วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

5 เรื่องที่คนรวยคิดต่าง

(1) คนทั่วไปเน้นการออม แต่คนรวยเน้นสร้างรายได้ -- ในปี 2012 คนอเมริกันโดยเฉลี่ยมีรายได้ปีละ $38,000 ถ้าออมได้ 10% สิ้นปีเราก็จะมีเงินเหลือ $3,800 แต่เราจะไม่รวยขึ้นจริง ๆ จัง ๆ ขึ้นมาจากการทำแบบนั้น เราต้องหารายได้ให้มากขึ้น ... ความจริงแล้วคนรวยก็ออม แต่เขาเน้นที่การสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นก่อน ซึ่งสัดส่วนของเงินออมจะสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะถ้าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่น้อยลง

(2) คนทั่วไปมองการเริ่มธุรกิจส่วนตัวว่าเป็นความเสี่ยง แต่คนรวย (และคนที่มีโอกาสรวย) จะมองเป็นเส้นทางสู่ฐานะที่มั่งคั่ง – คนทั่วไปมองเงินมองด้วยสมการเส้นตรง เช่น สมมติทำงานได้ชั่วโมงละ $X ถ้ายอมทำงานเยอะขึ้น ก็จะได้เงินมากขึ้น แม้แต่ผู้ที่มีการศึกษาดี ก็คิดว่าการเรียน MBA จะช่วยให้ได้เงินมากขึ้น (ซึ่งก็จริง แต่ก็เป็นการมองแบบเส้นตรงเช่นกัน คือให้เวลากับการเรียน เพื่อสุดท้ายจะเอาวุฒิไปต่อรองรายได้ให้มากขึ้น) ... ส่วนคนรวยจะมองที่ไอเดีย โดยเฉพาะไอเดียที่จะช่วยแก้ปัญหา (และตอบโจทย์ความต้องการ) ของผู้คนได้ และทำเงินจากเรื่องเหล่านี้ ... ถึงกระนั้น คนรวยก็ไม่ได้กระโดดเข้าใส่ไอเดียอย่างไม่ลืมหูลืมหา แต่จะศึกษาความเสี่ยงอย่างดีก่อนที่จะลงมือทำ

(3) คนทั่วไปมองเงินทองด้วยอารมณ์ แต่คนรวยจะมองด้วยเหตุผล – คนทั่วไปมักจะกลัวที่จะขาดทุน/เสียเงิน เมื่อจะทำอะไรใหม่ ๆ แต่คนรวย (และที่มีโอกาสรวย) จะมองเงินว่าเป็นเครื่องมือที่นำมาซึ่งทางเลือกและโอกาส

(4) คนทั่วไปตั้งเป้าหมายอย่างเลื่อนลอย แถมยังผัดวันประกันพรุ่ง แต่คนรวยจะตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและยืดมั่นจริงจังกับเส้นตาย – คนทั่วไปอาจลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างแบบสะเปะสะปะ แต่คนรวยจะจดจ่อจริงจังอยู่กับธุรกิจเพียงอย่างเดียวที่กำลังปลุกปั้นอยู่ในตอนนั้น และทำทุก ๆ ทาง (ขอให้เป็นทางที่ชอบธรรม) เพื่อให้สำเร็จตามเวลาที่ตั้งใจไว้ (ถ้าทำงานแรกไม่สำเร็จซะที ยอมผัดไปเรื่อย ๆ ก็จะไม่สามารถเริ่มงานต่อไปได้)

