วันนี้มีหนังสือเล่มนึงมาแนะนำ …
หนังสือเล่มนี้ชื่อ “โตเกียวเที่ยวนี้รวย”
รู้จักกับคนเขียนหนังสือมานานพอสมควร
ประมาณสามสิบปีได้ ชื่อเล่นเค้าชื่อ “เป๊ก”
ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายธรรมดาๆ คนนึง
เค้าเรียนจบเอกภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในบริษัทข้ามชาติได้สองสามปี
ก็สอบชิงทุนเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่นได้
จากนั้นได้กลับมาหาทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกรอบ
ชีวิตสุดแสนธรรมด๊าธรรมดา …
แต่หลังจากกลับจากญี่ปุ่น ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง
แนวคิดเค้าเปลี่ยนไปมากพอสมควร
สิ่งนึงที่สังเกตได้ คือ ความคลั่งไคล้ในการอ่านหนังสือ
และการชอบ ”ตั้งคำถาม” กับสิ่งต่างๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ประเทศญี่ปุ่นได้เปลี่ยนผู้ชายคนนี้เป็น ”เจ้าหนูจำมัย” ไปซะแล้ว
และคำว่า “ทำไม” คือ สิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดติดปากไปซะงั้น
……………………
ทำไม…
คนเราต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียนแทบตาย
เพื่อเอาประกาศนียบัตรหนึ่งใบ
เพื่อเอาร่างกายและวิญญาณมาให้คนอื่นเช่า
เดือนละไม่กี่หมื่นบาท
ทำไม…
เราต้องทนทำอะไรที่เราไม่ชอบ
ทนอยู่กับสังคมการทำงานที่เราเบื่อ
ทนกับสภาพการจราจรที่แสนห่วยในกรุงเทพ
ทำไม…
เราต้องเกลียดวันจันทร์ และชอบวันศุกร์
แถมมีความสุขแค่วันเดียวตอนสิ้นเดือน
ทำไม…
เราต้องซื้อของแบรนด์ ของฟุ่มเฟือย
เพื่อสร้างภาพและสถานะทางสังคม
ทำไม…
เราแคร์สายตาคนอื่น มากกว่าความฝันตัวเอง
.......เคยสงสัยเหมือนเค้ามั้ย
และจากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับญี่ปุ่นมามากกว่าสิบปี
กลับมาเจาะประเด็นเรื่องประเทศญี่ปุ่น ถามว่าเค้ามองยังไง
ไอ้หมอนี่โคตรแปลก ตั้งคำถามเหมือนเดิม
ทำไม …
เด็กเอกภาษาญี่ปุ่น จบมาเป็นได้แค่ล่ามแปลภาษา
ทำไม …
ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับญี่ปุ่นในเมืองไทย เน้นหนักไปแต่กินเที่ยว
ทำไม …
คนไทยถึง ”จ่ายเงิน” ให้กับความเป็นญี่ปุ่นได้มากมายขนาดนี้
แล้วทำไม…
เราถึงไม่ ”ทำเงิน” จากความเป็นญี่ปุ่นบ้าง
ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม …
..................
ย้ำอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้มีชื่อ “โตเกียวเที่ยวนี้รวย”
เป็นหนังสือที่บอกเล่าประวัติและแนวคิดในการทำงาน
เเละการทำเงินของเค้าที่ญี่ปุ่นแบบ 120%
ถ้าคุณอยากรู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น ...
ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมญี่ปุ่นถึงมีภาพของสินค้าและบริการอย่างในวันนี้ ...
และถ้าคุณอยากรู้ว่าการ "ทำเงิน" ในญี่ปุ่นเริ่มขึ้นได้ยังไง ...
ลองดูตามแผงหนังสือทั่วกรุงเทพและปริมณฑลในวันพรุ่งนี้
รู้จักญี่ปุ่นในมุมมองที่คุณอาจไม่เคยรู้
เพราะ Japan more than you know !!
ขอให้มีความสุขในการอ่านทุกท่าน ^^
แหล่งที่มา Facebook : Japan NEED
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำหนังสือดีที่น่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำหนังสือดีที่น่าอ่าน แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2557
เเผลเป็น
ย้อนไปเมื่อสิบปีที่เเล้ว
ถ้าคุณเป็นเเฟนการ์ตูนญี่ปุ่น
เเต่ยังไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่อง "ซามูไรพเนจร"
ถือเป็นความ "พลาด" อันใหญ่หลวง !!
.......................
เรื่องราวของฮิมุระ เคนชิน
อยู่ในช่วงการเปลี่ยนยุคสมัยของญี่ปุ่น
จากช่วงเอโดะไปสมัยเมจิ หรือ "ยุคใหม่" ในสมัยนั้น
เเละเเน่นอนว่า การจะเปลี่ยนให้เกิด "ยุคใหม่"
การ"ลบล้าง"สิ่งที่อยู่ยุคเก่าทิ้ง อาจเป็นสื่งที่ต้องทำ
...........................
ภาพยนต์เรื่องนี้ให้ข้อสังเกตอะไรอยู่อย่าง
สังเกตมั้ย ตัวร้ายของพระเอกใน"ภาคหนึ่ง"
ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรือภาพยนต์อะไรก็ตาม
จะเป็นตัวร้ายที่ดูเก่ง สู้กันมันส์ที่สุด เเละ "เป็นที่จดจำ" มากที่สุด!!
ทั้ง ชิชิโอ ในเรื่องนี้ ,
ฟรีเซอร์ ในดรากอนบอล,
โทงุโระ ในคนเก่งฟ้าประทาน
ดีโอ ในโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ
เเละ ศึกเวทีใต้ดินของบากิ
รวมถึงศัตรูในชีวิตจริง ....
ใช่ " อุปสรรคเเรกที่ยากที่สุด จะทำให้เราเติบโตได้ไกลที่สุด "
รอยเเผลเป็นที่ศัตรูฝากไว้ คือ ประสบการณ์ที่ทำให้เราเติบโตเเบบคาดไม่ถึง
พร้อมเเล้วเตรียมตัวตะลุยบอสด่านเเรกกันได้เลย !!
แหล่งที่มา Facebook : ๋Japan NEED
ถ้าคุณเป็นเเฟนการ์ตูนญี่ปุ่น
เเต่ยังไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่อง "ซามูไรพเนจร"
ถือเป็นความ "พลาด" อันใหญ่หลวง !!
.......................
