วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Google Logo : 10 ธ.ค. 55 Ada Lovelace's 197 BirthDay



Ada Lovelace มีชื่อเต็มว่า Lady Augusta Ada Byron, Countess of Lovelace (เอดา ไบรอน เลิฟเลซ) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2358 (ค.ศ. 1815) เป็นบุคคลสำคัญในวงการคอมพิวเตอร์ที่น่าเรียนรู้ประวัติของท่านเป็นอย่างยิ่งเพราะท่านคือโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

Ada Lovelace ศึกษาด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และได้รู้จักกับ ชาร์ลส แบบเบจ ในงานสังสรรค์แห่งหนึ่ง เธอได้ใช้ความรู้ความสามารถในการสร้างภาษาสำหรับเครื่องวิเคราะห์ (analytical engine) ของชาร์ลส แบบเบจ

เครื่องมือนี้สามารถรับโปรแกรมและทำงานตามคำสั่งในโปรแกรมได้ โดยท่านได้เสนอเทคนิคการเขียนโปรแกรมแบบวนรอบซ้ำ ๆ ที่เรียกว่า loop จนเป็นพื้นฐานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เธอเชื่อว่าต่อไปเครื่องมืออันนี้จะมีความสามารถที่จะแต่งเพลงที่ซับซ้อน สร้างภาพกราฟิก นำมาใช้เพื่อการคำนวณขั้นสูง และพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ได้

เอดาได้แนะนำแบบเบจให้ลองเขียนแผนผังการทำงาน ของเครื่องมืออันนี้ให้สามารถคำนวณ Bernoulli numbers ขึ้นมา ต่อมาแผนการทำงานที่แบบเบจเขียนนั้นได้ถูกยกย่องว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์แรกของโลก เธอจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

ต่อมาไม่นานสุขภาพของเธอก็เริ่มมีปัญหาและก็เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 37 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯก็ได้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ISO ขึ้นมาตัวแรก และได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Ada Lovelace ว่า ภาษา “ADA”

Read more: http://www.comfixclub.com/ada-lovelace/#ixzz2Ed8rp2Gt


วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วังสราญรมย์

ลัดริมรั้วพระบรมมหาราชวังฝั่งถนนมหาชัย  จะเห็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เด่นตระหง่านอยู่ด้านหน้าพระราชวังสราญรมย์ หรือที่รู้จักกันในนาม "วังสราญรมย์" สร้างขึ้นในปลายรัชสมัยของพระองค์เมื่อปี 2409

มูลเหตุของการสร้างวังสราญรมย์ รัชกาลที่ 4 ดำริให้สร้างเป็นที่ประทับหลังทรงสละราชสมบัติ ภาวะ แต่พระองค์ไดพระราชโอรสองค์ใหญ่ทรงบรรลุนิติภาวะ แต่พระองค์ได้เสด็จสวรรคตในปี 2411 ขณะนั้นการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ

ต่อมา รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างจนเสร็จ และพระราชทานให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ  เสนาบดีผู้ว่าการต่างประเทศ ทรงใช้เป็นที่ทำการของกระทรวงต่างประเทศ

หลังจากปี 2430 - 2469 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 วังแห่งนี้ได้เป็นที่ประทับและที่พำนักของพระราชอาคันตุกะที่มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ในสมัยรัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริให้ย้ายกระทรวงต่างประเทศจากศาลาราชวัลลภในพระบรมมหาราชวังมาที่ วังสราญรมย์

ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศย้ายออกไปจากวังสราญรมย์แล้ว และได้บูรณะปรับปรุงภูมิทัศน์ภายนอก และในอนาคตมีแผนสร้างมณฑปบริเวณที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 หน้าวังด้วย

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 7  พ.ย. 55 (286)

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

5 ธันวาคม วันดินโลก


กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานวันดินโลก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม

นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์  พร้อมด้วยนายเกรียงศักดิ์ หงส์โต อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน แถลงข่าวเตรียมจัดงานวันดินโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม ระหว่างวันที่ 3-5 ธ.ค. นี้ ที่ห้างสรรพสินสค้าสยามพารากอน ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานในวันที่ 3 ธ.ค. 2555 เวลา 13.30 น.

