แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกี่ยวข้องกับรถ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกี่ยวข้องกับรถ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รถยนต์ไร้คนขับอัจฉริยะ พร้อมวางจำหน่าย ปี 2019

เตรียมเฮ! รถยนต์ไร้คนขับอัจฉริยะ พร้อมวางจำหน่าย ปี 2019

รถยนต์ไร้คนขับ จาก Audi
หากจะพูดถึงรถยนต์ในฝันของท่านทั้งหลายนั้น ไม่ทราบว่าคุณคิดถึงรถแบบไหนกันบ้างครับ? เชื่อได้ว่าจะต้องมีคนคิดถึงรถยนต์บินได้ รถสะเทินน้ำสะเทินบก หรืออาจคิดกันไปไกลถึงรถยนต์ที่แปลงร่างได้เหมือนกัน แต่รถยนต์อีกประเภทหนึ่งที่หากมีการออกวางจำหน่ายเมื่อไหร่ หลาย ๆ คนคงยกนิ้วเห็นด้วยอย่างแน่นอนเลย นั่นก็คือ รถยนต์อัตโนมัติ หรือรถยนต์ที่ขับเองได้โดยไม่ต้องมีคนขับนั่นเอง ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานนี้เราจะได้เห็นวิ่งสู่ท้องถนนกันอีกด้วย

หลังจากที่ในอดีตเคยมีรถยนต์รุ่นไฟร์เบิร์ด 2 (Firebird II) จากบริษัทเจเนอร์รัล มอร์เตอร์ (GM) เคยชิมลางผลิตรถยนต์ขับเองได้ออกมาตั้งแต่ยุค 1950 แล้ว ซึ่งตอนนั้นยังขับเคลื่อนได้ด้วยการนำทางของสายไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในถนน แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ เริ่มมีความทันสมัยมากขึ้น ทำให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์มีการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์และเซ็นเซอร์พัฒนาด้านการขับขี่ และระบบควบคุมรถที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นล่าสุดที่ทางด้านกูเกิ้ล (Google) เว็บไซต์ชื่อดัง ได้ลองผลิตรถยนต์อัตโนมัติออกมาดูบ้าง โดยนำมาทดลองขับบนท้องถนนเป็นระยะทางกว่า 300,000 กิโลเมตร เรียบร้อยแล้ว แม้ว่ากระแสจะออกมาในแง่บวก แต่ทางฝั่งของนักวิเคราะห์การผลิตรถยนต์จากหลายบริษัทก็เชื่อว่ารถยนต์แบบขับเองได้คงยังไม่ผลิตออกมาภายในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

รถยนต์ไร้คนขับ จาก google
แต่ล่าสุดจากการเปิดเผยของบริษัททางการเงินอย่าง KPMG ร่วมกับบริษัท Center for Automotive Research ได้เผยว่ารถยนต์แบบขับเองได้นี้จะพร้อมจำหน่ายในปี 2019 เพราะว่าเมื่อถึงเวลานั้น ระบบเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ และระบบการเชื่อมต่อการขับขี่อัตโนมัติน่าจะใช้งานได้อย่างสมบูรณ์พอดี และในตอนนั้นตัวรถยนต์เองก็จะสามารถติดต่อสื่อสารกับรถยนต์คันอื่น ๆ ได้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอีกทางหนึ่งด้วย รวมไปถึงการตอบสนองกับสิ่งที่อยู่รอบตัวรถ เช่น ป้ายหยุด สัญญาณไฟ ราวเหล็กกั้นถนน รวมไปถึงสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับการจราจรทั้งหลาย

รถยนต์ไร้คนขับ จาก BMW
ทางด้านทอม โบโลก้า รองประธานฝ่ายวิศวกรรมจาก BMW บริษัทซึ่งพัฒนารถยนต์ขับเองได้เช่นกัน ได้กล่าวเสริมว่า "อีกไม่นานนี้โลกของการ์ตูนที่คุณสามารถเข้าไปนั่งในรถแล้วแล้วสั่งการว่าจะไปไหนได้เลยเพียงแค่พูดเท่านั้น กำลังจะเป็นจริงในอีกไม่นานนี้" โดยตามทฤษฎีแล้ว เทคโนโลยีประเภทนี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่นัก เชื่อได้เลยว่าถ้าปี 2019 มีรถยนต์แบบขับได้เองวางจำหน่ายตามท้องตลาดจริง ๆ น่าจะมีคนยอมซื้ออย่างแน่นอน ซึ่งสอดคล้องกับแบบสอบถาม จาก เจดี พาวเวอร์ ที่พบว่า 37 เปอร์เซ็นต์นั้นสนใจที่จะลองซื้อมาขับดู และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่าสนใจแต่ต้องราคาไม่แพงมากกว่าราคารถยนต์ปกติมากจนเกินไปด้วย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก extremetech.com, autofluence.com, autos.sympatico.ca

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข้อควรปฏิบัตในการขับรถเวลาฝนตก


หน้าฝนถนนลื่น ขับรถลำบาก รถติด น้ำท่วม รถเสียกลางฝน ฝนตกหนักมองไม่เห็นรถคันหน้า เปิดไฟฉุกเฉินวิ่ง ฯลฯ ล้วนเป็นปัญหาน่าปวดหัว ทีนี้ เราลองมาดูกันดีกว่าว่า หน้าฝน จะปฏิบัติอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

แอ่งน้ำกับคนเดินถนน เคยเจอมากับตัวเองเลย เดินๆ อยู่ โดนรถขับเร็วเหยียบน้ำกระจายใส่ เปียกไปหมด ก็ได้แต่นึกสรรเสริญท่านผู้มีปัญญาท่านนั้นไป  การขับรถหน้าฝน ต้องเห็นอกเห็นใจคนเดินข้างถนน ต้องคำนึงอยู่เสมอว่า ฝนตกย่อมมีน้ำขัง ถ้าระเราไปเหยียบน้ำกระเด็นใส่ชาวบ้าน คนอื่น ๆ เค้าจะเดือดร้อน เวลาผ่านแอ่งน้ำก็ชลอความเร็วซะหน่อย และอย่าชะล่าใจกับแอ่งน้ำ เพราะรถอาจจะเกิดอาการเหินน้ำ หรือสะบัดได้ตลอดเวลา ดังนั้นควรจับพวงมาลัยไว้ทั้ง 2 มือ

ถนนน้ำท่วม ทำไงดี ถ้าหลีกเลี้ยงได้ หรือมีทางที่จะอ้อมถนนที่น้ำท่วมสูงได้ก็ควรเลี่ยง แต่ถ้าจำเป็นต้องฝ่าไป สิ่งที่ควรทำคือ ปิดแอร์ซะ หรือปุ่ม A/C นั่นแหละ เพราะว่าคอมแอร์  ดังนั้น ถ้าอุปกรณ์ยังทำงานไปด้วย โดนน้ำท่วมไปด้วย มันจะพัง แต่ถ้าน้ำท่วมไม่สูงมาก ก็ขับผ่านได้เลย

รถลุยน้ำท่วมสูงมา การดูแลรถที่ลุยน้ำท่วมสูงมา ที่ควรทำ คือ พอกลับมาถึงบ้าน จอดพ้นน้ำ ให้ตรวจดูว่ามีชิ้นส่วนไหนหลุดหายไป หรือชิ้นส่วนไหนหลวมหรือไม่  การขับลุยน้ำ ย่อมมีเศษซากถุง ขยะ เศษหญ้าที่ลอยมาติดที่ใต้ท้องรถ หรือติดที่แผงหม้อน้ำ ก็ให้ใช้น้ำฉีดล้างออกซักหน่อย ถ้าขยัน รักรถ ก็ฉีดน้ำล้างช่างล่างสักหน่อยก็ดี

** ที่สำคัญ ถ้าลุยน้ำท่วมสูงมา ควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และน้ำมันเกียร์ด้วย เพราะเมื่อลุยน้ำ อาจจะมีน้ำซึมเข้าไปได้

ใช้ไฟอย่างไรเมื่อฝนตกหนัก  การใช้สัญญาณไฟให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่ง่ายๆ ไม่ยากเลย ถ้าฝนตกหนัก ทัศวิสัยไม่ดี ให้เปิดไฟต่ำ หรือถ้าแย่มาก ๆ ก็เปิดไฟตัดหมอกช่วยได้ เพื่อให้รถคันหลัง และรถที่ขับสวนมามองเห็นว่ามีรถของเราวิ่งอยู่ ห้ามเปิดไฟสูง เพราะตำแหน่งลำแสงของไฟสูง แสงจะสะท้อนกับสายฝน ทำให้ผู้ขับรถยิ่งมองไม่เห็นทางเข้าไปอีก

