พิพิธภัณฑ์ประยูรภัณฑาคารหรือพรินทรปริยัติธรรมศาลา มีที่มาจากเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) ได้สร้างศาลาต่อมุขพระบรมธาตุมหาเจดีย์เมื่อปี 2428 เพื่อเป็นที่ศึกษาพระปริยัติธรรมอุทิศถวายแด่ผู้เป็นบิดาและมารดา
ต่อมาในปี 2459 กระทรวงธรรมการ (ปัจจุบันคือ กระทรวงศึกษาธิการ) ได้ใช้เป็นห้องอ่านหนังสือสำหรับประชาชนในวัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร หอพรินทรปริยัติธรรมศาลาจึงเป็นห้องสมุดประชาชนแห่งแรกในประเทศไทย และกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในปี 2492
ในช่วงปลายปี 2550 ได้มีการนำพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากศรีลังกาประดิษฐานไว้ส่วนบนของพระบรมธาตุมหาเจดีย์ และได้พบกรุพระพุทธรูปโบราณ พระบรมสารีริกธาตุองค์ดั้งเดิมหุ้มทองคำบรรจุในภาชนะที่เรียกว่า อูบ และพบกรุพระเครื่องในบาตรนับพันองค์
จากนั้นได้นำพระบรมสารีริกธาตุองค์เดิมบรรจุในเจดีย์ทองคำที่เททองขึ้นใหม่ แล้วนำพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา พระพุทธรูปโบราณ พระเครื่อง และวัตถุโบราณ ตั้งไว้ในห้องพิพิธภัณฑ์ตรงฐานพระเจดีย์ โดยทางวัดได้บูรณะหอพรินทรปริยัติธรรมศาลาจนแล้วเสร็จในปี 2551 จึงเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันนี้
ต่อมาได้มีญาติโยมนำพระพุทธรูปเก่าแก่มาให้ทางวัดเก็บรักษาด้วยคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนที่มีทั้งหมด เข้าชมได้ฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 21.00 น. ที่วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร เชิงสะพานพุทธ
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันrพฤหัสบดีที่ 9 ม.ค. 57 (551)
วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557
ชีวิตกับการขับรถ
ตอนที่หัดขับรถ...
การขับรถเดินหน้าไปเรื่อยๆ ชิวๆ
ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
แต่!! สิ่งที่ยากที่สุดตอนนั้น
คือการขับรถถอยหลังต่างหาก
ไม่ว่าจะถอยหลังเข้าซอง
หรือแค่ถอยหลังเฉยๆ
ต้องหันมองแล้วมองอีก
เพราะกลัวว่าจะถอยไปชนอะไรเข้า
เหงื่อแตก ปากสั่นๆ กดดัน
หรือที่เค้าเรียกกันว่า "มือใหม่ หัดขับ"
.
.
หากจะเปรียบเทียบชีวิตกับการขับรถ
การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า คงไม่ได้ง่ายดายนัก
เพราะว่าเราอาจจะเจออุปสรรคมากมาย
เจอความผิดหวังมากระทบ กระแทก
จนบางครั้งเกิดความคิดอยากจะ "ถอยหลัง"
บางคนถึงขั้นแอบเผลอคิดไปว่า
การ "ถอยหลัง" น่าจะง่ายกว่า "เดินหน้า"
เราจึงปล่อยให้ชีวิตของเรา
ถอยหลังไปเรื่อยๆ กับความสบาย
วันเวลาที่ผ่านไป สายลม แสงแดด
รวมถึงนั่งมองความฝันไปที่สายรุ้ง
บางคนถอยหลังมาสักพักเพื่อตั้งหลัก
แต่บางคนถอยหลังไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย
พอรู้สึกตัวอีกที ก็ถอยมาจนสุดทาง
ชนเข้ากับกำแพงจังเบ้อเร่อ
สุดท้ายแล้วล้อรถก็หยุดหมุน...
.
.
วินาทีตอนนั้น ..
คงทำได้แค่เพียงจอดรถอยู่กับที่ "นิ่งๆ"
เพราะถอยไปข้างหลังไม่ได้อีกแล้ว
การเดินหน้า อาจจะทำให้เจอกับปัญหา
การถอยหลัง อาจจะทำเพื่อตั้งหลัก
แต่สิ่งที่เปลืองน้ำมันที่สุด คือ
การเลือกที่จะจอดรถนิ่งๆอยู่กับที่
.
.
ว่าแต่ "ชีวิตคุณ"
คือรถคันนั้นหรือเปล่า
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
การขับรถเดินหน้าไปเรื่อยๆ ชิวๆ
ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
แต่!! สิ่งที่ยากที่สุดตอนนั้น
คือการขับรถถอยหลังต่างหาก
ไม่ว่าจะถอยหลังเข้าซอง
หรือแค่ถอยหลังเฉยๆ
ต้องหันมองแล้วมองอีก
เพราะกลัวว่าจะถอยไปชนอะไรเข้า
เหงื่อแตก ปากสั่นๆ กดดัน
หรือที่เค้าเรียกกันว่า "มือใหม่ หัดขับ"
.
.
