ใครที่เคยผ่านไปมาบริเวณวงเวียนหลักสี่ บางเขน หลายคนอาจเกิดความสงสัยในอนุสาวรีย์กลางวงเวียน ที่เหมือนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงสี่แยกคอกวัวอย่างกับแกะ โดยเแพาะตรงยอดที่ประดับโดยพานแว่นฟ้า ต่างก็เพียงมีขนาดย่อมมากกว่นี้
ที่กล่าวถึงคือ "อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ" ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางวงเวียนบนถนนจุดตัด 3 ถนน ประกอบด้วย ถนนพหลโยธิน ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนรามอินทรา ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในการปราบ "กบฎบวรเดช" เมื่อปี 2476 ที่นับเป็นการก่อกบฎครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475
ภายในบรรจุอัฐิทหารและตำรวจที่เสียชีวิตในเหตุการณ์รวม 17 นาย ได้รับการออกแบบโดยหลวงนฤมิตรเลขการ โดยยึดหลัก 5 ประการ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กองทัพ และรัฐธรรมนูญ ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2479 ในรัชสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 8
ปัจจุบันเป็นที่น่าเสียดายที่วงเวียนแห่งนี้ถูกปรับภูมิทัศน์โดยรอบ ที่มีทั้งการขุดอุโมงค์ลอดและก่อสร้างสะพานลอยเพื่อเชื่อมต่อถนน จนบางครั้งบดบังความเด่นตระหง่านของอนุสาวรีย์แห่งนี้ไป
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 16 ธ.ค. 54 (046)
วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ลงเรือโป๊ะประตูน้ำ
และต้องรู้จักท่าประตูน้ำ หรือท่าประตูน้ำสระปทุม ท่าเรือเก่าแก่คู่กทม.มานาน อดีตเป็นจุดเชื่อมต่อจากพระนครออกไปยังชานเมืองฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือและเมืองแปดริ้ว ปัจจุบันเป็นจุดเปลี่ยนเรือใหญ่ระหว่างท่าวัดศรีบุญเรือง-ประตูน้ำ ให้ผู้โดยสารต่อเรือเล็กจากท่าประตูน้ำไปยังท่าสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
มีผู้ใช้บริการแน่นทุกวัน เนื่องจากเป็นบริเวณที่ตั้งของศูนย์การค้าสำคัญของเมืองกรุง ไม่ว่าจะเป็นประตูน้ำเซ็นเตอร์ เดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ บิ๊กซี ราชดำริ เซ็นทรัลเวิลด์ ตึกใบหยก อินทราสแควร์ และพันธุ์ทิพย์พลาซ่า
นอกจากนี้ยังสามารถสักการะท้าวมหาพรหมย่านราชประสงค์ รวมถึงเดินไปยังศูนย์การค้าสยามสแควร์ได้อย่างสะดวกสบายไม่เกิน 10 นาที
เปิดให้บริการตั้งแต่ 05.30 - 20.30 น. โดยซื้อตั๋วได้กับพนักงานบนเรือ อัตราค่าโดยสารเริ่มตั้งแต่ 10 - 20 บาท แล้วแต่ระยะทาง ถ้าต้องการเปลี่ยนเรือที่ท่าประตูน้ำ อย่าลืมเก็บตั๋วไว้แสดงบนเรือลำใหม่ด้วย จะได้ไม่เสียเงินเพิ่ม
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 15 ธ.ค. 54 (045)
วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554
10 วิธีเลือกซื้อบ้านประหยัดพลังงาน
วันนี้มีเคล็ดลับสำหรับคนที่กำลังสนใจเลือกซื้อบ้านประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือทาวน์โฮม
การตกแต่งบ้านให้มีความเย็นและอยู่สบายสอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน โดยมีวิธีที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อบ้าน หรือจะสร้างบ้านให้ถูกใจ มีดังนี้
คือไม่ควรออกแบบลานพื้นคอนกรีตบริเวณที่จอดรถยนต์ในทิศทางรับแสงแดด เช่น ทิศใต้ ทิศตะวันตก เนื่องจากวัสดุก่อสร้างดังกล่าวจะสะสมความร้อนไว้ในเวลากลางวันในปริมาณมาก ทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านและตัวบ้านมีอุณหภูมิสูงตามไปด้วย
การทำรั้วบ้านของแต่จะหลัง หรือแต่ละโครงการจะไม่เหมือนกัน ดังนั้น ผู้ซื้อต้องสังเกตและใส่ใจว่า บ้านที่ซื้อนั้น รั้วบ้านเป็นอย่างไร ซึ่งรั้วบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งเหมือนกันที่จะช่วยให้บ้านเย็น โดยรั้วบ้านต้องไม่ทึบตัน เนื่องจากผนังรั้วทึบจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของลมเข้าสู่ตัวบ้านทำให้ พื้นที่ภายในบ้านอับลม
3. ต้นไม้ให้ร่มเงา
บ้านพักอาศัยทั่วไปในปัจจุบันนี้ ทั้งชั้นล่างและชั้นบนมักติดตั้งเครื่องปรับ อากาศให้ความเย็นและลดความชื้นภายในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก การเตรียมการก่อสร้างในส่วนโครงสร้างพื้นชั้นล่างควรปูแผ่นพลาสติกเพื่อ ป้องกันความชื้นที่สามารถระเหยขึ้นมาจากผิวดิน เป็นผลให้มีการสะสมความชื้นภายในพื้นที่ห้องชั้นล่างของตัวบ้าน และเป็นที่มาของภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้นในที่สุด
