วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557
อะไรคือชัยชนะของเราในปีนี้?
4 ปีที่แล้ว เราจำได้ดีว่าทีมไหนเป็นแชมป์บอลโลก
แล้วจำได้มั้ย 4 ปีที่แล้ว เราชนะเรื่องอะไรบ้าง?
จำรอยยิ้มนั้นได้มั้ย?
4 ปีที่แล้ว เราจำได้ว่าทีมไหนตกรอบแรกบอลโลก
แล้วจำได้มั้ย 4 ปีที่แล้ว เราพ่ายแพ้เรื่องอะไรบ้าง?
จำน้ำตาหยดนั้นได้มั้ย?
มาปีนี้ เรารู้ว่าทีมไหนเป็นตัวเก็งทีมแชมป์
แล้วเรารู้หรือยัง ว่าปีนี้เราน่าจะชนะในเรื่องอะไร?
อะไรคือชัยชนะของเราในปีนี้?
มาถึงปีนี้ เรารู้ว่าทีมไหนซุ่มซ้อมเตรียมตัวมาอย่างดี
แล้วเราล่ะ เตรียมตัวซักซ้อมจนพร้อมหรือยัง?
หรือจะเป็นอีกปีที่ผ่านไป?
จนเหมือนเดิม แย่เหมือนเดิม
ห่วยเหมือนเดิม …แพ้เหมือนเดิม
บอลโลกเริ่มหลายวันแล้ว
แต่เกมชีวิตเริ่มมานานกว่านั้นอีก
บอลโลกเตะกันทุก 4 ปี
แต่เกมชีวิต ลงสนามเตะกันทุกวัน
บอลโลก นั่งเชียร์หน้าจอ เต็มที่ก็ข้างสนาม
เกมชีวิต ต้องลงเตะเอง
ถ้าไม่มีใครเชียร์ ก็จงให้กำลังใจตัวเอง
คิดว่านอกจากความบันเทิงแล้ว
บอลโลกน่าเป็นหมุดหมายหลักไมล์ในชีวิตของเราได้ดี
เราน่าจะเอาบอลโลกไว้เช็คว่า
4 ปีที่แล้ว เราเคยทำอะไรไว้ ต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง?
มาปีนี้ เรากำลังทำอะไรอยู่? ยังมาถูกทางอยู่ใช่มั้ย?
แล้ว 4 ปีข้างหน้าล่ะ เราจะทำอะไรให้ชีวิตดียิ่งขึ้น?
อย่าเอาแต่วิ่งคนเดียว ไม่ปรึกษาใคร เพราะคิดว่ากูแน่
มีโค้ชหรือยัง? มีผู้จัดการทีมหรือยัง?
เก่งแค่ไหน ก็ต้องมีครูนะ
ลุ้นบอลโลก ต้องส่งไปรษณียบัตรทายผล
แต่ถ้าเป็นเกมชีวิต ไม่ต้องส่งทายผลให้ยุ่งยาก
เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่า
จะชนะหรือแพ้
…เราเป็นคนลิขิตเอง
ปีนี้ใครจะเป็นแชมป์บอลโลก ไม่รู้
รู้แค่ว่าในเกมชีวิต ต้องเป็นแชมป์เท่านั้น
แล้วคุณล่ะ เป็นแชมป์หรือตกรอบแรก?
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
แล้วจำได้มั้ย 4 ปีที่แล้ว เราชนะเรื่องอะไรบ้าง?
จำรอยยิ้มนั้นได้มั้ย?
4 ปีที่แล้ว เราจำได้ว่าทีมไหนตกรอบแรกบอลโลก
แล้วจำได้มั้ย 4 ปีที่แล้ว เราพ่ายแพ้เรื่องอะไรบ้าง?
จำน้ำตาหยดนั้นได้มั้ย?
มาปีนี้ เรารู้ว่าทีมไหนเป็นตัวเก็งทีมแชมป์
แล้วเรารู้หรือยัง ว่าปีนี้เราน่าจะชนะในเรื่องอะไร?
อะไรคือชัยชนะของเราในปีนี้?
มาถึงปีนี้ เรารู้ว่าทีมไหนซุ่มซ้อมเตรียมตัวมาอย่างดี
แล้วเราล่ะ เตรียมตัวซักซ้อมจนพร้อมหรือยัง?
หรือจะเป็นอีกปีที่ผ่านไป?
