เริ่มกันเลยดีกว่า
คำเเรก " suki เเปลว่า ชอบ "
คุ้นๆ มั้ยเพลงในเพลง โดราเอมอน
" อัง อัง อัง โทเทะโมะ ได "ซุคิ" โด ระ เอ มะอึ่นน ... "
หรือ ในเพลง อิคคิวซัง ก็มีเยอะ
" ซุคิ ซุคิ ซุคิ ซุคิ ซุคิ อะอิชิเตะหรุ "
สงสัยจะชอบจริงๆ
"ซุคิ" กันรัวๆ เลย
............................
ได้คำบอกรักหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น วาเลนไทน์นี้กันเเล้วนะ
ลุย !!
แหล่งที่มา Facebook : ๋ Japan NEED
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558
6 ทางออก เมื่อหาเงินจ่ายหนี้ไม่ทัน
เมื่อเงินที่เคยมีใช้หนี้อยู่ทุกเดือนต้องชะงัก
ถึงเวลาที่คุณจะต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้วหล่ะ
1. อย่าหนีหนี้และอย่าไปพึ่งหนี้นอกระบบและไม่สร้างหนี้เพิ่ม
โดยการประหยัดให้มากที่สุด
ซื้อแต่สิ่งของจำเป็น
พยายามจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินสด
หนี้บัตรเครดิตจะได้ไม่งอกเพิ่ม
เพื่อให้หลุดจากวังวนของการเป็นหนี้ไม่รู้จบ
จ่ายหนี้หมดสิ้นแล้วค่อยอนุญาตตัวเอง
ให้ใช้บัตรเครดิตได้อีกครั้ง คราวนี้ใช้อย่างมีสติด้วย
2. จดบันทึกรายรับรายจ่าย
เพื่อให้รู้สถานการณ์การเงินของตัวเอง
ในบันทึกจะฟ้องว่าอะไรเป็นรายจ่ายจำเป็น
อะไรเป็นรายจ่ายที่ตัดทิ้งไปได้
ต่อไปก็พยายามกันเงินส่วนหนึ่ง
จ่ายหนี้ให้มากที่สุดในแต่ละเดือน
3. รีไฟแนนซ์ยืดหนี้
ถ้าใช้หนี้แล้วเหลือเงินไม่พอใช้สอย
ในชีวิตประจำวัน ก็ลองรีไฟแนนซ์เพื่อ
ยืดหนี้ออกไป อย่าไปตกหลุมพราง
หาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้เก่า
เพราะนอกจากไม่ช่วยแล้วยังเพิ่มหนี้เข้าไปอีก
ต้องหารีไฟแนนซ์ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า
ถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิต 3 ใบ
ก็อาจเลือกรีไฟแนนซ์แค่ 1-2 ใบ ก็พอ
ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนหนี้ได้ดีแล้วยังมีเงินเหลือ
แต่อย่าลืมว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียคือ
จะต้องเป็นหนี้นานขึ้นกว่าเดิม
จาก 20 เดือนเป็น 42 เดือนแทน
3. ปลดหนี้ก้อนใหญ่ให้หมด
ถ้าชำระหนี้แบบเต็มวงเงินแล้ว
ยังมีเงินเหลือพอดำรงชีวิตในแต่ละเดือนหรือไม่
ถ้ามีหนี้บัตรไม่กี่ใบกัดฟันจ่ายหนี้บัตร
ที่มียอดหนี้มากที่สุดด้วยเงินก้อนโต
ในแต่ละเดือน ส่วนบัตรใบที่หนี้น้อย
ถ้าทำได้ก็พยายามใช้ให้สูงกว่าจ่ายขั้นต่ำ
เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้หนี้กันยาวนาน
4. หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
อย่างเช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนสวัสดิการพนักงาน สหกรณ์
บริษัทที่ทำงานอยู่ หรือถ้ามีวินัยการใช้หนี้
การหันหน้าไปพึ่งพาคนในครอบครัว
ก็เป็นอีกทางหนึ่งไม่ใช่ว่ายืมแล้ว
ทำให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับไปด้วย คงไม่ดีแน่
5. ปรับโครงสร้างหนี้
ติดต่อเจ้าหนี้บัตรเครดิตขอปรับโครงสร้างหนี้
เพื่อทำสัญญาใหม่ ที่มักจะรวมเงินต้น ดอกเบี้ย
เบี้ยปรับทั้งหมด ค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้
เพราะถ้าหนีหนี้อาจถูกอายัดทรัพย์
หรืออายัดเงินเดือน และติดคุกได้
แหล่งที่มา Facebook : SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ถึงเวลาที่คุณจะต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้วหล่ะ
