แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรากฎการณ์ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปรากฎการณ์ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

"ถุงมืออัจฉริยะ" ฝึกตีเทนนิสดั่งโปร


นักศึกษาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ในอังกฤษคิดค้นถุงมือเจ๋งช่วยฝึกตีเทนนิสได้ราวกับมืออาชีพ

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่รักการเล่นกีฬา โดยเฉพาะนักหวดลูกสักหลาดมือสมัครเล่นทั้งหลาย เพราะต่อจากนี้ไปเราไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋าจ้างโค้ชมาฝึกสอน แต่ก็สามารถตีลูกได้อย่างแม่นยำเหมือนกับนักเทนนิสชื่อดังได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ใส่ “ถุงมือ” สุดล้ำที่มีชื่อว่า “โกสท์” เท่านั้น!

คุณสมบัติของเจ้าถุงมือ ซึ่งเป็นไอเดียของ “เบเนดิกส์ คอปปิง” ประจำวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการแพทย์ดิอิมพีเรียลของอังกฤษ ก็เด่นสมชื่อ

เหตุเพราะเมื่อสวมใส่แล้วถุงมือซึ่งติดตั้งระบบเซ็นเซอร์รอบถุงมือไปจนถึงข้อศอก จะส่งแรงสั่นสะเทือนและมีไฟแอลอีดีสว่างขึ้นมา เตือนให้รู้ว่ารูปแบบการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อและท่าหวดวงสวิงของเรานั้นถูกต้องตามรูปแบบเดียวกับโปรเทนนิสชื่อดังหรือไม่นั่นเอง

เรียกได้ว่า ราวกับว่ามี “ผี” ของโปรเทนนิสชื่อดังมาสิงเพื่อให้เราเคลื่อนไหวตามอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดรูปแบบการเล่นของนักเทนนิสคนใดก็ได้ ตั้งแต่ แอนดี เมอร์เรย์ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ไปจนถึง เซเรนา วิลเลียมส์ ทีเดียว

ไม่เพียงแต่เทนนิสเท่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดเพื่อฝึกซ้อมกีฬาชนิดอื่นๆ ซึ่งหมายรวมถึงการฝึกวงสวิงเลียนแบบของ ไทเกอร์ วูดส์ ยอดโปรกอล์ฟมือหนึ่งของโลกอีกด้วย

“ถุงมือนี้ทำให้เราสามารถฝึกซ้อมด้วยการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของนักกีฬามืออาชีพในทุกประเภทกีฬาได้อย่างง่ายดาย” คอปปิง กล่าว

สำหรับใครที่อยากได้ คงต้องอดใจรอสักนิด เพราะอยู่ในระหว่างการทดสอบเท่านั้น แต่เชื่อได้ว่าหากพร้อมวางออกขายเมื่อไร มีหวังมีนักกีฬามือโปรเกลื่อนเมืองเป็นแน่

วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นาฬิกาตั้งโต๊ะสุดเจ๋งที่ใช้พลังงาน


Bedol Water Powered Clocks นาฬิกาตั้งโต๊ะสุดเจ๋งที่ใช้พลังงานน้ำ

เพียงแค่เติมน้ำลงไปก็จะสามารถใช้งานได้ ไม่ใช้แบตเตอรี่ หน้าจอแสดงผลแบบ LCD พร้อมกับปุ่มตั้งค่าต่างๆ แสดงเวลาได้ทั้งแบบ 12 ชั่วโมงและ 24 ชั่วโมง ทำงานได้นานถึง 6 เดือนโดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำ

โดยตัวเลขบนหน้าจอจะจางลงเมื่อใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนน้ำ แต่ไม่ต้องกลัวว่าเมื่อน้ำหมดจะต้องกลับมาตั้งเวลาใหม่ เพราะมีชิปเก็บข้อมูลเพื่อไม่ให้เวลาคาดเคลื่อนในขณะที่กำลังเปลี่ยนน้ำ สนใจสั่งซื้อได้ที่
vat19.com และ bedolwhatsnext.com ราคาอยู่ระหว่าง $19 – $35 หรือประมาณ 600-1,000 บาท เวลาเป็นของมีค่า ฉะนั้นแล้วอย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เลยนะ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ Face book : Me by TMB

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เครื่องนับธนบัตรแบบพกพา


ใครอยากลองนับเงินล้านดูบ้าง

ถ้าไม่มีเครื่องนับเงินอัตโนมัติแบบธนาคารก็คงต้องใช้มือนั่งนับกันจนเหงื่อตก


แต่ถ้ามีเจ้าอุปกรณ์ที่เห็นในภาพนี้มาช่วยก็ไม่ยากแล้วล่ะ เพราะนี่คือ เครื่องนับธนบัตรแบบพกพาที่สะดวกกะทัดรัด ออกแบบให้เป็นวงแหวน หรือแหวนนับธนบัตรสวมที่นิ้ว (Counting Ring) มีจอ LED ขนาดจิ๋ว

และใช้วิธีนับโดยการกรีดธนบัตรเร็วๆ เหมือนพลิกหนังสือ ที่ตัวแหวนจะมีแสงอินฟราเรดสแกนจำนวนธนบัตรเพื่อบอกจำนวนได้ คอยดูกันว่า ต่อไปแนวคิดนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่ ว่าแต่เมื่อไหร่จะมีเงินเป็นล้านให้นั่งนับบ้างล่ะเนี่ย คงต้องรีบออมเงินในบัญชีให้มากขึ้นแล้วล่ะ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ Facebook : ME by TMB

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

“นาซา” พบกาแล็กซีใหม่สร้างดาวได้มากกว่าทางช้างเผือก


นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ค้นพบกาแล็กซีใหม่ ที่สามารถให้กำเนิดดวงดาวได้มากกว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกที่มีระบบสุริยะของเราอยู่

วันที่ 16 ส.ค. 2555 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า นักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ค้นพบกาแล็กซีใหม่ที่สามารถให้กำเนิดดวงดาว ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ได้มากกว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกที่มีระบบสุริยะของเราอยู่ สร้างดวงดาวภายใน 1 ปี

แถลงการณ์ของนาซาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า นักดาราศาสตร์ของนาซาใช้กล้องโทรทรรศน์จันทรา เฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของกาแล็กซีดังกล่าว ที่สามารถสร้างดวงดาวได้มากถึงปีละ 740 ดวง  ขณะที่กาแล็กซีทางช้างเผือกสามารถสร้างดวงดาวใหม่ได้เพียงปีละ 1 ดวงเท่านั้น

