วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทันตกรรมจะได้สิทธิอะไรบ้าง

กรณีทันตกรรมจะได้สิทธิอะไรบ้าง ?

กรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด ได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ไม่เกิน 300 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 600 บาทต่อปี

กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน จะได้รับค่าบริการทางการแพทย์และค่าฟันเทียม เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ไม่เกิน 1,500 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียม ดังนี้
     1) 1-5 ซี่ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ไม่เกิน 1,300 บาท
     2) มากกว่า 5 ซี่ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ไม่เกิน 1,500 บาท

และกรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปาก เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 4,400 บาท ภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ใส่ฟันเทียมนั้นตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
     1) ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่างเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,400 บาท
     2) ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่างเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,400 บาท

แหล่งที่มา     Facebook : สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เราต่างมีไจแอนท์ในตัวเอง ...

 "ไจแอนท์" หรือ "โกดะ ทาเคชิ" เด็กผู้ชายลูกเจ้าของร้านขายผัก ผู้มีรูปร่างใหญ่ แข็งแรง หูเบา ชอบรังแกโนบิตะเสมอๆ ถึงแม้ไจแอนท์จะดูไม่ฉลาดมากนักแต่ก็ยังเรียนได้ดีกว่า "โนบิตะ"

"ไจแอนท์" ชอบร้องเพลงมากทั้งๆ ที่เสียง "ไม่เอาไหน" แบบสุดๆๆ แต่เขาคิดเสมอว่าตัวเองเป็นคนเสียงดี จึงมักจะโกรธเสมอๆ เมื่อเพื่อนไม่ยอมมาฟัง นอกจากนั้น ไจแอนท์มีความฝันยังอยากเป็นพ่อครัว แต่ฝีมือทำอาหารของไจแอนท์ก็ไม่เอาไหนเช่นเดียวกัน

อีกนิสัยแย่ๆ ของ "ไจแอนท์" ก็คือ เค้ามักจะแย่งของเล่นของเพื่อนเป็นประจำ จนมีสุภาษิตประจำตัวว่า "ของนายก็คือของฉัน ของฉันก็คือของฉัน"

คนส่วนใหญ่มักจดจำโนบิตะในแง่ของ "ความขี้เกียจ" โดยลืมมองไปว่า "ไจแอนท์" เองก็มีทั้งพละกำลัง มีอิทธิพล บังคับเพื่อนๆให้มาเล่นด้วยได้ หรือแม้แต่ห้ามโนบิตะเล่นด้วยก็ยังได้ ยังจ้องจะขโมยของวิเศษเช่นกัน หากมีตัวตนในชีวิตจริง ไจแอนท์น่าจะเป็นคนที่น่ากลัว และเลวร้ายกว่า "โนบิตะ" หลายเท่านัก

ในชีวิตจริง เราทุกคนล้วนมีมุมที่ไม่แตกต่างจาก "ไจแอนท์" บางครั้งก็อาจจะมั่นใจในตัวเองจนหลงลืมที่จะฟังเสียงคนรอบข้าง บางคราวอาจจะแอบใช้ "อำนาจ" และ "อิทธิพล" ในทางที่ผิด หรือแม้กระทั่งยึดในความเป็นเจ้าของ "ของเล่น" บางชิ้นชนิด "ตัวกู ของกู" มากจนเกินไป

แต่ถึงแม้ "ไจแอนท์" จะเลวร้ายแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาจำเป็นเขาก็พร้อมที่จะช่วยคนอื่น เพราะลึกๆ แล้วจิตใจของเขาเป็นคนโอบอ้อมอารี อยู่เหมือนกัน หากสังเกตได้จากหลายๆ ตอนที่เค้าพยายามจะช่วยเหลือคนอื่นก่อนโดยที่ไม่ได้นึกถึงตัวเอง

คนเขียนทำให้ "ไจแอนท์" เป็นตัวการ์ตูนที่ดูเหมือนจะชั่วร้าย แต่กลับมีจิดใจดี (ในบางคราว) ทำให้เราสังเกตว่าแม้แต่การ์ตูนเอง ก็ยังมีทั้งมุมที่เลวร้าย และมุมที่ดี แล้วจะนับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเราๆ ที่ย่อมมีหลายมุมแตกต่างกันไป ...