1. อย่าหนีหนี้และอย่าไปพึ่งหนี้นอกระบบและไม่สร้างหนี้เพิ่ม
โดยการประหยัดให้มากที่สุด
ซื้อแต่สิ่งของจำเป็น
พยายามจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินสด
หนี้บัตรเครดิตจะได้ไม่งอกเพิ่ม
เพื่อให้หลุดจากวังวนของการเป็นหนี้ไม่รู้จบ
จ่ายหนี้หมดสิ้นแล้วค่อยอนุญาตตัวเอง
ให้ใช้บัตรเครดิตได้อีกครั้ง คราวนี้ใช้อย่างมีสติด้วย
2. จดบันทึกรายรับรายจ่าย
เพื่อให้รู้สถานการณ์การเงินของตัวเอง
ในบันทึกจะฟ้องว่าอะไรเป็นรายจ่ายจำเป็น
อะไรเป็นรายจ่ายที่ตัดทิ้งไปได้
ต่อไปก็พยายามกันเงินส่วนหนึ่ง
จ่ายหนี้ให้มากที่สุดในแต่ละเดือน
3. รีไฟแนนซ์ยืดหนี้
ถ้าใช้หนี้แล้วเหลือเงินไม่พอใช้สอย
ในชีวิตประจำวัน ก็ลองรีไฟแนนซ์เพื่อ
ยืดหนี้ออกไป อย่าไปตกหลุมพราง
หาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้เก่า
เพราะนอกจากไม่ช่วยแล้วยังเพิ่มหนี้เข้าไปอีก
ต้องหารีไฟแนนซ์ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า
ถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิต 3 ใบ
ก็อาจเลือกรีไฟแนนซ์แค่ 1-2 ใบ ก็พอ
ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนหนี้ได้ดีแล้วยังมีเงินเหลือ
แต่อย่าลืมว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียคือ
จะต้องเป็นหนี้นานขึ้นกว่าเดิม
จาก 20 เดือนเป็น 42 เดือนแทน
3. ปลดหนี้ก้อนใหญ่ให้หมด
ถ้าชำระหนี้แบบเต็มวงเงินแล้ว
ยังมีเงินเหลือพอดำรงชีวิตในแต่ละเดือนหรือไม่
ถ้ามีหนี้บัตรไม่กี่ใบกัดฟันจ่ายหนี้บัตร
ที่มียอดหนี้มากที่สุดด้วยเงินก้อนโต
ในแต่ละเดือน ส่วนบัตรใบที่หนี้น้อย
ถ้าทำได้ก็พยายามใช้ให้สูงกว่าจ่ายขั้นต่ำ
เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้หนี้กันยาวนาน
4. หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
อย่างเช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนสวัสดิการพนักงาน สหกรณ์
บริษัทที่ทำงานอยู่ หรือถ้ามีวินัยการใช้หนี้
การหันหน้าไปพึ่งพาคนในครอบครัว
ก็เป็นอีกทางหนึ่งไม่ใช่ว่ายืมแล้ว
ทำให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับไปด้วย คงไม่ดีแน่
5. ปรับโครงสร้างหนี้
ติดต่อเจ้าหนี้บัตรเครดิตขอปรับโครงสร้างหนี้
เพื่อทำสัญญาใหม่ ที่มักจะรวมเงินต้น ดอกเบี้ย
เบี้ยปรับทั้งหมด ค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้
เพราะถ้าหนีหนี้อาจถูกอายัดทรัพย์
หรืออายัดเงินเดือน และติดคุกได้
แหล่งที่มา Facebook : SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เด็กหนุ่มผู้สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เองในบ้านตั้งแต่อายุ 12
ประวัติโดยย่อของหนุ่มน้อยนาม เทย์เลอร์ วิลสัน
• อายุ 12: สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นในโรงรถ
• อายุ 16: ได้รับรางวัล Intel Young Scientist Award
• อายุ 17 : เสนอโปรเจคให้ประธานาธิบดีโอมาบา
และได้รับทุน Thiel Fellowship ของ Peter Thiel
ผู้ก่อตั้ง PayPal
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากน้องเทย์เลอร์ก็คือ
"ถ้าศึกษาจนรู้จริง และลงมือทำ
อายุเท่าไรก็สำเร็จได้"
และ
"การเรียนรู้ (Learning) กับ การศึกษา
ตามหลักสูตร (Schooling) นั้นต่างกัน"
น้องเทย์เลอร์เล่าประวัติตัวเองแบบสั้น ๆ
ผ่านคลิป TED ความยาวแค่ 3 นาทีกว่า
ซึ่งมีคนดูไปแล้ว 2.6 ล้านครั้ง
และมีซับไทยให้เรียบร้อย ...
