วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ผู้ประกันตน

เราคงเคยได้ยินแล้วว่า การทำงานของลูกจ้างในปัจจุบันมีกฎหมายประกันสังคมรองรับอยู่ ซึ่งผู้ประกันตนนั้นก็คือ ลูกจ้างที่เริ่มเข้าทำงานอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ และทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วผู้ประกันตนจะได้รับบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล โดยจะได้รับบัตรเมื่อได้ขึ้นทะเบียนและส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนแล้ว ผู้ประกันตนจะต้องเลือกสถานพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษาเอง สำนักงานประกันสังคมจะส่งบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลไปให้ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ระบุในบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งจะให้การรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เว้นแต่ถ้าต้องการส่งอำนวยความสะดวก ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 21 ต.ค. 54 (009)

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คลายเมื่อยล้าด้วยตา

ในการทำงานแต่ละวันที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องใช้ให้ถูกวิธี
  • ปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตามากที่สุด
  • ใช้แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้า) วิธีนี้อาจจะช่วยได้ไม่มาก แต่ก็ช่วยลดแสงจ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้
  • วัตถุที่มองอยู่ควรมีระยะห่างจากสายตาอย่างน้อย 20 นิ้ว วัดง่ายๆ คือ 1 ช่วงแขน
  • ควรพักสายตาโดยการมองไปยังบริเวณอื่นบ้าง ใช้สายตามองออกไปไกลๆ ไม่ควรจ้องมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ
  • ควรพักสายตาทุกๆ 5-10 นาที อาจทำได้โดยการหลับตาแล้วหายใจเข้าลึกๆ ประมาณ 5 วินาที หรือลุกเดินไปทำสิ่งอื่นบ้าง
  • บริหารดวงตาด้วยการหลับตาแล้วกลอกตาไปมา จากขวาไปซ้าย ซ้ายมาขวา บนลงล่าง ทำแบบนี้ประมาณ 5 วินาที จะช่วยคลายความอ่อนล้าของดวงตาได้อีกด้วย
  • หาต้นไม้ต้นเล็กๆ มาตั้งบนโต๊ะทำงาน เพราะสีเขียวได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา และคลายความอ่อนล้าได้ดีที่สุด และยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้อีกด้วย
  • ควรกะพริบตาบ่อยๆ ทุกๆ 15 นาที เพราะการเพ่งหรือจ้องนานๆ โดยไม่กะพริบตา จะทำให้สายตาเครียดและเมื่อยล้าได้ในที่สุด
  • หมั่นบำรุงสายตาด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามีนเอและวิตามีนบี จำพวกพืชใบเขียว เช่น ใบตำลึง คะน้า ผักโขม พืชผักสีส้มและเหลืองทุกชนิด เช่น ฟักทอง มะละกอ แครอด
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. 54 (008)

โรคอะไรได้ประกันรักษา

ระบบประกันสังคมของไทย ได้มีการให้เบิกค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยไม่สบายได้ด้วย แบ่งเป็น 10 กรณี ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ คือ
  • เจ็บป่วยปกติ
  • เจ็บป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ
  • ค่าบริการทางการแพทย์ กรณีทันตกรรม (ถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน)
  • กรณีบำบัดทดแทนไต ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างช่องท้องด้วยน้ำยาแบบถาวร การผ่าตัดปลูกถ่ายไต การผ่าตัดเปลี่ยนไต และการให้ยาอิริโธรปัวอีติน (Exythropoietin)
  • กรณีปลูกถ่ายไขกระดูก (วงเงิน 750,000 บาท)
  • กรณีเปลี่ยนอวัยวะกระจกตา (วงเงิน 25,000 บาท)
  • ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค (เช่น เท้าเทียม แขนเทียม ไม้ค้ำยัน เป็นต้น เบิกได้ตามรายการประกาศที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด)
  • กรณีโรคเอดส์ (ผู้ประกันตนสามารถรับยาต้านไวรัสเอดส์ทั้งพื้นฐาน สูตรทางเลือกและสูตรดื้อยา รวมทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)
  • กรณีที่มีสิทธิแต่ยังไม่มีบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล (เบิกได้เช่นเดียวกันกับกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน หากจำเป็นต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 72 ชั่วโมง ให้รีบแจ้งสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา เพื่อสามารถเบิกค่ารักษาได้ถึงวันที่ออกจากโรงพยาบาล)
  • กรณีไม่มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ (14 โรคยกเว้น)
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 20 ต.ค. 54 (008)