ถึงแม้จะเชื่อว่าเราทุกคน ล้วนมี "ไจแอนท์" อยู่ในตัวเอง
แต่มั่นใจว่า เราทุกคนสามารถควบคุมไจแอนท์ได้เช่นกัน

หากเราตั้งใจจะทำมันจริงๆ ....

แหล่งที่มา    Facebook : TaxBugnoms

คุณค่าในตนเอง

อาจารย์มหาวิทยาลัยคนนึง เริ่มการสนทนาในชั้นเรียนด้วยการควักธนบัตรใบละ 1,000 บาท ออกมาให้นักศึกษาดู แล้วถามว่า "มีใครอยากได้บ้างไหม"

นักศึกษาทุกคนยกมือขึ้นทันที

อาจารย์ขยำธนบัตรนั้น จบยับยู้ยี่ แล้วถามอีกครั้งว่า "มีใครยังอยากได้ธนบัตรใบนี้อีกหรือไม่"

ทุกคนยังยกมือขึ้นเหมือนเดิม

อาจารย์ถามต่ออีกว่า "ถ้าสมมุติว่า ธนบัตรใบนี้ถูกทิ้งอยู่บนพื้น แล้วมีคนมาเหยียบย่ำจนสกปรก ยังจะมีใครอยากได้อีกหรือไม่"

นักศึกษาทุกคนตอบว่า ยังอยากได้

อาจารย์จึงกล่าวสรุปว่า

"นั้นคือสิ่งมีค่าที่พวกเธอได้เรียนรู้ในวันนี้ ไม่ว่าจะเธอจะทำอะไรกับธนบัตรใบนี้ มันก็คงยังมีราคา 1,000 บาทเสมอ ชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน บางครั้ง เราอาจจะถูกทอดทิ้ง ถูกใครต่อใครซ้ำเติม เหยียบย่ำ ถูกขยี้ ยับเยิน เพราะผิดพลาดในการก้าวเดินของชีวิต จนทำให้เธอเกิดความรู้สึกว่าตนเอง ไร้ค่า แต่รู้ไหม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็ยังมี คุณค่าของความเป็นคน ไม่ว่าเธอจะสะอาดเอี่ยม หรือยับยู้ยี่แค่ไหนก็ตาม"

แหล่งที่มา   Facebook : Sinthorn

คำคม 4 ธ.ค. 2556

3 สิ่งในชีวิต ที่เราไม่มีวันได้มันกลับคืนมา
   1) โอกาส ที่เราพลาดไปแล้ว
   2) คำพูด ที่เราได้พูดออกไปแล้ว
   3) เวลา.. ที่เราได้สูญเสียไปแล้ว

จงใช้โอกาสให้คุ้มค่า
จงคิดไตร่ตรองให้ดี และพูดดี
จงมีเวลาให้กับคนที่คุณรักทุกๆ  วัน

บางครั้งคนเราก็...
     จำเป็นต้อง "เจ็บปวด" เพื่อให้เราเติบโตขึ้น
     จำเป็นต้อง "ผิดพลาด" เพื่อให้เราได้เรียนรู้
     จำเป็นต้อง "ล้มเหลว" เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่
          เพราะท้ายที่สุดแล้ว "ชีวิต" มันไม่ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบ

Three sentences for getting success:
a) know more than other
b) work more than other
c) expect less than other.
-- William Shakesphere --