ซึ่งการออกแบบบ้านเรือนในประเทศไทย ไม่ควรหลงลืมปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เพราะประเทศไทยจะได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ทางทิศใต้เป็นเวลา 8-9 เดือน และมีมุมแดดต่ำทำให้ความร้อนเข้าสู่ตัวอาคารได้ง่ายขึ้น กันแสงแดดได้ยาก จึงทำให้ทิศตะวันตกและทิศใต้มีอิทธิพลจากแสงแดดรุนแรงเกือบตลอดทั้งปี การวางตำแหน่งบ้านและการออกแบบรูปทรงบ้านที่ดีต้องหลีกเลี่ยงการรับแสงแดดในทิศทางดังกล่าว นอกจากนี้ การวางผังบ้านและช่องหน้าต่าง จึงต้องคำนึกถึงทิศทางกระแสลมด้วย แต่หากพื้นที่ทางเข้า-ออกของบ้านกับถนนจำเป็นต้องสร้างบ้านที่รับแดดในทิศทางดังกล่าว ก็มีทางแก้โดยการติดตั้งกันสาดหรือต้นไม้ที่เหมาะสมก็ได้
เพราะการทำครัวไทย นอกจากจะได้อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนถูกปากคนไทยแล้ว ยังก่อให้เกิดความร้อนสะสมขึ้นในครัวเรือนในปริมาณที่มาก อันเนื่องมาจากอุปกรณ์และกิจกรรมการทำครัวต่างๆ ความร้อนที่เกิดขึ้นในห้องครัวที่ติดกับตัวบ้านจะสามารถถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว และกรณีห้องที่ติดกันเป็นพื้นที่ปรับอากาศจะยังสิ้นเปลืองพลังงานในการทำความเย็นของห้องดังกล่าวมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
การระบายความร้อนภายในบ้านโดยใช้ลมธรรมชาติ ต้องมีช่องทางลมเข้าออก การวางตำแหน่งช่องหน้าต่างนั้น ต้องตอบรับทิศทางการเคลื่อนที่ของลมประจำด้วย ในการออกแบบให้ลมไหลผ่านตัวบ้านได้ดีนั้น มีข้อระวัง ได้แก่ ต้องติดตั้งมุ้งลวดเพื่อกรองฝุ่นละอองเกสรที่จะเข้าบ้าน และการติดช่องหน้าต่างในตำแหน่งเยื้องกันจะช่วยบังคับให้ลมไหลผ่านห้องต่างๆ ตามตำแหน่งที่ต้องการได้
ไม่ร้อน และประหยัดพลังงาน บ้านจัดสรรที่ดีควรมีการจัดวางผังเฟอร์นิเจอร์ในแต่ละห้อง แต่ละพื้นที่ในบ้านเพื่อความสะดวกในการจัดเตรียมตำแหน่งติดตั้งเต้ารับ หรือสวิตช์ไว้ล่วงหน้า และเพียงพอสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน นอกจากนี้ การวางตำแหน่ง เฟอร์นิเจอร์ล่วงหน้า จะได้บอกว่าภายในห้องของบ้านมีจุดใดที่มีการกีดขวาง การเคลื่อนที่ของกระแสลมหรือไม่ และควรแก้ไขอย่างไร ซึ่งควรแยกอุปกรณ์ที่จะสร้างความร้อนนอกห้องปรับอากาศ เช่น ตู้เย็น เครื่องต้มน้ำ
คุณสมบัติทางอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ คือการลดอุณหภูมิและความชื้น ทำให้พื้นที่ห้องต่างๆ อยู่ในภาวะที่สบาย ซึ่งการตกแต่งประดับพื้นที่ภายในห้องด้วยน้ำพุ น้ำตก อ่างเลี้ยงปลา หรือแจกันดอกไม้ และทำให้เครื่องปรับอากาศ ต้องใช้พลังงานในการลดความชื้นมากกว่าปกติ
หลังคาที่ดีนั้น นอกจากจะ สามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้ ยังต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกด้วย ภายในช่องว่างใต้หลังคาเป็นพื้นที่กักเก็บความร้อนที่แผ่รังสีมาจากแสงแดด ก่อนจะถ่ายเทเข้าสู่พื้นที่ในส่วนต่างๆ ภายในบ้าน ดังนั้น การออกแบบให้มีการระบายอากาศภายในหลังคาออกไปสู่ภายนอกได้ ไม่ว่าจะเป็นช่องลมบริเวณจั่วหลังคา หรือระแนงชายคาจึงเป็นเรื่องที่ดีต่อการลดความร้อน แต่มีข้อระวังคือ ต้องมีการติดตั้งตาข่ายป้องกันนก แมลง เข้าไปทำรังใต้หลังคาด้วย และต้องมีการป้องกันฝนเข้าช่องเปิดระบายอากาศด้วย
แหล่งอ้างอิง เว็บไซต์กองการศึกษา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
ทายบุคลิกนิสัยของคนจากการถูกชม
คนเราเวลาถูกใครต่อใครชม ก็มักจะแสดงท่าทางอาการเวลาถูกชมออกมาต่างกันและอาการทั้งหลายแหล่ที่ว่ามานี้แหละ สามารถบ่งบอกนิสัยที่แท้จริงของเราได้
สำหรับใครที่เมื่อถูกชมแล้ว มีท่าทางเขินอายเอามากนั้น แสดงออกถึงอุปนิสัยที่มีความละเอียดและอ่อนไหวมากของจิตใจ เมื่อมีอะไรมากระทบก็จะรู้สึกได้เร็วและแรงกว่าคนทั่วไป เป็นคนใจอ่อนยามมีคนมาขอความช่วยเหลือก็จะมีความสงสารและเห็นอกเห็นใจง่ายมาก เวลาพูดจาจะสุภาพเรียบร้อย ไม่ชอบการนินทาว่าร้ายบุคคลอื่น
คนที่เมื่อถูกชมแล้วจะพูดถ่อมตนจนเป็นนิสัยนั้น มักเป็นคนที่มีนิสัยสมถะ ชอบอยู่เงียบๆ และทำงานที่ตนรับผิดชอบได้ดีมีประสิทธิภาพ พึงพอใจกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ไม่ชอบการกระทำในสิ่งที่นำไปสู่การชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมากๆ จะเป็นคนไม่กล้าเพราะประหม่าง่าย และไม่ชอบเป็นจุดเด่น ชอบการเป็นผู้ฟังมากกว่าที่จะต้องแสดงความคิดเห็น
