แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคการแต่งตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคการแต่งตัว แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เลือกใช้..หวี...แบบไหนดี

เส้นผมของคนเรานั้นเป็นเซลล์ของร่างกายที่ตายแล้ว แต่ที่ยังเห็นคงสภาพอยู่ได้นานก็เพราะมันมีความแข็งแรงของเซลล์อยู่ เส้นผมนั้นไม่จำเป็นต้องให้การบำรุงด้วยสารอาหารจากแชมพู เพราะจะเป็นเรื่องสิ้นเปลืองเสียเงินเปล่า แชมพูมีหน้าที่เพียงแค่ทำความสะอาดเส้นผม ซึ่งหมักหมมจากเหงื่อ ฝุ่น ควันต่าง ๆ นั่นเอง

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้เส้นผมของคุณ ไม่ยุ่งหรือพันกัน ก็คือการหวีการหวี ซึ่งยังช่วยจัดรูปทรงให้กับผมอีกด้วย บางครั้งยังมีความเชื่อกันด้วยว่า ถ้าได้แปรงผมวันละหลาย ๆ ครั้งจะทำให้ผมสวยเงางาม ความจริงก็คือ การแปรงผมจะทำให้น้ำมันธรรมชาติที่เคลือบอยู่บนเส้นผมได้กระจายไปทั่ว ผมจึงดูเงางาม

แต่ผมของคนเราก็มีหลายแบบ หยิก เหยียดตรง เส้นเล็ก ซอยสั้น หยิกยาว ผมหนา ฯลฯ ต่างกันไปตามพันธุกรรมหรือการจัดแต่งตามแฟชั่น แล้วจะเลือกหวีหรือแปรงอย่างไรให้เหมาะสมกับผมของเรา

เส้นผมของคุณ ควรเลือกหวีแบบไหนดี  
  1. คนผมหนาและผมเส้นใหญ่ : หวีที่ใช้ควรเลือกที่ซี่ห่าง ๆ ถ้าเป็นแปรงควรเลือกที่มีปุ่มนวดหนังศีรษะทำด้วยยาง ดูไม่ให้แข็งเกินไป
  2. คนผมเส้นเล็กบาง : หวีที่ใช้ควรมีซี่ที่ถี่พอควรและไม่แข็งจนเกินไป แปรงควรเลือก ที่มีขนแปรงห่างเพื่อกันไม่ให้เวลาแปรงผมแล้วผมขาดง่าย
  3. คนผมเหยียดตรง : เลือกแปรงที่มีแผ่นรองยางและขนแปรงมีปุ่มตรงปลาย เลือกที่มีด้ามจับถนัดมือจะได้ไม่ลื่นหลุดง่าย
  4. คนผมซอยหรือผมสั้น : เลือกใช้แปรงกลมที่ไว้สำหรับม้วนผม เพราะจะช่วยให้ผมปัดเข้ารูปได้ง่าย
  5. ผมหยิก ผมดัดหยิก : ที่จริงไม่ควรแปรงผมเพราะจะทำให้เสียทรง แต่ถ้าจะเลือกใช้แปรง ให้ลองหาแปรงที่ทำจากขนหมูป่า จะทำให้แปรงได้ง่ายขึ้น

คำแนะนำสำหรับการใช้หวี  
  1. หวีควรเป็นสมบัติส่วนตัว ไม่ใช้หวีร่วมกับผู้อื่นเพื่อป้องกันปัญหาการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อรา
  2. หลีกเลี่ยงหวีที่มีปลายแหลมคม เพราะจะทำให้ผิวหนังที่ศีรษะเป็นแผลได้
  3. ควรล้างทำความสะอาดหวีและแปรงอย่างสม่ำเสมอ แล้วตากแดดให้แห้งสนิทจึงนำมาใช้ใหม่
  4. ไม่ควรหวีผมขณะผมเปียก จะทำให้เส้นผมขาดง่าย เพราะสภาพผมที่เปียกน้ำผมจะพันกันยุ่งเหยิง เว้นแต่คุณใช้ครีมนวดผม อาจใช้หวีซี่ห่าง ๆ แปรงให้เส้นผมได้รับครีมนวดทั่วถึง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ THAIZA.COM

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

เลือกกรอบแว่นเข้ากับรูปหน้า

ว่าไปแล้วการเลือกกรอบแว่นสายตาอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ยิ่งมีดีไซน์ต่าง ๆ มากมายละลานตาด้วยแล้ว จะเริ่มต้นอย่างไรดี? แบบไหนจึงจะเหมาะกับรูปหน้า? จริงๆ แล้วมีเทคนิคอยู่นิดเดียว รับรองใส่แล้วสวยเฉี่ยว ดูดีไม่ตกเทรนด์