จนเหมือนเดิม แย่เหมือนเดิม
ห่วยเหมือนเดิม …แพ้เหมือนเดิม
บอลโลกเริ่มหลายวันแล้ว
แต่เกมชีวิตเริ่มมานานกว่านั้นอีก
บอลโลกเตะกันทุก 4 ปี
แต่เกมชีวิต ลงสนามเตะกันทุกวัน
บอลโลก นั่งเชียร์หน้าจอ เต็มที่ก็ข้างสนาม
เกมชีวิต ต้องลงเตะเอง
ถ้าไม่มีใครเชียร์ ก็จงให้กำลังใจตัวเอง
คิดว่านอกจากความบันเทิงแล้ว
บอลโลกน่าเป็นหมุดหมายหลักไมล์ในชีวิตของเราได้ดี
เราน่าจะเอาบอลโลกไว้เช็คว่า
4 ปีที่แล้ว เราเคยทำอะไรไว้ ต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง?
มาปีนี้ เรากำลังทำอะไรอยู่? ยังมาถูกทางอยู่ใช่มั้ย?
แล้ว 4 ปีข้างหน้าล่ะ เราจะทำอะไรให้ชีวิตดียิ่งขึ้น?
อย่าเอาแต่วิ่งคนเดียว ไม่ปรึกษาใคร เพราะคิดว่ากูแน่
มีโค้ชหรือยัง? มีผู้จัดการทีมหรือยัง?
เก่งแค่ไหน ก็ต้องมีครูนะ
ลุ้นบอลโลก ต้องส่งไปรษณียบัตรทายผล
แต่ถ้าเป็นเกมชีวิต ไม่ต้องส่งทายผลให้ยุ่งยาก
เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่า
จะชนะหรือแพ้
…เราเป็นคนลิขิตเอง
ปีนี้ใครจะเป็นแชมป์บอลโลก ไม่รู้
รู้แค่ว่าในเกมชีวิต ต้องเป็นแชมป์เท่านั้น
แล้วคุณล่ะ เป็นแชมป์หรือตกรอบแรก?
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
Google Logo : 16 มิ.ย. 2557 World Cup 2014
2014 FIFA World Cup™
Group E : France ชนะ Honduras 3:0
Group F : Argentina ชนะ Bosnia and Herzegovina 2:1
Group G : Germany พบกับ Portugal เวลา 11.00 PM
วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557
"มั่นใจ" หรือ "มั่นใจเกินไป"?
"มั่นใจ" กับ "มั่นใจเกินไป"
เป็นสองอย่างที่ต่างกันสุดขั้ว
"มั่นใจ" แปลว่า "เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว"
ในขณะที่ มั่นใจ "เกินไป" กลับไม่ได้แปลว่า
เตรียมทุกอย่างไว้ "มากเกินไป"
แต่กลับแปลว่า "ประมาท จนไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย"
คำถามก็คือ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า
เรา "มั่นใจ" หรือ "มั่นใจเกินไป"?
คำตอบก็คือไอ้ตอนที่เราคิดว่า "แน่ที่สุด"
เราเตรียมแผนไว้ในกรณีที่ "แย่ที่สุด" แล้วหรือยังล่ะ?
และในหลายครั้ง
คิดว่าพวกเราใช้ชีวิตแบบมั่นใจเกินไปหน่อย
ยกตัวอย่างเช่น
"คำถามเรื่องเงิน" ที่เราไม่เคยถามตัวเอง ดังต่อไปนี้
ถ้าวันนี้ตกงานฉับพลัน
เราตอบตัวเราได้มั้ยว่ามีเงินพอใช้ไปได้กี่เดือน?
ถ้าวันนี้เกิดอุบัติเหตุหรือป่วยกะทันหัน
เราตอบตัวเราได้มั้ยว่าเรามีค่ารักษาพยาบาลรึเปล่า?
หรือถ้าวันนี้เราเป็นหัวหน้าครอบครัว
แล้วเกิดจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน
เราตอบตัวเองได้มั้ยว่ามีเงินทิ้งไว้ให้คนข้างหลังเท่าไหร่?
หรือถ้ายังไม่ตาย โชคดีอายุยืน
เราตอบตัวเองได้มั้ยว่าเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ตอนแก่?
พูดแบบนี้แล้วเหมือนมาจากตัวแทนประกัน 555+
แต่คนทำงานไม่ประจำถูกถามคำถามนี้เสมอว่า
กล้าออกมาทำงานไม่ประจำแบบนี้ มั่นใจมากไปหรือเปล่า?