เมื่อถูกชมแล้ว คนๆ นั้นพูดจาโต้ตอบหรือถามคนชมกลับไปในทำนองว่าจริงหรือเปล่าที่พูดเช่นนั้น มักจะเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความเป็นมิตร เข้ากับคนอื่นได้ง่ายและยังเป็นนักพูดที่ดี ชื่นชอบการเข้าสังคม พบปะกับคนมากๆ แต่ไม่ค่อยจะมีบทบาทมากนัก โดยเฉพาะในเรื่องความคิดซึ่งมักจะเป็นผู้รับคำสั่ง มากว่าเป็นผู้คิดขึ้นมาเอง
สำหรับบุคคลที่มักทำท่าตลกคะนองเมื่อได้รับคำชมนั้น จะเป็นคนที่ค่อนข้างจะถือตัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว แม้จะแสดงท่าทางเหมือนกับว่าเข้ากับคนอื่นๆ ง่าย แต่จริงๆ แล้วจะมีความเป็นส่วนตัวสูง และไม่ยอมให้คนที่ไม่รู้จักดีพอเข้ามาสนิทสนมใกล้ชิดด้วยง่ายๆ เลย มักมีความคิดที่แปลกๆ ซึ่งคนทั่วไปมักไม่ค่อยเข้าใจ และจริงๆ แล้วก็เป็นคนที่เข้าใจยากมาก มีความซับซ้อนอยู่ในตัว น้อยคนที่จะได้รู้จักตัวจริง หรือได้คบหาเป็นเพื่อนแท้
สำหรับคนที่ไม่ชอบรับคำชมจากคนอื่นนั้น เป็นคนที่มีศักยภาพในการทำงานสูง เพียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์อันมีค่า มีความรอบคอบและพร้อมเสมอสำหรับการทำงาน จึงเป็นคนที่มีความนับถือตัวเองมาก ฉลาดล้ำลึก รู้เท่าทันคนอื่น และจะให้ความสำคัญกับเรื่องศักดิ์ศรีของตนมาก ไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นดูแคลนตนง่ายๆ ถ้าไม่ใช่คนที่มีความเหนือกว่า นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงและรักความเป็นอิสระ
สำหรับคนที่เมื่อถูกชมจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบคือชมอีกฝ่ายกลับไปในทันทีนั้น จะเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่สนใจหรือแคร์เลยว่าผู้อื่นจะคิดกับตนเช่นไร เป็นคนรักอิสระไม่ชอบตกอยู่ในกฎเกณฑ์ของคนอื่น แต่ถ้าคนอื่นมาอยู่ในกฎเกณฑ์ตนได้จะชอบใจมาก ค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่ก็สามารถพึงพาตัวเองได้ดี
สำหรับคนแบบนี้ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบใช้ชีวิตและทำงานอย่างมีเป้าหมาย ชอบการเรียนรู้จากคนอื่นและเรียนรู้ด้วยตัวเอง มักมีความสงสัย ฉงนสนเท่ห์ในเรื่องที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็เป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ชอบทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ ได้สนุกสนานมีเสียงหัวเราะ เป็นคนใจดี และมีเสน่ห์ในสายตาของคนอื่นๆ
คนที่ชอบยกคำชมให้คนอื่นเมื่อถูกชมนั้น เป็นคนที่มีนิสัยออกไปทางใจบุญสุนทาน ชอบการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ มักจะมองคนทุกคนในด้านดีงามไปหมด และเห็นคุณค่าของคนโดยเท่าเทียมกัน จึงเป็นคนที่เวลาทำงานจะชอบการทำเป็นกลุ่มมากกว่าฉายเดี่ยวหรือวันแมนโชว์ เพราะรู้จักและใช้คนเป็น เมื่อเจอกับปัญหาอะไรขึ้นมา มักจะสนใจใคร่รู้ที่จะติดตามจนรู้ถึงปลายเหตุของปัญหานั้นๆ รู้จักใช้ประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ เป็นคนจริงจังทั้งที่บุคลิกไม่ให้เลย
คนที่ไม่ปฏิเสธคำชมนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ จริงใจ และเสมอต้นเสมอปลาย เคยเป็นเช่นไรก็จะเป็นอย่างนั้น จะไม่ใช่คนที่เสแสร้งถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตนเป็นจริงๆ และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้จักรักษาสิทธิที่ตัวเองพึงจะรับไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ และะจะไม่ก้าวร้าวใครก่อนถ้าไม่ถูกทำให้รู้สึกว่าตนกำลังโดนรังแกกลั่นแกล้ง
แหล่งข้อมูล : วารสาร Smart wealth, MFC, ISSUE 7 | October - December 2011
สำหรับใครที่เมื่อถูกชมแล้ว มีท่าทางเขินอายเอามากนั้น แสดงออกถึงอุปนิสัยที่มีความละเอียดและอ่อนไหวมากของจิตใจ เมื่อมีอะไรมากระทบก็จะรู้สึกได้เร็วและแรงกว่าคนทั่วไป เป็นคนใจอ่อนยามมีคนมาขอความช่วยเหลือก็จะมีความสงสารและเห็นอกเห็นใจง่ายมาก เวลาพูดจาจะสุภาพเรียบร้อย ไม่ชอบการนินทาว่าร้ายบุคคลอื่น
คนที่เมื่อถูกชมแล้วจะพูดถ่อมตนจนเป็นนิสัยนั้น มักเป็นคนที่มีนิสัยสมถะ ชอบอยู่เงียบๆ และทำงานที่ตนรับผิดชอบได้ดีมีประสิทธิภาพ พึงพอใจกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ไม่ชอบการกระทำในสิ่งที่นำไปสู่การชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมากๆ จะเป็นคนไม่กล้าเพราะประหม่าง่าย และไม่ชอบเป็นจุดเด่น ชอบการเป็นผู้ฟังมากกว่าที่จะต้องแสดงความคิดเห็น
