วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สัญญาณเตือนโรคมะเร็งหลอดอาหาร

1) เสียงแหบ, สะอึกเรื้อรัง,
ไอเรื้อรัง

1) กลืนอาหารแล้วเจ็บ
อาจร้าวไปด้านหลัง

1) น้ำหนักลดผิดปกติ
โดยมิได้ตั้งใจลดน้ำหนัก

1) มีภาวะโลหิตจาง
อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ

1) กลืนลำบาก รู้สึกติดแน่นในอก
หรือลำคอ โดยเริ่มจากอาหารแข็งก่อน
แล้วจึงตามด้วยอาหารนิ่ม อาหารเหลว
และน้ำ ตามลำดับ อาจสำลักหรืออาเจียน
ออกมาเป็นอาหารเก่า

ที่มา  :  อ.นพ.ปิยะพันธ์ พฤกษพานิช

แหล่งที่มา : Line chulahospital

พฤติกรรมการกินยาที่ควรหลีกเลี่ยง

- กินยาโดยไม่จำเป็น
- กินยาซ้ำซ้อน

- กินยาที่มีความเสี่ยสูงต่ออันตราย
เช่น กินยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด
ซึ่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ไตวาย
อัมพาต กระเพาะทะลุ

- กินยาหรืออาหารเสริมที่เพื่อนแนะนำ
ซึ่งอาจไม่มีประโยชน์จริง เช่น
น้ำมันปลา  กลูโคซามีน ยาอมผสมยาปฏิชีวนะ

- กินยาด้วยระยะเวลาที่
สั้นเกินไปหรือนานเกินไป

- กินยาที่ไม่เหมาะกับโรคประจำตัว
- กินยาที่ไม่เข้ากันกับยาที่ใช้อยู่เดิม
- กินยาผิดขนาดหรือผิดวิธี
- กินยาไม่เหมาะกับอายุ
- กินยาข้ามขั้นตอน

ที่มา  :  ผศ.นพ.พิสนธิ์  จงตระกูล

แหล่งที่มา : Line chulahospital

เรื่องตลก น่าคิด

ชายสูงอายุ 4 คน
เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก

วันหนึ่งมีโอกาสมาพบปะกัน
จึงไปเลี้ยงสังสรรค์กันจนดึก
ด้วยอายุมากแล้วและก็ดึกมากแล้ว
ชายคนที่ 4 จึงเสนอให้ไปนอน
ที่คอนโดของเขา ซึ่งอยู่ชั้นที่ 60

แต่วันนี้ ลิฟท์ดันเสีย
ทั้งหมดจึงตัดสินใจ
เดินขึ้นบันไดไปสู่ชั้น 60
และเพื่อไม่ให้เหงา
ทั้งหมดจึงตกลงกันว่า
ให้ผลัดกันเล่าเรื่องต่างๆให้กันฟัง

ชายคนที่ 1 เล่าก่อน
เขาเล่าเรื่องตลกให้เพื่อนๆฟัง
เมื่อเพื่อนๆได้ฟังเรื่องตลก ก็ขำ
น้ำหูน้ำตาไหลด้วยความเพลิดเพลิน
จนถึงชั้นที่ 20 เรื่องตลกก็จบลง

ชายคนที่ 2 ก็ขอเล่าต่อ
เขาเล่าเรื่องประสบการณ์ทำงาน
การผจญภัย ต่างๆ ที่ผ่านมา
เพื่อนๆทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับ
เรื่องราวต่างๆ ด้วยความเพลิดเพลิน
จนกระทั้งถึงชั้นที่ 40 เรื่องเล่าก็จบลง

ถึงคราวของชายคนที่ 3 ต้องเล่าเรื่องบ้าง
เค้าขอเล่าเรื่อง เศร้า ให้เพื่อนๆฟัง
ทุกคนพอได้ฟังก็เศร้า หดหู่จนตาไหล
กว่าเรื่องเศร้าจะจบลงก็ถึงชั้น 60 พอดี
และทุกคนก็มายืนอยู่ที่หน้าห้องของชายคนที่ 4

เพื่อจะเข้าห้องพักหลังจากที่เดินขึ้นตึกถึง 60 ชั้น
และทุกคนก็มีอาการอ่อนล้าอย่างเห็น
ได้ชัดและต้องการเข้าห้องไปพักผ่อนแล้ว

ขณะที่กำลังรอจะเข้าห้องนั้น
ชายคนที่ 4 ก็บอกว่า
ผมยังไม่ได้เล่าเลย

 ...เพื่อนๆบอกว่า ไปเล่าในห้องก็ได้
แต่ชายคนที่ 4 บอกกับเพื่อนๆว่า
เค้าขอเล่าหน้าห้องนี่แหละ
และรับรองว่าเรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องเศร้าที่สุดเลยล่ะ

เพื่อนๆก็สงสัยว่าจะมีเรื่องเศร้ากว่าชายคนที่ 3 อีกเหรอ
ช่ายคนที่ 4 จึงพูดว่า เรื่องเศร้าที่จะเล่าให้ฟังคือ .....!!!!
“ กูลืมหยิบเอากุญแจห้องขึ้นมา มันอยู่ในรถ”

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงขำและคิดว่าช่างตลกสิ้นดี
แต่พอมาคิดอีกมุมหนึ่งเราอาจตลกไม่ออกก็ได้

ถ้า....เรื่องของชายคนที่ 1 เป็นช่วงอายุ 20 ปี
ก็คงเป็นการใช้ชีวิตที่สนุก สนานไปเรื่อยๆ

เรื่องของชายที่คนที่ 2 เป็นช่วงก่อนอายุ 40
ก็เป็นเรื่องของการทำงานที่ ตื่นเต้น ใช้ชีวิตแบบโลดโผน

แล้วเรื่องที่ชายคนที่ 3 เป็นช่วงที่มีความรับผิดชอบ
เค้ามามากมายจนถึงอายุ 60 ปี
และเป็นวัยเกษียณแล้วต้องการพักผ่อน

และเรื่องเล่าของชายคนที่ 4 คือ
ช่วงชีวิตหลังเกษียณที่เราควรจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุข

แต่ถ้าเหตุที่เกิดมันไม่ใช่การลืมกุญแจล่ะ
แต่เป็นการลืมทำหรือเตรียมการอะไรสักอย่าง
ที่มันสำคัญต่อชีวิตคุณ จะทำอย่างไร

เวลา... เดินทางผ่านไปปีแล้วปีเล่า
บางคนอาจไม่เห็นความสำคัญของเวลา
จึงปล่อยไปอย่างไร้ประโยชน์

แค่ลืมกุญแจและต้องลงไปเอา
ที่ชั้นล่างของตึก 60 ชั้นก็ ถือว่าเศร้ามากแล้ว

แต่ถ้าเป็นการลืมทำอะไรที่สำคัญ ต่อชีวิตและเรา
ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ความเศร้าคงเทียบกันไม่ได้

วันนี้เราควร รู้จักคุณค่าของเวลา และใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด

“สิ่งที่เราเป็นในวันนี้ คือ
การตัดสินใจ ทำ หรือ ไม่ทำ อะไรบางอย่างในอดีต

และ สิ่งที่เราจะเป็นในวันพรุ่งนี้ คือ
การตัดสินใจ ทำ หรือ ไม่ทำ อะไรบางอย่าง ในวันนี้”

“อะไรที่คุณควรทำ แต่ยังไม่ได้ทำ รีบทำซะ”

แหล่งที่มา  :   Line Wizard Kid Trader

วิธีนับเวลาตามประเพณี

เคยได้ยินคนรุ่นปู่ย่าตายายหรือผู้สูงอายุ
เรียก ๑๐ นาฬิกา ว่า ๔ โมงเช้า หรือ
๑๑ นาฬิกาว่า ๕ โมงเช้า บ้างไหม ?