และถึงไม่ถูกถาม ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้
โชคดีที่วันนี้ตอบตัวเองได้หมด เพราะเตรียมไว้หมดแล้ว
คิดว่าที่หลายคนไม่ถามตัวเองด้วยคำถามแบบนี้
ก็เพราะคำตอบมัน "แทงใจดำ"
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าตกงาน เราตายแน่
เพราะแค่มีเงินใช้เดือนชนเดือน
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเราป่วยหนัก
เราต้องตายแน่เพราะไม่มีค่ารักษา
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเราตาย
คนข้างหลังเขาต้องลำบากแน่ เพราะเรามีแต่หนี้ทิ้งไว้ให้
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าตอนเราแก่ๆ
เราก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเอาเงินที่ไหนใช้
เราได้แต่คิดว่า มันคงไม่ใช่เราหรอก
ที่โชคร้ายตกงาน ที่โชคร้ายป่วยหนัก
ที่โชคร้ายตายไว หรือที่โชคร้ายไม่มีเงินใช้ตอนแก่
แต่คนโชคร้ายทุกคน
ก็เคยคิดเหมือนเรานั่นแหละ
ว่าเค้าคงไม่โชคร้ายหรอก
อาจจะชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านไปหน่อย เลยแอบห่วงว่า
ถ้ามีเงินซื้อชุดสวย มือถือรุ่นใหม่ อาหารจานแพง เที่ยวเมืองนอก
ก็น่าจะแบ่งเงินมาจัดการกับ "ความมั่นใจเกินไป"
ว่าชีวิตคงไม่โชคร้าย
ถ้ามีเงินเล่นหุ้น ลงทุนทอง
เพื่อได้บอกใครๆ แล้วดูเท่ว่าข้าคือนักลงทุน แต่ไม่มีเงินเก็บเลย
ก็น่าจะจัดการส่วนนี้ให้เรียบร้อยก่อน
ถึงมันจะไม่เท่ที่ต้องบอกใครๆ ว่าฉันแค่กำลังเก็บเงิน
มีรายได้หลายทางสิ
เก็บเงินทุกเดือนก่อนเอาไปใช้สิ
มีเงินเก็บไว้ให้พอใช้หลายๆ เดือนสิครับ
ทำประกันความเสี่ยงไว้สิครับ
เตรียมเก็บเงินไว้ใช้ยามป่วยยามแก่เฒ่าสิครับ
แล้วค่อยออกไปแตะขอบฟ้าด้วยความ "มั่นใจ"
"มั่นใจ" ที่ไม่ใช่ "มั่นใจเกินไป"
เมื่อเตรียมทุกอย่างในกรณีที่มัน "แย่ที่สุด" ไว้แล้ว
ก็ได้เวลาที่เราจะ "แน่ที่สุด" แล้วล่ะ
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
เป็นสองอย่างที่ต่างกันสุดขั้ว
"มั่นใจ" แปลว่า "เตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว"
ในขณะที่ มั่นใจ "เกินไป" กลับไม่ได้แปลว่า
เตรียมทุกอย่างไว้ "มากเกินไป"
แต่กลับแปลว่า "ประมาท จนไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย"
คำถามก็คือ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า
เรา "มั่นใจ" หรือ "มั่นใจเกินไป"?
คำตอบก็คือไอ้ตอนที่เราคิดว่า "แน่ที่สุด"
เราเตรียมแผนไว้ในกรณีที่ "แย่ที่สุด" แล้วหรือยังล่ะ?
และในหลายครั้ง
คิดว่าพวกเราใช้ชีวิตแบบมั่นใจเกินไปหน่อย
ยกตัวอย่างเช่น
"คำถามเรื่องเงิน" ที่เราไม่เคยถามตัวเอง ดังต่อไปนี้
ถ้าวันนี้ตกงานฉับพลัน
เราตอบตัวเราได้มั้ยว่ามีเงินพอใช้ไปได้กี่เดือน?
ถ้าวันนี้เกิดอุบัติเหตุหรือป่วยกะทันหัน
เราตอบตัวเราได้มั้ยว่าเรามีค่ารักษาพยาบาลรึเปล่า?
หรือถ้าวันนี้เราเป็นหัวหน้าครอบครัว
แล้วเกิดจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน
เราตอบตัวเองได้มั้ยว่ามีเงินทิ้งไว้ให้คนข้างหลังเท่าไหร่?
หรือถ้ายังไม่ตาย โชคดีอายุยืน
เราตอบตัวเองได้มั้ยว่าเราจะเอาเงินที่ไหนใช้ตอนแก่?
พูดแบบนี้แล้วเหมือนมาจากตัวแทนประกัน 555+
แต่คนทำงานไม่ประจำถูกถามคำถามนี้เสมอว่า
กล้าออกมาทำงานไม่ประจำแบบนี้ มั่นใจมากไปหรือเปล่า?