มีอยู่ 4 อย่างในโลกนี้ที่ "เงิน" หาซื้อไม่ได้
     1. เวลา
     2. ความรัก
     3. ชีวิต
     4. และมิตรแท้
          ถ้า 4 สิ่งนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตคุณ จงอย่าตั้งเป้าหมายชีวิตไว้ที่ "เงิน" เพียงอย่างเดียว

คนมากมายในโลกนี้ตกอยู่ใต้อำนาจของเงินจนยอมทำชั่ว
เพียงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนในรูปของเงินตรา จนกว่าตัวเองจะพอใจ
     จงควบคุมเงิน ก่อนที่เงินจะควบคุมเรา
     จงควบคุมความโลภ ก่อนที่ความโลภจะควบคุมเรา
-- Mr.Messenger --

อะไรที่ได้มาง่าย ก็มักจะเสียไปโดยง่าย
อะไรที่ได้มายาก ก็มักจะเสียไปโดยยาก
     ได้มาง่าย เสียไปยาก เราเรียกว่า มีการพัฒนา
     ได้มายาก เสียไปง่าย เราเรียกว่า ประมาท
          จุดเริ่มต้นของคนร้อยคน อาจเริ่ม ณ จุดที่แตกต่างกัน
          จะโทษฟ้า โทษดิน โทษได้แค่ตอนนั้นล่ะ
          หลังจากนั้น มันเป็นเรื่องของ "มานะ" และ "พยายาม"

แหล่งที่มา   Facebook : Sinthorn

โลกนี้มันไม่สมประกอบไปเสียทั้งหมดหรอก
ขนาดฝันหวาน ... ยังต้องสะดุ้งตื่นลุกขึ้นไปฉี่

อย่าให้ "อคติ"
บดบัง "ทัศนคติ"
จนขาด "สติ

4 เคล็ดลับที่ครอบครัวสอนผมเรื่อง “เงิน”
     1. อยู่กับความจริง
     2. ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
     3. เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องมีที่มาที่ไป
     4. จัดการเงินของตัวเองให้ดีที่สุด
          :)

ถ้าอยากออกไปแตะขอบฟ้า...
อย่าลืมดูด้วยว่า "ท้องฟ้า" อยู่ที่ไหน

ถ้าอยากได้รับการยอมรับจากสังคม
คุณต้องรู้จักยอมรับคนอื่นก่อน ...

แทนที่เราจะมานั่งหา "สิ่งที่คนอื่นมี แต่เราไม่มี"
เราเอาเวลามาหา "สิ่งที่ตัวเองมี แต่คนอื่นไม่มี"

คุณจะถึงจุดหมายได้อย่างไร
หากมัวแต่ใส่ใจคำของคน

บางครั้ง... ความเงียบ
กลายเป็น "ความเห็น" ที่ดีที่สุด

การเป็นคนขี้ลืม
บางครั้งก็มีข้อดี
ตรงที่ไม่ต้องจำเรื่องแย่ๆในชีวิต

วิธีเอาชนะความผิดพลาด
คือทำมันซ้ำๆย้ำๆ...

หนังสือที่ดี...
คือหนังสือที่เรา "ชอบ"
     ชีวิตที่ดี...
     คือชีวิตที่เรา "ใช้"

ถ้าชีวิตมันไม่ตลก...
ก็อย่าไป "ฝืน" หัวเราะ

ถ้าจะเรียกตัวเองว่า "คนตรง"
อย่าลืมมั่นคงใน "มารยาท

ความผิดหวังจะชัดเจนที่สุด
เมื่อเรายอมรับว่า ...
ความผิดหวังนั้นได้เกิดขึ้นจริง

มิตรภาพที่ดี ...
อาจไม่ได้พิสูจน์ที่ระยะเวลา

อย่าลืมติคนที่เราชอบ
อย่าลืมชมคนที่เราเกลียด
... ตามจริง

เปลี่ยน "ห" (ปัญหา) เป็น "ญ" (ปัญญา) แล้วเติมไฟใส่สมองนะครัชชช

อดีตและปัจจุบัน...
ไม่สามารถกำหนดอนาคต

คนรวยจริง...ดูยากเพราะทำตัวธรรมดา
คนอวดรวย...ดูง่ายเพราะทำตัวโอเวอร์

ภาษีที่แพงที่สุด คือ "ภาษีสังคม"

