วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลงมือทำ

ถ้ารอให้พร้อมก็ไม่มีวันได้เริ่ม
เพราะฉะนั้นจงเริ่มมันเลย ตั้งแต่วันที่ยังไม่พร้อม

เป็นอย่างนี้เสมอมาทั้งชีวิต
เริ่มในวันที่ไม่พร้อม เริ่มในวันที่ทำไม่เป็น ไม่มั่นใจ
คล้ายชีวิตกำหนดมาให้เป็นแบบนั้นตลอด

แล้วในที่สุดสิ่งที่กลัว  ก็ทำได้ ไม่ตายเว้ยเฮ้ย

ถามว่ากลัวมั้ยตอนที่เริ่ม?  ตอบเลยว่ามาก
พร้อมมั้ยตอนที่เริ่ม?  ตอบเลยว่าไม่

ไม่พร้อมเลยสักนิด ไม่กล้าเลยสักนิด
แต่ก็ลงมือทำ
ใจเด็ดสินะ? เปล่าเลย
อาจจะโชคดีที่โชคร้าย
เพราะถูกถีบตกน้ำ สะพานไม่มีให้ถอยกลับ
เพราะฉะนั้นมีหน้าที่ลุยไปข้างหน้าอย่างเดียว
ไม่มีเวลามาคิดหรอกว่าพร้อมมั้ย กลัวมั้ย

ไม่มีเวลามานั่งใจเสาะ
ทำมันทั้ง ๆ ที่กลัวนี่แหละ 
ระหว่าง "กลัวความกลัว" กับ "กลัวอดตาย" 
กลัวอย่างหลังมากกว่า

ทางจะไม่ปรากฏ ถ้าเรายังไม่ก้าวออกเดิน
การอยู่กับที่ ไม่เคยทำให้ใครก้าวหน้า

อยากให้กลัว ให้ลงมือทำ
อยากพร้อม ให้ลงมือทำ
ลงมือทำคือบิดาของกฎทั้งปวง
อย่ารอให้พร้อมอยู่เลย

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คุณมี "มูลค่า" เท่าไหร่?

ผู้คนให้ "ราคา" ตัวคุณเท่าไหร่?
แล้วคุณคิดว่าจริง ๆ แล้วคุณมี "มูลค่า" เท่าไหร่?

ถ้าผู้คนให้ "ราคา" คุณต่ำกว่า "มูลค่า" ที่แท้จริงของคุณ
คุณอาจอยู่ผิดที่ หรือไม่ก็ทำตัวไร้ค่าเอง

เช่น คุณได้เงินเดือน 2 หมื่น แต่คุณรู้ว่ามูลค่าคุณมากกว่านั้น
คุณทำเงินให้บริษัทได้มากมาย และมีโอกาสอีกมากรออยู่
แบบนี้มีทางเลือก 2 ทาง
หนึ่ง เจรจากับบริษัทเดิม
สอง ไปหาที่ใหม่ที่เขาเห็นมูลค่าของคุณ

ถ้าผู้คนให้ "ราคา" คุณสูงกว่า "มูลค่า" ที่แท้จริงของคุณ
คุณกำลังอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง เพราะเมื่อความจริงปรากฏ
ราคาจะลงมาเท่ากับมูลค่าในที่สุด

เช่น คุณได้เงินเดือน 5 หมื่น แต่จริง ๆ มูลค่าของคุณไม่ขนาดนั้น
คุณอาจจะพูดเก่ง หาช่องว่างของบริษัทได้ ไม่มีใครเห็นว่าคุณทำงานหรือไม่
แบบนี้มีทางเลือก 2 ทาง
หนึ่ง เนียน ๆ ต่อไปอย่าให้ความแตก
สอง พัฒนาตัวเองให้มูลค่าขึ้นมาเท่ากับราคาที่คุณได้

ผู้คนให้ "ราคา" ตัวคุณเท่าไหร่?
แล้วคุณคิดว่าจริง ๆ แล้วคุณมี "มูลค่า" เท่าไหร่?
เป็นคำถามที่คุณต้องหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอ
ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่รู้ "ราคา" และ "มูลค่า" ของคุณเลย