ใบหน้ารูปไข่
ลักษณะเรียวยาว บริเวณหน้าผาก และคางแคบกว่าขมับ หากรอบแว่นใสแล้วดูดีได้ไม่ยาก ทั้งแบบทรงรี หยดน้ำ หรือ เหลี่ยมปลายเรียว รับกับใบหน้า ช่วยเน้นให้คมยิ่งขึ้น

ใบหน้ารูปหัวใจ
หน้าผาก และขมับกว้าง ช่วงคางแคบ กรอบแว่นควรเป็นทรงกลม หรือ รี สีอ่อน เลี่ยงกรอบขนาดใหญ่เกินไป เพราะจะยิ่งเน้นหน้าผากกว้างให้ชัดขึ้น

ใบหน้ารูปทรงกลม
โดยความกว้าง และความยาวของขอบใบหน้าอาจต่างกันเล็กน้อย แต่ส่วนมากจะใกล้เคียงกัน เหมาะกับกรอบแว่นที่มีเหลี่ยมมุม หรือ ปีกผีเสื้อ สีค่อนข้างเข้ม ตำแหน่งขาแว่นสูง หรือ อยู่ตรงกลาง ช่วยลดความกลม และทำให้ใบหน้าดูยาวขึ้น

ใบหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยม
มีความกว้างของหน้าผาก โหนกแก้ม และกรามใกล้เคียงกัน โดยลักษณะกรามค่อนข้างเหลี่ยม ควรเลือกกรอบแว่นโค้งมน ทรงรี หรือ กลม สีอ่อน สวมแล้วอยู่ระดับเดียวกับโหนกแก้ม ช่วยลดความแข็ง ปิดบังความนูนสูง และใบหน้าดูเรียวยาว

ใบหน้ารูปทรงสามเหลี่ยมตั้ง
ช่วงกรามกว้างกว่าหน้าผาก และโหนกแก้ม ควรเลือกกรอบแว่นสี่เหลี่ยม ลักษณะด้านบนกว้าง และหนา ด้านล่างทำมุมเข้าโดยไม่มีกรอบก็ได้ ส่วนใบหน้ารูปทรงสามเหลี่ยมคว่ำ รูปหน้าจะค่อย ๆ แคบลงมาจนถึงคาง ควรเลือกกรอบแว่นด้านล่างกว้างกว่าด้านบน สวมแล้วไม่ควรอยู่สูงเกินไป เพราะจะเน้นคางแคบ และหน้าผากให้กว้างยิ่งขึ้น

ที่สำคัญแว่นแต่ละแบบ ควรคำนึงถึงน้ำหนัก ความทนทาน รวมถึงความสบายด้วย เพราะต้องใส่ทั้งวัน

แหล่งที่มา   เว็บไซต์เดลินิวส์ วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2555 เวลา 00:00 น.

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แต่งตัวให้สนุกด้วยสีสัน

อากาศร้อนๆ อย่างนี้ อย่ามัวแต่หลบอยู่ในบ้านกันเลยสาวๆ ได้เวลาเจิดๆ เริดๆ ไปกับโลกแห่งสีสันแล้วล่ะ ข้อดีของการใส่เสื้อสีสดใส นอกจากจะทำให้คุณโดดเด่นกว่าใครเพื่อนแล้ว เชื่อหรือไม่ว่าการใส่เสื้อสีสดใสจะช่วยส่งให้วันทั้งวันของคุณอารมณ์ดี แจ่มใส ว่าแต่เลือกสีอะไรกันดี

สีชมพู
ใครที่คิดว่าสีชมพูเป็นสีเฉพาะของสาวหวานเท่านั้น ขอให้คิดซะใหม่ เพราะสีชมพูมีให้เลือกหลายเฉด ถ้าอยากดูเป็นหญิงสาวมีอิทธิพลนิดหนึ่งแล้วละก็ ลองเลือกสีชมพูเข้มในโทนใกล้สีแดงอันแสดงถึงความแข็งแกร่ง เพิ่มความนุ่มนวลแบบผู้หญิงด้วยลายพิมพ์ดอกไม้ ส่วนถ้าอยากให้หวานจับตาจับใจ อาจเลือกโทนสีชมพูหวานเจี๊ยบหรือโทนสีชมพูที่ห่างไกลกับเฉดสีแดงให้มากที่สุด

สีส้ม
โทนสีแรกที่พร้อมเฉิดฉายในซัมเมอร์นี้ เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสีส้ม สวยงาม แปลกตา แถมยังสะท้อนถึงความเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์แหวกแนว เดินไปทางไหนโลกก็สดใสตามไปด้วย ส่วนใครที่ยังไม่มีเสื้อผ้าสีส้มในตู้ ก็ลองเริ่มต้นด้วยเสื้อลายพิมพ์ที่มีสีส้มแทรกอยู่ หรือกระโปร่งลายสีขาวสลับส้มก็สวยดี