เรื่องราวของฮิมุระ เคนชิน
อยู่ในช่วงการเปลี่ยนยุคสมัยของญี่ปุ่น
จากช่วงเอโดะไปสมัยเมจิ หรือ "ยุคใหม่" ในสมัยนั้น
เเละเเน่นอนว่า การจะเปลี่ยนให้เกิด "ยุคใหม่"
การ"ลบล้าง"สิ่งที่อยู่ยุคเก่าทิ้ง อาจเป็นสื่งที่ต้องทำ
...........................
ภาพยนต์เรื่องนี้ให้ข้อสังเกตอะไรอยู่อย่าง
สังเกตมั้ย ตัวร้ายของพระเอกใน"ภาคหนึ่ง"
ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรือภาพยนต์อะไรก็ตาม
จะเป็นตัวร้ายที่ดูเก่ง สู้กันมันส์ที่สุด เเละ "เป็นที่จดจำ" มากที่สุด!!
ทั้ง ชิชิโอ ในเรื่องนี้ ,
ฟรีเซอร์ ในดรากอนบอล,
โทงุโระ ในคนเก่งฟ้าประทาน
ดีโอ ในโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ
เเละ ศึกเวทีใต้ดินของบากิ
รวมถึงศัตรูในชีวิตจริง ....
ใช่ " อุปสรรคเเรกที่ยากที่สุด จะทำให้เราเติบโตได้ไกลที่สุด "
รอยเเผลเป็นที่ศัตรูฝากไว้ คือ ประสบการณ์ที่ทำให้เราเติบโตเเบบคาดไม่ถึง
พร้อมเเล้วเตรียมตัวตะลุยบอสด่านเเรกกันได้เลย !!
แหล่งที่มา Facebook : ๋Japan NEED
87 เทคนิคที่ทำให้คุณกลายเป็นสุดยอดพนักงาน
เจอหนังสือเล่มนี้เมื่อประมาณสามเดือนที่เเล้ว ที่สนามบินนาริตะ
มักเตะตาตรงที่ว่าเป็น Best Seller ที่ขายได้มากกว่า 600,000 เล่ม !!
หนังสือเล่มี้เเบ่งเป็น 8 chapters ที่เล่าถึงเทคนิคในการทำงาน
ไม่ว่าจะเป็น
เทคนิคการเขียนอีเมล
เทคนิคการเข้าประชุมให้มีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับในการคุมเวลาและการสื่อสาร
ใช่ เป็นประเด็นที่ "เล็กมาก"
เป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ๋มักบอกว่า "รู้เเล้ว"
เป็นหนังสือที่หยิบประเด็น "เล็กมาก" เเละ "รู้เเล้ว"
จนถูกคนกว่า 99% มองข้าม ทั้งๆ ที่เป็นเคล็ดลับความสำเร็จใกล้ตัว
...........................
บทนึงในหนังสือเขียนถึง
การ "ใช้เวลา" ได้อย่างน่าสนใจ
เค้าอ้างอิงถึงเเนวคิดการใช้เวลา
ให้มีประสิทธิภาพของชาวโรมันโบราณ
" หนึ่งการกระทำ ต้องได้มากกว่าสองเป้าหมาย หรือ สองผลลัพธ์ "
เข้าทำนอง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ยังไง ?????
.........................................
เวลาที่คุณนั่งรอใครสักคน
ให้เอาหนังสือมาอ่าน
เวลาคุณรถติด
ให้ลองฟัง Audio Book
เวลาคุณอาบน้ำ
ให้ลองเอาคำศัพท์มาติดไว้ที่กำแพง
เวลาคุณออกกำลังกาย
ให้ลองคิดไอเดียเรื่องงานไปด้วยเพลิน ๆ
เวลาเขียนบทความในเพจ
ให้ลองรวบรวมนำไปเสนอสำนักพิมพ์
และเมื่อคุณทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้ติดเป็นนิสัย
คุณจะมีเวลามากกว่าเดิมเป็นสองเท่า !!
การทำให้เวลาเพิ่มเป็นวันละ 48 ชั่วโมง
เป็นสิ่งที่ "เป็นไปไม่ได้"
แต่การบริหารเวลา 24 ช่วโมงของตัวเอง
ให้ได้ประสิทธิภาพเท่ากับ 48 ชั่วโมงของคนอื่น
เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ !!
เป็นอีกเล่มที่กำลังพยายามแปลอยู่ รอติดตามกันด้วยนะ ^^
แหล่งที่มา Facebook : Japan NEED
มักเตะตาตรงที่ว่าเป็น Best Seller ที่ขายได้มากกว่า 600,000 เล่ม !!
หนังสือเล่มี้เเบ่งเป็น 8 chapters ที่เล่าถึงเทคนิคในการทำงาน
ไม่ว่าจะเป็น
เทคนิคการเขียนอีเมล
เทคนิคการเข้าประชุมให้มีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับในการคุมเวลาและการสื่อสาร
ใช่ เป็นประเด็นที่ "เล็กมาก"
เป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ๋มักบอกว่า "รู้เเล้ว"
เป็นหนังสือที่หยิบประเด็น "เล็กมาก" เเละ "รู้เเล้ว"
จนถูกคนกว่า 99% มองข้าม ทั้งๆ ที่เป็นเคล็ดลับความสำเร็จใกล้ตัว
...........................
บทนึงในหนังสือเขียนถึง
การ "ใช้เวลา" ได้อย่างน่าสนใจ
เค้าอ้างอิงถึงเเนวคิดการใช้เวลา
ให้มีประสิทธิภาพของชาวโรมันโบราณ
" หนึ่งการกระทำ ต้องได้มากกว่าสองเป้าหมาย หรือ สองผลลัพธ์ "
เข้าทำนอง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ยังไง ?????
.........................................
เวลาที่คุณนั่งรอใครสักคน
ให้เอาหนังสือมาอ่าน
เวลาคุณรถติด
ให้ลองฟัง Audio Book
เวลาคุณอาบน้ำ
ให้ลองเอาคำศัพท์มาติดไว้ที่กำแพง
เวลาคุณออกกำลังกาย
ให้ลองคิดไอเดียเรื่องงานไปด้วยเพลิน ๆ
เวลาเขียนบทความในเพจ
ให้ลองรวบรวมนำไปเสนอสำนักพิมพ์
และเมื่อคุณทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้ติดเป็นนิสัย
คุณจะมีเวลามากกว่าเดิมเป็นสองเท่า !!
การทำให้เวลาเพิ่มเป็นวันละ 48 ชั่วโมง
เป็นสิ่งที่ "เป็นไปไม่ได้"
แต่การบริหารเวลา 24 ช่วโมงของตัวเอง
ให้ได้ประสิทธิภาพเท่ากับ 48 ชั่วโมงของคนอื่น
เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ !!
