วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

10 ดวงจันทร์น่าสนใจในระบบสุริยะ


ในทุกค่ำคืนที่เรามองไปบนฟากฟ้า เราก็จะพบดวงจันทร์ที่ลอยเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือผืนฟ้าเบื้องบน แต่เคยลองจินตนาการดูบ้างไหมว่า ถ้าหากเราไปเหยียบยืนอยู่บนดาวดวงอื่นที่มีดวงจันทร์บริวารมากกว่าโลกของเรา ท้องฟ้ายามค่ำคืนจะสว่างมากกว่านี้อีกสักเท่าไรหนอ และเผลอๆ เราก็อาจจะได้เห็นดวงจันทร์ที่มีลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันไป ให้ได้ดูอย่างเพลิดเพลินกันยามค่ำคืนด้วย

ไปชมดวงจันทร์บริวารของดาวดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะ ขอเลือกดวงจันทร์ที่น่าสนใจเพียง 10 ดวงในระบบสุริยะมาฝากว่า ดวงจันทร์ทั้ง 10 ดวงต่อไปนี้นั้น มีอะไรแปลกประหลาดและน่าสนใจบ้าง

1. ไททัน ดวงจันทร์ของดาวเสาร์
ไททันเป็นดวงจันทร์ที่มีความแปลกประหลาดที่สุดในระบบสุริยะ มันเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีบรรยากาศ แถมยังมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นและประกอบด้วยไนโตรเจนเป็นส่วนใหญ่เหมือนกับชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกของเรา และที่สำคัญ บนพื้นผิวของดาวก็มีน้ำแข็ง และหินเช่นเดียวกับพื้นผิวโลก แต่ไม่อาจสังเกตได้ เพราะชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของมันบดบังอยู่นั่นเอง

และการที่มีน้ำแข็งอยู่บนดาวนี้เอง ทำให้มันมีสภาพคล้ายกับโลกในยุคแรกๆ ก่อนมีสิ่งมีชีวิต ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า ถ้าหากวันหนึ่งดวงอาทิตย์ร้อนขึ้นหรือกลายเป็นดาวยักษ์แดงเมื่อไร น้ำแข็งบนดวงจันทร์ไททันก็จะละลาย และเกิดสิ่งมีชีวิตขึ้นเหมือนกับโลกก็เป็นได้ แต่กว่าจะถึงวันนั้น ก็ต้องรออีกไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านปีเลยทีเดียว
ไททัน ดวงจันทร์ของดาวเสาร์

2. ไอโอ ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
ไอโอเป็นดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟทั่วทุกพื้นที่ และมันก็ปะทุอยู่ตลอดเวลาด้วย ดังนั้น มันจึงถูกสรุปว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่บนดาวดวงนี้อย่างแน่นอน เพราะภูเขาไฟบนพื้นผิวดาวจะพ่นลาวาออกมาได้ตลอด ละลายและทำลายล้างทุกอย่างบนพื้นผิว ไม่เพียงเท่านั้น มันยังได้ชื่อว่าเป็นภูเขาไฟแห่งอวกาศด้วย เพราะการปะทุของภูเขาไฟอาจสูงถึง 300 กิโลเมตรเลยทีเดียวเชียว
ไอโอ ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

3. ยูโรปา ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
ยูโรปาเป็นดวงจันทร์ที่มีพื้นผิวราบเรียบที่สุดในบรรดาดวงจันทร์ทุกดวงในระบบสุริยะ ซึ่งนั่นเป็นเพราะพื้นผิวของมันมีมหาสมุทรเป็นผืนแผ่นเดียวกันและมีเปลือกน้ำแข็งปกคลุมทั่วพื้นผิว มีน้ำอยู่ภายใต้พื้นผิวมากกว่าโลกถึง 2-3 เท่า และแน่นอนว่ามันมีแนวโน้มว่าจะมีสิ่งมีชีวิตใต้พื้นผิวด้วย นับว่าเป็นดวงจันทร์อีกดวงที่น่าสนใจน่าติดตามดูต่อไปมาก
ยูโรปา ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

