วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

อย่าลืมเด็กไว้ในรถ

อย่าลืมเด็กไว้ในรถ
แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ

เด็กไม่ได้เสียชีวิต
จากขาดอากาศหายใจ
แต่จากความร้อนในรถ

แค่ 2 ชั่วโมง
เด็กก็เสียชีวิตได้

5 นาที 
อุณหภูมิในรถจะสูงขึ้นต่อเนื่อง

10 นาที 
ร่างกายขับเหงื่อออก
เพื่อกำจัดความร้อน
ในร่างกาย

30 นาที 
อุณหภูมิในรถอาจสูงถึง
49 องศาเซลเซียส
ทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด
สมองบวม หมดสติ ช็อก
อาจหยุดหายใจ
และอวัยวะต่างๆ หยุดทำงาน
เสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ที่มา : รศ.นพ.อดิศักดิ์  ผลิตผลการพิพม์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

รู้ทัน...ป้องกันข้อเข่าเสื่อม

“จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย” 

คุณรู้หรือไม่ว่า 
อาการเหล่านี้
คือสัญญาณเตือนว่า
ข้อเข่าต้องการความช่วยเหลือ? 

ต้องบอกว่า ‘เข่า’ เป็นอวัยวะสำคัญ
ในการรับน้ำหนักตัวและเคลื่อนไหว
ของร่างกาย เมื่อใดที่เข่าเริ่มมีความ
เจ็บปวดเข้ามาเตือนนั่นอาจเป็น
สัญญาณของ “โรคข้อเข่าเสื่อม”

ซึ่งเกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่
เสมือนกันชนรองรับน้ำหนักและ
แรงกดกระแทกของร่างกาย
เสื่อมสภาพลงจนบางมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้กระดูกในข้อเข่าเสียดสีกัน
จนเป็นสาเหตุของอาการปวดและอักเสบ

อาการนี้เองที่ทำให้ไม่ค่อยแฮปปี้
กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันกันมากนัก

รองศาสตราจารย์ นพ.ปัญญา ไข่มุก
คณะกรรมการกองทุน สสส.
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูก
ข้อ และวิทยาศาสตร์การกีฬา
บอกกับเราว่า

ข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคด้านข้อ
อันดับ 1 ของคนไทย
ที่พบในวัยเก๋าอายุ 55 ปีขึ้นไป
แต่สามารถมีอาการนี้ก่อนวัยได้เช่นกัน

สาเหตุนั้นมีได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
1.ไลฟ์สไตล์ที่ชอบงอเข่าเกิน 90 องศา
ไม่ว่าจะเป็นนั่งขัดสมาธิ นั่งยองๆ
หรือคลานเข่า ที่ทำให้เกิดแรงบีบ
กระแทกบริเวณเข่า และหากทำ
ต่อเนื่องนานๆ กระดูกของเราก็จะสึกไวขึ้น

2.น้ำหนักตัวที่มาก
เพราะข้อเข่าเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักตัวของเราไว้

3.พันธุกรรมและการเคยได้รับบาดเจ็บรุนแรง

แล้วอาการของโรคหล่ะ เป็นอย่างไร?
หลายคนอาจจะคิดว่า
ถ้ามีเสียงดังกร๊อบแกร๊บเวลาขยับ
น่าจะเป็นสัญญาณของโรคข้อเข่าเสื่อม

แต่จริงๆแล้ว ข้อเข่าเสื่อมจะไม่เสียง
มีเพียงความรู้สึกฝืดๆ ภายในข้อ
มีอาการปวดและเจ็บเวลาเคลื่อนไหว
เหยียดข้อได้ไม่สุด ปวดเข่า ตึงน่อง
เมื่อยน่อง เข่าบวม เดินแล้วไม่มั่นคง
รู้สึกเหมือนเข่าหลวม
จนกระทั่งเข่าโก่งผิดรูป
หากโก่งมากแพทย์อาจให้รักษา
ด้วยการผ่าตัดข้อเข่าเทียม

เราจะรู้ทัน...ป้องกัน 
‘ข้อเข่าเสื่อม’ อย่างไรบ้าง ?
จะวัยเก๋าหรือวัยไหนๆ
ก็สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้
โดยการ…