อีกเรื่อง มีบางคนที่ชอบเปิดไฟฉุกเฉินเวลาฝนตก โดยเชื่อว่า เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ แต่เป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ เพราะไฟฉุกเฉิน ให้เปิดใช้เมื่อเราจอดรถหยุดนิ่งเท่านั้น ยิ่งเปิดไฟฉุกเฉินวิ่ง เวลาท่านจะเปลี่ยนเลน จะเลี้ยว รถคันอื่นจะไม่รู้ จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเอาง่ายๆ

การเบรคบนถนนเปียก ระบบเบรคของรถบางคันมี ABS บางคันไม่มี ซึ่ง ABS คือระบบป้องกันล้อล็อคขณะที่กดแป้นเบรคแรงๆ ถ้าล้อล็อค รถจะสะบัด เสียการควบคุมเอาได้ง่ายๆ

แล้วถ้ารถไม่มี ABS ล่ะ จะเบรคอย่างไร การเบรครถที่ไม่มี ABS ก็พยายามอย่ากระแทกเบรคแรง ๆ หากจำเป็นต้องเบรคฉุกเฉิน ถ้ารู้สึกว่าล้อล็อค ก็ให้ปล่อยเบรคเล็กน้อย เพื่อคลายการล็อคของล้อ ก็พอจะช่วยได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม รถที่มี ABS ก็อย่าได้ประมาทไป เพราะฝนตก ถนนลื่น การเบรคกระทันหัน การเบรคอย่างรุนแรงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ ควรขับขี่อย่างระวัง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ Tesco Lotus สิงหาคม 17, 2012 ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามดารา

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Kenguru รถยนต์สุดเก๋ เพื่อคนพิการที่ต้องนั่งรถเข็นโดยเฉพาะ




คุณอาจเคยเห็นรถรูปทรงแปลกๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายแบบ แต่มาครั้งนี้ได้มีผู้ผลิตรถยนต์ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อผู้พิการทางขาที่ต้องนั่งรถวีลแชร์โดยเฉพาะด้วย

เจ้ารถคันนี้มีชื่อว่า เคนกูรู (Kenguru) เป็นรถพลังงานไฟฟ้า เดิมผลิตโดยบริษัทในฮังการี แต่ถูกนำมาพัฒนาเพิ่มเติมโดยบริษัทคอมมูนิตี้ คาร์ แอนด์ รีแฮบ ลิมิเต็ด (Community Cars and Rehab ,Ltd.) ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ตัวรถมีขนาดเล็กกะทัดรัด ขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อหน้า มีน้ำหนักเพียง 550 กิโลกรัม สามารถรับน้ำหนักได้ 660 กิโลกรัม เร่งความเร็วได้สูงสุด 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ไกล 70-110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ต่อครั้ง 8 ชั่วโมง

จุดเด่นที่สำคัญของรถเคนกูรู คือ ผู้ที่นั่งวีลแชร์นั้นไม่ต้องลำบากในการเข้าไปในรถเหมือนรถธรรมดาทั่วไป เนื่องจากเคนกูรูจงใจให้มีประตูทางเข้าด้านหลังทางเดียว เมื่อเปิดประตูหลังออกมา จากนั้นก็เข็นรถวีลแชร์เข้าไปในตัวรถได้เลย ส่วนด้านคันบังคับของรถนั้นจะออกแบบให้เหมือนแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ ที่ช่วยให้ขับเคลื่อนได้สะดวก ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่เหตุเพราะเป็นรถขนาดเล็กจึงทำให้นั่งได้แค่ผู้ขับขี่เท่านั้น       






ทางด้านสเตซี่ เซิน ซีอีโอของคอมมูนิตี้คาร์ผู้ซึ่งนำเคนกูรูกลับมาพัฒนาขึ้นใหม่กว่า 6 ปีได้เผยเพิ่มเติมว่า ในอนาคตอาจพัฒนาคันบังคับแบบจอยสติ๊กเพื่อช่วยให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น โดยรถเคนกูรูคันนี้ สนนราคาอยู่ที่ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 800,000 บาท โดยจะจำหน่ายภายในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน 1 ปี ก่อนส่งออกจำหน่ายสู่ประเทศอื่นๆ ต่อไป

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก kenguru-car.com

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 ข้อแรกที่ควรทำเมื่อคุณขับรถชน


เหตุการณ์ขับรถเฉี่ยว ชน เสยตูด ถูกปาดหน้าเชื่อว่าผู้ขับรถทุกคนคงต้องประสบพบเจอกันมาบ้างแต่ที่สำคัญไม่เจอจะดีที่สุดครับ แล้วถ้าเกิดคราวเคราะห์วันหนึ่งเหตุการณ์นั้นมาเกิดขึ้นกับรถของเราล่ะ ไม่ว่าจะด้วยความประมาทของคนอื่นที่ขับรถมาชนรถเราหรือเป็นเราเองที่ไปชนรถคนอื่นเข้า นอกจากควรจะมีสติแล้วเราควรปฏิบัติตัวอย่างไรนะเพื่อให้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

  • หยุดรถทันทีแม้จะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม อย่าเลื่อนรถจนกว่าจะตกลงกันได้ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ใครเป็นคนผิด หรือควรรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตีเส้นอุบัติเหตุก่อนแล้วค่อยเลื่อนรถ หรือหากเกิดอุบัติเหตุในสถานที่เปลี่ยนควรจดจำ ละเบียนรถ สี ยี่ห้อ ตำหนิและสถานที่เกิดเหตุเพื่อเจ้าเจ้าหน้าที่ภายหลัง
  • อย่าพูดจาพล่อยๆ ไม่ควรกล่าวคำขอโทษหากยังไม่รู้แน่ชัดว่าในสถานการณ์นั้นใครที่เป็นฝ่ายผิด เพราะจะทำให้อีกฝ่ายอ้างขึ้นมาว่าคุณเป็นฝ่ายที่ยอมรับผิด และจำไว้เสมอว่าคุณไม่มีอำนาจในการตัดสินว่าใครผิดใครถูก
  • ให้ข้อมูล เกี่ยวกับตัวคุณ ชื่อ-ที่อยู่ เลขทะเบียนรถและชื่อประกัน ที่คุณมีแก่คู่กรณีหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • หาข้อมูล หลังจากให้ข้อมูลข้างต้นแล้วคุณควรขอข้อมูลจากคู่กรณีเช่นเดียวกัน หากอีกฝ่ายไม่ให้ คุณควรจดเลขทะเบียน รูปพรรณของรถเอาไว้ อย่าพยายามยึดใบขับขี่คู่กรณีเพราะคุณจะโดนข้อหาลักทรัพย์ได้
  • แจ้งตำรวจหลังเกิดเหตุ แม้ในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยหรืออีกฝ่ายยอมรับผิดก็ตาม เพราะถ้าหากอีกฝ่ายมาแจ้งความภายหลัง เจ้าหน้าที่จะสรุปว่าคุณหลบหนีและคุณจะเป็นฝ่ายผิดในทุกกรณี หากไม่มีเจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุให้คุณไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูที่เกิดเหตุและตีเส้นตำแหน่งรถอย่าเลื่อนรถจนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาถึง หากกรณีที่ไม่สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย ให้คุณทำหนังสือยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักฐานโดยลงชื่อคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไว้ด้วย อย่าหลงเชื่อคู่กรณีเด็ดขาด
  • หาพยาน เช่น คนเดินถนน หรือรถคันข้างๆ หากเขายินยอมเป็นพยาน ให้จดชื่อ-ที่อยู่เพื่อติดต่อเอาไว้ในกรณีเหตุซับซ้อน เช่น คุณกำลังเข้าถนน 4 เลน รถ 2 เลนแรกหยุดให้คุณแล้ว แต่คุณชนรถในเลนที่ 3 ในกรณีนี้ คุณอาจเป็นฝ่ายผิดหากไม่สามารถหาพยานมายืนยันได้
  • ไปโรงพยาบาล หากคุณสงสัยว่าได้รับบาดเจ็บ ควรไปรอแพทย์เพื่อตรวจ หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายและการเรียกร้องค่าเสียหายใน ภายหลังจะยากขึ้นด้วย
  • แจ้งความ กรณีที่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จะต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ทันที แม้กฎหมายจะผ่อนปรนให้แจ้งความใน 6 เดือน เพราะบริษัทประกันส่วนใหญ่ไม่รับรองใบแจ้งความย้อนหลัง
  • ตกลงเงื่อนไขการจ่ายค่าเสียหาย ซึ่งควรเรียกเจ้าหน้าที่ประกันภัยรถของคุณมายังที่เกิดเหตุทันทีและสามารถรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประกัน (ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน)
  • อย่ารีบรอมชอม ในกรณีที่อีกฝ่ายยอมรับผิด และคุณสงสัยว่าจะได้รับบาดเจ็บอย่าเพิ่งรีบรับข้อเสนอให้ยอมความ เพราะการบาดเจ็บของคุณ อาจจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ว่าอาการของคุณรุนแรงเพียงใด หากคุณยอมความไปแล้ว การเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม จะทำได้ยากขึ้น