(5) คนทั่วไปใช้ชีวิตเกินฐานะที่แท้จริง แต่คนรวยใช้ชีวิตต่ำกว่าฐานะ – ถึงจะมีคนรวยมาก ๆ บางราย ที่แสดงการใช้ชีวิตอย่างสุดหรู ... แต่คนรวยโดยทั่วไป ใช้ชีวิตต่ำกว่าฐานะที่แท้จริง ... และคนรวยส่วนใหญ่ จะไม่ไหลไปตามกระแสวูบวาบ พวกเขาต้องการอิสระทางการเงิน และจะไม่เป็นทาสของสิ่งต่าง ๆ หรือใคร ๆ (To be fair, ในความเป็นจริง ที่เราเห็นคนรวยบางคนที่ใช้เงินสุดป๋า จริง ๆ แล้วนั่นอาจจะต่ำกว่าฐานะจริง ๆ ของเขามากก็ได้ เช่น มีเงินพันล้านเหรียญ แต่ยังทนนั่งเฟิร์สคลาส ซึ่งก็หรูมากแล้วสำหรับคนทั่วไป ส่วนอีกคนมีร้อยล้านเหรียญ กลับมี private jet ซะแล้ว)

• เนื้อหานี้แปลมาจากบทความ “5 Ways Rich People Think Differently From the Rest of Us” ของ Michele Lerner http://goo.gl/RHdg67 ซึ่งเป็นการสรุปต่อมาอีกที จากหนังสือ “How Rich People Think” ของ Steve Siebold
• ภาพจาก forbes.com http://goo.gl/ZNpOs
‪#‎TIF_Rerun‬

แหล่งที่มา    Facebook : Thailand Investment Forum

ยิ่งออม ยิ่งมีความสุข จริงหรือ?

ผลการสำรวจของ Ally Bank ในรัฐยูท่า สหรัฐฯ น่าสนใจดี
จากตัวอย่างสำรวจ พบว่า ....
  1. 85% บอกว่า รู้สึกดีที่มีเงินเก็บ
  2. แต่มีเพียง 53% เท่านั้น ที่บอกว่า มีการวางแผนการเงิน


โดยวัตถุประสงค์ของคนที่วางแผนการเงิน
  1. รองรับเหตุไม่คาดฝัน
  2. ภูมิใจที่หาเลี้ยงตัวเองได้
  3. รู้สึกเป็นอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น
  4. ตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตตัวเอง
เสร็จแล้ว ก็ไปดูหน่อยสิว่า 85% ที่บอกว่ารู้สึกดีที่มีเงินเก็บเนี่ย แต่ละคน มีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ ... เราก็พบคำตอบที่น่าสนใจ ก็คือ

"The more you save, the happier you will be"

อย่างไรเสีย ก็ต้องให้ชีวิตสมดุลนะ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินกันจนเครียด มันต้องให้รางวัลชีวิตกับตัวเองบางน้อออ ^^

แหล่งที่มา      Facebook : Sinthorn Mr.Messenger  Credit : Infographic by Ally Bank 