เชิญชม
แหล่งที่มา Facebook : Thailand Investment Forum
• อายุ 12: สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นในโรงรถ
• อายุ 16: ได้รับรางวัล Intel Young Scientist Award
• อายุ 17 : เสนอโปรเจคให้ประธานาธิบดีโอมาบา
และได้รับทุน Thiel Fellowship ของ Peter Thiel
ผู้ก่อตั้ง PayPal
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากน้องเทย์เลอร์ก็คือ
"ถ้าศึกษาจนรู้จริง และลงมือทำ
อายุเท่าไรก็สำเร็จได้"
และ
"การเรียนรู้ (Learning) กับ การศึกษา
ตามหลักสูตร (Schooling) นั้นต่างกัน"
น้องเทย์เลอร์เล่าประวัติตัวเองแบบสั้น ๆ
ผ่านคลิป TED ความยาวแค่ 3 นาทีกว่า
ซึ่งมีคนดูไปแล้ว 2.6 ล้านครั้ง
และมีซับไทยให้เรียบร้อย ...
เชิญชม
แหล่งที่มา Facebook : Thailand Investment Forum
วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558
ปีที่ 1 ฉบับที่ 118 วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558
เยาวชนไทยยุคใหม่ เรียนให้เป็น เล่นให้ดี
อ่านออนไลน์ทั้งเล่มได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd1c8do2j.html
แหล่งที่มา Facebook : New)108
อ่านออนไลน์ทั้งเล่มได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd1c8do2j.html
แหล่งที่มา Facebook : New)108
ออมทรัพย์กับประกันตัวไหนดี
คำถามที่ถามกันบ่อยๆ เลย คือ
"ออมทรัพย์กับประกันตัวไหนดี"
ได้ยินคำถามแล้ว
" อ ย่ า อ อ ม กั บ ป ร ะ กั น เ ด็ ด ข า ด"
ประกันมีหน้าที่ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง" เท่านั้น !!
ย้ำๆๆ ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง" เท่านั้น !!
ประกันเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงหนึ่งเดียว
ที่ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง"
ดังนั้นจงใช้มันจัดการเรื่อง "ความเสี่ยง" เถอะ
ถ้าคิดจะออมกับมันไปก็ไม่คุ้ม
ลองคิดดูว่าเงินที่เราจ่ายเบี้ยประกันไปทุกๆ ปี
เงินจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. จ่ายค่าความคุ้มครอง
2. นำไปลงทุน
ลองคิดง่ายๆ ว่า …
ถ้าเรานำเงินไปลงทุนเอง
ที่เดียวกับบริษัทประกันนำไปลง
"เงินต้น" เยอะกว่าเห็นๆ แล้ว
(ตัดส่วนที่ 1 ออกไป)
ในกรณีที่เราสามารถตัดใจ
ออมเองได้โดยไม่มีใครบังคับอะนะ
ประกันสามารถช่วยเรื่องความเสี่ยงได้ดีมาก
ไม่งั้นรัฐบาลไม่ให้ค่าเบี้ยประกัน
ลดหย่อนภาษีได้หรอก
ประกันมันดี แต่ต้องใช้ให้ถูกหน้าที่ !
เอา "ตะเกียบ" ไปกิน สปาเก็ตตี้ก็กินได้
แต่สู้ใช้ "ส้อม" ไม่ได้หรอก
แต่ถ้าจะกิน "ก๋วยเตี๋ยว" แน่นอนว่า
"ตะเกียบ" ดีกว่าเห็นๆ
ของบางอย่างต้องใช้ให้ถูก
"ใช้พอได้" กับ "ใช้ได้ดี" ไม่เหมือนกันน้า
จริงมั้ยล้าวววววววววว
แหล่งที่มา Facebook : Money Buffalo
"ออมทรัพย์กับประกันตัวไหนดี"
ได้ยินคำถามแล้ว
" อ ย่ า อ อ ม กั บ ป ร ะ กั น เ ด็ ด ข า ด"
ประกันมีหน้าที่ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง" เท่านั้น !!
ย้ำๆๆ ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง" เท่านั้น !!
ประกันเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงหนึ่งเดียว
ที่ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง"
ดังนั้นจงใช้มันจัดการเรื่อง "ความเสี่ยง" เถอะ
ถ้าคิดจะออมกับมันไปก็ไม่คุ้ม
ลองคิดดูว่าเงินที่เราจ่ายเบี้ยประกันไปทุกๆ ปี
เงินจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. จ่ายค่าความคุ้มครอง
2. นำไปลงทุน
ลองคิดง่ายๆ ว่า …
ถ้าเรานำเงินไปลงทุนเอง
ที่เดียวกับบริษัทประกันนำไปลง
"เงินต้น" เยอะกว่าเห็นๆ แล้ว
(ตัดส่วนที่ 1 ออกไป)
ในกรณีที่เราสามารถตัดใจ
ออมเองได้โดยไม่มีใครบังคับอะนะ
ประกันสามารถช่วยเรื่องความเสี่ยงได้ดีมาก
ไม่งั้นรัฐบาลไม่ให้ค่าเบี้ยประกัน
ลดหย่อนภาษีได้หรอก
ประกันมันดี แต่ต้องใช้ให้ถูกหน้าที่ !
เอา "ตะเกียบ" ไปกิน สปาเก็ตตี้ก็กินได้
แต่สู้ใช้ "ส้อม" ไม่ได้หรอก
แต่ถ้าจะกิน "ก๋วยเตี๋ยว" แน่นอนว่า
"ตะเกียบ" ดีกว่าเห็นๆ
ของบางอย่างต้องใช้ให้ถูก
"ใช้พอได้" กับ "ใช้ได้ดี" ไม่เหมือนกันน้า
จริงมั้ยล้าวววววววววว
แหล่งที่มา Facebook : Money Buffalo
When you pay , you pay ATTENTION
ทำไมคนสำเร็จไม่บอกเคล็ดลับความสำเร็จฟรี ๆ ไปเลย
ทำไมต้องขายหนังสือ ต้องคิดค่าสัมมนา
ทำไมไม่จัดฟรี แจกฟรีไปเลย
เป็นคำถามที่น่าสนใจ
และสมควรจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย
ตอนนั้นใกล้จะสอบเอ็นทรานซ์แล้ว เลยต้องอ่านหนังสือหนัก
ยิ่งสอบเทียบด้วย ยิ่งต้องอ่านหนักกว่าปกติ
ทั้งที่เอาเข้าจริงก็ขี้เกียจนิดหน่อย
ยังไม่คิดว่าจะต้องรีบสอบเทียบไปไหน
แต่ก็รู้ว่าถ้าสอบเทียบได้ จะประหยัดเวลาไปเป็นปี
แต่จะจัดการกับความขี้เกียจอย่างไรดีล่ะ?
วันนั้นสิ่งที่ทำก็คือ บอกกับแม่ว่า
"แม่ไม่ต้องซื้อหนังสือรวมข้อสอบย้อนหลังให้หรอก
จะเอาเงินเก็บไปซื้อเอง"
หมดเงินซื้อหนังสือไปหลายร้อยบาท
ซึ่งถือเป็นเงินเยอะมากสำหรับในตอนนั้น
แต่สิ่งที่ได้คืนกลับมาก็ได้
"เอาวะ! เสียเงินไปแล้ว ต้องอ่านให้สอบติด"
ผลลัพธ์ก็คือ สอบเทียบติดวิศวะ จุฬา
เงินไม่กี่ร้อยที่ลงไปนั้น คุ้มค่าจริง ๆ
เล่าเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงตัวในปัจจุบัน
วันก่อนเพิ่งจะจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินเกือบแสนบาท
เพื่อดูสัมมนาออนไลน์ของต่างประเทศที่มีให้ดูเป็นสิบ ๆ ตอน
คุณรู้มั้ยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?
