วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 131 วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

ลิฟต์โดยสาร ณ สถานี รถไฟฟ้า ชัยชนะของคนพิการ
อ่านออนไลน์ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdp3bjmc4.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 130 วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

2558 ฮิปสเตอร์ครองเมือง?
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdn8rsai7.html

แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 129 วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

ค่าลิขสิทธิ์เพลง ปัญหาโลกแตก ที่รอวันตีโจทย์ให้แตก
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftje7ls3d.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

ทุกครั้งที่คิดถึงความตาย

จะมีอายุอยู่ได้ถึง 81 ปี
ไม่ได้ไปดูหมอดูที่ไหนมาหรอก
แต่มีคนแนะนำให้รู้จักกับเว็บไซต์ที่ชื่อ www.livingto100.com

มันเป็นเว็บที่จะคาดการณ์ "อายุขัย" ของเรา
โดยคำนวณจากคำตอบที่เราตอบคำถามด้านต่าง ๆ 40 ข้อ
อาทิ ประวัติครอบครัว ประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ด้านการกินอยู่

จากนั้นก็คำนวณออกมาเป็นอายุคร่าว ๆ ที่เราจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้
(ต้องคล่องภาษาอังกฤษนิดนึงนะ ไม่งั้นตอบไม่ถูก)
เว็บนี้ไม่ได้มั่ว เพราะทำโดยคุณหมอที่เก็บรวบรวมข้อมูลมานาน
ทั้งข้อมูลทางการแพทย์และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
ความรู้สึกตอนที่เห็นตัวเลข 81 เป็นผลลัพธ์ของบททดสอบ
แว่บแรก  ก็ดีใจที่ถือว่าอายุยืนใช้ได้เลย

แต่แว่บต่อมา สิ่งที่ผมรู้สึกก็คือ
...นี่เรากำลังเดินทางเข้าสู่ความตายทุกวันสินะ
แล้วนี่เรายังไม่ได้ทำอะไรที่ต้องทำหรือเปล่า?
แล้วนี่เรายังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำหรือเปล่า?
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะหลงลืมไปว่า วันนึงเราก็ต้องตาย
เพราะชีวิตเราวุ่น ๆ ทั้งวันไปกับการทำมาหากิน
จนมีโอกาสสูงที่จะหลงลืมสิ่งสำคัญในชีวิตไป

มีอยู่วันนึง   กลับมาถึงบ้านตอนค่ำๆ
จอดรถ เดินเข้าบ้าน 
มองผ่านประตูกระจกที่ปิดไว้ 

พลางคิดว่า...
นี่ถ้าตายแล้วเป็นวิญญาณมายืนดูอยู่ตรงนี้
 
มีอะไรที่ยังไม่ได้เตรียมไว้ให้พวกเธอ?
มีอะไรที่ยังทำได้ไม่ดีพอ?
มีคำพูดอะไรที่ยังไม่เคยบอกกับพวกเธอ?
ไม่รู้คุณเป็นเหมือนหรือเปล่านะ ?

ทุกครั้งที่คิดถึงความตาย
เราจะตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม
ชีวิตนี้ เรายังไม่ได้ทำอะไรที่ต้องทำ?
ชีวิตนี้ เรายังไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ?
นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจ
และเอาไว้ถามตัวเองได้ตลอดชีวิต

เรากำลังเดินทางเข้าสู่ความตาย
ชีวิตที่เหลืออยู่ ตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดนะ

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

เฉลียงชีวิต

พ่อ-แม่ ยิ่งแก่ ยิ่งห่วง
ส่วนลูก ยิ่งโต ยิ่งห่าง

หลายวันก่อน มีคนส่งเมล์
ที่แปลจากข้อความฝรั่ง
เรื่อง Sixty plus and Going strong
เข้มแข็งหลัง ๖๐ มาให้อ่าน

อย่าไปกังวลว่า ถ้าคุณจากไป อะไรจะเกิดขึ้น...
เพราะเมื่อกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว

ใครเขาจะยกย่องชื่นชมหรือ
ตำหนิประณามอย่างไร
คุณจะไปรู้สึกรู้สาอะไรได้...