4. ไทรทัน ดวงจันทร์ของดาวเนปจูน
ไทรทัน เป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเนปจูน มันน่าสนใจตรงที่เป็นดาวอีกดวงที่มีก๊าซไนโตรเจนนอกเหนือจากโลกและดวงจันทร์ไททันที่ได้นำเสนอเรื่องราวไปแล้วข้างต้น และน่าสนใจอีกครั้งตรงที่เป็นดวงจันทร์ภูเขาไฟน้ำแข็งดวงเดียวในระบบสุริยะ  และเป็นดาวที่เย็นที่สุดในระบบสุริยะด้วย สภาพภูมิประเทศของมันเป็นหุบเหว และอุณหภูมิที่ต่ำก็ทำให้มันมีน้ำแข็งบนพื้นผิว และมีภูเขาไฟน้ำแข็งที่พ่นน้ำพุแรงดันสูงขึ้นฟ้า แถมมีลักษณะดาวแวววาวจากหินแข็งบนพื้นผิว จึงนับเป็นดวงจันทร์ที่สวยงามดวงหนึ่งในระบบสุริยะ
ไทรทัน ดวงจันทร์ของดาวเนปจูน

5. เอนเซลาดัส ดวงจันทร์ของดาวเสาร์
เอนเซลาดัส มีความแปลกประหลาดตรงที่มันเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีอิทธิพลทางเคมีต่อดาวเคราะห์แม่ นั่นก็คือดาวเสาร์ มันจะพ่นไอน้ำออกมาสู่ดาวเสาร์ตลอดเวลา ทำให้ไอน้ำที่มันพ่นออกมานั้นก่อรูปเป็นเมฆรัศมีล้อมรอบดาวเสาร์ เป็นหนึ่งในหลายปฏิกิริยาที่ทำให้ดาวเสาร์มีวงแหวนล้อมรอบนั่นเอง
เอนเซลาดัส ดวงจันทร์ของดาวเสาร์

6. เอพะมีธีอูส และเจนัส ดวงจันทร์ของดาวเสาร์
เอพะมีธีอูส และเจนัส เป็นดวงจันทร์คู่ที่เดินทางไปพร้อมๆ กันรอบดาวเสาร์ แน่นอนว่ามันมีวงโคจรที่แทบจะไม่ต่างกันเลย ใช้เวลาโคจรรอบดาวเสาร์ 0.69 วัน แต่ถึงมันจะโคจรไปพร้อมๆ กันเหมือนดาวแฝดอย่างนั้น มันก็ยังมีระยะทางโคจรใกล้-ห่างไม่เท่ากันในแต่ละช่วงเวลา โดยระยะทางที่มันใกล้กันที่สุดอยู่ที่ 9,970 กิโลเมตร ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ครั้งหนึ่งมันคงเคยเป็นดาวดวงเดียวกันเป็นแน่
เอพะมีธีอูส และเจนัส ดวงจันทร์ของดาวเสาร์

7. แดคทิล ดวงจันทร์ของดาวเคราะห์น้อยไอดา
แม้ว่าไอดาจะเป็นเพียงดาวเคราะห์น้อยในระบบสุริยะ แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันมีดวงจันทร์บริวารด้วย นั่นก็คือ แดคทิล ซึ่งนับว่าเป็นดวงจันทร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะ ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น
แดคทิล ดวงจันทร์ของดาวเคราะห์น้อยไอดา

8. คาลลิสโต ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
คาลลิสโตเป็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสที่อยู่ห่างดาวพฤหัสมากที่สุด และจัดเป็นดวงจันทร์ที่มีหลุมมีปล่องมากที่สุดในระบบสุริยะ แต่น่าแปลกที่มันไม่มีกิจกรรมทางธรณีวิทยาบนดาวเลย รูปร่างลักษณะพื้นผิวของมันไม่เคยเปลี่ยนมากว่า 4 พันล้านปีแล้ว
คาลลิสโต ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