เมื่อถูกชมแล้ว คนๆ นั้นพูดจาโต้ตอบหรือถามคนชมกลับไปในทำนองว่าจริงหรือเปล่าที่พูดเช่นนั้น มักจะเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความเป็นมิตร เข้ากับคนอื่นได้ง่ายและยังเป็นนักพูดที่ดี ชื่นชอบการเข้าสังคม พบปะกับคนมากๆ แต่ไม่ค่อยจะมีบทบาทมากนัก โดยเฉพาะในเรื่องความคิดซึ่งมักจะเป็นผู้รับคำสั่ง มากว่าเป็นผู้คิดขึ้นมาเอง
สำหรับบุคคลที่มักทำท่าตลกคะนองเมื่อได้รับคำชมนั้น จะเป็นคนที่ค่อนข้างจะถือตัวอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว แม้จะแสดงท่าทางเหมือนกับว่าเข้ากับคนอื่นๆ ง่าย แต่จริงๆ แล้วจะมีความเป็นส่วนตัวสูง และไม่ยอมให้คนที่ไม่รู้จักดีพอเข้ามาสนิทสนมใกล้ชิดด้วยง่ายๆ เลย มักมีความคิดที่แปลกๆ ซึ่งคนทั่วไปมักไม่ค่อยเข้าใจ และจริงๆ แล้วก็เป็นคนที่เข้าใจยากมาก มีความซับซ้อนอยู่ในตัว น้อยคนที่จะได้รู้จักตัวจริง หรือได้คบหาเป็นเพื่อนแท้
สำหรับคนที่ไม่ชอบรับคำชมจากคนอื่นนั้น เป็นคนที่มีศักยภาพในการทำงานสูง เพียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์อันมีค่า มีความรอบคอบและพร้อมเสมอสำหรับการทำงาน จึงเป็นคนที่มีความนับถือตัวเองมาก ฉลาดล้ำลึก รู้เท่าทันคนอื่น และจะให้ความสำคัญกับเรื่องศักดิ์ศรีของตนมาก ไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นดูแคลนตนง่ายๆ ถ้าไม่ใช่คนที่มีความเหนือกว่า นอกจากนี้ยังเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคงและรักความเป็นอิสระ
สำหรับคนที่เมื่อถูกชมจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบคือชมอีกฝ่ายกลับไปในทันทีนั้น จะเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่สนใจหรือแคร์เลยว่าผู้อื่นจะคิดกับตนเช่นไร เป็นคนรักอิสระไม่ชอบตกอยู่ในกฎเกณฑ์ของคนอื่น แต่ถ้าคนอื่นมาอยู่ในกฎเกณฑ์ตนได้จะชอบใจมาก ค่อนข้างเอาแต่ใจ แต่ก็สามารถพึงพาตัวเองได้ดี
สำหรับคนแบบนี้ เป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบใช้ชีวิตและทำงานอย่างมีเป้าหมาย ชอบการเรียนรู้จากคนอื่นและเรียนรู้ด้วยตัวเอง มักมีความสงสัย ฉงนสนเท่ห์ในเรื่องที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็เป็นคนที่มีอารมณ์ขัน ชอบทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ ได้สนุกสนานมีเสียงหัวเราะ เป็นคนใจดี และมีเสน่ห์ในสายตาของคนอื่นๆ
คนที่ชอบยกคำชมให้คนอื่นเมื่อถูกชมนั้น เป็นคนที่มีนิสัยออกไปทางใจบุญสุนทาน ชอบการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ มักจะมองคนทุกคนในด้านดีงามไปหมด และเห็นคุณค่าของคนโดยเท่าเทียมกัน จึงเป็นคนที่เวลาทำงานจะชอบการทำเป็นกลุ่มมากกว่าฉายเดี่ยวหรือวันแมนโชว์ เพราะรู้จักและใช้คนเป็น เมื่อเจอกับปัญหาอะไรขึ้นมา มักจะสนใจใคร่รู้ที่จะติดตามจนรู้ถึงปลายเหตุของปัญหานั้นๆ รู้จักใช้ประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ เป็นคนจริงจังทั้งที่บุคลิกไม่ให้เลย
คนที่ไม่ปฏิเสธคำชมนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ จริงใจ และเสมอต้นเสมอปลาย เคยเป็นเช่นไรก็จะเป็นอย่างนั้น จะไม่ใช่คนที่เสแสร้งถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตนเป็นจริงๆ และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง รู้จักรักษาสิทธิที่ตัวเองพึงจะรับไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ และะจะไม่ก้าวร้าวใครก่อนถ้าไม่ถูกทำให้รู้สึกว่าตนกำลังโดนรังแกกลั่นแกล้ง
แหล่งข้อมูล : วารสาร Smart wealth, MFC, ISSUE 7 | October - December 2011
วัดพระศรีมหาธาตุฯ วัดประชาธิปไตย
จะหาวัดไหว้พระ ในความหมายชาติต้องอยู่คู่กับศาสนา ไปได้ที่ "วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร" วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ใกล้กับวงเวียนหลักสี่ สร้างขึ้นในปี 2483 สมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามแบบประชาธิปไตย เมื่อปี 2475 ในความหมายที่ว่า ชาติต้องอยู่คู่กับศาสนา
โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคทรัพย์และที่ดิน ซึ่งสร้างเสร็จทันในวันชาติ 24 มิถุนายน 2484 พอดี จนมีอีกชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย"