5 ลักษณะ ที่ควรเปลี่ยนแปลง เมื่อต้องขึ้น มาเป็นนาย

ผู้บริหารทุกระดับชั้น หรือ การเป็นเจ้าของกิจการ
.
1. มองภาพรวมไม่ออก: ผู้ริหารทุกระดับชั้น ต้องเข้าใจในvision/ missionของบริษัท ว่ามีเป้าหมายมุ่งไปทางไหน และ หน่วยงานที่เรารับผิดชอบ มีส่วนร่วมอย่างไรที่จะนำบริษัทบรรลุในเป้าหมายนั้น // และตัวเราเองจะต้องกำกับดูแลทีมงาน ในประเด็นอะไรบ้างเพื่อความสอดคล้องกัน // หากกัปตันไม่รู้ว่าจะมุ่งไปทางไหน เราจะสั่งการหางเสือได้อย่างไร
.
2. ลำเอียง : การรู้สึกพอใจคนหนึ่งมากกว่าอีกคนหนึ่ง เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนอาจเป็นได้// แต่การบริหารคนในทีม จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องพยายามตัดความbias ออกจากการประเมินผล // และทุกๆครั้งที่ต้องประเมินใคร เราต้องหนักแน่นในมาตรการ / ไม่อย่างนั้น ทีมปั่นป่วนแน่ เพราะเราเองจะไม่สามารถอธิบายได้ในผลการประเมินแต่ละประเด็น
.
3. เจ้าอารมณ์ และ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ : การคุมคน ไม่ควรใช้อารมณ์มาก่อนเหตุผล // หากบางครั้งทนต่อเหตุการณ์ไม่ได้จริงๆ ควรแยกตัวออกมาจากจุดนั้น เพื่อใช้เวลาทบทวนก่อนจะเข้าไปตัดสินใจ // เพราะเมื่อเราตอกตะปูลงบนใจใครแล้ว แม้จะถอนออกมา มันยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนใจเขาอยู่
.
4. ไม่เห็นความสำคัญของเวลา : ไม่ต้องอธิบายครับ จบข่าว
.
5. ทำทุกอย่างเอง : หลายคนไม่สามารถมอบหมายงาน ออกไปสู่ทีมได้ เนื่องจากความไม่วางใจ หรือ ความไม่กล้าสั่งงาน // อะไรที่ทำเองได้จะเก็บไว้หมด // ซึ่งนอกจากงานจะเดินช้าแล้ว ตัวเราเองที่จะload และไม่มีเวลาถอยมามองภาพรวม
.
การเป็นเจ้านาย สิ่งสำคัญที่สุด คือความสามารถในการควบคุมดูแลคนในทีม ให้มีผลงานทิศทางไปด้วยกัน และที่สำคัญการเดินทางไปด้วยกันพึงถนอมน้ำใจกัน แล้วจะไปได้ไกลครับ.
.
.
แหล่งที่มา     Facebook ‪#‎อาเสี่ย‬ 20/7/2557

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

วิธีการที่จะก้าวไปสู่อันดับที่ 1

วิธีการที่จะก้าวไปสู่อันดับที่ 1ได้ คือ
.
.
1 คุณต้องกำจัดคนที่อยู่อันดับก่อนหน้า เพื่อให้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทน (แต่ความสามารถเรายังเท่าเดิม)
.
.
2 พัฒนาตัวเราเองให้ดีกว่าตัวเราเมื่อวาน เพื่อให้เรา
ค่อยๆ เจ๋งขึ้นไปเรื่อยๆ ... อันนี้คือแข่งกันที่ ใครจะทำตัวดีกว่าเมื่อวาน ในอัตราเร่งที่เร็วกว่ากัน
.
.
อย่างไหน มันส์กว่าและยืนยาวกว่า
..
แหล่งที่มา    Facebook ‪#‎อาเสี่ย‬ 18/7/2557

ขยันผิดที่ ทำกี่ปีก็ไม่รวย

ความเข้าใจผิดๆ บางประการ
ของประโยคที่ว่า "ขยันผิดที่ ทำกี่ปีก็ไม่รวย"
.
หลายๆคนเคยพูดกันว่า
" อยากลาออกจัง เพราะรู้สึกว่าขยันผิดที่ ทำกี่ปีก็ไม่รวย "
.
.
บางทีเขาอาจจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิด
เข้าใจว่า ผิดที่ หมายถึง สถานที่ (บริษัท)
เข้าใจว่า ต้องออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ถึงจะเรียกว่าถูกที่
หรือเข้าใจว่า ต้องลาออก - ย้ายงานใหม่ถึงจะwork
.
.
แต่ลืมไปว่า ขยันผิดที่ อาจหมายถึง " เรายังfocusในงานเราเอง ไม่ถูกจุด " หรือบางครั้ง "อาจยังไม่มีความสามารถเพียงพอ ที่จะรับผิดชอบมากขึ้นได้"
.
.
การทำงานประจำ หากเราfocusในสิ่งที่เราทำ และแสดงความสามารถ deliverงานได้เหนือความคาดหมายขององค์กร
.
.
เมื่อเราพัฒนาตัวเราเอง ให้ถูกที่ ถูกจุด
"เป็นไปได้ยากมาก ที่เราจะไม่สำเร็จ "
.
.
ขยันถูกที่ ...อยู่ที่เดิมนี่..ก็รวยได้นะ
.
.
แหล่งที่มา     Facebook : ‪#‎อาเสี่ย‬ 19/7/2557