สีเขียว
ใครที่อยากจะดับความร้อนรุ่มของอากาศ สีเขียวก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะสีเขียวให้ความรู้สึกสงบ เย็นตา เย็นใจ และถึงจะหนักแน่นก็ดูไม่ขรึมจนเกินไป การแต่งตัวด้วยสีเขียวทำได้ง่ายๆ หากไม่อยากให้ดูเป็นต้นไม้เคลื่อนที่ได้แบบใส่เขียวมาทั้งชุดแล้วละก็ สาวๆ ลองเลือกเป็นเสื้อหรือเดรสผ้าพื้นพิมพ์ลายใบไม้หรือลายกราฟฟิกสีเขียวก็สวยเกิดแน่นอน

สีเหลือง
สีเหลืองแสดงถึงความมีชีวิตชีวา ร่าเริง สดใส แต่ในทางเดียวกัน ก็ยังเหมาะกับความเป็นคนสบายๆ ผ่อนคลาย สาวๆ อาจเลือกแมตช์เสื้อสีเหลืองกับกางเกงสีขาวก็ดูสะอาดตาน่ามอง หรือจะเพิ่มความเป็นแฟชั่นนิลต้าเข้าไปอีกนิดด้วยเสื้อผ้าสีเหลืองไล่กับเฉดส้ม ก็กลายเป็นสาวเก๋ทันที

สีฟ้า
เป็นอีกเฉดที่ให้ความรู้สึกสบายตา หากอยากใส่ชุดสีฟ้าก็ง่ายมาก เพราะสาวๆ สามารถเลือกเสื้อและกางเกงผ้ายีนส์สีฟ้าเข้ม หรือสีฟ้าซีตได้เลย ง่ายและเข้าได้เกือบทุกชุด แถมยังดูอ่อนวัย แต่หากอยากดูเป็นสาวเก๋ขึ้นมาอีกนิด อาจมองหาเดรสสวยๆ สักตัวที่เป็นสีฟ้าคราม หรือ สีฟ้าน้ำทะเลก็ดูคลาสสิกดี

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 17 ก.พ. 55 (089)

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

ลิปสติกสีไหนเหมาะสมกับคุณ

มาอินเทรนด์กับการอัพเดทความสวยกับราศีเกิดกันเสียหน่อย สาวๆ หลายคนไม่รู้จะทาลิปสติกสีอะไรที่ดูเหมาะและเสริมราศีให้กับตนเอง เราจึงเอาใจสาวๆ ด้วยชาร์ทลิปสี ต่างๆ ที่ตรงกับราศีเกิดของคุณ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

ราศีมังกร (Capricorn) เป็นหญิงสาวทีมีความทะมัดทะแมง คล่องแคล่ว แถมเป็นสาวที่มีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีแดงสดมันวาว

ราศีกุมภ์ (Aquarius) เธอมีสไตล์เป็นของตัวเอง และเป็นสาวมั่นพอตัว สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีชมพูประกายมุก

ราศีมีน (Pisces) เธอเป็นสาวขี้เบื่อ ชอบความหลากหลาย ไม่พิถีพิถันเรื่องการแต่งตัวเท่าไรสีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีที่มีประกายสดใสและชมพูประกายม่วง


ราศีเมษ (Aries) เป็นสาวแฟชั่นนิสต้าตัวจริง ขอบแต่งตัวและนำเคล็ดลับความสวยความงามบอกต่อเพื่อนๆ เสมอ สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีชมพูอมแดง

ราศีพฤษภ (Taurus) ช่างเป็นสาวที่มีความน่ารัก สดใส มีความมั่นใจในตัวเอง แถมยังชอบใส่ใจการแต่งตัว ให้ดูดีอยู่เสมอ สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีน้ำตาลแดง

ราศีเมถุน (Gemini) เธอเป็นสาวรักอิสระ ไม่ตามเทรนด์แฟชั่น สวมใส่เสื้อผ้าแบบสบายๆ ตามอารมณ์ สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีชมพูอ่อนหรือม่วงอ่อน



ราศีกรกฎ (Cancer) ช่างเป็นหญิงสาวที่ช่างฝัน มีความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากรักในความเป็นธรรมชาติ สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีชมพูประกายมุก

ราศีสิงห์ (Leo) เธอเป็นสาวเนี้ยบ เจ้าระเบียบ ชอบความหรูหรา แต่บางอารมณ์ก็ชอบสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์อยู่เหมือนกัน สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีชมพูอมแดง

ราศีกันย์ (Virgo) เธอออกจะหัวโบราณเล็กน้อย ไม่ค่อยตามแฟชั่น เป็นสาวเรียบร้อย ละเอียดอ่อน และชอบของดีมีคุณภาพ สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีชมพูกลีบกุหลาบ



ราศีตุล (Libra) เธอช่างเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ มีความเป็นผู้นำ กล้าคิดกล้าทำ ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร และไม่ชอบแต่งตัวรุ่มร่าม สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีนู้ด หรืออาจเพิ่มเสน่ห์ด้วยสีชมพูอ่อนอีกนิดหน่อย

ราศีพิจิก (Scorpio) เป็นหญิงสาวที่มีความซื่อสัตย์ ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เธอชอบแต่งตัวทันสมัย สีสันสดใส จนใครๆ ต้องมองเหลียวหลัง สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีน้ำตาลอมส้ม

ราศีธนู (Sagittarius) เธอช่างสาวเจ้าเสน่ห์ ร่าเริง รักสนุก ไม่ใส่ใจเรื่องแฟชั่นมากนัก เวลาที่เธอเลือกเสื้อผ้านั้นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก สีที่ควรนำมาแต่งแต้มริมฝีปากคือ สีโอลด์โรส

แหล่งที่มา  เว็บไซต์สนุกดอทคอม 9 ม.ค. 55 | 10.08 น.

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2555

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เคล็ด (ไม่) ลับเลือก "รองเท้า"

รองเท้า ควรทำจากวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ดี กระชับกับรูปเท้า และมีลักษณะเหมือนเท้าของตัวเอง เช่น คนที่มีหน้าเท้ากว้าง ก็ควรเลือกแบบรองเท้ากว้างซึ่งส่วนที่หุ้มนิ้วเท้ามีขนาดกว้างพอให้นิ้วเท้าขยับได้

ควรเลือกรองเท้าที่มีฝีเย็บถี่และแน่นหนา เพราะฝีเย็บที่ดีจะทำให้รองเท้าไม่พังง่าย

หากเป็นรองเท้าผูกเชือก เชือกควรทำจากผ้าหรือหนังซึ่งไม่แข็งจนเกินไป จะได้ไม่เสียดสีจนผิวหนังถลอกหรือเกิดตาปลา

พื้นรองเท้าที่ดีควรนุ่ม ไม่หนาเกินไป เพื่อรับแรงกระแทก หากทำจากยางจะดีกว่าหนังสัตว์

หลีกเลี่ยงรองเท้าที่มีน้ำหนักมาก นอกจากไม่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอุบัตเหตุได้ง่ายอีกด้วย

ส้นของรองเท้าไม่ควรสูงเกิน 1-2 นิ้ว หากสูงกว่านั้นก็ไม่ควรใส่เกิน 3 ชั่วโมงติดต่อกัน

ควรเลืกรองเท้าให้เหมาะกับการใช้งาน รองเท้าวิ่งที่ดีจะต้องมีแผ่นรองเท้ากันกระแทก และมีส่วนหุ้มส้นที่พอเหมาะ ป้องกันอาการบาดเจ็บ ส่วนรองเท้าสำหรับเดินออกกำลังกายต้องมีน้ำหนักเบา พื้นรองเท้าค่อนข้างกว้างเพื่อการถ่ายน้ำหนัก และมีส่วนหน้าแข็งกว่ารองเท้าวิ่ง

หากจะให้ดีควรเลือกซื้อรองเท้าตอนบ่ายหรือเย็น เพราะเป็นช่วงที่เท้าขยายใหญ่มากที่สุด โดยธรรมชาติแล้วเท้าทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ดังนั้น ควรเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเท้าข้างที่ใหญ่

รองเท้าของแต่ละแบรนด์ และแต่ละรุ่น แม้ว่าจะมีเบอร์เดียวกันแต่ขนาดก็ไม่เท่ากัน เวลาซื้อควรลองกับเท้าของตัวเองทุกครั้ง และเมื่อใส่แล้วควรมีที่เหลือประมาณครึ่งนิ้ว จะทำให้สวมใส่ได้สบาย

สำคัญที่สุดสำหรับการลองรองเท้า คือทดลองเดินบนพื้นแข็งๆ อย่างพื้นไม้ กระเบื้อง หรือหินอ่อน เพราะพรมที่นุ่มหนาจะช่วยลดแรงกระแทก ทำให้รู้ได้ยากว่าแท้จริงแล้วใส่สบายจริงหรือไม่

การดูแลรักษารองเท้า สามารถทำได้โดยการใส่อุปกรณ์รักษาทรงรองเท้า โดยเฉพาะที่ทำจากไม้ซีดาร์ จะช่วยดูดซับเหงื่อและยืดอายุรองเท้า

สำหรับรองเท้าหนัง ควรใช้แวกซ์หรือครีมขัดให้เงาหลังจากการใส่ 3-4 ครั้ง เพื่อช่วยให้หนังอ่อนนุ่มและป้องกันหนังเปราะแตก

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 54 (033)