ทั้งนี้ กาแล็กซีนี้อยู่ห่างจากกาแล็กซีทางช้างเผือกราว 5.7 ล้านปีแสง และอยู่ท่ามกลางกลุ่มกาแล็กซีที่ให้รังสีเอ็กซ์-เรย์ได้สว่างที่สุด เท่าที่นักดาราศาสตร์เคยพบมาเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นายไมเคิล แม็กโดนัลด์ นักดาราศาสตร์ของสถาบันเทคโนโลยีแมตซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) กล่าวว่า กาแล็กซีลึกลับนี้ น่าจะมีอายุราว 6 พันล้านปี และหากว่ากันตามทฤษฎี เป็นการยากที่กาแล็กซีลักษณะนี้จะให้กำเนิดดวงดาวได้มากขนาดนี้

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชมปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน เช้ามืด15 ส.ค. 2555 นี้


รอง ผอ.สถาบันดาราศาสตร์ เผย เตรียมชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ดาวเคียงเดือน ในช่วงเช้ามืด 15 สิงหาคม 2555 นี้

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า ในเดือนสิงหาคม จะมีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนที่น่าติดตาม โดยในช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เวลาประมาณ 04.00 น. ดาวศุกร์จะปรากฏเคียงข้างดวงจันทร์เสี้ยว 12 ค่ำ ทางใต้ของดวงจันทร์ประมาณ 0.56 องศา ทั้งนี้ หากสภาพท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆ จะสามารถมองเห็นความสวยงามของดาวเคียงเดือนด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน เนื่องจากดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดี นับเป็นดาวเคราะห์สองดวงที่มีความสว่างเป็นอันดับ 1 และ 2 บนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก นอกจากนี้ ในช่วงค่ำหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ในวันที่ 22 สิงหาคม ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวสไปก้า (Spica) จะมาชุมนุมกันเคียงดวงจันทร์ข้างขึ้น 5 ค่ำ ที่ปรากฏเป็นเสี้ยวบาง ๆ บนท้องฟ้าทางทิศตะวันตก ดาวเคราะห์ทั้งสามดวงมีความสว่างพอกัน แต่มีสีที่ปรากฏต่างกัน จะเห็นดาวเสาร์เป็นสีเหลือง ดาวอังคารเป็นสีส้ม และดาวสไปก้าเป็นสีขาว สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ

ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดาวเคียงเดือนและดาวเคราะห์ชุมนุมนี้ เป็นเพียงมุมปรากฏบนท้องฟ้า ซึ่งดาวเคราะห์แต่ละดวงจะกระจายอยู่ตามวงโคจรของดาวดวงนั้น ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่เหตุการณ์ดาวเคียงเดือนและดาวเคราะห์ชุมนุมนี้ ถือเป็นเรื่องปกติในทางดาราศาสตร์

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชวนชม ดาวเคียงเดือน - ฝนดาวตก 12 ส.ค. 55


สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนชมดาวเคียงเดือน - ฝนดาวตก คืนวันที่ 12 สิงหาคม 2555 นี้

วันนี้ (8 สิงหาคม 2555) ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า ในวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี จะมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจชวนติดตามเป็นประจำ โดยช่วงเช้าวันที่ 12 สิงหาคมปีนี้ จะมีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ซึ่งดาวพฤหัสบดี จะเคียงข้างดวงจันทร์อยู่ทางเหนือของดวงจันทร์ ประมาณ 0.11 องศา นอกจากนี้ ในคืนเดียวกัน ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนของวันที่ 12 สิงหาคม ถึงรุ่งเช้าวันที่ 13 สิงหาคม ยังมีปรากฏการณ์ ฝนดาวตกเปอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor shower) ในคืนดังกล่าวด้วย หากท้องฟ้าเปิดจะสามารถสังเกตฝนดาวตกเปอร์เซอิดส์ ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีแสงจันทร์รบกวน

ทั้งนี้ ฝนดาวตกในคืนวันแม่ จะมีจุดศูนย์กลางการกระจายอยู่ทางทิศเหนือ บริเวณกลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia) และกลุ่มดาวเปอร์เซอิดส์ ฝนดาวตกเปอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสอง รองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ และในปีนี้คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณฝนดาวตกมากกว่า 100 ดวงต่อชั่วโมง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนฟากฟ้าในคืนวันแม่ ถือเป็นโอกาสดีที่แม่ลูกจะได้ชมความงดงามเหนือฟากฟ้าด้วยความอบอุ่น

อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนสิงหาคม 2555 นี้ พบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นช่วงกลางฤดูฝน ทำให้สภาพท้องฟ้าไม่เอื้ออำนวยต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์มากนัก แต่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่เป็นช่วงฝนค่อนข้างน้อย จะมีโอกาสชื่นชมความสวยงามของท้องฟ้าในคืนวันแม่ ได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ยานนาซาสำรวจดาวอังคารลงจอด 6 ส.ค. 55


นาซาถ่ายทอดสด คิวริออสซิที ยานหุ่นยนต์ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารไขปริศนา มีสิ่งชีวิตหรือไม่

ภาพ/องค์การนาซา
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า "คิวริออสซิที" ยานหุ่นยนต์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) เตรียมลงจอดพื้นผิวดางอังคาร และส่งสัญญาณกลับมายังโลกในช่วงเที่ยงวันนี้ (6 สิงหาคม 2555) โดยมีภารกิจสำคัญคือการค้นหาว่า ดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตหรือไม่

ยานสำรวจดาวอังคารลำดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 80,000 ล้านบาท) ถือเป็นยานหุ่นยนต์สำรวจเทคโนโลยีล้ำยุคที่สุดเท่าที่นาซาเคยสร้าง หลังออกเดินทางสู่อวกาศเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนเมื่อปี 2554 ที่แล้ว โดยใช้เวลาในการเดินทางนานเกือบ 9 เดือน

นาซาเตรียมถ่ายทอดการสัมผัสพื้นผิวดาวอังคารครั้งประวัติศาสตร์ของยาน คิวริออสซิที ผ่านจอโทรทัศน์ขนาดยักษ์ ที่ติดตั้งอยู่กลางจัตุรัสไทม์ส สแควร์ ในนครนิวยอร์ก เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสร่วมเป็นสักขีพยาน

อย่างไรก็ตาม ผู้ชมจะไม่สามารถเห็นภาพการลงจอดในช่วงเวลาจริง เนื่องจากยานจะส่งภาพสดไปยังห้องควบคุมของนาซา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่นาซาจะเป็นผู้ส่งภาพการลงจอดกลับไปถ่ายทอดบนจอโทรทัศน์

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 06 สิงหาคม 2555 เวลา 08:47 น. 