ลูกของคุณเขาจะเป็นอย่างไร...
ก็อย่าเป็นห่วงให้มากนัก
พวกเขาต่างก็มีจุดหมาย
และหนทางชีวิตของตนเอง

ตายไปแล้ว...คุณก็ยังไม่เลิก
เป็นทาสของลูกๆ อีกหรือ
อย่าคาดหวังอะไรมากจากเด็กๆ

ต่อให้คุณชุบเลี้ยงใคร ไว้ดูแลคุณยามแก่เฒ่า
เขาก็ต้องวุ่นวายกับการงานและภาระผูกพันต่างๆ
เกินกว่าจะมีเวลามาช่วยเหลือดูแลอะไรคุณได้มากนัก

ส่วนลูกจริงๆ นั้นก็อาจจะกำลังทะเลาะกัน
เพื่อแย่งทรัพย์สมบัติของคุณอยู่
ทั้งๆ ที่คุณยังมีชีวิตอยู่ก็ได้

ดีขึ้นมาหน่อย...
ก็อาจจะแค่แอบภาวนาให้คุณอย่าใช้เงินให้มาก
และรีบจากไปเสียเร็วๆ อย่างนี้ก็มีให้เห็นอยู่ถมไป

คุณไม่รู้หรอกหรือว่า...
บรรดาลูกๆ เขาถือว่าทรัพย์สมบัติของคุณ
เป็นสิทธิ์ขาดของเขาไปแล้ว
คุณจึงไม่มีสิทธิ์จะไปกำหนดอะไรได้เลย
ในเงินที่เป็นของเขา...
เข้าใจไหม???

คนอายุเกิน ๖๐ อย่างคุณ
ต้องเลิกเอาสุขภาพไปแลก
กับความร่ำรวยได้แล้ว
มีเงินเท่าไรก็ซื้อสุขภาพคืนมาไม่ได้

คุณตอบได้ไหมว่า จะหยุดหาเงินเมื่อใด...
เท่าไหร่คุณถึงจะบอกว่า พอแล้ว...
ร้อย พัน หมื่น ล้าน สิบล้าน...พอรึยังไม่ทราบ ?

ต่อให้คุณมีไร่นานับพันไร่
คุณก็กินข้าวได้แค่วันละสามจาน

แม้นมีคฤหาสน์นับพันหลัง
คุณก็ต้องการพื้นที่หลับนอน
ยามค่ำคืนเพียงแปดตารางเมตร

ดังนั้น...
ตราบใดที่คุณยังมีข้าวปลาอาหารกินอย่างเพียงพอ
มีเงินพอใช้สอยได้ทุกวัน
เพียงเท่านี้ก็ดีเหลือหลายแล้ว
อายุเท่านี้แล้ว คุณควรอยู่อย่างเป็นสุข

ทุกบ้านต่างก็มีปัญหาของตนเอง
อย่ามัวไปคิดเปรียบเทียบ แก่งแย่งแข่งดีกัน
ไม่ว่าชื่อเสียง ฐานะในสังคม หรือความก้าวหน้า
ของเด็กๆ ฯลฯ

สิ่งที่ควรจะแข่งกันทำกันจริงๆ นั้น คือ...
แข่งกันมีความสุข
แข่งกันมีสุขภาพดีและอายุยืนนาน

ส่วนอะไร ที่เราเปลี่ยนมันไม่ได้
ก็อย่าไปฝังอกฝังใจให้ป่วยการ
และทำลายสุขภาพตัวเองเลย
อายุป่านนี้แล้วก็ยังเปลี่ยนมันไม่ได้เลย

หลัง ๖๐ แล้วอย่างนี้...
คุณต้องค้นหาหนทางของคุณเอง
ที่จะสร้างชีวิตที่เป็นอยู่ดีๆ และสุขสดใสขึ้นมาให้ได้
ตราบใดที่มันทำให้คุณอารมณ์ดี

คิดถึงแต่สิ่งที่ทำให้เป็นสุข
ทำอะไรก็สุขสนุกกับมันอยู่ทุกวัน
นั่นก็หมายความว่า คุณได้ผ่าน
วันเวลาอย่างเป็นสุขแล้ว

ทุกวันวานที่ผ่านไป...
คุณจะสูญเสียไป ๑ วัน
แต่ถ้ามันผ่านไปอย่างเป็นสุข
วันนั้นคือกำไรชัดๆ เลย

จิตใจที่ดีจะช่วยรักษาโรคภัยได้
ถ้าจิตใจเป็นสุขโรคก็จะหายเร็วขึ้น

แต่ถ้าจิตใจทั้งดี ทั้งเป็นสุขด้วยแล้วล่ะก็
ความเจ็บป่วยจะไม่มีทางมาแผ้วพานได้
ด้วยอารมณ์ที่ดีแจ่มใสอยู่เป็นนิจ
ออกกำลังกายให้เพียงพอ
อยู่กลางแจ้งบ่อยๆ กินอาหารให้ครบหมู่
ได้วิตามินและแร่ธาตุ
อย่างเพียงพอ เพียงเท่านี้ก็เชื่อ
ได้แน่นอนว่า ชีวิตที่เป็นสุข
อีก ๒๐ หรือ ๓๐ ปี
จะเป็นของคุณแน่นอน

