วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

กินข้าวขาวเพิ่มความเสี่ยงเป็นเบาหวาน

นักวิจัยเตือน กินข้าวขาวเพิ่มความเสี่ยงเป็นเบาหวาน

อย่างที่ทราบกันดีว่าการทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป อาจทำให้มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้ ซึ่งเรื่องนี้มีการตีพิมพ์ลงผลวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดลงใน British Medical Journal ว่า การทานข้าวขาวมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ และเพ่มความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากถึง 11%  โดยนักวิจัยได้ศึกษาข้อมูลของผู้บริโภคถึง 352,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีการทานข้าวเป็นอาหารหลักถึง 3-4 มื้อต่อวัน โดยผลการศึกษาพบว่า คนที่ทานข้าวขาววันละ 5.5 ออนซ์ มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้นถึง 11% และความเสี่ยงนั้นจะเพิ่มมากขึ้นหากบุคคลนั้นทานข้าวขาวมากขึ้น เนื่องจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตอย่างข้าวขาว แป้ง ขนมปัง พาสต้า ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเบาหวาน

ผู้วิจัยจึงมีข้อแนะนำว่า หากต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต แต่ไม่อยากเสี่ยงกับโรคเบาหวาน ก็ให้ลองเปลี่ยนมาทานข้าวกล้องหรือธัญพืชแทน เพราะนอกจากจะอยู่ท้องได้นานแล้ว ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ MTHAI ตั้งเมื่อ:2012-04-03 07:39:15

เปิดจองแล้ว ! รถบิน คาดวางขายปีหน้า



เปิดจองแล้ว ! รถบินล้ำยุค ปีกพับได้ คาดวางขายปีหน้า ราคา 8.6 ล้าน

ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำหรับ นวัตกรรม รถบินได้ นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930 ที่ก่อนหน้านี้มีรุ่นที่เปิดให้จองในเชิงพาณิชย์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ยังมีรถบินได้ ต้นแบบที่น่าสนใจอีกคันหนึ่งก็คือ “Trasition”  ด้วยยานพาหนะ 2 ที่นั่ง 4 ล้อและมีปีกที่สามารถพับได้  ทำให้มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่ลงจอดบนถนนได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับรถทั่วไป ซึ่งใครที่ต้องการจับจองเป็นเจ้าของ ก็จะมีการออกวางจำหน่ายในปีหน้า โดยขณะนี้มียอดจองแล้ว  100 คัน

ความน่าสนใจของมันอยู่ที่การออกแบบที่ทันสมัยกว่า ซึ่งการทดสอบการบินครั้งแรก ที่ความสูง  1,400 ฟุตเป็นเวลา 8 นาที  มีความเร็วบนถนนราว 70 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่หากเจอรถติดก็สามารถทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าบินไปได้ไกล 460 ไมล์ และบินด้วยความเร็ว 115 ไมล์ต่อชั่วโมง

ซึ่งบริษัทผู้ผลิต “เทอร์ราฟูเจีย” คาดว่าราคาของมันน่าจะอยู่ที่  279,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 8.6 ล้านบาท

ทั้งนี้ การขับขี่ เคลื่อนขึ้นสู่อากาศนั้น จะต้องใช้รันเวย์ นั่นเองทำให้ไม่สามารถลงจอด หรือ ขับทะยานขึ้นสู่อากาศท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่น หรือสถานที่ที่แออัดได้ โดยเจ้าของจะต้องหาพื้นที่รันนเวย์ในการขึ้น และลง แต่สำหรับความปลอดภัยนั้น มีการรับรองจากรัฐบาลเมื่อปีที่แล้วให้ใช้ยางพิเศษและกระจกที่ทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต ที่จะไม่ถ่วงยานยนต์นี้ระหว่างที่มันบินอยู่บนอากาศ

ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของ การทดสอบแบตเตอรีสำหรับป้องการการเกิดการรั่วไหลของไฟฟ้าเมื่อมีการชน เพื่อให้มั่นใจว่ามันเป็นตรงตามมาตฐานด้านความปลอดภัย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ MTHAI เขียนโดย nattawat_86 โพสต์เมื่อ วันพุธที่ 4 เมษายน 2555