"แตงโมไร้เมล็ด" ผลไม้ไฮเทค


มนุษย์อนาคตจะต้องพึ่งพาอาศัยวิทยาการการเกษตรที่ไฮเทคมาก เพราะอีก 50 ปีข้างหน้าจำนวนประชากรของโลกจะมีถึงหนึ่งหมื่นล้านคน ปัญหาการผลิตอาหารให้เพียงพอสำหรับคนจำนวนมหาศาลนั้นได้ผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์คิดหาพืชและสัตว์ที่ให้ผลิตผลสูงและมีคุณภาพมาก เช่น มีนักวิทยาศาสตร์บางคนกำลังค้นหายาฉีดภูมิคุ้มกันให้ต้นไม้เจริญเติบโตโดย ไม่ถูกแมลงรบกวนหรือกัดกิน นักชีววิทยาบางคนกำลังหาวิธีทำให้ผลไม้ มีชีวิตยืนนานโดยไม่เน่าสลายในเวลารวดเร็ว บางคนกำลังคิดหาวิธีทำต้นกาแฟที่ไร้กาเฟอีน เป็นต้น

ในสมัยโบราณเวลาเกษตรกรต้องการพืชที่มีคุณสมบัติเช่นไร เขาจะนำพืชที่มีคุณสมบัติที่เขาประสงค์มาผสมพันธุ์กัน สมบัติที่เด่นของพืชเก่า จะถ่ายทอดสืบต่อไปเป็นสมบัติของพืชใหม่ ข้อจำกัดด้านคุณภาพของการ สร้างพืชโดยวิธีนี้คือคุณสมบัติของพืชที่เราต้องการนั้นจะต้องใช้พืชพันธุ์เดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ในอดีตเราจึงไม่สามารถผสมพันธุ์ข้าวโพดกับถั่ว หรือขนุนกับมะขามได้เลย

แต่ในยุคปัจจุบัน วิทยาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพได้ก้าวหน้าไปมาก นักวิทยาศาสตร์สามารถตัดต่อยีน (gene) จากสิ่งมีชีวิตหนึ่งแล้วนำไปใส่ลงในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง ทำให้เราได้พืชพันธุ์ใหม่และสัตว์พันธุ์แปลกที่เราๆ ไม่เคยคาดฝันว่าจะมี เช่นเราสามารถถ่ายยีน ของจุลินทรีย์ลงในยีนของพืชและยีนของกุ้งสามารถรับยีนของหอยเม่นได้ เป็นต้น

นับตั้งแต่ G. J. Mendel ได้พบกฎทางพันธุกรรมเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ผลการค้นพบของ Mendel สร้างความหลากหลาย ทางชีวภาพในปัจจุบันมากมาย

เช่นเมื่อเร็วๆ นี้ D. Gray นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Florida ในประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศว่าเขาได้พัฒนา วิธีปลูกแตงโมที่ไร้เมล็ดได้สำเร็จแล้ว แตงโมไร้เมล็ดที่ว่านี้มีคุณค่าสูงกว่าแตงโมมีเมล็ดมาก เพราะนอกจากจะมีชีวิตที่ยืนนานกว่า ติดผลมากกว่าแล้ว ยังสะดวกต่อการบริโภคดีกว่าอีกด้วย

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ชี้ให้เห็นชัดว่าแตงโม (Citrullis vulgaris) เป็นผลไม้ที่มนุษย์รู้จักมานานแสนนาน ภาพวาดที่ปรากฎตามผนังพีระมิดแสดงให้เห็นว่า ชาวอียิปต์โบราณรู้จักปลูกแตงโมมาตั้งแต่สมัยฟาโรห์ คำว่า "แตงโม" ในภาษาอารบิก สันกฤต และสเปน มิได้มีรากศัพท์เดียวกันเลย ความจริงข้อนี้สื่อให้เราเห็นว่า แตงโมเป็นพืชที่แพร่หลาย และมีคนนิยมปลูกมากมายทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

แตงโมธรรมชาติมีขนาด รูปร่าง เนื้อ และสีต่างๆ กัน เนื้อแตงโมมีทั้งสีเหลือง แดง น้ำตาล ชมพู และดำ ในพื้นที่บางแห่งของแอฟริกาที่แห้งแล้ง นักท่องทะเลทรายมักจะนำแตงโมติดตัว ชาวรัสเซียนิยมดื่มเบียร์แตงโม คนอิรักบริโภคแตงโมเป็นอาหารหลัก คนเกาหลี ญี่ปุ่นนิยมดองเปลือกแตงโม และใช้เมล็ดแตงโมเป็นอาหารขบเคี้ยว

ปัจจุบันนี้เรามีองุ่นไร้เมล็ด คงอีกไม่นานเราก็จะมีแตงโมไร้เมล็ดกินกันมาก ดังนั้นคนที่นิยมเม็ดกวยจี้ คงต้องเตรียมหันไปนิยมพืชชนิดอื่นแทน

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ THAIZA ที่มา http://www.vcharkarn.com/varticle/44009

วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นาซา ถ่ายสดภาพยานลงจอดดาวอังคารผ่านไทม์สแควร์


เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 องค์การบริหารการบิน และอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือนาซา (NASA) เปิดเผยว่า ยานคูริโอซิตี้ ซึ่งเป็นยานสำรวจดาวอังคารไร้คนขับรุ่นล่าสุดของนาซา มูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 75,000 ล้านบาท) ปรับวิถีนำร่องเพื่อเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเดินทางสู่ดาวอังคารแล้ว หลังใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่งเดินทางจากโลก โดยจะมีการถ่ายทอดบนจอยักษ์ในบริเวณจัตุรัสไทม์สแควร์ ของนครนิวยอร์กในวันที่ 6 สิงหาคม 2555 นี้ เวลา 01.31 น.ตามเวลาท้องถิ่น (หรือประมาณ 12.31 น. ตามเวลาในไทย ของวันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2555)