 แหล่งที่มา   เว็บไซต์ THAIZA

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

QBEAK อีโคคาร์ พลังงานไฟฟ้า ประโยชน์แยะ


ในปัจจุบันนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลากหลายแบรนด์ได้เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประหยัดพลังงานออกสู่ตลาดให้เลือกมากมาย และอีโคมูฟ (ECOMove) ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศเดนมาร์กก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อล่าสุด อีโคมูฟได้พัฒนา คิวบีก (QBEAK) รถพลังงานไฟฟ้าออกมาขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมเป็นรถอีโคคาร์ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว



สมรรถนะเบื้องต้นรถคิวบีกคันนี้ คือรถพลังงานไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับใช้ในตัวเมือง มีน้ำหนักประมาณ 420 กิโลกรัม ใช้พลังงานแบตเตอร์รี่ 2 ตัว ความแรง 70.8 กิโลวัตต์ วิ่งได้ 300 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยแบตเตอรี่ 2 ตัวนี้ สามารถอัพเพิ่มเป็น 6 ตัวได้ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่นั้นไม่กินไฟและมีอายุการใช้งานยาว ด้านการขับขี่สามารถขับลัดเลาะไปที่ไม่สะดวกได้ดีมาก เหมาะมากสำหรับการขับหาที่จอดรถที่เล็กแคบเข้าถึงลำบาก



ด้านที่นั่งภายในรถนั้นสามารถนั่งได้สูงสุด 6 คน พร้อมความอเนกประสงค์มากมาย ขณะที่พื้นที่ด้านหลังรถก็อันกว้างขวางจนคุณสามารถบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่ได้ ส่วนประตูเลื่อนเป็นแบบสไลด์ทำให้เปิดออกได้ง่ายแม้ในที่คับแคบ อีกทั้งยังสามารถเลือกสีของรถทั้งภายนอกภายในและตกแต่งอุปกรณ์เสริมไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือสื่อสาร ระบบตรวจสอบพลังงานแบตเตอรี่ และอื่นๆ ได้ตามที่คุณต้องการ และด้วยการปรับแต่งรถที่หลากหลายนี้ ทำให้คิวบีกสามารถใช้เป็นทั้งรถส่วนบุคคล รถสำหรับส่งของ หรือรถบริการแท็กซี่ก็ไม่เลวเลยทีเดียว



ทั้งนี้ ภายหลังจากที่ได้รับรางวัลชนะเลิศยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากทวีปยุโรป (European Electric Vehicles Early Stage Investment Opportunity Award) มาสดๆ ร้อนๆ ในปี 2555 นี้ ทางอีโคมูฟ บริษัทผู้ผลิตและพัฒนารถอีโคคาร์จากประเทศเดนมาร์ก ออกมาเผยว่า ทางบริษัทจะผลิตรถให้ทันไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แน่นอน


ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ล่วงหน้าที่เว็บ en.ecomove.dk ได้โดยตรง โดยมีค่าธรรมเนียมสั่งจองอยู่ที่ 270 ยูโร หรือประมาณ 10,530 บาท ซึ่งทางบริษัทจะติดต่อกลับไปภายใน 2 เดือน และหักส่วนต่างจากราคาจริงเมื่อตกลงที่จะซื้อ แต่ถ้าผู้ใดจองแล้วเปลี่ยนใจไม่คิดซื้อ ทางบริษัทก็ใจดีพร้อมยินดีคืนเงินให้ด้วย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก en.ecomove.dk

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ขสมก.ประกาศแยกป้ายหยุดรถประจำทางสถานีบีทีเอส


ขสมก.แยกป้ายหยุดรถประจำทางบริเวณสถานี BTS จตุจักรเป็น 2 ป้ายตั้งแต่ 23 ก.ค. 55 นี้ เพื่อแก้ปัญหาจราจรและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร 

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2555 นายโอภาส เพชรมุนี ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เผยว่า ขสมก.ได้แยกป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง บริเวณสถานี BTS จตุจักรเป็น 2 ป้าย เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว ขสมก. จะร่วมแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต โดย ขสมก. ดำเนินการแยกป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางบริเวณสถานี BTS จตุจักรเป็น 2 ป้าย เพื่อให้สอดคล้องกับมติของคณะอนุกรรมการประสาน การแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ใช้บริการ ดังนี้

ป้ายที่ 1 เป็นป้ายเดิมที่หยุดรถโดยสารประจำทาง อยู่เลยทางเข้าลานจอดรถก่อนถึงเชิงบันไดสะพานคนเดินข้ามระยะประมาณ 21 เมตร ใช้เป็นป้ายหยุดรถรับ-ส่งสำหรับรถโดยสารประจำทางที่จะเลี้ยวขวาไปถนนกำแพงเพชร จำนวน 14 สาย ได้แก่ สาย 26, 29, 96, 136, 138, 145, 509, 510, 517, 104, 122, 182, 188 และ 550

ส่วนป้ายที่ 2 เป็นป้ายก่อนถึงเชิงบันไดขึ้น-ลง สถานีรถไฟฟ้า BTS ระยะประมาณ 22 เมตร ใช้เป็นป้ายหยุดรถโดยสารประจำทางที่วิ่งตรงเข้าถนนพหลโยธิน จำนวน 22 สาย ได้แก่ สาย 3, 8, 9, 26, 27, 28,29, 34, 38,39, 44, 52, 59, 63, 77, 90, 108, 502, 503, 509, 510 และ 524

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการ สอบถามเส้นทางรถเมล์ หรือแนะนำบริการได้ที่ www.bmta.co.th หรือ ศูนย์ Call Center 184 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 22.00 น. และตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป ขสมก.จะเปลี่ยนหมายเลข Call Center จาก 184 เป็น 1348

แหล่งที่มา    เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2555, 19:12 น. 

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

รอบรู้เรื่องกฎจราจร







ใช้รถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน


ในยุคที่เศรษฐกิจของประเทศไทยตกสะเก็ดอยู่ในขณะนี้ แถมราคาน้ำมันก็ขยับเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมอีก เราจึงมีเคล็ด (ไม่) ลับในการช่วยท่านประหยัดน้ำมันมาฝาก ท่านทราบหรือไม่ว่าการขับรถอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ท่านประหยัดและลดภาระค่าใช้จ่ายในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังจะเป็นการรักษารถยนต์ให้มีอายุการใช้งานที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นด้วย สำหรับวิธีการใช้รถให้ประหยัดน้ำมัน มีดังนี้