พิพิธภัณฑ์สถาน...เครื่องถ้วยอาเซียน

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต นอกจากมีของดีเป็นตึกเพชรที่เจิดจรัสอยู่ด้านหน้ามหาวิทยาลัยแล้ว  มีแหล่งความรู้ศิลปะโบราณวัตถุดูฟรีซุกซ่อนอยู่ นั่นคือ "พิพิธภัณฑ์สถานเครื่องถ้วนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งนี้ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 เนื่องในโอกาสการสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 40 ปี ตัวอาคารจัดแสดงได้รับการออกแบบเป็นอาคารชั้นเดียว มีบางส่วนอยู่ใต้ดิน เลียนแบบการออกแบบเตาเผาที่มักถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ภายในจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ เครื่องถ้วนที่ผลิตจากแหล่งเตาเผาในประเทศไทย เช่น เครื่องถ้วยสุโขทัย  เครื่องถ้วยล้านนา เครื่องถ้วยอยุธยา เครื่องถ้วยโบราณตั้งแต่สมัยบ้านเชียง จ.อุดรธานี รวมไปถึง เครื่องถ้วยกลุ่มเตาเผาพนมดงรักในเขต จ.บุรีรัมย์

ไม่เท่านั้น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งเก็บรวบรวมเครื่องถ้วยที่ค้นพบจากแหล่งชุดค้นตาก-อมก้อย ทางภาคตะวันตกของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด

ที่นี่ยังมีเครื่องถ้วยที่ผลิตจากเตาเผาในต่างประเทศ ซึ่งค้นพบในประเทศไทย อาทิ เครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยเวียดนาม เครื่องถ้วยเขมร ที่ผลิตจากกลุ่มเตาพนมดงรัก ในเขต จ. บุรีรัมย์ และกลุ่มเตาพนมกุเลน ใน จ.เลียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

พิพิธภัณฑ์สถานเครื่องถวยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่ 09.00 - 16.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม แต่จะปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์ วันจันทร์ และวันหยุดของมหาวิทยาลัย

การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 29, 39 และสายรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ รถประจำทางปรับอากาศสาย 10, 39 รถตู้ปรับอากาศ สายอนุสาวรีย์ชัยฯ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผ่าน ผู้เข้าชมสามา
รถต่อรถบริการภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำหรับรถแท๊กซี่หรือรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถบริเวณลานจอดรถ 5

แหล่งที่มา   นสพ. M2F วันพุธที่ 4 เม.ย. 55 (121)

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

10 เมนู อาหารจานด่วนไทย

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการเวชศาสตร์อายุรวัฒน์  กล่าวถึง 10 เมนูอาหารไทยจานด่วนที่มีคุณค่าทางสารอาหาร แม้ในสภาพสังคมที่มีแต่ความเร่งรีบ การกิน การอยู่ไม่เหมือนแต่ก่อน ก็สามารถได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน ได้แก่

1. ผัดซีอิ๊ว มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งวิตามินป้องกันมะเร็งจากยอดคะน้า ได้โอเมก้าสามจากน้ำปลาดี มีไบโอตินจากไข่ และได้โปรตีนย่อยง่ายจากไข่ขาวและเนื้อหมู รวมทั้งคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานจากเส้นและซีอิ๊ว



2. ก๋วยจั๊บ ในน้ำพะโล้มีสมุนไพรอย่าง โป๊ยกั๊ก มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อป้องกันโรค นอกจากนั้นในเต้าหู้ทอดยังให้แคลเซียมและเพ็พไทด์ที่เป็นโปรตีนย่อยง่าย อีกทั้งได้พลังงานจากเส้นก๋วยจั๊บ



3.ก๋วยเตี๋ยว ได้คอลลาเจนจากน้ำต้มกระดูกที่ใช้เวลาเคี่ยวนาน ผักบุ้ง ถั่วงอกและผักชี ต้นหอม มีไฟเบอร์ และ อัลลิซิน ช่วยลดไขมันในเลือดได้