รายงานระบุว่า ยานคูริโอซิตี้ จะส่งยานลูกขนาดเท่ารถยนต์ลงสำรวจพื้นผิวดาวอังคารในภารกิจที่กินเวลา 2 ปี เพื่อวิเคราะห์ลักษณะภูมิประเทศ และหาสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร อย่างไรก็ตาม ผู้ชมจอยักษ์ที่จัตุรัสไทม์สแควร์ จะไม่สามารถได้เห็นคลิปวิดีโอการลงจอดในช่วงเวลาจริง แต่ภาพสด ๆ เหล่านี้จะถูกส่งไปยังห้องควบคุมของหอปฏิบัติการเจ็ท โพรพัลชั่น ของนาซา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้น ภาพการลงจอดจะถูกนำไปถ่ายทอดบนจอยักษ์โตชิบา

โดย นายจอห์น กรันส์เฟลด์ เจ้าหน้าที่ของนาซา บอกว่า ในเมืองที่ไม่เคยหลับอย่างนครนิวยอร์ก จัตุรัสไทม์สแควร์ จะทำให้ชาวนิวยอร์กได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงจอดครั้งประวัติศาสตร์บนดาวอังคารของยานคูริโอซิตี้

อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซากังวลเช่นกันว่า ยานคูริโอซิตี้จะลงจอดและปฏิบัติการได้อย่างเรียบร้อยหรือไม่ เนื่องจากยานลำนี้มีขนาดใหญ่มากกว่ายานลำอื่น ๆ ที่นาซาเคยส่งไปสำรวจดาวอังคารประมาณ 4-5 เท่า ประกอบกับชั้นบรรยากาศของดาวอังคารที่เบาบางกว่าโลกถึง 100 เท่า จึงยากที่จะบังคับให้ยานลดความเร็วเพื่อลงจอดอย่างปลอดภัยได้

โดยที่ผ่านมา ยานสำรวจดาวอังคารอาศัยร่มชูชีพเป็นเครื่องช่วยต้านความเร็วขณะลงจอดเป็นหลัก แต่สำหรับยานคูริโอซิตี้ ซึ่งมีขนาดใหญ่ ทีมวิศวกรออกแบบให้มี "สกายเครน" หรือยานอีกลำหนึ่งประกบด้านบน ซึ่งสกายเครนจะยิงจรวดเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง ให้ยานคูริโอซิตี้ลงจอดด้วยความเร็วเพียง 2-3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อถึงพื้นผิวดาวอังคาร สกายเครนจะตัดสายเคเบิลออกจากยานคูริโอซิตี้ และจะบินออกไปตกที่อื่น จากนั้นยานคูริโอซิตี้จะเริ่มการสำรวจดาวอังคารเพื่อหาร่องรอยสิ่งมีชีวิตและเก็บข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับดาวอังคาร

ทั้งนี้ เนื่องจากดาวอังคารอยู่ห่างจากโลกมาก สัญญาณจากยานคูริโอซิตี้จะใช้เวลา 7 นาทีกว่าจะมาถึงฐานควบคุมของนาซาบนโลก ดังนั้น นาซาจะไม่ทราบว่ายานลำนี้ลงจอดสำเร็จหรือล้มเหลวจนกระทั่งพ้น 7 นาทีนี้ไปแล้วนั่นเอง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก slashgear.com

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เครื่องซักผ้าประหยัดไฟ ใช้พลังงานถีบ


นวัตกรรมเครื่องซักผ้าในปัจจุบันเรียกได้ว่าก้าวหน้าไปมากทีเดียว เพราะนอกจากจะสามารถประหยัดไฟได้แล้ว ยังสามารถประหยัดน้ำได้ด้วยเช่นกัน แต่ราคาก็ยังแพงแสนแพงอยู่ดี ชาวบ้านระดับรากหญ้าก็คงจะไม่สามารถหาซื้อเครื่องซักผ้ายี่ห้อดีๆ มาใช้อย่างแน่นอน และต้องทนนั่งหลังขดหลังแข็งซักผ้ากันต่อไป


อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็มีผู้ที่ปิ๊งไอเดียผลิตเครื่องซักผ้าพลังงานถีบ เพื่อตอบโจทย์ให้กับชาวบ้านผู้ที่มีรายได้น้อย เพราะนอกจากจะประหยัดพลังงานและราคาถูกแล้ว ยังสะดวกสบายไม่ต้องซักมือให้เสียเวลาอีกด้วย โดยเครื่องซักผ้าตัวนี้เรียกว่า "GiraDora" สร้างสรรค์โดย อเล็กซ์ คาบูน็อค และ จี อา โหยว นักศึกษาจาก Art Center College of Design ซึ่งได้มีโอกาสบินจากลอสแองเจลิสไปสำรวจชาวสลัมที่ชนบทแห่งหนึ่งในเมืองลิมา ประเทศเปรู


โดยพวกเขาได้ออกแบบคิดค้นเครื่องซักผ้าราคาประหยัดสำหรับชาวบ้าน โดยใช้ถังทรงกระบอกใบหนึ่ง บรรจุถังปั่นลงไป พร้อมกับคันโยกที่เท้า ซึ่งเมื่อใช้เท้าปั่น ตัวถังก็จะหมุนได้อย่างเครื่องซักผ้าที่สามารถซักเสื้อผ้าได้สะอาด รวดเร็ว และที่สำคัญบนถังซักยังมีฝาปิดซึ่งทำเป็นเบาะรองนั่ง สำหรับนั่งปั่นซักผ้าอย่างสบายไม่ปวดเมื่อยอีกด้วย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก fastcodesign.com

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Snail...อ่านภาษาเบรลล์


จิ๋วแต่แจ๋ว! กับอุปกรณ์ที่ชื่อว่า “Snail” จากไอเดียของ Wonkook Lee เป็นเครื่องอ่านภาษาเบรลล์ที่มีรูปทรงกะทัดรัด


วิธีใช้ก็แสนจะง่ายดาย แค่กดปุ่ม Record แล้วออกแรงกดให้มันกลิ้งไปต​ามแถบอักษรเบรลล์ เซ็นเซอร์ภายในตัวเครื่อง จะ​ทำหน้าที่แปลอักษรและออกเสี​ยงผ่านทางลำโพง

ถ้าผลิตออกมาขายจริง คงทำให้ผู้พิการทางสายตามีชีวิตที่สะดวกขึ้นอีกเยอะเลย​ทีเดียว

แหล่งที่มา  เว็บไซต์ Face book : ME by TMB cr.Yanko Design

เสื้อยืด...วาดลวดลายได้


ThinkGeek กับไอเดียสุดเก๋ ด้วยการผลิตเสื้อยืดที่ผู้ส​วมใส่สามารถวาดลวดลายได้ด้ว​ยตนเอง