เป็นอีกเล่มที่กำลังพยายามแปลอยู่ รอติดตามกันด้วยนะ ^^
แหล่งที่มา Facebook : Japan NEED
วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557
เลือกหุ้น..เหมือนเลือกแฟน
เชื่อว่าหลายคนคงแปลกใจ
ที่สาวน้อยอายุไม่ถึง 20 ปี..
ทำไมมีโอกาสได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
น้องคนนี้มีชื่อว่า นานิ นิธินวกร
มีหนังสือหุ้นออกมาขายแล้ว 2 เล่ม
คือ สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ
และสร้างเงินล้านด้วยงานออฟฟิต
เรื่องหุ้นอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคน
แต่คิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้
เพราะการลงทุนเป็นการเพิ่มช่องทางของรายได้
ที่จะสร้างรายได้แบบ Passive Income
คือ รายได้ที่ไม่ต้องเอาแรงของเราเข้าแลก
และเป็นที่มาของอิสรภาพทางการเงิน
เชื่อว่า คนที่เข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากพอ
จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้น..
ให้เป็นเรื่องง่าย ลองมาดูวิธีเลือกหุ้น
ที่น่าสนใจของน้องนานิดู ว่าเหมือนเลือกแฟนอย่างไร
1.หน้าตาดี
กำไรของบริษัท..ต้องหล่อขึ้นทุกๆ ปี
2.มีฐานะ
หนี้สินน้อย เงินสดเหลือพอใช้
(ไม่มากเกินส่วนของผู้ถือหุ้นนัก)
หนี้ที่มีเป็นหนี้ที่กู้มาขยายธุรกิจ (เพื่อสร้างเงินต่อๆไป)
ถ้าจะเริ่มเป็นแฟน ต้องดูความมั่นคง
เช่น ถ้าค้าขายกับต่างชาติ
หรือกู้เงินจากต่างชาติ
มีการประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม๊
3.ใฝ่ดี มีอนาคต
วางแผนอนาคต
คิดนโยบายที่นำมาสู่ความก้าวหน้า
มีแผนการตลาดเชิงรุก
ไม่ใช่นั่งนอนบนความสำเร็จ
รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง
และทะเยอทะยานหน่อย
4.ไม่ต้องสาวติดตรึม
คือคนยังไม่ไล่ตามซื้อ
จนราคาวิ่งขึ้นสูงเกินไป
สำหรับคนที่อยากหาใครซักคน
ที่จะอยู่กับเราไปนานๆ
และดูแลเราในอนาคต
(หุ้นที่คอยสร้างปันผลให้เราใช้ยามเกษียณ)
ถ้าเจอช่วงที่มีปัญหา
แล้วก็เลิกเลย (cut loss เลย)
แบบนี้เราจะไม่มีวันเจอ "คู่แท้"
เพราะถ้ารู้สึกว่าคนนี้ใช่แล้วล่ะก็
เวลาที่แย่ๆ เนี่ยแหละ
เราต้องยิ่งทุ่มเท
ยิ่งลุงทุนเพิ่ม อยู่กับเค้า
อย่าทิ้งเค้าไปยามลำบาก
แบบนี้เราถึงจะเจอหุ้นที่ดีที่สุด
ที่สามารถดูแลเราได้ในอนาคต
ไม่ธรรมดาเลยใช่ไม๊ล่ะ ..
ความคิดความอ่านของน้องนานิ!!!
แหล่งที่มา Facebook : Pop's Life
ที่สาวน้อยอายุไม่ถึง 20 ปี..
ทำไมมีโอกาสได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์
ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
น้องคนนี้มีชื่อว่า นานิ นิธินวกร
มีหนังสือหุ้นออกมาขายแล้ว 2 เล่ม
คือ สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ
และสร้างเงินล้านด้วยงานออฟฟิต
เรื่องหุ้นอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคน
แต่คิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้
เพราะการลงทุนเป็นการเพิ่มช่องทางของรายได้
ที่จะสร้างรายได้แบบ Passive Income
คือ รายได้ที่ไม่ต้องเอาแรงของเราเข้าแลก
และเป็นที่มาของอิสรภาพทางการเงิน
เชื่อว่า คนที่เข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากพอ
จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้น..
ให้เป็นเรื่องง่าย ลองมาดูวิธีเลือกหุ้น
ที่น่าสนใจของน้องนานิดู ว่าเหมือนเลือกแฟนอย่างไร
1.หน้าตาดี
กำไรของบริษัท..ต้องหล่อขึ้นทุกๆ ปี
2.มีฐานะ
หนี้สินน้อย เงินสดเหลือพอใช้
(ไม่มากเกินส่วนของผู้ถือหุ้นนัก)
หนี้ที่มีเป็นหนี้ที่กู้มาขยายธุรกิจ (เพื่อสร้างเงินต่อๆไป)
ถ้าจะเริ่มเป็นแฟน ต้องดูความมั่นคง
เช่น ถ้าค้าขายกับต่างชาติ
หรือกู้เงินจากต่างชาติ
มีการประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม๊
3.ใฝ่ดี มีอนาคต
วางแผนอนาคต
คิดนโยบายที่นำมาสู่ความก้าวหน้า
มีแผนการตลาดเชิงรุก
ไม่ใช่นั่งนอนบนความสำเร็จ
รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง
และทะเยอทะยานหน่อย
4.ไม่ต้องสาวติดตรึม
คือคนยังไม่ไล่ตามซื้อ
จนราคาวิ่งขึ้นสูงเกินไป
สำหรับคนที่อยากหาใครซักคน
ที่จะอยู่กับเราไปนานๆ
และดูแลเราในอนาคต
(หุ้นที่คอยสร้างปันผลให้เราใช้ยามเกษียณ)
ถ้าเจอช่วงที่มีปัญหา
แล้วก็เลิกเลย (cut loss เลย)
แบบนี้เราจะไม่มีวันเจอ "คู่แท้"
เพราะถ้ารู้สึกว่าคนนี้ใช่แล้วล่ะก็
เวลาที่แย่ๆ เนี่ยแหละ
เราต้องยิ่งทุ่มเท
ยิ่งลุงทุนเพิ่ม อยู่กับเค้า
อย่าทิ้งเค้าไปยามลำบาก
แบบนี้เราถึงจะเจอหุ้นที่ดีที่สุด
ที่สามารถดูแลเราได้ในอนาคต
ไม่ธรรมดาเลยใช่ไม๊ล่ะ ..
ความคิดความอ่านของน้องนานิ!!!
แหล่งที่มา Facebook : Pop's Life
วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557
LIVE DIE REPEAT
ถ้าคุณต้องตายลงในทุกๆ วัน
และถูกย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ในวันนั้นอีกครั้ง!!!