! นั่งดูสัมมนาทุกวันเลย เดี๋ยวไม่คุ้ม ฮ่าๆๆ
โทนี่ ร็อบบินส์ บอกไว้นานแล้วว่า
"When you pay , you pay ATTENTION"
แปลว่า ถ้าคุณจ่ายเงิน คุณจะตั้งใจเป็นพิเศษ
คำตอบของคำถามที่จั๋วหัวไว้
จึงคือเรื่องราวทั้งหมดที่เขียนมา
ของฟรีไม่ค่อยมีค่าในสายตาเราหรอก
เคยได้หนังสือแจกฟรี แล้วทิ้งไปมั้ย
เคยได้ตั๋วฟรี แล้วไม่ไปดูมั้ย
นั่นล่ะ ของฟรีไม่ค่อยมีค่า
เอาเข้าจริง สัมมนาฟรี ความรู้ฟรีก็มีเยอะนะ
ถ้าหาดูดี ๆ นั่งฟังฟรีทั้งชีวิตนี้ก็ยังไม่หมด
แต่ก็นั่นแหละ
บางทีมันก็เป็นข้ออ้างของความไม่สำเร็จมากกว่าว่า
ทำไมไม่แจกฟรีไปเล้ย ถ้าแจกฟรี ฉันสำเร็จแน่
เคล็ดลับความสำเร็จที่จะแบ่งปันตอนท้ายบทความนี้ก็คือ
ถ้าอยากประสบความสำเร็จเรื่องอะไร
ให้ "จ่าย" ให้กับเรื่องนั้น
ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว
แต่หมายถึงจ่ายเรื่องความตั้งใจและเวลาด้วย
และเมื่อคุณจ่ายมากพอ
ความสำเร็จจะมาหาคุณเอง
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
ทำไมต้องขายหนังสือ ต้องคิดค่าสัมมนา
ทำไมไม่จัดฟรี แจกฟรีไปเลย
เป็นคำถามที่น่าสนใจ
และสมควรจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย
ตอนนั้นใกล้จะสอบเอ็นทรานซ์แล้ว เลยต้องอ่านหนังสือหนัก
ยิ่งสอบเทียบด้วย ยิ่งต้องอ่านหนักกว่าปกติ
ทั้งที่เอาเข้าจริงก็ขี้เกียจนิดหน่อย
ยังไม่คิดว่าจะต้องรีบสอบเทียบไปไหน
แต่ก็รู้ว่าถ้าสอบเทียบได้ จะประหยัดเวลาไปเป็นปี
แต่จะจัดการกับความขี้เกียจอย่างไรดีล่ะ?
วันนั้นสิ่งที่ทำก็คือ บอกกับแม่ว่า
"แม่ไม่ต้องซื้อหนังสือรวมข้อสอบย้อนหลังให้หรอก
จะเอาเงินเก็บไปซื้อเอง"
หมดเงินซื้อหนังสือไปหลายร้อยบาท
ซึ่งถือเป็นเงินเยอะมากสำหรับในตอนนั้น
แต่สิ่งที่ได้คืนกลับมาก็ได้
"เอาวะ! เสียเงินไปแล้ว ต้องอ่านให้สอบติด"
ผลลัพธ์ก็คือ สอบเทียบติดวิศวะ จุฬา
เงินไม่กี่ร้อยที่ลงไปนั้น คุ้มค่าจริง ๆ
เล่าเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงตัวในปัจจุบัน
วันก่อนเพิ่งจะจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินเกือบแสนบาท
เพื่อดูสัมมนาออนไลน์ของต่างประเทศที่มีให้ดูเป็นสิบ ๆ ตอน
คุณรู้มั้ยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?
! นั่งดูสัมมนาทุกวันเลย เดี๋ยวไม่คุ้ม ฮ่าๆๆ
โทนี่ ร็อบบินส์ บอกไว้นานแล้วว่า
"When you pay , you pay ATTENTION"
แปลว่า ถ้าคุณจ่ายเงิน คุณจะตั้งใจเป็นพิเศษ
คำตอบของคำถามที่จั๋วหัวไว้
จึงคือเรื่องราวทั้งหมดที่เขียนมา
ของฟรีไม่ค่อยมีค่าในสายตาเราหรอก
เคยได้หนังสือแจกฟรี แล้วทิ้งไปมั้ย
เคยได้ตั๋วฟรี แล้วไม่ไปดูมั้ย
นั่นล่ะ ของฟรีไม่ค่อยมีค่า
เอาเข้าจริง สัมมนาฟรี ความรู้ฟรีก็มีเยอะนะ
ถ้าหาดูดี ๆ นั่งฟังฟรีทั้งชีวิตนี้ก็ยังไม่หมด
แต่ก็นั่นแหละ
บางทีมันก็เป็นข้ออ้างของความไม่สำเร็จมากกว่าว่า
ทำไมไม่แจกฟรีไปเล้ย ถ้าแจกฟรี ฉันสำเร็จแน่
เคล็ดลับความสำเร็จที่จะแบ่งปันตอนท้ายบทความนี้ก็คือ
ถ้าอยากประสบความสำเร็จเรื่องอะไร
ให้ "จ่าย" ให้กับเรื่องนั้น
ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว
แต่หมายถึงจ่ายเรื่องความตั้งใจและเวลาด้วย
และเมื่อคุณจ่ายมากพอ
ความสำเร็จจะมาหาคุณเอง
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558
Diary ความสุข
หนึ่งในเป้าหมายในปีใหม่นี้
สิ่งที่เริ่มทำ คือ ไดอารี่เเห่งความสุข
สงสัยว่าทำไมเมื่อก่อน ...