เมื่อคุณซื้อเสื้อก็จะมีปาก​กา UV laser แถมมาเพื่อให้คุณวาดลวดลายไ​ด้ตามใจปรารถนา โดยลายจะจางหายไปเองในช่วงเ​วลาหนึ่ง ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนลวดลา​ยของเสื้อได้ไม่ซ้ำ และลวดลายนี้ยังสามารถเรือง​แสงในที่มืดอีกด้วย แถมยังซักด้วยเครื่องซักผ้า​ได้อีกด้วยนะ สนนราคาไม่หนักไม่เบา อยู่ที่ 24.99 เหรียญสหรัฐ ถือว่าค่อนข้งแพงเลยทีเดียว​

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ Face book : ME by TMB

วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Smart Trashbox ถังขยะสุดฉลาด รับขยะได้เอง


ถังขยะใบนี้มีชื่อว่า สมาร์ท แทรชบ็อก (Smart Trashbox) หรือเรียกแบบไทยๆ ว่า "ถังขยะอัจฉริยะ" ผลิตโดยนักประดิษฐ์นิรนามชาวญี่ปุ่น ใช้ชื่อตัวเองว่า เอฟอาร์พี (FRP) พร้อมทั้งบันทึกวีดีโอด้วยตัวเอง โดยแสดงให้เห็นถึงการเริ่มประดิษฐ์ถังขยะใบนี้ ตั้งแต่การออกแบบ เซ็ตแผงวงจร หาค่าจุดตกและการควบคุมถังขยะให้ไปรับเศษกระดาษในจุดที่ดีที่สุด




สำหรับการทำให้ถังขยะเคลื่อนที่ได้นั้น การทำงานหลักประกอบไปด้วยล้อเคลื่อนที่ 3 ตัว แผงวงจรมอเตอร์และสายพาน เมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้วก็นำไปใส่ไว้ด้านล่างของถังขยะซึ่งทำให้เคลื่อนไหวได้ โดยใช้พลังงานจากถ่านไฟฉาย 4 ก้อน ส่วนด้านบนของกลไกนั้นจะมีตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุ ทำให้สามารถรู้ทิศทางของขยะว่าจะลอยไปทางไหน เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้วก็สามารถทำให้ถังวิ่งเข้าหาเศษขยะได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วเมื่อรับขยะได้แล้วถังก็จะหยุดนิ่งเหมือนถังขยะทั่วไปเช่นเดิม


จากคลิปการทดลองทำให้เห็นได้ว่า ถังขยะใบนี้สามารถรับขยะหลายรูปแบบเช่น เศษกระดาษ กระป๋องเบียร์ ลูกบอล และตุ๊กตา ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามในตอนนี้ คุณเอฟอาร์พียังต้องการพัฒนาให้ถังขยะสามารถรับขยะได้ในอาณาเขตที่ไกลกว่าเดิม เช่นนั้นแล้วเราขออวยพรให้คุณสร้างให้สมบูรณ์แล้วผลิตออกมามากๆ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเดินไปทิ้งขยะที่ถังโดยตรง สะดวกดี ฮ่าฮ่า


วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โครงการ"อวตาร"ฝากสมองในร่างหุ่นยนต์

นักธุรกิจชาวรัสเซียผุดโครงการอวตารปลูกถ่ายสมองมนุษย์ลงในหุ่นยนต์ หวังรักษาความคิด-จิตใจให้เป็นอมตะ

ชีวิตที่เป็นอมตะจะไม่ได้อยู่แต่ในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป เมื่อนักธุรกิจหนุ่มชาวรัสเซีย ดิมิทรี อิทส์คอฟ บรรเจิดไอเดียวิทยาศาสตร์ล้ำยุคที่ปรากฏอยู่แต่ในหน้าหนังสือเพื่อเนรมิตให้กลายเป็นจริง ด้วยการผุดโครงการปลูกถ่ายสมองของมนุษย์มาเก็บรักษาไว้ในร่างของหุ่นยนต์ 3 มิติ เพื่อรักษาความคิดจิตใจให้เป็นอมตะตลอดกาลหลังจากที่ร่างกายจากโลกนี้ไป

งานวิจัยดังกล่าวมีชื่อว่า “อวตาร” บริหารงานโดยอิทส์คอฟนักธุรกิจหนุ่มวัย 31 ปี เจ้าของบริษัทสื่อ New Media Stars ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งแปลกใหม่สะท้านวงการวิทยาศาสตร์ในการพลิกชีวิตมนุษย์สู่ความเป็นอมตะ ไม่ใช่ในอนาคตอันแสนไกล เพราะเป้าหมายของเขาคือการปลูกถ่ายสมองของมนุษย์ไปฝากไว้ในร่างของหุ่นยนต์ให้สำเร็จภายใน 10 ปีข้างหน้า

อิทส์คอฟระดมทีมนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำว่า 30 คน พร้อมร่อนจดหมายขอเงินสนับสนุนจากมหาเศรษฐีกระเป๋าหนัก โดยนำเสนอ “ชีวิตอมตะ” เข้าแลกโครงการนี้ อิทส์คอฟจะเป็นผู้ควบคุมดูแลทั้งหมด

ลูกค้าเป้าหมายกลุ่มแรกของเขาคือ บรรดามหาเศรษฐีระดับโลกที่มีรายชื่ออยู่ในนิตยสารฟอร์บส์ เนื้อความในจดหมายของอิทส์คอฟระบุว่า ทีมงาน 2045 ของเขากำลังดำเนินโครงการสร้างศูนย์วิจัยระหว่างประเทศ และท่านก็มีศักยภาพด้านกำลังทรัพย์เพื่อขยายชีวิตสู่ความเป็นอมตะ ท่านมีอำนาจที่จะทำให้เป้าหมายนี้กลายเป็นจริงในช่วงเวลาที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

โครงการดังกล่าวจะเริ่มต้นจากการเปิดสำนักงานในซาน ฟรานซิสโก ในฤดูร้อนนี้ พร้อมอาศัยโซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงกับนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก เพื่อกำหนดโครงสร้างของหุ่นยนต์ให้เลียนแบบระบบการทำงานของสมองและสติสัมปชัญญะของสิ่งมีชีวิต กล่าวคือ เป็นขั้นตอนของการวางโมเดล “ร่างสังเคราะห์” ไว้รองรับการปลูกถ่ายความคิดจิตใจ ซึ่งเขาวางแผนไว้ว่าจะใช้เวลา 10 ปี จะสามารถทำการปลูกถ่ายความคิดจิตใจของมนุษย์สู่ร่างของหุ่นยนต์ได้เป็นผลสำเร็จ