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Google Logo : Nelson Rolihlahla Mandela (1918-2013)



เนลสัน โรลิฮฺลาฮฺลา มันเดลา (อังกฤษ: Nelson Rolihlahla Mandela; สำเนียงภาษาคโฮซา: [xoˈliɬaɬa manˈdeːla]) เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 ที่เมืองทรานส์คีย์ ประเทศแอฟริกาใต้

ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2537-2542 และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามกระบวนการทางประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง

ก่อนหน้าการดำรงตำแหน่งนี้นี้ เขาได้เป็นที่รู้จักกันทั้งในและนอกประเทศในฐานะที่เคยเป็นนักเคลื่อนไหวตัวยงเพื่อต่อต้านนโยบายแยกคนต่างผิวออกจากกันในแอฟริกาใต้ จากที่แรกเริ่มเป็นผู้เคลื่อนไหวในทางสันติ ได้กลายมาเป็นผู้นำกลุ่มกองกำลังติดอาวุธของพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา และได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่อต้านใต้ดินโดยใช้อาวุธ เช่น การก่อวินาศกรรม ในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้นำต่างชาติที่นิยมนโยบายแยกคนต่างผิวออกจากกันในแอฟริกาใต้ เช่น มากาเรท เท็ตเชอร์ และโรนัลด์ เรแกน ได้ประณามกิจกรรมเหล่านี้ว่าเป็นการก่อการร้าย

เขาถูกจำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้น 27 ปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นการถูกคุมขังในห้องขังเล็กๆ บนเกาะร็อบเบิน การถูกคุมขังนี้ได้กลายมาเป็นกรณีตัวอย่างของความอยุติธรรมของนโยบายแยกคนต่างผิวที่ถูกกล่าวถึงไปทั่ว เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัวในปี พ.ศ. 2533 นโยบายประสานไมตรีที่เนลสันได้นำมาใช้ทำให้แอฟริกาใต้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งประชาธิปไตย ในขณะนี้ เนลสัน มันเดลา มีอายุกว่า 90 ปีแล้ว เป็นที่ยกย่องอย่างสูงภายในประเทศแอฟริกาใต้ในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส ชาวแอฟริกันจะขนานนามสมาชิกชายอาวุโสของตระกูลมันเดลาอย่างให้เกียรติว่า มาดิบา แต่มักเจาะจงหมายถึงเนลสัน มันเดลาเท่านั้น
เนลสัน มันเดลา ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากกว่า 250 รางวัลตลอดช่วงเวลา 4 ทศวรรษ รางวัลที่สำคัญที่สุดคือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี พ.ศ. 2536

แหล่งที่มา   เว็บไซต์สนุกดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แขก 3 คน