  1. อย่าขับรถเร็ว การขับรถเร็วในการใช้รถทางไกล จะทำให้เปลืองน้ำมันมากขึ้นทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ในกรณีที่ท่านขับรถที่มีความเร็ว 80 กม./ชม. ท่านจะประหยัดน้ำมันได้ถึง 10-15 เปอร์เซ็นต์
  2. อย่าออกรถเร็วแบบรถแข่งการออกรถเร็วอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆก็สึกหรอมากเช่นกัน
  3. ใช้ความเร็วสม่ำเสมอ
  4. คาดการณ์ล่วงหน้าขณะขับรถเมื่อใกล้ทางแยกหรือทางม้าลายต่างๆ ควรจะชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆไม่ใช่เมื่อใกล้แล้วจึงค่อยลดความเร็ว
  5. กำหนดการใช้รถยนต์ในแต่ละวันเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวใช้รถในคราวเดียวกัน เพราะการใช้รถหลายเที่ยวทำให้เปลืองน้ำมัน
  6. มีจุดหมายในการเดินทางการใช้รถจะต้องมีแผนการเดินทางว่าจะไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ขับไปโดยไร้จุดหมาย
  7. ดับเครื่องทุกครั้งที่จอดรถรอ หากต้องรอประมาณ 3-4 นาทีขึ้นไป ก็ควรดับเครื่อง
  8. นอกจากประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังถนอมเครื่องไม่ให้ร้อนจัดอีกด้วย
  9. การอุ่นเครื่องยนต์ในตอนเช้า ควรอุ่นเครื่องประมาณ 1-2นาทีก่อนที่จะใช้รถเพื่อให้เครื่องยนต์พร้อม ที่จะทำงานในวันนั้น การอุ่นเครื่องจะทำให้ระบบหล่อลื่นทำงานดีขึ้น ถ้าออกรถอย่างนิ่มนวลไม่รุนแรงก็ไม่ต้องอุ่นเครื่องก็ได้
  10. ควรใช้เครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็นการใช้เครื่องปรับอากาศทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และจะมีความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 10 เปอร์เซ็นต์และน้ำมันที่เผาไหม้ไม่หมดซึ่งอาจหลงเหลืออยู่ ในกระบอกสูบจะเป็นตัวการทำให้เครื่องยนต์สึกหรออีกด้วย
  11. ตรวจวัดลมยางอยู่เสมอควรเติมลมยางให้ได้ตามกำหนดมาตรฐาน ทั้งล้อหน้าและล้อหลังเพราะถ้าลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางมีความเสียดสีมาก ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากเช่นกันถ้าเติมลมยางแข็งเกินไปจะเป็นอันตรายต่อการขับขี่ คือจะทำให้หน้ายางเสียดสีกับพื้นถนนน้อยเกินไปทำให้เกาะถนนหรืออาจทำให้ยางเกิดระเบิดได้ หากได้รับการสะเทือนมากเวลาขับบนถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ
  12. ตรวจเช็คและตั้งเครื่องยนต์ตามกำหนดต้องตรวจสภาพของรถ เครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างๆให้อยู่ตามมาตรฐานที่กำหนดมาให้ เพราะถ้าอุปกรณ์ต่างๆ ของรถได้ตามมาตรฐาน การใช้น้ำมันก็จะน้อยกว่าสภาพรถที่ไม่ได้อยู่ตามมาตรฐาน
  13. หมั่นตรวจไส้กรองเสมอ ไส้กรองเป็นส่วนสำคัญในการที่จะถ่ายเทอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยาภายในเครื่อง ถ้าชำรุดหรืออุดตันจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติและจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น
  14. อย่าบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดรถยนต์ในแต่ละคันจะมีอัตราการบรรทุกบอกไว้ ถ้าบรรทุกน้ำหนักเกินจะทำให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันมากขึ้นและมีการสึกหรอสูงกว่าปกติ
  15. อย่าลืมปลดเบรกมือ ถ้าในรถยนต์รุ่นเก่า เมื่อปลดเบรกมือรถยนต์ก็วิ่งออกไปได้แต่จะมีความฝืดมากกว่า ปกติ ถ้าขับไปเรื่อยๆ จะทำให้เบรกเสียได้ และสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น แต่ในรถยนต์คู่มือมาตรฐาน สำหรับคนมีรถรุ่นใหม่ (กรังปรีดิ์ เรียบเรียง) ถ้าลืมปลดเบรกมือ รถยนต์จะไม่วิ่งต้องปล่อยเบรกมือเสียก่อนจึงจะวิ่ง อย่าลากเกียร์โดยไม่จำเป็น ควรเปลี่ยนเกียร์ตามจังหวะและรอบความเร็วในการใช้งานนั้น เพราะการลากเกียร์นานๆ จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก กินน้ำมันมากขึ้น
  16. เลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสม การใช้น้ำมันหล่อลื่นตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตให้มา และการเปลี่ยนเมื่อถึงเวลาการใช้งาน จะช่วยถนอมเครื่องยนต์ได้มาก
  17. อย่าบรรทุกสิ่งของบนหลังคาโดยไม่จำเป็น เพราะจะเกิดแรงต้าน

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ก๊าซโอโซนในกทม.เกินค่ามาตรฐาน


กรมควบคุมมลพิษ เผย ก๊าซโอโซนใน กทม.-ปริมณฑล เกินค่ามาตรฐาน เร่งควบคุม หวั่นกระทบสุขภาพ ปชช. คาด จากชื้อเพลิงที่ผลิตแก๊สโซฮอล์ในภาคขนส่งเพิ่ม รวมถึงการเผาในที่โล่ง

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2555) นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากการติดตามตรวจสอบก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศทั่วไป ของกรมควบคุมมลพิษ ช่วงระหว่างปี 2544-2554 พบว่า ระดับก๊าซโอโซนเกินค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก๊าซโอโซนที่ระดับความเข้มข้นดังกล่าวนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและระบบนิเวศของประเทศ ทั้งนี้มีข้อสันนิษฐานว่า การเปลี่ยนแปลงประเภทเชื้อเพลิงไปสู่แก๊สโซฮอล์ที่มากขึ้น ในภาคการขนส่งของประเทศได้ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เมือง อาทิ  พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยในต่างประเทศยังชี้ให้เห็นว่า การเผาในที่โล่งจะทำให้เกิดการปลดปล่อยสารตั้งต้นได้ นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังมาจากการส่งผ่านทางอากาศข้ามแดนหรือข้ามทวีป ดังนั้นกรมควบคุมมลพิษ และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงได้ความร่วมมือกันนำไปสู่การกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และบรรเทาปัญหามลภาวะของประเทศให้มีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มา    เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ป้ายแดงหมดคนแห่ออกรถ

ขนส่งอ้างป้ายแดงขาดตลาด เหตุคนแห่ออกรถใหม่ตามนโยบายรถคันแรก 

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรณีมีผู้ร้องเรียนว่าป้ายทะเบียนรถยนต์ใหม่ หรือป้ายแดงขาดตลาด ว่าจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ส่งผลให้มีการซื้อรถยนต์มากขึ้น รวมถึงค่ายรถยนต์ที่แข่งขันสูงและนำรถอีโคคาร์ออกจำหน่าย เป็นอีกแรงจูงใจให้คนซื้อรถจำนวนมาก

ทั้งนี้ ปกติแล้ว ขบ.จะประมาณการจำนวนรถที่จะมาจดทะเบียนในแต่ละปี เพื่อผลิตป้ายให้พอดีกับรถ เพราะไม่ต้องการให้ป้ายทะเบียนไปอยู่กับตัวแทนจำหน่าย หรือศูนย์จำหน่ายรถมากเกินไป โดยขณะนี้ได้กระจายป้ายแดงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 1 แสนแผ่น ที่เหลือกระจายในปริมณฑลและต่างจังหวัดทั่วประเทศ 6 แสนแผ่น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ ขบ. มีป้ายทะเบียนไม่เพียงพอได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจผ่อนผันการจับปรับ ให้เจ้าของรถยนต์ที่ยังไม่ได้ป้ายทะเบียนตัวจริง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ขบ.จะเปิดประกวดราคาหาผู้ผลิตป้ายทะเบียนรถยนต์วงเงิน 227 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาป้ายทะเบียนไม่เพียงพอในวันที่ 18 ก.ค.นี้ และคาดว่าจะได้รับป้ายทะเบียนภายในเดือน ส.ค.นี้ กว่า 7 ล้านแผ่น

สำหรับการประกวดราคาหาผู้ผลิตป้ายครั้งนี้ ทาง ขบ.จะเพิ่มการรับประกันแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จาก 1 ปี เป็น 5 ปี และหากพบว่าไม่ได้คุณภาพ ผู้ผลิตจะต้องส่งป้ายใหม่ให้เจ้าของรถใน 15 วัน และจ่ายเงินค่าธรรมเนียมแทนเจ้าของรถ 100 บาท

แหล่งที่มา    เว็บไซต์โพสทูเดย์ 15 กรกฎาคม 2555 เวลา 11:32 น.