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ใช้หูฟังมากๆ ต้องดูแล

  1. ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณใบหูและรูหูเท่าที่นิ้วจะเช็คเข้าไปได้
  2. ไม่จำเป็นต้องปั่นหรือแคะขี้หู เพราะโดยธรรมชาติหากขึ้หูมีจำนวนมากจะเคลื่อนตัวหรือร่วงออกมาเอง แต่หากต้องการทำความสะอาดอาจใช้สำลีพันปลายไม้เช็คเพียงหูชั้นนอกเท่านั้น และไม่ควรเช็คเข้าไปลึกเกินครึ่งเซนติเมตร
  3. ไม่ควรใช้ของมีคมหรือของแข็งจำนวนที่แคะหู หรือกิ๊บเสียบผมแคะหูหรือเขี่ยรูหู เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู
  4. ระวังอย่าให้หูถูกกระแทกอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาดได้
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 19 ต.ค. 54 (007)

ระบบประกันสังคม

หลักของประกันสังคม เป็นระบบการเฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุขซึ่งกันและกันระหว่างมวลสมาชิก โดยทั่วไปรัฐบาลของประเทศจะให้ความสำคัญแก่บุคคลที่ทำงาน มีรายได้และอยู่ในระบบแรงงานก่อน และจะขยายความคุ้มครองไปสู่ผู้ที่ทำงานที่มีรายได้นอกระบบ การจ้างงานปกติ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าแรงงานนอกระบบ

เงินสมทบที่เก็บไปนั้นจะสะสมเป็นกองทุน ซึ่งจะให้สิทธิประโยชน์เฉพาะกับบุคคลที่ส่งเงินสมทบ ซึ่งประเทศไทย เรียกว่า "ผู้ประกันตน" เท่านั้น

การเก็บเงินสมทบ ซึ่งถือว่าเป็นภาษีพิเศษจะเก็บจากบุคคลที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

โดยที่เมื่อจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ผู้ประกันตนจะได้รับ "บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล"

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 19 ต.ค. 54 (007)

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ค่าชดเชยเลิกจ้าง

การจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด นายจ้างมีหน้าที่ ดังนี้

บอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อการเลิกจ้าง แต่ถ้านายจ้างประสงค์ให้ลูกจ้างออกจากงานทันที หรือไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าไว้ก่อน นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไว้ก่อน นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อการเลิกจ้างเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าจำนวนค่าจ้างที่ต้องจ่ายในคราวนั้น (กรณีจ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือน ต้องบอกกล่าวก่อนถึงวันสิ้นเดือน หรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวไม่น้อยกว่าเงินเดือน) กรณีจ่ายค่าจ้างทุก 15 วัน ต้องบอกกล่าวก่อนถึงกำหนดจ่ายเงินคราวนั้น หรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวไม่น้อยกว่าเงินค่าจ้าง 15 วัน

อัตราการจ่ายค่าชดเชย ที่กำหนดไว้ตามอายุงานของลูกจ้าง
  • ทำงาน 120 วัน ไม่ครบ 1 ปี ชดเชย 30 วัน
  • ทำงาน 1 ปี ไม่เกิน 3 ปี ชดเชย 90 วัน
  • ทำงาน 3 ปี ไม่เกิน 6 ปี ชดเชย 180 วัน
  • ทำงาน 6 ปี ไม่เกิน 10 ปี ชดเชย 240 วัน
  • ทำงาน 10 ปีขึ้นไป ชดเชย 300 วัน
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 17 ต.ค. 54 (005)