หลายคนสงสัยว่าทำไมเรียกแบบนั้น
วันนี้มาเล่าเรื่องการ “วิธีนับเวลาตามประเพณี
หรือวิธีการนับแบบไทยนั่นแหละ

วิธีนับเวลาแบบนี้ก็จะเจออยู่ ๓ คำ 
คือ โมง ทุ่ม และตี

คนไทยสมัยก่อนใช้การตีฆ้องและตีกลอง
เพื่อเป็นสัญญาณบอกเวลา คำว่า “โมง”
จึงเป็นคำที่เลียนเสียงฆ้อง

ส่วนคำ “ทุ่ม” เลียนมาจากเสียงกลองนั่นเอง

คำว่า “โมง” หมายถึง
วิธีนับเวลาตามประเพณีในเวลากลางวัน

ถ้าเป็นเวลาก่อนเที่ยงวัน
ตั้งแต่ ๗ นาฬิกา ถึง ๑๑ นาฬิกา
เรียกว่า โมงเช้า ถึง ๕ โมงเช้า

ถ้าเป็น ๑๒ นาฬิกา นิยมเรียกว่า เที่ยงวัน

ถ้าหลังเที่ยงวัน ตั้งแต่ ๑๓ นาฬิกา ถึง ๑๗ นาฬิกา
เรียกว่า บ่ายโมง ถึง บ่าย ๕ โมง

ถ้า ๑๘ นาฬิกา นิยม
เรียกว่า ๖ โมงเย็น หรือ ยํ่าคํ่า

คำว่า “ทุ่ม” หมายถึง
วิธีนับเวลาตามประเพณี
สําหรับ ๖ ชั่วโมงแรกของกลางคืน
ตั้งแต่ ๑๙ นาฬิกา ถึง ๒๔ นาฬิกา
 เรียกว่า ๑ ทุ่ม ถึง ๖ ทุ่ม
แต่ ๖ ทุ่ม นิยมเรียกว่า สองยาม

คำว่า “ตี” หมายถึง
วิธีนับเวลาตามประเพณีในเวลากลางคืน
หลังเที่ยงคืน ตั้งแต่ ๑ นาฬิกา ถึง ๖ นาฬิกา
เรียกว่า ตี ๑ ถึง ตี ๖ แต่ตี ๖ นิยมเรียกว่า ยํ่ารุ่ง

และน่าจะมีคนสงสัยอีกคำหนึ่งนั่นก็คือ
คำว่า “ยาม” ไม่ได้หมายถึง รปภ. นะ
แค่คำนี้เป็นคำที่คนไทยนับกันตามแบบไทย ๆ
กับ “ยาม” ของแขกตามที่ปรากฏในบาลีนั้นแตกต่างกัน
ทั้งนี้เพราะคืนหนึ่งเราแบ่งเป็น ๔ ยาม ยามละ ๓ ชั่วโมง

๑ ยาม คือ
ตั้งแต่ย่ำค่ำ คือ ๑๘ นาฬิกา ถึง ๓ ทุ่ม
(๒๑ นาฬิกา) หรือเรียกว่า “ยาม ๑”

๒ ยาม คือ
หลังจาก ๒๑ นาฬิกา หรือ ๓ ทุ่ม ไปถึง ๒๔ นาฬิกา
หรือ เที่ยงคืน หรือเรียกว่า “ยาม ๒”

๓ ยาม คือ
หลัง ๒๔ นาฬิกา ไปถึงตี ๓ (๓ นาฬิกา)
เราหรือเรียกว่า “ยาม ๓”

๔ ยาม คือ
หลังจากตี ๓ ไปจนย่ำรุ่ง หรือ ๖ นาฬิกา
เราหรือเรียกว่า “ยาม ๔” ซึ่งเป็นยามสุดท้ายของคืน

ระบบนี้ใช้กันมาในบางรูปแบบ
ตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรอยุธยา
แต่ได้รับการจัดให้เป็นหมวดหมู่
คล้ายกับในปัจจุบันในปี พ.ศ. ๒๔๔๔

โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕ ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๗หน้า ๒๐๖
ทุกวันนี้ ระบบดังกล่าวใช้ในการสนทนา
ระดับไม่เป็นทางการเท่านั้น

แหล่งที่มา  : Line คําไทย

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อาหารไขมันทรานส์สูงกินให้น้อย

อาหารไขมันทรานส์สูงกินให้น้อย
ปลอดภัยจากโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง

- คุกกี้
- แครกเกอร์
- ขนมขบเคี้ยว
- เค้ก
- โดนัท
- เฟรนซ์ฟรายส์
- แฮมเบอร์เกอร์

ที่มา  :  อ.นพ.วิทวัส  แนววงศ์

แหล่งที่มา : Line chulahospital

จ้องคอมพ์นานไปทำอย่างไรดี

1) สวมแว่นกรองแสง
เพื่อให้สบายตา

2) ตั้งค่าความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม

3) ควรตั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ต่ำกว่า
ระดับสายตาลงไปประมาณ 10-15 องศา

4) ใส่ฟิลเตอร์กรองแสงให้กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต

5) ไม่ควรพักสายตาด้วยการอ่านหนังสือ
ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
เนื่องจากเป็นการใช้สายตาในระยะใกล้เช่นกัน

6) พักสายตาทุกๆ 20 นาที
โดยการมองออกไปในระยะไกลๆ
ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว

ที่มา  :  รศ.พญ.งามจิตต์  เกษตรสุวรรณ

แหล่งที่มา : Line chulahospital

ข้อคิด คำคม #8

1. ตอนที่คุณคิดว่าคุณฉลาดที่สุด
อย่าลืมว่าคนอื่นเขาก็ไม่ได้โง่!

เรื่องบางเรื่องที่เขาไม่พูดออกจากปาก
ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาไม่รู้!

2. หญิงสาวที่ว่าขี้เหร่ยังมีคนเลือกเป็นแม่ของลูก
หญิงสาวที่ใครๆ ก็ชื่นชมว่าสวยยังครองตัวเป็นโสด!

ชายหนุ่มที่ฐานะยากจนยังแต่งเมียเข้าบ้านได้
ชายหนุ่มที่ฐานะร่ำรวยแต่งเมียแล้วหย่าก็ไม่รู้กี่รอบ!

ฉะนั้นอย่าไปอิจฉาใคร
เขามีความสุขของเขา
เรามีความสุขของเรา

ที่เราเห็นว่าเขาสุข
เขาอาจมีความทุกข์ที่บอกใครไม่ได้!

ที่เราเห็นว่าเขาทุกข์
ขาอาจมีความสุขที่เราเข้าไม่ถึง!

คนเราทุกคน...ต่างมีวิถีของตนที่ต้องเดิน

3. คนที่ชอบคุณ ต่อให้คุณพูดเรื่องไร้สาระเขาก็ยินดีฟัง
คนที่ไม่ชอบคุณ ต่อให้คุณพูดเรื่องที่มีสาระ
เขากลับคิดว่าคุณกำลังยกตัว โชว์พาว โชว์โง่อีกแล้ว!

ดังนั้น อย่าใส่ใจคำคนให้มากนัก
เพราะบางคนรักความถูกต้อง
แต่บางคนกลับเลือกความถูกใจ

4. บ้าน...เหมือนนาไร่
ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว!
ปลูกความเข้าใจย่อมเก็บเกี่ยวความอภัย
ปลูกความเห็นใจย่อมเก็บเกี่ยวความสมาน
ปลูกความขัดแย้งย่อมงอกเงยความแค้นเคือง
ปลูกคำตำหนิย่อมงอกเงยวิบัติภัย!
ก่อนจะปลูกอะไรลงไป คิดให้ดีก่อนปลูก!