เหนือสิ่งอื่นใด...คุณต้องรู้จัก
บ่มเพาะและเก็บเกี่ยวความสุขดีๆ
จากการได้อยู่ ได้เที่ยว ได้คุยกับเพื่อนๆ
เพราะเขาเหล่านี้จะช่วยให้คุณ
รู้สึกเยาว์วัยและมีความหมายอยู่เสมอ
ขาดพวกเขาเมื่อใด...
คุณจะต้องรู้สึกสูญเสียอย่างแน่นอน

...อ่านแล้วเห็น
"เฉลียงชีวิต"
ในวัยชรากันบ้างมั้ย?
ก็ต้องขอบคุณทั้งเจ้าของความคิด
ผู้เผยแพร่ และทั้งผู้ส่งให้อ่าน

ก็อยากบอกว่า....
อายุเราเลือกไม่ได้ก็จริง
แต่ชีวิตแต่ละช่วงชีวิต เราเลือกได้!!!

เปลว สีเงิน
แหล่งที่มา    Facebook : มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ

ไม่มีการตัดสินใจไหนที่พลาดผิด

ไม่มีการตัดสินใจไหนที่พลาดผิด
ถ้าเราคิดรับผิดชอบการตัดสินใจนั้นด้วยตัวเอง

คนที่บอกว่าการตัดสินใจนั้นพลาดผิด
เพราะเขามีวิสัยทัศน์ที่สั้นเกินไป
ถ้ารู้จักมองย้อนกลับไป
เราจะพบว่าทุกอย่างคือหนึ่งจุด
ที่นำไปสู่อีกจุดหนึ่งเสมอ

ไม่มีการตัดสินใจไหนที่พลาดผิด
ถ้าเราได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากมัน

ความผิดพลาดนั้นเป็นครูใหญ่
ของโรงเรียน "สำเร็จวิทยา"
เขาอาจไม่ใช่ครูที่ใจดีนัก ดุ ทำเราเสียน้ำตา
แต่เขาก็อยากให้เราได้ดี

ไม่มีการตัดสินใจไหนที่พลาดผิด 
ถ้าเราคิดรับผิดชอบการตัดสินใจนั้นด้วยตัวเอง

ล้ม เรียนรู้ ลุก
ล้มอีก เรียนรู้อีก ลุกอีก

ชีวิตมันก็มีเท่านี้แหละ

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 128 วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

กระเช้าขึ้นภูกระดึง พาหนะ หรือหายนะ
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdu9688jo.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ทำธุรกิจ..เริ่มยาก...สรุปด้วยความเข้าใจ

ความจริงก็คือ
เริ่มแรกในการทำธุรกิจ
มันต้องยากก่อน มันต้องไม่เข้าใจก่อน
แถมตอนแรกยังได้ผลตอบแทนน้อย ๆ อีก
แบบนี้น่ะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

แต่คนจำนวนมากกลับไม่เข้าใจ
เขาไปคิดว่าเริ่มแรกในการทำธุรกิจ
ฉันต้องได้ผลตอบแทนเยอะ ๆ ทันที
แถมมันต้องเข้าใจง่าย รู้เรื่องไปหมด
ผลก็คือคนส่วนมากเลยกลายเป็นเหยื่อของความโลภ

ใครบางคนบอก
หนทางลำบากนำไปสู่ความสบาย
หนทางสบายนำไปสู่ความลำบาก
มีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย

ตอนเริ่มต้น มันต้องเข้าใจยาก ได้เงินน้อย
แต่ต่อไป เราจะเข้าใจทุกอย่าง แล้วได้เงินเยอะ

หรือคุณจะเอาแบบนี้...
ตอนแรก เข้าใจง่าย ได้เงินเยอะ
ทำมาทำไป ชักเข้าใจยาก ได้เงินน้อย
หรือคุณจะเอาแบบนี้ครับ? 555+

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

ก่อนลงทุนทุกครั้งอย่าลืมถามตัวเองว่า "ล ง ทุ น เ พื่ อ อ ะ ไ ร"

คนเราจะซื้อของอะไรสักอย่างนึง
ชอบถามคนนู้นทีคนนี้ทีว่า
ซื้ออันนี้ดีมั้ย ? หรือ ซื้ออันไหนดีกว่า ?