1. เติมวิตามินดีและแคลเซียม
เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก
จากอาหารที่กินในประจำวัน

เช่น ซุปน้ำต้มกระดูก
ปลาเล็กปลาน้อย นม
โยเกิร์ต พืชผักใบเขียว
ถั่วเหลือง เต้าหู้ เป็นต้น

โดยที่ร่างกายจะใช้วิตามินดี
จากการกิน20% ส่วนอีก 80%
มาจากการรับแสงแดดก่อน 8 โมงเช้า
และหลัง 4 โมงเย็น วิตามินจะถูกเก็บเอาไว้ใช้
เมื่อแคลเซียมที่ได้จากการกินหมดลง

2.ออกกำลังกายเพิ่มความกระฉับกระเฉง
อย่างการยืนแกว่งแขน เดิน เต้นแอโรบิค
ปั่นจักรยาน หรือเพียงแค่ทำงานบ้าน
หรือขึ้นลงบันไดก็ถือเป็นหนึ่งในการใช้กล้ามเนื้อแล้ว

3.ลดสาเหตุการเกิดข้อเข่าเสื่อม
ด้วยการ ควบคุมน้ำหนักตัว
ให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดี

ไม่ต้องผอม
แต่ก็ไม่ควรอ้วนลงพุง

ปรับไลฟ์สไตล์ใหม่
ทั้งไม่นั่งงอเข่าเกิน 90 องศา
ไม่อยู่ในท่าที่ทำให้ข้อเข่า
ต้องรับแรงอัดกระแทกหนักๆ

เพียงเท่านี้
ก็ยืดเวลาที่ลุกก็โอย
นั่งก็โอย
ก่อนที่จะถึงวัยแล้วนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : กิจกรรมห้องเรียนสูงวัยกายใจยังสุข ตอนรู้ทัน ป้องกัน “ข้อเข่าเสื่อม” วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 

แหล่งที่มา  : จาก SOOK By สสส.

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ทำอย่างไร? หากสงสัยว่าแพ้ยา

หากสงสัยว่ามีอาการแพ้ยา
ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ต้านภูมิแพ้เพื่อวินิจฉัยว่า
แพ้ยาจริงหรือไม่

เมื่อพบว่าแพ้ยา
แพทย์จะเลือกยาอื่น
ที่เหมาะสมทดแทน

การแพ้ยา
ไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยทุกราย

หากได้รับยาใดๆ และ
มีผื่นลมพัษเฉียบพลันทั่วตัว
ตาบวม ปากบวม หอบเหนื่อย
มีแผลในปาก เจ็บตา ตาแดง
มีไข้ ตับอักเสบ หรือ
มีผื่นผิวหนังรุนแรงผิดปกติ
ควรจะ...
.....ให้หยุดยาทันที

.....ถ่ายรูปอาการ
ที่พบในระยะแรก

.....นำยาที่ใช้ทั้งหมด
พร้อมฉลากและชื่อยา
มาพบแพทย์ด้านภูมิแพ้


เมื่อมีประวัติการแพ้ยา
- จดจำชื่อยาและอาการที่พบ
- พกบัตรแพ้ยาติดตัวเสมอ
- ยื่นแสดงบัตรหรือแจ้งชื่อยา
ที่แพ้แก่แพทย์ และเภสัชกรทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการใช้ยา
หรือกลุ่มยาที่เคยแพ้

ที่มา  :  รศ.นพ.เจตทะนง  แกล้วสงคราม

แหล่งที่มา : Line chulahospital

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

3 อ. สร้างสุขภาพดีผู้สูงอายุ

...สูงวัยสุขภาพดี คุณออกแบบได้... 
อายุที่มากขึ้นย่อมตามมา
ด้วยความเสื่อมถอยของร่างกาย

แต่การดูแลตัวเองอย่างดี
อาจช่วยชะลอความเสื่อมนั้นได้

ผู้สูงอายุหรือผู้ที่กำลังย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ
สามารถสร้างสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ
ได้ง่ายๆ ด้วยหลัก 3 อ. สร้างสุขภาพดีสูงวัย ...ดังนี้

อ. อาหาร 
ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ร่างกายเจริญเติบโตสูงสุด
และเกิดความเสื่อมได้มากกว่าวัยอื่น

การเลือกอาหารผู้สูงอายุอย่างถูกวิธี
และเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกาย
ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและ
ชะลอให้ร่างกายไม่ทรุดโทรม
ก่อนเวลาอันควร

เน้นอาหารที่มีประโยชน์
แต่ให้พลังงานต่ำ

กินอาหารที่มีกากใยสูง
เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวโอ๊ต
ถั่วชนิดต่างๆ และดื่มน้ำให้เพียงพอ

อ.ออกกำลังกาย 
ความเสื่อมมักมาคู่กับวัยที่สูงขึ้น
การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ

เพราะถ้าร่างกายแข็งแรง
อาจช่วยชะลอโรค
ชะลอความเสื่อมของร่างกายได้

แนะนำการออกกำลังกาย
ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
สามารถทำเองได้ง่ายๆ
และไม่เสี่ยงอันตราย
คือ การเล่นโยคะหรือฤาษีดัดตน
หรือจะเป็นการแกว่งแขนและแกว่งขา

อ.อารมณ์ 
อารมณ์สูงวัยเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ!
การเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ
คือ อาการซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล
นอนไม่หลับ ภาวะสมองเสื่อม
รวมถึงกลุ่มอาการทางจิต
สุ่มเสี่ยงเกิดภาวะโรคซึมเศร้าได้

ข้อแนะนำผู้สูงอายุ คือ
ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง
และมองโลกในแง่บวก
แต่เหนือสิ่งใด
ความรักความอบอุ่น
ในครอบครัวคือสิ่งสำคัญ

...เพียงเท่านี้
คุณก็จะสูงวัยอย่างสตรอง 
สุขภาพแข็งแรง
ทั้ง กายใจ อย่างแน่นอน... 

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือ อยากมีสุขภาพดี ต้องมี 3 อ. จัดทำโดย โครงการจัดการความรู้สุขภาพผ่านสื่อและเทคโนโลยีออนไลน์มูลนิธิหมอชาวบ้าน 

แหล่งที่มา  ;  จาก SOOK By สสส.

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561

สุขภาพดีหรือไม่...ดูได้จากสีของอุจจาระ

สุขภาพดีหรือไม่...ดูได้จากสีของอุจจาระ

สีของอุจจาระคุณเป็นแบบไหน?
สีปกติ
สีเหลือง สีน้ำตาล สีคล้ำ

สีผิดปกติ
สีเทา 
เสี่ยงเกิดภาวะ
ท่อน้ำดีอุดตัน

สีดำ
เลือดออกจาก
ทางเดินอาหารส่วนบน

มูกเลือดปน
มีการติดเชื้อหรือ
เป็นแผลอักเสบรุนแรง
ในทางเดินอาหาร

สีแดง
เลือดออกจาก
ทางเดินอาหารส่วนล่าง

ควรก้มและสังเกตลักษณะ
สี และสิ่งผิดปกติของ
อุจจาระเป็นประจำ
เพื่อสุขภาพของตนเอง

ที่มา : รศ.นพ.มงคล  คุณากร สาขาวิชาพญาธิวิทยาคลินิก ภาควิชาพญาธิวิทยา 
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

รู้และเข้าใจ โรคที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น

คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยสร้างได้
...ถ้ารู้จักและเข้าใจโรคที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้น..

ก่อนอื่นต้องบอกว่า...
ร่างกายคนเราชราลงไม่เท่ากัน
จะดูที่อายุอย่างเดียวคงไม่ได้

ส่วนใหญ่การเสื่อมถอยของร่างกาย
มักจะเริ่มเมื่ออายุย่างเข้า 40

แต่ความเร็วช้าของการเสื่อมถอย
ในแต่ละคนย่อมต่างกัน

ยิ่งเราดูแลตัวเองดีแค่ไหน
ความสึกหรอที่มาพร้อมกับวัย
ก็จะยิ่งช้าลงไปเท่านั้น

โรคภัยไข้เจ็บในกลุ่มผู้สูงอายุ
แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
นั่นคือ
กลุ่มของโรคที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น เช่น
โรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด
และกลุ่มของโรคที่เกิดเฉพาะในผู้สูงวัยเท่านั้น
เช่น โรคกระดูกพรุน และภาวะสมองเสื่อม

1. โรคในหลอดเลือด
กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด
เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
โรคหลอดเลือดหัวใจ

และโรคหลอดเลือดในสมองนั้น
ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอายุโดยตรง
แต่เป็นผลมาจากการละเลย
การดูแลสุขภาพเป็นเวลานาน

ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสม
หรือการขาดการออกกำลังกาย
จนทำให้เกิดการสั่งสมของน้ำตาลและ
คอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

ซึ่งการลดความเสี่ยงของโรคกลุ่มนี้
สามารถทำได้โดยการไม่รับประทานอาหาร
จำพวกแป้งหรือไขมันมากเกินไป
และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ผู้สูงอายุที่มีอาการของโรคเหล่านี้
ควรเลือกรับประทานโปรตีนจาก
ถั่วหรือปลาแทนที่จะเป็นเนื้อ หมู ไก่

เพราะใยอาหารจากถั่ว
จะช่วยในเรื่องการขับถ่าย
ทำให้ร่างกายระบายคอเลสเตอรอล
และจัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ส่วนปลาก็มีไขมันที่เรียกว่าโอเมก้าสาม
ซึ่งเป็นไขมันดีที่เชื่อว่าสามารถช่วย
ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย

2. โรคของกระดูก
อายุที่มากขึ้นส่งผลให้ความหนาแน่น
ของกระดูกเบาบางลงจนเปราะหักได้ง่าย
และกลายเป็นโรคกระดูกพรุนในที่สุด

ผู้หญิงควรระวังโรคนี้เป็นพิเศษ
เพราะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย

อันตรายของโรคกระดูกพรุนคือ
โรคนี้แทบไม่มีสัญญาณบ่งชี้
จนกระทั่งเกิดหกล้ม
กระดูกหักขึ้นมาจึงจะรู้อาการ

ฉะนั้นแล้วการบำรุงกระดูกตั้งแต่เนิ่นๆ
จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยลด
ความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียม
อย่างน้อยประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

นอกเหนือจากโรคที่มาพร้อมกับวัยที่สูงขึ้นแล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องระวังคือ
ปริมาณยาที่ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ได้รับ
ก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น

ฉะนั้นแล้ว ผู้สูงอายุควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งอาจเป็นแพทย์หรือเภสัชกร
เพื่อดูยาทั้งหมดว่าชนิดใดจำเป็นหรือไม่

และสามารถรับประทานด้วยกันได้หรือเปล่า
นอกจากนี้ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่ารับประทานยาอะไรอยู่
เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อน

…เพียงเท่านี้
รับรองว่าคนสูงวัย
สุขภาพดีทั้งกาย ทั้งใจ อย่างแน่นอน....

แหล่งที่มา  ;  จาก SOOK By สสส.

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เคล็ดลับเช็คอัพสุขภาพด้วยตัวเองกับหลัก 5E

1E : Every Moment 
คือ การไม่สูบบุหรี่
ไม่ดื่มสุรา
ในทุกที่ทุกเวลา

2E : Every Day
คือ "นับก้าวทุกวัน"
ควรเดินไม่ต่ำกว่า 7,500 ก้าว
โดยใช้แอปพลิเคชั่น
เพื่อช่วยวัดจำนวนก้าวได้

3E : Every Week
คือ "ชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์"
ทุกสัปดาห์เลือกมา 1 วัน
ลองชั่งน้ำหนักตนเองตอนตื่นเช้า
และชั่งอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไป
ด้วยชุดเดิมในเวลาเดิม
เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว

4E : Every Month
คือ "ความดันฯ ทุกเดือน"
วัดความดันโลหิตอย่างน้อยเดือนละครั้ง

5E : Every few Months
คือ "รอบเอวทุก 3 เดือน"
ทุก 2-3 เดือน วัดรอบเอว
ว่ามากขึ้นผิดปกติหรือไม่
โดยทั่วไป รอบเอวไม่ควรเกิน
ส่วนสูงหารด้วย 2

ที่มา  :  ผศ.นพ.สมเกียรติ  แสงวัฒนาโรจน์

แหล่งที่มา : Line chulahospital

เรื่องการพูด #18

"Story Telling (การเล่าเรื่อง) 
เป็นเรื่องสำคัญของการพูดและการเป็นวิทยากร"

เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการรู้เรื่องของ...???

เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีมากใน
- การขึ้นต้นให้กระชากใจ
- ช่วงกลางกลมกลืนกับการขึ้นต้น
- และจบแบบประทับใจ
(สะเทือนเข้าไปในใจของผู้ฟัง)
เรื่องนี้จบด้วยการใช้เทคนิคอะไร เรามาเล่นสนุกกัน

ทายกันเข้ามา คือจบด้วยการ...?...
(2 พยางค์)

เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งใช้เวลา 30 ปี
เพื่อฆ่าสามีตัวเองถึง 3 คน
..สุดยอดแผนฆาตกรรม
ที่ต่อให้เธอสารภาพก็เอาผิดเธอไม่ได้ 
https://www.youtube.com/watch?v=A5Jyo3K1sA4

#ครูอ๊อฟNEXUP

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เรื่องการพูด #17

น้ำที่ใสบริสุทธิ์ 
เปรียบเสมือนการเริ่มต้น
เป็นนักพูดหรือวิทยากร 
ที่พร้อมจะเป็นผู้ให้อย่างบริสุทธิ์ใจ

วันเวลาผ่านไป
จนกระทั่งกลายเป็น
สุดยอดวิทยากร

สุดยอดวิทยากรที่แท้จริง
จะไม่เปลี่ยนการเป็น
ผู้ให้อย่างบริสุทธิ์ใจ เช่นเดิม

ถึงแม้ว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะเปลี่ยนไป
เหมือนกับความหนาวจัดที่อยู่รอบหยดน้ำ
แล้วทำให้หยดน้ำเปลี่ยนไปเป็นน้ำแข็ง

จุดยืนเดิมจะต้องคงอยู่ตลอดไป คือ

มี "จิตใจที่พร้อมจะเป็นผู้ให้อย่างบริสุทธิ์ใจตลอดไป"

#ครูอ๊อฟNEXUP

เรื่องการพูด #16

"พูดง่ายๆ ก็ได้ป่ะ
ไม่เห็นต้องพูดให้ยากเลย"

###คิดถึง###
คิดถึงก็บอกคิดถึง

วศินบอกกับอรุณา
เครดิต : ละครเมีย 2018

การสื่อการกับผู้ฟังใน
เรื่องของการพูดในที่สาธารณะ
ให้ใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายๆ เพื่อเข้าถึงใจของผู้ฟัง
และเพิ่มภาษาที่ผู้ฟังคุ้นเคย
เช่นภาษาถิ่นหรือคำแสลงที่นิยมกันในช่วงนั้น
จะสร้างความคุ้นเคยและความประทับใจได้

เช่น
นกเลย (ผิดหวัง)
ลำใย (ลำคาญ)

เดินหน้าต่อไป เหล่าสุดยอดวิทยากร

#ครูอ๊อฟNEXUP

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ไม่พูดเยอะ "เจ็บคอ"

เจ็บคอ หรือ คออักเสบ 
อาจเกิดจากการติดเชื้อ

เชื้อไวรัส
ไอ
จาม
คัดจมูก
น้ำมูกใส

ไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ
มักหายภายใน 7-14 วัน
ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน

เชื้อแบคทีเรีย
ไม่ไอ
ไม่มีน้ำมูก
มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล
ลิ้นไก่บวมแดง
ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ

แพทย์อาจพิจารณา
ใช้ยาปฏิชีวนะ

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดและรสจัด
พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ
หากมีไข้สูง ซึม เหนื่อย อ่อนเพลีย
กินได้น้อย ควรมาพบแพทย์

ที่มา : อาจารย์ แพทย์หญิงนวรัตน์  อภิรักษ์กิตติกุล
ภาควิชาโสต คอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...