5. ชีวิตคนเรายิ่งมาเวลายิ่งเหลือน้อย
เวลาที่เหลืออยู่ยิ่งมายิ่งล้ำค่า
ไม่มีใครคำนวนได้ว่า
"พรุ่งนี้กับอนิจจังอะไรจะมาถึงก่อน"
รักใครให้รีบบอก หมางใจกับใครให้รีบเคลียร์
เพื่อไม่ให้ค้างคาติดอยู่ในใจ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

คนที่มีศักยภาพทัดเทียมคุณ
เขาจะชอบคุณ เชื่อมั่นในตัวคุณ และชื่นชมคุณ

คนที่มีศักยภาพด้อยกว่าคุณ
เขาจะสงสัยในตัวคุณ ปฏิเสธคุณ และตัดสินคุณในด้านลบ

คนที่มีศักยภาพเหนือกว่าคุณ
เขาจะเข้าใจคุณ ค้ำจุนคุณ และเสริมสร้างให้คุณประสบความสำเร็จ

บนทางเดินของชีวิต
ยามใดที่ราบรื่นสมหวัง จงดีกับคนอื่นให้มาก
ยามใดที่ขรุขระหลากหนามคม จงดีกับตัวเองให้มา

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

สัจธรรม

1. ชายหนุ่มต้องการเดินทางไปทิศใต้
เมื่อพบเจอใครๆ
เขาก็เล่าความปรารถนาของตัวเองให้ใครต่อใครฟัง

"พ่อหนุ่มทิศใต้ไม่ได้ไปทางนี้
เธอต้องย้อนกลับไปทางเดิมที่เธอมา
ทางนี้มันทิศเหนือ"

ผู้คนต่างบอกกับชายหนุ่ม
แต่เขายังยืนกรานในความเชื่อของตัวเองว่า
ทิศที่เขาเดินไปนี้คือทิศใต้

2. ชายหนุ่มผู้หนึ่งเป็นคนตาบอด
บ้านชองเขาอยู่ตรงข้ามโรงงานทำขนมอบ
เขานั่งรถเมล์ไปทำงานทุกวัน ขากลับบ้าน
เขาอาศัยกลิ่นหอมของขนมอบที่โชยมา
จากโรงงานก็รู้ว่าถึงบ้านของเขาแล้ว

บ่ายของวันหนึ่ง ขนะนั่งรถกลับบ้าน
เมื่ิอถึงบ้านของชายหนุ่ม
แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมกดกริ่งเพื่อให้รถหยุด
กระเป๋ารถเมล์บอกให้คนขับรถหยุดรถ
และเธอก็เดินมาบอกบอกชายหนุ่มว่า
"คุณคะ ถึงบ้านแล้วค่ะ"

ชายหนุ่มบอกกับกระเป๋ารถเมล์ว่า
"ยังไม่ถึงบ้านผมเลยครับ"
"ถึงแล้วค่ะ ปกติคุณก็ลงตรงนี้ทุกวันนี่คะ" กระเป๋ารถเมล์บอก
"ไม่ใช่ครับ บ้านผมอยู่ตรงข้ามโรงงานทำขนมอบ
ถ้าถึงบ้านของผมต้องได้กลิ่นขนมอบสิ!" ชายหนุ่มบอก
"วันนี้โรงงานหยุดหนึ่งวันค่ะ"

สัจธรรมคือความจริง มีอยู่
ดำรงอยู่โดยไม่ต้องอาศัยว่า
ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ

เสมือนหลุมลึกที่มนุษยย์เราเอื้อมไม่ถึง
\หลุมก็ยังคงลึกอยู่เช่นนั้น
มิได้ตื้นเขินขึ้นมาเพื่อให้คนเชื่อ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

ครูที่ดี
ไม่ได้วัดกันที่มีลูกศิษย์มากมายเพียงใด
แต่วัดกันที่สร้างคนดีให้เกิดขึ้นในสังคมมากน้อยเพียงใด?

ผู้ปฏิบัติธรรมที่ดี
ไม่ได้วัดกันที่สร้างพระบวชพระได้มากมายเพียงใด
แต่วัดกันที่บวชจิตคนให้เป็นใจพระได้มากน้อยเพียงใด?

ผู้นำที่ดี
ไม่ได้วัดกันที่มีผู้ติดตามมากมายเพียงใด
แต่วัดกันที่สร้างผู้นำให้เกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด?

ชีวิตคนเรา
อย่าเอาแต่วัดว่าฉันยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นมากมายเพียงใด
แต่จงเสริมสร้างผู้คนให้ยืนหยัดได้ด้วยตัวเขาเองมากน้อยเพียงใด

แบบอย่างของผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต
ไม่ได้อยู่ที่คุณเอาชนะคนอื่นได้มากมายเท่าใด
แต่อยู่ที่คุณเสริมสร้างผู้คนมาแล้วมากน้อยเพียงใด?

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

1. มีเพียงปลาตายเท่านั้นที่ลอยตามน้ำ
ปลาเป็นมักว่ายทวนกระแสน้ำ คนเราก็เช่นกัน

2. หากสิ่งหนึ่งสิ่งใดถูก
ทุกคนพูดว่ามันคือโอกาส
ณ เวลานั้นมันไม่ใช่โอกาสอีกต่อไป

3. อย่าแบกความหลังไว้ไม่ยอมปล่อย
เพราะมันเป็นตัวปิดกั้นทำให้เราไม่ยอมรับกับสิ่งใหม่

4. ทุกคนต่างมีวันเกษียณ
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต่างจะได้ความอาลัย
ในวัยหลังเกษียณเหมือนๆ กัน
สร้างคุณธรรมความดีไว้บ้างนะ
จะได้ไม่เสียใจในวัยหลังเกษียณ

5. คุณค่าของชีวิตไม่ได้กำหนด
จากระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
แต่ถูกกำหนดขึ้นจากสิ่งที่กระทำตอนที่มีชีวิตอยู่

6. ความสำเร็จมักเกิดขึ้นในชั่วพริบตา
แต่ส่วนมากมักล้มเหลวจากชั่ววินาทีเช่นกัน

7. ความหนุ่มสาวคือต้นทุน
แต่หากไม่ขยันหมั่นเพียร
ความหนุ่มสาวที่มีก็ไร้ราคา

8. ให้เงินคือวิธีปลดทุกข์ในระดับล่าง
ให้วิชาคือวิธีปลดทุกข์ในระดับกลาง
 ให้ทัศนะคือวิธีปลดทุกข์ในระดับสูง

9. ร่ำรวยเพราะแบ่งปัน
สูงศักดิ์เพราะไม่ดูแคลนใคร
ยากจนเพราะไม่รู้พอ
ต่ำต้อยเพราะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

10. หากไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดี
ให้กับคนอื่นเอาเยี่ยงอย่าง
เราก็กลายเป็นกระจกสะท้อนที่เขาจะไม่มีวันทำตาม

11. หากยังสร้างตัวไม่ได้
ก็ไม่ควรหาข้ออ้างให้กับความลำบาก

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

1. คนที่อยู่กับคุณไปชั่วชีวิตได้
คือคนที่ยอมรับในอดีตของคุณได้
คือคนที่มั่นใจที่จะสร้างอนาคตไปพร้อมกับคุณ
และอภัยคุณได้ในปัจจุบัน

2. หากอยากครอบครองในสิ่งที่คุณไม่เคยมี
ก็ต้องทำในสิ่งที่คุณไม่เคยทำให้ได้เสียก่อน

3. กำลังใจ และ คำสบประมาท แม้จะต่างกัน
แต่ก็ทำให้คนๆ หนึ่งฮึดสู้เพื่อความสำเร็จที่อยู่ตรงหน้า

4. คนแกร่ง หาทางเพื่อสู้
คนอ่อนแอ หาข้ออ้างเพื่อเลิกล้ม
คนแกร่ง อาบเหงื่อเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
คนอ่อนแอ อาบน้ำตาเพื่อปลอบใจตัวเอง

5. วันใดที่คุณประสบความสำเร็จในชีวิต
กินผักลวกเขาก็ชื่นชมว่ารักษาสุขภาพ

วันใดที่คุณประสบความล้มเหลว
กินผักลวกเขากลับบอกว่าตกอับ

มันไม่ใช่ผักลวก แต่มันคือชีวิตคน

6. ชีวิต เกิดขึ้นจาก 2 วัน
วันแรกที่เกิดมาสู่โลกใบนี้
และวันสุดท้ายที่ต้องลาจากโลกใบนี้

7. ความฝันอันยิ่งใหญ่
สำเร็จได้จากการเริ่มทำ
วันนี้คุณเริ่มทำตามฝันแล้วหรือยัง?