9. มิรันดา ดวงจันทร์ของดาวยูเรนัส
มิรันดาเป็นดวงจันทร์ที่หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ที่สุดในระบบสุริยะ มันมีรูปร่างหน้าตาอย่างที่เห็น พื้นผิวเต็มไปด้วยหุบเหว หินผามากมาย และมันยังเป็นหนึ่งในดวงจันทร์ที่มีภูมิประเทศหลากหลายที่สุดในระบบสุริยะ
มิรันดา ดวงจันทร์ของดาวยูเรนัส

10. แกนีมีด ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
แกนีมีดเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มันมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับดวงจันทร์ของโลกมาก มีสนามแม่เหล็กสูงมากอย่างที่ดวงจันทร์ดวงอื่นไม่มี และความจริงแล้ว แกนีมีดดวงนี้ก็สร้างความสับสนกับวงการดาราศาสตร์ว่ามันควรจะเป็นดวงจันทร์ หรือดาวเคราะห์กันแน่ เพราะมันโคจรรอบดวงอาทิตย์เหมือนกับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ แต่ดันโคจรรอบดาวพฤหัสบดีด้วยซะนี่ มันก็เลยถูกจัดเป็นดาวบริวารของดาวพฤหัสบดีไป
แกนีมีด ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

อังกฤษช่วยมะหมาผอมเนื้อติดกระดูก หิวโซกว่า 2 เดือน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์สงเคราะห์สัตว์ในอังกฤษได้ช่วยชีวิตสุนัขที่ถูกนำใส่กล่อง มาปล่อยทิ้งไว้ริมถนนถึง 2 เดือน โดยมันมีสภาพที่หิวโซ และผอมจนเนื้อติดกระดูก เป็นภาพที่น่าสงสารจับใจ

เจ้าสุนัขดังกล่าวถูกพบโดยชายคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนามเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในภาพนอนแน่นิ่งอยู่ในกล่องกระดาษริมถนนในเขตเฮวิช เมืองซัมเมอร์เซ็ทของอังกฤษ โดยชายคนดังกล่าวได้นำมันมาส่งไว้ให้กับศูนย์สงเคราะห์สัตว์ RSPCA ในเมืองซัมเมอร์เซ็ท และได้ตั้งชื่อให้มันว่า เจ้าโฮป (Hope) จากนั้น แอนนา พาร์รี่ สัตวแพทย์ประจำศูนย์จึงได้มาดูแลมัน และเธอก็ต้องตกใจอย่างมาก เพราะมันผอมมากจนเห็นกระดูกซี่โครงได้ทุกซี่ ซึ่งเธอบอกว่า ตั้งแต่เธอทำงานมา 8 ปี เธอก็เห็นสุนัขเร่ร่อนมาก็บ่อย แต่เธอไม่เคยเห็นสุนัขที่ผอมมากขนาดนี้มาก่อนเลย และที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นก็คือ มันยังมีชีวิตอยู่ได้

โดยแอนนาบอกว่า สุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขพันธุ์สแตฟฟอร์ดไชร์ผสมเพศเมีย น่าจะมีอายุราว 2 ขวบ แต่มันมีน้ำหนักเพียง 7 กิโลกรัมกว่า ๆ ซึ่งหนักเพียงครึ่งเดียวของน้ำหนักสุนัขพันธุ์นี้ที่มีสุขภาพดีทั่วไป ตอนแรกที่มันมาถึง ทางศูนย์ต้องทำการห่อหุ้มตัวมันให้มันรู้สึกอบอุ่นที่สุด เพื่อให้มันรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้มีชีวิตอยู่ได้ และตอนนั้น มันก็ไม่สามารถยกหัวขึ้นมากินอาหาร กินน้ำได้เลย ต้องให้อาหารทางน้ำเกลือ แต่ตอนนี้มันค่อย ๆ ยกหัวขึ้นช้า ๆ มากินอาหาร กินน้ำและมีปฎิกิริยาโต้ตอบมากขึ้นแล้ว
ทั้งนี้ แอนนาได้เปิดเผยอีกว่า จากแวบแรกที่เห็นมัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะรอดผ่านคืนนั้นมาได้ ถ้าหากไม่มีใครไปพบมัน หรือไปพบมันช้ากว่านี้ แน่นอนว่ามันคงไม่มีชีวิตรอดแน่ ด้วยสภาพร่างกายที่ผ่ายผอมมาก เชื่อว่ามันไม่มีอาหารใด ๆ ตกถึงท้องเลยว่าเป็นเวลาเกือบสองเดือน แต่ในตอนนี้ มันสามารถยืนขึ้นได้แล้ว แต่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ มันก็ล้มลง  มันยังเดินไม่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องคอยอุ้มมันไปไหนมาไหน