เเค่ได้นั่งที่นั่งริมบนรถเมล์ ก็มีความสุข
เเต่ในวันนี้นั่งเครื่องบิน Business Class ยังกระวนกระวายใจ
บางทีได้กินข้าวสวยๆ ร้อนๆ กับปลาทูทอด ก็เเฮปปี้
เเต่วันนี้กินอาหารบุฟเฟร์โรงเเรมห้าดาว ก็ได้เเค่อิ่มท้อง
.......
วันนี้เงินยิ่งเยอะ
สถานะทางสังคมยื่งสูง
ความสุขยื่งหายาก
ไม่ไหว ...
เเละคนที่เค้าลำบากกว่าเรา
เค้าใช้ชีวิตเเบบมีความสุขได้อย่างไร
ใช่ ! ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิด
ว่าเราไปกำหนด ขนาดของความสุขว่า "ใหญ่" เเค่ไหน
ความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่จึงมีอยู่จริง อยู่ที่ใจเราคิดเเค่นั้นเอง
เลยมาคิดว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ควรได้รับการบันทึกไว้
เพื่อให้เรากลับมายิ้มได้ทุกครั้ง ในวันที่เจออุปสรรคเเละท้อเเท้
เเละบอกตัวเองเสมอ ว่า จะความสุขไม่ต้องใหญ่มากก็ได้
รถไม่ติด เพื่อนเลี้ยงข้าว สอบผ่าน ไปเที่ยวกับครอบครัว
เเค่นี้ก็สุขเเล้ว ..
Enjoy every little Happiness
แหล่งที่มา Facebook : ๋Japan NEED
สิ่งที่เริ่มทำ คือ ไดอารี่เเห่งความสุข
สงสัยว่าทำไมเมื่อก่อน ...
เเค่ได้นั่งที่นั่งริมบนรถเมล์ ก็มีความสุข
เเต่ในวันนี้นั่งเครื่องบิน Business Class ยังกระวนกระวายใจ
บางทีได้กินข้าวสวยๆ ร้อนๆ กับปลาทูทอด ก็เเฮปปี้
เเต่วันนี้กินอาหารบุฟเฟร์โรงเเรมห้าดาว ก็ได้เเค่อิ่มท้อง
.......
วันนี้เงินยิ่งเยอะ
สถานะทางสังคมยื่งสูง
ความสุขยื่งหายาก
ไม่ไหว ...
เเละคนที่เค้าลำบากกว่าเรา
เค้าใช้ชีวิตเเบบมีความสุขได้อย่างไร
ใช่ ! ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิด
ว่าเราไปกำหนด ขนาดของความสุขว่า "ใหญ่" เเค่ไหน
ความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่จึงมีอยู่จริง อยู่ที่ใจเราคิดเเค่นั้นเอง
เลยมาคิดว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ควรได้รับการบันทึกไว้
เพื่อให้เรากลับมายิ้มได้ทุกครั้ง ในวันที่เจออุปสรรคเเละท้อเเท้
เเละบอกตัวเองเสมอ ว่า จะความสุขไม่ต้องใหญ่มากก็ได้
รถไม่ติด เพื่อนเลี้ยงข้าว สอบผ่าน ไปเที่ยวกับครอบครัว
เเค่นี้ก็สุขเเล้ว ..