จุดเด่นของวัดมี "พระเจดีย์ศรีมหาธาตุ" ที่สูง 38 ม. ตั้งตระหง่านและสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีเจดีย์องค์เล็กประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่นำมาจากประเทศอินเดีย และที่ผนังมีช่องบรรจุอัฐิของผู้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ มีพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย "ศรีสัมพุทธมุนี" เป็นพระประธาน ด้านซ้ายและขวามีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ 2 ต้น ที่ตัดมาจากกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ล้อมรอบด้วยบ่อน้ำขนาดใหญ่
วัดแห่งนี้เดินทางมาแสนสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวาง เปิดให้สักการะพระบรมสารีริกธาตุทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม นอกจากกราบไหว้พระธาตุฯ เพื่อเสริมสิริมงคลแล้ว ยังได้รำลึกถึงคุณค่าความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอีกด้วย
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 14 ธ.ค. 54 (044)
โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคทรัพย์และที่ดิน ซึ่งสร้างเสร็จทันในวันชาติ 24 มิถุนายน 2484 พอดี จนมีอีกชื่อว่า "วัดประชาธิปไตย"
จุดเด่นของวัดมี "พระเจดีย์ศรีมหาธาตุ" ที่สูง 38 ม. ตั้งตระหง่านและสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีเจดีย์องค์เล็กประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่นำมาจากประเทศอินเดีย และที่ผนังมีช่องบรรจุอัฐิของผู้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ มีพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย "ศรีสัมพุทธมุนี" เป็นพระประธาน ด้านซ้ายและขวามีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ 2 ต้น ที่ตัดมาจากกิ่งพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ล้อมรอบด้วยบ่อน้ำขนาดใหญ่
วัดแห่งนี้เดินทางมาแสนสะดวก มีที่จอดรถกว้างขวาง เปิดให้สักการะพระบรมสารีริกธาตุทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม นอกจากกราบไหว้พระธาตุฯ เพื่อเสริมสิริมงคลแล้ว ยังได้รำลึกถึงคุณค่าความเป็นประชาธิปไตยของประเทศอีกด้วย
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 14 ธ.ค. 54 (044)
วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554
หนาวๆ ต้องฮ่องกง
จุดแข็งของฮ่องกงคือ เป็นเมืองนอกที่อากาศเย็นกว่าบ้านเรา ใช้เวลาเดินทางน้อย จำกัดงบประมาณได้ แบบว่ามีเวลาสัก 3 วัน กับเงิน 2 หมื่นบาท ก็ไปสัมผัสฮ่องกงได้แล้ว เวลาเดินทางนั้น เฉพาะเวลาบนเครื่องน่าจะสูสีหรือน้อยกว่าขับรถไปเขาใหญ่ ง่ายที่สุดคือไปกับกรุ๊ปทัวร์ แต่จะให้สนุกกว่าต้องไปเอง ขอเพียงคุณขึ้นรถไฟใต้ดินเป็น พูดอังกฤษได้นิดๆ หน่อยๆ ก็ไปถึงและกลับได้แน่นอน
ระบบรถไฟใต้ดินของฮ่องกงเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แบบว่าเห็นแผนที่ก็ยิ้มเลย จะหาข้อมูลเดินทางไม่ว่าตั๋วเครื่องบิน ที่เที่ยว ที่พัก ที่กิน ตามเว็บไซต์ก็มีให้อ่านมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีกลุ่มแฟนคลับฮ่องกงจัดทำข้อมูลไว้แบบละเอียดดีมาก
เที่ยวสไตล์ฮ่องกง คือ การนั่งรถไฟใต้ดินไปยังตลาดหรือจุดชมวิวต่างๆ แต่ละจุดต้องออกแรงเดินเยอะกว่าอยู่บ้านเรา ท่ามกลางผู้คนที่แต่งแฟชั่นหน้าหนาวสวยๆ ในเมืองศิวิไลซ์ที่ไม่เคยหลับ
อาหารการกิน จะเลือกกินอาหารจานเดียว ซึ่งแพงกว่าบ้านเราเล็กน้อยก็ได้ บางร้านเดินผ่านทำเอาสะดุ้ง เจ้าของร้านที่เป็นคนฮ่องกงแท้ๆ ร้องทักออกมา "กินข้าวไหม ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ก็มี!"
แหล่งที่มา โดยปริญญา ผดุงถิ่น : นสพ. M2F วันอังคารที่ 13 ธ.ค. 54 (043)
ระบบรถไฟใต้ดินของฮ่องกงเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แบบว่าเห็นแผนที่ก็ยิ้มเลย จะหาข้อมูลเดินทางไม่ว่าตั๋วเครื่องบิน ที่เที่ยว ที่พัก ที่กิน ตามเว็บไซต์ก็มีให้อ่านมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีกลุ่มแฟนคลับฮ่องกงจัดทำข้อมูลไว้แบบละเอียดดีมาก
เที่ยวสไตล์ฮ่องกง คือ การนั่งรถไฟใต้ดินไปยังตลาดหรือจุดชมวิวต่างๆ แต่ละจุดต้องออกแรงเดินเยอะกว่าอยู่บ้านเรา ท่ามกลางผู้คนที่แต่งแฟชั่นหน้าหนาวสวยๆ ในเมืองศิวิไลซ์ที่ไม่เคยหลับ
อาหารการกิน จะเลือกกินอาหารจานเดียว ซึ่งแพงกว่าบ้านเราเล็กน้อยก็ได้ บางร้านเดินผ่านทำเอาสะดุ้ง เจ้าของร้านที่เป็นคนฮ่องกงแท้ๆ ร้องทักออกมา "กินข้าวไหม ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ก็มี!"