คำถามคือ
คุณจะทำอย่างไรกับชีวิต?
-----
The Edge of Tomorrow ว่าด้วยเรื่องของ ...
บิล เคจ นายทหารผู้ถูกปลดตำแหน่งโดยไม่มีพิธีการและถูกทอดทิ้งให้เข้าร่วมสงครามโดยที่ไม่ได้รับการฝึกฝน เขาถูกฆ่าสังหารลงในไม่กี่นาทีพร้อมกับศัตรูที่ชื่อว่า “มิมิค” แต่เกิดเรื่องสุดเหลือเชื่อขึ้นเมื่อเขาตื่นขึ้นมาในช่วงเริ่มต้นของวันเดิมอีกครั้ง เขาต้องต่อสู้อย่างจำใจและต้องตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
-----
The Edge of Tomorrow
ทำให้นึกถึงชีวิตมนุษย์เงินเดือน
เราใช้ชีวิตเหมือนเดิมในทุกๆ วัน
เราทำหน้าที่เหมือนกันทุกๆ วัน
เรามีชีวิตเหมือนเดิมทุกๆ วัน
ในหนังเรื่องนี้...
พระเอกพยายามทำทุกวิธี
เพื่อเอาชนะวังวนแห่งการย้อนเวลา
และ "โอเมก้า" คือเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง
แล้วในชีวิตจริง...
เรารู้หรือยังว่า เป้าหมาย คืออะไร
และคำถามสุดท้ายที่เจ็บกว่านั้น
เราทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น
เพื่อไปให้ถึง "เป้าหมาย"
... หรือยัง
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
และถูกย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ในวันนั้นอีกครั้ง!!!
คำถามคือ
คุณจะทำอย่างไรกับชีวิต?
-----
The Edge of Tomorrow ว่าด้วยเรื่องของ ...
บิล เคจ นายทหารผู้ถูกปลดตำแหน่งโดยไม่มีพิธีการและถูกทอดทิ้งให้เข้าร่วมสงครามโดยที่ไม่ได้รับการฝึกฝน เขาถูกฆ่าสังหารลงในไม่กี่นาทีพร้อมกับศัตรูที่ชื่อว่า “มิมิค” แต่เกิดเรื่องสุดเหลือเชื่อขึ้นเมื่อเขาตื่นขึ้นมาในช่วงเริ่มต้นของวันเดิมอีกครั้ง เขาต้องต่อสู้อย่างจำใจและต้องตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
-----
The Edge of Tomorrow
ทำให้นึกถึงชีวิตมนุษย์เงินเดือน
เราใช้ชีวิตเหมือนเดิมในทุกๆ วัน
เราทำหน้าที่เหมือนกันทุกๆ วัน
เรามีชีวิตเหมือนเดิมทุกๆ วัน
ในหนังเรื่องนี้...
พระเอกพยายามทำทุกวิธี
เพื่อเอาชนะวังวนแห่งการย้อนเวลา
และ "โอเมก้า" คือเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง
แล้วในชีวิตจริง...
เรารู้หรือยังว่า เป้าหมาย คืออะไร
และคำถามสุดท้ายที่เจ็บกว่านั้น
เราทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น
เพื่อไปให้ถึง "เป้าหมาย"
... หรือยัง
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557
1 นาทีก็สายไป....
ครอบครัวหนึ่งมีลูกชายชื่อเจี๊ยบ เป็นเด็กที่ไม่ค่อยกระตือรือร้น ทำอะไรชักช้า และค่อนข้างขี้เกียจ ทุก ๆ เช้าเมื่อแม่เรียกให้ตื่นไปโรงเรียน เจี๊ยบจะงัวเงียบอกว่า "ขออีก 1 นาทีครับแม่" พอลงมาข้างล่างแทนที่จะรีบกินข้าวเช้าก็ไปเปิดโทรทัศน์นั่งดูการ์ตูน พอแม่เรียกให้มากินข้าวก็บอกว่า "เดี๋ยวแม่ ขออีก 1 นาที" จนแม่เอ่ยปากว่าจะทำโทษนั่นล่ะ เจี๊ยบถึงจะมานั่งกินข้าวที่โต๊ะอาหารได้สักที
"คอยดูเถอะเจี๊ยบ" พ่อซึ่งมองลูกชายคนเดียวอย่างระอาพูดขึ้น "สักวันแกจะต้องเจอเรื่องที่แม้ 1 นาทีก็ให้ไม่ได้ ถ้าถึงวันนั้นแล้วแกจะรู้สึก"
การขอเวลา 1 นาทีทำให้เจี๊ยบไปโรงเรียนสายทุกวัน และการทำโทษให้วิ่งรอบสนามก็ไม่ได้ทำให้เจี๊ยบจดจำเลยแม้แต่น้อย เขากล้าต่อรองเวลาแม้แต่กับครู "ไปเข้าห้องเรียนได้แล้วเจี๊ยบ" ครูร้องเตือนเมื่อเห็นเจี๊ยบยังเดินเอ้อระเหยลอยชายอยู่ในสนามหญ้า ทั้งๆ ที่ออดเรียกเข้าชั้นเรียนดังไปพักหนึ่งแล้ว
"ขออีก 1 นาทีครับครู" เจี๊ยบบอกโดยไม่ทุกข์ร้อน
วันหนึ่งเป็นวันหยุด แม่บอกเจี๊ยบตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะไปเยี่ยมยายที่บ้านสวน เจี๊ยบชอบบ้านสวนของยายจึงขอตามแม่ไปด้วย แต่พอรุ่งเช้า เจี๊ยบก็ตื่นสาย ไม่ว่าแม่จะขึ้นไปปลุกกี่ครั้ง เจี๊ยบก็พูดว่า "ขออีก 1 นาที.. ขออีก 1 นาที" ตลอด ในที่สุดแม่ก็ตัดสินใจไปบ้านสวนของยายคนเดียว เพราะถ้าออกช้ากว่านั้นจะหารถโดยสารไปยาก
สักพักเจี๊ยบก็เดินงัวเงียลงมาจากห้องนอน เมื่อไม่เห็นแม่อยู่ในบ้านจึงถามพ่อว่า "แม่ล่ะครับพ่อ"
"แม่ไปบ้านยายแล้ว" พ่อบอก
"อ้าว ทำไมไม่รอผม" เจี๊ยบร้อง เขาอยากไปบ้านสวนของยายมาก