Enjoy every little Happiness
แหล่งที่มา Facebook : ๋Japan NEED
ทางลัดสู่ความสำเร็จมีทางเดียว คือลงทุนทำอย่างเต็มที่
เส้นทางลัด เส้นทางที่แสนสบาย
ทุกอย่างล้วนแต่ง่ายดายๆ
ทางเดินสู่ความสำเร็จ
ฟังดูง่าย ฟังดูสบาย
ถ้ามันง่าย มันลัดจริงๆ
มันต้องมี "คนสำเร็จ" มากกว่า "คนไม่สำเร็จ"
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันกลับกัน
เหล่าคนสำเร็จ ล้วนไม่ได้
ครอบครอง ฝัน มาแบบง่ายๆ
พวกเขา ล้วนแต่ทุ่มเท
แรงกาย แรงใจ แรงปัญญา
ทุ่มเท ทุกสิ่ง เพื่อไปถึงยังเป้าหมายนัั้น
แต่คนอีกฝั่งหนี่ง นั่งรอ ทางลัด
นั่งรอความสำเร็จแบบง่ายๆ
ความสำเร็จที่ไม่ต้องใช้แรง
เขาจึงไม่ได้ครอบครอง
สิ่งที่พวกเขาต้องการ
ทางลัดสู่ความสำเร็จ มีแค่ทางเดียวเท่านั้น
ทางที่มีแต่ความมุ่งมั่น และ ตั้งใจ
แหล่งที่มา Facebook : Narai Good Day
ปีที่ 1 ฉบับที่ 117 วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558
ย่างก้าวใหม่...ย่างก้าวใหญ่ สู่ ยุค “เศรษฐกิจดิจิทัล”
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd152ijh2.html
แหล่งที่มา Facebook : New)108
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd152ijh2.html
แหล่งที่มา Facebook : New)108
ลงกองทุนที่มีปันผล หรือไม่มีปันผลดีกว่า ?
คำถามที่ค้างใจใครหลายๆ คนมานับแรมปี
และก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ฮอตฮิตติดชาร์ต
ยาวนานถึง 22 ปีซ้อนซ้อนซ้อนซ้อนนน
คือ "ลงกองทุนที่มีปันผล หรือไม่มีปันผลดีกว่า ?”
"กองทุนรวม" หลายๆ กองทุนที่มีอยู่
ให้เราเลือกช็อปปิ้ง บางทีเหมือนกันเป๊ะ
ต่างกันแค่มีปันผล กับไม่มีปันผล
แล้วเราจะเลือกยังไงดีหล่ะ ?
สมมติว่าให้กองทุนรวมทั้ง 2 กอง แตกต่างกัน
แค่ "จ่ายปันผล" กับ "ไม่จ่ายปันผล"
กองทุน A : จ่ายปันผล
กองทุน B : ไม่จ่ายปันผล
ลงทุน ในกองทุน 100,000 บาท ทั้ง 2 กองทุน
ปกติเวลาเราได้รับเงินปันผล
จะถูก "หัก ณ ที่จ่าย 10%" ของเงินปันผลทั้งหมด
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
ได้ผลตอบแทน 10% ทั้งคู่
กองทุน A จ่ายปันผลออกมา 10,000 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 10% เหลือแค่ 9,000 บาท (ฮือออ)
สมมตินำเงินไปลงทุนต่อ รวมเป็น 109,000 บาท
ส่วน กองทุน B ไม่จ่ายปันผล
นำไปรวมกับเงินต้น เป็น 110,000 บาท
เห็นความแตกต่างกันรึยังจ้ะน้องสาววว !!??
"109,000 บาท" กับ "110,000 บาท"
พอเห็นแบบนี้ปุ๊ป
อุ๊ยยต๊ายยตายย อกอีแป้นจะแตก
จะบอกว่าไม่มีปันผลดีกว่าอย่างนั้นเรอะ !
มันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
กองทุนที่มีปันผลสามารถทำให้เรา
มี "สภาพคล่อง" เพิ่มขึ้น
ถ้าเราต้องการ "รายได้" เพื่อมาจับจ่ายใช้สอย
คล่องยังกะกินยาถ่ายสองแผง
เลยเชียวหล่ะ เอ้อออว์
แต่หากเรามีการวางแผนที่ดีใน "ระยะยาว" ได้
"ไม่ปันผล" อยู่แล้ว
เพราะ "ทบต้น" เร็วกว่า
จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรานั่นแหละ
ว่าเหมาะกับแบบไหน ไม่มีอะไรดีที่สุด
แล้วก็ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุด
มันขึ้นอยู่กับ
เป้าหมายทางการเงินของเรานั่นแหละ !
แหล่งที่มา Facebook : MoneyBuffalo
และก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ฮอตฮิตติดชาร์ต
ยาวนานถึง 22 ปีซ้อนซ้อนซ้อนซ้อนนน
คือ "ลงกองทุนที่มีปันผล หรือไม่มีปันผลดีกว่า ?”
"กองทุนรวม" หลายๆ กองทุนที่มีอยู่
ให้เราเลือกช็อปปิ้ง บางทีเหมือนกันเป๊ะ
ต่างกันแค่มีปันผล กับไม่มีปันผล
แล้วเราจะเลือกยังไงดีหล่ะ ?