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

เต่ากับปลา

วันหนึ่ง ปลาสบโอกาสพูดเย้ยเต่าว่า
"เธอนี่ก็น่าขันนะ
เวลาเจออะไรก็เอาแต่หลบอยู่ในกระดอง
ไม่อยากยอมรับความจริงละสิ!"

เต่าได้ฟังอย่างนั้นได้ยิ้มให้ปลาอย่างไม่ถือสา
"คำวิจารณ์ของคนอื่นมันสำคัญกับชีวิตเรามากเหรอ?
ฉันไม่ได้กลัวจนหัวหดหรอกนะ
ฉันแค่อยากอยู่สงบๆ ของฉันก็แค่นั้นเอง"
เต่าบอก

"เธอไม่สนคำพูดของคนอื่นงั้นสิ!" ปลาเย้ยต่อ

เต่ามองปลาแล้วยิ้มให้อีกครั้ง
จากนั้นก็หันหลังว่ายต่อ
พร้อมกับเอ่ยทิ้งท้ายให้ปลาคิด
"นั่นคือเหตุผลที่ว่า
ทำไมฉันจึงอายุยืนกว่าเธอ!"

คนอื่นจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป!
เพราะคนที่ชอบคุณ
ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรมันก็ถูกไปเสียทุกอย่าง
คนที่ไม่ชอบคุณ ต่อให้คุณทำถูกอย่างไรมันก็ผิด!
แค่หายใจเฉยๆ มันยังผิดเลย!

โลกนี้มีคน 3 ประเภท
ที่ไม่ใส่ใจกับคำวิพากวิจารณ์ของคนอื่น

1. อริยะเจ้า
เพราะท่านรู้ว่าท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงตรง
ต่อให้ชาวโลกจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านทำ
แต่ท่านรู้ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่

2. คนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง
คนประเภทนี้เมื่อตัดสินใจจะทำอะไร
ก็ไม่สนใจคนอื่นเขาจะคิดยังไง
เมื่อฉันเชื่อของฉันอย่างนี้ ใ
ครก็เปลี่ยนแปลงฉันไม่ได้

3. คนลืมง่าย
คนประเภทนี้เมื่อมีเรื่องราวใหม่ๆ เกิดขึ้น
ก็จะลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นทันที

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนในประเภทใด
เป็นตัวของตัวเองที่ไม่ทำให้คนอื่น
และตัวเองเดือดร้อน ข้อนี้สำคัญที่สุด!

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

วันใดที่คุณดูดีขึ้น จะมีคนสนใจคุณ
วันใดที่คุณเก่งขึ้น จะมีคนชื่นชมคุณ
วันใดที่คุณประสบความสำเร็จ จะมีคนยกย่องคุณ
วันใดที่คุณมีคุณธรรม จะมีคนเลื่อมใสคุณ
วันใดที่คุณเปลี่ยนแปลงตัวเอง ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนตาม

"ช่วงนี้อ้วนจัง" คนอ้วนมักพูดติดปาก
แต่คนผอมกลับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

"ช่วงนี้ไม่มีเงิน" คนพูดกลับสุรุ่ยสุร่าย
คนไม่พูดกลับหาทางเพิ่มช่องทาง

"อยากประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่นบ้างจัง"
คนพูดเฝ้าแต่รอโอกาส คนไม่พูดกลับลงมือทำ

ความเกียจคร้านทำลายชีวิต
ความขยันสร้างสรรค์ชีวิต
อย่ารอให้ตะวันลับขอบฟ้า

จึงบอกกับใครๆ ว่า
"ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้นะ!"
"ถ้าตัดสินใจทำตั้งแต่ตอนนั้นะ!"
จะพูดไปให้เสียเวลาทำไม?

ลงมือทำเสียทีเถอะ!
จงสร้างสรรค์ตัวเอง
ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังอดชื่นชมตัวเองไม่ได้!

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

ข้อคิด คำคม #7

บุญคุณที่สะสางไม่จบจากอดีตชาติ ชาตินี้ต้องชำระกันต่อ
หนี้ที่ชดใช้ไม่หมดจากอดีตชาติ ชาตินี้ต้องชดใช้กันต่อ
แค้นที่ทวงไม่สิ้นจากอดีตชาติ ชาตินี้ต้องทวงกันต่อ

บุญคุณ หนี้สิน ความแค้น ความรัก ความผูกพัน
สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยน
เพียงแค่เปลี่ยนร่าง เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสถานะ
หรือแม้แต่เปลี่ยนเพศในการแทนคุณหรือทวงคืนต่อไป

การพบกันในชาตินี้
คือสัญญาผูกพันจากกรรมดีและกรรมชั่วในอดีตชาติ
จึงควรตรึกคิดสักนิดก่อนที่จะทำอะไรลงไป
อย่าให้อะไรมันสายแล้วค่อยมาเสียใจภายหลัง

แม้นอยากรู้ว่าชาติก่อนทำอะไรไว้? ดูได้จากสิ่งที่ได้รับในปัจจุบันชาติ!
แม้นอยากรู้ว่าชาติหน้าจะเป็นเช่นไร? ดูได้จากสิ่งที่ทำในปัจจุบันชาติ!

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

หากใครคนหนึ่งทำร้ายเธอ
แต่เธอให้อภัยเขา
เหมือนไม่เคยเกิดเรื่องเหล่านั้นเกิดขึ้นกับเธอ
สักวันหนึ่ง
เขาคนนั้นจะเสียใจที่เคยทำร้ายเธอ
นี่คือกฎแห่งธรรมชาติ

การให้อภัยคือ
การปลดเปลื้องตัวเธอเองออกจากพันธนาการนั้น
จะไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีก
เพราะที่ใครเขาทำร้ายเธอได้นั้น
เป็นเพราะเธอใส่ใจเขามากจนเกินไป!
ใส่ใจเมื่อไหร่ เธอก็แพ้ในทันที!

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

ในขณะที่คุณทำหน้าบูดบึ้งบ่นว่า
อาหารบนโต๊ะไม่อร่อย
คุณรู้ไหม?
คนบางคนไม่มีแม้แต่อาหารให้ได้อิ่มในแต่ละมื้อ!

ในขณะที่คุณเอาแต่บ่นว่า
ไม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆ ใส่เลย
คุณรู้ไหม?
คนบางคนไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่อย่างคุณมาก่อน!

ในขณะที่คุณเอาแต่น้อยใจพ่อแม่
ที่ไม่มีบ้านหลังใหญ่ให้คุณอยู่เหมือนเพื่อนคนอื่น
คุณรู้ไหม?
คนบางคนไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกที่ว่า
"นี่คือบ้านของฉัน" แม้แต่สักครั้งในชีวิต!