เมื่อหลายปีก่อน
.
ยังเป็นเหตการณ์ที่จำได้ไม่มีวันลืม
กับความอุตสาหะ ของ ชาวบังกลาเทศในต่างแดน
.
.
มีโอกาสไปเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี
ตามประสานักท่องเที่ยว
เราก็ต้องถ่ายรูปคู่ Colosseum ในshot บังคับ
.
.
นึกภาพตามนะ
.
รอบๆ บริเวณจุดท่องเที่ยวสำคัญ
โดยมากจะหนีไม่พ้น คนขายของเร่
ซึ่งในบริเวณนั้น จะเป็นแขกชาวบังกลาเทศ
.
.
" ช่วงเช้า " แวะไปถ่ายรูป
พบกับ แขกคนที่ 1 เขานำแว่นกันแดดมาขาย ซึ่งคนแถวๆ นั้นก็มีซื้อบ้าง
และเขาก็พยายามจะวิ่งเข้าหาทุกคนในบริเวณนั้น อย่างไม่ลดละ
.
.
" ช่วงบ่าย " บังเอิญผ่านกลับไปที่จุดเดิม เพื่อไปร้านอาหารตามคำแนะนำจากเพื่อน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ บริเวณเดิมนั้น
.
แล้วก็พบกับ แขกคนที่ 2 (ช่วงนั้นฝนตกพอดี) เขาควักร่มพับได้ออกมาขายได้ทันสถานการณ์สุดๆ // ด้วยภาคบังคับ ผมจึงต้องเสียเงินซื้อร่มไปเพราะกลัวกล้องเปียก
..
.
" ช่วงกลางคืน " ผมขอกลับไปทานอาหารร้านเดิมซ้ำ เพราะติดใจและมันไม่ไกลจากที่พัก .... ทำให้ผมผ่านไปที่จุดเดิม และดันอยากถ่ายภาพช่วงดึกเพราะจัดไฟสวย
.
.
ใช่ครับ ผมพบกับแขกคนที่ 3
.
.
แต่ผมนึกไม่ถึงเลยว่า .. ครั้งนี้ เขาจะนำขาตั้งกล้องมาเสนอ..แต่ก็ถูกของเขา.. เพราะหลายคนที่ผ่านมาต้องการถ่ายรูป ส่วนใหญ่ไม่มีใครพกขาตั้งกล้องจิ๋วๆมา และแสงแถวนั้นมันน้อยมาก ถ่ายไป..ภาพก็จะเบลอๆ.. แต่พี่ท่านนี้เขามีขายครับ และไม่แพงด้วย
.
.
.
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้
แขกที่ว่ามาทั้ง3คน “เป็นคนเดียวกัน”
.
.
พี่เจ๋งมาก!
.
.
สามารถเปลี่ยน products ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ใน1วันได้อย่างรวดเร็ว
และพร้อมเสมอที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการลูกค้า ณ ขณะนั้น
โดยใช้ช่องทางเดียว
.
.
เรื่องมันดูเล็กๆ ...แต่เราสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้หลายอย่างทีเดียว
.
บางครั้ง เราจำกัดตัวเอง อยู่กับ โจทย์เดิมที่ใช้วิธีแก้แบบเดิมๆ // คำตอบมันก็จะออกมาแบบเดิมๆ
.
.
ลองเปลี่ยนวิธีคิด
เปลี่ยนทั้งการตั้งโจทย์ + เปลี่ยนทั้งวิธีแก้
บางทีเราอาจจะมีอะไรแปลกใหม่นำเสนอลูกค้าได้
ซึ่งนั่นก็หมายถึงการเพิ่งโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้นนั่นเองครับ
.
.
นับถือพี่มาก
.
.
แหล่งที่มา     Facebook ‪#‎อาเสี่ย‬ 17/7/2557

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พลังบวก

ระยะ 2-3 ปีมานี้ เราคงได้ยินคำว่า พลังบวก ในการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคิดบวก เสพสื่อที่เป็นบวก และเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นบวก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นตัวนำพาเราไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นและมีความสุขอย่างยึ่งยืน

ในการทำธุรกิจก็เช่นกัน

คุณต้องหาพลังบวกเข้ามาในธุรกิจควบคู่ไปกับการกำจัดพวกพลังลบออกไปจากธุรกิจของคุณให้ไวที่สุด
นอกเหนือจากความคิดอ่านและทัศนคติของตัวเองผู้เป็นเจ้าของแล้ว (คือถ้าคนเป็นเจ้าของ วันๆ เอาแต่คิดลบ หรือหาเรื่องลบใส่หัว เรื่องอื่นคงไม่ต้องคุยต่อนะ) ยังมีอีก 4 อยากในธุรกิจที่เราต้องรีบจัดการ เพราะเรื่องแบบนี้ยิ่งนาน ยิ่งบั่นทอนสุขภาพจิตอยางยิ่ง และธุรกิจของคุณจะไม่มีวันได้เห็นแสงสว่าง