และถึงไม่ถูกถาม ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้
โชคดีที่วันนี้ตอบตัวเองได้หมด เพราะเตรียมไว้หมดแล้ว
คิดว่าที่หลายคนไม่ถามตัวเองด้วยคำถามแบบนี้
ก็เพราะคำตอบมัน "แทงใจดำ"
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าตกงาน เราตายแน่
เพราะแค่มีเงินใช้เดือนชนเดือน
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเราป่วยหนัก
เราต้องตายแน่เพราะไม่มีค่ารักษา
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเราตาย
คนข้างหลังเขาต้องลำบากแน่ เพราะเรามีแต่หนี้ทิ้งไว้ให้
จริงๆ เรารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าตอนเราแก่ๆ
เราก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเอาเงินที่ไหนใช้
เราได้แต่คิดว่า มันคงไม่ใช่เราหรอก
ที่โชคร้ายตกงาน ที่โชคร้ายป่วยหนัก
ที่โชคร้ายตายไว หรือที่โชคร้ายไม่มีเงินใช้ตอนแก่
แต่คนโชคร้ายทุกคน
ก็เคยคิดเหมือนเรานั่นแหละ
ว่าเค้าคงไม่โชคร้ายหรอก
อาจจะชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านไปหน่อย เลยแอบห่วงว่า
ถ้ามีเงินซื้อชุดสวย มือถือรุ่นใหม่ อาหารจานแพง เที่ยวเมืองนอก
ก็น่าจะแบ่งเงินมาจัดการกับ "ความมั่นใจเกินไป"
ว่าชีวิตคงไม่โชคร้าย
ถ้ามีเงินเล่นหุ้น ลงทุนทอง
เพื่อได้บอกใครๆ แล้วดูเท่ว่าข้าคือนักลงทุน แต่ไม่มีเงินเก็บเลย
ก็น่าจะจัดการส่วนนี้ให้เรียบร้อยก่อน
ถึงมันจะไม่เท่ที่ต้องบอกใครๆ ว่าฉันแค่กำลังเก็บเงิน
มีรายได้หลายทางสิ
เก็บเงินทุกเดือนก่อนเอาไปใช้สิ
มีเงินเก็บไว้ให้พอใช้หลายๆ เดือนสิครับ
ทำประกันความเสี่ยงไว้สิครับ
เตรียมเก็บเงินไว้ใช้ยามป่วยยามแก่เฒ่าสิครับ
แล้วค่อยออกไปแตะขอบฟ้าด้วยความ "มั่นใจ"
"มั่นใจ" ที่ไม่ใช่ "มั่นใจเกินไป"
เมื่อเตรียมทุกอย่างในกรณีที่มัน "แย่ที่สุด" ไว้แล้ว
ก็ได้เวลาที่เราจะ "แน่ที่สุด" แล้วล่ะ
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
Google Logo : 14 มิ.ย. 2557 World Cup 2014
2014 FIFA World Cup™
14 มิ.ย. 2557 => Group B : Netherlands ชนะ Spain 1:5
=> Group B : Chile ชนะ Ausalia 3:1
15 มิ.ย. 2557 => Group C : Colombia พบกับ Grence เวลา 11.00 PM
วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557
อย่าจ่าย ในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจ่าย
เมื่อวานเราพูดถึงเรื่อง เจ้าของธุรกิจต้องกล้าจ่ายในสิ่งที่จำเป็น วันนี้มาดูมุมของเรื่องที่ไม่ควรเสียเงินกันบ้าง
ตอนเริ่มธุรกิจ มันเหมือนคุณเริ่มสร้างบ้านใหม่ มันมีเรื่องให้คิดให้เสียเงินเต็มไปหมด อันนั้นก็จำเป็น อันนี้ก็ขาดไม่ได้ แต่ถ้ามองให้ดีๆ จะเห็นว่า สิ่งที่คุณซื้อเข้าบ้าน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
1 ซื้อเพื่อความจำเป็นในการอยู่อาศัย เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน เครื่องครัว อุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ
2 ซื้อเพื่อความสบายเพิ่มเติม คือสิ่งที่มานอกเหนือจากรายการด้านบน หรือรายการด้านบนแต่เป็นรุ่น advance เช่น TV ก็ต้องเป็น 3D ห้องน้ำก็ต้องมีอ่างอาบน้ำ
หลักการในการลงทุนทางธุรกิจในช่วงเริ่มต้นมีหลักการเดียว คือลงทุนในส่วนที่สร้างชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์ และสร้างรายได้ก่อน เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว มี scale งานที่ใหญ่ขึ้น เช่น มีสาขา ขยายร้าน เราจึงค่อยลงทุนในส่วนที่สร้างความสบายต่อไป
สิ่งที่ยังไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจในช่วงแรกมีอะไรบ้าง