ด้านจอห์น นอร์แมน ผู้ตรวจสอบของ RSPCA กำลังสืบหาข้อมูลและเจ้าของสุนัขดังกล่าว โดยนอร์แมนบอกว่า สุนัขดังกล่าวถูกทิ้งไว้ในสภาพที่แย่มาก ถูกทิ้งขว้างเหมือนเศษขยะ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นสิ่งมีชีวิต จึงอยากขอให้ใครก็ตามที่ทราบข้อมูลของเจ้าของสุนัขตัวนี้ให้ติดต่อแจ้ง เบาะแสมาที่ RSPCA เพื่อหาคนที่ทำผิดมารับผิดชอบและให้แน่ใจว่าไม่มีสุนัขตัวอื่น ๆ ที่อยู่ในครอบครองของผู้ที่ทำผิดนี้ มีสภาพเหมือนสุนัขตัวนี้อีก

ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ปี 2006 ของอังกฤษ กำหนดโทษผู้ที่ปล่อยปละละเลยสัตว์เลี้ยงจนเป็นเหตุให้มันต้องพบกับความทุกข์ ทรมาน จะต้องถูกจำคุก 6 เดือน และ/หรือ ปรับเป็นเงิน 2 หมื่นปอนด์ (ประมาณ 1 ล้านบาท)

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

พระพุทธชยันตีองค์ดำท้องสนามหลวง

ไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมสัปดาห์นี้จึงมีแต่ข่าวพุทธชยันตีออกมาถี่ยิบ เนื่องจากเข้าสู่กำหนดการจัดงานพุทธชยันตี วิสาขบูชาโลก ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มจัดกัน ตั้งแต่ 30 พ.ค. - 4 มิ.ย. 2555 บรรดาหน่วยงานทางพระพุทธศาสนา กทม.   ททท.  วัดวาอารามทั่วประเทศ ต่างจัดงานเฉลิมฉลองกึ่งพุทธกาล 2,600 ปีกันอย่างยิ่งใหญ่

โดยเฉพาะวันนี้ (1 มิ.ย. 2555)  ที่ท้องสนามหลวงมีการอัญเชิญพระพุทธชยันตีองค์ดำนาลันทาจา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 69 นิ้ว อายุเก่าแก่กว่า 1 หมื่นปี โดยในระหว่างประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธชยันตีองค์ดำ ได้เกิดปรากฎการณ์อัศจรรย์พระอาทิตย์ทรงกลดแผ่มายังพระพุทธชยันตีองค์ดำนานถึง 15 นาทีด้วย

เปิดให้ประชาชนทั่วไปกราบสักการะมาตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. 2555 แล้ว  แต่ถ้าใครที่ไม่สะดวกไป ยังสามารถไปกราบได้ถึงวันที่ 4 มิ.ย. 2555 ตรงกับวันวิสาขบูชาปีนี้  โดยในวันนั้นยังจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้าม 26 ศตวรรษในเวลา 23.00 น. มีการสวดสรรเสริญพระพุทธคุณโดยคณะสงฆ์จำนวน 2,600 รูป

ใครอยู่ใกล้ที่ไหนก็เข้าร่วมที่นั้นๆ แต่ถ้าใครอยู่ใกล้สนามหลวง แวะมาเติมบุญเสริมสิริมงคลชีวิตกันได้