แหล่งที่มา โดยปริญญา ผดุงถิ่น : นสพ. M2F วันอังคารที่ 13 ธ.ค. 54 (043)
เติมพลังให้สมอง
หลังจากเลิกงานแล้ว ก็ควรเป็นช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ควรหอบงานกลับไปทำที่บ้าน และควรยุติความคิดเรื่องงานที่วนเวียนอยู่ในหัวก่อนนอน เพื่อสมองจะได้พักผ่อน อาจลงหาหนังสือเนื้อหาเบาๆ อ่าน หรือฟังเพลงช้าๆ ก็ช่วยให้การนอนหลับง่ายขึ้น
อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่คนทำงานชอบเมิน หากไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง อย่างน้อยได้แซนด์วิช ขนมปัง กับน้ำเต้าหู้ หรือนมก็ยังดี การที่มีอะไรใส่ท้องบ้างเป็นสัญญาณสำคัญให้ร่างกายพร้อมรับวันใหม่
ยิ่งแก่ตัวสมองก็มีแต่ตอบสนองช้าไปเรื่อยๆ เริ่มบำรุงสมองกันตั้งแต่วันนี้ ด้วยการได้รับสารอาหาร ดังนี้ วิตามินบี 6, วิตามินบี 9, วิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก
นอกจากชาและกาแฟแล้ว ควรจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พร้อมสำหรับการทำงาน
หลายครั้งที่อาการล้าขณะทำงานเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป คลายความล้านั้นได้โดยหลับตาแล้วมองขึ้นบน ลงล่าง ขวา และซ้ายให้สุด ค้างไว้ทิศทางละ 10 วินาที แล้วจึงลืมตา จะช่วยให้ดวงตากลับมาสดใสดังเดิม
ความซ้ำซาก จำเจ ทำให้เราขาดแรงบันดาลใจใหม่ๆ อาจลองหาเวลาปลีกตัวจากความน่าเบื่อเหล่านั้นไปกับสิ่งที่ชอบ เช่น ทำงานอดิเรก ช็อปปิ้ง ทำสมาธิ ท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะมอบพลังให้คุณเหมือนโทรศัพท์ได้ชาร์จแบตเตอรี่เลยล่ะ
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 13 ธ.ค. 54 (043)
อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่คนทำงานชอบเมิน หากไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง อย่างน้อยได้แซนด์วิช ขนมปัง กับน้ำเต้าหู้ หรือนมก็ยังดี การที่มีอะไรใส่ท้องบ้างเป็นสัญญาณสำคัญให้ร่างกายพร้อมรับวันใหม่
ยิ่งแก่ตัวสมองก็มีแต่ตอบสนองช้าไปเรื่อยๆ เริ่มบำรุงสมองกันตั้งแต่วันนี้ ด้วยการได้รับสารอาหาร ดังนี้ วิตามินบี 6, วิตามินบี 9, วิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก
นอกจากชาและกาแฟแล้ว ควรจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พร้อมสำหรับการทำงาน
หลายครั้งที่อาการล้าขณะทำงานเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป คลายความล้านั้นได้โดยหลับตาแล้วมองขึ้นบน ลงล่าง ขวา และซ้ายให้สุด ค้างไว้ทิศทางละ 10 วินาที แล้วจึงลืมตา จะช่วยให้ดวงตากลับมาสดใสดังเดิม
ความซ้ำซาก จำเจ ทำให้เราขาดแรงบันดาลใจใหม่ๆ อาจลองหาเวลาปลีกตัวจากความน่าเบื่อเหล่านั้นไปกับสิ่งที่ชอบ เช่น ทำงานอดิเรก ช็อปปิ้ง ทำสมาธิ ท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะมอบพลังให้คุณเหมือนโทรศัพท์ได้ชาร์จแบตเตอรี่เลยล่ะ
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 13 ธ.ค. 54 (043)
ตุ๊กตาจิ๋วแฮนด์เมต ณ บางกอกดอลล์
โมเดลตุ๊กตาไทยขนาดจิ๋ว แรกเริ่มมักใช้เป็นของฝากชาวต่างชาติ เพราะประดิษฐ์ด้วยมือจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน เป็นงานหัตถศิลป์ มีความประณีตสูง
ที่ "บางกอกดอลล์" ถือเป็นจุดกำเนิดตุ๊กตาแฮนด์เมตส่งออกแห่งแรกๆ ของไทย ไอเดียก่อเกิดจากในองค์การสหประชาชาติ จะมีตุ๊กตาประจำชาติเก็บรักษาไว้ โดยคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น
ตุ๊กตาตัวแรกตั้งชื่อว่า "ตุ๊กตาบางกอก" หรือบางกอกดอลล์ ในปี 2552
หลังจากนั้น ตุ๊กตาและละครรำชื่อ "นาง" ได้ถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และผลิตตุ๊กตาจับคู่รูปพระนาง หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา หนุมานรบทศกัณฐ์ ขนาด 12 นิ้ว เพื่อพระราชทานแก่เจ้าหญิงอเล็กซานดร้าแห่งเค้นด์ ราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขณะเดียวกันก็ได้ผลิตเป็นสินค้าส่งออกโดยลดไซส์เหลือ 8 นิ้ว เน้นผลิตตุ๊กตาโขน ละครรำ ตัวละครในวรรณคดี วิถีชีวิตชาวไทยในชนบท และชาวเขาเผ่าต่างๆ โดยชุดที่ขายดีที่สุดคือ ชุดรามเกียรติ์ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ
พิพิธภัณฑ์บางกอกดอลล์ อยู่ตรงซอยหมอเหล็ง ราชปรารภ เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 16.00 น. ฟรี ไม่เสียค่าใช้เข้าชม เชิญเที่ยวชมและหาซื้อของฝากคนที่คุณได้
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 13 ธ.ค. 54 (043)
ที่ "บางกอกดอลล์" ถือเป็นจุดกำเนิดตุ๊กตาแฮนด์เมตส่งออกแห่งแรกๆ ของไทย ไอเดียก่อเกิดจากในองค์การสหประชาชาติ จะมีตุ๊กตาประจำชาติเก็บรักษาไว้ โดยคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น
ตุ๊กตาตัวแรกตั้งชื่อว่า "ตุ๊กตาบางกอก" หรือบางกอกดอลล์ ในปี 2552
หลังจากนั้น ตุ๊กตาและละครรำชื่อ "นาง" ได้ถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และผลิตตุ๊กตาจับคู่รูปพระนาง หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา หนุมานรบทศกัณฐ์ ขนาด 12 นิ้ว เพื่อพระราชทานแก่เจ้าหญิงอเล็กซานดร้าแห่งเค้นด์ ราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขณะเดียวกันก็ได้ผลิตเป็นสินค้าส่งออกโดยลดไซส์เหลือ 8 นิ้ว เน้นผลิตตุ๊กตาโขน ละครรำ ตัวละครในวรรณคดี วิถีชีวิตชาวไทยในชนบท และชาวเขาเผ่าต่างๆ โดยชุดที่ขายดีที่สุดคือ ชุดรามเกียรติ์ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ
พิพิธภัณฑ์บางกอกดอลล์ อยู่ตรงซอยหมอเหล็ง ราชปรารภ เปิดบริการทุกวัน 08.00 - 16.00 น. ฟรี ไม่เสียค่าใช้เข้าชม เชิญเที่ยวชมและหาซื้อของฝากคนที่คุณได้
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 13 ธ.ค. 54 (043)
วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554
Google Logo : 12 ธ.ค. 2554 Robert Noyce
Robert Norton Noyce (December 12, 1927 – June 3, 1990) เรียกชื่อเล่นว่า "the Mayor of Silicon Valley" ที่ได้ร่วมก่อตั้ง Fairchild Semiconductor ในปี 1957 และ Intel ในปี 1968 กับการประดิษฐ์ของวงจรรวมหรือชิปที่เป็นเชื้อเพลิงการปฏิวัติคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554
10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ
วันรัฐธรรมนูญ เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี
ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ หมายถึง กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ
วันรัฐธรรมนูญ ตรงกับ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย
ประวัติความเป็นมา
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคลคณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งหมด 18 ฉบับ
รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475" จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับ ดังนี้
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดความผันผวนทางการเมืองภายในประเทศ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นการเผชิญหน้าทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ และฝ่ายที่ต่อต้าน รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นขั้นตอนการร่าง เช่น ประชานไม่ได้มีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การที่ คมช. ผูกขาดการสรรหาสมาชิก สสร. และในเนื้อหาสาระของร่างก็มีประเด็น เช่น มีการกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาเกือบกึ่งหนึ่งของจำนวนมาจากการแต่งตั้ง รวมถึงการนิรโทษกรรม คมช. เองสำหรับการก่อรัฐประหาร เป็นต้น
ความหมายของรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญ หมายถึง กฎหมายว่าด้วยระเบียบการปกครองประเทศ
วันรัฐธรรมนูญ ตรงกับ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย
ประวัติความเป็นมา
- พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรีทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ
- หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผลอันนี้ได้กระทบมาถึงไทยด้วย พระองค์ได้แก้ไขเศรษฐกิจโดยปลดข้าราชการออก ยังความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการ
- อิทธิพลจากตะวันตกเกี่ยวกับอุดมการทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนหนุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
- รัฐบาลได้ออกกฏหมายเก็บภาษี อาทิ ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน จากราษฎร
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคลคณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ
- พระมหากษัตริย์
- สภาผู้แทนราษฎร
- คณะกรรมการราษฎร
- ศาล
ลักษณะการปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เป็นสถาบันที่ถาวรและมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์ การปฏิบัติราชการต่างๆ จะต้องมีกรรมการราษฎรผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎรจึงจะใช้ได้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทั้งหมด 18 ฉบับ
รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475" จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับ ดังนี้
- พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 (27 มิถุยายน - 10 ธันวาคม 2475)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม (ไทย) พุทธศักราช 2475 (10 ธันวาคม 2475 - 9 พฤษภาคม 2489) ถูกยกเลิกเพราะล้าสมัย
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (9 พฤษภาคม 2489 - 8 พฤศจิกายน 2490) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐ
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 รัฐธรรมนูญตุ่มแดง หรือ รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม (9 พฤศจิกายน 2490 - 23 มีนาคม 2492)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 (23 มีนาคม 2492 - 29 พฤศิกายน 2494) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 (8 มีนาคม 2495 - 20 ตุลาคม 2501) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
- ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 (28 มกราคม 2502 - 20 มิถุนายน 2511)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 (20 มิถุนายน 2511 - 17 พฤศจิกายน 2514) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
- ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 (25 ธันวาคม 2515 - 7 ตุลาคม 2517)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 (7 ตุลาคม 2517 - 6 ตุลาคม 2519) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิรูป
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 (22 ตุลาคม 2519 - 20 ตุลาคม 2520)
- ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 (9 พฤศจิกายน 2520 - 22 ธันวาคม 2521)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 (22 ธันวาคม 2521 - 23 กุมภาพันธ์ 2534) ถูกยกเลิกโดยคณะรสช.
- ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 (1 มีนาคม - 9 ตุลาคม 2534)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 (9 ธันวาคม 2534 - 11 ตุลาคม 2540) ถูกยกเลิกหลังตรารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ฉบับประชาชน (11 ตุลาคม 2540 - 19 กันยายน 2549) ถูกยกเลิกโดยคณะ คปค.