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ซึ่งผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.สตีเฟน  นอร์ตคลิฟฟ์ กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติและคณะ ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม เมื่อวันที่  16 เม.ย. 2555 และได้พระบรมราชานุญาตให้วันที่  5 ธ.ค. 2555 ของทุกปีเป็นวันดินโลก หลังจากนั้นวันที่  11-15 มิ.ย. 2555  ที่ประชุมองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ได้ประกาศให้วันที่ 5 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันดินโลก ซึ่ง 5 ธ.ค. ปีนี้ เอฟเอโอ จะจัดงานเฉลิมฉลองที่สำนักงานใหญ่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

สำหรับส่วนของนิทรรศการ การจัดแสดงพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรดิน ทั้งรูปแบบโปสเตอร์  การแสดงของจริงและแบบจำลอง  โดยแสดงพระราชกรณียกิจในภาพรวมที่ทรงปฏิบัติในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรน้ำ  ป่าไม้  ดิน  และการเกษตร  ตามแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ดิน และการแก้ไขดินปัญหาต่าง ๆ  เช่น  ดินเปรี้ยวจัด  ดินตื้นและดินลูกรัง  ดินทราย ดินที่ถูกชะล้าง และเกษตรทฤษฎีใหม่

นอกจากนี้  ยังมีการแสดงพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรดินจนทำให้โลกยกย่อง  อาทิ  สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (IUSS)  ที่ได้ถวายเหรียญสดุดีในฐานะ Humanitarian Soil Science พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก ที่ได้รับการถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษย์ธรรม และขอพระราชทาน 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก (World Soil Day) ซึ่งเป็นที่มาของการจัดงานดังกล่าว

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา 16:20 น.

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

น่ารัก! หมาเลี้ยงลูกลิง

เผยภาพน่ารัก ครอบครัวต่างสายพันธ์ ลูกชิมแปนซี อาศัยร่วมกับลูกสุนัข

เจ้าซิมแปนซีกำลังกินอาหารมื้อเย็นอย่างมีความสุขกับลูกๆ สุนัขตัวน้อย  มันถูกทิ้งในสวนสัตว์ โดยแม่ของมันเอง ผู้ดูแลสวนสัตว์จึงนำมามันมาอยู่กับสุนัขที่บ้านของเขา  และเมื่อสุนัขคลอดลูก เจ้าแม่สุนัขก็รวมเจ้าชิมแปนซีเป็นเข้าลูกไปด้วย


ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า ปกติสุนัขจะกลัวที่จะอยู่ร่วมกับลิง เพราะนิสัยของมันไม่แน่นอน แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 01 ธันวาคม 2555 เวลา 08:01 น.

รถเมล์ฟรี 9 เส้นทาง บริการประชาชน 5 ธันวาคม 55


องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดรถเมล์ฟรี 9 เส้นทางบริการประชาชน ในวันพ่อ 5 ธ.ค. 2555 รวม 350 คัน เริ่ม 06.00 - 24.00 น.

วันที่ 1 ธันวาคม 2555 พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา และเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม จะเปิดให้บริการรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ฟรี 9 เส้นทาง จำนวน 350 คัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน

โดยเส้นทางให้บริการรถเมล์ฟรี ประกอบด้วย
  1. ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต - วัดเบญจมบพิตรฯ จำนวน 30 คัน 
  2. บางเขน - วัดเบญจมบพิตรฯ 30 คัน 
  3. ตลาดบางกะปิ - แยกมัฆวานฯ 40 คัน 
  4. สำโรง - แยกมัฆวานฯ 40 คัน 
  5. คลองเตย - แยกมัฆวานฯ 40 คัน 
  6. สุขสวัสดิ์ ก.ม.9 - แยกมัฆวานฯ 40 คัน 
  7. เดอะมอลล์บางแค - แยกมัฆวานฯ 40 คัน 
  8. สถานีรถไฟบางซื่อ - วัดเบญจมบพิตรฯ 30 คัน 
  9. หมอชิต 2 - วัดเบญจมบพิตรฯ 60 คัน 
สำหรับ จุดที่ 1, 2 และ 9 จะผ่านบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยจุดให้บริการต่างๆ จะมีป้ายรถพิเศษ 5 ธ.ค.55 มหาราช ติดไว้หน้ารถ