สมมติว่าให้กองทุนรวมทั้ง 2 กอง แตกต่างกัน
แค่ "จ่ายปันผล" กับ "ไม่จ่ายปันผล"
กองทุน A : จ่ายปันผล
กองทุน B : ไม่จ่ายปันผล
ลงทุน ในกองทุน 100,000 บาท ทั้ง 2 กองทุน
ปกติเวลาเราได้รับเงินปันผล
จะถูก "หัก ณ ที่จ่าย 10%" ของเงินปันผลทั้งหมด
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
ได้ผลตอบแทน 10% ทั้งคู่
กองทุน A จ่ายปันผลออกมา 10,000 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 10% เหลือแค่ 9,000 บาท (ฮือออ)
สมมตินำเงินไปลงทุนต่อ รวมเป็น 109,000 บาท
ส่วน กองทุน B ไม่จ่ายปันผล
นำไปรวมกับเงินต้น เป็น 110,000 บาท
เห็นความแตกต่างกันรึยังจ้ะน้องสาววว !!??
"109,000 บาท" กับ "110,000 บาท"
พอเห็นแบบนี้ปุ๊ป
อุ๊ยยต๊ายยตายย อกอีแป้นจะแตก
จะบอกว่าไม่มีปันผลดีกว่าอย่างนั้นเรอะ !
มันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
กองทุนที่มีปันผลสามารถทำให้เรา
มี "สภาพคล่อง" เพิ่มขึ้น
ถ้าเราต้องการ "รายได้" เพื่อมาจับจ่ายใช้สอย
คล่องยังกะกินยาถ่ายสองแผง
เลยเชียวหล่ะ เอ้อออว์
แต่หากเรามีการวางแผนที่ดีใน "ระยะยาว" ได้
"ไม่ปันผล" อยู่แล้ว
เพราะ "ทบต้น" เร็วกว่า
จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรานั่นแหละ
ว่าเหมาะกับแบบไหน ไม่มีอะไรดีที่สุด
แล้วก็ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุด
มันขึ้นอยู่กับ
เป้าหมายทางการเงินของเรานั่นแหละ !
แหล่งที่มา Facebook : MoneyBuffalo
ทำงานอย่างเร่งรีบ...ท่องเที่ยวอย่างประณีต
เห็นสเตตัสนี้ หลังปีใหม่ ก็ขำ ๆ ในความคมคายและ...
บนความไม่สบายใจของเจ้าของสเตตัส ^^
ก่อนเที่ยว เราวางแผน
ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก
เวลาเที่ยว
เดินทางไปล่วงหน้า
ก่อนเวลารถ / เครื่องบินออก
เวลาทำงาน
วิ่งไวปานวอก รูดบัตรทันเวลาพอดี
เวลาเที่ยว
ตารางท่องเที่ยว ถูกจัดไว้อย่างละเอียด
เวลาทำงาน
ตารางแต่ละวัน ได้จัดกันบ้างหรือเปล่า
"ฮ้า อะไรนะ มีประชุมเหรอ"
"กี่โมง...อะไรกัน...ตอนนี้เหรอ"
"ไปก่อน เดี๋ยวตามไป"
"หัวข้ออะไรยังไม่รู้เลย"
"เออ ๆ รีบไปจองแถวหลังนะ"
เสียงใครแว่วมานะ
แหล่งที่มา Facebook : iPattrainer
บนความไม่สบายใจของเจ้าของสเตตัส ^^
ก่อนเที่ยว เราวางแผน
ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก
เวลาเที่ยว
เดินทางไปล่วงหน้า
ก่อนเวลารถ / เครื่องบินออก
เวลาทำงาน
วิ่งไวปานวอก รูดบัตรทันเวลาพอดี
เวลาเที่ยว
ตารางท่องเที่ยว ถูกจัดไว้อย่างละเอียด
เวลาทำงาน
ตารางแต่ละวัน ได้จัดกันบ้างหรือเปล่า
"ฮ้า อะไรนะ มีประชุมเหรอ"
"กี่โมง...อะไรกัน...ตอนนี้เหรอ"
"ไปก่อน เดี๋ยวตามไป"
"หัวข้ออะไรยังไม่รู้เลย"
"เออ ๆ รีบไปจองแถวหลังนะ"
เสียงใครแว่วมานะ
แหล่งที่มา Facebook : iPattrainer
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568
ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...
-
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ...
-
การจ่ายเงินรายได้ไม่ครบถ้วน ว่าจริงๆ แล้วเงินที่ทางผู้จ้างได้จ่ายให้ผู้รับจ้างไม่ครบนั้น เพราะว่าทางผู้จ้างได้หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซ...