แหล่งที่มา   Facebook : TaxBugnoms

4 ธ.ค.วันสิ่งแวดล้อม

♪♪ให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน (-^〇^-)

4 ธันวาคม พ.ศ. 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสใจความเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมด้านทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ และได้ตรัสเตือนพสกนิกรให้ร่วมมือแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ดังนั้นเพื่อเป็นการตระหนักถึงปัญหาและเพื่อให้เกิดความร่วมมือปกป้องและรักษาธรรมชาติให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนตลอดไป ทางคณะรัฐมนตรีจึงกำหนดให้วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย มาช่วยกันอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กัน  ^^

ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/19Nkv4k

แหล่งที่มา   Facebook : KBank Live

วัดปากน้ำภาษีเจริญ

หลังจากที่มีประกาศแถลงการณ์สมเด็จพระสังฆราชฯ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2556 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่เสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้น ทูลเกล้าฯ เพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20

ล่าสุดนายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศนาแห่งชาติ ได้เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ จึงขอแนะนำให้รู้จักกับวัดปากน้ำภาษีเจริญพอสังเขป

วัดปากน้ำ เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง ที่ตั้งของวัดมีลักษณะเป็นเกาะรูปสี่เหลี่ยมมีน้ำล้อมอยู่ทุกด้าน เคยมีปรากฎชื่อวัดสมุทธารามในแผนที่กรุงเทพฯ  พ.ศ. 2453 และ พ.ศ. 2474 แต่คนนิยมเรียกวัดปากน้ำมากกว่า

ภายในวัดปากน้ำมีหอสังเวชนีย์มงคลเทพนิรมิต หรือหอหลวงพ่อ เป็นที่ประดิษฐานสังขารหลวงพ่อสด จนทลโร มีพระมหาเจดีย์มหารัชมงคลเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมผสมทรงกลมฐาน 9 ชั้น พุทธศิลป์ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาและศิลปะรัตนโกสินทร์ ได้รับต้นแบบมาจากเจดีย์วัดโลกโมฬี จ.เชียงใหม่

พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน  ลงรักปิดทองศิลปะอยุธยา พระพักตร์ผุดผ่องด้วยพุทธลักษณะคล้ายพระมงคลบพิตรในวิหารมงคลบพิตร  จ.พระนครศรีอยุธยา

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพุธที่ 4 ธ.ค. 56 (530)

การใช้เวลาในการทำงานของพนักงาน

ข้อมูลที่ Robert Half International บริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ซึ่งให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ (HR) เค้าเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเรื่อง "การใช้เวลาในการทำงานของพนักงาน"

คิดว่าน่าสนใจมาก อ่านแล้วสะท้อนใจ เลยเอามาฝากกัน

เค้าบอกว่า พนักงานส่วนใหญ่
ใช้เวลา 50% ไปกับเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดงาน
โดย 37% ของเวลาในการทำงาน
หมดไปกับการคุยเรื่อยเปื่อย ละครหลังข่าว เม้ามอยดารา คอยนินทาคนอื่น
ทั้งหมดของบทสนทนา ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานแม้แต่น้อย

และอีก 13% หมดเวลาไปกับการมาสาย กลับก่อน กินข้าวกลางวันนาน พักดื่มกาแฟ เล่นเน็ต อ่านหนังสือพิมพ์ หรือไม่ก็แอบเอางานนอกมาทำในออฟฟิศ

ที่แย่ไปกว่านั้น พอไร้สาระเสร็จแล้ว ได้เวลาทำงานจริงซะที ปรากฏว่าพนักงานเหล่านี้กลับทำงานได้เชื่องช้า  ไม่มีประสิทธิภาพ งานคืบหน้าไปน้อยมาก