"แม่รอแกจนรอไม่ได้อีกแล้ว รู้รึเปล่าว่าแค่ 1 นาทีที่แกขอก็ทำให้แม่ตกรถได้ นี่ยังไม่รู้เลยว่าแม่จะได้นั่งรถอะไรไป ถ้าโชคดีก็ได้ไปสายรถประจำ แต่ถ้าไปไม่ทันก็ต้องขึ้นรถที่วิ่งเป็นทางผ่าน แล้วรถสายนั้นน่ะขับอันตรายจะตายชัก" พ่อบ่นเจี๊ยบด้วยความเป็นห่วงแม่
"แหม ไม่แย่ขนาดนั้นหรอกน่าพ่อ" เจี๊ยบบอก
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ขณะที่เจี๊ยบกำลังอาบน้ำอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงพ่อร้องเอะอะอยู่ชั้นล่าง จึงรีบวิ่งลงมาดู หน้าของพ่อซีดขาวราวกับกระดาษ
"รถที่แม่นั่งประสบอุบัติเหตุ แม่อาการสาหัส เราต้องไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" พ่อพูดเสียงแตกพร่า เจี๊ยบตกใจจนหน้าซีดตามพ่อไปอีกคน เขารีบขึ้นไปแต่งตัวโดยไม่มีคำว่า "ขออีก 1 นาที" เหมือนเช่นทุกครั้ง
ทันทีที่สองพ่อลูกไปถึงโรงพยาบาล ก็ช่วยกันตามหาแม่ในห้องฉุกเฉิน แล้วก็พบแม่นอนนิ่งอยู่ที่เตียงในสุด เลือดสีแดงไหลอาบอยู่เต็มหน้าแม่ และพยาบาลกำลังจะเข็นแม่ไป
"แม่ แม่" เจี๊ยบร้องเรียกแม่เสียงดังลั่น น้ำตาเอ่อล้นทะลัก บุรุษพยาบาลเข้ามากันเขาไว้ เพราะเกรงว่าจะกีดขวางทางของรถเข็น
"แม่ แม่ ตื่นสิแม่ ผมอยู่นี่ อยู่ตรงนี้" เจี๊ยบยังคงร้องเรียกแม่เขาต่อไป และทุบตีบุรุษพยาบาลที่จับตัวเขาไว้ "ปล่อยผม ผมจะไปหาแม่"
พยาบาลคนหนึ่งหันมาบอกพ่อของเจี๊ยบซึ่งยืนกุมมือแม่อยู่ว่า "เราต้องพาภรรยาของคุณไปผ่าตัดด่วน เธอเสียเลือดไปมากจากอุบัติเหตุครั้งนี้"
คำพูดนั้นทำให้เจี๊ยบรู้ทันทีว่าเขาจะไม่ได้เห็นหน้าแม่อีก
"เดี๋ยวครับ ขอเวลาให้ผมอยู่กับแม่สัก 1 นาที ได้โปรดให้ผมได้บอกแม่ว่า ผมรักแม่ ให้ผมได้กอดแม่อีกสักครั้ง" เจี๊ยบร้องอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา แต่ไม่มีใครฟัง พยาบาลและบุรุษพยาบาลเข็นเตียงของแม่เข้าห้องผ่าตัด และหายไปในนั้นเป็นเวลานาน ก่อนที่แพทย์จะออกมาแจ้งข่าวร้ายว่า..แม่ของเจี๊ยบเสียชีวิตไประหว่างการผ่าตัด
เจี๊ยบมารู้อีกในภายหลังว่า รถคันที่แม่นั่งไปประสบอุบัติเหตุนั้น ไม่ใช่รถเมล์สายประจำไปบ้านยาย แต่เป็นรถสองแถวที่ขับโดยคนขับรถที่ขาดความรับผิดชอบ คน ๆ นั้นอยากได้เงินมาก ๆ แต่ไม่สนใจความปลอดภัยของผู้โดยสาร แม่ของเจี๊ยบมาคนสุดท้ายจึงต้องนั่งเบียดอยู่นอกสุด และกระเด็นออกไปไกลเมื่อรถประสบอุบัติเหตุ
พ่อโกรธคนขับรถมาก บอกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่เจี๊ยบไม่โกรธคนขับรถเลย เขาโกรธและเกลียดตัวเอง ด้วยเพิ่งเข้าใจว่าเวลา 1 นาทีที่เขาเคยขออย่างพร่ำเพรื่อนั้นมีค่ามากมายเพียงไร เพราะ 1 นาทีที่ได้มาในวันนี้ต้องแลกกับเวลาทั้งหมดในชีวิตของแม่
ถ้าเจี๊ยบตื่นทันทีที่แม่เรียก ถ้าเขาไม่ขอแค่ 1 นาทีเพื่อให้ได้นอนต่อ แม่ก็คงไม่ตกรถประจำทางจนต้องไปนั่งรถปิศาจคันนั้น กระทั่งถึงคราวที่เจี๊ยบต้องการเวลาจริง ๆ เขากลับไม่มีแม้เพียง 1 นาทีที่จะได้อยู่กับแม่...ไม่มีแม้เพียงวินาทีด้วยซ้ำไป...ไม่มีเลย
บทสรุป
เงยหน้ามองเข็มวินาทีอันเล็ก ๆ ที่เดินอยู่ในนาฬิกาสิ..นั่นล่ะ คือ เวลาในชีวิตของเรา ทันทีที่เธอคิดว่า "เดี๋ยว ขอเวลาอีกหน่อย" หรือ "เดี๋ยว เอาไว้ทำวันหลัง" รู้ไว้เลยว่าเธอกำลังสูญเสียสิ่งดี ๆ ในชีวิตไปมากมาย คนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามาทำงานย่อมทำงานได้มากกว่าคนนอนตื่นสายอย่างไม่ต้องสงสัย เด็กที่ทำการบ้านเสร็จมาจากโรงเรียนก็ได้วิ่งเล่นในตอนเย็นกับเพื่อน ๆ อย่างเต็มที่ คนที่รู้คุณค่าของเวลามักได้เปรียบคนอื่นและเสียสิ่งดีๆ ในชีวิตไปน้อยมาก แน่นอนว่า ชีวิตของคนแบบนี้ย่อมปรีดิ์เปรมไปด้วยความสุขสมหวัง
เข็มวินาทีเดินเร็วกว่าจังหวะการหายใจอีก ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้น มักมีอะไรเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และบางทีก็เกิดขึ้นเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่า พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ถ้าวันนี้เราไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่พูดว่า "เดี๋ยว" และใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เราก็ไม่กลัวที่จะรับมือกับมัน และไม่ต้องตั้งคำถามที่ไร้ประโยชน์ในภายหลังว่า "เมื่อวานเรามัวทำอะไรอยู่"