4.ข้าวราดแกง มีข้าวเป็นหลัก และยังได้สารอาหารจากแกงชนิดต่างๆ



5.ผัดกะเพราไก่ไข่ดาว ใบกะเพราช่วยในเรื่องลดไขมันและบำรุงลำไส้ เนื้อไก่มีไขมันน้อยจัดเป็นเนื้อสุขภาพย่อยง่ายดี พริกให้แคปไซซินที่ช่วยแก้อาการภูมิแพ้ และไข่ดาวที่มีประโยชน์ช่วยให้วิตามินที่ดูดซึมในไขมันเข้าไปในร่างกายได้ดีขึ้น



6.ข้าวผัด น้ำมันที่ใช้ผัดช่วยดึงไลโคปีน จากมะเขือเทศเข้าสู่ผิว หอมใหญ่ คะน้า ได้วิตามินที่ช่วยลดไขมันในเลือดได้



7.ข้าวมันไก่ เป็นอาหารที่มีสารอาหารหลักครบทั้ง 5 หมู่ และยังมีวิตามินอี นอกจากนี้ยังมี ขิง ที่ใส่มาในน้ำจิ้มช่วยไล่ไขมันจากไก่ได้



8.น้ำพริกปลาทู ปลาทูทอดจะช่วยจับกับวิตามินเอจากพริกและกรดไขมันโอเมก้าสามที่มีในกะปิ อีกทั้งในปลาทูยังมีซูเปอร์วิตามินชื่อ แอสตาแซนทิน ด้วย



9. ผัดไทย มีวิตามินอีมากใรน้ำมันที่ใช้ผัดและถั่วลิสงคั่ว วิตามินเอมีมากใบผักใบเขียว ขณะที่ หัวปลี กับ ถั่วงอก ที่ให้วิตามินบีกับ กาบา ช่วยบำรุงสมอง



10.ข้าวเหนียวหมูปิ้ง

 ควรเลือกหมูปิ้งมันน้อย ส่วนข้าวเหนียวจะเป็นข้าวเหนียวดำหรือข้าวเหนียวขาวก็ได้ เพราะในข้าวเหนียวดำมี โอพีซี (OPCs) เป็นซุปเปอร์วิตามินอยู่



แหล่งที่มา   เว็บไซต์ MTHAI เขียนโดย nuntarat โพสต์เมื่อ วันอังคารที่ 3 เมษายน 2555

6 จุด...สุดฮิต! คนกรุงแห่เล่นน้ำสงกรานต์

          กทม. เผย 6 จุดสุดฮิต คนกรุงนิยมเล่นน้ำสงกรานต์มากที่สุด คาดเซ็นทรัลเวิลด์คนร่วมงานเพียบ วอนแต่งกายสุภาพ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกันเหตุร้ายทุกจุดพร้อม

          วันนี้ (3 เมษายน 2555) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศกาลสงกรานต์ปี 2555 ที่กำลังจะถึงนี้ ทางกรุงเทพมหานครได้คาดการณ์ว่า 6 จุดเล่นน้ำที่คนกรุงนิยมเล่นมากที่สุดคือ...

          จุดที่ 1 ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 13-15 เมษายน 2555 ชื่องานว่า "อัศจรรย์กลางกรุง"
          จุดที่ 2 ถนนข้าวสาร ในวันที่ 13-15 เมษายน 2555 เป็นจุดที่ชาวต่างชาตินิยมมาเล่นมากที่สุด
          จุดที่ 3 สีลม ในวันที่ 13-15 เมษายน 2555 ซึ่งเป็นจุดที่ฮือฮาที่สุดเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากมีสาวโคโยตี้เปิดเต้าโป๊โชว์กลางที่สาธารณะ
          จุดที่ 4 งานเทศกาลมหาสงกรานต์ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ในวันที่ 12-15 เมษายน 2555 โดยในงานจะจัดบรรยากาศเป็นงานวัด และกิจกรรมรดน้ำดำหัว การแสดงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นแบบไทย การแต่งกายด้วยผ้าไทย การทำบุญก่อเจดีย์ทราย เป็นต้น
          จุดที่ 5 ย่านวงเวียนใหญ่ ในวันที่ 13-15 เมษายน 2555 จัดให้มีพิธีรดน้ำดำหัวและสรงน้ำพระ
          จุดที่ 6 สวนสันติชัยปราการ เชิงสะพานพระราม 8 ในวันที่ 13-15 เมษายน 2555