1. ซื้อโฆษณาแบบบ้าเลือด การจัดสรรงบประมาณสำหรับการตลาดเป็นสิ่งดี แต่การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะเสมอไป ปัจจุบันมีสื่อฟรีๆ มากมายที่สามารถทำให้ธุรกิจของคุณ on air ไปให้คนรู้จักทั่วโลก ขอเพียงธุรกิจของคุณมีความน่าสนใจเพียงพอ นี่คือที่มาว่า ทำไมเจ้าของต้องลงทุนในส่วนของการพัฒนาสินค้าและร้านของตัวเองให้โดดเด่น เพราะนั่นจะเป็นเครื่องมือในการพาคุณไปออกสื่อเอง
2. ระบบ I.T. ยังมีเจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดกันเยอะมากว่าโปรแกรม computer ต่างๆ จะช่วยให้ธุรกิจมียอดขายมากขึ้นถ้านำระบบนั้นมาใช้ ยิ่งใช้ครบก็จะยิ่งขายดีขึ้น
ในความเป็นจริงแล้ว ระบบ I.T. สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนมากถูกสร้างมาเพื่อให้การขายและการบริหารจัดการ "ง่ายขึ้น" แต่มันจะ "ไม่ได้ช่วยให้ขายมากขึ้น" เช่นโปรแกรมบัญชี ตัดสต็อก หรือโปรแกรมการรับสั่งสินค้า โปรแกรมเหล่านี้ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี ได้ไม่ได้เป็น Selling Tools สำหรับการเพิ่มยอดขาย
เมื่อธุรกิจของคุณยังเป็นขนาดเล็ก การลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าว สามารถทำได้โดยการเอาใจใส่ ลงรายละเอียดและสร้างนิสัยการทำงานของคนมากกว่า
ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนโปรแกมเหล่านี้ ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจด้วย ถ้าร้านของคุณมีสินค้าเป็น 1-2,000 รายการ แน่นอนว่าโปรแกรมบริหารสต้อกกับ POS คือสิ่งจำเป็น
3. ออฟฟิศหรู ขนาดและความหรูหราของออฟฟิศ อาจจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลสำหรับธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้น (ยกเว้นธุรกิจที่เอาหน้าร้านมาเป็นออฟฟิศด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วควรแยกกันให้เรียบร้อย) เดี๋ยวนี้มีธุรกิจ Office Sharing (บางคนเรียก Work Space) เกิดขึ้นมากมายที่เราสามารถไปใช้ทำงานได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจบริการ ที่ปรึกษา สนง.กฏหมาย รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าที่ใช้พื้นที่น้อย บริษัทเหล่านี้ก็หันไปใช้บริการนี้กันมากขึ้น
จ่ายในสิ่งที่ควรจ่าย ประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จสำหรับทุกธุรกิจ
แหล่งที่มา Facebook : Trick of the Trade
ตอนเริ่มธุรกิจ มันเหมือนคุณเริ่มสร้างบ้านใหม่ มันมีเรื่องให้คิดให้เสียเงินเต็มไปหมด อันนั้นก็จำเป็น อันนี้ก็ขาดไม่ได้ แต่ถ้ามองให้ดีๆ จะเห็นว่า สิ่งที่คุณซื้อเข้าบ้าน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
1 ซื้อเพื่อความจำเป็นในการอยู่อาศัย เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน เครื่องครัว อุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ
2 ซื้อเพื่อความสบายเพิ่มเติม คือสิ่งที่มานอกเหนือจากรายการด้านบน หรือรายการด้านบนแต่เป็นรุ่น advance เช่น TV ก็ต้องเป็น 3D ห้องน้ำก็ต้องมีอ่างอาบน้ำ
หลักการในการลงทุนทางธุรกิจในช่วงเริ่มต้นมีหลักการเดียว คือลงทุนในส่วนที่สร้างชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์ และสร้างรายได้ก่อน เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว มี scale งานที่ใหญ่ขึ้น เช่น มีสาขา ขยายร้าน เราจึงค่อยลงทุนในส่วนที่สร้างความสบายต่อไป
สิ่งที่ยังไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจในช่วงแรกมีอะไรบ้าง
1. ซื้อโฆษณาแบบบ้าเลือด การจัดสรรงบประมาณสำหรับการตลาดเป็นสิ่งดี แต่การตลาดที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะเสมอไป ปัจจุบันมีสื่อฟรีๆ มากมายที่สามารถทำให้ธุรกิจของคุณ on air ไปให้คนรู้จักทั่วโลก ขอเพียงธุรกิจของคุณมีความน่าสนใจเพียงพอ นี่คือที่มาว่า ทำไมเจ้าของต้องลงทุนในส่วนของการพัฒนาสินค้าและร้านของตัวเองให้โดดเด่น เพราะนั่นจะเป็นเครื่องมือในการพาคุณไปออกสื่อเอง