1. สินค้า
ของขายไม่ได้ ของมีตำหนิ หรือแม้กระทั่งชำรุดเสียหาย อย่าเก็บกองไว้มองเล่นในโกดัง ลดราคา ขายทิ้งให้หมด เสื้อ collection เก่าๆเอาไปบริจาคให้มูลนิธิ นอกจากได้บุญแล้วยังได้ลดหย่อนภาษีด้วย

เคยมีลูกค้ารายหนึ่ง ผลิตสินค้าออกมาแล้วขายไม่ได้ บอกให้ลดราคาก็ไม่ยอม ของกองเป็นกำแพงเมืองจีนอยู่ในโรงงานกว่า 20 ล้านบาท ตัวเองเดินผ่านทุกวันๆ สุดท้ายเครียดสะสม ตรอมใจจนตายไปแล้ว (เรื่องจริงนะ)

2. ลูกน้อง
ไม่มีอะไรอันตรายกับธุรกิจไปกว่าการมีลูกน้องคิดลบคิดร้ายกับบริษัท เพราะคนพวกนี้นอกจากไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้วยังจ้องทำลายด้วย สิ่งที่อันตรายคือเวลาคนพวกนี้ไปพูดอะไรข้างนอกเกี่ยวกับบริษัท คนนอกจะรับฟังเสมอเพราะเค้ายังมีสถานะเป็นคนของคุณ

คุณควรหามาตรการปรับทัศนคติกับเค้าให้เร็วที่สุด และจำไว้ว่า การไล่ออกคือทางออกสุดท้าย (ซึ่งไม่แนะนำเลย เพราะคุณได้เสียประสบการณ์การทำงานไป และเหมือนยื่นอาวุธให้กับคู่แข่งไป คือการให้คนของเราที่รู้ทุกอย่างของธุรกิจเราไปอยู่กับคู่แข่ง)

3. ลูกค้า
อย่าตกใจถ้าจะบอกว่า คุณควรเลิกค้าขายกับลูกค้าที่คิดลบ มีทัศนคติลบกับธุรกิจของคุณ เคยเจอไม๊ เดินเข้าร้านมา ด่า ติ ทุกอย่างแล้วซื้อของ 20 บาทเป็นค่าด่า เช่นเดียวกับการจัดการกับลูกน้อง คุณต้อง approach เค้าด้วยเรื่องบวกๆ คุย ถาม โต้ตอบเค้าด้วยพลังบวกอย่างเดียว อย่าไปคล้อยตามกับสิ่งลบที่เค้าประเคนมาให้ สุดท้ายถ้าไม่ได้ผล วิธีการในการ disregard ลูกค้าพวกนี้คือ งดส่งข่าวสารถึง งดให้ส่วนลดพิเศษทุกประการ แล้วเค้าจะรู้สึกตัวและจากไปเอง

4. สิ่งแวดล้อม
คงไม่ดีแน่ถ้าร้านของคุณไปตั้งอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมลบๆ มีร้านข้างๆที่วันๆพูดแต่เรื่องร้ายๆ บ่นทั้งวันว่าขายไม่ได้ ขายไม่ดี มันหดหู่นะครับ แนะนำว่าย้ายร้านหนีเถอะ ยอมเหนื่อยครั้งเดียวสบายหูไปอีกหลายปี

ฝากข้อคิดไว้ให้ว่า
คุณไม่สามารถคาดหวังอะไรดีๆได้ ถ้าเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางเรื่องร้ายๆ