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"ไทย" รั้งท้ายอันดับระบบการศึกษาโลก


จัดอันดับชาติที่มีระบบการศึกษาดีสุดในโลกจาก 40 ประเทศ ฟินแลนด์แชมป์ ไทยที่ 37

เพียร์สัน บริษัทด้านการศึกษาและธุรกิจสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ สัญชาติอังกฤษ เผยผลการจัดอันดับประเทศที่มีการพัฒนาทางการศึกษา ซึ่งจัดทำโดยหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ (อีไอยู) พบว่า ฟินแลนด์ครองอันดับ 1 ได้คะแนนรวม 1.26 ขณะที่ไทยรั้งอันดับที่ 37 ได้คะแนนรวมติดลบ 1.46 จากการจัดอันดับทั้งหมด 40 ประเทศ

การจัดอันดับครั้งนี้ ใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ อาทิ ผลการสอบทางวิชาการระดับนานาชาติ อัตราการสำเร็จการศึกษา อัตราการเข้าเรียน และอัตราการอ่านออกเขียนได้ในแต่ละประเทศ โดยเก็บข้อมูลระหว่างปี 2549-2553

ทั้งนี้ ในส่วนของอันดับ 2 นั้น ได้แก่ เกาหลีใต้ ตามมาด้วย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ขณะที่สหรัฐอยู่อันดับที่ 17 และอินโดนีเซีย รั้งอันดับสุดท้าย

“แม้การลงทุนด้านการศึกษาจะสำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ ทว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้” เพียร์สัน ระบุ พร้อมย้ำว่า 5 อันดับแรกเป็นชาติเอเชียถึง 4 ประเทศ สะท้อนถึงวัฒนธรรมการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และความคาดหวังของผู้ปกครอง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา 12:13 น.

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกร็ดเรื่องการเขียนหนังสือราชการ


เกร็ดเรื่องการเขียนหนังสือราชการ (และหนังสือที่เป็นทางการ) ที่ถูกต้อง เพื่อไม่้ให้ "เสียหน้า" และ "เสียงาน"
  1. คำขึ้นต้น "กราบเรียน" และคำลงท้าย "ขอแสดงความนับถืออย่างสูง" ใช้กับ ประธานองคมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษ เท่านั้น ... ส่วนบุคคลอื่นๆ ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นว่า "เรียน" และลงท้ายว่า "ขอแสดงความนับถือ"
  2. การใช้สรรพนามแทนตัวว่า "ข้าพเจ้า" ล้าสมัยแล้ว การแทนตัวว่า "ผม" "กระผม" หรือ ดิฉัน" เหมาะสมและทันสมัยกว่า
  3. ท่อนจบที่ว่า "จึงเรียนมาเพื่อโปรด...." เยิ่นเย้อและไม่เหมาะสม ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่า "จึงเรียนมาเพื่อ..." (ไม่มี โปรด) เช่น จึงเรียนมาเพื่อทราบ หรือ จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการ
  4. การเขียนขอบคุณแบบคาดหวังล่วงหน้า "จะขอบคุณยิ่ง" เป็นภาษาพูด คำที่เป็นภาษาเขียนและให้ความรู้สึกเน้นหนักกว่าคือ "จักขอบคุณยิ่ง"
  5. การขอความช่วยเหลือว่า "ใคร่ขอความอนุเคราะห์" เป็นการใช้คำฟุ่มเฟือยและโยงไปถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แม้จะตัดคำว่า "ใคร่" ออกไปก็ไม่เสียความหมาย ใช้แค่ "ขอความอนุเคราะห์" ก็พอแล้ว
  6. การเท้าความว่าเคยแจ้งรายละเอียดไปแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่อยากจะพูดซ้ำ จะเขียนว่า "[ความเดิมโดยสรุป] ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น" หรือ "ความแจ้งแล้ว นั้น"
  7. "ให้กับ" ไม่เป็นทางการ ที่เหมาะสมคือ "ให้แก่" ส่วนคำว่า "แด่" จะใช้กับผู้ที่อยู่ในสถานะสูงกว่า เช่น ถวายแด่
  8. "ขอเชิญมาเป็น..." และ "ไม่ทราบจะทำอย่างไร" เป็นภาษาพูด ภาษาเขียนต้องใช้ว่า "ขอเชิญไปเป็น..." และ "ไม่ทราบว่าควรทำเช่นใด" 