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สิ่งที่ขาดไม่ได้ถ้าอยากสวย

7 สิ่งที่คุณสาวๆ จะขาดไปเสียไม่ได้ถ้าอยากสวยเด้งไม่แพ้ใครมาฝาก
  1. ลิปสติก เพื่อเรียวปากสวยมีเสน่ห์
    • สาวที่ริมฝีปากบางควรเลือกทาลิปสติกโทนสีอ่อนๆ เพราะถ้าใช้สีเข้มจะทำให้ริมฝีปากดูเล็กลงกว่าเดิม
    • สาวที่ริมฝีปากหนาให้ลองใช้คอนซีลเลอร์แต้มที่บริเวณริมฝีปากสักเล็กน้อย หลังจากนั้นให้ใช้ดินสอเขียนขอบปากเขียนเฉพาะด้านใน เพื่อให้ริมฝีปากดูเรียวเล็ก ตามด้วยลิปสติกสีโทนกลางให้เต็มบริเวณปาก ส่วนด้านในของปากให้แต้มสีเข้ม
  2. อายแชโดว์ เทรนด์ฮิตตลอดกาลก็คงจะหนีไม่พ้นแบบสโมกกี้ อายส์ (Smoky Eyes) ที่ใช้เทคนิคการใช้แสงและเงาเพื่อสร้างมิติให้กับดวงตา ซึ่งการแต่งตารูปแบบนี้จะเหมาะกับผู้หญิงที่มีดวงตาเล็ก
  3. อายไลเบอรี่
    • สำหรับสาวตาสองชั้นสามารถวาดเส้นอายไลเนอร์ตามรูปตาได้เลย และหากต้องการลุค เฉี่ยวก็สามารถตวัดปลายหางตาให้งอนขึ้นได้
    • ส่วนสาวตาชั้นเดียว ควรวาดเส้นของอายไลเนอร์ให้หนาหน่อย วาดเน้นบริเวณกลางตาให้โค้งมากขึ้นกว่าเดิม และชิดขอบตาให้มากที่สุด
  4. ที่ดัดขนตา วิธีการดัดขนตาให้งอนงามก็คือ ให้แบ่งการดัดออกเป็น 3 ส่วน ตั้งแต่ดัดให้ชิดโคนมากที่สุด ดัดส่วนกลาง และสุดท้ายดัดส่วนปลาย หลังจากนั้นค่อยปัดมาสคาร่าตั้งแต่โคน โดยเน้นที่ปลายขนตาให้มากเป็นพิเศษ จะทำให้ตาดูกลมโต และสดใสมากยิ่งขึ้น
  5. ดินสอเขียวคิ้ว การเลือกสีของคิ้วนั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว สามารถเลือกสีได้ตามใจชอบ สำหรับสาวๆ มือใหม่ให้ใช้ดินสอเขียวคิ้ววาดเส้นโครงจากขอบคิ้ว หลังจากนั้นใช้แปรงแปรงขนคิ้วให้เรียงเส้นสวยเป็นธรรมชาติ
  6. บลัชออน วิธีการปัดแก้มให้ใบหน้าดูเรียวเล็กทำได้โดยการปัดและเกลี่ยบลัชออนจากฐานด้านกว้างมาจากปีกหูบน และส่วนกราม ไล่มาจนถึงจุดตรงกลางแก้มเป็นรูป 3 เหลี่ยม
  7. ไฮไลต์ เพื่อการสร้างมิติบนใบหน้า โดยเริ่มจากไฮไลต์บริเวณทีโซน ไล่ลงมาที่แก้มส่วนบน สำหรับสาวผิวสองสี ควรเลือกไฮไลต์ในโทนสีเหลือง หรือสีทองอ่อนๆ เพื่อขับผิว ส่วนสาวผิวขาวควรเลือกไฮไลต์สีขาว หรือสีชมพูอ่อนๆ
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 11 พ.ย. 54 (023)

    วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

    ฮีโร่...รองเท้าบู๊ต ใส่อย่างไรให้ปลอดภัย

    นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนที่สวมใส่รองเท้าบู๊ตยางอย่างต่อเนื่อง ให้ระวังโรคบริเวณผิวหนัง เพราะมีคนเริ่มป่วยด้วยอาการผื่นคันตามง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้ามากขึ้น

    สาเหตุหลักของโรค มาจากการแพ้สิ่งสกปรก สิ่งปฏิกูลที่มากับน้ำ เนื่องจากเท้าต้องดูดซับความชื้นเป็นเวลานาน ทำให้เท้าเป็นจุดอับที่มีโอกาสก่อเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย วิธีการแก้เบื้องต้นต้องใช้ยาทา แต่ในกรณีที่มีแผลเป็นบริเวณกว้างต้องทานยาแก้อักเสบร่วมด้วย