ประเด็นคือว่า ไม่ใช่จะบอกว่าถามไม่ได้
แต่เราไม่ควรเชื่อ 100%

เพราะอะไร ?
เพราะว่าสุดท้ายเงินก็เป็นเงินเราเอง

เรารู้จักตัวเองดีที่สุด
นำลมปากของคนอื่นมาวิเคราะห์ให้ดี
ขอย้ำรอบที่แปดล้านในปีใหม่นี้
ว่ามันคือ "ระยะยาว"

สิ่งที่ดีในวันนี้ อนาคตอาจจะไม่แน่นอน
แล้วคิดจะถามตลอดเวลา ว่าไม่ดีแน่ๆ
เจตนาอยากให้ทุกคนเอาตัวรอดได้

"สนามการลงทุน" มันไม่ต่างจากสนามรบ
รอดได้อาจจะโชคดี แต่คงไม่โชคดีตลอด
ถ้าเราไม่รู้จักวิธีการเอาตัวรอด
อยากให้ทุกคนเข้าใจ และเริ่มศึกษาให้มากขึ้น

ความรู้การเงินเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้
อาจจะงง แต่ไม่นานหรอก
เหนื่อยทีเดียว แล้วมันสามารถใช้ได้
ทั้งชีวิต !! เลยน้า จิบอกห้ายยย

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

โชคดีหรือโชคร้าย

การ์ตูนที่เคยดังมากๆ เรื่องนึงของญี่ปุ่น คือ " ลัคกี้เเมน "
ลัคกี้เเมนเป็นยอดมนุษย์ที่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ด้วย "โชค"
เเต่เวลากลับร่างเป็นมนุษย์กลับกลายเป็นชายที่ซวยที่สุดในโลกซะงั้น
ไม่รู้เกิดมาเป็นลัคกี้เเเมน โชคดีหรือโชคร้าย ?
.....................
ตอนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ...
สอบได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่นไม่ผ่านเพราะเกรดไม่ถึง
คิดว่าผมคงโชคร้าย เลยพยายามสู้กับโชคชะตา
จนสอบได้ทุนรัฐบาลไปเรียนปริญญาโทที่ญี่ปุ่นสามปีต่อมา

ตอนทำงานที่เเรก ...
โดนมอบหมายให้ทำงานในเเผนกที่หนักที่สุด เลิกงานช้ากว่าใคร
คิดว่า คงโชคร้าย เเต่ก็กัดฟันอดทนมา
จนได้เลื่อนขั้นเป็น Manager ก่อนใครในสองปีต่อมา

ตอนลงทุนช่วงเเรก...
เสียเงินไปหลายเเสนทั้งๆ ที่ใช้เวลาอดออมมานาน
คิดว่า  คงโชคร้าย เเต่ก็ฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้น
จนวันนี้สามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยการเทรดหุ้น
......................
โชคร้ายเมื่อวาน อาจเป็นโชคดีในวันนี้ก็ได้ไม่มีใครรู้
เเต่เชื่อเถอะ โชคดีเป็นสิ่งที่ "สร้างได้" ที่ไม่ต้องพึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ
เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วยความอดทน
เปลี่ยนโชคร้ายให้เป็นโชคดีด้วยความไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
การกระทำของเราต่างหากที่จะนำมาซึ่ง "โชคดี" ของตัวเอง
Luckyman สร้างได้!

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

ซิมเติมเงินว่าลงทะเบียนซิมแล้วหรือยัง?

ตรวจสอบซิมเติมเงินว่าลงทะเบียนซิมแล้วหรือยัง?
และขั้นตอนการลงทะเบียนซิมตรวจสอบซิมเติมเงิน
ว่าลงทะเบียนซิมแล้วหรือยัง? และขั้นตอนการลงทะเบียนซิม

 รีบดำเนินการลงทะเบียนซิม ก่อน 31 กค.2558 นี้
เนื่องจาก 1 สิงหาคม 2558

ถ้าใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบซิมเติมเงิน
แต่ไม่ได้ทำการลงทะเบียนซิมยืนยัน
แสดงตัวตนต่อผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ

เลขหมายซิมที่ไม่ได้ทำการลงทะเบียน
จะไม่สามารถโทรออก ใช้เน็ต หรือให้บริการได้
ตามที่ กสทช. ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2558
วันนี้จะมาดูวิธีการตรวจสอบว่าเบอร์มือถือเติมเงิน
ที่ท่านใช้อยู่นั้น ลงทะเบียนซิมแล้วหรือยัง
ถ้ายัง จะต้องดำเนินการลงทะเบียนซิมมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