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 186 วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

วันคุ้มครองโลก Earth Day ให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-186-22-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 185 วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

6 เดือนรัฐนาวา ผลงานเข้าตาหรือ น่าเป็นห่วง
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-185-21-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 184 วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

เปิดกันเข้าไป ใช้ไฟให้ “พีค” แล้วจะพบปลายทางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-184-20-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 183 วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

นักวาดภาพประกอบ Illustrator ผู้รังสรรค์ลายเส้น...เป็นอาชีพ
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-183-17-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 182 วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ร้อน สุดขีด!! ระวังฮีตสโตรกหรือ โรคลมแดด
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-182-16-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

รถเมล์ไทย VS รถเมล์ญี่ปุ่น

1. ประเทศญี่ปุ่นมีรถเมล์ที่ให้บริการตรงต่อเวลา
จนถึงขนาดที่ป้ายรถเมล์จะระบุเลยว่า
รถเมล์สายนี้ จอดเทียบป้ายกี่โมง
(เหมือนรถไฟ และ เครื่องบิน)

2. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นในชั่วโมงเร่งด่วน
บางจุดมีรถออกทุกๆ 2-3 นาที และ
มากที่สุดถึง 20 กว่าคันในหนึ่งชั่วโมง
(ประเทศพัฒนาแล้วอย่างอเมริกา ฝรั่งเศษ
และ อังกฤษยังไม่มากขนาดนี้)

3. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีระบบจ่ายเงินทอนเงินอัตโนมัติ
และ สามารถจ่ายรวมเป็นกรุ๊ปได้มากสุดถึง 60 คน
(จ่ายได้ระบบบัตรได้ด้วย) อีกทั้ง
เครื่องสามารถคำนวนวิธีจ่ายระหว่างผู้ใหญ่ กับ เด็กได้ด้วย

4. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีกริ่งกดลงติดรอบคันมากที่สุดในโลก
บางคันมีกริ่งกดลงในรถมากกว่า 20 จุด
สอบถามไปได้ใจความว่า
เพื่อให้ผู้คนที่อยู่บนรถกดได้เลย
จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุล้ม (เออ คิดได้นะ )

5. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีติดที่ครอบไฟให้แสงสว่างในรถ
เพื่อกันไม่ให้แสงสว่างนั้นมากระทบที่ดวงตาคนขับรถเมล์
จนเกิดอันตรายในการขับ (ตรงนี้แหล่ะสุดยอด ใส่ใจสุดๆ)

6. ในรถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีระบบประกาศแนะนำสถานที่ต่อไปที่จะจอด
(เหมือนในรถไฟ) แต่ที่พิเศษกว่านั้น คือ
นอกจากแนะนำป้ายต่อไปที่จะจอดแล้ว
เสียงอัตโนมัติจะแนะนำด้วยว่า สถานที่ต่อไปที่จะจอดนั้น
รอบๆ มีสถานที่สำคัญ(โดยมากเน้นราชการ และ สาธรณะ
ไม่เน้นที่ของเอกชน) อะไรบ้าง
รวมทั้งจะบอกด้วยว่าที่ต่อไปที่จะจอดคุณสามารถต่อรถไปไหนได้บ้าง
โอ๊ยยสุดยอดจริงๆๆๆ

7. ในรถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีระบบประกาศเตือนภัย
(ที่ไทยน่าเอามาใช้สุดๆ แต่ จะทำได้ไหมอ่า)
บอกว่า รถเมล์คันนี้กำลังจะเลี้ยงซ้าย หรือ เลี้ยวขวาแล้วนะ