ในขณะที่คุณทอดถอนหายใจว่า
ทำไมเงินเดือนน้อยถึงเพียงนี้
คุณรู้ไหม?
คนบางคนต้องตกอยู่ในบ้านเมืองที่มีแต่สงคราม
เขาไม่มีทางบ่นถึงเรื่องเงินเดือนน้อย
เพราะเขาพยายามเพียงแค่หนีเอาตัวรอดให้ได้ในแต่ละวัน!

เหลียวมองดูคนรอบๆ ตัวดูนะ
คนมากมายที่ทุกข์ยากและ
พบความสุขได้น้อยมากในแต่ละวัน
เขาแค่อยากให้ชีวิตของเขาดีขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย เขาก็พอใจ

จำไว้นะ "มองล่างเราเหลือ มองเหนือเราขาด"

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

แค่รคนที่แคร์คุณ

แค่รคนที่แคร์คุณ

คุณฉลาด
แต่คนอื่นกลับมองว่าคุณเจ้าเล่ห์

คุณทุ่มเท
แต่คนอื่นกลับมองว่าคุณเอาหน้า

คุณมองโลกในแง่ดี
แต่คนอื่นกลับมองว่าคุณตอแหล

คุณทำดี
แต่คนอื่นกลับมองว่าคุณเสแสร้ง

คุณจริงใจ
แต่คนอื่นมองว่าคุณหวังผล
ฯลฯ

คนอื่นจะมองคุณเป็นอย่างไร
ก็ช่างเขาเถอะ

เพราะคุณไม่ได้เกิดมา
เพื่อให้คนทั้งโลกถูกใจ

หากคุณรู้จักตัวเองดี
ก็อย่าใส่ใจคำใครให้มากมาย
คนอื่นจะคิดอะไร
ช่างมันบ้างก็ได้
จงจำไว้ แคร์คนที่แคร์คุณ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

มีแครอทขายไหม?

"พ่อครับ ทำไมเราไม่มีบ้านหลังใหญ่
และมีรถขับเหมือนบ้านคนอื่นละครับ?"
ปุ๊ดซีแลนเอ่ยขึ้นหลังจากซ้อนท้ายจักรยาน
ที่พ่อมารับหน้าโรงเรียน

"โชคชะตาของคนเรามันไม่เหมือนกัน
อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่นเลยลูก
แค่เราทำเต็มที่ก็พอแล้ว
จะรวยหรือจนไม่สำคัญ
พอใจในสิ่งที่มีอยู่ก็ดีแล้ว"
พ่อหันไปบอกกับปุ๊ดซีแลน

เมื่อได้ยินพ่อพูดดังนั้น
ปุ๊ดซีแลนจึงหยิบกระดาษข้อสอบ
ที่แทบจะตกทุกวิชาให้พ่อดูและพูดว่า
"พ่อครับ ผมก็ทำเต็มที่เหมือนพ่อแล้วนะครับ!"
☆☆☆

หลังจากบัวผันกลับมาจากที่ทำงาน
ก็เห็นกระดาษข้อความของลูกสาว
เขียนแปะไว้หน้าห้องนอนของเธอว่า
"แม่คะ
ครูบอกว่า ช่วงนี้หนูกำลังเปลี่ยนวัย
อารมณ์หงุดหงิดง่าย แม่ช่วยพูดกับหนูค่อยๆได้ไหมคะ"

บัวผันจึงเขียนข้อความแปะไว้หน้าห้องของลูกสาวว่า
"ลูกแม่ แม่รู้ว่าหนูกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น
แต่แม่ก็อยากจะบอกหนูว่า
ช่วงนี้แม่ก็กำลังเข้าสู่วัยทองเหมือนกัน
 ลูกอย่าทำอะไรขัดหูขัดตาแม่นะจ๊ะ"
☆☆☆

ปุ๊ดซีแลนส่งเพื่อนไปหาหมอที่คลีนิค
แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับข้อความที่ติดอยู่ผนังห้อง
"ว่ากันว่า ไม่กินข้าวเช้า เท่ากับค่อยๆ ฆ่าตัวตาย
กินปิ้งย่างบ่อยๆ เท่ากับค่อยๆ ฆ่าตัวตาย
เอาแต่ปรักปรำ เท่ากับค่อยๆ ฆ่าตัวตาย
ไม่ออกกำลังกาย เท่ากับค่อยๆ ฆ่าตัวตาย
เอาแต่เล่นมือถือ เท่ากับค่อยๆ ฆ่าตัวตาย
นอนไม่เป็นเวลา เท่ากับค่อยๆ ฆ่าตัวตาย"

ปุ๊ดซีแลนอ่านแล้วถึงกับสะดุ้ง
"ตายๆ วันนี้ตูเอาแต่ยุ่งอยู่กับการฆ่าตัวตายสินะ!"
☆☆☆

กระต่ายน้อยวิ่งเข้าไปที่ร้านขายของชำ
"เถ้าแก่ มีแครอทขายไหม?"
"ไม่มี" เถ้าแก่ตอบ

วันต่อมากระต่ายก็วิ่งเข้ามาที่ร้านเดิม
"เถ้าแก่ มีแครอทขายไหม?"
"เมื่อวานฉันบอกแล้วว่าไม่มีไม่ใช่เหรอ?"
เถ้าแก่ตอบไปด้วยความโมโห

วันที่ 3 กระต่ายก็ยังวิ่งมาที่ร้านเดิมอีก
"เถ้าแก่ มีแครอทขายไหม?"
"ไม่มี ถ้าพรุ่งนี้แกมาถามฉันอีก
ฉันจะเอากรรไกรตัดหูแกจริงๆ นะ คอยดูสิ"
เถ้าแก่ตอบไปอย่างอารมณ์เสีย

วันที่ 4 กระต่ายก็ยังวิ่งมาที่ร้านเดิม
"เถ้าแก่ มีกรรไกรขายไหม?"
"ไม่มี" เถ้าแก่ตอบ
"แล้วมีแครอทขายไหม?"
"@#$%<>*+"

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

เพื่อน เดินเคียงข้างกันไม่ใช่เรื่องง่าย!

บางคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
แต่บางคนกลับโอนอ่อนผ่อนปรน

บางคนเก่งกาจถือดี
แต่บางคนกลับอ่อนโยนนอบน้อม

บางคนคิดเล็กคิดน้อย
แต่บางคนกลับท้องใหญ่ใจกว้าง

บางคนจริงใจสมถะ
แต่บางคนรักหน้าฟู่ฟ่าน่าตบ

อันที่จริง
เพื่อนก็เหมือนกับมันฝรั่งและมะเขือเทศ
ทั้งๆ ที่มันแตกต่างกัน

แต่เมื่อมันฝรั่งกลายเป็นเฟร้นท์ฟราย
มะเขือเทศกลายเป็นซอส
มันกลับเข้ากันได้ดี
มันกลับกลายเป็นของคู่กัน!

มิตรภาพก็เช่นกัน
ไม่มีเพื่อนที่สมฐานะ สมความคิด สมการกระทำ
แต่สิ่งมิตรภาพจำเป็นต้องมีก็คือ
 ยอมรับ เข้าใจ แก้ไข โอบอุ้ม

มีเพียงเข้าใจ อภัย
ไม่คิดเล็กคิดน้อย
มันก็คบกันได้ยาวนาน!