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 (1 ตุลาคม 2549 - 24 สิงหาคม 2550)
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (24 สิงหาคม 2550 - ปัจจุบัน)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (ฉบับปัจจุบัน)
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 18 ซึ่งจัดร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในปี 2549-2550 ภายหลังการรัฐประหารในประเทศ โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อคณะเป็น "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ" (คมช.) โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา และมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายทันที แทนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549
โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ เป็นกฎหมายไทยฉบับแรกที่เมื่อร่างเสร็จและได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว มีการเผยแพร่ให้ประชาชนได้ลงประชามติว่าจะยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550
โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ เป็นกฎหมายไทยฉบับแรกที่เมื่อร่างเสร็จและได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว มีการเผยแพร่ให้ประชาชนได้ลงประชามติว่าจะยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2550
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดความผันผวนทางการเมืองภายในประเทศ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นการเผชิญหน้าทั้งจากฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญ และฝ่ายที่ต่อต้าน รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นขั้นตอนการร่าง เช่น ประชานไม่ได้มีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การที่ คมช. ผูกขาดการสรรหาสมาชิก สสร. และในเนื้อหาสาระของร่างก็มีประเด็น เช่น มีการกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาเกือบกึ่งหนึ่งของจำนวนมาจากการแต่งตั้ง รวมถึงการนิรโทษกรรม คมช. เองสำหรับการก่อรัฐประหาร เป็นต้น
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกแก้ไขสองครั้งในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 โดยมีประเด็นที่แก้ไขคือ ระบบการเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 มาตรา 93-98) และข้อกำหนดในการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 มาตรา 190)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีทั้งหมด 309 หมวด โดยมีเนื้อหาสาระตามหมวดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
คำปรารภ
- หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 1-7)
- หมวด 2 พระมหากษัตริย์ (มาตรา 8-25)
- หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย (มาตรา 26-69)
- หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย (มาตรา 70-74)
- หมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ (มาตรา 75-87)
- หมวด 6 รัฐสภา (มาตรา 88-162)
- หมวด 7 การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน (มาตรา 163-165)
- หมวด 8 การเงิน การคลัง และงบประมาณ (มาตรา 166-170)
- หมวด 9 คณะรัฐมนตรี (มาตรา 171-196)
- หมวด 10 ศาล (มาตรา 197-228)
- หมวด 11 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ (มาตรา 229-258)
- หมวด 12 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ (มาตรา 259-278)
- หมวด 13 จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 279-280)
- หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 281-290)
- หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (มาตรา 291)
- บทเฉพาะกาล (มาตรา 292-309)
วันรัฐธรรมนูญ
สถาบันที่เกิดใหม่คือ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอำนาจทางนิติบัญญัติออกกฎหมายต่างๆ ซึ่งเมื่อพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้วจึงมีผลบังคับได้ เหตุนี้ในระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาผู้แทนจึงเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง ส่วนการใช้อำนาจตุลาการยังคงให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้วพิจารณาพิพากษาคดี ให้เป็นไปตามกฎหมายได้ตามเดิม
กระทั่งถึง วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร ซึ่งมีหลักการต่างกับฉบับแรกในวาระสำคัญหลายประการ อาทิได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นการปกครองแบบรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2475 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองเป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี
ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งให้บริหารราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินต่อสภาผู้แทน รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะยุบ สภาผู้แทนได้
หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญ ของรัฐที่มีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎร เลือกตั้งใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์นั้นได้บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ดำรง อยู่ในฐานะอัน
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม เพื่อเป็นการระลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก อันเป็นฉบับถาวร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ทางราชการจึงกำหนด วันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ
กิจกรรมวันรัฐธรรมนูญ
มีการจัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฉลอง ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทุกปีสืบมา งานนี้เป็นงานพระราชพิธีและรัฐพิธีร่วมกัน และมีพิธีการวางพวงมาลาถวายสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และจะมีการประดับธงชาติบริเวณอาคารบ้านเรือน
มีการจัดงาน "เด็กไทย รักรัฐสภา" พร้อมเปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนได้สัมภาษณ์ และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ
แหล่งอ้างอิง เว็บไซต์กระปุกดอสคอม
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ไหว้พระทองคำ "วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร"
"วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร" พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ใกล้สถานีรถไฟหัวลำโพง เข้าสักการะพระพุทธรูปทองคำสมัยสุโขทัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เดิมชื่อ วัดสามจีนใต้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรือพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ตามประวัติเดิม พระพุทธรูปองค์นี้พอกปูนปิดทั้งองค์ อัญเชิญมาจากวัดพระยาไกร ในสมัยรัชกาลที่ 3
เมื่อมาถึงวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ท่านเจ้าอาวาสได้ตรวจดูองค์พระ พบรอยแตกที่พระอุระ (อก) เห็นรักฉาบผิวองค์พระด้านใน เมื่อแกะรักออกได้ พบพระพุทธรูปปางมารวิชัย สกุลช้างสุโขทัย
พุทธลักษณะผุดผ่องงดงามด้วยเนื้อทองบริสุทธิ์ โดยหนังสือกินเนสบุ๊กปี 2534 บันทึกมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำสูงถึง 21.1 ล้านปอนด์
ผู้เชี่ยวชาญทางพุทธปฏิมากรรมกล่าวตรงกันว่า พระพุทธรูปองค์นี้จัดอยู่ในยุคคลาสิกบริบูรณ์ อันเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดของสกุลช่างสุโขทัย ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 19
พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ามาสักการะพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตรฯ ได้ทุกวัน...รับรองอิ่มบุญ อิ่มใจ ในพุทธปฏิมายุคสุโขทัยที่ใหญที่สุดในโลกได้ที่นี่...
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 9 ธ.ค. 54 (042)
วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เดิมชื่อ วัดสามจีนใต้ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร หรือพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ตามประวัติเดิม พระพุทธรูปองค์นี้พอกปูนปิดทั้งองค์ อัญเชิญมาจากวัดพระยาไกร ในสมัยรัชกาลที่ 3
เมื่อมาถึงวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ท่านเจ้าอาวาสได้ตรวจดูองค์พระ พบรอยแตกที่พระอุระ (อก) เห็นรักฉาบผิวองค์พระด้านใน เมื่อแกะรักออกได้ พบพระพุทธรูปปางมารวิชัย สกุลช้างสุโขทัย
พุทธลักษณะผุดผ่องงดงามด้วยเนื้อทองบริสุทธิ์ โดยหนังสือกินเนสบุ๊กปี 2534 บันทึกมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำสูงถึง 21.1 ล้านปอนด์
ผู้เชี่ยวชาญทางพุทธปฏิมากรรมกล่าวตรงกันว่า พระพุทธรูปองค์นี้จัดอยู่ในยุคคลาสิกบริบูรณ์ อันเป็นยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดของสกุลช่างสุโขทัย ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 19
พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ามาสักการะพระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตรฯ ได้ทุกวัน...รับรองอิ่มบุญ อิ่มใจ ในพุทธปฏิมายุคสุโขทัยที่ใหญที่สุดในโลกได้ที่นี่...
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 9 ธ.ค. 54 (042)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568
ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...
-
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ...
-
การจ่ายเงินรายได้ไม่ครบถ้วน ว่าจริงๆ แล้วเงินที่ทางผู้จ้างได้จ่ายให้ผู้รับจ้างไม่ครบนั้น เพราะว่าทางผู้จ้างได้หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซ...