          ทั้งนี้ จุดที่คาดว่าจะมีประชาชนมาเล่นน้ำมากที่สุดคือ "ลานเซ็นทรัลเวิลด์" ในช่วงเวลา 12.00-22.00 น. เนื่องจากในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เครื่องเล่น ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน สอยดาว ซุ้มอาหาร คอนเสิร์ตจากวงดนตรีชื่อดัง และพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ รวมถึงปาร์ตี้โฟม คาดว่าจะมีวัยรุ่นเดินทางมาร่วมเล่นน้ำเป็นจำนวนมาก

          อย่างไรก็ตาม สำหรับงานสงกรานต์ใน 6 จุดดังกล่าว ทาง กทม. ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจท้องที่ ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจส่วนกลาง และเทศกิจเขตรักษาความปลอดภัยตามจุดต่าง ๆ นอกจากนี้ ทาง กทม.ยังขอความร่วมมือไปยังประชาชนว่า ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัย และควรแต่งกายให้สุภาพ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ใช้ปืนฉีดน้ำที่แรงดันสูง ส่วนถ้าประชาชนคนไหนพบเหตุร้ายให้แจ้งมายัง 191 ทันที

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

จีนเปิดใช้สะพานแขวน ที่ยาวและสูงที่สุดในโลก

ทางการจีนได้เปิดใช้สะพานแขวน ที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ในวันนี้ (3 เมษายน 2555)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการจีนได้เปิดใช้สะพานแขวนที่ยาวและสูงที่สุดในวันนี้   โดยสะพานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2007ได้สร้างเสร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว ใช้ระยะเวลาในการสร้างนานเกือบ 5 ปี

สะพานดังกล่าวได้สร้างเชื่อมหุบเขา 2 จุด ในหุบเขา Dehang มณฑลเหอหนาน ด้วยระยะทาง 1,176 เมตร ความสูง3,858 ฟุต  มีช่องการจราจร 4 ช่องทาง จำกัดความเร็วที่ 80 กม./ชั่วโมง   ผู้ขับขี่จะสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามได้จากบนถนนลอยฟ้าแห่งนี้   ขณะเดียวกันในเวลากลางคืนสะพานแห่งนี้จะส่องสว่างไปด้วงแสงไฟกว่า 1,888 ดวง ที่ทอดยาวเชื่อมต่อเทือกเขาทั้งสองไว้

อย่างไรก็ตามสะพานแห่งนี้ยังมีทางเท้าพิเศษไว้สำหรับคนได้เดินตรงได้ถนนด้วย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 3 เมษายน 2555 เวลา 19:21 น.

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

ไทยอันดับ 1-3 สุดยอดโรงแรมรีสอร์ทกลางน้ำ

เว็บไซต์ CNNGo ได้ทำการจัดอันดับโรงแรมกลางน้ำที่ดีที่สุดของเอเชียอาคเนย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่อยู่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งมีทั้งเวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา มณฑลยูนนานของจีน รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยประเทศไทยติดอันดับท็อปทรี 3 อันดับแรก ตามมาด้วยโรงแรมในประเทศอื่นๆโดยมีรายชื่อต่อไปนี้

1. เรือนแพริเวอร์แควจังเกิล ราฟท์ จังหวัดกาญจนบุรี (The River Kwai Jungle Raft Floatel)
แพริเวอร์แควเป็นหมู่บ้านลอยน้ำในแม่น้ำแคว ของชาวชนบทของกาญจนบุรีมาแต่ปี 2519 ด้วยระยะทางเพียง 2ชั่วโมงครึ่งจากกรุงเทพฯ กับบรรยากาศธรรมชาติ แพบ้านที่ทำจากไม้ไผ่นำมาผูกต่อกัน เป็นหลังๆ มีเปลญวน ให้นอนคุยกันสบายๆ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนั้นเมื่อถึงเวลากลางคืนจะเงียบสงบมาก ส่วนในตอนกลางวันนักท่องเที่ยวสามารถนอนอาบแดดและว่ายน้ำได้




2.  เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว รีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี (Float House River Kwai)
เสน่ห์ของบ้านกลางน้ำริเวอร์แควคือวัสดุที่ใช้ก่อสร้างเป็นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น แต่ที่นี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้ง WiFi โทรทัศน์ LCD 32 นิ้ว เครื่องเล่นดีวีดี ทั้งยังมีบริเวณระเบียงเป็นส่วนตัว