Cr. นิทานสอนใจ ในหนังสือชุด นิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา โดย สำนักพิมพ์ FreeMind
แหล่งที่มา Facebook : SSO Savings Club
"คอยดูเถอะเจี๊ยบ" พ่อซึ่งมองลูกชายคนเดียวอย่างระอาพูดขึ้น "สักวันแกจะต้องเจอเรื่องที่แม้ 1 นาทีก็ให้ไม่ได้ ถ้าถึงวันนั้นแล้วแกจะรู้สึก"
การขอเวลา 1 นาทีทำให้เจี๊ยบไปโรงเรียนสายทุกวัน และการทำโทษให้วิ่งรอบสนามก็ไม่ได้ทำให้เจี๊ยบจดจำเลยแม้แต่น้อย เขากล้าต่อรองเวลาแม้แต่กับครู "ไปเข้าห้องเรียนได้แล้วเจี๊ยบ" ครูร้องเตือนเมื่อเห็นเจี๊ยบยังเดินเอ้อระเหยลอยชายอยู่ในสนามหญ้า ทั้งๆ ที่ออดเรียกเข้าชั้นเรียนดังไปพักหนึ่งแล้ว
"ขออีก 1 นาทีครับครู" เจี๊ยบบอกโดยไม่ทุกข์ร้อน
วันหนึ่งเป็นวันหยุด แม่บอกเจี๊ยบตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าจะไปเยี่ยมยายที่บ้านสวน เจี๊ยบชอบบ้านสวนของยายจึงขอตามแม่ไปด้วย แต่พอรุ่งเช้า เจี๊ยบก็ตื่นสาย ไม่ว่าแม่จะขึ้นไปปลุกกี่ครั้ง เจี๊ยบก็พูดว่า "ขออีก 1 นาที.. ขออีก 1 นาที" ตลอด ในที่สุดแม่ก็ตัดสินใจไปบ้านสวนของยายคนเดียว เพราะถ้าออกช้ากว่านั้นจะหารถโดยสารไปยาก
สักพักเจี๊ยบก็เดินงัวเงียลงมาจากห้องนอน เมื่อไม่เห็นแม่อยู่ในบ้านจึงถามพ่อว่า "แม่ล่ะครับพ่อ"
"แม่ไปบ้านยายแล้ว" พ่อบอก
"อ้าว ทำไมไม่รอผม" เจี๊ยบร้อง เขาอยากไปบ้านสวนของยายมาก
"แม่รอแกจนรอไม่ได้อีกแล้ว รู้รึเปล่าว่าแค่ 1 นาทีที่แกขอก็ทำให้แม่ตกรถได้ นี่ยังไม่รู้เลยว่าแม่จะได้นั่งรถอะไรไป ถ้าโชคดีก็ได้ไปสายรถประจำ แต่ถ้าไปไม่ทันก็ต้องขึ้นรถที่วิ่งเป็นทางผ่าน แล้วรถสายนั้นน่ะขับอันตรายจะตายชัก" พ่อบ่นเจี๊ยบด้วยความเป็นห่วงแม่
"แหม ไม่แย่ขนาดนั้นหรอกน่าพ่อ" เจี๊ยบบอก
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ขณะที่เจี๊ยบกำลังอาบน้ำอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงพ่อร้องเอะอะอยู่ชั้นล่าง จึงรีบวิ่งลงมาดู หน้าของพ่อซีดขาวราวกับกระดาษ
"รถที่แม่นั่งประสบอุบัติเหตุ แม่อาการสาหัส เราต้องไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้" พ่อพูดเสียงแตกพร่า เจี๊ยบตกใจจนหน้าซีดตามพ่อไปอีกคน เขารีบขึ้นไปแต่งตัวโดยไม่มีคำว่า "ขออีก 1 นาที" เหมือนเช่นทุกครั้ง
ทันทีที่สองพ่อลูกไปถึงโรงพยาบาล ก็ช่วยกันตามหาแม่ในห้องฉุกเฉิน แล้วก็พบแม่นอนนิ่งอยู่ที่เตียงในสุด เลือดสีแดงไหลอาบอยู่เต็มหน้าแม่ และพยาบาลกำลังจะเข็นแม่ไป
"แม่ แม่" เจี๊ยบร้องเรียกแม่เสียงดังลั่น น้ำตาเอ่อล้นทะลัก บุรุษพยาบาลเข้ามากันเขาไว้ เพราะเกรงว่าจะกีดขวางทางของรถเข็น
"แม่ แม่ ตื่นสิแม่ ผมอยู่นี่ อยู่ตรงนี้" เจี๊ยบยังคงร้องเรียกแม่เขาต่อไป และทุบตีบุรุษพยาบาลที่จับตัวเขาไว้ "ปล่อยผม ผมจะไปหาแม่"
พยาบาลคนหนึ่งหันมาบอกพ่อของเจี๊ยบซึ่งยืนกุมมือแม่อยู่ว่า "เราต้องพาภรรยาของคุณไปผ่าตัดด่วน เธอเสียเลือดไปมากจากอุบัติเหตุครั้งนี้"
คำพูดนั้นทำให้เจี๊ยบรู้ทันทีว่าเขาจะไม่ได้เห็นหน้าแม่อีก
"เดี๋ยวครับ ขอเวลาให้ผมอยู่กับแม่สัก 1 นาที ได้โปรดให้ผมได้บอกแม่ว่า ผมรักแม่ ให้ผมได้กอดแม่อีกสักครั้ง" เจี๊ยบร้องอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา แต่ไม่มีใครฟัง พยาบาลและบุรุษพยาบาลเข็นเตียงของแม่เข้าห้องผ่าตัด และหายไปในนั้นเป็นเวลานาน ก่อนที่แพทย์จะออกมาแจ้งข่าวร้ายว่า..แม่ของเจี๊ยบเสียชีวิตไประหว่างการผ่าตัด
เจี๊ยบมารู้อีกในภายหลังว่า รถคันที่แม่นั่งไปประสบอุบัติเหตุนั้น ไม่ใช่รถเมล์สายประจำไปบ้านยาย แต่เป็นรถสองแถวที่ขับโดยคนขับรถที่ขาดความรับผิดชอบ คน ๆ นั้นอยากได้เงินมาก ๆ แต่ไม่สนใจความปลอดภัยของผู้โดยสาร แม่ของเจี๊ยบมาคนสุดท้ายจึงต้องนั่งเบียดอยู่นอกสุด และกระเด็นออกไปไกลเมื่อรถประสบอุบัติเหตุ
พ่อโกรธคนขับรถมาก บอกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่เจี๊ยบไม่โกรธคนขับรถเลย เขาโกรธและเกลียดตัวเอง ด้วยเพิ่งเข้าใจว่าเวลา 1 นาทีที่เขาเคยขออย่างพร่ำเพรื่อนั้นมีค่ามากมายเพียงไร เพราะ 1 นาทีที่ได้มาในวันนี้ต้องแลกกับเวลาทั้งหมดในชีวิตของแม่