หากจะเปรียบเทียบชีวิตกับการขับรถ
การเคลื่อนที่ไปข้างหน้า คงไม่ได้ง่ายดายนัก
เพราะว่าเราอาจจะเจออุปสรรคมากมาย
เจอความผิดหวังมากระทบ กระแทก
จนบางครั้งเกิดความคิดอยากจะ "ถอยหลัง"
บางคนถึงขั้นแอบเผลอคิดไปว่า
การ "ถอยหลัง" น่าจะง่ายกว่า "เดินหน้า"
เราจึงปล่อยให้ชีวิตของเรา
ถอยหลังไปเรื่อยๆ กับความสบาย
วันเวลาที่ผ่านไป สายลม แสงแดด
รวมถึงนั่งมองความฝันไปที่สายรุ้ง
บางคนถอยหลังมาสักพักเพื่อตั้งหลัก
แต่บางคนถอยหลังไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย
พอรู้สึกตัวอีกที ก็ถอยมาจนสุดทาง
ชนเข้ากับกำแพงจังเบ้อเร่อ
สุดท้ายแล้วล้อรถก็หยุดหมุน...
.
.
วินาทีตอนนั้น ..
คงทำได้แค่เพียงจอดรถอยู่กับที่ "นิ่งๆ"
เพราะถอยไปข้างหลังไม่ได้อีกแล้ว
การเดินหน้า อาจจะทำให้เจอกับปัญหา
การถอยหลัง อาจจะทำเพื่อตั้งหลัก
แต่สิ่งที่เปลืองน้ำมันที่สุด คือ
การเลือกที่จะจอดรถนิ่งๆอยู่กับที่
.
.
ว่าแต่ "ชีวิตคุณ"
คือรถคันนั้นหรือเปล่า
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
เงินก็เหมือนอาหาร
เงินก็เหมือนอาหาร
เวลาที่เราหิว เราจะนึกอะไรไม่ออก นอกจากอยากกินข้าว
ต่อเมื่อเราได้กินอิ่มแล้ว
เราถึงจะค่อยมีความคิดอยากไปทำสิ่งอื่นที่จรรโลงโลก
เพราะฉะนั้นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิต
ที่หลายคนปฏิเสธไม่อยากพูดถึง
ทั้งที่จริงเราต้องทำให้ได้ก็คือ
"รีบทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องเงินให้เร็วที่สุด"
เราจะได้มีเวลาไปทำสิ่งอื่นที่จรรโลงชีวิต
มากกว่าจะมานั่งคิดว่าทำยังไงให้รอดไปได้แต่ละเดือน
ที่ได้ยินคนพูดกันบ่อยมากก็คือ
"เป้าหมายฉันไม่ใช่เรื่องเงิน"
โอ้ว! บอกได้เลยว่าใครที่ตอบอย่างนี้
ถ้างั้นต้องรีบจัดการเรื่องเงินให้มันจบๆ ไป
จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทำงานหาเงินไปเดือนๆ
จะได้มีเวลาไปทำเรื่องอื่นที่เป็นเป้าหมายไงล่ะ
เรื่องเงินเป็นเรื่องที่เราต้องพูดกับตัวเองให้เคลียร์
อย่าหมกเม็ด อย่าอายที่จะแก้ผ้าให้ตัวเองดู
เรามีปัญหาเรื่องเงินอะไรบ้าง มีหนี้ มีภาระอะไรบ้าง
มีใครที่ต้องดูแล
แล้วต้องแก้อย่างไร
เรื่องนี้ต้องเอาให้จบ
บางคนเข้าใจว่าการพูดเรื่องเงินคือเรื่องน่าเกลียด
ไอ้พวกคนรวย วันๆ คิดแต่เรื่องเงิน
แต่คำถามก็คือ
คุณคิดว่าระหว่างคนหิวข้าวกับคนท้องอิ่ม
ใครคิดถึงอาหารมากกว่ากัน?
! รีบทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องเงินให้เร็วที่สุด
เราจะได้มีเวลาไปทำสิ่งอื่นที่จรรโลงชีวิตไงล่ะ
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
เวลาที่เราหิว เราจะนึกอะไรไม่ออก นอกจากอยากกินข้าว
ต่อเมื่อเราได้กินอิ่มแล้ว
เราถึงจะค่อยมีความคิดอยากไปทำสิ่งอื่นที่จรรโลงโลก
เพราะฉะนั้นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิต
ที่หลายคนปฏิเสธไม่อยากพูดถึง
ทั้งที่จริงเราต้องทำให้ได้ก็คือ
"รีบทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องเงินให้เร็วที่สุด"
เราจะได้มีเวลาไปทำสิ่งอื่นที่จรรโลงชีวิต
มากกว่าจะมานั่งคิดว่าทำยังไงให้รอดไปได้แต่ละเดือน
ที่ได้ยินคนพูดกันบ่อยมากก็คือ
"เป้าหมายฉันไม่ใช่เรื่องเงิน"
โอ้ว! บอกได้เลยว่าใครที่ตอบอย่างนี้
ถ้างั้นต้องรีบจัดการเรื่องเงินให้มันจบๆ ไป
จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทำงานหาเงินไปเดือนๆ
จะได้มีเวลาไปทำเรื่องอื่นที่เป็นเป้าหมายไงล่ะ
เรื่องเงินเป็นเรื่องที่เราต้องพูดกับตัวเองให้เคลียร์
อย่าหมกเม็ด อย่าอายที่จะแก้ผ้าให้ตัวเองดู
เรามีปัญหาเรื่องเงินอะไรบ้าง มีหนี้ มีภาระอะไรบ้าง
มีใครที่ต้องดูแล
แล้วต้องแก้อย่างไร
เรื่องนี้ต้องเอาให้จบ
บางคนเข้าใจว่าการพูดเรื่องเงินคือเรื่องน่าเกลียด
ไอ้พวกคนรวย วันๆ คิดแต่เรื่องเงิน
แต่คำถามก็คือ
คุณคิดว่าระหว่างคนหิวข้าวกับคนท้องอิ่ม
ใครคิดถึงอาหารมากกว่ากัน?