2. ระบบ I.T. ยังมีเจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดกันเยอะมากว่าโปรแกรม computer ต่างๆ จะช่วยให้ธุรกิจมียอดขายมากขึ้นถ้านำระบบนั้นมาใช้ ยิ่งใช้ครบก็จะยิ่งขายดีขึ้น
ในความเป็นจริงแล้ว ระบบ I.T. สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนมากถูกสร้างมาเพื่อให้การขายและการบริหารจัดการ "ง่ายขึ้น" แต่มันจะ "ไม่ได้ช่วยให้ขายมากขึ้น" เช่นโปรแกรมบัญชี ตัดสต็อก หรือโปรแกรมการรับสั่งสินค้า โปรแกรมเหล่านี้ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี ได้ไม่ได้เป็น Selling Tools สำหรับการเพิ่มยอดขาย
เมื่อธุรกิจของคุณยังเป็นขนาดเล็ก การลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าว สามารถทำได้โดยการเอาใจใส่ ลงรายละเอียดและสร้างนิสัยการทำงานของคนมากกว่า
ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนโปรแกมเหล่านี้ ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจด้วย ถ้าร้านของคุณมีสินค้าเป็น 1-2,000 รายการ แน่นอนว่าโปรแกรมบริหารสต้อกกับ POS คือสิ่งจำเป็น
3. ออฟฟิศหรู ขนาดและความหรูหราของออฟฟิศ อาจจะเป็นภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลสำหรับธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้น (ยกเว้นธุรกิจที่เอาหน้าร้านมาเป็นออฟฟิศด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วควรแยกกันให้เรียบร้อย) เดี๋ยวนี้มีธุรกิจ Office Sharing (บางคนเรียก Work Space) เกิดขึ้นมากมายที่เราสามารถไปใช้ทำงานได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจบริการ ที่ปรึกษา สนง.กฏหมาย รวมไปถึงการนำเสนอสินค้าที่ใช้พื้นที่น้อย บริษัทเหล่านี้ก็หันไปใช้บริการนี้กันมากขึ้น
จ่ายในสิ่งที่ควรจ่าย ประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จสำหรับทุกธุรกิจ
แหล่งที่มา Facebook : Trick of the Trade
เราคือผู้ชนะ!
เราไม่ได้เป็นไอ้ขี้แพ้
แต่เราชอบที่จะเชื่อว่าเราคือ "ไอ้ขี้แพ้"
เรา "เลือก" ที่จะเชื่อแบบนั้นเอง
ไม่มีใครเอาเหล็กไปเผาไฟร้อนๆ
แล้วเอามานาบที่หน้าผากเราว่า "ไอ้ขี้แพ้"
ทำอะไรก็ล้มเหลวตลอด
แต่เป็นตัวเราเองที่มองเข้าไปในกระจก
แล้วชอบบอกกับตัวเองว่า
"นี่ไงใบหน้าของไอ้ขี้แพ้"
หน้าอย่างนี้จะไปสู้อะไรเค้าได้
ทั้งที่จริงแล้วคนสำเร็จทุกคนต่างรู้ดีว่า
ความพ่ายแพ้เป็นสถานะชั่วคราว
แต่ความเชื่อว่าเราคือ "ไอ้ขี้แพ้"
นั่นแหละที่จะทำให้มันกลายเป็นสถานะถาวร
ใครไม่อยากเป็น "ไอ้ขี้แพ้"
ก็จงเปลี่ยนความเชื่อว่าเราเป็น "ไอ้ขี้แพ้"
ด้วยการหาหลักฐานใหม่ๆ
กลับไปขุดคุ้ยว่าคนอย่างเราเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง
ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม นับมันให้หมด
จากนั้นออกไปขุดค้นหาข้อมูล
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ วิดีโอ หรือไปพูดคุยกับคนตัวเป็นๆ ว่า
คนที่อดีตเค้าคล้ายๆ เราในวันนี้
วันนี้เขาผ่านจุด "ไอ้ขี้แพ้" มาได้ยังไง?
แล้วจงเลียนแบบเขาในทางของตัวเอง
ดึงฉลากขี้แพ้ออกจากหน้าผาก
บอกคนในกระจกว่าเราคือผู้ชนะ
ออกไปตะโกนใส่ฟ้าว่า
"คนอย่างกูจะดีให้ดู"
มุ่งมั่น ฝึกฝน เพียรพยายาม
ร้องไห้ก็เช็ดน้ำตา
ล้มลงก็ปัดฝุ่นที่หัวเข่า
เหยียดตัวเองขึ้นมาใหม่
มีทางก็เดินต่อ ไม่มีทางก็สร้างมันขึ้นมาเอง
แล้วไม่นานเราจะตบปากคนถากถาง
...ด้วยความสำเร็จของเรา
เราไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้
เราไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้
เราไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้
เราคือผู้ชนะ!
