จากการสัมมนาวิชาการ เรื่อง "ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ซึ่งจัดโดย คณะเศรษฐศาสตร์ และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต
"การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็เปรียบเสมือนน้ำท่วมที่ทั่วถึงทุกพื้นที่ เพราะแนวทางของประชาคมอาเซียนจะขยายครอบคลุมในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น สังคม เศรษฐกิจ การเมือง แรงงาน การศึกษา อุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ผมยังมีข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในการประเมินการศึกษาของประเทศไทย พบว่าอยู่ในเกณฑ์ 3.6 คะแนนจาก 10 คะแนน ซึ่งทำให้สงสัยว่าเกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไรในยุคที่ไทยพัฒนาก้าวหน้ามาไกลขนาดนี้ โดยในการประเมินดังกล่าวทำให้เรารู้ตัวว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม มีคะแนนในการประเมินการศึกษาดีกว่าประเทศไทย"อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าว
ดร.อาทิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภาพรวมของการศึกษาไทยที่ตกต่ำแล้ว ขณะนี้พบว่าศักยภาพด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยต่ำกว่านักเรียนของประเทศลาว เนื่องจากระบบการศึกษาของไทยเน้นการเรียนภาษาอังกฤษแบบขอผ่านเท่านั้น จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้ตนเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวกำลังจะย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคสำคัญเมื่อไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภาษาซึ่งเป็นจุดอ่อนมากที่สุด ดังนั้นการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษให้กับคนไทยจึงเป็นปัญหาแรกที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามตนมองว่าการเร่งแก้ปัญหาภายในระยะเวลาสั้นๆ คงไม่ทันเวลา ดังนั้นประเทศไทยควรปรับโครงสร้างทางด้านการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ตนมีความเป็นห่วงเรื่องการปรับตัวของคนไทยเพื่อรับกับการเปิดประชาคมอาเซียนในอีกหลายด้าน เช่น ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และอีกหลายกิจการที่กำลังจะตกอยู่ในมือของคนต่างชาติ นี่เป็นปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ในขณะเดียวกันนักศึกษาไทยส่วนใหญ่กลับไม่สนใจหาแนวทางปรับตัวในยุคประชาคมอาเซียน แต่กลับสนใจเพียงแค่เรียนให้จบโดยไม่คิดขวนขวายหาแนวทางปรับตัวเพื่อเตรียมหางานในยุคที่ชาวต่างชาติกำลังเข้าครอบครองกิจการต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก
แหล่งที่มา เว็บไซต์สนุกดอทคอม 30 เม.ย. 55 14.26 น.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น