    นพ.ธวัชชัย  กมลธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข บอกถึงปัญหาที่น่าเป็นห่วง เนื่องจาก
    1. ผู้ประสบภัยน้ำท่วมมีบาดแผลหรือรอยขีดข่วนที่เริ่มมีการอักเสบมากขึ้น พบได้ประมาณ 30% ของผู้เจ็บป่วย และ
    2. พบผู้มีบาดแผลจากการเหยียบสิ่งของมีคม 20%
    3. โดยส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นผู้ที่เดินเท้าเปล่าลุยน้ำออกมาจากซอยต่างๆ
    การใส่รองเท้าบู๊ตต้องคำนึงว่าสวมใส่อย่างไรให้ถูกวิธี พร้อมกับแนะนำว่าไม่ควรสวมใส่ตลอดเวลา เพราะรองเท้าบู๊ตจะเก็บความอับชื้น ทำให้เท้าติดเชื้อไม่ต่างจากการลุยน้ำสกปรกเป็นเวลานานๆ โดยดูว่าบริเวณไหนน้ำไม่สกปรกมากให้ถอดรองเท้าออก เพื่อให้เท้าได้ระบายถ่ายเทอากาศบ้าง

    หลังจากถอดรองเท้าบู๊ตแล้ว ต้องล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสะสมและไม่ให้เท้าอับชี้น ซึ่งจะช่วยลดอาการน้ำกัดเท้า อีกทั้งยังลดการเป็นผื่นคันได้

    ข้อแนะนำของหมอธวัชชัย
    1. การใส่รองเท้าบู๊ตให้ถูกวิธี
    2. ซื้อรองเท้าให้เหมาะสม ควรซื้อเบอร์ใหญ่กว่ารองเท้าที่ใส่ประจำ 1 เบอร์ เช่น ใส่รองเท้าเบอร์ 42  ควรเลือกซื้อบู๊ตเบอร์ 43 เลือกชนิดที่มีความหนาของพื้นรองเท้าประมาณ 0.5 นิ้วขึ้นไป ไม่ควรบางกว่านี้ เพราะอาจเหยียบวัสดุมีคม ซึ่งเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่าย
    3. ควรเลือกรองเท้าชนิดที่มีความสูงเกินระดับเข่าขึ้นไป หรือระดับที่จะป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้ารองเท้าได้มากที่สุด
    4. ควรสวมถุงเท้าด้านในเผื่อไว้ด้วย เพื่อช่วยซับเหงื่อและลดการเสียดสีของเท้า
    สวมใส่ถูกวิธีต้องมีเทคนิค
    1. เมื่อซื้อรองเท้าบู๊ตได้ขนาดพอเหมาะกับเท้าแล้ว หากรองเท้ายังมีกลิ่นยางติดอยู่ให้นำไปล้างน้ำให้สะอาดก่อน จะนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นให้โรยแป้งด้านในเพื่อไม่ให้ยางติดกัน
    2. ขณะที่ใส่รองเท้าลุยน้ำ ถ้ามีน้ำล้นเข้าไปภายในรองเท้า ให้ถอดแล้วเทน้ำออกเป็นระยะๆ ดีกว่าสวมใส่โดยมีน้ำแช่ขังในรองเท้าอยู่ตลอดเวลา
    3. เมื่อขึ้นบนบกแล้ว
      • ให้ถอดรองเท้าออกและคว่ำรองเท้าลงให้สะเด็ดน้ำ
      • จากนั้นล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง
      • ถ้าเท้ามีบาดแผลควรใส่ยาและปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด และ
      • หลีกเลี่ยงใส่รองเท้าบู๊ตชั่วคราวเพื่อป้องกันแผลอักเสบ
    4. วิธีง่ายๆ แบบนี้หากทำได้ สบายใจ สบายเท้า
    แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 8 พ.ย. 54 (020)

    วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

    หนุ่มผอม...แต่งตัวให้ดูดี

    • การเลือกใส่เสื้อผ้าที่ตัวใหญ่กว่ารูปร่างตนเองนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับหลวมจนโคร่ง เช่น เสื้อก็ควรเลือกใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่นิดนึงแล้วอาจจะพับแขนขึ้นมา ขณะที่ชายเสื้อก็ใส่ไว้ในกางเกง ซึ่งนอกจากทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแล้ว ยังช่วยเสริมให้หนุ่มๆ มีรูปร่างที่หนา มีเนื้อ มีหนังขึ้น หรือถ้าใครชอบใส่เสื้อยืดก็ลองนำแจ็กเก็ตหรือเสื้อคลุมมาใส่ทับจะดีมาก เพราะจะช่วยให้ดูมีมิติ ดูตัวใหญ่กว่าเดิมและทำให้เดาไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วคุณมีรูปร่างอย่างไร
    • ลายของเสื้อ โดยเลือกลายตารางหรือแนวขวาง
    • สี ก็สามารถใส่ได้เกือบทุกสี แต่ไม่ควรใส่สีที่จัดจ้านมากนัก เพราะจะทำให้ดูผอมลงไปอีก
    • กางเกง เน้นใส่กางเกงขากระบอกจะช่วยได้มากกว่าทรงอื่น
    • เนื้อผ้า เน้นเสื้อผ้าที่เป็นเนื้อแข็ง ทำให้ทรวงทรงรูปร่างดีขึ้น
    แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 3 พ.ย. 54 (017)

      วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

      เลือกรองเท้า...อย่างไร..? (ให้เหมาะ)

      รองเท้าที่เหมาะสมนั้น มีหลักนิดเดียวคือใส่แล้วสบายเดินได้ทั้งวัน แต่ถ้ารองเท้าที่คุณสวมใส่ไม่เหมาะสม เช่น ใส่รองเท้าหน้าแคบ หรือรองเท้าส้นสูง อาจทำให้เกิดอาการปวดเท้า หรือมีความผิดปกติกับรูปเท้า เนื่องจากเท้าถูกบีบรัด ที่พบบ่อย คือ อาการหัวแม่เท้าเก หรือ บิดเข้าสู่นิ้วชี้มากไป จนบางทีเกิดการซ้อนทับ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการรับน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมและปวดเท้านั่นเอง ถ้าคุณมีอาการปวดเท้าอยู่แล้ว แต่ยังเลือกสวมรองเท้าไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้มีอาการปวดเท้าเรื้อรังต่อไปได้อีก เพราะรองเท้านั้นสำคัญ จึงควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้า เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียภายหลัง ดังนี้
      • ช่วงบ่ายเหมาะสมที่สุด เพราะเท้าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อผ่านการเดินมาตลอดทั้งวัน เนื่องจากเลือดไหวเวียนลงสู่เท้ามากขึ้น จึงเหมาะที่จะเลือกรองเท้า เพื่อป้องกันปัญหารองเท้าคับ
      • เลือกขนาดเหมาะสม ส้นเท้าชิดส้นรองเท้าพอดี ส่วนหัวจะเหลือพื้นที่เท่ากับความกว้างของหัวแม่โป้งมือ เมื่อวัดจากนิ้วเท้าที่ยาวที่สุด ส่วนที่กว้างที่สุดของรองเท้าควรพอดีกับส่วนกว้างที่สุดของเท้า
      • ใส่แล้วนิ่มสบาย ไม่มีตะเข็บแข็ง รองเท้าที่ทำจากหนังแท้มักมีความยืนหยุ่นและระบายอากาศดีกว่า
      • ลองก่อนเสมอ ควรลองรองเท้าทั้งสองข้างและเดินไปมาด้วยว่าสบายเท้าหรือไม่
      • เผื่อที่กันคับ อุปกรณ์เสริมในรองเท้าต่างๆ เช่น แผ่นรองเท้า แผ่นกันรองเท้ากัด ฯลฯ จะทำให้รองเท้าของคุณคับขึ้น หากต้องใช้อุปกรณ์เหล่านั้น ควรเลือกรองเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
      • ไม่คีบดีกว่า การใส่รองเท้าคีบทำให้เกิดการเสียสีบริเวณร่องนิ้วเท้า
      • แบนไปไม่ดี ความแบนไม่เหมาะกับสรีระเท้าต่อการรับน้ำหนัก ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นที่นิ่มและเสริมบริเวณอุ้งเท้า
      • อย่าอยู่บนส้นสูงเกินสองชั่วโมง การใส่ส้นสูงนานๆ อาจมีปัญหาปวดฝ่าเท้าส่วนหน้า ควรใส่ส้นสูงเมื่อจำเป็น และไม่ควรใส่นานเกิน 2 - 3 ชั่วโมง