รถป้ายแดงคืออะไร
รถป้ายแดงโดยทั่วไปหมายถึงป้ายชั่วคราวใช้สำหรับรถที่อยู่ระหว่างการขอมีทะเบียนจริงออกมา ซึ่งไม่เกี่ยวกับการซื้อสดหรือผ่อน โดยมีเงื่อนไข และข้อกำหนดส่วนมากใช้กับรถใหม่ ที่ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนกับทางกรมการขนส่งฯ หรือ ที่จดทะเบียนแล้วและอยู่ระหว่างรอรับป้ายทะเบียนตัวจริงอยู่

การใช้รถป้ายแดง

  • อนุโลมให้ใช้ช่วงเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระอาทิตย์ตก เวลาโดยประมาณ 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ( 06.00 น.- 18.00 น.) และ
  • ต้องมีหนังสือที่ใช้คู่กับป้ายแดง โดยต้องเขียนระบุ วันที่ ชื่อคนขับ จะเดินทางจากไหน และ ไปที่ไหน เวลาไปและกลับ และ
  • ที่สำคัญต้องห้ามบรรทุกคน (คนขับนั่งได้คนเดียว ห้ามมีผู้โดยสาร) และ
  • ห้ามบรรทุกสัตว์และสิ่งของ 
ไม่อย่างนั้นเวลาพบตำรวจ ก็ต้องคุยขอความอนุเคราะห์เอาเอง ยิ่งเป็นในเขต กทม. ถ้าจะยาก แต่ในต่างจังหวัดไม่ค่อยเท่าไหร่


แหล่งที่มา   เว็บไซต์ http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090405015312AA6z0i9


ประเภทของป้ายทะเบียน
ป้ายทะเบียรถของไทยในปัจจุบัน ทำจากอลูมิเนียม มีขนาด 13.5 x 6 นิ้ว พื้นป้ายสะท้อนแสง สำหรับประเภทของป้ายทะเบียนนั้นสามารถแบ่งได้ตามประเภทการใช้งานของรถต่างๆ ดังต่อไปนี้ 

  1. ป้ายสีขาวอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง
  2. ป้ายสีขาวอักษรสีฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง 
  3. ป้ายสีขาวอักษรสีเขียว คือ ป้ายทะเบียนรถบรรทุกส่วนบุคคล
  4. ป้ายสีขาวอักษรสีแดง คือ ป้ายทะเบียนรถ 3 ล้อส่วนบุคคล
  5. ป้ายสีเหลืองอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้างบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 7 คน 
  6. ป้ายสีเหลืองอักษรสีเขียว คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้าง 3 ล้อ 
  7. ป้ายสีเหลืองอักษรสีฟ้า คือ ป้ายทะเบียนรถ 4 ล้อเล็กรับจ้าง (ป้ายรถกระป๊อ) 
  8. ป้ายสีเหลืองอักษรสีแดง คือ ป้ายทะเบียนรถรับจ้างระหว่างจังหวัด
  9. ป้ายสีแสดอักษรสีดำ คือ ป้ายทะเบียนรถ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถใช้งานเกษตรกรรม 
  10. ป้ายสีเขียวอักษรสีขาว คือ ป้ายทะเบียนรถบริการธุรกิจ รถบริการทัศนาจร และรถบริการให้เช่า 
แหล่งที่มาจากเว็บ http://board.postjung.com/453605.html

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทคนิคเติมน้ำมันให้คุ้มค่า ประหยัดเงิน


1. จงเติมน้ำมันตอนเช้า
ขณะที่อุณหภูมิบนพื้นดินยังเย็นอยู่ เพื่อให้ได้น้ำมันเพิ่มขึ้น โดยมีเหตุผลสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ คือ เมื่ออุณหภูมิยิ่งสูง ปริมาตร (ความหนาแน่น) ของน้ำมันก็จะยิ่งสูงตาม ขณะที่ปริมาณคงที่กล่าวคือ 

  • หากเติมน้ำมัน 1 ลิตรที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (ช่วง 04.00 – 07.00 น. ) อาจมีน้ำหนัก 0.8792 กิโลกรัมแต่ 
  • น้ำมัน 1 ลิตรที่อุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส (ช่วง 11.00 – 17.00 น.) อาจมีน้ำหนักเพียง 0.7956 กิโลกรัม เท่านั้นดังนั้นจึงควรเติมน้ำมันในช่วงที่มีอากาศเย็น


2. ขณะเติมน้ำมัน อย่าให้เด็กปั๊มตั้งหัวฉีดอยู่ในตำแหน่งไหลเร็ว (
ในอเมริกาเจ้าของรถต้องลงมือเติมเอง หากคุณสังเกต จะเห็นว่ากลไกเหนี่ยวมี 3 ระดับ คือ low, middle, และ highเมื่อตั้งในระดับไหลช้า จะเกิดไอระเหยของน้ำมันน้อยที่สุดหากตั้งในระดับไหลเร็ว น้ำมันบางส่วนจะกลายเป็นไอระเหยและถูกสูบย้อนกลับไปยังถังใต้ดินนั่นหมายถึงคุณจ่ายเงินมากกว่าที่ควร

3. ควรเติมน้ำมันเมื่อน้ำมันในรถเหลือครึ่งถัง
เพราะน้ำมันบรรจุในถังยิ่งมาก เนื้อที่ว่างสำหรับไอระเหยก็ยิ่งน้อย

4. ข้อเตือนใจอีกข้อหนึ่ง 
ขณะที่คุณขับรถเข้าปั๊มถ้าเห็นรถบรรทุกกำลังถ่ายน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บใต้ดิน จงอย่ารีบร้อนเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น เพราะตอน "ลงของ" สิ่งแปลกปลอม ซึ่งปรกติจะตกตะกอนอยู่ใต้ถัง ถูกปั่นป่วนจนลอยตัว อาจมีโอกาสดูดเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่รถคุณได้

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ Facebook ME by TMB โพสต์ · 4 กรกฎาคม เวลา 12:36 น.

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

16 ส.ค. พลังงาน ปล่อย LPG-NGV ลอยตัว


พลังงาน เตรียมปล่อย LPG-NGV ลอยตัว 16 สิงหาคม 2555 นี้ โดย LPG จะเป็นราคาเดียวกันทั้งภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง ครัวเรือน แต่จะมีมาตรการช่วยผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2555 นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป จะปล่อยลอยตัวราคาก๊าซ LPG ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะปรับราคาครั้งเดียว และเป็นราคาเดียวกันทุกภาค ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคครัวเรือน ซึ่งที่ผ่านมา ได้เคยปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่งไปแล้ว แต่ยังคงตรึงภาคครัวเรือนไว้ แต่จากนี้ไปจะปรับภาคครัวเรือนให้เป็นราคาเดียวกัน เพื่อไม่ให้ราคาพลังงานในประเทศถูกบิดเบือน

สำหรับเหตุผลที่ต้องมีการปรับราคานั้น รมว.พลังงาน ระบุว่า เป็นเพราะปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบอยู่ 17,000 ล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นภาระจากการชดเชยการนำเข้าก๊าซ LPG ที่อดีตเคยอุดหนุนสูงถึง 140 ล้านบาทต่อวัน รวมทั้งเป็นการช่วยลดปัญหาการใช้ก๊าซผิดประเภท และปัญหาการใช้ข้ามภาค จึงต้องปล่อยราคาลอยตัว เพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมัน ส่วนจะปรับขึ้นในอัตราเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลกในช่วงนั้น แต่มีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้นจากราคา LPG ภาคครัวเรือน ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม ไปสู่ราคาของภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยอุดหนุนเพื่อลดผลกระทบให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย

ส่วนเรื่องการปรับราคาก๊าซ NGV นั้น นายอารักษ์ ระบุว่า มีแนวคิดจะลอยตัวเพื่อสะท้อนต้นทุนเช่นกัน ซึ่งใกล้ได้ข้อสรุปเรื่องตัวเลขการปรับราคาแล้ว และจะเดินหน้าปรับในวันที่ 16 สิงหาคม 2555 นี้เช่นกัน

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เร็ว...อย่างมีลิมิต..เกินปั๊บปรับแน่

ความเร็วที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด คือต้องขับขี่ไม่เกิน 90 กม.ต่อ ชม. หากผู้โดยสารคันใดสังเกตเห็นว่าโชเฟอร์ขับเกินกำหนดจะถูกปรับ 5,000 บาท ผิดซ้ำสองจะถูกปรับ 1 หมื่นบาท พร้อมทั้งถอนใบอนุญาตออกจากระบบ

เท่านั้นยังไม่พอ จะต้องถูก บ.ข.ส. ปรับอีก 5,000 บาท ตามสัญญาเดินรถ ทำให้ในช่วงเดือนแรกตรวจพบรถตู้ที่ขับเร็วกว่า 2,000 คัน (คิดเป็นร้อยละ 1.11) หลังจากนั้น พบว่ามีรถตู้วิ่งเร็วเกินกำหนดน้อยลงและมีความเร็วลดลง 53.3% นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าหูผู้โดยสารอยู่ไม่น้อยทีเดียว