เรียบเรียงมาจากบทความ "การเรียนหนังสือราชการ" ของคุณสิริวิท อิสโร www.polsci.chula.ac.th/qapolsci/km3.htm ซึ่งเป็นการสรุปความมาจากโครงการอบรม "เทคนิคการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ" โดยอาจารย์จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มี.ค. 2552

แหล่งที่มา   Facebook : Thailand Investment Forum

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ใช้เซลล์เยื่อบุจมูกรักษาสุนัขอัมพาตจนเดินได้



นักวิจัยอังกฤษประสบความสำเร็จในการฉีดสเต็มเซลล์ที่เพาะจากเยื่อบุจมูก รักษาสุนัขที่ป่วยเป็นอัมพาตให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานว่า คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ร่วมกับศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภาวิจัยการแพทย์อังกฤษ สามารถรักษา เจ้าแจสเปอร์ สุนัขดัชชุนด์ วัย 10 ปี ให้สามารถกลับมาใช้ขาหลังได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มันประสบอุบัติเหตุเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้เป็นอัมพาตครึ่งตัว

โดยทีมนักวิจัยได้เพาะสเต็มเซลล์จากเยื่อบุจมูกของสุนัข จากนั้นก็ปลูกฝังเซลล์ที่ได้บนตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ หรือใช้วิธีฉีดเข้าไปในน้ำไขสันหลัง ซึ่งหลังจากใช้เวลารักษานาน 6 เดือน สุนัขหลายตัวมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถเดินบนสายพานไฟฟ้า โดยใช้เครื่องช่วยพยุง

ทั้งนี้ การทดลองดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ใช้รักษาสัตว์ที่บาดเจ็บจริง ไม่ใช่สัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการ และผลที่ได้อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ซึ่งนักวิจัยเชื่อมั่นว่า สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้รักษาผู้ป่วยอัมพาตให้กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า เป็นการรักษาอัมพาตให้หายขาด เนื่องจากยังไม่สามารถฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะอื่น ที่มีความสลับซับซ้อนกว่า อย่างเช่น การควบคุมกระเพาะปัสสาวะ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ marthymamo สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

คลิปน่ารัก 'เฟอเรท'หัวขโมย



"เฟอเรท" เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่ง ที่มีผู้สนใจเลี้ยงไม่น้อยในต่างประเทศ ขนที่ฟูฟ่อง หน้าตาน่ารัก บวกกับอุปนิสัยแสนซน ทำให้สัตว์ชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนรักสัตว์ได้ไม่ยาก วันนี้เราจึงมีคลิปเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารักๆ ของเจ้าเฟอเรทมาฝาก

"Christopher Pool" ผู้เผยแพร่คลิปนี้ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ ก็เป็นเจ้าของเฟอเรทแสนซนตัวหนึ่งเช่นกัน ระหว่างที่เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานนั้น เจ้าเฟอเรทสีขาวก็มาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ตัว พอเจ้านายเผลอเท่านั้นแหละ เฟอเรทตัวนี้ก็ทำสิ่งที่ไม่สมควรเลียนแบบอย่างยิ่ง เจ้าตัวยุ่งปีนขึ้นมาที่ขาขวาของเจ้านาย แล้วขโมยกระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะคาบหนีไปอย่างรวดเร็ว เล่นเอาชายหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้ง รีบตามไปเอาคืนมาแทบไม่ทัน