ประเด็นก็คือ ถึงแม้พนักงานเหล่านี้จะใช้เวลาเรื่อยเปื่อยสูญเปล่า แต่งานมันไม่ได้ละลายหายไปในอากาศ งานมันยังอยู่เท่าเดิม เดดไลน์เหมือนเดิม ผลลัพธ์ก็คือ เผางานเอาตอนนาทีสุดท้าย แล้วงานก็ออกมาไม่ดี ผิดพลาด

ถอยออกมามองไกลๆ แล้วเห็นว่านี่คือปัญหาบั่นทอนความก้าวหน้า ทั้งของตัวเอง บริษัท และของชาติเลยทีเดียว

ในแง่ตัวเอง เราเอาเวลาชีวิตของเราไปขว้างทิ้งอย่างสูญเปล่า การมาทำงานแต่ละวันแล้วทำตัวแบบนี้  ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราพัฒนาขึ้นเลย มีแต่แก่ไปวันๆ

ในแง่บริษัท อันนี้เสียแบบเต็มๆ ตรงๆ รับเงินเดือนเต็มเดือน แต่ทำงานครึ่งเวลา  วันไหนที่ลูกจ้างออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง จะเข้าใจหัวอกนายจ้างว่าเจ็บแค่ไหน

ในแง่ของประเทศชาติ ถ้าคิดว่าเวลาของประชากรทุกคนก็คือทรัพยากรของชาติ (ภาษาวิชาการเรียกว่า Man Hour) ประเทศก็สูญเสียทรัพยากรไม่ต่างกับท่อประปาแตก  น้ำรั่วไปวันๆ เพราะไม่มีผลิตผลอะไรดีๆ งอกงามขึ้นมา

ดีนะ ที่ผลวิจัยนี้เกิดขึ้นที่อเมริกา เพราะพนักงานในบ้านเราไม่เป็นอย่างนี้ พวกเราตั้งใจทำงานกันทุกคน
ใช่มั้ย?

แหล่งที่มา   Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ในวันที่เราไม่มีโดราเอมอน ...

เมื่อพูดถึง "โนบิตะ" เราจะนึกถึงเด็กแว่นธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มองผ่านๆ ก็ถูกสายตาของเราตัดสินไปแล้วว่า เป็นเด็กที่แสนขี้เกียจ อ่อนแอ ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ เรียนก็ไม่เก่ง สอบตกก็บ่อย แถมยังโดน "ไจแอนท์" กับ "ซูเนโอะ" คอยรังแกอีกต่างหาก

สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นข้อดีของ "โนบิตะ" นั่นก็คือเค้าเป็น "คนดี" มีน้ำใจรักพวกพ้อง และคอยเป็นห่วงความรู้สึกของคนที่เค้ารักอยู่เสมอ โดยเฉพาะ "ชิซูกะ" ซึ่งเป็นหญิงสาวที่โนบิตะมีความรักมอบให้อย่างเต็มเปี่ยม

แต่ทว่า ฟ้าก็ยังไม่ทอดทิ้ง "โนบิตะ" เพราะในวันหนึ่ง มีหุ่นยนต์จากโลกอนาคตที่ชื่อว่า "โดราเอมอน" มาอยู่ด้วยพร้อมกับ "ของวิเศษ" ที่จะช่วยให้โนบิตะรับมือกับปัญหา และจัดการไจแอนท์และซูเนโอะได้ตลอดๆ เพียงแค่ โนบิตะบอก "ความต้องการ" โดราเอมอนก็พร้อมจะหาของวิเศษใหม่ๆ จาก "กระเป๋าวิเศษ" มาให้ตลอดเวลา