3. แกรนด์ ลากูน่า เกาะช้าง จังหวัด ตราด
แกรนด์ลากูน่าเป็นที่พักที่ตอบโจทย์ที่พักกลางน้ำได้เป็นอย่างดี ห้องพักมีหลายรูปแบบ เช่น รีสอร์ทชมนภามีอ่างจากุซซี่ให้อาบแสงจันทร์ในยามค่ำคืน , เรือกระท่อม (Boat Chalet) เป็นเรือไม้สักที่ตกแต่งแบบชนบทตั้งอยู่กลางทะเลสาบ , เดอะกาแล็กซี่ เป็นเรือ 7 ชั้น มี 70 ห้องพักและห้องจัดเลี้ยงที่จุคนได้กว่า 500 คน




4. กระท่อมลอยน้ำ จังหวัดเกาะกง กัมพูชา
จากชายแดนไทยไปทางริมแม่น้ำโขงของเขมร เพียง 1 ชม. จะพบกับ 12 ห้องพักกลางน้ำสุดหรู สร้างขึ้นบนท่าเรือไม้ แต่ตกแต่งราวกับเป็นราชวังของสุลต่าน จุดเดนอีกประการคือห้องพักแห่งนี้สร้างขึ้นอย่างเป็นมิตรกับระบบนิเวศน์ เช่น วัสดุธรรมชาติ มีระบบจัดการน้ำเสียที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ยังสอนให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของการรักษาธรรมชาติ



5. โรงแรม Sala Phae ปากเซ ประเทศลาว
เป็นบ้านพัก 2 ดาวที่ราคาสบายกระเป๋า สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศในประเทศลาว มีห้องพักทั้งหมด 8 ห้อง นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปไปชมโลมาอิรวดีได้  สำหรับนักปีนเขา น้ำตกLi-Phi เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศลาว อยู่ห่างจาก Hotel Sala Phae ไปเพียง 1.5 เมตรเท่านั้น



6. Sala Don Khone: Ban Khone Tai, Khong District, Laos
บนเกาะกว่า 4,00 เกาะ ริมชายฝั่งแม่น้ำโขง ที่นี่มีห้องพักให้เลือก 3 แบบ คือ ห้องพักลอยน้ำที่ตกแต่งแบบฝรั่งเศส ขณะที่ชั้นบนสุดเป็นการตกแต่งแบบลาว




7. Thuan Loi Hotel: Chau Doc, Vietnam
ข้างหน้าของโรงแรมเป็นพื้นดิน แต่ข้างหลังเป็นแม่น้ำ ที่มีร้านอาหารลอยอยู่กลางปากแม่น้ำโขง ห้อง 25 ห้องที่เรียบง่าย ไร้การตกแต่งใดๆ



8.Mekong Floating House: Ben Tre, Vietnam
เกสต์เฮาส์ที่ปลูกท่ามกลางสวนมะพร้าว มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ข้อเสียเปรียบของที่่นี่คือ แม่น้ำที่คราคร่ำไปด้วยเรือที่สัญจรขวักไขว่




9. Shwe Inn Tha Floating Hotel: Inle Lake, Myanmar
เปิดบริการตั้งแต่ปี 1995 ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสีฟ้า มีห้องพักทั้งหมด 33 ห้อง ในเดือนตุลาคม จะมีการแข่งขันเรือ




10. Golden Island Cottages: Inle Lake, Myanmar
กระท่อม 25 หลังที่สร้างบนไม้ ความเป็นกันเองของพนักงานและวงดนตรีที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้า ถือเป็นตำนานสำหรับโรงแรมแห่งนี้ ส่วนข้อเสียของที่นี่คือ ในช่วงเช้าตรู่จะมีชาวประมงมาหาปลา ซึ่งจะส่งเสียงให้เกิดความรำคาญในการนอนพอสมควร




แหล่งที่มา   เว็บไซต์ MTHAI เขียนโดย nuntarat โพสต์เมื่อ วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555