! รีบทำให้เราไม่ต้องห่วงเรื่องเงินให้เร็วที่สุด
เราจะได้มีเวลาไปทำสิ่งอื่นที่จรรโลงชีวิตไงล่ะ
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557
เงินของคุณอาจมีค่าลดลงถ้าไม่รู้จัก "QE"
วิกฤติของเขา คือโอกาสของเรา แล้วถ้าเขาฟื้น เราจะเป็นยังไง ?
ชวนดูคลิป Infographic สั้น ๆ ชิ้นนี้ เกี่ยวกับ QE ตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลให้เอาตัวรอดและร่ำรวยได้ในยามลมเปลี่ยนทิศ ... น่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งนักลงทุน นักธุรกิจ และคนทำงานทั่วไป
เผยแพร่เมื่อ 1 ม.ค. 2014
"เงินของคุณอาจมีค่าลดลงถ้าไม่รู้จัก QE" อย่าคิดว่าเป็นเพียงเรื่องไกลตัว มาทำความเข้าใจมาตราการ QE กันอย่างง่ายๆ เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน และเตรียมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจในอนาคต
https://www.youtube.com/watch?v=2k8Ej0zNFyw&feature=youtu.be
แหล่งที่มา Facebook : Thailand Investment Forum
ชวนดูคลิป Infographic สั้น ๆ ชิ้นนี้ เกี่ยวกับ QE ตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลให้เอาตัวรอดและร่ำรวยได้ในยามลมเปลี่ยนทิศ ... น่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งนักลงทุน นักธุรกิจ และคนทำงานทั่วไป
เผยแพร่เมื่อ 1 ม.ค. 2014
"เงินของคุณอาจมีค่าลดลงถ้าไม่รู้จัก QE" อย่าคิดว่าเป็นเพียงเรื่องไกลตัว มาทำความเข้าใจมาตราการ QE กันอย่างง่ายๆ เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน และเตรียมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจในอนาคต
แหล่งที่มา Facebook : Thailand Investment Forum
"ราคา" กับ "มูลค่า"
คำว่า "ราคา" กับ "มูลค่า"
เป็นคำที่แสดงถึง "ปริมาณ" เหมือนๆ กัน
"ราคา" มักถูกใช้เปรียบเทียบดัวยคำว่า
"ถูก" หรือ "แพง"
ขณะที่ "มูลค่า" ถูกใช้เปรียบเทียบด้วยคำว่า
"สูง" หรือ "ต่ำ"
.
.
คนที่มีเงินเดือนเยอะ อาจจะไม่ได้ทำงานเก่ง
ทำให้เขาเหล่านั้นเป็นได้แค่ต้นทุนราคาแพง
แต่ไม่ได้สร้าง "มูลค่า" ให้แก่องค์กร
ในขณะเดียวกันคนที่ทำงานเก่งมากๆ
อาจจะได้รับเงินเดือนน้อยนิดต่ำต้อย
เพียงเพราะคนไม่เล็งเห็นถึงความสามารถ
ที่แสนจะมี "มูลค่า" ในตัวของเขา
แท้ที่จริงแล้ว...
สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
แต่สิ่งที่น่าผิดปกติ คือ การที่ใครหลายๆ คน
เผลอไปเข้าใจว่า "ราคา" ที่เห็นอยู่ตำตา
ไม่ได้แตกต่างจาก "มูลค่า" ที่มองไม่เห็น
จึงทำให้เราตีค่าเรื่องราวหลายๆ อย่างในชีวิต
... ผิดพลาดไป
.
.
ทุกวันนี้...
เราอยากได้งานที่มีผลตอบแทนดีๆ
เพื่อที่จะได้พอใจกับชีวิตที่มี "ราคาแพง"
แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่า
ตัวเรามี "มูลค่า" เพียงพอและคู่ควร
ที่จะได้รับผลตอบแทนขนาดนั้น
ถ้าหากเรามีของราคาแพง แต่ไร้ประโยชน์
วันนึงก็ต้องถูกโละทิ้ง ขายต่อ ฯลฯ
แต่ถ้าเรามีของที่มีมูลค่า...
สิ่งนั้นมันจะคงอยู่กับเราตลอดไป
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
เป็นคำที่แสดงถึง "ปริมาณ" เหมือนๆ กัน
"ราคา" มักถูกใช้เปรียบเทียบดัวยคำว่า
"ถูก" หรือ "แพง"
ขณะที่ "มูลค่า" ถูกใช้เปรียบเทียบด้วยคำว่า
"สูง" หรือ "ต่ำ"
.
.