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

ผู้หญิงทำงาน
เธออาจดูแลครอบครัวให้สมบูรณ์ไม่ได้

ผู้หญิงที่ดูแลครอบครัวให้สมบูรณ์ได้
เธออาจหาเงินไม่เก่ง

ผู้หญิงที่เชื่อฟัง
เธออาจอ่อนแอไม่กล้าสู้เพียงลำพัง

ผู้หญิงที่กล้าหาญ
เธออาจมีความคิดเป็นของตัวเอง

ผู้หญิงสวย
เธออาจใช้จ่ายโดยไม่เสียดายเงิน

ผู้หญิงที่ประหยัด
เธออาจไม่ทันสมัย

ผู้หญิงที่มีความสามารถ
เธออาจก้าวร้าวและไม่ฟังเหตุผล

ผู้หญิงที่เพียบพร้อมอย่าง
ไม่มีที่ตินั้นมีอยู่จริง
แต่มีอยู่ในความฝัน!

มีคนอิจฉาเธอ
มีคนรังเกียจเธอ
มีคนชื่นชมเธอ
และมีคนดูถูกเธอ

ช่างมันเถอะ
คนอื่นก็คือคนอื่น
เธอนั่นแหละคือ
เจ้าของชีวิตตัวเธอเอง

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

เธอรู้ไหม
ยิ่งกระหายอำนาจยิ่งดูต่ำศักดิ์!

โลกยกย่องคนเก่ง
เก่ง แต่กร่างมักจบไม่สวย!
เก่ง แต่นอบน้อมย่อมอยู่ในใจชน

เธอรู้ไหม?
ทำอะไรโดยไม่มีเรื่องให้ละอายแก่ใจ
คือหมอนที่ทำให้ใจสงบที่สุดในทุกค่ำคืน!

สวรรค์อยู่ในอกเธอ
นรกก็อยู่ในอกเธอเช่นกัน!

ทุกวันนี้
เธอทำอะไรที่น่าละอายใจหรือเปล่า?

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

1.ขอบคุณผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูคุณ
ท่านเป็นผู้มอบชีวิตให้แก่คุณ
ใช้ความรักและหยาดเหงื่อเลี้ยงดูคุณมาจนเติบใหญ่
ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย
ท่านทั้งสองก็จะยังคงยืนอยู่เคียงข้างคุณ
เป็นกำลังใจให้คุณสู้ต่อ

2.ขอบคุณลูกหญิงและลูกชาย
เขาทำให้คุณรู้ว่า
รักอันยิ่งใหญ่คือรักในอ้อมกอดของพ่อและแม่
ความสุขอันยิ่งใหญ่คือความสุขที่ได้เห็นลูก ๆ เติบใหญ่ขึ้นทุกวัน
แม้จะเจอมรสุมลมฝนกระหน่ำอย่างไรก็เป็นสุขใจ

3.ขอบคุณพี่น้อง
พวกเขาทำให้คุณรู้ว่าเลือดข้นกว่าน้ำนั้นเป็นอย่างไร
ความผูกพันระหว่างพี่น้องเปรียบดั่งเมฆและพระจันทร์บนท้องฟ้า
แม้จะไม่ปรากฏให้เห็นในทุก ๆ วัน แต่คุณก็รู้ว่ามันยังคงดำรงอยู่จริง

4.ขอบคุณคนที่รักคุณด้วยความจริงใจคนนั้น
เขาหรือเธอมอบความรักให้โดยไม่ปรักปรำพร่ำบ่น
ความห่วงใยของเขาและเธอทำให้คุณมีที่พึ่งแม้จะเพียงชั่วครู่
แต่เมื่อยามที่คุณเงยหน้ามอง
คุณก็รู้ว่าโลกนี้ยังคงมีแสงสว่าง
และอบอุ่นอยู่บ้างในบางเวลา

5.ขอบคุณคนที่คุณเคยรัก
คนที่คุณเคยมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้โดยไม่คำนึงถึงตัวเอง
เขาหรือเธอทำให้คุณรู้ว่ารักคืออะไร?
เขาหรือเธอทำให้คุณสัมผัสได้กับคำว่ารอคอยและผิดหวัง
ทำให้คุณรู้ว่าบุพเพฯ ในโลกใบนี้เหมือนทัศนียภาพ
แม้จะงดงาม หวาดหวังได้แต่มันอาจไม่เป็นจริงเสมอไป

6.ขอบคุณคนที่คอยชี้แนะคุณยามที่เจอกับอุปสรรค
คำพูดของเขาแม้จะง่ายๆ
แต่ทำให้ความทุกข์และความหลงผิดของคุณลดน้อยถอยลงไปมาก

7.ขอบคุณเพื่อนผู้รู้ใจ
เพื่อน ทำให้คุณยิ้มทั้งน้ำตา แม้บางครั้งจะหมั่นไส้
แต่ความผูกพันก็ไม่เคยเสื่อมคลาย สุขเศร้าเคล้าน้ำตา
เพื่อนคืออีกคนหนึ่งที่คอยยืนอยู่เคียงข้างคุณ

8.ขอบคุณคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณแม้จะเพียงพริบตาผ่าน
แม้จะแค่เพียงผ่านตา แต่พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของสีสัน
ที่ไม่อาจลืมเลือนได้ในชีวิตคุณ

9.ขอบคุณคนที่เคยทำร้ายและทรยศคุณ
พวกเขาทำให้คุณตาสว่างว่าโลกใบนี้
ไม่ได้มีแต่ด้านสว่างและด้านบวก
เหมือนดั่งพระอาทิตย์ที่ไม่อาจส่องแสงสว่างได้ในทุกเวลา

10.ขอบคุณคนที่จับมือเดินเคียงคู่ไปกับคุณทั้งชีวิต
เพราะเขาหรือเธอคอยเคียงข้างดั่งเงาตามตัว
ไม่ทำให้ทุกวันของคุณโดดเดี่ยวหรืออ้างว้างอีกต่อไป
คอยร่วมทุกข์ร่วมสุข คำว่าชีวิตแข็งแกร่งขึ้นและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเพราเขาและเธอ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

เรื่องราวหนึ่ง ต่อให้วาดหวังหรือสวยงามเพียงใด
แต่หากไม่ก่อเกิดผลลัพธ์ ก็อย่าได้ผูกโยงอีกต่อไป
เพราะเมื่อปล่อยให้นานไป
เธอเองนั่นแหละที่จะเหนื่อยล้าและท้อแท้

คนๆ หนึ่ง ต่อให้เธอรักเขามากเพียงใด
แต่หากใจเขาไม่ได้อยู่กับเธอ ก็ปล่อยมือเถอะ
เพราะเมื่อปล่อยให้นานไป
เธอเองนั่นแหละที่จะเสียใจและใจสลาย

บางครั้ง การเลือกที่จะปล่อยมือ
กลับเป็นความเข้มแข็งอย่างแท้จริง
และเป็นการเปิดใจให้ตนได้พบกับสิ่งใหม่ที่ดีกว่า
เฉกเช่นต้นซากุระ

หากใบไม่ร่วง...
ดอกก็ไม่อาจบานสะพรั่งเต็มต้นได้

ไม่ว่าจะเรื่องราวใด คนใด
สุดท้ายก็จะกลายเป็นเพียงตำนาน
อย่าผูกอย่ายึดไว้ให้มาก

ต่อให้ยากเพียงใด
สุดท้าย...ไม่ปล่อยก็ต้องปล่อย
ปล่อยเสียตอนนี้ได้ ย่อมสบาย

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

1. หัวเราะ
ไม่แน่เสมอไปว่าเกิดจากความสุข
แต่อาจเป็นเพราะมันทุกข์
จนไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาอย่างไร!

ร้องไห้
ก็ไม่แน่เสมอไปว่าเกิดจากความทุกข์
แต่อาจเป็นเพราะทุกข์ที่เคยกรำมาสุดๆ
กำลังจะจบสิ้นในอีกไม่ช้า!