17 เม.ย. 2555 เป็นวันทำงานตามปกติ

วันนี้ ( 2 เม.ย.2555) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า


จากกรณีที่มีการสอบถามกันมากจากบรรดาข้าราชการในหน่วยงานต่างๆ ว่าครม.จะมีมติให้วันที่ 17 เม.ย. 2555 เป็นวันหยุดเนื่องในเทศกาลสงกรานต์หรือไม่นั้น  ในที่ประชุมครม.วันเดียวกันนี้ไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาหารือแต่อย่างใด และในระเบียบราชการและตามกฎหมายกำหนดให้ข้าราชการสามารถหยุดต่อเนื่องได้ยาวเพียง 4 วันเท่านั้น ดังนั้นเทศกาลสงกรานต์จึงหยุดยาว 4 วัน ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย.2555 เท่านั้น ส่วนวันที่ 17 เม.ย. 2555 เป็นวันทำงานตามปกติ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2555 เวลา 14:21 น.

ขรก.ป่วยฉุกเฉินรักษา รพ.เอกชน ไม่ต้องจ่ายเงินก่อน

           อธิบดีกรมบัญชีกลาง เผย ข้าราชการ ป่วยฉุกเฉิน รักษา ร.พ.เอกชน ไม่ต้องจ่ายเงินก่อน

           วันนี้ (2 เมษายน 2555) นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า หลังจากทางกรมบัญชีกลาง ได้ลงนามร่วมกับสำนักงานประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกองทุนสวัสดิการข้าราชการ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลได้ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนได้ทุกที่นั้น สำหรับข้าราชการจะเบิกจ่ายได้เต็มจำนวนของการรักษา จากเดิมที่หากเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน จะต้องชำระค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาท แต่ในข้อกำหนดใหม่นั้น ข้าราชการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะทางกรมบัญชีกลาง จะตัดบัญชีกับโรงพยาบาลโดยตรง และขณะนี้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความพร้อมในการรับอุบัติเหตุฉุกเฉินแล้ว

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

2 เมษายน 2555 วันหนังสือเด็กโลก

           วันที่ 2 เมษายน 2555 นี้ ยังนับว่าเป็นวันสำคัญสำหรับหนูน้อยผู้รักการอ่านทั้งหลาย เพราะ 2 เมษายน ของทุกปี เป็นวันหนังสือเด็ก (International Children's Book Day) และวันนี้เราก็มีสาระความรู้เกี่ยวกับวันดีๆ วันนี้มาฝากกันด้วยล่ะ

           ทั้งนี้ วันหนังสือเด็กสากล ถูกกำหนดให้ตรงกับ 2 เมษายน ของทุกปี โดยคณะกรรมการด้านหนังสือเด็ก (IBBY) เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน นักเล่านิทานที่มีชื่อเสียงของโลก เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหนังสือเด็ก และส่งเสริมการอ่านทั่วโลกมาตั้งแต่ พ.ศ.2510 และในวันนี้จะเป็นธรรมเนียมของทุกปีที่คณะกรรมการนานาชาติด้านหนังสือเด็ก (IBBY) ที่มีประเทศสมาชิกทั่วโลก จะมีสมาชิกประเทศหนึ่งเสนอตัวเป็นผู้อุปถัมภ์ของ วันหนังสือเด็กนานาชาติ ก่อนกำหนดหัวข้อการนำเสนอของปีนั้น รวมถึงนักประพันธ์ผู้มีชื่อเสียงของประเทศจะเป็นผู้เขียนสารส่งถึงเด็กทั่วโลก และนักวาดภาพผู้มีผลงานโดดเด่นของประเทศจะออกแบบโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานไปทั่วโลก

           นอกจากนี้ ในวันหนังสือเด็กสากล จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษและงานฉลองกันทั่วโลก อย่างเช่น การประกวดการเขียนหนังสือ การประกาศผลรางวัลหนังสือสำหรับเด็กโดยนักประพันธ์วรรณกรรมสำหรับเด็กผู้มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งจุดประสงค์ของงานในวันนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านและให้ผู้ใหญ่หันมาสนใจในความสำคัญของหนังสือเด็กมากขึ้นนั่นเอง