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 2 ก.ค. 55 (176)

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ชุดแต่ง “อีโค่คาร์“ จาก Auto Salon 2012

เรียกว่าเป็นกระแสที่มีการพูดถึงมากมายหลายคนทีเดียวสำหรับรถยนต์ "อีโค่คาร์" และ กระแสที่แรงนี้เอง ก็ทำให้วงการประดับยนต์บ้าน ไม่อยู่นิ่งที่จะนำเสนอ สิ่งต่างๆ โดยเฉพาะ การแต่งองค์ทรงเครื่อง ของรถกลุ่มนี้ที่ลงตัว ทั้งความเท่ห์มีสไตล์ และราคาที่ไม่แพง และวันนี้หลังจากมาเดินที่งาน เราก็ได้ รวมเอาหลากตัวแต่งของรถ อีโค่คาร์มาให้ชมกันอย่างเต้มอิ่ม

Suzuki  จัดหนักได้ใจ..ยืนยันทุกชิ้นหาได้จากบ้านเรา


อาจจะเป็นค่ายรถยนต์ที่ตอนนี้กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยุ่จริง และนั่นก้คือค่ายรถยนต์ Suzuki ที่หันมาเอาดีทางด้าน 4 ล้ออีกครั้ง และในงวาน Bangkok International auto salon  ครั้งนี้ ค่ายรถยนต์ เจ้านี้ ก็มาจัดบูทเน้นหนักที่อีโค่คาร์ของค่าย ที่ใครผ่านไป-มา ก็คงเห็นในหลากไอเดียที่สามารถแต่ง Suzuki  Swift  ให้ได้อรรถรสในการขับขี่มทากขึ้น
ทั้งในเวอร์ชั่นหรูหรา สปอร์ตแบบเนียนๆ หรือ จะเป็น สปอร์ต แบบ สุด ขั่วทั้งหมดมีให้ชมที่บูธของ Suzuki และที่สำคัญ Suzuki ยืนยนัว่า ตัวแต่งทั้งหมดที่เห็นนี้ ใช้ชิ้นส่วนที่สามารถหามาได้จากบ้านเราด้วย เรียกว่า ม่ทิ้งคราบความเป้นอีโค่คาร์จริง

Mitsubishi Mirage  สปอร์ตเรียบ แต่ดูดี


อาจจะเรียกว่าเป็น สำนักแต่งค่ายแรกที่จับเจ้าอีโค่คาร์ของ  Mitsubishi มาแต่งแต้มให้แตกต่าง และ นั่นคือผลงาน ของ สำนักแต่ง Access มาออกงานในครั้งนี้ และมันดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว จนใครที่ผ่านไปมา อาจจะต้องมองกันตาเป็นมัน
จากที่ได้คุยกับเจ้าสำนัก บอกว่า ทั้งคัน  Mirage  ที่มาพร้อมความสปอรืตยิ่งขึ้น นั้น สามารแต่งได้ในงบประมาณเพียง 11,500 บาท  โดยในการแต่งแต้มความสปอร์ตนั้น มาพร้อม ชุเสเกิร์ต 4 ชิ้น สปอร์ยเลอร์หลัง และ สคู๊ปที่ฝากระโปรงหน้า ที่ทำให้ เจ้าอีโค่คาร์คันนี้หล่อขึ้นไปอีก
นอกจาก เจ้า  Mirage แล้ว สำนักแต่ง Access  เอง ก็ยังมีชุดแต่งสำหรับ  Nissan March  และ Almera  ด้วยนะ ใครที่สนใจ ลองแวะเวียนเข้าไปดูกันได้ตามอัธยาศัย

Nissan Almera  BY SMT เรียบๆ แต่ก็ดูดีเช่นกัน


คงต้องเรียกว่าไม่แพ้ใครในโลกจริงๆ สำหรับ ผลงานแต่งรถของคนไทย และที่ถัดไปอีกนิดนั้น เป็นบูธของ  SMT  ที่เราเองไปสะดุตากับ  Nissan Almera  ที่แต่งในแนวสปอร์ตหรู แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันดูดีจนน่าหลงใหล ใช่น้อยเลยทีเดียว ทั้งกันชนหน้าที่มาในแบบสปอร์ต พร้อมสเกิร์ตข้างและด้านหลัง มีสปอร์ยเลอร์ ใหญ่ได้ใจแต่ใช้งานได้ลงตัว พร้อม ชุดสเกิร์ตหลัง ที่เข้ากันรอบคัน

Honda  จัด  Brio  Modulo  ไม่ได้ โชว์ตัว แต่เห็นภาพก็งาม


สำหรับ  Honda  เอง ในงานนี้ก็เรียกว่า เป็นการออกมาเผยโฉมของ  Honda Access  ผู้ผลิตชุดแต่ง Modulo  อย่างเป็นทางการ และภายในงานก็ได้มีการแนะนำชุดแต่ง Modulo สำหรับ รถอีโค่คาร์ย่าง Honda Brio  ด้วย
โดยในชุดแต่ง modulo สำหรับ Brio นั้น มีให้เลือกตั้งแต่ภายนอก-ภายใน และจิปาถะมากมาย แต่ถ้าอยากจะให้ครบเซท ก้ไม่ได้แพงมาก เพียง 19,900 บาท สำหรับ ชุดแต่งรอบคัน พร้อมสปอร์ยเลอร์หลังเบ็ดเสร็จรวมราคาทำสีด้วย และหากชอบล้อก้จัดไปในราคา 4 วง เพียง 10,400 บาท ไม่รวมค่ายาง และที่สำคัญ สามารถรวมค่าแต่งลงไปกับค่าตัวรถที่ต้องชำระกับไฟแนนซ์ได้อีกด้วย
ทั้งหมดนี้ก็เป็นสีสันจากงานแต่งรถ Bangkok Auto Salon 2012 ที่จัดขึ้นที่เมืองทองธานี แน่นอนว่าที่เรานำมากล่าวถึงนั้น อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน ใครที่สนใจ อยากแนะนำว่า แวะเวียนไปชมกันได้ เพราะ วีคนี้เป็นอาทิตย์สุดท้ายแล้ว

แหล่งที่มา    เว็บไซต์สนุกดอทคอม 29 มิ.ย. 55 เวลา 00.35 น.

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

คาร์ซีทรังไหม ปกป้องเด็กจากภัยอุบัติเหตุ

สำหรับครอบครัวใดที่ต้องเดินทางด้วยรถบ่อยๆ และมีสมาชิกร่วมทางเป็นเด็กเล็ก ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมองหาคาร์ซีทมาใช้งานเป็นทางเลือกเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว และวันนี้ เรามีนวัตกรรมดีๆ ของคาร์ซีทมาฝากกันค่ะ โดยเป็นผลงานของบริษัทสัญชาติอังกฤษที่พัฒนาคาร์ซีทที่สามารถกางเปลือกออกมาห่อหุ้มตัวเด็กเอาไว้ได้ในทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้เด็กในคาร์ซีทปลอดภัยมากกว่าเดิม
      
“Carkoon” เป็นชื่อเรียกของผลงานดังกล่าว คุณสมบัติหลักของมันคือ มีเปลือกห่อหุ้มคล้ายไข่ทำจากวัสดุชื่อ Kevlar ซึ่งเจ้าเปลือกนี้จะกางออกทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อคลุมร่างของเด็กที่อยู่ในคาร์ซีทได้ทั้งตัว ตั้งแต่หัวถึงเท้า และมีที่ว่างสำหรับอากาศให้เด็กได้หายใจด้วย ที่สำคัญ มันยังแข็งแรงพอที่จะคุ้มครองเด็กที่อยู่ภายในจากอันตรายต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนจากอุบัติเหตุ เปลวไฟ ไม่ให้กระเด็นเข้ามาโดนด้วย
      
นอกจากนั้น มันยังติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณไปยังหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และในอุบัติเหตนี้มีเด็กเป็นผู้ประสบภัยด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ความสำคัญกับอุบัติเหตุนี้เพิ่มมากขึ้น
      
อย่างไรก็ดี คาร์ซีทรุ่นนี้จะต้องเข้ารับการทดสอบความปลอดภัยในการใช้งานเสียก่อน เพื่่อพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีการคลุมทารกจะไม่ทำอันตรายต่อเด็ก หรือขัดขวางการช่วยเหลือเด็กในคาร์ซีทเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
      
สำหรับราคาจำหน่ายของคาร์ซีทรุ่นนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 499 ปอนด์ หรือประมาณ 24,000 บาท ซึ่งไม่แน่ว่ากว่าจะได้ทำตลาดในเอเชีย ราคาอาจพุ่งสูงมากกว่านี้ก็เป็นได้

แหล่งที่มา    เว็บไซต์โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 เมษายน 2555 07:53 น.