ถ้าเจี๊ยบตื่นทันทีที่แม่เรียก ถ้าเขาไม่ขอแค่ 1 นาทีเพื่อให้ได้นอนต่อ แม่ก็คงไม่ตกรถประจำทางจนต้องไปนั่งรถปิศาจคันนั้น กระทั่งถึงคราวที่เจี๊ยบต้องการเวลาจริง ๆ เขากลับไม่มีแม้เพียง 1 นาทีที่จะได้อยู่กับแม่...ไม่มีแม้เพียงวินาทีด้วยซ้ำไป...ไม่มีเลย
บทสรุป
เงยหน้ามองเข็มวินาทีอันเล็ก ๆ ที่เดินอยู่ในนาฬิกาสิ..นั่นล่ะ คือ เวลาในชีวิตของเรา ทันทีที่เธอคิดว่า "เดี๋ยว ขอเวลาอีกหน่อย" หรือ "เดี๋ยว เอาไว้ทำวันหลัง" รู้ไว้เลยว่าเธอกำลังสูญเสียสิ่งดี ๆ ในชีวิตไปมากมาย คนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามาทำงานย่อมทำงานได้มากกว่าคนนอนตื่นสายอย่างไม่ต้องสงสัย เด็กที่ทำการบ้านเสร็จมาจากโรงเรียนก็ได้วิ่งเล่นในตอนเย็นกับเพื่อน ๆ อย่างเต็มที่ คนที่รู้คุณค่าของเวลามักได้เปรียบคนอื่นและเสียสิ่งดีๆ ในชีวิตไปน้อยมาก แน่นอนว่า ชีวิตของคนแบบนี้ย่อมปรีดิ์เปรมไปด้วยความสุขสมหวัง
เข็มวินาทีเดินเร็วกว่าจังหวะการหายใจอีก ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้น มักมีอะไรเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และบางทีก็เกิดขึ้นเร็วเสียจนตั้งตัวไม่ทัน เราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่า พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ถ้าวันนี้เราไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่พูดว่า "เดี๋ยว" และใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร เราก็ไม่กลัวที่จะรับมือกับมัน และไม่ต้องตั้งคำถามที่ไร้ประโยชน์ในภายหลังว่า "เมื่อวานเรามัวทำอะไรอยู่"
Cr. นิทานสอนใจ ในหนังสือชุด นิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา โดย สำนักพิมพ์ FreeMind
แหล่งที่มา Facebook : SSO Savings Club
Maleficent
ถ้า "Maleficent" หรือ "ขุ่นแม่มาลี"
ถามเราว่า... รักแท้มีจริงไหม?
เชื่อว่า... บางคนคงตอบว่าใช่
และ.. บางคนคงตอบว่าไม่ใช่
-----
Maleficent เป็นการเอาเรื่องราวเจ้าหญูิงนิทราในแอนิเมชั่นคลาสสิคของดิสนีย์ มาเล่าใหม่ในมุมมองของตัวร้าย หรือ มาเลฟิเซนต์ นางฟ้าผู้พิทักษ์ป่า ผู้ซึ่งต้องกลายเป็นตัวร้าย และตามอาฆาตเจ้าหญิงตัวน้อยด้วยการสาปให้ต้องนิทราไปตลอดกาล
และนี่คือ 5 มุมมองความรัก
ที่อยากแลกเปลี่ยนให้ฟังจากหนังเรื่องนี้
-----
.. หนึ่ง ..
รักในวัยเยาว์คือความสวยงาม
เมื่อเรายังอ่อนต่อโลก
เราตกหลุมรักได้ง่าย
เราเชื่อว่ารักแท้นั้น
จะอยู่กับเราตลอดไป
เราเชื่อว่าปัจจุบัน
เป็นเฉกเช่นเดียวกับอนาคต
แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น
... เราถึงได้รู้ความจริง
-----
.. สอง ..
รักที่ลุ่มหลงต่ออำนาจ
ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
อยากมีอยากเป็น
อยากเห็นอยากได้
ล้วนแล้วแต่ก่อให้สุมใจ
จากสเตฟานเด็กน้อยขี้ขโมย
กลายเป็นกษัตริย์สเตฟานผู้ลุ่มหลงในอำนาจ
ที่ต้องอดทนกับความหลอกหลอนไปตลอดชีวิต
วันนี้เราอาจจะมี เราอาจจะเป็น
แต่วันสุดท้ายของชีวิต เราเป็นได้แค่คนตาย
-----
.. สาม ..
(สำนึก) รักในบุญคุณ
คือสิ่งที่วัดศักดิ์ศรีความเป็นคน
กตัญญูอาจจะไม่ใช่คำที่ล้ำค่า
แต่มันจะมีความหมายเมื่อได้ลงมือทำ
เฉกเช่น อีกา (Diablo)
ผู้จงรักภักดีต่อ Maleficent
-----
.. สี่ ..
รักช่วยสรรสร้างสิ่งดีๆ
ป่าและปราสาทที่สวยงาม
เกิดจากความรักที่สวยงาม
ป่าและปราสาทที่ดำทึบ
เกิดจากความแค้นที่มืดมน
เช่นเดียวกันกับ
ความรักในครอบครัว
ย่อมทำให้บ้านสวยงามขึ้นมา
แม้ว่าจะไม่ของล้ำค่าอะไรเลย
-----
.. ห้า ..
รักแท้ "อาจ" ไม่มีจริง
ถ้าคุณยังไม่รู้จักคำว่าให้
.. ที่แท้จริง
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
ถามเราว่า... รักแท้มีจริงไหม?
เชื่อว่า... บางคนคงตอบว่าใช่
และ.. บางคนคงตอบว่าไม่ใช่
-----
Maleficent เป็นการเอาเรื่องราวเจ้าหญูิงนิทราในแอนิเมชั่นคลาสสิคของดิสนีย์ มาเล่าใหม่ในมุมมองของตัวร้าย หรือ มาเลฟิเซนต์ นางฟ้าผู้พิทักษ์ป่า ผู้ซึ่งต้องกลายเป็นตัวร้าย และตามอาฆาตเจ้าหญิงตัวน้อยด้วยการสาปให้ต้องนิทราไปตลอดกาล
และนี่คือ 5 มุมมองความรัก
ที่อยากแลกเปลี่ยนให้ฟังจากหนังเรื่องนี้
-----
.. หนึ่ง ..