ซนจริงๆ เจ้าตัวเล็ก เด็กๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างเป็นอันขาด ขี้ขโมยแต่น่ารักแบบนี้ ใครสนใจอยากเลี้ยงบ้างยกมือขึ้น!

คลิปน่ารัก ปอมเมอเรเนียนเล่นชิงช้า!!



"ชิงช้า" อีกหนึ่งเครื่องเล่นยอดฮิตของเด็กๆ แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังชอบ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เจ้าสุนัขจากในคลิปตัวนี้ ลองเล่นบ้างได้อย่างไร

เจ้าสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนสีขาวหน้าตาน่ารักตัวนี้ มีชื่อว่า "ฟ็อกซ์" ดูเหมือนว่าเจ้าตูบ จะพบเครื่องเล่นถูกใจในสวนสนุกเข้าให้แล้ว เมื่อฟ็อกซ์ขึ้นไปนั่งอยู่บนชิงช้า แล้วให้เด็กชายคนหนึ่งแกว่งไกวให้อย่างสนุกสนาน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปว่าจะเกิดอันตรายกับเจ้าตูบ เพราะชิงช้าอันนี้ไม่ใช่ไม้กระดานแบนๆ แบบทั่วไป แต่ทำให้มีลักษณะคล้ายตะกร้า ฟ็อกซ์เลยได้เล่นชิงช้าอย่างปลอดภัยและสบายใจเฉิบ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด แม้เด็กชายจะแกว่งให้ค่อนข้างแรงก็ตาม

ใครอยากดัดแปลงไปให้สุนัขของตนเองเล่นบ้างก็เจ๋งไม่น้อย เพราะพิสูจน์โดยเจ้าฟ็อกซ์แล้ว ต้องเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินให้สัตว์เลี้ยงของท่านแน่นอน

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่าทึ่ง นกแก้วร้องเพลง 'กังนัม สไตล์'



ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เพลง "กังนัม สไตล์" ของนักร้อง "ไซ" สร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลก และไม่มีใครไม่รู้จักท่าเต้นควบม้าอันเลื่องชื่อ ถึงขนาดศิลปินจากฝั่งตะวันตกยังขอเลียนแบบกันยกใหญ่

ล่าสุดไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่ร้องเล่นเต้นตามเพลงฮิตเพลงนี้ เจ้านกแก้วสีขาวจากในคลิปก็ขออินเทรนด์กับเขาด้วยเหมือนกัน เป็นที่รู้กันว่านกแก้วสามารถเลียนเสียงต่างๆ ได้ แม้กระทั่งเสียงเครื่องยนต์ ดังนั้นเพลงฮิตที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างนี้ ขอบอกว่าสบายมาก โดยเจ้านกแก้วตัวดังกล่าวเกาะอยู่บนขอบจอแล็บท็อป ที่กำลังเปิดมิวสิควีดิโอเพลงกังนัม สไตล์อยู่ แล้วนกตัวนี้ก็ออกเสียงคลอตามไปพร้อมเพลง และถึงแม้จะเต้นแบบต้นฉบับไม่ได้ นกแก้วก็แสดงออกถึงความมันส์ โดยการโยกหัวไปตามจังหวะ รับรองว่าใครได้เห็นเป็นต้องหัวเราะออกมาให้กับความน่าทึ่งของเจ้านกตัวนี้แน่นอน

คลิปนี้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูบโดย "The2apex" โดยมียอดผู้คลิกชมความสามารถของนกแก้วตัวนี้มากเกิน 8 แสนครั้งเข้าไปแล้ว ใครอยากคลายเครียด คลิกเลย.

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...