ขั้นตอนการตรวจสอบว่าลงทะเบียนซิมแล้วหรือยัง ?
หยิบโทรศัพท์มือถือ
แล้วกดที่ *151# แล้วกดปุ่มโทรออก

ระบบก็จะตอบรับว่าได้ลงทะเบียนซิมแล้วหรือยัง
หากมีการลงทะเบียนซิมแล้ว
ทางเครือข่ายจะแจ้งว่าลงทะเบียนเรียบร้อย
หรือ บอกว่าซิมนี้มีการลงทะเบียนซิมแล้ว
โดยปรากฎหมายเลขประชาชน
ปรากฎตรงหน้าจอ
ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่ต้องไปลงทะเบียนซิมใหม่อีก

แต่ถ้าเบอร์มือถือของท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนซิม
จะขึ้นรหัส ให้นำรหัสที่ปรากฎบนมือถือ
พร้อมนำบัตรประชาชนตัวจริงมาด้วย
มาแสดงต่อที่ โอเปอร์เรเตอร์มือถือ
ในไทยที่คุณใช้บริการอยู่
( เช่น AIS Shop , Telewiz ,
DTAC Hall , dtac shop, t
rue shop , CAT , ศูนย์บริการ TOT )

และตามร้านค้าที่มีป้ายสัญลักษณ์
“กสทช. โทรคมนาคม 2 แชะ แวะลงทะเบียนซิม”
ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่ง ณ ขณะนี้ครอบคลุมแล้ว
กว่า 5 หมื่นจุด และสามารถลงทะเบียนซิมยืนยันแสดง
ตนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถึง 31 กรกฎาคม 2558
ฟรี !! ไม่เสียค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น

ขั้นตอนการลงทะเบียนซิมเติมเงิน 
ที่ศูนย์ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ
และ ร้านค้าที่ กสทช. รับรอง
นำโทรศัพท์มือถือ พร้อม
บัตรประชาชนตัวจริง หรือ
Passport ตัวจริง มาที่ศูนย์บริการ
โทรศัพท์มือถือ หรือ มาที่ร้านค้ามือถือ
ที่ มีสัญลักษณ์ “กสทช. โทรคมนาคม 2แชะ แวะลงทะเบียนซิม”  

จากนั้นกด *151# แล้วกดปุ่มโทรออก
เพื่อแสดงรหัสโค้ดเพื่อลงทะเบียนซิม

แค่คิดว่าเป็นไปได้ ฝันที่ไกล ก็ใกล้จะเป็นจริง

ความคิด และ ความฝัน
บางคนได้แต่ นอนหลับแล้วฝันหวาน

แต่ สำหรับบางคน ฝัน คือ เรื่องจริง
ซึ่งข้อแตกต่างเดียว ระหว่างคนสองกลุ่ม
มันเป็นเพียงเส้นบางๆ ที่เรียกว่า "ความคิด"

คนกลุ่มหนึ่ง คิด ว่าจะวิ่งตามหาฝัน
คิด ว่าทุกอย่างไม่ได้ไกลเกินเอื้อม
ทุกอย่างต้องเป็นจริง
เมื่อ คิด อย่างไร การกระทำ ก็เป็นไปทิศทางนั้น

แต่ คนอืกกลุ่มหนึ่ง คิด ว่าเป็นไปไม่ได้
แค่ คิดยังไม่กล้า การกระทำยิ่งไม่ต้องนึกถึง
คิดว่า ไม่ได้ ฝันจึงไกลเกินเอื้อม

มันจึงเป็น ความคิด ที่ถูกต้องแล้ว
แค่เราก้าวผ่านเส้นบางๆ เส้นนี้ไปให้
ฝันที่ไกล จะใกล้เข้ามา เกินครึ่งทางแล้ว

แหล่งที่มา    Facebook : Narai Good Day

ปีที่ 1 ฉบับที่ 127 วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

ปัญหา “แท็กซี่” แก้กี่ที ก็ไม่จบ
แท็กซี่ดี ๆ ก็มี  แต่ว่าก็น่ะ เชื่อว่า มากกว่า 80% ของพวกเราจะต้องเคยเจอแย่ ๆ กันบ้างละ
อ่านออนไลน์กันได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftksvllmv.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

"จับความคิด"...เรากำลังคิดอะไรอยู่?