แหล่งที่มา     นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 1 มิ.ย. 55 (156)

21 มิ.ย. -14 ก.ค. 2555 นัมเบอร์วันแกลเลอรี่ยินดีนำเสนอ Muddled


นัมเบอร์วันแกลเลอรี่ยินดีนำเสนอ Muddled โดย อานนท์ ลุลิตานนท์ , ภูมิ พีชวณิชย์


ยุคปัจจุบันความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ได้ดำเนินพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เกินกว่าความคิด สติปัญญาของมนุษย์จะตามทัน ทำให้เกินสภาวะสับสน มึนงง ฟุ้งซ่าน ในสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่และความนึกคิดของคนทั่วไป ทั้งในเรื่อง ค่านิยมแบบผิดๆถูกๆ เรื่องความรัก เรื่องเพศ ความเข้าใจที่หลงผิด เรื่องไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติ จนก่อเกิดคำถามในหัวมากมายที่ไม่มีคำตอบแน่ชัดถึงความถูกต้องหรือผิดพลาด ของการกระทำและความคิดนั้นๆ


สภาวะเหล่านี้ส่งผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อ ความคิด ทัศนคติของผู้คนรวมไปถึงตัวศิลปิน ดังนั้นจึงได้สร้างภาพเชิงสะท้อนในรูปแบบของการ์ตูนที่มีความละมุมละม่อมในการสื่อสารนำมาเป็นสื่อในการบอกเล่า ทัศนคติ ความคิด และเป็นการตั้งคำถามให้กับตนเองของ ศิลปิน โดยใช้การเสียดสีสังคมในแบบตลกร้าย เพื่อให้เห็นภาพตระหนักรับรู้ และตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องจริงหรือหลอก ถูกหรือผิด ? ซึ่งคำถามเหล่านั้นก็อาจจะไม่มีคำตอบเลยก็เป็นได้


Muddled
โดย อานนท์ ลุลิตานนท์
ภูมิ พีชวณิชย์
พิธีเปิด 21 มิถุนายน 2555 เวลา 17.00 น.
21 มิถุนายน -14 กรกฏาคม 2555

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ GreenscapeASIA.com By natcha On May 29, 2012

วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ทำไมดื่มนมแล้วท้องเสีย

เคยไหม เวลาดื่มนมแล้วรู้สึกว่าท้องเสีย อยากรู้ไหมว่าทำไมนมถึงทำให้เราท้องเสียได้  

ผู้ที่มีอาการปวดท้องหรือท้องเสียภายหลังจากการดื่มนม มีสาเหตุมาจากการขาดน้ำย่อยสำหรับย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม (ขาดเอนไซม์ที่เรียกว่า บี-กาแลคโทซิเดส) อาการนี้ส่วนมากจะพบในผู้ใหญ่ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ดื่มนมสดมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีอาการปวดท้องเวลาดื่มนม ทางแก้ไขคือ ควรค่อยๆ ดื่มนมทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายเริ่มสร้างน้ำย่อยสำหรับย่อยน้ำตาลใน นม

สำหรับผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มนม แนะนำให้เลือกดื่มนมเปรี้ยวแทน เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ในนมเปรี้ยวจะสร้างกรดแลคติกซึ่งจะช่วยย่อยน้ำตาล แลคโตสในนมได้ง่ายกว่าการบริโภคนมโดยตรง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์สนุกดอทคอม 30 พ.ค. 55 14.44 น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญาคว้ารางวัลโลก

กรมทรัพยสินทางปัญญาคว้ารางวัลหน่วยงานภาครัฐด้านการต่อต้านละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระดับโลก

วันนี้ (30 พ.ค. 2555) นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2555 คณะกรรมการต่อต้านการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโลก (Global Anti-Counterfeiting Group : GACG) ได้ประกาศให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ได้รับรางวัล Global Anti-Counterfeiting Awards ประจำปี 2555 ประเภทสาขาหน่วยงานภาครัฐ จากการเสนอชื่อจากบริษัท ลาคลอส์ จำกัด