คนที่มีเงินเดือนเยอะ อาจจะไม่ได้ทำงานเก่ง
ทำให้เขาเหล่านั้นเป็นได้แค่ต้นทุนราคาแพง
แต่ไม่ได้สร้าง "มูลค่า" ให้แก่องค์กร
ในขณะเดียวกันคนที่ทำงานเก่งมากๆ
อาจจะได้รับเงินเดือนน้อยนิดต่ำต้อย
เพียงเพราะคนไม่เล็งเห็นถึงความสามารถ
ที่แสนจะมี "มูลค่า" ในตัวของเขา
แท้ที่จริงแล้ว...
สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
แต่สิ่งที่น่าผิดปกติ คือ การที่ใครหลายๆ คน
เผลอไปเข้าใจว่า "ราคา" ที่เห็นอยู่ตำตา
ไม่ได้แตกต่างจาก "มูลค่า" ที่มองไม่เห็น
จึงทำให้เราตีค่าเรื่องราวหลายๆ อย่างในชีวิต
... ผิดพลาดไป
.
.
ทุกวันนี้...
เราอยากได้งานที่มีผลตอบแทนดีๆ
เพื่อที่จะได้พอใจกับชีวิตที่มี "ราคาแพง"
แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่า
ตัวเรามี "มูลค่า" เพียงพอและคู่ควร
ที่จะได้รับผลตอบแทนขนาดนั้น
ถ้าหากเรามีของราคาแพง แต่ไร้ประโยชน์
วันนึงก็ต้องถูกโละทิ้ง ขายต่อ ฯลฯ
แต่ถ้าเรามีของที่มีมูลค่า...
สิ่งนั้นมันจะคงอยู่กับเราตลอดไป
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
มัสยิดฮารูณ
มัสยิดฮารูณ เป็นมัสยิดแห่งที่ 2 ของประเทศไทยตาม พ.ร.บ. มัสยิดฮารูณ สร้างโดยโต๊ะฮารูณ บาฟาเดน โต๊ะอิหม่าคนแรกชาวอินโดนีเซียที่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในไทย
บริเวณหมู่บ้านต้นสำโรง หมู่บ้านเล็กๆ ใน อ.บางรัก ช่วงต้นรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2371) โดยเปลี่ยนชื่อจากมัสยิดต้นสำโรง มัสยิดหลังโรงภาษี มัสยิดวัดม่วงแค มาเป็นมัสยิดฮารูณ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้สร้าง
แต่เดิมมัสยิดแห่งแรกเป็นเรือนไม้หลังเล็ก ต่อมาได้ขยับขยายสร้างใหม่เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นที่ 2 ตกแต่งอย่างเรียบง่ายสวยงามด้วยสีเขียวและสีแดง ในสมัยนั้นมัสยิดที่สร้างใหม่เป็นที่เล่าขานว่า กว้างขวาง ประตู หน้าต่างแกะสลักไม้เป็นอักษรอาหรับ ศิลปกรรมเป็นภาพสะท้อนให้เห็นตัวภาษาอาหรับเขียนกลับด้าน
เมียะห์รอบ (ที่สำหรับอิหม่ามนำละหมาด) สร้างด้วยไม้แกะสลักสวยงาม มีมบัร (ที่สำหรับแสดงธรรม) แกะไม้เขียวสลับทอง เหนือมีบัรประดับด้วยโคมไฟพระราชทานจากรัชกาลที่ 6
มัสยิดฮารูณเคยเป็นที่ต้อนรับบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ เป็นที่ประกอบศาสนกิจของชาวต่างชาติและประเทศในกลุ่มอาหรับ และเป็นกุโบร์ (สุสานฝังศพ) ของบุคคลสำคัญ อาทิ จุฬาราชมนตรี ด่วน สุวรรณศาสน์ นายทหารจากสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันrพุธที่ 8 ม.ค. 57 (550)
บริเวณหมู่บ้านต้นสำโรง หมู่บ้านเล็กๆ ใน อ.บางรัก ช่วงต้นรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2371) โดยเปลี่ยนชื่อจากมัสยิดต้นสำโรง มัสยิดหลังโรงภาษี มัสยิดวัดม่วงแค มาเป็นมัสยิดฮารูณ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้สร้าง
แต่เดิมมัสยิดแห่งแรกเป็นเรือนไม้หลังเล็ก ต่อมาได้ขยับขยายสร้างใหม่เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นที่ 2 ตกแต่งอย่างเรียบง่ายสวยงามด้วยสีเขียวและสีแดง ในสมัยนั้นมัสยิดที่สร้างใหม่เป็นที่เล่าขานว่า กว้างขวาง ประตู หน้าต่างแกะสลักไม้เป็นอักษรอาหรับ ศิลปกรรมเป็นภาพสะท้อนให้เห็นตัวภาษาอาหรับเขียนกลับด้าน
เมียะห์รอบ (ที่สำหรับอิหม่ามนำละหมาด) สร้างด้วยไม้แกะสลักสวยงาม มีมบัร (ที่สำหรับแสดงธรรม) แกะไม้เขียวสลับทอง เหนือมีบัรประดับด้วยโคมไฟพระราชทานจากรัชกาลที่ 6
มัสยิดฮารูณเคยเป็นที่ต้อนรับบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ เป็นที่ประกอบศาสนกิจของชาวต่างชาติและประเทศในกลุ่มอาหรับ และเป็นกุโบร์ (สุสานฝังศพ) ของบุคคลสำคัญ อาทิ จุฬาราชมนตรี ด่วน สุวรรณศาสน์ นายทหารจากสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันrพุธที่ 8 ม.ค. 57 (550)
ความฝันกับเงินตรา
ความฝันกับเงินตรา คือสองสิ่งที่เอามาคู่กันแล้วฟังดูกระดากปากลำบากใจ
ฟังดูหยาบคายมาก
ถ้าจะเอาเรื่องโรแมนติกอย่าง "ความฝัน"
มาพูดกับเรื่องที่ฟังดูไม่ค่อยดีอย่าง "เงินตรา"
แต่ว่ากันตรงๆ แทบจะทุกฝันต้องใช้เงินทั้งนั้น
ว่ากันตั้งแต่ของที่จับต้องได้อย่าง รถ บ้าน สิ่งของ ท่องเที่ยว ฯลฯ
ไปจนถึงของที่จับต้องไม่ได้อย่าง อยากให้พ่อแม่สบาย อยากสร้างอนาคตให้ลูก หรือแม้แต่การช่วยเหลือสังคม ที่ถ้ามีแรง มีใจ และมีเงินด้วย ก็ย่อมดีกว่าแน่ๆ
ประเด็นที่อยากจะลือก็คือ
ถ้าเรายอมรับในเงื่อนไขแล้วว่า "แทบทุกฝันต้องใช้เงิน"
คำถามก็คือ "แล้วมันใช้เงินเท่าไหร่?"