รักในวัยเยาว์คือความสวยงาม
เมื่อเรายังอ่อนต่อโลก
เราตกหลุมรักได้ง่าย
เราเชื่อว่ารักแท้นั้น
จะอยู่กับเราตลอดไป
เราเชื่อว่าปัจจุบัน
เป็นเฉกเช่นเดียวกับอนาคต
แต่เมื่อเราเติบโตขึ้น
... เราถึงได้รู้ความจริง
-----
.. สอง ..
รักที่ลุ่มหลงต่ออำนาจ
ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
อยากมีอยากเป็น
อยากเห็นอยากได้
ล้วนแล้วแต่ก่อให้สุมใจ
จากสเตฟานเด็กน้อยขี้ขโมย
กลายเป็นกษัตริย์สเตฟานผู้ลุ่มหลงในอำนาจ
ที่ต้องอดทนกับความหลอกหลอนไปตลอดชีวิต
วันนี้เราอาจจะมี เราอาจจะเป็น
แต่วันสุดท้ายของชีวิต เราเป็นได้แค่คนตาย
-----
.. สาม ..
(สำนึก) รักในบุญคุณ
คือสิ่งที่วัดศักดิ์ศรีความเป็นคน
กตัญญูอาจจะไม่ใช่คำที่ล้ำค่า
แต่มันจะมีความหมายเมื่อได้ลงมือทำ
เฉกเช่น อีกา (Diablo)
ผู้จงรักภักดีต่อ Maleficent
-----
.. สี่ ..
รักช่วยสรรสร้างสิ่งดีๆ
ป่าและปราสาทที่สวยงาม
เกิดจากความรักที่สวยงาม
ป่าและปราสาทที่ดำทึบ
เกิดจากความแค้นที่มืดมน
เช่นเดียวกันกับ
ความรักในครอบครัว
ย่อมทำให้บ้านสวยงามขึ้นมา
แม้ว่าจะไม่ของล้ำค่าอะไรเลย
-----
.. ห้า ..
รักแท้ "อาจ" ไม่มีจริง
ถ้าคุณยังไม่รู้จักคำว่าให้
.. ที่แท้จริง
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
สามก๊ก
อย่าแนะนำหนังสือเพิ่งพบจาก Facebook ของสำนักงานประกันสังคม ดูแล้วน่าจะมีประโยชน์และน่าจะนำไปใช้ในการวางแผนของชีวิตได้ เลยนำมาฝากต่อ
สามก๊ก
สามก๊ก จัดเป็นวรรณกรรมเพชรน้ำเอกของโลก เต็มไปด้วยข้อคิดสอนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะการใช้คน กลยุทธ์การเป็นผู้นำ การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อหาทางเอาชนะคู่แข่งได้อย่างแยบยล ฯลฯ ... จึงมีคำกล่าวว่า
"ยังมิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่"
ตอนยังเรียนมัธยม เรายืมหนังสือสามก๊กจากห้องสมุดมาอ่านที่บ้าน ทั้งหนาทั้งหนัก แต่เดี๋ยวนี้เรามีฉบับ ebook แล้ว จึงสะดวกมาก .. และที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ คือ เราสามารถ download สามก๊ก ตอนที่ 1-15 อ่านได้ฟรี จาก ebooks.in.th คลิกตาม link ด้านล่างนี้ได้เลย ...
http://bit.ly/1biPQ05
แหล่งที่มา Facebook SSO Savings Club (ของสำนักงานประกันสังคม)
สามก๊ก
สามก๊ก จัดเป็นวรรณกรรมเพชรน้ำเอกของโลก เต็มไปด้วยข้อคิดสอนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะการใช้คน กลยุทธ์การเป็นผู้นำ การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อหาทางเอาชนะคู่แข่งได้อย่างแยบยล ฯลฯ ... จึงมีคำกล่าวว่า
"ยังมิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่"
ตอนยังเรียนมัธยม เรายืมหนังสือสามก๊กจากห้องสมุดมาอ่านที่บ้าน ทั้งหนาทั้งหนัก แต่เดี๋ยวนี้เรามีฉบับ ebook แล้ว จึงสะดวกมาก .. และที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ คือ เราสามารถ download สามก๊ก ตอนที่ 1-15 อ่านได้ฟรี จาก ebooks.in.th คลิกตาม link ด้านล่างนี้ได้เลย ...
http://bit.ly/1biPQ05
แหล่งที่มา Facebook SSO Savings Club (ของสำนักงานประกันสังคม)
วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555
เป็นมิตรกับตัวเอง ดาวน์โหลดฟรี
เรารักตนเองแต่เหตุใดจนทนอยู่กับตนเองไม่ได้ หากเรารักตนเองจริงเราย่อมพอใจและมีความสุขที่ได้อยู่กับตัวเอง แต่เหตุใดเราจึงรู้สึกเหงาในยามที่ไม่มีใครนอกจากตัวเอง ใช่หรือไม่ว่านั่นเป็นเพราะเรายังไม่เป็นมิตรกับตัวเอง ในส่วนลึกเรายังทะเลาะเบาะแว้งหรือขัดแย้งกับตนเอง จึงพยายามหนีตัวเองอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วความทุกข์ส่วนใหญ่ของผู้คนล้วนมีรากเหง้ามาจากการที่ไม่สามารถเป็นมิตรกับตัวเองได้อย่างแท้จริง
ต่อเมื่อเป็นมิตรกับตัวเอง เราจึงจะพบสันติสุขภายใน และสามารถอยู่คนเดียวได้โดยความเหงาไม่อาจรุกล้ำกล้ำกรายจิตใจได้ เมื่อมีความสุขจากภายใน ก็ไม่จำเป็นต้องไล่ลาหาความสุขจากากภายนอก ไม่ว่า ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศ หรือผู้คนที่คอยพะเน้าพะนอ ตรงกันข้ามกลับสามารถแบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่นได้ไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เป็นสุขและอบอุ่นใจ ทุกสถานที่เป็นเสมือนบ้าน ทั้งนี้เพราะมีตนเองเป็นเพื่อนสนิทที่ตามติดไปทุกหนแห่ง
เป็นมิตรกับตัวเอง
โดย พระไพศาล วิสาโล
จัดพิมพ์โดย ชมรมกัลยาณธรรม
พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๒๕๕๓
ดาวน์โหลดหนังสือได้ที่นี่
แหล่งที่มา เว็บไซต์วิสาโล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568
ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...
-
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ...
-
การจ่ายเงินรายได้ไม่ครบถ้วน ว่าจริงๆ แล้วเงินที่ทางผู้จ้างได้จ่ายให้ผู้รับจ้างไม่ครบนั้น เพราะว่าทางผู้จ้างได้หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซ...