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

การตรวจเช็คสภาพรถเบื้องต้นก่อนเดินทางไกล

เพื่อให้การเดินทางไกลไปในช่วงเทศกาลด้วยรถยนต์สวนตัวไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว หรือกลับถิ่นฐานเดิมในต่างจังหวัด เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข ไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหารถเสียระหว่างการเดินทาง หรืออาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ท่านสามารถป้องกันได้กับการตรวจเช็คด้วยตัวเอง และไม่เสียเวลามากนักก่อนเดินทาง จะช่วยให้มั่นใจในการขับขี่ หรือหากพบข้อบกพร่องก็สามารถแก้ไขก่อนเดินทาง สำหรับวิธีการตรวจเช็คเบื้องต้นสามารถทำได้ดังนี้
ตรวจรถภายนอก

  1. ยาง ตรวจความดันลมยาง ดอกยาง และรอยฉีกขาด ตรวจดูว่าขันแน่นดี แต่ก็ไม่แน่นจนเกินไปจนคลายออก ไม่ได้ด้วยตัวเอง
  2. รอยรั่วซึม ตรวจดูว่ามีร่องรอยน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค หรือ น้ำรั่วซึมจากใต้ท้องรถ
  3. ยางปัดน้ำฝน ทดลองปัดดู
  4. ไฟส่องสว่าง ตรวจดูไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟเลี้ยวหรืออื่นๆรวมทั้งระดับไฟหน้าด้วยว่าเป็นปกติทั้ง
ตรวจภายในรถ
  1. ยางอะไหล่และแม่แรง ตรวจเช็คลมยาง และให้แน่ใจว่าแม่แรงและด้ามขันใช้งานได้ตามปกติ
  2. เข็มขัดนิรภัย ตรวจเช็คว่าหัวเข็มขัดสามารถลอ็คได้เรียบร้อย
  3. แตร ให้แน่ใจว่าดังดี
  4. แผงควบคุมและอุปกรณ์ ตรวจดูให้แน่ใจว่าทำงานเป็นปกติ และที่ปัดน้ำฝน ปัดได้เรียบร้อยสม่ำเสมอ
  5. เบรก เช็คระยะฟรีขาเบรคอยู่ในค่ากำหนดหรือไม่
  6. ฟิวส์สำรองที่เตรียมไว้ต้องมีขนาดค่ากระแสใช้ได้ตามที่กำหนดที่แผงฟิวส์ ตรวจใต้ฝากระโปรงหน้า
  7. ระดับน้ำหล่อเย็น ควรจะมีอยู่ถึงระดับสูงสุดในถังพักสำรอง
  8. หม้อน้ำและท่อยาง ควรดูว่าด้านหน้าหม้อน้ำหมดจดไม่มีเศษวัสดุ หรือใบไม้ติดอยู่ ดูท่อยางว่ามีรอยแยกเปื่อย มีรอยฉีกขาดหรือหลวม
  9. สายพานขับต่างๆ ต้องไม่มีรอยแตก เลอะน้ำมันหล่อลื่น และความตึงสายพานอยู่ในค่ากำหนด
  10. แบตเตอรี่และสายไฟ ตรวจดูและเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับที่กำหนดดูเปลือกแบตเตอรี่ว่ามีร่องรอยเสียหายหรือไม่ ดูขั้วต่อและสายไฟว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่
  11. ระดับน้ำมันเบรคและคลัชท์ ตรวจดูว่าระดับน้ำมันเบรคและคลัทช์อยู่ในระดับที่ถูกต้อง
  12. ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ตรวจดูว่าท่อน้ำมันมีการรั่ว หลุดหรือไม่
แหล่งที่มา   เว็บไซต์โตโยต้านครปฐมกรุ๊ป

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

วิธีดูป้ายทะเบียนรถ..ปลอม/จริง

ของจริงของปลอม เขาดูกันอย่างไร

การตรวจสอบป้ายทะเบียนปลอมสังเกตได้ไม่ยากนัก ผู้ที่จะไปซื้อรถยนต์มือสอง รวมถึงตำรวจที่ต้องปฏิบัติงานเอกควรรู้ วิธีสังเกตป้ายทะเบียนอย่างคร่าวๆ คือ

1. มองป้ายให้ชัดเจน
ของจริงที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก จะมีตัวเลข 10 ตัว ยิงด้วยแสงเลเซอร์ติดอยู่ด้านหลังแผ่นป้ายทะเบียน

2. จะมีพรายน้ำหรือลายน้ำ
เป็นรูปสัญลักษณ์ของตราขนส่งทางบกอยู่ทั่วแผ่น ต้องมองทำมุมเฉียงหรือให้ต้องแสงแดด ของปลอมจะทำไม่ได้

3. อักษรคำว่า "ขส."
ปั๊มนูนติดอยู่ที่ป้ายทะเบียนจริง

4. ดูว่าเลขตัวถังของรถยนต์
ต้องตรงกับใบแจ้งเสียภาษีหรือป้ายวงกลมตัวเลขต้องตรงกัน

แหล่งที่มา   นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 5 เม.ย. 55 (122)

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปั๊มน้ำมันเติมเอง ถูกลงลิตรละ 30 สต.

"บางจาก" ลดต้นทุน "เด็กปั๊ม" ลูกค้าฮิต

เติมเอง - ประชาชนแห่ใช้บริการปั๊มน้ำมันเติมเองของบางจาก หลายแห่งย่านชานกรุงและปริมณฑล ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในยุคน้ำมันแพง เพราะสามารถลดต้นทุนค่าจ้างเด็กปั๊ม ทำให้ขายน้ำมันได้ถูกลงลิตรละ 30 ส.ต.

ประชาชนแห่เติมน้ำมันปั๊มบริการตัวเองแบบเมืองนอก ไม่มีเด็กปั๊ม ทางเลือกในยุควิกฤตน้ำมันแพง ชี้ราคาถูกกว่าลิตรละ 30 สตางค์ ลูกค้าติดใจ บอกวิธีเติมไม่ยุ่งยาก เชียร์ให้เปิดเพิ่มอีก "บางจาก" ระบุทั่วกทม.-ปริมณฑลมี 19 แห่ง แถมจังหวัดใหญ่ "ขอนแก่น-เชียงใหม่" ก็เปิดมานาน แต่ทำเฉพาะปั๊มเล็กเพื่อลดต้นทุน เผยใช้คู่กับบัตรแก๊สโซฮอล์คลับบางจาก ยิ่งได้ส่วนลดรวม 50 สตางค์

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางวิกฤตปัญหาน้ำมันแพงปรากฏว่าปั๊มน้ำมันที่ให้ลูกค้าบริการตัวเองกลายเป็นอีกทางเลือกของผู้ขับขี่ยานพาหนะ เนื่องจากราคาถูกกว่าปั๊มทั่วไปถึงลิตร 30 สตางค์ โดยปั๊มในลักษณะดังกล่าวกำลังได้รับความนิยม เริ่มผุดขึ้นและกระจายตามถนนสายสำคัญในย่านชุมชนหลายแห่ง

จากการตรวจสอบเส้นทางถนนบาง กรวย-ไทรน้อย จ.นนทบุรี พบปั๊มน้ำมันบางจาก ต.บางเลน อ.เมืองนนทบุรี มีประชาชนเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันไม่ขาดสาย โดยบริเวณหน้าปั๊มมีป้ายโฆษณาติดว่า "ปั๊มเติมเองถูกกว่า 30 สตางค์" ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการต้องปฏิบัติตามขั้นตอน เริ่มจากขับรถมาจอดตรงหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องการเติม จากนั้นดับเครื่อง เดินไปที่เคาน์เตอร์กลางปั๊ม แจ้งกับพนักงานว่าต้องการน้ำมันชนิดไหน ระบุจำนวนเงินพร้อมจ่ายเงิน จากนั้นเดินกลับมาที่หัวจ่ายน้ำมัน เปิดฝาถังแล้วนำหัวจ่ายใส่ในช่องเติมเชื้อเพลิง ปั๊มหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจะทำงานอัตโนมัติจนครบจำนวนเงิน