รางวัล Global Anti-Counterfeiting Awards เป็นรางวัลที่ GACG คัดเลือกมอบให้แก่หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญเรื่องการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้เปิดให้หน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกสามารถเสนอชื่อผู้เข้ารับรางวัลได้ โดย GACG ได้ดำเนินการแจ้งรางวัลในลักษณะนี้มาแล้ว 14 ปี และได้แบ่งการคัดเลือกในปีนี้ออกเป็น 4 ประเภทสาขา คือ สาขาหน่วยงานภาครัฐ สาขาสถาบันองค์กรนานาชาติ สาขาบริษัทเอกชน หรือสื่อสารมวลชน และสาขาสมาคมระหว่างประเทศ
GACG เป็นเครือข่ายอย่างไม่เป็นทางการขององค์กรที่ให้ความสำคัญด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ 22 องค์กร มีเครือข่ายครอบคลุม 40 ประเทศ เช่น เบลเยียม อินเดีย ฝรั่งเศส สหรัฐฯ จีน เป็นต้น

ด้านนางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการปราบปรามการละเมิด และได้ปราบปรามสินค้าที่ละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมศุลกากร เพื่อตั้งคณะทำงานระดับชาติ ขึ้นเพื่อปราบปรามสินค้าละเมิดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการได้รับรางวัลดังกล่าว ถือเป็นความภาคภูมิใจ และความสำเร็จของกรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันปราบปรามการละเมิด จนเป็นที่ยอมรับจากองค์กรในระดับสากล ดังนั้น รางวัลนี้จะเป็นกำลังใจให้กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่น ป้องกัน และปราบปรามการละเมิดต่อไป

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 30 พฤษภาคม 2555 เวลา 17:32 น.

เปิดโครงการ "รับตึ๊งบ้าน"

บตท.ไอเดียกระฉูด เล็งออกโครงการสินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ ให้นำบ้านมาเปลี่ยนเป็น “เงิน” ไว้กินใช้ได้รายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต
นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยภายหลังที่ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ตรวจเยี่ยม บตท.ว่า บตท.ได้เสนอแนวทางการดำเนินงานในอนาคตที่สำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ โครงการจัดตั้ง Reverse Mortgage ซึ่งเป็นสินเชื่อบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

บตท.จะทำหน้าที่ในการหาสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อทำหน้าที่ผู้ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้สูงอายุที่นำบ้านของตนเองมาจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจะจ่ายเงินกู้ให้ผู้กู้เป็นงวดๆ เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ธนาคารจะพิจารณาปล่อยกู้ให้ 50% ของราคาหลักประกัน และทยอยจ่ายเงินกู้เป็นรายเดือนให้ผู้สูงอายุไว้เป็นค่าครองชีพไปเรื่อยๆ

ทั้งนี้ มีเงื่อนไขการจ่ายเงินกู้ว่า จะทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ จนครบวงเงิน หรือจนกว่าผู้สูงอายุจะเสียชีวิต ซึ่งถ้ายังมีวงเงินกู้เหลือก็จะส่งเงินนี้ต่อให้ทายาทได้รับต่อไป หรือจนกว่าผู้สูงอายุจะย้ายออกจากบ้านเดิม หรือจนกว่าญาติหรือบุตรหลานจะขอไถ่ถอนหลักประกันคืน คาดว่าใช้เวลาศึกษาแล้วเสร็จภายในปี 2555 นี้

“โครงการนี้ทำมาแล้วในเกาหลีและฮ่องกง สอดรับกับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานเลี้ยงดูตอนแก่ สามารถนำทรัพย์สินคือ บ้านที่ผ่อนกับธนาคารครบแล้ว นำหลักทรัพย์มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ จะได้มีเงินไว้ใช้ตอนแก่จนกว่าจะเสียชีวิต และเมื่อเสียชีวิตแล้วจะได้ไม่มีภาระในการมอบทรัพย์สินนี้ตกเป็นของสัมคมอีก หรือกรณีที่มีลูกหลานและอาจเก็บบ้านนี้ไว้ก็สามารถขอไถ่ถอนหลักประกันได้” นางพรนิภา กล่าว