จากนั้นจะเป็นขั้นตอนต่อไปคือ การลงมือสร้างร่างกายเทียมตามโมเดลที่วางไว้และติดตั้งเครื่องมือสื่อสารระหว่างสมองกับเครื่องจักร เพื่อที่จะสามารถควบคุมพร้อมกับเปิดการทำงานระบบรักษาสมอง ด้วยเหตุนี้ สมองจะยังไม่ตายแม้จะอยู่นอกร่างกายและจะถูกฝากเก็บไว้ในร่างของหุ่นยนต์
หลังจากที่สร้างร่างกายเทียมขึ้นมาแล้ว จะมาถึงขั้นตอนสังเคราะห์สมอง ซึ่งก็คือระบบคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับ “ดาวน์โหลด” ความคิดอ่านจากสมองของมนุษย์จริงๆ เข้ามาบรรจุไว้

และก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คือการนำความคิดความอ่านของมนุษย์ที่ได้รับการดาวน์โหลดมาแล้วนั้นจัดการอัพโหลดเข้าไปในร่างกายสังเคราะห์ในรูปแบบ 3 มิติ เป็นอันเสร็จพิธี

อิทส์คอฟอธิบายว่า จริงๆ แล้วก็คือการ “อัพโหลด” สิ่งที่บรรจุอยู่ในสมองของมนุษย์โดยไม่ต้องผ่าตัดมาเลี้ยงให้ยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปตลอดกาลในร่างของหุ่นยนต์ 3 มิติ ทิ้งให้เนื้อหนังเป็นเพียงร่างว่างเปล่าหลังการเสียชีวิต

ร่างสังเคราะห์ 3 มิติที่บรรจุสมองของคุณจะ “สามารถเดินทะลุกำแพงได้ด้วยความเร็วแสง เหมือนๆ กับในสตาร์วอร์สนั่นแหละครับ เจ๋งเป้งสุดๆ”


ติด QR code บนตัววัว เช็คข้อมูลได้ละเอียดยิบ


ยุคนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีจริงๆ เพราะหลายสิ่งล้วนเกิดจากการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ดังเช่น เจ้าของฟาร์มโคนมในประเทศอังกฤษแห่งหนึ่งที่สร้างความฮือฮาด้วยการติด "คิวอาร์โค้ด" บนตัววัว เพื่อที่จะเก็บข้อมูลได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องมานั่งจดนั่งจำกันอีกต่อไป แค่คุณนำมือถือไปสแกนบนตัววัว คุณก็จะได้ข้อมูลของเจ้าวัวตัวนั้นแบบว่าละเอียดยิบเลยล่ะ


โดยไอเดียดังกล่าวมาจาก เจน บราวน์ เจ้าของฟาร์มโคนม เซาท์ฟิลด์ ในเมืองโซเมอร์บี้ มณฑลเลเชสเตอร์เชียร์ ที่เธอเกิดปิ๊งไอเดียมาจากสิ่งรอบตัวเมื่อเธอเห็นว่า ทุกวันนี้ทุกคนหันมาใช้สมาร์ทโฟนกันแทบทั้งสิ้น ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจของเธอ โดยเริ่มต้นทดลองวัวในฟาร์มที่มีชื่อว่า เลดี้ แชมร็อก ด้วยการพ่นสเปรย์ คิวอาร์โค้ด (QR code) ที่เรารู้จักกันดีในการสแกนเก็บข้อมูลต่าง ๆ เริ่มด้วยการนำแผ่นคิวอาร์โค้ดมาวางเป็นแบบบนตัววัว จากนั้นก็พ่นสเปรย์ตามแบบ เสร็จแล้วเราก็มาทดสอบการใช้งานกันได้เลย


ส่วนวิธีการใช้งานก็แสนจะง่าย นั่นคือ หากคุณได้แวะไปชมฟาร์มวัวดังกล่าว แล้วคุณอยากได้ข้อมูลของเจ้าเลดี้ แชมร็อก เพียงแค่คุณหยิบสมาร์ทโฟนในมือของคุณขึ้นมาสแกนคิวอาร์โค้ด มันก็จะปรากฎข้อมูลอย่างเร็วของเว็บไซต์ www.thisisdairyfarming.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของฟาร์มดังกล่าว แล้วคุณจะสามารถคลิกไปดูข้อมูลของวัวตัวนี้ ทั้งลักษณะทางกายภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง หรือรายงานการเลี้ยงดูในแต่ละวันได้เลย เช่น อาหารที่ชอบของมัน ทางฟาร์มเลี้ยงดูมันอย่างไร มันมีปัญหาสุขภาพอะไรบ้าง ผ่านการรีดนมมากี่ครั้ง เป็นต้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้บริโภคและเจ้าของฟาร์มเองที่สามารถติดตามเก็บข้อมูลของวัวในฟาร์มได้อย่างใกล้ชิด และที่สำคัญก็คือ สีที่สเปรย์ลงบนตัววัวนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด เพราะมันจะค่อยจางลงเองเมื่อเวลาผ่านไป


นับว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีที่ช่วยพัฒนาธุรกิจฟาร์มโคนมได้อย่างดีเลยจริง ๆ คาดว่าอีกไม่นาน ฟาร์มอื่น ๆ อาจจะนำวิธีดังกล่าวไปใช้ให้เป็นประโยชน์เช่นกัน


แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thisisdairyfarming.com, buzzpatrol.com, gamme.com.tw

เครื่องเอกซเรย์ทันตกรรมคอมพ์ฯ 3 มิติ เครื่องแรกฝีมือคนไทย


ณ ศูนย์ทันตกรรมเอสดีซี ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เยี่ยมชมการสาธิตใช้งานเครื่อง Dental CT หรือเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับการผ่า ตัดศัลยกรรมทางช่องปากและงานทันตกรรมเครื่องแรกที่ผลิตโดยฝีมือ นักวิจัยไทยจาก สวทช. ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์โดยผ่านการรับรองด้านความปลอดภัย จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันเครื่องดังกล่าวให้บริการอยู่ที่คลีนิกนำร่องจำนวน 2 แห่ง 