นางทาริกา เรืองทองรุ่ง อายุ 40 ปี ชาวนนทบุรี อาชีพผู้รับเหมา กล่าวว่า เป็นสิ่งดีในสภาวะน้ำมันแพง ช่วยให้เราประหยัดเงินได้ถึงลิตรละ 30 สตางค์ ยอมรับว่ามาครั้งแรกรู้สึกงงกับวิธีการเติมว่าต้องทำอย่างไร เริ่มต้นจากไหน แต่หากเติมเป็นแล้วขั้นตอนไม่ยุ่งยากเลย อยากให้มีปั๊มน้ำมันอย่างนี้อีกมากๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เติมน้ำมันราคาถูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ปั๊มน้ำมันทราบว่า มีลูกค้ามาเติมน้ำมันตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงน้ำมันแพงคนจะเข้ามาเติมกันมากขึ้น ลูกค้าบางรายแค่เห็นหน้าปั๊มเขียนว่าถูกกว่า 30 สตางค์ ก็เลี้ยวรถเข้ามาแม้จะเติมไม่เป็น คนในปั๊มก็ต้องสอนวิธีและขั้นตอนการเติมให้ ทั้งนี้จากการสอบถามบริษัทบางจากทราบว่า ปั๊มน้ำมันเติมเองนั้นเปิดให้บริการระยะหนึ่งแล้ว ในเขตกทม.และปริมณฑลมีทั้งสิ้น 19 ปั๊ม

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากปิโตรเลียม เผย บางจากเปิดบริการให้ผู้ใช้เติมน้ำมันเองมาหลายปีแล้ว เน้นไปที่ปั๊มขนาดเล็กเพราะมียอดขายน้อย วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนการบริการ และลดราคาลงมาเพื่อจูงใจผู้ใช้น้ำมัน ผู้ใช้บริการเติมน้ำมันเองจะได้รับส่วนลดลิตรละ 30 สตางค์ ทำให้มีผู้หันมาเติมน้ำมันวิธีนี้เพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าขาประจำ ลูกค้าบางจากที่มีบัตรแก๊สโซฮอล์คลับบางจาก ซึ่งได้รับส่วนลดอยู่แล้วอีก 20 สตางค์ต่อลิตร เมื่อใช้บริการตัวเองจะได้ลดอีก 30 สตางค์ รวมรับส่วนลดถึง 50 สตางค์ต่อลิตร

รณ์กล่าวว่า ปั๊มเติมน้ำมันเองในเขตกทม.มี 10 กว่าแห่ง ต่างจังหวัดก็มีตามเมืองใหญ่ๆ เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ สงขลา เราเน้นเฉพาะปั๊มขนาดเล็กที่มียอดขายน้อยเท่านั้น เพราะปกติแล้วคนไทยชอบให้มีเด็กปั๊มเติมมากกว่า ส่วนปั๊มขนาดใหญ่ที่มียอดขายเยอะจะไม่มีบริการประเภทนี้ เพราะไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม กำลังพิจารณาว่าถ้าปั๊มขนาดใหญ่ที่มียอดขายน้อย หรือสู้รายอื่นไม่ได้ อาจจะนำวิธีการเติมน้ำมันเองมาเสริม เพื่อจูงใจลูกค้าหรือส่งเสริมการขายในช่วงน้ำมันแพงก็ได้

"นโยบายนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จพอสมควร ทำให้ปั๊มขนาดเล็กที่สู้ปั๊มอื่นในบริเวณใกล้เคียงไม่ได้ เริ่มมียอดขายเพิ่มมากขึ้น และยังช่วยลดต้นทุนลงได้อีก ในกทม.ที่คนใช้บริการมากเป็นพิเศษและมียอดขายสูง คือบริเวณถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ใกล้ๆ ทางเข้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ แต่ละปีมีหลายปั๊มน้ำมันมาขอปรับเปลี่ยนการให้บริการเป็นเติมเองมากขึ้น ทำให้ยอดขายน้ำมันโดยรวมของบางจากโตขึ้นมาก" นายอนุสรณ์กล่าว

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กำลังให้เจ้าหน้าที่ศึกษาการให้บริการเติมน้ำมันเอง เนื่องจากการขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ทำให้ผู้ค้าปลีกน้ำมันเริ่มประสบปัญหามีต้นทุนบริการสูงขึ้น เรื่องนี้บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด เคยทำมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จนัก เนื่องจากยังลดต้นทุนได้ไม่มาก ไม่คุ้มค่าที่จะเปิดให้บริการแบบนี้อย่างเต็มตัว

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ข่าวสดรายวัน วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7788

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ประกาศ 10 จุดจ่ายค่าปรับฝ่าไฟแดงทั่วกรุง

กองบังคับการตำรวจจราจร ประกาศ 10 จุดจ่ายค่าปรับตามโครงการ Red Light Camera ทุกวันและเวลาราชการ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.)  ได้ประกาศ 10 จุดที่ประชาชนสามารถชำระค่าปรับตามโครงการ ระบบตรวจจับรถยนต์ฝ่าฝืนไฟจราจร หรือ Red Light Camera ดังนี้

1. กรมการขนส่งทางบก สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2 ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02-2785179

2. สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1 (หัวกระบือ) ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-4164441

3. ย่านสวนผัก ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-4334776

4. ย่านพระโขนง ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-3115437

5. อาคาร บังคับการตำรวจจราจรใหม่ (บก.02) ถ.กำแพงเพชร 2 หลังภูธรภาค 1 ใกล้วัดเสมียนนารี เลขที่ 123 หมู่ 2 ถ.วิภาวดี แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-3115437

6. อาคาร บังคับการตำรวจจราจร เก่า (ตรวจพิสูจน์) งาน 5 กองกำกับการที่ 1 (ตรงข้ามดิโอลด์สยาม) ถ.ตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-2228113

7. อาคารทางด่วน 2 (ควันดำ) งาน 2 กองกำกับการ 2 (ก่อนขึ้นทางด่วนพระราม 9) ถ.อโศกดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-2486891-5

8. สน.คู่ขนานลอยฟ้า (ตลิ่งชัน) งาน 3 กองกำกับการ 1 ถ.บรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ แขวงทวีวัฒนา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-4483084

9. ตู้ใต้ทางด่วนพระราม4 (ตรวจใต้) งาน 2 กองกำกับการ 1 (ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้น ด่วนพระราม4 -2) ถ.พระราม4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์. 02-2521321

10. ตู้กำแพงเพชร (ตรวจเหนือ) งาน 1 กองกำกับการ 1 (ตรงข้ามขนส่งหมอชิต) ถ.กำแพงเพชร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์.  02-5379028

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดต่อไปตามที่อยู่ดังกล่าว และขอจ่ายค่าปรับได้ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ทุกวันจันทร์ - ศุกร์

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทำลายสถิติ!! ทะเบียน ญญ 9999 ถูกประมูล 11 ล้านบาท

กรมการขนส่งทางบก ได้จัดการประมูลป้ายทะเบียนรถยนต์ ครั้งที่ 4/111 หมวดอักษร ญญ กรุงเทพมหานคร วันที่ 11 – 12 กุมภาพันธ์ 2555

ทั้งนี้รายได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ตามโครงการ สร้างนักขับรถมืออาชีพ ซึ่งในการประมูลครั้งนี้ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 144,757,000 บาท

โดยหมายเลขทะเบียนที่ถูกประมูลไปราคาสูงที่สุดคือ ญญ 9999 กรุงเทพมหานคร ถูกประมูลไปด้วยราคา 11,000,000 บาท ทำให้เป็นสถิติใหม่ ที่เดิมนั้น ทะเบียน สส9999 กรุงเทพมหานคร เคยถูกประมูลไปในราคา 8,111,111 บาท

ส่วนทะเบียนอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจ และถูกประมูลไปในราคาสูง อาทิ
 - ทะเบียน ญญ 1 กรุงเทพมหานคร ถูกประมูลในราคา 8,500,000 บาท
 - ทะเบียน ญญ 8888 กรุงเทพมหานคร ถูกประมูลในราคา 7,000,000 บาท
 - ทะเบียน ญญ 9999 กรุงเทพมหานคร ถูกประมูลในราคา 5,000,000 บาท

แหล่งที่มา  เว็บไซต์ MTHAI

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...