แหล่งที่มา     Facebook : Trick of the Trade

วิธีการ-ดูแลลูกค้าและคู่ค้าของเรา

เทคนิคการดูแลหัวใจ "แฟน (และ คนที่คุณรัก)"
.
1 รับฟังด้วยใจ : บางครั้งเขาต้องการแค่คนรับฟัง เราไม่ต้องวิเคราะห์ด้วยlogicให้มากนัก ใช้หัวใจฟังเพื่อทำความเข้าใจ เมื่อเขาสบายใจ เราค่อยให้คำแนะนำ (ถ้าต้องการ*)
.
2 เสมอต้นเสมอปลาย อย่าหมดโปรเร็ว **
.
3 เป็นตัวของตัวเอง อย่าfake เวลาจะเผยตัวตนของเรา แล้วสุดท้ายจะรับกันไม่ได้
.
4 แต่งตัวให้ดีเมื่อมีเดท (ไม่ต้องแพงก็ได้) เพื่อเป็นการให้เกียรติกัน
.
5 เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำความเข้าใจกับทุกๆเหตุการณ์ (การจับผิดอาจนำไปสู่หายนะได้)
.
6 เป็นที่ปรึกษา ในการร่วมวางอนาคตให้กัน **พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ไม่ใช่ยัดความคิดเราให้เขา
.
7 จริงใจ ในทุกๆการกระทำ // หากเราต้องการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับเขาไปตลอด ความจริงใจต่อกันและไม่ปิดบังกัน จะเป็นส่วนช่วยในการประคับประคองกันไปยาวๆครับ
.
เพื่อนๆ คงคิดว่า วันนี้ผมมาแปลก
ถ้างั้นขออนุญาตเปลี่ยนหัวเรื่องเป็น
.
"วิธีการ-ดูแลลูกค้าและคู่ค้าของเรา "
.
.
พอมองเห็นมั้ย ว่าเราก็ต้องทำเหมือนกัน
.
.
เมื่อดูแลลูกค้าเราให้ดี เหมือนคนที่เรารัก
เขาก็จะรักเราไปตลอดเช่นกัน ^^
.
.
"เพื่อนมีกลยุทธ์ดูแลหัวใจคนที่คุณรักยังไงกันบ้าง มาแบ่งปันกันได้เลย ^^ "
.
แหล่งที่มา    Facebook ‪#‎อาเสี่ย‬  16/7/2557

นักสู้ชีวิต

คิดว่าความสนุกของชีวิตคนเรา
มันอยู่ตรงที่เราสามารถ "ยกระดับ" ตัวเองไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ว่าเราจะเริ่มจากระดับไหนก็ตาม

เมื่อวานได้เจอกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยม
สมัยเรียนเธอเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก
เราเจอกันตามสถานที่เรียนพิเศษ เพราะอยู่กันคนละโรงเรียน
ตอนใกล้เอนทรานซ์ เราเหล่าเด็กเรียนหลายคนจับกลุ่มติวกัน
ยังจำภาพเธอขี่มอเตอร์ไซค์ได้ดี

ในเวลาต่อมา เธอสอบติดบัญชี จุฬา
สอบติด วิศวะ จุฬา
เราเจอกันบ้างนิดหน่อย เพราะอยู่หอพักจุฬาเหมือนกัน
พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ข่าวคราวกันอีกเลย

ตัดฉับมาที่ปัจจุบัน
เวลาผ่านไปนับสิบปี  เจอเธออีกครั้ง
วันนี้เธอกลายเป็นเจ้าของโครงการคอนโดมูลค่า "หลายพันล้านบาท"
ในชื่อ ORIGIN Property

ชาวสมุทรปราการคงรู้จักดี เพราะมีอยู่หลายร้อยยูนิต
เธอทำได้อย่างไร? นั่งฟังเธอและสามีเล่า