นางพรนิภา กล่าวอีกว่า บตท.ได้ศึกษาเรื่องโครงการจัดตั้งบริษัท สินเชื่อเคหะการ หรือ Mortgage Company ร่วมกับกลุ่มนันแบงก์และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดย บตท.จะทำหน้าที่ให้การหาสภาพคล่อง เพื่อมารับซื้อสินเชื่อจากกลุ่มนันแบงก์และกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต่อไปในอนาคตจะเป็นกลุ่มที่สามารถปล่อยกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน ในช่วงที่สถาบันการเงินมีการปรับนโยบายชะลอการปล่อยสินเชื่อ

พร้อมกันนี้ยังได้เสนอโครงการ Mortgage Insurance (MI) ซึ่ง บตท.จะค้ำประกันความเสี่ยงด้านเครดิตสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยให้กับสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2556 นี้

แหล่งที่มา    เว็บไซต์โพสทูเดย์ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 11:05 น.

ไทยจุดหมายอันดับ 1 โลก

ไทยขึ้นแท่นยอดนิยมครองใจหนุ่มสาวต่างชาติย้ายมาทำงาน

ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่นอกประเทศ (เอ็กซ์แพท) ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2555  ปรากฏว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของโลกสำหรับชาวต่างชาติที่อายุน้อยและไม่มีบุตร แซงหน้าเพื่อนบ้านในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง หรือกระทั่งสวิตเซอร์แลนด์

ปัจจัยที่ผลักดันให้ไทยเป็นประเทศยอดนิยมได้ เนื่องจากชาวต่างชาติสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล และสามารถหาที่พักอาศัยที่มีขนาดใหญ่และน่าอยู่ในไทยได้ง่ายกว่า

อีกทั้งไทยยังมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการทำงาน และมีความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงานที่ดีเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังคงเป็นประเทศยอดนิยมที่สุดของผู้อพยพชาวต่างชาติ หากพิจารณาถึงปัจจัยด้านรายได้และการเงิน

แหล่งที่มา    เว็บไซต์โพสทูเดย์ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 11:25 น.

เว้นภาษีให้แก่ผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสต์

กรมสรรพากรสนับสนุนตลาดทุน ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสต์

นายรังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ทรัสต์เป็นเครื่องมือสำหรับธุรกรรมในตลาดทุนที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในปี 2550 และตามกฎหมายเดิมก่อให้เกิดภาระภาษีที่ซ้ำซ้อน กรมสรรพากรจึงได้ออกมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนให้การทำธุรกรรมในตลาดทุนผ่านทรัสต์มีภาระภาษีที่เท่าเทียมกับการลงทุนในตลาดทุนผ่านเครื่องมืออื่นๆ โดยออกพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 533 เพื่อยกเว้นภาษีให้ธุรกรรมดังกล่าวทั้งระบบ ดังนี้
  1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ก่อตั้งทรัสต์และทรัสตีสำหรับการที่ผู้ก่อตั้งทรัสต์โอนทรัพย์สินให้ทรัสตีไปบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของผู้รับประโยชน์ และเมื่อทรัสตีโอนทรัพย์สินกลับคืนให้แก่ผู้ก่อตั้งทรัสต์ ก็ได้รับยกเว้นภาษีเช่นกัน
  2. เมื่อทรัสตีถือทรัพย์สินของกองทรัสต์และได้รับเงินปันผลเพื่อจ่ายต่อให้แก่ผู้รับประโยชน์ ทรัสตีจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินปันผลที่ได้รับเพื่อจ่ายต่อนั้น แต่หากทรัสตีได้รับค่าธรรมเนียมหรือประโยชน์อื่นใดจากการให้บริการ ก็ต้องเสียภาษีตามปกติ
  3. เมื่อทรัสตีจ่ายเงินปันผลที่ได้รับต่อให้ผู้รับประโยชน์ ผู้ได้รับผลประโยชน์สามารถเลือกให้ทรัสตีหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตอนปลายปีได้ เช่นเดียวกับกรณีเงินปันผลทั่วไป
  4. หากทรัสตีได้รับเงินปันผลในระหว่างการบริหารทรัพย์สินและได้จ่ายคืนให้แก่ผู้ก่อตั้งทรัสต์ ผู้ก่อตั้งทรัสต์ก็อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหากผู้ก่อตั้งทรัสต์เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือเป็นบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง แต่หากไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลไม่ถึง 25% ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงกึ่งหนึ่ง เช่นเดียวกับการได้รับเงินปันผลจากบริษัทผู้จ่ายเงินปันผลโดยตรง
แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 17:32 น.