ในแต่ละวัน จิตใจคนเราคิดอยู่ตลอดเวลา
กระโดดจากความคิดนี้ ไปสู่ความคิดนั้น
ไม่รู้กี่หมื่นพันความคิดต่อวัน

แต่คิดว่าสิ่งที่ทำให้เราเสียเวลาที่สุด
ก็คือการที่เราล่องลอยไปเรื่อย ๆ แบบไม่ได้คิดอะไรเลย
นั่งเหม่อลอยถึงอดีต กดทีวีเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ
เล่นเกมฆ่าเวลาไปอย่างนั้นเอง
รูด News Feed ใน fb ไปอย่างไม่มีจุดหมาย
เปิดอ่านข้อความผ่าน ๆ ใน LINE นับร้อย
เผลออีกทีก็หมดวัน ไม่ได้อะไรใหม่ ๆ ในชีวิตเลย

ชีวิตยุคใหม่มีสิ่งรบกวนมากมาย
สิ่งเหล่านี้ดึงเราออกห่างจากการมุ่งตรงไปข้างหน้า
มันโบกมือดักกวักมือเรียกเราตลอดเวลา
ยุคนี้ใครใจไม่แข็งพอ หันกลับมาอีกที
หมดไปแล้วหนึ่งปีอย่างไม่รู้ตัว

วิธีที่เราจะจัดการกับปัญหานี้ได้ ก็คือ
เราต้องหมั่น "จับความคิด" ของเราอยู่เสมอว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่?

สิ่งที่เราคิดอยู่นั้นมีประโยชน์หรือไม่?
จากนั้นก็หมั่น "จับการกระทำ" ของเราว่าเรากำลังทำอะไรอยู่?

สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้นั้นมีประโยชน์หรือไม่?
เราต้องถอดตัวเรา ออกมามองตัวเราอีกที
ว่าคนคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ เราอยากจะแนะนำอะไรเขาคนนี้
ซึ่งก็คือตัวเราเอง

จับความคิดเราให้ดี ๆ
ปี 2558 ผ่านไปเกือบ 1 เดือนแล้ว
ชีวิตเราก็ผ่านไปเยอะแล้วเช่นกัน

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 126 วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

โซเชียลมีเดีย...เขตปลอดเด็ก
อ่านต่อออนไลนืได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdx3yccz0.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

5 เรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิต

ซีรี่ส์เก่าอยู่เรื่องนึง
ตัวละครตัวนึงเป็นนักดนตรี
เขารับรู้เรื่องราวในอนาคตล่วงหน้า
ว่าตัวเองจะต้องตายแน่ ๆ ในอีกไม่กี่วัน

แล้ววันนั้นที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตก็มาถึง
เขาหากระดาษมาแผ่นนึง ปากกาหนึ่งด้าม
นั่งระลึกถึงเรื่องราวในอดีต
จรดปากกาเขียน

"5 เรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิต"
เขาไม่แน่ใจหรอกว่ามันจะมีมั้ย เรื่องดี ๆ ในชีวิตที่ว่า
เพราะที่ผ่านมาก็ดูเหมือนชีวิตจะล้มเหลวบัดซบมาตลอด

ภาพเก่า ๆ ย้อนกลับมาราวกับสายน้ำ
ภาพที่เขาและเพื่อนในวงได้ยินเพลงของตัวเองครั้งแรกทางวิทยุ
ภาพที่เขากล้ากระโดดลงสระน้ำ พ่อรับเขาไว้ สอนเขาว่ายน้ำ
ภาพที่พี่ชายมอบแหวนประจำตระกูลให้ บอกว่าแม่คงดีใจ
ภาพที่เขาเคยช่วยผู้หญิงไว้จากโจร ผู้หญิงคนนั้นเรียกเขาว่าฮีโร่
ภาพที่เขาเจอผู้หญิงที่เขารัก ผู้หญิงที่ทำให้เขาอยากเป็นคนดีกว่านี้

เขาเลือก 5 เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต
5 เรื่องที่เขาจะจำไว้ก่อนตาย
ประโยคท้าย ๆ ที่เขาพูด ก่อนจะคิดจบชีวิต
เล่นเอาจุกอก
เขาพูดว่า "ไม่เคยรู้สึก 'มีชีวิต' เท่านี้มาก่อน"

คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัววันนี้ก็คือ
"เราต้องรอวันใกล้ตายก่อนอย่างนั้นเหรอ?
ถึงจะคิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต"

คิดว่าคำตอบของคำถามนี้ก็คือ "ไม่...เราไม่ต้องรอ"
เรานั่งลงระลึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย

แล้วเราอาจจะพบ
ผู้คนที่เราเผลอทำหล่นหายระหว่างทาง

แล้วเราอาจจะพบว่า
ความทรงจำดี ๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินทองของใช้