บ้านรวยล่ะสิ? บางคนคิด
ไม่เลย ก็บอกแล้วไงว่าตอนเรียนเธอขี่มอเตอร์ไซค์

เธอเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสนุก
เธอและสามีก็แค่เด็กต่างจังหวัด เป็นพนักงานบริษัทธรรมดาๆ
เพียงแต่ขยันตั้งใจทำงานกว่าคนอื่น
จนได้เป็นผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อยๆ

เก็บหอมรอมริบ หยิบยืมที่บ้าน กู้เงินธนาคาร
จนพอจะซื้อเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ ให้นักศึกษาเช่าห้อง
ช่วงแรกรายได้ไม่พอผ่อนธนาคาร ต้องเอาเงินเดือนมาโปะ
บางช่วงก็อดคิดไม่ได้ว่ามาถูกทางหรือเปล่า

ตอนตัดสินใจลาออก ก็ไม่ใช่ง่ายๆ
เพราะต้องทิ้งเงินเดือนหลักแสน
แต่หัวใจมันเรียกร้องให้ลองดู
พอขายเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ ก็มีเงินก้อน
เอาไปซื้อที่ปลูกคอนโด จากโครงการหนึ่งถึงอีกโครงการ

ทุกโครงการขายดี เพราะเข้าใจคนพื้นที่
อย่างที่บอก วันนี้โครงการของเธอรวมๆ ก็ครึ่งหมื่นล้านแล้ว
เธอยืนยันว่าทั้งหมดไม่ใช่โชคช่วย แต่ล้วนต้องฟันฝ่า

คิดว่าสองสามีภรรยาคู่นี้น่านับถือมาก
จากคนธรรมดามาเป็นห้าพันล้าน
ไม่ธรรมดา

คิดแล้วก็เหลือเชื่อ
เด็กผู้หญิงขี่มอเตอร์ไซค์วันนั้น
กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตในวันนี้

ชีวิตคนพลิกผันได้มากมายจริงๆ
ไม่ว่าวันนี้เราจะอยู่ในระดับไหน
มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องอยู่ในระดับนั้นตลอดไป

อดทน ตั้งใจ มองหาช่องทาง มองหาโอกาส
ใครจะรู้ล่ะ ว่าอนาคตของเรามันจะยิ่งกว่าฝัน
เป็นกำลังใจให้นักสู้ชีวิตทุกท่าน

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทุกอย่างมีได้มีเสีย

กฎของธรรมชาติข้อหนึงก็คือ ไม่มีอะไรอยู๋ค้ำฟ้า สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง

ชีวิตของเราก็เช่นกัน ทุกวันนี้มันยังมีจังหวะขึ้นลงทั้งๆ ที่ร่างกายและจิตใจ 100% เป็นของเรา สมอง หัวใจ สายตา ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเราหมด เรายังฝืนกฏของการเปลี่ยนแปลงไม่ได้

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เราจะต้องเสียอะไรไปบางอย่างเสมอ ย้ายโรงเรียนก็ต้องเสียเพื่อนสนิทบางคนไป ย้ายบ้าน เปลี่ยนงาน ปรับปรุงร้านใหม่ ก็ย่อมเสียความสบายส่วนตัวไปบ้าง

แต่เมื่อมองให้ลึกๆแล้ว ในทุกการสูญเสียคุณจะได้บางอย่างใหม่ๆ เข้ามาแทนเช่นกัน ได้เพื่อนใหม่ ได้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ได้โอกาสในการเรียนรู้ ได้เห็นอะไรใหม่ๆ เป็น input ที่มีค่ากับตัวเราเอง

แต่แปลกที่เรามักดื้อและต่อต้าน กลับพยายามโกหกตัวเองว่าเปลี่ยนแล้วไม่ได้อะไร มีแต่เสียกับเสีย
อย่าอนุญาตให้ตัวเอง มีเงื่อนไขใดๆ ในชีวิตที่จะปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง

เพราะทุกๆ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น มันมีค่าเกินกว่าที่คุณจะปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย

แหล่งที่มา     Facebook : Trick of the Trade

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...