      รองเท้าที่เหมาะสมในแต่ละคน
      • นักกีฬา ควรเลือกซื้อรองเท้ากีฬาหลังจากเดินสักพัก หรือหลังจากเล่นกีฬาเสร็จ เพราะเท้าจะมีขนาดเดียวกันกับขณะเล่นกีฬา ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับแรงกระแทกได้ดี หากกีฬาที่เล่นใช้ปลายเท้าเป็นส่วนมาก เช่น การวิ่ง ควรเลือกรองเท้าที่ออกแบบให้รองรับแรงกระแทกส่วนหน้าโดยเฉพาะ
      • คนเท้าแบน มีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ฝ่าเท้าแบนทำให้ปวดบริเวณกลางฝ่าเท้า เนื่องจากเอ็นซึ่งทำหน้าที่ยกอุ้งเท้าถูกดึงยึด ดังนั้นหากคุณเป็นคนฝ่าเท้าแบนชั่วคราว (คือเท้าแบนเมื่อเหยียบพื้นเท่านั้น) ควรสวมรองเท้าที่เสริมอุ้งเท้า (บริเวณพื้นรองเท้าเพื่อพยุงไม่ให้ส้นเท้าปิดและเท้าล้มเข้าด้านใน แต่หากฝ่าเท้าแบนถาวรซึ่งมักมีเท้าส่วนกลางกว้างกว่าปกติ ควรเลือกรองเท้าที่ด้านข้างกว้างและมีพื้นนิ่มใส่สบาย
      • คนอุ้งเท้าสูง จะมีปัญหาปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้า เพราะการรับน้ำหนักของอุ้งเท้าส่วนกลางหายไป รองเท้าจึงควรมีลักษณะเสริมอุ้งเท้าส่วนกลาง (ยกนูนช่วงกลางฝ่าเท้าและเสริมอุ้งเท้า) เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักจากฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้ามาที่อุ้งเท้า และควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่น
      • คนปวดส้นเท้า การปวดส้นเท้าส่วนใหญ่ เกิดจากจุดยึดพังผืดบริเวณส้นเท้าอักเสบ ซึ่งมักปวดมากในการเดินก้าวแรกหลังตื่นนอน เพราะพังผืดถูกยึดทันทีทันใด รองเท้าที่เหมาะกับปัญหานี้ ควรมีพื้นนิ่ม มีส้นเล็กน้อยเพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังเท้าส่วนหน้า ควรใส่รองเท้าที่มีการเสริมอุ้งเท้า และนวดฝ่าเท้าก่อนลุกจากที่
      • คนปวดฝ่าเท้าด้านหน้า ปัญหานี้พบบ่อยในผู้ที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำและผู้ที่มีภาวะหัวแม่เท้าเก ซึ่งหัวแม่เท้าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ภาระจึงตกอยู่กับฝ่าเท้าบริเวณนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อย เมื่อร้บน้ำหนักนานๆ จึงทำให้ปวด ดังนั้นผู้ที่มีอาการนี้จึงควรใส่รองเท้าส้นเตี้ยมีพื้นนิ่ม และมีหน้ารองเท้ากว้าง เพื่อลดการบีบและเสียสีดของเท้า
      • คนเป็นเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมักมีปลายประสาททำงานผิดปกติ ทำให้เท้าชา มีนิ้วหงิกงอ ทำให้ฝ่าเท้าด้านหน้ารับน้ำหนักมากและนิ้วเท้าเสียดสีกับหัวรองเท้า จึงควรเลือกใส่รองเท้าพื้นนิ่มมีหัวลึกและกว้าง ห้ามใช้รองเท้าคีบเพราะอาจทำให้เกิดแผลบริเวณร่องนิ้วเท้าได้โดยไม่รู้ตัว


      เทคนิคเลือก "รองเท้า" ให้เข้ากับ "สีผิว"

      แม้ว่าเท้าจะเป็นส่วนล่างสุด แต่ก็ไม่ควรละเลยเพราะการเลือกสีรองเท้าให้เข้ากับสีผิวนั้น จะช่วยขับผิวและชุดสวยๆ ของคุณให้ดูดียิ่งขึ้น เป็นการเสริมเติมเสน่ห์สาวๆ ได้อย่างดี
      • สาวผิวสองสี : อาจจะเป็นปัญหาที่ทำให้สาวผิวน้ำผึ้งต้องกลุ้มใจ ฉะนั้นควรเลือกโทนสีผสมที่ไม่ดูร้อนแรง แต่ก็ไม่เย็นตาจนเกินไป เช่น สีน้ำตาลอมแดง สีเขียวอมฟ้า สีชมพูอมส้ม สีเลือดนก และสีชมพูหม่น เป็นต้น
      • สาวผิวขาวซีด : ความกลุ้มใจที่ไม่เข้าใครออกใคร เพราะหลายคนมักมองว่าสาวผิวขาวซีดสุขภาพไม่ดี ดังนั้น เราควรจะเลือกโทนสีรองเท้าที่ค่อนข้างเข้มหรือหม่นเล็กน้อย เพื่อช่วยขับสีผิวให้ดูเข้มขึ้น เช่น เหลืองอมน้ำตาล น้ำตาลไหม้ และเหลือง-ครีม เพราะอาจทำให้ผิวดูซีดหมองลง
      • สาวผิวขาวอมเหลือง : ผิวลักษณะนี้แนะนำว่าควรจะเลือกสีโทนร้อน เพื่อช่วยขับสีผิวให้ดูเปล่งประกายสดใส และทำให้เรียวขาดูโดดเด่นขึ้น แต่ห้ามสีขุ่นๆ อย่างสีน้ำตาลเข้ม หรือเทา เพราะจะทำให้ผิวดูซีดหมองลง
      • สาวผิวขาวอมชมพู : ควรเลือกรองเท้าที่มีโทนสีสดใส เช่น ฟ้าอมเขียว ฟ้าใส เขียวมะนาว เพราะจะช่วยขับสีผิวให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

      แหล่งข้อมูลจาก :  วารสาร Smart wealth, MFC, ISSUE 4 | January - March 2011

      40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

      ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...