           สำหรับประเทศไทยนั้น ในวันที่ 2 เมษายน ตรงกับวันฉลองเสด็จพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ รัฐบาลไทยเห็นควรน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระเกียรติ เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเป็นผู้ส่งเสริมการอ่าน และได้ทรงประพันธ์วรรณกรรมสำหรับเด็กมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ บวกกับพระปรีชาสามารถด้านอักษรศาสตร์ เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวไทยและต่างประเทศ

           โดยในปี 2551 มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก (ThaiBBY) ซึ่งเป็นสมาชิกของ IBBY ในนามของประเทศไทย ได้เสนอตัวเป็นผู้อุปถัมภ์ของวันหนังสือเด็กนานาชาติปี 2551 โดยการสนับสนุนของมูลนิธิซิเมนต์ไทย และได้เชิญอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2543 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผู้เป็นทั้งจิตรกรและนักเขียน ให้เป็นผู้วาดภาพและส่งสารถึงเด็กทั่วโลก ภายใต้แนวคิด หนังสือคือ ดวงตา ปัญญา คือความสุข

           และสำหรับการจัดงานในปีนี้ อุทยานการเรียนรู้ TK park ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ,นิตยสาร Mother&Care และภาคีเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน ขอเชิญ เด็ก ๆ เยาวชน และผู้ปกครอง รวมพลสร้างพลังแห่งการเรียนรู้ เปิดประตูโลกการอ่าน ในงาน ร้อยกิจกรรมวันหนังสือเด็กแห่งชาติ ครั้งที่ 4 ในงานนี้ น้อง ๆ หนู ๆ จะได้พบกับกิจกรรมที่สรรค์สร้างพลังสมอง ต่อยอดการเรียนรู้ และเสริมสร้างจิตนาการให้กับเด็ก ผ่านโลกแห่งการอ่าน การเล่นนิทาน พร้อมสาระความรู้เพื่อผู้ใหญ่ มาร่วมสร้าง เสริม เติม พลังร่วมกัน ในวันที่ 3 - 8 เมษายน 2555 นี้ เวลา 10.00 – 17.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิล์ด

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

สรุปการหักลดหย่อนและยกเว้นภาษี ปีภาษี 2554

รายการหักลดหย่อน / ยกเว้นภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี
(ภ.ง.ด.90 / 91)
1. ลดหย่อนส่วนบุคคล
    1.1 ผู้มีเงินได้ 30,000 บาท
*คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล 60,000 บาท
(หากหุ้นส่วนฯ อยู่ในประเทศไทยเพียงคนเดียว หักลดหย่อนได้ 30,000 บาท)
    1.2 คู่สมรส (ที่ไม่มีเงินได้) 30,000 บาท
    1.3 บุตรที่ศึกษาในประเทศ คนละ 17,000 บาท
    1.4 บุตรที่ไม่ได้ศึกษาหรือศึกษาในต่างประเทศ คนละ 15,000 บาท
    1.5 ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดาของผู้มีเงินได้
     ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดาของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้
     ทั้งนี้ บิดามารดามีอายุ 60 ปีขึ้นไป และไม่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาทในปีภาษี
คนละ 30,000 บาท
    1.6 ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ
     ทั้งนี้ คนพิการหรือคนทุพพลภาพต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาทในปีภาษี
คนละ 60,000 บาท
2. ลดหย่อนและยกเว้นสำหรับเบี้ยประกันชีวิต
    2.1 ผู้มีเงินได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
(หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่เกิน 90,000 บาท)