  1. ที่ภาคเหนือ ณ  คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ
  2. ศูนย์ทันตกรรม เอสดีซี ย่านประชาชื่น 
พร้อมเตรียมขยายผลต่อยอดกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คนไทยได้รับความสะดวกและปลอดภัยในงานศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรม ตลอดจนมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพทางช่องปากโดยเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนไทย โดย ดร.ปลอดประสพเปิดเผยในรายละเอียดว่า

“เครื่อง Dental CT หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ผลงานวิจัย พัฒนาโดยสวทช. เนคเทค และเอ็มเทค กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้ร่วมกันทำงานและนำร่องใช้งานกับศูนย์ทันตกรรมเอสดีซีนี้ให้ ข้อมูลแบบสามมิติซึ่งต่างจากเครื่องถ่ายภาพรังสี (X-ray) แบบสองมิติโดยทั่วไป ซึ่งมีความแม่นยำมากขึ้น สามารถใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนและผ่าตัดบริเวณช่องปาก สำหรับงานทันตกรรมรากฟันเทียม การผ่าฟันคุด การรักษาคลองรากฟัน ขากรรไกรและใบหน้า นอกจากนี้ เครื่องดังกล่าว ช่วยให้การวางแผนทางทันตกรรมจัดฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่นระยะเวลาในการวินิจฉัยเพื่อวางแผนแก้ไขความผิดปกตินั้นๆ เดิมเครื่อง CT สำหรับทางการแพทย์สามารถนำมาใช้กับงานทันตกรรม ได้ แต่ปริมาณรังสีที่ผู้ ป่วยได้รับจะสูงกว่ามาก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ และความละเอียดของภาพที่ต่ำกว่าเครื่อง Dental CT ที่พัฒนา ทั้งนี้ ผลงานวิจัยและพัฒนาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรม นี้ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม เครื่องมือและบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายให้คนไทยได้รับความสะดวกและปลอดภัยในงาน ศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรมตลอดจนมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพทาง ช่องปากโดยเทคโนโลยีระดับสูงได้ รวมไปถึงตอบรับกับนโยบายศูนย์สุขภาพแห่งเอเชีย (Health Hub of Asia) และช่วยลดการนำเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จาก ต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาก โดย สวทช. ซึ่งมีบทบาท สำคัญในการกำหนดเป้าหมายและมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางานวิจัยที่สามารถ รับมือกับสภาพปัญหาได้ทันเหตุการณ์ ทั้งในแง่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆไปล่วงหน้า และการสนับสนุนภาคเอกชนในด้านการบริการวิจัยให้เอกชน การรับจ้างทดสอบ หรือแม้กระทั่งการร่วมลงทุนตั้งบริษัทกับเอกชน เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว โดยอาศัย องค์ความรู้และงานวิจัยต่างๆ ที่ สวทช. ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ นำมาดำเนินการเชื่อมโยงกับหน่วยงานหลักๆ ในภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการวิจัยพัฒนาตลอดจนทดสอบเครื่อง Dental CT จนสามารถใช้งานได้จริงในระดับ อุตสาหกรรมก็นับว่าเป็นประโยชน์อย่างต่อยิ่งทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย”  ดร.ปลอดประสพ กล่าว

แหล่งที่มา   เว็บไซต์แนวหน้า วันศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 15.45 น.

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เปียโนดีไซน์รูปทรงวาฬ



เปียโนนับได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งการที่จะสร้างเปียโนขึ้นมาแต่ละตัวให้มีเสียงอันไพเราะได้นั้นเป็นงานที่ยากยิ่ง หากแต่มีผู้ที่สามารถประดิษฐ์คิดค้นเปียโนที่ทั้งเสียงไพเราะ และยังมีรูปลักษณ์แปลกตา แต่มีความคลาสสิคไม่แพ้เปียโนสี่เหลี่ยมได้เช่นกัน


โดยเปียโนตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า "Whaletone" ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวยุโรป Robert Majkut เป็นเปียโนดิจิตอลชั้นสูงที่มีคุณสมบัติของเครื่องดนตรีระดับไฮเอนด์ ในรูปแบบแกรนด์เปียโนที่สง่างาม เหมาะสำหรับนำมาใช้แสดงบนเวทีอย่างยิ่ง สำหรับการออกแบบนี้ได้ผสานงานศิลปะเข้ากับความสุนทรีย์ของเสียงอย่างลงตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากวาฬ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง




แหล่งที่มา   เว็บไซกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก thatslikewhoa.comต์

ธารน้ำแข็งแตก ใหญ่กว่าเกาะแมนฮัตตัน 2 เท่า


นักวิทย์ฯ ชี้่ ธารน้ำแข็งบางลง อากาศอุ่นลงเรื่อยๆ

ภาพถ่ายจากดาวเทียมอะควา ขององค์การนาซา ชี้ให้เห็นแผ่นน้ำแข็งที่แตกออกจนกลายเป็นเกาะขนาดใหญ่ บริเวณส่วนปลายสุดของธารน้ำปีเตอร์แมนน์ ทางตอนเหนือของเกาะกรีนแลนด์ มีขนาดกว่า 120 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเกาะแมนฮัตตันของสหรัฐฯ ถึง 2 เท่า

ทั้งนี้ข้อมูลของสมาคมแคนาเดียน ไอซ์ เซอร์วิส เผยว่า แผ่นน้ำแข็งนี้ มักจะลอยออกไปไกลถึงชายฝั่งรัฐนิวฟันด์แลนด์ ของแคนาดา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการทำประมง

ตามธรรมชาติ ธารน้ำแข็งจะแตกตัวออกเป็นแผ่นน้ำแข็งอยู่แล้ว แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา น้ำแข็งที่แตกตัวมีขนาดใหญ่มาก จนกลายเป็นที่กังวลของนักวิชาการ ที่กล่าวว่าการแตกของธารน้ำแข็งในครั้งนี้เป็นเรื่องน่าตกตะลึงมาก
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แผ่นน้ำแข็งจากเกาะกรีนแลนด์ เริ่มมีความบางลงเรื่อยๆ ขณะที่อากาศก็เริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2010 ได้เกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกันนี้ เมื่อธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ แตกออกเป็นเกาะขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 250 ตารางกิโลเมตร

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือปราสาทขอม


เกิดพระอาทตย์ทรงกลดเหนือองค์ปราสาทขอมระหว่างพิธีมหาบูรพาจารย์รำลึก 103 ปี หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท

เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดกลมโต บนท้องฟ้าเหนือองค์ปราสาทขอม วัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ระหว่างมีมีการจัดงานวันมหาบูรพาจารย์ รำลึก 103 ปี หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท

พระอาทิตย์ทรงกลดกลมโต สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า สร้างความฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ที่มาแสวงบุญ ที่แหงนหน้าดูปรากฏการณ์ดังกล่าว

พระมหาชัชวาลย์ โอภาโส ปธ.9 เจ้าอาวาสวัดสระกำแพงใหญ่ เปิดเผยว่า ชาวไทยเรานับถือดวงอาทิตย์เป็นดั่งเทวดาเบื้องบนองค์หนึ่ง สังเกตได้จากจากการเรียกนำหน้าว่าพระ วนกลดก็ถือเป็นของสูงสำหรับพระ เช่น กลดของพระธุดงค์

"ปรากฏการณ์นี้จึงเปรียบได้กับกลดของพระ ที่กำลังถูกล้อมรอบไว้ด้วยแสงของดวงอาทิตย์ไว้นั่นเอง จึงถือเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็น “มหิธานุภาพ” ของดวงอาทิตย์ มีความหมายในทางที่ดี มีมงคลแก่ทุกคนบนโลก" พระมหาชัชวาลย์ กล่าว

พระอาทิตย์ทรงกลดเหนือปราสาทขอม

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นักฟิสิกส์ชี้ไม่เกิน 100 ปีพบมนุษย์ต่างดาวแน่


นักฟิสิกส์อังกฤษเชื่ออีกไม่เกิน 100 ปี โลกค้นพบมนุษย์ต่างดาวแน่ ชี้ควรเตรียมตัวให้พร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น 

สำนักข่าว เดลีเมล์ ของอังกฤษ รายงานโดยอ้างคำกล่าวของ โจเซรีน เบล เบิร์นเนล นักฟิสิกส์หญิง จาก มหาวิทยาลัย ออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ ซึ่งได้กล่าวในเวที การประชุมวิทยาศาสตร์ยุโรป (ยูโรไซแอนท์ โอเพ่นฟอรัม คอนเฟอเรนซ์) ที่ กรุงดับลิน ประเทศ ไอร์แลนด์ โดยระบุว่า  มนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริง และ อีกไม่เกิน 100 ปีนี้ คาดว่ามนุษย์จะต้องค้นพบสิ่งมีชีวิตในต่างดาว อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นไปได้ว่า สิ่งมีชีวิตที่จะค้นพบนั้นอาจจะมีความฉลาดมาก ดังนั้น มนุษย์โลกควรที่จะเตรียมตัวเตรียมใจรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้แล้ว

"ทุกวันนี้ เราเตรียมตัวดีแค่ไหนแล้ว เราเคยคิดมาก่อนไหมว่าเราจะค้นพบมัน เราควรจะนำมันไปไว้ในสวนสัตว์ และ กินมันไหม หรือ เราจะถ่ายทอดประชาธิปไตยให้กับมันดี"  โจเซรีน เบล เบิร์นเนล กล่าว ในที่ประชุม  พร้อมเสริมว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่เมื่อรู้เรื่องนี้แล้ว จะนำไปบอกใครให้รู้ก่อนดี ระหว่าง สื่อมวลชน รัฐบาล หรือ ผู้นำทางศาสนา

โจเซรีน เบล เบิร์นเนล ได้กล่าวอีกว่า มีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ที่มนุษย์จะค้นพบสิ่งมีชีวิตในต่างดาว ที่ดาวเคราะห์ ซึ่งมีทั้ง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ และ โอโซน ในชั้นบรรยากาศ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ของ จักรวาล

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ รายนี้ก็ระบุว่า ถึงแม้มนุษย์จะค้นพบร่องรอย หรือ สัญญาณการ มีชีวิตอยู่ของ มนุษย์ต่างดาวจริง แต่การที่จะสื่อสารไปยังมนุษย์ต่างดาวได้ อาจจะต้องกิน ระยะเวลาอีกหลายสิบปี ในการส่งสัยญาณผ่านคลื่นวิทยุ หรือ เลเซอร์ จากพื้นโลก ขึ้นไปยังต่างดาว  

"ไม่มีอะไรที่เดินทางไวไปกว่าความเร็วแสงแล้ว ฉะนั้นการที่ เราจะสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้อาจต้องใช้เวลาถึง 50 -100 ปี"โจเซรีน เบล เบิร์นเนลกล่าว

ทั้งนี้เคยมีผลวิจัยของ รอยัล โซไซตี ออกมาชี้ก่อนหน้านี้ว่า ชาวอังกฤษ กว่าครึ่ง หรือ 44% เชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง  ซึ่งการสำรวจดังกล่าวเกิดจากการสอบถามชาวอังกฤษกว่า 2,000 คน โดยกลุ่มตัวอย่าง 3 ใน 10 เห็นว่า มนุษย์ควรที่จะค้นหาการดำรงอยู่ของมนุาย์ต่างดาวต่อไป และ พยายามสื่อสารให้ได้

ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยมีการถกเถียงในหมู่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ อีกด้วยว่า มนุษย์ควรที่จะส่งสัญญาณ หรือ บ่งบอก ถึงการมีชีวิตบนโลก ไปยังต่างดาว เพื่อให้สิ่งมีชีวิตนอกโลกรับรู้หรือไม่ เนื่องจาก มีนักวิทยาศาสตร์ บางคนเกรงว่า การกระทำดังกล่าวอาจ เป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ และ เสี่ยงที่ถูกรุกราน จนนำไปสู่จุดจบของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก

"ในเมื่อ มนุษย์ต่างดาวมีเทคโนโลยีที่สามารถเดินทางผ่าน อวกาศอันกว้างใหญ่มาหาเราได้ ฉะนั้น เทคโนโลยีการป้องกันตัวใดๆที่มนุษย์มีอยู่ ก็คงไม่มีทางที่จะสู้กับมันได้แน่นอน" นักวิทยาศาสตร์ ผู้กังวลต่อมนุษย์ต่างดาวรายหนึ่ง กล่าว

ขณะที่ สตีเฟน ฮอว์กิง ยอดนักวิทยาสาสตร์จอมอัจฉริยะ เตือนว่า มนุษย์ต่างดาว อาจจะเข้ามาปล้นและสูบเอาทรัพยากรของโลกไป

แหล่งที่มา    เว็บไซต์โพสทูเดย์ 16 กรกฎาคม 2555 เวลา 22:25 น. 

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...