เสียงหัวเราะของคนจำนวนเท่าไหร่
ที่งำไว้ซึ่งความเจ็บปวดและเหนื่อยล้า

เสียงร้องไห้ของคนจำนวนเท่าไหร่
ที่แฝงไว้ซึ่งความสุขและกำลังจะสิ้นทุกข์
ไม่มีใครรู้เท่าใจของเราที่รู้อีกแล้ว

2. บางครั้ง ฝึกทำอะไรด้วยตนเองดูบ้างนะ
อย่าเอาแต่พึ่งพาคนอื่น
เราไม่เหนื่อย คนอื่นเขาอาจรู้สึกเป็นภาระก็เป็นได้

คิดเสียว่าสักวันเราก็ต้องทำอะไรคนเดียว
กินข้าวคนเดียว ทำงานคนเดียว
นอนหลับคนเดียว ดูหนังคนเดียว
และวันหนึ่ง ก็ตายไปคนเดียว!

3. คนบางคน ทำตัวบ้าบอแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน
ทั้งๆ ที่นิสัยจริงๆ ไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น!

เธอรู้ไหมว่าเพราะอะไร?
ก็เพียงแค่ไม่อยากให้ใครรู้ความจริงข้างในก็เท่านั้นเอง!

และขอเตือนว่าอย่าไปล้ำเส้นกับคนที่ทุกวันดูเหมือนสนุกสนานเฮอา
เพราะเมื่อใดที่คุณล้ำเส้นที่เขาขีดไว้
ถึงตอนนั้นต่อให้เธอยอมคุกเข่า
มันก็ช่วยอะไรไม่ได้เสียแล้ว!

4. โตๆกันแล้ว อย่าทำตัวเหมือนเด็กๆ
ที่เอาแต่ดิ้นพล่านเมื่อไม่ได้ดังใจหรือถูกรังแก

เพราะสิ่งที่เธอคิดว่าไม่ยุติธรรม ที่เธอพบเจอนี้
ต่อให้ร้องแรกแหกกระเชอมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร!

อยากบอกเธอว่าให้ทำใจ
เพราะนอกจากนี้ก็มีไม่มีคำอื่น

อย่าโตแต่สริระแต่หัวใจไม่โต
คนที่แย่กว่าเธอมีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง
คนที่ด้อยโอกาสมากกว่าเธอ
มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

หากเธอคลำหัวใจตัวเองโดยไม่ลำเอียง
เธอจะรู้ว่า เธอโชคดีกว่าคนอื่นเขาเท่าไหร่แล้ว!

5. เธอเคยไม่ชอบคนอื่นไหม?
เธอรู้สึกกับเขาคนนั้นอย่างไร?
คนที่ไม่ชอบเธอก็รู้สึกกับเธออย่างนั้น!
อย่านินทาคนโน้นคนนี้ว่านิสัยไม่ดี
แค่เธอนินทา เธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไหร่?
คิดได้อย่างนี้ เวลาที่ถูกคนอื่นนินทา
หรือถูกคนอื่นไม่ชอบขี้หน้า
จะได้ทำใจให้เป็นเรื่องปกติได้!

6. อย่าคาดหวังว่าใครจะอยู่กับเธอไปจนตาย
ดูแค่เงาของเธอก็พอ สิ้นแสงมันก็ไม่อยู่กับเธออีกต่อไป

7. เรื่องบางเรื่อง ทำแล้วจึงเข้าใจ
เรื่องบางเรื่อง พลาดแล้วจึงเข้าใจ
เรื่องบางเรื่อง โตแล้วจึงเข้าใจ

เราต่างเรียนรู้อยู่ทุกขณะ
เรียนรู้ เรียนรู้ เรียนแล้วจึงรู้

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

ข้อคิด คำคม #5

คมมีดเฉือนเนื้อ 
คำพูดเฉือนใจ

เอานิสัยแย่ๆ ไปทำงาน
คุณกำลังทะเลาะกับจานข้าวที่กินอยู่ทุกวัน

เอานิสัยส่วนตัวไปเข้าสังคม
คุณกำลังตัดอนาคตของตัวเอง

เอาโทสะกลับบ้าน
คุณกำลังทำลายความสุขของครอบครัว

เวลาที่เกิดโทสะ
จงก้มหน้าและสูดหายใจลึกๆ ก่อน
เพราะไม่อย่างนั้น
คำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปาก
มันไม่ต่างอะไรจากมีดดีๆ เล่มหนึ่งนั่นเอง

จำไว้นะ คมมีดเฉือนเนื้อ คำพูดเฉือนใจ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

สิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ
ก็เพราะจิตสำนึกรู้คุณ
แต่หากหาจิตสำนึกรู้คุณไม่เจอ
ก็อย่าแว้งกัดหรือเนรคุณ!

ในชีวิตเธอกับฉัน มีผู้อุปถัมภ์มากมาย
ยามทุกข์มีคนเข้ามาปลอบ
ยามมีปัญหามีคนเข้ามาช่วยคลี่คลาย
ยามจนตรอกมีคนหยิบยื่นให้พ้นภัย
ยามล้มมีคนยื่นมือเข้ามาฉุด
ยามหลงมีคนชี้แนะให้ได้ตื่น

เป็นหนี้เงินต้องชดใช้ด้วยเงิน
เป็นหนี้บุญคุณต้องรู้ทดแทนด้วยจิตสำนึกคุณ

อย่ากร่างเพราะคิดว่าตนเก่ง
อย่าเบ่งเพราะคิดว่าตนเลิศ
อย่าเชิดเพราะคิดว่าเหนือใคร
ชีวิตจะบรรลัยเพราะเนรคุณ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

มีศักยภาพเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ที่สำคัญกว่าศักยภาพคือการลงมือทำ

มีบุคลิกดีเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ที่สำคัญกว่านั้นจิตใจภายในก็ต้องดีด้วย

มีเงินเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือต้องมีสุขภาพดีด้วย

มีความรู้เป็นสิ่งสำคัญ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมีมโนธรรม

มีใบหน้าที่สวยหล่อเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือมีรอยยิ้ม

มีคนรักเป็นสิ่งที่สำคัญ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือกตัญญูต่อพ่อแม่

มีความฉลาดเป็นสิ่งที่สำคัญ
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมีปัญญา

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

เธอรู้ไหม?
หลายคนเป็นครูของเรา!

เราต่างเป็นนักท่องเที่ยว
ที่มาสู่โลกใบนี้ในเวลาที่ต่างกัน

บางคนมาก่อนกลับก่อน
(เกิดก่อนตายก่อน)

บางคนมาก่อนแต่กลับทีหลัง
(เกิดก่อนตายทีหลัง)

บางคนมาทีหลังแต่กลับก่อน
(เกิดทีหลังแต่ตายก่อน)

บางคนมาทีหลังกลับทีหลัง
(เกิดทีหลังตายทีหลัง)

บางคนซื้อตั๋วแล้วแต่เกิดอุบัติเหตุจึงไม่ได้มา
(แท้งก่อน)

บางคนเพิ่งมาแต่ต้องถูกส่งกลับก่อนกำหนด
(เกิดได้ไม่นานก็ต้องตาย)

บางคนถูกเนรเทศกลับ!
บางคนถูกเชิญให้อยู่ต่อ!

บางคนไปเที่ยวกลับมาพร้อมชื่อเสียง!
บางคนไปเที่ยวกลับมาพร้อมชื่อเสีย!

ไม่ว่ามาก่อนหรือมาหลัง
กลับก่อนหรือกลับหลัง
เราต่างได้ชื่อว่าเป็นผู้มาเยือนโลกใบนี้เหมือนกัน
อยู่ที่เธอและฉันนั่นแหละที่จะเลือก
เมื่อมาสู่โลก จะเหลือความดีหรือความเลวไว้ให้โลกจดจำ!