คำตอบนี้ล่ะที่เราต้องจดไว้บนข้างฝากันลืม
เพราะบางครั้ง "ความฝัน" มันก็โรแมนติกเกินจนจับต้องไม่ได้
แต่ "เงินตรา" จะแปรเปลี่ยนให้เราจับต้องฝันได้
เชื่อมั้ย ว่าหนึ่งในเหตุผลโง่ๆ ที่หลายคนไปไม่ถึงฝัน
ไม่ใช่หมดความพยายามก่อน
แต่เรามักจะเอาเงินไปใช้อย่างอื่นก่อน
อย่างอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายของเรา
ถ้าเรามีเป้าหมายคือบ้านในฝัน
แต่มือถือรุ่นใหม่ออกปุ๊บ วันแรกก็ไปถอยมาแล้ว
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรามีเป้าหมายคือเที่ยวรอบโลก
แต่ช้อปกระหน่ำทุกซัมเมอร์เซลล์
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรามีเป้าหมายคืออยากเลี้ยงดูพ่อแม่
แต่เราไม่เคยเก็บเงินเลยสักเดือน
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรามีเป้าหมายคืออิสรภาพ
ลาออกไปเปิดร้านเล็กๆ ในฝัน
แต่ตกเย็นเรากินเที่ยวเล่น ใช้เงินตลอด
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรายังทำแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ
ใช้คำว่า "ทรยศต่อความฝันตัวเอง" ก็คงจะไม่เกินไป
บางครั้ง อยากจะคิดว่า
ฝันที่ตีเป็นราคาไม่ได้
บางทีมันก็แค่ฝันกลางวันอันเลื่อนลอย
ที่น้อยโอกาสจะเป็นจริง
! ลองถามตัวเองดูว่า
ฝันของเราราคาเท่าไหร่?
จากนั้นอย่าให้นิสัยการใช้เงินของเรา
ดึงฝันของเราให้ถอยห่างออกไปจนสุดมือคว้า
จากสิบเป็นร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน
แล้วก็จะถึงวันที่ฝันเราเป็นจริง
ว่าแต่...ฝันของคุณราคาเท่าไหร่?
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
ฟังดูหยาบคายมาก
ถ้าจะเอาเรื่องโรแมนติกอย่าง "ความฝัน"
มาพูดกับเรื่องที่ฟังดูไม่ค่อยดีอย่าง "เงินตรา"
แต่ว่ากันตรงๆ แทบจะทุกฝันต้องใช้เงินทั้งนั้น
ว่ากันตั้งแต่ของที่จับต้องได้อย่าง รถ บ้าน สิ่งของ ท่องเที่ยว ฯลฯ
ไปจนถึงของที่จับต้องไม่ได้อย่าง อยากให้พ่อแม่สบาย อยากสร้างอนาคตให้ลูก หรือแม้แต่การช่วยเหลือสังคม ที่ถ้ามีแรง มีใจ และมีเงินด้วย ก็ย่อมดีกว่าแน่ๆ
ประเด็นที่อยากจะลือก็คือ
ถ้าเรายอมรับในเงื่อนไขแล้วว่า "แทบทุกฝันต้องใช้เงิน"
คำถามก็คือ "แล้วมันใช้เงินเท่าไหร่?"
คำตอบนี้ล่ะที่เราต้องจดไว้บนข้างฝากันลืม
เพราะบางครั้ง "ความฝัน" มันก็โรแมนติกเกินจนจับต้องไม่ได้
แต่ "เงินตรา" จะแปรเปลี่ยนให้เราจับต้องฝันได้
เชื่อมั้ย ว่าหนึ่งในเหตุผลโง่ๆ ที่หลายคนไปไม่ถึงฝัน
ไม่ใช่หมดความพยายามก่อน
แต่เรามักจะเอาเงินไปใช้อย่างอื่นก่อน
อย่างอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายของเรา
ถ้าเรามีเป้าหมายคือบ้านในฝัน
แต่มือถือรุ่นใหม่ออกปุ๊บ วันแรกก็ไปถอยมาแล้ว
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรามีเป้าหมายคือเที่ยวรอบโลก
แต่ช้อปกระหน่ำทุกซัมเมอร์เซลล์
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรามีเป้าหมายคืออยากเลี้ยงดูพ่อแม่
แต่เราไม่เคยเก็บเงินเลยสักเดือน
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรามีเป้าหมายคืออิสรภาพ
ลาออกไปเปิดร้านเล็กๆ ในฝัน
แต่ตกเย็นเรากินเที่ยวเล่น ใช้เงินตลอด
แบบนี้เมื่อไหร่จะถึงฝัน?