เงินชดเชยพิเศษ

กฎหมายยังได้ระบุเงินชดเชยพิเศษไว้ด้วย เงินชดเชยพิเศษนั้น จะได้รับกรณีที่นายจ้างเลิกจ้าง เพราะเหตุการปรับปรุงหน่วยงาน การผลิต การจำหน่าย หรือการบริการ อันเนื่องจากการนำเครื่องจักรมาใช้ ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งการเลิกจ้างดังกล่าวให้ลูกจ้างและพนักงานทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 60 วัน ก่อนการเลิกจ้าง มิฉะนั้น นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60 วัน) เพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยธรรมดา แต่อย่างไรก็ดี ในกรณีที่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว

อนึ่ง การเลิกจ้างเพราะเหตุการปรับปรุงหน่วยงานการผลิตฯ ถ้าลูกจ้างนั้นทำงานติดต่อกันเกิน 6 ปีขึ้นไป ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยธรรมดา ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 15 วัน ต่อการทำงานครบ 1 ปี แต่ค่าชดเชยพิเศษนี้รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 วัน

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 14 ต.ค. 54 (003)

วันหยุดวันลาของลูกจ้าง

กฎหมายแรงงานได้กำหนดในเรื่องนี้เอาไว้
  • วันหยุดประจำสัปดาห์ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน และจะตกลงกันให้วันใดเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ก็ได้
  • วันหยุดตามประเพณี นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย
  • วันหยุดพักผ่อนประจำปี ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ (โดยได้รับค่าจ้าง) ไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน
  • วันลาป่วย ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง  โดยมีสิทธิได้รับค่าจ้างในระหว่างที่ลานั้นด้วย แต่นายจ้างไม่จำต้องจ่ายค่าจ้างให้เกินกว่าปีละ 30 วัน
  • ลาคลอด ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาเพื่อการคลอดบุตร ครรภ์ละไม่เกิน 90 วันโดยให้นับวันหยุดในระหว่างการลานั้นด้วย ในการลาคลอดนั้น ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างในระหว่างการลานั้น แต่ไม่เกิน 45 วัน
  • ลาเพื่อรับราชการทหาร ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อรับราชการทหาร โดยได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลานั้น แต่ไม่เกินปีละ 60 วัน
ส่วนบริษัทใดให้สิทธิการหยุด การลา ได้มากกว่านี้ ก็ขอแสดงความยินดีด้วย และ ปรบมือให้ค่าสวัสดิการเลิศไปเลย

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 14 ต.ค. 54 (003)

21 ตุลาคม "วันพยาบาลแห่งชาติ"

บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ ณ โถงตึกจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 21 - 27 ต.ค. 2554 ชมนิทรรศการสร้างเสริมสุขภาพ

การขึ้นทะเบียนประกันสังคม

เมื่อเราได้รับรู้สิทธิแล้วว่า เราเป็นพนักงานสามารถที่จะขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ประกันสังคมได้ แต่จะทำอย่างไร ประกันสังคมเขากำหนดไว้อย่างนี้
  • ผู้ลงชื่อรับรองข้อมูลผู้ประกันตนเป็นผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันบริษัทหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ
  • การแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมให้แจ้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน มิฉะนั้นจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • เมื่อข้อเท็จจริงที่แจ้งไว้เปลี่ยนแปลง ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือน ถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าแจ้งข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องจะมีผลต่อสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับตามกฏหมาย
  • การยื่นแบบโดยแจ้งรายชื่อบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 18 ต.ค. 54 (006)

    ใช้หูฟัง อย่างระวัง

    1. หลักเลี่ยงการใช้หูฟังฟังเพลงในที่ที่มีเสียงดัง
    2. ไม่ควรเสียบหูฟังฟังเพลงตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาเข้านอน
    3. หากใช้หูฟังฟังเพลง ควรปรับระดับเสียงไปที่ระดับกลางและไม่ควรฟังต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง
    4. หลีกเลี่ยงการใช้หูฟังร่วมกับผู้อื่นเพราะอาจติดเชื้อโรคได้
    5. หมั่นทำความสะอาดหูฟังเป็นประจำเพื่อป้องกันการสะสมของเชืัอแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆ
    แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 18 ต.ค. 54 (006)

    40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

    ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...