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
แต่เราชอบที่จะเชื่อว่าเราคือ "ไอ้ขี้แพ้"
เรา "เลือก" ที่จะเชื่อแบบนั้นเอง
ไม่มีใครเอาเหล็กไปเผาไฟร้อนๆ
แล้วเอามานาบที่หน้าผากเราว่า "ไอ้ขี้แพ้"
ทำอะไรก็ล้มเหลวตลอด
แต่เป็นตัวเราเองที่มองเข้าไปในกระจก
แล้วชอบบอกกับตัวเองว่า
"นี่ไงใบหน้าของไอ้ขี้แพ้"
หน้าอย่างนี้จะไปสู้อะไรเค้าได้
ทั้งที่จริงแล้วคนสำเร็จทุกคนต่างรู้ดีว่า
ความพ่ายแพ้เป็นสถานะชั่วคราว
แต่ความเชื่อว่าเราคือ "ไอ้ขี้แพ้"
นั่นแหละที่จะทำให้มันกลายเป็นสถานะถาวร
ใครไม่อยากเป็น "ไอ้ขี้แพ้"
ก็จงเปลี่ยนความเชื่อว่าเราเป็น "ไอ้ขี้แพ้"
ด้วยการหาหลักฐานใหม่ๆ
กลับไปขุดคุ้ยว่าคนอย่างเราเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง
ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม นับมันให้หมด
จากนั้นออกไปขุดค้นหาข้อมูล
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ วิดีโอ หรือไปพูดคุยกับคนตัวเป็นๆ ว่า
คนที่อดีตเค้าคล้ายๆ เราในวันนี้
วันนี้เขาผ่านจุด "ไอ้ขี้แพ้" มาได้ยังไง?
แล้วจงเลียนแบบเขาในทางของตัวเอง
ดึงฉลากขี้แพ้ออกจากหน้าผาก
บอกคนในกระจกว่าเราคือผู้ชนะ
ออกไปตะโกนใส่ฟ้าว่า
"คนอย่างกูจะดีให้ดู"
มุ่งมั่น ฝึกฝน เพียรพยายาม
ร้องไห้ก็เช็ดน้ำตา
ล้มลงก็ปัดฝุ่นที่หัวเข่า
เหยียดตัวเองขึ้นมาใหม่
มีทางก็เดินต่อ ไม่มีทางก็สร้างมันขึ้นมาเอง
แล้วไม่นานเราจะตบปากคนถากถาง
...ด้วยความสำเร็จของเรา
เราไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้
เราไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้
เราไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้
เราคือผู้ชนะ!
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557
เงิน VS ความสุข
ใครบอกว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้
ขอบอกเลยว่าคนนั้นโกหก!
เพราะเงินอาจจะซื้อความสุขไม่ได้
แต่มันคงไม่ทำให้คุณทุกข์มากไปกว่านี้
-----
ระหว่างมีเงินหนึ่งพันล้านในบัญชี
กับการมีหนี้หนึ่งล้านบาท
คุณจะเลือกแบบไหน?
ระหว่างนั่งรถสวยๆ พร้อมคนขับ
กับรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน
คุณจะเลือกนั่งรถคันไหน?
-----
แต่เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า...
ความสุขบางเรื่องนั้น
ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน
เงินซื้อความรักที่ยั่งยืนไม่ได้
เงินซื้อเวลาที่ต้องการไม่ได้
และอีกหลายๆ เรื่อง
ที่เงินไม่สามารถซื้อได้...
-----
เราเห็นคนบางคน
มีเงินมากแต่ไม่มีความสุข
เราเห็นคนบางคน
ไม่มีเงินและไม่มีความสุข
-----
แต่ที่จริงแล้ว...
เราเคยถามตัวเองไหมว่า
ในเวลาที่เราไม่มีความสุขนั้น
มันเกิดขึ้นเพราะไม่มีเงิน
หรือว่าเกิดขึ้นจาก
...ตัวเราเอง
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
ขอบอกเลยว่าคนนั้นโกหก!
เพราะเงินอาจจะซื้อความสุขไม่ได้
แต่มันคงไม่ทำให้คุณทุกข์มากไปกว่านี้
-----
ระหว่างมีเงินหนึ่งพันล้านในบัญชี
กับการมีหนี้หนึ่งล้านบาท
คุณจะเลือกแบบไหน?
ระหว่างนั่งรถสวยๆ พร้อมคนขับ
กับรถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน
คุณจะเลือกนั่งรถคันไหน?
-----
แต่เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่า...
ความสุขบางเรื่องนั้น
ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน
เงินซื้อความรักที่ยั่งยืนไม่ได้
เงินซื้อเวลาที่ต้องการไม่ได้
และอีกหลายๆ เรื่อง
ที่เงินไม่สามารถซื้อได้...
-----
เราเห็นคนบางคน
มีเงินมากแต่ไม่มีความสุข
เราเห็นคนบางคน
ไม่มีเงินและไม่มีความสุข
-----
แต่ที่จริงแล้ว...
เราเคยถามตัวเองไหมว่า
ในเวลาที่เราไม่มีความสุขนั้น
มันเกิดขึ้นเพราะไม่มีเงิน
หรือว่าเกิดขึ้นจาก
...ตัวเราเอง
แหล่งที่มา Facebook : TaxBugnoms
ตอน 35 พาเพลินหมาน้อยที่บ้าน
ตอน 35 อ่านตอนสามสิบสี่ เรื่อง "อาลัย บ็อบบี้ ลาก่อน.....3 เม.ย. 2557" ได้ที่นี่
ถ่ายรูปต้นแก้วมังกร ก็เลยติดพ่วงถ่ายรูปหมาที่บ้านมาฝากด้วยนะค่ะ จากวันที่เกิด 9 ก.พ. 2555 จนถึงปัจจุบันนี้ก็เกือบ 3 ปี เป็นหนุ่มกันหมดแล้ว เลยนำฝากจ้า
ติดตามตอน 36 เรื่อง "ลาก่อนพ่อสิงโต...พ่อหมาใจดี...." ได้ที่นี่
ถ่ายรูปต้นแก้วมังกร ก็เลยติดพ่วงถ่ายรูปหมาที่บ้านมาฝากด้วยนะค่ะ จากวันที่เกิด 9 ก.พ. 2555 จนถึงปัจจุบันนี้ก็เกือบ 3 ปี เป็นหนุ่มกันหมดแล้ว เลยนำฝากจ้า
ติดตามตอน 36 เรื่อง "ลาก่อนพ่อสิงโต...พ่อหมาใจดี...." ได้ที่นี่
ต้นแก้วมังกร
ที่บ้านปลูกต้นแก้วมังกรมานานนนนนนนนนนนนนนนน มากแล้วล่ะ ปลูกไว้โดยปักไว้ข้างรั้วบ้านนานเกินเกือบ 10 ปีแล้ว ก็ไม่ตาย แต่ก็ไม่งาม ผอมบ้าง ตายบ้าง รอดบ้าง แต่ก็ยังมีต้นแก้วมังกรอยู่ แต่ช่วงนี้ต้นแก้วมังกรที่ปลูกไว้ได้ไต่ไปขึ้นที่รั้วหน้าบ้าน ซึ่งเป็นตำแหน่งรับแดดได้ดีมากเลย และเริ่มงามมากขึ้น ไม่กี่เดือนต่อมา แก้วมังกรงามมาก อ้วน
ในที่สุดก็ออกดอกแรกมา และตอนนี้ก็มีลูกออกมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ไม่รู้จะว่าเก็บได้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน
วันนี้เลยขอนำเสนอต้นแก้วมังกรที่บ้าน ชอบดอกมาก ตอนนี้ออกมาเกือบสิบดอกแล้วล่ะ ดอกจะสวยงามากกกกก แต่บานตอนกลางคืน และ ยามเช้า สายๆ ก็เริ่มหุบแล้ว น่าเสียดายจัง เลยอยากนำมาให้ชมกัน
มาดูดอกบานกันก่อน
มาดูดอกที่เริ่มหุบบ้าง
มาดูภาพที่เหลือทั้งหมด
ในที่สุดก็ออกดอกแรกมา และตอนนี้ก็มีลูกออกมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ไม่รู้จะว่าเก็บได้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน
วันนี้เลยขอนำเสนอต้นแก้วมังกรที่บ้าน ชอบดอกมาก ตอนนี้ออกมาเกือบสิบดอกแล้วล่ะ ดอกจะสวยงามากกกกก แต่บานตอนกลางคืน และ ยามเช้า สายๆ ก็เริ่มหุบแล้ว น่าเสียดายจัง เลยอยากนำมาให้ชมกัน
มาดูดอกบานกันก่อน
มาดูดอกที่เริ่มหุบบ้าง
มาดูภาพที่เหลือทั้งหมด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568
ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...
-
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ...
-
การจ่ายเงินรายได้ไม่ครบถ้วน ว่าจริงๆ แล้วเงินที่ทางผู้จ้างได้จ่ายให้ผู้รับจ้างไม่ครบนั้น เพราะว่าทางผู้จ้างได้หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซ...