ถ้าเรายังทำแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ
ใช้คำว่า "ทรยศต่อความฝันตัวเอง" ก็คงจะไม่เกินไป
บางครั้ง อยากจะคิดว่า
ฝันที่ตีเป็นราคาไม่ได้
บางทีมันก็แค่ฝันกลางวันอันเลื่อนลอย
ที่น้อยโอกาสจะเป็นจริง
! ลองถามตัวเองดูว่า
ฝันของเราราคาเท่าไหร่?
จากนั้นอย่าให้นิสัยการใช้เงินของเรา
ดึงฝันของเราให้ถอยห่างออกไปจนสุดมือคว้า
จากสิบเป็นร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน
แล้วก็จะถึงวันที่ฝันเราเป็นจริง
ว่าแต่...ฝันของคุณราคาเท่าไหร่?
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557
คำว่า "พอ" .... ความสามารถ - ความคาดหวัง
ใครๆ ก็อยากรวย...
แต่จะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไรถึงจะ "รวย"
คำตอบที่ได้รับจากหลายๆ คนก็คือ
ถ้ารู้จัก "พอ" เมื่อไรก็ "รวย"
ว่าแต่ ...
อะไรคือ คำว่า "พอ"
.
.
ความเห็นส่วนตัวของ...
คำว่า "พอ" มีที่มาจาก
"ความสามารถ" หักออกด้วย "ความคาดหวัง"
หรือเขียนออกมาเป็นสมการได้ว่า
"พอ" = ความสามารถ - ความคาดหวัง
เมื่อความสามารถ มากกว่า ความคาดหวัง
เมื่อนั้นเราก็จะรู้จักกับคำว่า "พอ"
และถ้าหาก "รวย" = "พอ"
เราอาจจะเริ่มถามตัวเองดูว่า
"ความสามารถ "ในการหารายได้ของเรามีอะไรบ้าง
ที่จะตอบสนองต่อ "ความคาดหวัง" ในการใช้จ่าย
เมื่อไรที่ความสามารถมากกว่าความคาดหวัง
เมื่อนั้นเราอาจจะได้รู้จักคำว่า "รวย"
และที่สำคัญ
มันจะกลายเป็นความรวยที่เรียกได้ว่า "พอ"
... ด้วยความเต็มใจ
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
แต่จะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไรถึงจะ "รวย"
คำตอบที่ได้รับจากหลายๆ คนก็คือ
ถ้ารู้จัก "พอ" เมื่อไรก็ "รวย"
ว่าแต่ ...
อะไรคือ คำว่า "พอ"
.
.
ความเห็นส่วนตัวของ...
คำว่า "พอ" มีที่มาจาก
"ความสามารถ" หักออกด้วย "ความคาดหวัง"
หรือเขียนออกมาเป็นสมการได้ว่า
"พอ" = ความสามารถ - ความคาดหวัง
เมื่อความสามารถ มากกว่า ความคาดหวัง
เมื่อนั้นเราก็จะรู้จักกับคำว่า "พอ"
และถ้าหาก "รวย" = "พอ"
เราอาจจะเริ่มถามตัวเองดูว่า
"ความสามารถ "ในการหารายได้ของเรามีอะไรบ้าง
ที่จะตอบสนองต่อ "ความคาดหวัง" ในการใช้จ่าย
เมื่อไรที่ความสามารถมากกว่าความคาดหวัง
เมื่อนั้นเราอาจจะได้รู้จักคำว่า "รวย"
และที่สำคัญ
มันจะกลายเป็นความรวยที่เรียกได้ว่า "พอ"
... ด้วยความเต็มใจ
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
บางขุนพรหม
ย่านเก่าเมืองกรุงที่ยังคงเสน่ห์สุดคลาสสิก ที่ได้ยินแค่ชื่อก็ต้องร้องอ้ออีกแห่งนั้่นคื่อ ย่านเก่า "บางขุนพรหม" บริเวณ ถ.สามเสน เขตพระนคร
ตามประวัติในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี มีการเรียกย่านนี้ว่า "บ้านลาน" เป็นชุมชนชาวมอญซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพผลิตสินค้าจากใบลาน ทั้งเครื่องจักสานรวมไปถึงคัมภีร์และหนังสือใบลาน ทั้งนี้ บ้านลานจะหมายรวมถึงพื้นที่บริเวณวัดสามพระยาและพื้นที่ใกล้เคียงในปัจจุบันด้วย
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อมีอยู่อย่างหลากหลาย ทั้งวัดสามพระยาวรวิหาร ที่ถือเป็นวัดเก่าอยู่คู่ย่านบางขุนพรหมมาอย่างยาวนาน ภายในอุโบสถเป็นประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พระพุทธเกสร พระพุทธไสยาสน์ เป็นต้น
รวมถึงวัดอินทรวิหาร วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายภายในวัดมีพระพุทธรูปสำคัญคือ พระพุทธรูปหลวงพ่อโต สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ถือว่าเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนทรงบาตรที่ใกญ่ที่สุดในโลก
และที่พลาดไม่ได้คือ "วังบางขุนพรหม" โดยวังบางขุนพรหมนี้เป็นอัครสถานในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนคร สวรรค์วรพินิต สร้างขึ้นในปี 2442 ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ยังคงงดงามยิ่ง
นอกจากนี้ ยังมีวัด วัง ย่านเก่า ร้านรวง อาหารอร่อยอีกหลากหลาย เรียกว่าจัดเต็มด้านย่านเก่าสุดคลาสสิกกันเลยทีเดียว
