป้งชนิดอื่น ๆ ราคาสูง 

- เหมาะกับอาหารที่ต้องการความมันวาว ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเมนูขนมชั้น , เปียกปูน , ลอดช่อง

🌿 แป้งถั่วเขียว (mung bean flour) 🍴

- ทำจากถั่วเขียว เนื้อแป้งเป็นเม็ดเล็ก ๆ จับแล้วลื่นมือ เมื่อสุกแล้วเนื้อแป้งจะเปลี่ยนเป็นเนื้อเจลใส เมื่อทิ้งไว้ให้เย็นตัวจะจับก้อน แข็งตัว และเด้งดึ๋ง 

- เหมาะกับอาหารที่ต้องการความอยู่ตัว ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเมนูซ่าหริ่ม , เส้นเซี้ยงไฮ้ , เรไร

อ้างอิง   https://tinyurl.com/yukf28a9

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจาก "โคโรนาสายพันธุ์ใหม่" เมื่อไปต่างประเทศ

  • งดเว้นการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคในขณะนั้น
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านแออัด ในระหว่างเดินทางในต่างประเทศ
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ หรือจาม
  • หลีกเลี่ยงการเดินตลาดค้าสัตว์ที่มีชีวิตอยู่หรือการสัมผัสกับสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ที่ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่สุกหรือสัตว์ป่า
  • ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เพราะอาจมีเชื้อก่อโรคทางระบบหายใจที่เข้าสู่ร่างกาย
  • ได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งที่ตกค้างอยู่
  • หากต้องไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนหนาแน่น ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำกับสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล และไม่สัมผัสหน้าโดยไม่ล้างมือ
หลังจากเดินทางกลับถึงประเทศไทย ให้เฝ้าดูอาการ 14 วัน
หากมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจหอบเหนื่อย
ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทันทีี

ที่มา : อ. พญวรรษมน จันทรเบญจกุล
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 

แหล่งอ้างอิง ChulaHospital LINE

หน้ากากอนามัยใส่ถูกวิธีีป้องกัน "ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่"

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
  2. หันสีข้มออกด้านนอก เนื่องจากมีสารเคลือบกันละอองของเหลวป้องกันเชื้อโรค
  3. สีอ่อนอยู่ด้านใน เนื่องจากมีเยื่อบุแผ่นกรองขนาดเล็ก เพื่อป้องกันสารคัดหลั่งของผู้ใส่ไม่ให้ออกจากตัวเราสู่สิ่งแวดล้อม
  4. ปรับบริเวณลวดให้แนบชิดกับสันจมูก
  5. ปรับหน้ากากให้ครอบคลุม จมูก ปาก จนถึงคาง
  6. กรณีมีการพูดสื่อสารกับบุคคลอื่น ควรพูดผ่านหน้ากาก
  7. เมื่อใช้หน้ากากเสร็จแล้ว ควรถอดหน้ากากออกจากที่คล้องหูแล้วทิ้งถังขยะทันที
  8. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณส่วนกลางของหน้ากากเนื่องจากอาจมีส่วนของสารคัดหลั่งติดอยู่
  9. เมื่อทิ้งหน้ากากอนามัยแล้วควรล้างมือให้สะอาดทันที
"โรคปอดอักเสบ อู่ฮั่น" เป็นโรคที่ติดต่อโดยละอองฝอยจากสารคัดหลั่ง
ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยชนิดธรรมดา เมื่อต้องอยู่ในแหล่งที่มีผู้คนพลุกพล่าน
สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้

ที่มา : อ. นพ.ธิติวัฒน์ ศรีประสาธน์
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 

แหล่งอ้างอิง ChulaHospital LINE

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า

ตอน 38 สมาชิกใหม่ วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.20 น. พี่แพนด้าได้จากไปแล้ว พี่แพนด้าเริ่มมีอาการการเดินที่มีปัญหา เหมือนแรงข...