เว้นภาษีศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ

สรรพากรออกมาตรการภาษีเพื่อการสนับสนุนการประกอบกิจการของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ

นายทนุศักดิ์  เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2555 ได้เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อการสนับสนุนการประกอบกิจการของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) โดยกำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าและการให้บริการของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ  ซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2546 เป็นต้นไป เพื่อลดภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับสมาชิกศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและชาวบ้าน รวมทั้งลดภาระการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ

นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว จะสนับสนุน ให้มีการประกอบอาชีพผสมผสานเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านตามโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ  ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และส่งเสริมสนับสนุนด้านการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นการบรรเทาภาระภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับสมาชิกศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและชาวบ้านที่มาใช้พื้นที่ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และการดำเนินการรับฝากจำหน่ายสินค้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นช่องทางหนึ่งในการกระจายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน อันจะส่งผลต่อยอดการจำหน่ายสินค้าและรายได้ของประชาชน ซึ่งในปัจจุบันรายได้ต่อเดือนจากการจำหน่ายสินค้าของชาวบ้านและประชาชนดังกล่าวค่อนข้างน้อย ส่งผลต่อการดำรงชีวิตการสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 17:44 น.

คลิปฮา เหมียวเล่นซ่อนแอบ


สมัยเด็กๆ คุณผู้อ่านเคยเล่นซ่อนแอบกันหรือเปล่า? รู้ไหมว่าไม่ใช่แต่เฉพาะเด็กๆ เท่านั้นนะที่ชอบการละเล่นประเภทนี้ สัตว์เลี้ยงอย่างแมวก็ชอบเหมือนกัน

"Olivia Forni" เป็นผู้อัพโหลดคลิปนี้ลงยูทูบ และน่าจะเป็นเจ้าของแมวทั้ง 2 ตัวที่มีชื่อสุดเก๋ว่า "มานูเช่" และ "คาชู" จากคลิปจะเห็นได้ว่าทั้งคู่กำลังเล่นซ่อนแอบกันอยู่ โดยเจ้าแมวสีน้ำตาลซุ่มอยู่หลังกำแพงรอที่จะ "จ๊ะเอ๋" เจ้าแมวสีดำ แต่เจ้าตัวแรกกลับโดนเพื่อนเหมียวหักหลัง ด้วยการย่องมาอีกด้านแทนซะนี่ เมื่อรอเท่าไรแมวสีดำก็ไม่มาสักที เหมียวน้ำตาลก็เลยโผล่ออกไปดู เหตุการณ์หลังจากนี้จึงฮาสุดๆ เพราะเจ้าแมวสีดำรีบวิ่งไปด้านหลังของเพื่อนก่อนที่จะใช้ขาหน้าผลักจนแมวสีน้ำตาลสะดุ้งสุดตัวเลยทีเดียว

แม้จะเพิ่งอัพโหลดเมื่อ 26 พ.ค. 2555 ที่ผ่านมา แต่มีผู้สนใจเข้าชมเหมียวขี้เล่นทั้ง 2 ตัวนี้ เกือบ 1.5 แสนครั้งเข้าไปแล้ว ฮาขนาดไหน เชิญคลิกตัดสินด้วยตัวเอง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์เดลินิวส์  วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 16:00 น.

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...