ดังนั้น ในแต่ละตอนเราจะเห็น "โนบิตะ" ได้ของวิเศษชิ้นใหม่ มาจัดการเจ้า "ไจแอนท์" (เป็นหลัก) กับ "ซูเนโอะ" (ในบางครั้งบางคราว) แต่โนบิตะเองก็มักจะ "พลาด" ชนิดที่เรียกว่าตกม้าตาย คือ ไม่ใช้ของวิเศษจนเกินความจำเป็นบ้าง ก็เอาของวิเศษไปใช้ผิดวัตถุประสงค์บ้าง ทำให้ในตอนจบของการ์ตูนตอนนั้น จบลงด้วยความ "เสียใจ" กับความผิดพลาดของโนบิตะอยู่เสมอๆ แต่ก็ยังดีที่มีโดราเอมอนคอยปลอบใจและอยู่ข้างๆ

เคยลองคิด (เอาเอง) ในตอนเด็กๆ ว่า ถ้าหากโนบิตะอยากจะ "ชก" ให้ "ชนะ" ไจแอนท์ ด้วยตัวของเค้าเอง ก็น่าจะเริ่มจากกินนมเยอะๆ ออกกำลังกาย เข้าฟิตเนส สร้างร่างกายให้แข็งแรง พอไจแอนท์ต่อยมาเราก็สู้แม่ม ต่อยกลับไปเลยสิ ทำไมต้องคอยหวังพึ่งของวิเศษของโดราเอมอนตลอดเวลาด้วยล่ะ

แต่ "โนบิตะ" ก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น เค้ายังคงคอยขอยืม "ของวิเศษ" จาก "โดราเอมอน" เล่มแล้วเล่มเล่า โดยไม่มีทีท่าว่าจะสำนึก (หรืออีกนัยหนึ่งเพราะไม่ใช่คนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ 555+)

ในชีวิตจริง เราทุกคนล้วนมี "โนบิตะ" อยู่ในตัวเอง เพียงแต่ "โนบิตะในตัวเรา" ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความเกียจคร้าน จากความคิด "ง่ายๆ" ที่ว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยว "โดราเอมอน" (ใครสักคน) คงจะมาช่วยเราเองแหละ ใช้ "ของวิเศษ" (ทางลัด) แป็บเดียวเดี๋ยวก็คงจัดการได้เอง จะคิดมากไปทำไมว้า..

เมื่อถึงตอนจบของเรื่อง "โดราเอมอน" นั้น หลังจากที่โดราเอมอน "แบตเตอรี่หมด" จนไม่สามารถทำอะไรได้อีก "โนบิตะ" จึงคิดได้ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ตั้งใจเรียนจนเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก แล้วก็แต่งงานกับ "ชิซูกะ" และสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ "โดราเอมอน" ที่แบตเตอรี่หมดกลับมาใช้งานได้ดังเดิม

ดังนั้น เมื่อไรที่ "โนบิตะ" ไม่มี "โดราเอมอน" เค้าถึงได้เรียนรู้ว่า "ความสำเร็จ" ที่เค้าต้องการนั้นควรจะสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ไม่ใช่มัวแต่หวังพึ่ง "ของวิเศษ" โดยที่ไม่คิดจะลงมือทำอะไรเลย

แล้ว "โนบิตะในตัวคุณ" คิดแบบนี้หรือยัง

แหล่งที่มา   Facebook : TaxBugnoms

"รู้เท่าทัน" ความคิด

ในหัวคนเราคิดได้ทีละเรื่อง ถึงแม้ว่าเราอาจจะบอกว่า โอ๊ย! ความคิดของฉันตอนนี้มันสับสนปนเปไปหมด แต่ไม่มีทางที่วินาทีเดียวกัน เราจะคิดได้สองเรื่องพร้อมกันหรอก

มันเหมือนการเล่นเก้าอี้ดนตรีที่มีเก้าอี้ตัวเดียว ความคิดต่างๆ กรูกันเข้ามาแย่งเก้าอี้ตัวนี้ คิดเรื่องนั้นสิ คิดเรื่องนี้สิ

เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ใช่ระดับบรรลุ "จิตว่าง" จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ประเด็นก็คือเราต้อง "รู้เท่าทัน" จับได้ว่า เก้าอี้ดนตรีตัวเดียวของเรานั้น ความคิดอะไรกำลังนั่งอยู่?
ถ้าเราไม่ชอบความคิดนั้น ถ้าเรารู้สึกว่ามันชักจะนั่งนานไปแล้ว เราต้องรีบจับเอาความคิดอันอื่นมานั่งแทน

แน่นอนว่ามันไม่ง่าย เพราะไอ้ความคิดเดิมที่เราไม่ชอบ มันก็จะดื้อดึง กลับมานั่งใหม่อีก ทีนี้ก็อยู่ที่เราแล้วล่ะ ว่าจะเอาชนะมันได้มั้ย?

บางทีนี่อาจจะเป็นภารกิจหลักของเราทุกคนเลยก็ได้นะ นั่นคือ "รู้เท่าทัน" ความคิดของเราเองว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แล้วเลือก "ความคิด" ที่มีประโยชน์กับตัวเรา เพราะความคิดจะทำให้เกิดอารมณ์ และอารมณ์จะทำให้เกิดการกระทำ และการกระทำจะทำให้เกิดผลลัพธ์

เลือกความคิดผิด ผลลัพธ์ก็จะออกมาผิด

บางคนบอก เราจะกลายเป็นสิ่งที่เราคิด แต่ว่าเราต้องใหญ่กว่าความคิด ความคิดต้องเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรา เราต้องเอามันให้อยู่หมัด

จะเป็นนายของความคิด หรือความคิดเป็นนายของเรา เราเลือกได้

แหล่งที่มา   Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

คลองมหานาค

คลองมหานาค เป็นคลองในเขตพระนคร ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุใาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้น เมื่อครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี โดยลอกผังมาจากกรุงศรีอยุธยา

โดยขุดแยกออกที่เหนือวัดสะแก (ปัจจุบันคือ วัดสระเกศ) เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก แล้วพระราชทานนามตามคลองเก่าในกรุงศรีอยุธยาว่า "คลองมหานาค"

พร้อมมีพระราชประสงค์ให้ใช้เป็นสถานที่เล่นเพลงเรือและสักวาในฤดูน้ำหลาก เหมือนเช่นเคยทำกันในอดีต

ดังนั้น คลองมหานาคจึงเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำอันสำคัญของคนกรุงในสมัยก่อน สามารถเชื่อมต่อคลองรอบกรุงไปออกแม่น้ำเจ้าพระยา หรือเชื่อมคลองแสนแสบไปได้ไกลถึงแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

บริเวณคลองมหานาคจึงกลายเป็นจุดค้าขายสินค้า  โดยเฉพาะสินค้าเกษตรแหล่งใหญ่เรียกว่า "คลองมหานาค" ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นตลาดค้าผลไม้ที่สำคัญ มีรถบรรทุกสินค้ามาลงเป็นจำนวนมากในยามค่ำคืน

ปัจจุบันคลองมหานาคมีจุดเริ่มต้นด้านทิศตะวันตก โดยแยกออกจากคลองรอบกรุงที่สะพานมหาดไทยอุทิศ (สะพานร้องไห้) ตรงไปทางทิศตะวันออกจนบรรจบกับคลองแสนแสบที่สะพานเจริญราษฏร์ 32 รวมความยาว 1.3 กม.