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันrอังคารที่ 7 ม.ค. 57 (549)
ตามประวัติในสมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี มีการเรียกย่านนี้ว่า "บ้านลาน" เป็นชุมชนชาวมอญซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพผลิตสินค้าจากใบลาน ทั้งเครื่องจักสานรวมไปถึงคัมภีร์และหนังสือใบลาน ทั้งนี้ บ้านลานจะหมายรวมถึงพื้นที่บริเวณวัดสามพระยาและพื้นที่ใกล้เคียงในปัจจุบันด้วย
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อมีอยู่อย่างหลากหลาย ทั้งวัดสามพระยาวรวิหาร ที่ถือเป็นวัดเก่าอยู่คู่ย่านบางขุนพรหมมาอย่างยาวนาน ภายในอุโบสถเป็นประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ อาทิ พระพุทธเกสร พระพุทธไสยาสน์ เป็นต้น
รวมถึงวัดอินทรวิหาร วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายภายในวัดมีพระพุทธรูปสำคัญคือ พระพุทธรูปหลวงพ่อโต สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ถือว่าเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนทรงบาตรที่ใกญ่ที่สุดในโลก
และที่พลาดไม่ได้คือ "วังบางขุนพรหม" โดยวังบางขุนพรหมนี้เป็นอัครสถานในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนคร สวรรค์วรพินิต สร้างขึ้นในปี 2442 ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ยังคงงดงามยิ่ง
นอกจากนี้ ยังมีวัด วัง ย่านเก่า ร้านรวง อาหารอร่อยอีกหลากหลาย เรียกว่าจัดเต็มด้านย่านเก่าสุดคลาสสิกกันเลยทีเดียว
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันrอังคารที่ 7 ม.ค. 57 (549)
ขอแค่อย่ายอมแพ้
มีอะไรในชีวิตบ้างนะที่เรายอมพ่ายแพ้ ไม่ไปต่อ?
มีอะไรในชีวิตบ้างมั้ยนะที่อีกนิดก็จะผ่านด่านแล้ว
แต่เรายอมแพ้ซะก่อน
ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจยอมแพ้ครั้งไหน
ที่จะมันส่งผลกระทบกับชีวิตเราในเวลาต่อมา...
อย่าไปมองไกลมากเกิน มันจะกลัวไปก่อน
พอวันนั้นที่เราไปถึงจุดที่คิดว่ายาก
ตัวเราก็พัฒนาไปจนมันไม่ยากแล้ว
ขอแค่อย่ายอมแพ้ไปก่อนก็แล้วกัน
มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก
ความกลัวในจิตใจนั้นเหมือนเงาบนข้างฝา
ตัวมันใหญ่กว่าความเป็นจริงเสมอ
เงาช้างบนกำแพง
ที่แท้ก็แค่เงาของหนูกะจิดริดเท่านั้นเอง
หันกลับไปจ้องตากับความกลัว
แล้วจะพบว่าเราคิดไปเองทั้งนั้น
เพราะวิธีกำจัดความกลัวที่ดีที่สุดก็คือ
การลงมือทำทั้งๆ ที่กลัวนั่นเอง
อย่าให้การยอมแพ้อะไรง่ายๆ กลายมาเป็นนิสัยของเรา
เพราะเราไม่อาจรู้ว่า
การยอมแพ้ครั้งไหนจะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล
หลายครั้งที่ความสำเร็จอยู่ข้างหลังจุดวัดใจไปนิดเดียวเอง
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ถ้ายังสู้ต่อ ก็ผ่านจุดนั้นได้ทุกคน
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
มีอะไรในชีวิตบ้างมั้ยนะที่อีกนิดก็จะผ่านด่านแล้ว
แต่เรายอมแพ้ซะก่อน
ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจยอมแพ้ครั้งไหน
ที่จะมันส่งผลกระทบกับชีวิตเราในเวลาต่อมา...
อย่าไปมองไกลมากเกิน มันจะกลัวไปก่อน
พอวันนั้นที่เราไปถึงจุดที่คิดว่ายาก
ตัวเราก็พัฒนาไปจนมันไม่ยากแล้ว
ขอแค่อย่ายอมแพ้ไปก่อนก็แล้วกัน
มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก
ความกลัวในจิตใจนั้นเหมือนเงาบนข้างฝา
ตัวมันใหญ่กว่าความเป็นจริงเสมอ
เงาช้างบนกำแพง
ที่แท้ก็แค่เงาของหนูกะจิดริดเท่านั้นเอง
หันกลับไปจ้องตากับความกลัว
แล้วจะพบว่าเราคิดไปเองทั้งนั้น
เพราะวิธีกำจัดความกลัวที่ดีที่สุดก็คือ
การลงมือทำทั้งๆ ที่กลัวนั่นเอง
อย่าให้การยอมแพ้อะไรง่ายๆ กลายมาเป็นนิสัยของเรา
เพราะเราไม่อาจรู้ว่า
การยอมแพ้ครั้งไหนจะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล
หลายครั้งที่ความสำเร็จอยู่ข้างหลังจุดวัดใจไปนิดเดียวเอง
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ถ้ายังสู้ต่อ ก็ผ่านจุดนั้นได้ทุกคน
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557
Social Network
มักจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่า...