กรุณาระวังด้วย ไฮไลท์สุดๆ คือ เสียงประกาศนี้ กับ เสียงประกาศป้าย
ที่จะลงเค้าใช้เสียงคนละคนคนละเพศอ่า  สอบถามได้ใช้ความว่า
หากใช้เสียงคนเดิมๆ คนที่อยู่ในรถก็อาจจะละเลย และ ไม่ทันระวังได้
ก็เลยต้องใช้เสียงคนละคนคนละเพศประกาศ
เพื่อให้ทุกคนรู้สึกตัวว่าต้องระวังภัยแล้ว
(คิดกันได้ไงเนี่ยยยยยยยย โอ๊ยชอบๆๆๆๆ)

8. ประตูปิดเปิดขึ้นลงอัตโนมัติ
มีระบบป้องกันประตูหนีบด้วยการฝังเซ็นเซอร์
เข้าไปตรงยางกันประตู หากเด็ก หรือ
คนแก่ขึ้นไม่ต้องกลัวเลยว่า
จะเกิดภัยจากประตูหนีบ
(ต่อให้หนีบก็ไม่เจ็บเพราะปลายเป็นยาง)

9. รถเมล์ในญี่ปุ่นมีจุดขึ้นลงสำหรับผู้โดยสารพิการ

แหล่งที่มา     Facebook : J-doramanga

Google Logo : 22 เม.ย. วันคุ้มครองโลก



ในวันที่ 22 เมษายน ของทุกๆปี ประเทศสหรัฐอเมริกาและอีกกว่าร้อยประเทศทั่วโลกจะรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งเป็นวันที่คนทั้งโลกระลึกถึงความสำคัญและให้คำสัญญาว่าจะปกป้องสภาพแวดล้อม

วันคุ้มครองโลกเป็นวันครบรอบของการที่ชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนเดินขบวนเพื่อเรียกร้องสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน ขณะนั้น ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีประชาชนหลายกลุ่มรวมตัวกันเพื่อต่อต้านปัญหา เช่น กากของเสียเป็นพิษ ยาฆ่าแมลง การสูญเสียพื้นที่ป่า การสูญพันธุ์ของสัตว์ การรั่วไหลของน้ำมันดิบ และปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมอื่นอีกมากมาย จนสุดท้ายทุกๆกลุ่มก็ตระหนักว่าทุกคนกำลังพยายามเรียกร้องในสิ่งเดียวกัน

ความพิเศษของวันคุ้มครองโลกครั้งแรกในสหรัฐฯเมื่อปี 1970 นั้นคือ การชุมนุมครั้งนี้สามารถทำให้คนที่มีความเห็นแตกต่างทางการเมือง คนต่างชนชั้นทางสังคม รวมทั้งคนที่ต่างพื้นเพและความเชื่อมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิ่งเดียวกันได้

กล่าวโดยสรุปคือ วันคุ้มครองโลกในปี 1970 นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ทางสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

แหล่งที่มา    ว็บไซต์  True ปลูกปัญญา

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

กฏแห่งแรงดึงดูด

ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่ากฏแห่งแรงดึงดูด
คลื่นความคิด หรือคลื่นเต่าสะท้านฟ้าอะไรก็แล้วแต่

แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่า ถ้าคุณรู้สึกดวงตก มีแต่โชคร้าย
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ เปลี่ยน "คลื่นความถี่" ของคุณ
แล้วโชคร้ายจะค่อย ๆ หายไปเอง

ว่าแต่แล้วมันทำอย่างไรล่ะ? ค่อย ๆ ตามมา

อยากจะเล่าถึงช่วงที่ชีวิตแย่ ๆ
ตอนนั้นจมอยู่ในเหตุการณ์   เลยมองไม่เห็นภาพรวม
แต่วันนี้พอมองย้อนกลับไป ถึงกับขนลุก
โอ้ว! ช่วงนั้นเป็นดั่งศูนย์รวมความโชคร้าย
มาได้ครบหมดเรื่องความซวย!

คุณจะเชื่อมั้ย  ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่แย่ ๆ นั้น
เจอทั้งเหตุการณ์ขึ้นรถสองแถว นักเรียนช่างกลเอาปืนจ่อ
ถามว่า "เฮ้ย! ใครเป็นเด็ก...(ชื่อสถาบันแห่งนึง) บ้างวะ?"