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 2 ธ.ค. 56 (528)

กล่องข้อมูล

ถ้าเรามีข้าวของกองกระจาย และต้องเก็บมันให้เรียบร้อย มั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราจะทำก็คือ แยกประเภท จัดหมวดหมู่ แล้วจัดการเก็บมันลงกล่อง

เราอาจจะแปะไว้ที่หน้ากล่องว่าข้างในนี้มีอะไร เพื่อที่วันหลังจะได้ไม่ต้องมารื้อค้นผิดกล่อง หรือถ้ามีอะไรใหม่ๆ ที่เข้าพวก จะได้จับรวมใส่กล่องนี้เลย

สมองเราก็ทำแบบนั้นกับข้อมูล ในหนึ่งวัน เรารับข้อมูลไม่รู้กี่ร้อยอย่าง เพราะฉะนั้น สิ่งที่สมองจะทำได้
เพื่อไม่ให้เครื่องร้อนเกิน และฮาร์ดดิสก์ไม่เต็มก็คือ

หนึ่ง
เชื่อมโยงว่าข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับมา มันคล้ายกับข้อมูลเก่าที่เคยมีแล้วหรือเปล่า ถ้าใช่ มันจะรีบเอาไปไว้รวมในกล่องข้อมูลเดียวกัน

อาการแบบนี้เรียกว่า "ด่วนสรุป" "เหมารวม" ภาษาฝรั่งเรียกว่า "Stereotype" คือมีอาการมองทุกสิ่งเป็นก้อนรวม  แล้วติดป้ายสรรพคุณให้เลย เช่น นายทุน=โกง ศิลปิน=ดี เพื่อที่วันหลังเราได้รับข้อมูลนี้มาปุ๊บ สมองจะได้ไม่ต้องคิดมาก
เจอนายทุนปั๊บ ฮึ่ม! มึงโกง
เจอศิลปินปั๊บ ว้าว! พี่สุดยอด
ทั้งที่ความจริง มีคนดีคนเลวอยู่ในทุกวงการ

สอง
สมองจะเลือกเฉพาะสิ่งที่อยากเห็น และเลือกได้ยินเฉพาะเสียงที่อยากได้ยิน

ถ้าใครเคยดูหนังซูเปอร์แมน Man of Steel จะเข้าใจ ความลำบากของคล้าก เค้นท์ พระเอกของเราก็คือ ได้ยินทุกเสียงแม้จะเบาแค่ไหนก็ตาม เห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งที่ไม่อยากเห็น

คิดดูสิ ถ้าวันนี้เรานั่งทำงานอยู่ แล้วได้ยินทุกเสียง เสียงกดแป้นพิมพ์ เสียงโทรศัพท์ เสียงลิฟต์ เสียงเก้าอี้ เสียงแอร์ เราคงบ้าตายไปแล้ว

เราเลยได้ยินเฉพาะบางเสียงที่สมองคิดว่าสำคัญ หลายครั้งตอนทำงานเพลินๆ เราจึงไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

หรืออย่างการมองเห็น ตาเราก็เหมือนกล้องที่ปรับโฟกัสได้ เห็นแต่หน้าจอตรงหน้าที่ชัด นอกนั้นเบลอ ถ้าใจกำลังจดจ่ออยู่หน้าจอ เผลอๆ ช้างเดินมายังไม่เห็นเลย

เพราะฉะนั้นเมื่อมองในมุมนี้แล้ว สมองก็เชื่อมากไม่ค่อยได้นะ เราจึงต้องรู้เท่าทันความคิดของเรานิดนึงว่า
เรากำลังด่วนสรุป เรากำลังเหมารวม
เรากำลังมองเป็นก้อนๆ
เรากำลังเห็นแต่ในสิ่งที่อยากเห็น
เรากำลังได้ยินแต่ในสิ่งที่อยากได้ยิน
หรือเปล่า?

เพราะที่สุดแล้ว
ความจริงอาจไม่มี
มีแต่สิ่งที่เราอยากเชื่อเท่านั้นเอง

แหล่งที่มา   Facebook : Boy's Thought

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า

ตอน 38 สมาชิกใหม่ วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.20 น. พี่แพนด้าได้จากไปแล้ว พี่แพนด้าเริ่มมีอาการการเดินที่มีปัญหา เหมือนแรงข...