เธอรู้ไหม?
หลายคนเป็นครูของเรา!

เธอดูสิ!
บางคนเข้ามาเพื่อชื่นชมเรา
บางคนเข้ามาเพื่อหลอกใช้
บางคนเข้ามาเพื่อทดสอบ
บางคนเข้ามาเพื่อสั่งสอน
บางคนเข้ามาเพื่อสอนให้เรารู้จักกับคำว่าเจ็บ
บางคนเข้ามาสอนให้เรารู้จักกับคำว่าผิดหวัง

คนดีสอนหลักแห่งความเมตตาให้แก่เรา
คนพาลสอนหลักแห่งขันติให้แก่เรา
เธอเข้าใจเหมือนฉันแล้วใช่ไหม?
ว่าทุกๆ คนบนโลกใบนี้ล้วนเป็นครูของเรา

หากเธอจะเปลี่ยนแปลงใคร!
ฉันอยากให้เธอเรียนรู้เอาเยี่ยงอย่างพระอาทิตย์นะ
ทำหน้าที่ของตนให้ดีก็พอ

รุ่งอรุณเบิกฟ้า แสงแห่งสุริยาทอประกาย
บางคน...รู้สึกแสบตา
บางคน...รู้สึกคลายหนาว
บางคน...หลบหนีซ่อนกายอยู่ในร่ม

แต่พระอาทิตย์ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองโดยไม่สะทกสะท้าน
ฉะนั้น เธอไม่ต้องคิดเปลี่ยนแปลงใคร
ปล่อยให้เขารู้เองได้ ด้วยตัวเขาเอง
เพราะเธอและฉัน ไม่ได้มาสู่โลกนี้ด้วยความบังเอิญ

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

คุณค่าของตัวเอง

หิมะกลุ่มหนึ่งกำลังถูกแดดของทะเลทรายซาฮาร่าเผา
จนเหลือเพียงเล็กน้อย
มันถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นว่า
"ทะเลทรายคือนรกสำหรับฉัน
ขั้วโลกเหนือต่างหากที่เป็นสวรรค์ของฉัน"

เมื่อทรายได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า
"เธอตกที่นี่ เธอคือสิ่งล้ำค่า

หากเธอตกที่ขั้วโลกเหนือ
 เธอก็เป็นของธรรมดาที่ไร้ราคา
เพราะที่นั่นมีหิมะเกลื่อนเต็มไปหมด!"

ของบางอย่าง
แม้มีมากก็ยังคงมีราคา
แต่ของบางอย่างมีราคาเพราะมีน้อย

คุณล่ะ มีค่าแม้มีมากหรือมีค่าเพราะมีน้อย
เห็นคุณค่าของตัวเองก่อน
ก่อนที่คนอื่นจะมองคุณเป็นของไร้ค่า

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

ข้อคิด คำคม #4

ชีวิต...เรียบง่าย

หากชอบก็ต้องไขว่คว้า
ได้มาก็ต้องถนอม
แคล้วคลาดก็ให้ลบลืม!

เพราะรากฐานชีวิตคนเรา
มันคือความปกติธรรมดา
มันไม่ได้ซับซ้อน
เราเองต่างหาก
ที่ทำให้มันซับซ้อนและสับสน!

ที่ว่าสับสนนั้น
ไม่เพียงแต่ระหว่างคนกับคนด้วยกันเท่านั้น
แต่มันยังรวมไปถึงความฝัน
กับความเป็นจริงของตัวเองด้วย

และสาเหตุที่ทำให้เราทุกคน
สับสนวุ่นวายอย่างไม่หยุดหย่อน
ก็คือตัณหาและความอยาก

เพราะความอยาก
พอได้มาจึงไม่ยอมรักษา
พอไม่ได้ก็พยายามไขว่คว้า

ชีวิตคน ยามที่รู้พอ
ความสุขก็รออยู่ตรงหน้า

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

สุขให้เป็น...

ความทุกข์มีที่มา
ความสุขก็มีที่มาเช่นกัน

1. ตอนที่อยู่ด้วยกัน
ทุกคนต่างก็คิดว่าเวลายังมีอีกยาวนาน

แต่ที่จริงชีวิตคนเราต่างหมดไป
พร้อมกับการฉีกปฏิทิน
พบกันครั้งหนึ่ง หมดไปครั้งหนึ่ง

2. คนอื่นมองคุณว่ายังไง มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ
คุณใช้ชีวิตอย่างไร มันก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่น

3. ศักดิ์ศรีเขาซื้อขายกันราคากิโลละเท่าไหร่?
ทำไมเราต้องใส่ใจว่าคนอื่นเขาจะมองเราเป็นยังไง!

4. สักวันหนึ่งคุณจะเข้าใจว่าการทำความดียากกว่าการทำตัวให้ฉลาด
ความฉลาดเรียนรู้ได้แต่ความดีต้องกล้าตัดสินใจทำ

5. ตอนที่อารมณ์ไม่ดี อย่าใช้คำพูดประหารคนที่รักคุณ

6. หลายครั้งในชีวิต ไม่อาจหวนกลับมาฉายซ้ำเหมือนละครรีรัน
เมื่อพลาดแล้วก็หมดโอกาสไปทั้งชีวิต

7. ยอมรับในสิ่งที่เป็น เย็นได้กับสิ่งที่พบ
จบได้กับสิ่งที่พลาด ฉลาดในการใช้ชีวิต

8. ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น สาเหตุล้วนมาจากตัวเราเองทั้งสิ้น

9. บางครั้ง ทั้งๆ ที่ให้อภัยคนอื่นไปแล้วแต่ใจก็ยังไม่เป็นสุข
นั่นเป็นเพราะว่าเราลืมให้อภัยตัวเองนั่นเอง

10. คนเรามีเกิดย่อมมีวันตาย
ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แต่อย่าใช้ชีวิตแบบล้างผลาญ
คุณอาจไร้คู่ ไร้ชื่อเสียง แต่อย่าไร้ซึ่งความดี

11. คนเรามักทำอะไรโง่ๆ เสมอ
เย็นชาต่อคนที่รักเรา
เฝ้าใฝ่หาคนที่เย็นชาต่อเรา
สุดท้ายก็ทำเองเจ็บเอง

12. ของที่ไม่อยากได้ ต่อให้มีราคาก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ

13. หากคุณไม่ได้ตาบอด ก็อย่าเอาหูมาตัดสินคนอื่น มันไม่ยุติธรรม

14. เจ๋งจริง ไม่ใช่อยู่ที่คุณรู้จักใครมากน้อยเพียงใด?
แต่อยู่ที่ยามคุณตกอับมีใครสักกี่คนที่ยังรู้จักคุณ ?

15. คนที่ไม่ต้องการคำอธิบายจากปากของคุณ
พอคุณอ้าปาก คุณก็แพ้แล้ว!

16. มีผู้คนมากมายที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ
เขาอาจไม่ได้อยู่กับคุณจนวันสุดท้าย
แต่เขามาเพื่อให้บทเรียนกับคุณต่างหาก

17. ห่างกันสักพัก
เป็นคำที่อธิบายของความรักที่กำลังจะเหือดหายไป

18. พอโตเป็นผู้ใหญ่
กลับรู้สึกอาลัยหาวัยเด็ก ยิ่งรู้มาก ยิ่งไม่มีความสุข

19. วางไม่ลงก็แบกไว้เสีย ปลงไม่ได้ก็จำไว้เสีย ทิ้งไม่ได้ก็รั้งไว้เสีย
รอให้จนถึงวันหนึ่ง
แบกไม่ไหวก็วางได้เอง จำไม่ได้ก็ปลงได้เอง รั้งไม่อยู่ก็ทิ้งไปเอง

แหล่งที่มา   :  Facebook นุสนธิ์บุคส์

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...