เจอทั้งเหตุการณ์นั่งรถแท็กซี่ ขี้เมาขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสามตามประกบ
เพราะไม่พอใจที่แท็กซี่บีบแตรใส่ ขี้เมาขี่ไล่บี้ กะเอาขวดเบียร์ฟาดรถ
แท็กซี่ขับหนีอย่างกับหนังแอ็คชั่น

เจอทั้งเหตุการณ์ขับรถเข้าซอยแคบๆ คนขับบีเอ็มนักเลงสาดไฟใส่กันไปมา
บีเอ็มเบิ้ลเครื่องเตรียมพุ่งชนรถ   ต้องถอยหนีฉีกหลบ
คนขับบีเอ็มเปิดประตู เดินตรงมาที่รถ  คิดว่าต้องโดนยิงตายแน่
สุดท้ายต้องยกมือไหว้ ถึงรอดมาได้

เจอทั้งเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันหลายปี
พาไปเกือบเสียผู้เสียคน เหล้ายาปลาปิ้งสุรานารี

เจอทั้งคนเบี้ยวหนี้ ยืมแล้วไม่คืน

เจอทั้งอาชีพที่ล่มสลาย
รายได้ไม่พอใช้ ต้องเอาข้าวของไปขาย

เจอทั้งธุรกิจที่ล้มละลาย
สต็อคบานเบอะ ขายของเก็บเงินไม่ได้

เจอทั้งปัญหาครอบครัว
ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย

เจออีกมากมาย เล่าอีก 3 วันก็ไม่จบ

! ความโชคร้ายมันคืออันธพาล
เวลามา มันไม่มาคนเดียว

น่าแปลกก็คือ วันนี้ไม่เคยพานพบเรื่องแบบนี้อีกเลย
คงเพราะอยู่คนละ "คลื่นความถี่" กับโชคร้ายนั้นแล้ว
ตกลงแล้วทำอย่างไรล่ะ? เปลี่ยนคลื่นความถี่น่ะ

คำตอบก็คือ ตัวเรานั้นเหมือนเครื่องรับวิทยุที่ปรับการรับคลื่นได้
ถ้าเราเปิดคลื่นเพลงร็อคโหด ๆ เราก็จะไม่มีวันได้ฟังเพลงอีสซี่สบาย ๆ
ถ้าเราอยากฟังเพลงเพราะ ๆ เราต้องปรับคลื่นให้ตรง

ว่ากันตั้งแต่ ปรับอารมณ์ให้อยู่ในโซนบวก สงบ
หาอะไรทำให้จิตใจแจ่มใส ออกกำลังกาย ออกกำลังใจ
ตามมาด้วย เสพสิ่งดี ๆ ให้พลังงานเชิงบวก
เช่น หนังสือดี ๆ หนังดี ๆ เพลงเพราะ ๆ
เรื่อยมาจนถึง คบคนที่ให้พลังงานดี ๆ กับเรา

ไม่ใช่คนที่เอาแต่บ่นถึงปัญหา ไม่ใช่คนที่คิดลบ ดูดพลัง
คนเราเป็นลูกหลานสิ่งแวดล้อมครับ นี่คือเรื่องจริง
เมื่อสะสมพลังได้มากพอ เมื่อปั่นพลังได้มากพอ
เราจะเริ่มลอยสูงขึ้นจากคลื่นความถี่ความซวย
และไม่พบเจอมันอีกเลย

เราจะเจอคนดี ๆ โอกาสดี ๆ งานดี ๆ เงินดี ๆ
ไปไหนทางจะสะดวก ไฟเขียวตลอด มีที่จอดรถ
ถ้าดวงเหมือนจะตก ก็จะมีคนมารับ
เพราะตอนนี้เราได้เปิดคลื่นเพลงเพราะ 24 ชั่วโมงแล้ว
เพลงร็อคโหด ๆ จึงไม่มีทางมากล้ำกราย

สุดท้ายนี้พยายามจะบอกอีกครั้งว่า
นี่ไม่ใช่เรื่องไสยศาตร์ จิตใต้สำนึก พลังจักรวาลบานเบอะ
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ

ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่ากฏแห่งแรงดึงดูด
คลื่นความคิด หรือคลื่นเต่าสะท้านฟ้าอะไรก็แล้วแต่
แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่า ถ้าคุณรู้สึกดวงตก มีแต่โชคร้าย
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ เปลี่ยน "คลื่นความถี่" ของคุณ
แล้วโชคร้ายจะค่อย ๆ หายไปเอง

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

เลิกบ่น = เลิกจน

"คาถาแก้จน"
ใครเอาไปปฏิบัติตาม ล้วนร่ำรวยและมีความสุขขึ้นทุกคน

คาถาแก้จนนั้นมีสั้น ๆ ว่า
"เลิกบ่น = เลิกจน"

ฟังดูตลก ฟังดูเหลือเชื่อ
แต่นี่คือเรื่องจริง ไม่เชื่อต้องลองทำดู

ขั้นแรก ภายใน 30 วันนับจากนี้ ห้าม "พูดบ่น" ใด ๆ ทั้งสิ้น
ถ้าจับได้ว่าบ่น ให้ตบปากตัวเอง แล้วเลิกบ่น

ขั้นต่อมา เพิ่มความยากขึ้นด้วยการ ห้าม "คิดบ่น" ใด ๆ ทั้งสิ้น
ภายใน 30 วันต่อมา

ถ้าจับได้ว่าจิตใจกำลังบ่น หมกมุ่นเรื่องลบ ๆ
ให้รีบขัดขวางความคิดด้วยการคิดเรื่องอื่นที่ดี ๆ สนุก ๆ ตลก ๆ
ถ้าเอาไม่อยู่ให้เปิดเพลงเต้นออกกำลังกาย
ถ้าเอาไม่อยู่ให้ออกไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์
หรือจะดูละคร นั่งสมาธิ ว่ายน้ำ ดูปะการังอะไรก็ได้

ขั้นสุดท้าย เพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยการออกห่างจากสิ่งแวดล้อมร้าย ๆ
ห้ามโพสต์ห้ามแชร์เรื่องลบ ๆ ร้าย ๆ ห้ามดูข่าวอาชญากรรม
ห้ามจับกลุ่มคุยกันบ่นเรื่องปัญหา (แต่ไม่เคยหาทางออก)
ห้ามอยู่ใกล้กับตัวดูดพลัง (คนชอบบ่น)

คุณคงสงสัย ทำสามขั้นตอนนี้แล้วมันจะเลิกจนได้ยังไง?
จะไปเอาตรงไหนมาร่ำรวย ไม่เห็นมีวิธีหาเงินเลย
ตอบว่าความร่ำรวยเริ่มจากภายในก่อน
เมื่อเรากวาดขยะในใจทิ้งด้วยการเลิกบ่น
เราจะเริ่มมองเห็น "โอกาส"

เมื่อเห็นโอกาส เราจะเริ่มเจอผู้คนดี ๆ
เมื่อเราเจอผู้คนดี ๆ เราจะเจองานดี ๆ
เมื่อเราเจองานดี ๆ ในที่สุดเงินดี ๆ ก็จะตามมาเอง
และเมื่อนั้น ความร่ำรวยภายนอกก็จะเท่ากับความร่ำรวยภายใน

นั่นล่ะ "เลิกบ่น = เลิกจน"
ลองเอาไปทำดูนะ
แค่ 30 วัน คุณจะรู้สึกว่าจิตใจเบาสบาย

จากนั้นคุณจะเริ่มเห็นโอกาส เริ่มมีผู้คนดี ๆ เข้ามา
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ยักมี
คนคิดลบจะเริ่มหลุดวงโคจรและหายไปจากชีวิตคุณในที่สุด
และถ้าคุณทำต่อเนื่องเป็นปี

ชีวิตคุณจะไม่มีวันเหมือนเดิม
คุณจะจำตัวเองในอดีตไม่ได้เลย
จำไว้นะครับ
คาถาแก้จนนั้นมีสั้น ๆ ว่า
"เลิกบ่น = เลิกจน"

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...