หากเบี้ยประกันภัยที่จ่าย เป็นเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป ให้ยกเว้นอีกร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
    2.2 คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ หักลดหย่อนได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
3. ยกเว้นเบี้ยประกันสุขภาพ บิดา มารดา ของผู้มีเงินได้ และบิดามารดาของคู่สมรส ที่ไม่มีเงินได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท
4. ลดหย่อน และยกเว้นเงินสะสมที่จ่ายเข้า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
(หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่เกิน 490,000 บาท และไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง)
5. ยกเว้นค่าซื้อหน่วยลงทุน ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
     เงินได้ตามจำนวนที่จ่าย เป็นค่าซื้อหน่วยลงทุน ในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมกับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
6. ยกเว้นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
     เงินได้ตามจำนวนที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุน ในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ตามกฎหมายว่าด้วย หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 500,000 บาท
7. ยกเว้นเงินสะสม กบข. ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
8. ยกเว้นเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
9. ยกเว้นเงินค่าชดเชยที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองแรงงาน (ไม่รวมค่าชดเชย เพราะเหตุเกษียณ อายุ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง) ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 300,000 บาท ของค่าจ้างหรือเงินเดือนของการทำงาน 300 วันสุดท้าย
10. ลดหย่อนและ ยกเว้นสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืม เพื่อการมีที่อยู่อาศัย
    10.1 ผู้มีเงินได้กู้ยืมคนเดียว ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
(หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่เกิน 90,000 บาท)
    10.2 ผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ตามส่วนเฉลี่ยดอกเบี้ยของจำนวนผู้กู้
11. ลดหย่อนเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม
* กรณีสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม และความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี ให้ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท
12. ลดหย่อนและยกเว้นเงินบริจาค
    12.1 ยกเว้นค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการศึกษา 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน ร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนอย่างอื่น ก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาค
    12.2 ยกเว้นค่าใช้จ่ายและเงินบริจาค ดังนี้
        -ยกเว้นค่าใช้จ่ายการจัดหาหนังสือ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมการอ่าน
        -ยกเว้นค่าใช้จ่ายในการจัดให้ คนพิการได้รับสิทธิประโยชน์
        -ยกเว้นเงินบริจาคให้แก่ กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น
        -ยกเว้นค่าใช้จ่ายให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือสนับสนุนการดำเนิน งานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับยกเว้นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่นก่อนหักลดหย่อนเงินบริจาค
(พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 515) (ฉบับที่ 519) (ฉบับที่ 520) และ (ฉบับที่ 526) พ.ศ.2554)
    12.3 ลดหย่อนเงินบริจาคทั่วไป ตามจำนวนที่จ่ายจริง ในเดือน ม.ค. ถึง ธ.ค. แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น
    12.4 ลดหย่อนเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย 1.5 เท่าของจำนวนที่บริจาคจริงในเดือน ก.ย. ถึง ธ.ค. 2554 แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคทั่วไป ต้องไม่เกินร้อยละ10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอย่างอื่น
(พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 527) และ (ฉบับที่ 529) พ.ศ.2554)
13. ยกเว้นเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นตามจำนวนเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 190,000 บาท
14. ยกเว้นเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นคนพิการอยู่ ในไทย และมีอายุไม่เกิน 65 ปี บริบูรณ์ ยกเว้นตามจำนวนเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 190,000 บาท
15. ยกเว้นเงินได้จากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ฯ ตามจำนวนที่จ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ฯ ที่มีมูลค่าไม่เกิน 5,000,000 บาท ซึ่งได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในระหว่างวันที่ 21 ก.ย. 2554 ถึง 31 ธ.ค. 2555 เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเป็นจำนวนไม่เกินภาษีเงินได้ที่คำนวณจากเงินได้สุทธิหรือที่ต้องชำระก่อนการคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายและเครดิตภาษี แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น ทั้งนี้ ต้องใช้สิทธิดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปีภาษีต่อเนื่องกัน โดยให้ใช้สิทธิเป็นจำนวนเท่าๆกัน ในแต่ละปีภาษี  (พระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 528) พ.ศ.2554)
16. ยกเว้นเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 ก.ค. 2554 – 31 ธ.ค. 2554
* อยู่ระหว่างตราเป็นกฎหมาย
ตามจำนวนที่จ่ายจริงเป็นค่าซ่อมแซมบ้าน แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับการใช้สิทธิในปีภาษี 2554 และปีภาษี 2555
17. ยกเว้นเงินได้ที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 ก.ค. 2554 – 31 ธ.ค. 2554
*อยู่ระหว่างตราเป็นกฎหมาย
ตามจำนวนที่จ่ายจริงเป็นค่าซ่อมแซมรถยนต์ แต่รวมกันต้องไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับการใช้สิทธิในปีภาษี 2554 และปีภาษี 2555

แหล่งที่มา    เว็บไซต์กรมสรรพากร

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...