ในโลก Social Network นั้น
การที่เราจะเขียน จะโพสท์ หรือแชร์อะไรก็ตาม
ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก
เนื่องจากเราไม่รู้ว่า การกระทำของเรานั้น
จะส่งผลกระทบอะไรต่อสังคมหรือไม่
.
.
พี่หนอมจะให้เราโง่ดักดาน
อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยหรอคะ!!!
นี่มันยุคไหนแล้ว
เราเห็นสิ่งดีๆ ก็ต้องบอกต่อสิเคอะ!!!
อย่ามาปิดกั้นสื่อสิโว้ย!!!
หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่ ฟายยยย
แค่อยากระบาย
จะพูดอะไรทำไมต้องห้ามด้วย!!!!
.
.
...
ในโลกอินเตอร์เน็ต
เราจะเป็นใครก็ได้
จะทำระยำตำบอนแค่ไหน
ก็ไม่มีใครทำอะไรได้อยู่ดี
จะแชร์ จะส่ง จะโพส
จะด่า จะบ่น จะโวยวาย
อารมณ์ล้วนๆ
.
.
ทำไมอ่ะ ก็ความคิดตรู
อิสระของตรู ความคิด ความเห็น
กดแชร์ กดไลท์ ด่าทอเอาความสะใจ
ยิ่งแรง ยิ่งมัน ยิ่งดัง ยิ่งวุ่นวาย
ส่งต่อ บอกต่อ จัดหนัก เอาแม่มเลย!!!
.
.
เราจะหยาบคาย ระบาย ด่าทอ
สำรอกความรู้สึกที่อยากจะแสดงออก
เพียงเพราะเรา "อยากทำ" แล้วมันจะเป็นอะไร!!!
ด่าคนเลวแบบไม่ต้องสืบ กระทืบคนคิดชั่ว
จิกหัวล่าแม่มด แฉชีวิตรันทดของคนใกล้ตัว
เพราะทุกอย่างมันคือ "สิทธิ" และ "เสรีภาพ"
ที่เราอยากจะทำ อิสระของตรูโว้ยยยย!!!!
.
.
แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่า
ปลายทางอีกด้านของการสื่อสารนั่นคือ "มนุษย์"
... ที่ไม่แตกต่างจากเรา
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
ในโลก Social Network นั้น
การที่เราจะเขียน จะโพสท์ หรือแชร์อะไรก็ตาม
ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก
เนื่องจากเราไม่รู้ว่า การกระทำของเรานั้น
จะส่งผลกระทบอะไรต่อสังคมหรือไม่
.
.
พี่หนอมจะให้เราโง่ดักดาน
อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยหรอคะ!!!
นี่มันยุคไหนแล้ว
เราเห็นสิ่งดีๆ ก็ต้องบอกต่อสิเคอะ!!!
อย่ามาปิดกั้นสื่อสิโว้ย!!!
หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่ ฟายยยย
แค่อยากระบาย
จะพูดอะไรทำไมต้องห้ามด้วย!!!!
.
.
...
ในโลกอินเตอร์เน็ต
เราจะเป็นใครก็ได้
จะทำระยำตำบอนแค่ไหน
ก็ไม่มีใครทำอะไรได้อยู่ดี
จะแชร์ จะส่ง จะโพส
จะด่า จะบ่น จะโวยวาย
อารมณ์ล้วนๆ
.
.
ทำไมอ่ะ ก็ความคิดตรู
อิสระของตรู ความคิด ความเห็น
กดแชร์ กดไลท์ ด่าทอเอาความสะใจ
ยิ่งแรง ยิ่งมัน ยิ่งดัง ยิ่งวุ่นวาย
ส่งต่อ บอกต่อ จัดหนัก เอาแม่มเลย!!!
.
.
เราจะหยาบคาย ระบาย ด่าทอ
สำรอกความรู้สึกที่อยากจะแสดงออก
เพียงเพราะเรา "อยากทำ" แล้วมันจะเป็นอะไร!!!
ด่าคนเลวแบบไม่ต้องสืบ กระทืบคนคิดชั่ว
จิกหัวล่าแม่มด แฉชีวิตรันทดของคนใกล้ตัว
เพราะทุกอย่างมันคือ "สิทธิ" และ "เสรีภาพ"
ที่เราอยากจะทำ อิสระของตรูโว้ยยยย!!!!
.
.
แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่า
ปลายทางอีกด้านของการสื่อสารนั่นคือ "มนุษย์"
... ที่ไม่แตกต่างจากเรา
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568
ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...
-
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ...
-
การจ่ายเงินรายได้ไม่ครบถ้วน ว่าจริงๆ แล้วเงินที่ทางผู้จ้างได้จ่ายให้ผู้รับจ้างไม่ครบนั้น เพราะว่าทางผู้จ้างได้หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซ...