วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย


พิพิธภัณฑ์ดีๆ ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่ภายในต้องเต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆ อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย บริเวณถนนนิคมรถไฟมักกะสัน เขตราชเทวี

ก่อนมาเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ เคยเป็นสถานีอนามัยและสถานีตำรวจรถไฟ สังกัดสหภาพแรงงานรถไฟมาก่อน

ตัวอาคารก่อตึกฉาบสีแดงทั้งหลัง ด้านหน้าอาคารเด่นสง่าด้วยอนุสาวรีย์ศักดิ์ศรีแรงงาน มีลักษณะเป็นประติมากรรมปูนปั้นรูปคนงานชายหญิงกำลังผลักกงล้อแห่งประวัติศาสตร์ให้เคลื่อนไปข้างหน้า

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของขบวนการแรงงานไทย องค์กรแรงงาน  เอ็นจีโอแรงงาน และมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 2536 วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แรงงานไทย

ภายในแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น ห้องแรงงานบังคับไพร่ทาส คือฐานของสังคมโบราณ  ห้องแรงงานในกระบวนการปฏิรูปประเทศ ห้องทุกข์ของกรรมกร ใครจะช่วย ห้องแรงงานพิทักษ์ประชาธิปไตย ห้องจากยุคมืดถึงยุคทองแรงงานไทย และห้องวันนี้ของแรงงานไทย

เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 10.00 - 16.00 น. สอบถามข้อมูล โทร. 02-251-3173


แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 21 ม.ค. 56 (314)

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์เรือนสักทอง

ภายในวัดเทวราชกุญชรฯ เขตดุสิต มีพิพิธภัณฑ์ด้านพุทธศาสนาที่มีลักษณะพิเศษเป็นเรือนไม้สักทองทั้งหลัง ทวงปั้นหยาประยุกต์ 2 ชั้น จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านพุทธศาสนาที่สำคัญ สร้างขึ้นเพื่อต้องการอนุรักษ์ไม้สักทองไว้เป็นสมบัติของชาติสืบไป

ชั้นบนบริเวณห้องด้านซ้ายจัดแสดงรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งเท่าพระองค์จริงของสมเด็จพระสังฆราช 18 พระองค์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อให้ประชาชนกราบไหว้บูชา

ห้องด้านขวาประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาให้ประชาชนสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับชั้นล่างเปิดโล่ง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หวายและไม้แกะสลัก พร้อมจัดแสดงภาพพระประวัติของสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการวัดเทวราชกุญชรฯ

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 18 ม.ค. 56 (313)

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

Google Logo : 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครู (16 ม.ค. 56)


เดือนมกราคมวนเวียนมาถึงอีกครั้ง บรรดานักเรียนทั้งหลายคงจำกันได้ดีว่า วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครู ที่กำหนดขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์ทั้งหลายระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ได้สอนสั่งอบรมวิชาให้เรา

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

สวนงูธนบุรี

ของดีน่าเที่ยวย่านฝั่งธนบุรี  นอกจากจะเป็นย่านชุมชนเก่าแก่และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแล้ว ยังมี สวนงูธนบุรี ที่โชว์การจับงูแบบเป็นๆ

สวนงูที่นี่เปิดบริการมากว่า 20 ปี จุดเด่นอยู่ที่การแสดงความสามารถระหว่างคนกับงูพิษ  ไม่ควรลอกเลียนแบบเพราะพลาดพลั้งอาจถึงตาย

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่มีการสาธิตให้ได้ชมนั่น คือ การรีดพิษงู  การจับงูโชว์ในท่าทางต่างๆ จนเป็นจุดสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้  บริเวณโดยรอบยังจัดเป็นสวนสัตว์ขนาดย่อม มีสัตว์ป่านานาพันธุ์ให้ได้ชมกันอย่างใกล้ชิด อาทิ เนื้อทราย นกแก้ว จระเข้ อีกัวน่า และชะนีน้อย น่ารักน่าเอ็นดู

การเดินทางจากปากซอยเทอดไทย 41/1 สามารถนั่งจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปได้ (รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้) หรือหากจะเดินทางไปก็ตั้งต้นเดินจากปากซอยตรงเข้าไป ผ่านวัดนางชีโชติการาม ข้าม ถ.ราชพฤกษ์ตัดใหม่ ลอดใต้สะพานข้ามคลองด่าน

เดินตรงเข้าไปในซอยแล้วเลี้ยวซ้าย สวนงูธนบุรีจะอยู่ทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หรือโทร. 02-457-3241, 02-467-5665

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันอังคารที่ 15 ม.ค. 56 (310)

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

หลวงพ่อเกษร

เมื่อวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ. ใดไม่ปรากฎแน่ชัด  พระพุทธรูปหลวงพ่อเกษรได้ลอยน้ำมาขึ้นที่ท่าน้ำบริเวณคลองวัดท่าพระ  ชาวบ้านเห็น ดังนั้น ก็ได้ช่วยกันอารธนาขึ้นจากน้ำ แล้วแห่ไปประดิษฐานที่วิหาร  จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นประเพณีแห่ผ้าไตร สู่วัดท่าพระมาจนถึงปัจจุบันนี้

อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า บริเวณวัดท่าพระเดิมเป็นเกาะขนาดใหญ่ มีน้ำล้อมรอบ มีชาวเรือมาหยุดพักกันเยอะ จึงมีผู้ศรัทธาชักชวนกันสร้างวัดขึ้นและหล่อรูปหลวงพ่อเกษรเป็นพระประธานประจำสถานที่แห่งนั้น

ด้วยคติความเชื่อว่า การสร้างวัด สร้างพระมาก ถือเป็นการบำเพ็ญบุญใหญ่ช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาได้ด้วย

หากใครมาถึงวัดท่าพระแล้ว อย่าลืมทำใจให้นิ่งสงบ กราบขอพรพระประธานในพระอุโบสถหลวงพ่อเกษร ต่อด้วยขอพรหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อบ้านแหลม ก่อนกกลับบ้าน รับรองชีวิตจะมีแต่สิริมงคลอย่างแน่นอน

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 14 ม.ค. 56 (309)

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

สวนหลวงพระราม 8

จะหาสวนหย่อมพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางบรรยากาศและทิวทัศน์งดงามทางศิลปะประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ ต้องไม่พลาด "สวนหลวงพระราม 8"

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งทิศตะวันตก เกิดขึ้นมาพร้อมกับสะพานพระราม 8 ตั้งแต่ปี 2543 และเปิดให้ใช้ได้ในปี 2545 เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร

จัดเป็นสวนหย่อมที่มีทิวทัศน์โดยรอบงดงาม สามารถมองเห็นทั้งป้อมพระสุเมรุ,  วังบางขุนพรหม,  ยอดโดมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ได้อย่างชัดเจน

จุดเด่นที่สำคัญอยู่ที่พระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนมหาอานันทมหิดล  พระอัฐมรามาธิบดินทร หรือ ร.8 สูงขนาด 3 เท่าของพระองค์จริง  คือประมาณ 5.4 ม. พระอิริยาบถทรงยืน ประดิษฐานบนแท่นที่ความสูงระดับเดียวกันกับราวสะพาน

นอกจากนั้น  บริเวณอาคารใต้พระบรมราชานุสาวรีย์ยังจัดให้มีห้องรวบรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจขององค์รัชกาลที่ 8 เพื่อให้ประชาชนที่สนใจพระราชประวัติเข้าไปศึกษาค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์อีกด้วย โดยเปิดให้บริการ ตั้งแต่ตี 5 ถึง 3 ทุ่ม ทุกวัน

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 11 ม.ค. 56 (308)

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ

ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ ตั้งอยู่ที่ ซ.นวลจันทร์ ถ.รามอินทรา เป็นองค์กรส่งเสริมด้านศิลปะ ประติมากรรมไทย ดำเนินการโดยเอกชนภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปะเพื่อสังคมของ CMO Group

มูลเหตุการตั้งศูนย์ประติมากรรมแห่งนี้ ตามปณิธานเดิมของเสริมคุณ คุณาวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปะไทย

โดยได้รับแรงบันดาลใจหลังจากได้เห็นงานประติมากรรมชิ้นงามจากทั่วโลก และเห็นว่าประติมากรรมไทยบางส่วนถูกทิ้งร้าง แต่คุณภาพชิ้นงานทัดเทียมระดับสากล

จึงได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดง 4 ไร่ บนพื้นที่ใช้สอย 4,000 ตรม. ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท พีเอ็ม เซ็นต์เตอร์ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมไทยที่เก็บรวบรวมงานตั้งแต่ยุคสมัย 1,000 ปีที่แล้ว

ขณะเดียวกันก็ตั้งใจให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประติมากรรมไทยแก่นิสิตนักศึกษา ผู้สนใจทั่วไป ร่วมกับส่งเสริมงานเขียนด้านวิชาการและเป็นศูนย์สนับสนุนเผยแพร่งานด้านประติมากรรมในประเทศไทยด้วย

ติดตามข้อมูลดีๆ ของศูนย์ฯ ได้ที่ www.thaiartproject.org และ www.bangkoksculpturecenter.org/th

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 10 ม.ค. 56 (307)

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

รู้จัก "เขตหนองจอก"

มัสยิดกมาลุ้ลอิสลาม 
ความรู้รอบตัวข้อหนึ่งที่คนกรุงส่วนใหญ่ทราบอยู่แล้ว  (หรือที่ไม่ทราบก็จะได้ทราบเดี๋ยวนี้) นั่นคือ กรุงเทพมหานคร แบ่งเขตปกครองออกเป็น 50 เขต และเขตปกครองที่มีพื้นที่มากที่สุด นั่นคือ เขตหนองจอก

หนองจอก เป็นเขตที่ได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2440 กลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นชาวไทยมุสลิมที่อพยพมาจากหัวเมืองภาคใต้ และตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแนวคลองแสนแสบจนกระทั่งปัจจุบัน

เขตใหญ่ชานเมืองอย่างหนองจอกยังมีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เขตหนองจอก แบ่งหน่วยการปกครองย่อยออกเป็น 8 แขวง ได้แก่ แขวง
  1. กระทุ่มราย
  2. หนองจอก
  3. คลองสิบ
  4. คลองสิบสอง
  5. โคกแฝด
  6. คู้ฝั่งเหนือ
  7. ลำผักชี
  8. ลำต้อยติ่ง
ล่าสุดทางสภาองค์กรชุมชนเขตหนองจอกมีแผนเปลี่ยนหนองจอกเข้าสู่โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เนื่องจากหนองจอกมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และของโบราณอนุรักษ์สมัยรัชกาลที่ 5

ปิดท้ายด้วยคำขวัญคู่หนองจอก "ธารน้ำใสสะอาด พฤกษชาติเขียวขจี พื้นที่กว้างใหญ่ มหาวิทยาลัยระดับชาติ ผดุงบทบาทบรมบวร พัฒนาประชากรหนองจอก"

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพุธที่ 9 ม.ค. 56 (306)

วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

พิพิธภัณฑ์แสตมป์

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร (สามเสนใน) ตั้งอยู่หลังที่ทำการไปรษณีย์สามเสนใน ถ.พหลโยธิน เขตพญาไท กทม.

ที่นี่ได้รวบรวมประวัติความเป็นมาของการไปรษณีย์ไทยและแสตมป์ยุคเริ่มแรก ตั้งแต่การก่อกำเนิดแสตมป์ดวงแรกของโลกที่ประเทศอังกฤษ  และการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย

ใครอยากรู้ว่าแสตมป์ดวงแรกที่ประเทศไทยใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4 หน้าตาเป็นอย่างไร  ก็มาชมตัวอย่างภาพและหาความรู้ทางประวัติศาสตร์ได้

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงดวงตราไปรษณียากรตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2426 จนถึงปัจจุบันกว่า 800 ชุด แสตมป์ถูกจัดเก็บอยู่ในตู้กระจกแบบพิเศษ ทำให้คล้ายหน้าต่างหลายๆ บานซ้อนกันอยู่ และเรียงลำดับตามปีพุทธศักราช

ที่นี่ยังรวบรวมแสตมป์จากทั่วโลกกว่า 200 ประเทศที่เข้าร่วมสหภาพสากลไปรษณีย์ ใครเข้าร่วมสหภาพก็จะจัดส่งแสตมป์ชุดใหม่ๆ มาแลกเปลี่ยนกันทุกปี

นอกจากแสตมป์แล้ว ยังมีภาพต้นแบบในการผลิตแสตมป์หลายชุด เช่น ชุดวันเด็ก ชุดดอกไม้ที่ออกใหม่ทุกปี แสตมป์ในวโรกาสพิเศษต่างๆ

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ หุ่นที่ใส่เสื้อผ้าของบุรุษไปรษณีย์ในยุคต่างๆ ตั้งแต่ยุคโบราณสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยังใส่โจงกระเบน จนในยุคต่อๆ มาที่เริ่มใส่กางเกงแบบตะวันตกแล้ว

เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 08.30 - 16.30 น. หยุดวันจันทร์  อังคาร  และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เขาไม่เก็บค่าเข้าชม

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 4 ม.ค. 56 (303)

ไปรษณีย์ไทย ออกแสตมป์ วันเด็ก 12 ม.ค. 2556 รับอาเซียน

ไปรษณีย์ไทย ออกแสตมป์ วันเด็ก 2556 รับอาเซียน สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กว่า "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน"

สำหรับรายละเอียดของแสตมป์ เป็นรูปตัวการ์ตูนเด็กชายเด็กหญิง แต่งกายด้วยชุดประจำชาติของสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ พร้อมด้วยธงชาติของประเทศต่าง ๆ เรียงตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ทำให้เป็นแสตมป์ที่ยาวที่สุดของไทยในรอบ 130 ปี ด้วยความยาว 124 มิลลิเมตร ลบสถิติเดิมคือ แสตมป์เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เมื่อ พ.ศ. 2540 ที่มีความยาว 116 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตาม แสตมป์ที่ยาวที่สุดในโลก คือแสตมป์ร่วมสองประเทศ ชุด 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตสิงคโปร์-อียิปต์ พ.ศ. 2554 มีความยาวถึง 160 มิลลิเมตร

ทั้งนี้ แสตมป์วันเด็กปี 2556 จะวางขายวันที่ 12 มกราคม 2556 เป็นวันแรก ราคาดวงละ 5 บาท ซึ่งถ้าซื้อเต็มแผ่นก็ต้องซื้อ 5 ดวงด้วยกัน ส่วนซองวันแรกจำหน่ายที่ 13 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร หมายเลขโทรศัพท์ 0-2831-3853, 0-2831-3856

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

ชุมชนมอญบางกระดี่

ภายในพิพิธภัณฑ์ภาพมอญบ้านชวา
คนไทยเชื้อสายมอญที่บางกระดี่ ยังคงรักษาและสืบทอดขนบธรรมเนียมแบบมอญไว้อย่างเคร่งครัด  มีวัดบางกระดี่เป็นศูนย์กลางชุมชน

วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างปลายรัชกาลที่ 4 องค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และพระพุทธรูปยืนศิลปะมอญแกะสลักจากซุงทั้งต้น

ในวัดยังมีเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบศิลปะมอญ  หน้าวัดมีเสาหงส์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงความเป็นวัดมอญ  นอกจากศิลปกรรมในวัดแล้วความเป็นมอญยังปรากฎเด่นชัดในเรื่องภาษา  ชาวบ้านรุ่นคุณลุงคุณป้ายังคงพูดภาษามอญ  เมื่อเข้าไปในหมู่บ้านจะได้ยินชาวบ้านส่งภาษามอญกันเป็นเรื่องปกติ

นอกจากนี้ ยังมีประเพณีถือผี ซึ่งมีกฎเกณฑ์ที่ยึดถือปฏิบัติหลายข้อ  หากลูกหลานไม่ทำตามจะเป็นการผิดผีในวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีใหญ่ประจำปี  จะมีการไหว้เจ้าพ่อบางกระดี่กันที่กลางลานวัด ตกกลางคืนมีเล่นสะบ้าเป็นที่สนุกสนาน

จุดน่าเที่ยวชมอีกแห่งในหมู่บ้านบางกระดี่คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ตั้งอยู่ที่บ้านของครอบครัวมอญตะ  เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านขนาดเล็ก จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องดนตรี คัมภีร์อักษรมอญ รวมทั้งถ้วยชามและเครื่องปั้นดินเผาโบราณที่ชาวบ้านขุดได้จากริมตลิ่งชายคลอง

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.   (เข้าชมโทรแจ้งล่วงหน้า) นั่งรถ ปอ.105 รถประจำทาง 76   140   141   หรือโทรฝ่ายพัฒนาชุมชนเขตบางขุนเทียน  โทรศัพท์ 02-416-1260-1

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค. 56 (302)

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

อุทยานสมเด็จย่า

อยากหาที่พักกายพักใจ ท่ามกลางหมู่แมกไม้นานาพันธู์พร้อมหาความรู้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ในการรำลึกพระราชกรณียกิจสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า

มาได้ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "อุทยานสมเด็จย่า" ตั้งอยู่ภายในซอยข้างวัดอนงคาราม หรือ ซ.สมเด็จเจ้าพระยา 3 เขตคลองสาน ฝั่งธนบุรีนี่เอง

ภายในจัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  1. บริเวณสวนพักผ่อนทั่วไปที่แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้หลากชนิด โดยเฉพาะพันธู์ไม้หอม อาทิ ชำมะนาด พุด จีบ ปีบ ลั่นทม ฯลฯ

    จุดเด่นอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสวนที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หล่อด้วยโลหะ ประทับนั่งในพระอิริยาบถทรงพระสำราญ

    นอกจากนี้ ยังมีแผ่นหินทรายสีเขียวขนาด 8 ม. สูง 1.80 ม. หนา 9 ซม. หนักประมาณ 32 ตัน แกะสลักภาพพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า
  2. อาคารพิพิธภัณฑ์ 2 หลัง ที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า รวมทั้งมีอาคารจำลองบ้านที่เคยประทับอยู่เมื่อยังทรงพระเยาว์
อุทยานสมเด็จย่า เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 06.00 - 18.00 น.  ส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ เปิดตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ทุกวันยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์


แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพุธที่ 2 ธ.ค. 56 (301)