แล้วเราอาจจะพบ
คุณค่าของตัวเราที่เราเคยมองข้ามไป

แล้วเราจะรักตัวเรา รักชีวิตเรามากขึ้น
แล้วเราจะใช้ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้...ได้ดีและมีสติกว่าเดิม

เชื่ออย่างนั้น
นั่งลง จรดปากกาเขียน
"5 เรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิต" ของเราสิ
ตอนนี้เลย

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 125 วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558

“_้าง... _้าง _้าง _้าง _้าง น้องเคยเห็น _้าง หรือเปล่า?”
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ft9qt4wau.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

AEC‬ : คำนำหน้าชื่อ ชาย-หญิง ของประเทศลาว

‪#‎เรื่องน่ารู้ใน AEC‬ คำนำหน้าชื่อ ชาย-หญิง ของประเทศลาว

-ผู้ชาย จะใช้คำนำหน้าว่า "ท้าว"

-ผู้หญิง จะใช้คำนำหน้าว่า "นาง" เหมือนกัน
ทั้งผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว และยังไม่แต่งงาน

**เคล็ดลับแล้วเราจะรู้ได้ยังไง ว่าสาวลาวคนไหน แต่งงานแล้ว!
หรือยังไม่แต่งงานกันแน่! ก็ต้องขอดูบัตรประชาชนกันไปเลย

เพราะหากแต่งงานแล้ว ในบัตรประชาชนสาวลาว
จะมีชื่อสามีปรากฎอยู่ในบัตรด้วย

แหล่งที่มา    Facebook : AEC Export 

ร้านนี้ ไม่อร่อยเหมือนเดิ

"ร้านนี้ ไม่อร่อยเหมือนเดิม"
เห็นประโยคนี้แล้วรู้สึกยังไง !?

แน่นอนว่าต้องเข้าใจความหมายไปว่า
เมื่อก่อน ร้านนี้อร่อยมาก แต่เดี๋ยวนี้แย่
ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

แต่ความคิดก็เปลี่ยนไป
เมื่อคนที่พูดประโยคว่านี้บอกว่า
เห้ยย ไม่ใช่ ไม่ได้หมายความแบบนั้นเลย !
........
......
....
แล้วความจริงคืออะไร ?
ร้านนี้เมื่อก่อนไม่อร่อย วันนี้ก็ยังคงไม่อร่อย

แต่มันก็ให้ "แนวคิด" ที่ดีใช้ได้
จากประโยคที่คิดว่าไม่มีอะไรเลย

การลงทุนก็เหมือนกันเป๊ะเป๊ะ
เวลาเข้า "ธนาคาร"
พนักงานธนาคารมักจะเข้ามาถามว่า …
"ฝากประจำกับธนาคารมั้ยคะ

รู้มั้ยว่าประโยคเค้าบอกเราไม่หมด
จงระวังให้ดี !!
ถ้าฟังผิวเผิน จะเข้าใจว่า ...
"ฝาก 100,000 ได้ 6,000"

ความเป็นจริงคือ ...
สมมติว่าฝาก 3 ปี ได้แค่ปีสุดท้ายเท่านั้น
ปีก่อนหน้านั้นอาจจะ 2-3% เท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะ ฝากเงิน ซื้อประกัน เปิดกองทุน
เล่นหุ้น เก็งราคาสินค้า อะไรก็แล้วแต่ ...

"ออมเงินกับประกันมั้ย ได้ผลตอบแทน 170%"
=> ถามหน่อย กี่ปี ?

"ฝากเงินกับกองทุนมั้ย
ผลตอบแทนดีกว่า ฝากประจำนะ"
=> ถามหน่อย "ความเสี่ยง" เท่ากันไหม??

"ลงทุนกับเรามั้ย ...
การันตีผลตอบแทนเดือนละ 2-5% "
=> ถามหน่อย เอาอะไรมา "การันตี"
บ้าน , ที่ดิน , รถยนต์ ???

อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่เห็น หรือได้ยิน !
จง "คิด" ให้ดีก่อนทุกครั้งที่จะลงทุน
อะไรที่ "ดูดี" ต้องคิดหนักเป็น "2เท่า"

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

เราใช้เวลาอยู่ที่ทำงานตั้งวันละ 8 ชั่วโมง

เราใช้เวลาอยู่ที่ทำงานตั้งวันละ 8 ชั่วโมง
มันจะเป็นไปได้ยังไง

ถ้าเราจะไม่มีภาพความฝันอยู่ในหัวของเราเลย?"
ประโยคชวนคิดนี้เป็นคำพูดของ "พี่นิตยา พิริยะธรรมวงศ์"
กรรมการผู้จัดการบริษัทสามัคคีประกันภัย

มีโอกาสได้คุยกับพี่นิตยาไม่กี่นาที บนห้องผู้บริหารชั้นสูงสุด
มองออกไปเห็นสนามหญ้า เห็นต้นไม้ใหญ่ในนอร์ธปาร์ค
แม้จะเป็นแค่ไม่กี่นาที

แต่ประโยคสั้น ๆ นั้น มันก็ทำให้ฉุกคิดอะไรได้ไม่น้อย
ใช่! เวลาส่วนใหญ่ของทั้งชีวิตเราหมดไปกับการทำงาน

ไม่ได้เริ่มนับตั้งแต่วันที่เราเข้าทำงานวันแรก
แต่นับจากวันที่เราเข้าโรงเรียนอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย
เอาเข้าจริง ปลายทางของมันก็คือเราเรียนเพื่อจะได้
"มีอาชีพดี ๆ มีงานทำ มีรายได้ดี"

ทั้งที่เวลาเกือบทั้งชีวิต เราจะต้องใช้ไปกับการทำงาน
แต่เหมือนเราจะถูกสอนให้จบออกไป
เพียงเพื่อหาแต่งานที่เงินดี ๆ ตำแหน่งสูง ๆ
ไม่ยักมีใครบอกสักคนว่า "ให้หางานที่รักและบันดาลใจเรา"

เมื่อทำงานนาน ๆ ไป
เราหลายคนกลับพบว่า
เงินก็ไม่ดีอย่างที่คิด ตำแหน่งก็ขึ้นยาก
ไม่ต้องถามเรื่องความรักในงาน
เพราะเราไม่มีมันตั้งแต่แรกแล้ว

กี่คนที่ทำงานแล้วมีภาพฝันอยู่ในหัวว่า
"ฉันอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยงานของฉัน"
คนมากกว่ามาก ล้วนทำงานแค่ให้มีเงินใช้เดือนต่อเดือน

เมื่อคิดแบบนั้น จะไปมีภาพความฝันอยู่ในหัวได้อย่างไร?
ถึงจะเขียนหนังสือ "งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า"
แต่ก็ไม่เคยชวนใครลาออกสุ่มสี่สุ่มห้า
เน้นย้ำด้วยซ้ำไปว่า "เราต้องร่ำรวยด้วยงานที่เรารัก"

ถ้าวันนี้คุณใช้เวลาอยู่กับอะไรสักอย่างตลอดทั้งวัน
แต่คุณไม่มีภาพฝันเลยว่าเราจะสำเร็จไปด้วยกัน
มันต้องมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องแล้วล่ะ

"เราใช้เวลาอยู่ที่ทำงานตั้งวันละ 8 ชั่วโมง
มันจะเป็นไปได้ยังไง
ถ้าเราจะไม่มีภาพความฝันอยู่ในหัวของเราเลย?"
นี่เป็นประโยคชวนฉุกคิดที่น่าสนใจมาก
เหมาะกับการเอาไว้เช็คตัวเองอยู่เป็นระยะ ๆ ว่า
สิ่งที่เราใช้เวลากับมันวันละ 8 ชั่วโมง มันยังใช่อยู่มั้ย?
มันยังใช่อยู่มั้ย?

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

"รับเงินตามเวลา VS รับเงินตามผลงาน"

1. รับเงินตามเวลาก็ดีนะ ได้เงินแน่นอน แต่รวยยาก
รับเงินตามผลงาน อาจจะลำบากช่วงแรก แต่ถ้าทำได้ดีอาจจะรวยกว่า

2. รับเงินตามเวลา มักไม่อยากทำงานหนัก เพราะทำหนักเท่าไหร่สุดท้ายก็ได้เท่าเดิม
รับเงินตามผลงาน ต้องขยัน เพราะยิ่งทำมากยิ่งได้มาก

3. รับเงินตามเวลา ยิ่งทำยิ่งเฉื่อย ยิ่งเฉื่อยยิ่งหมดไฟ
รับเงินตามผลงาน ยิ่งทำยิ่งขยัน เห็นผลลัพท์ที่ดียิ่งมีไฟ

4. รับเงินตามเวลา รายได้มีจำกัด เพราะเวลาเรามีจำกัด
รับเงินตามผลงาน รายได้ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความสามารถ

แหล่งที่มา     Facebook : Traveller's Trade

โดราเอมอนมีสามเคล็ดลับดีๆ ในการดุด่า

ไม่แปลกใจว่าทำไมโดราเอมอน
ชอบใช้วิธีการ ”ดุ” โนบิตะอยู่เรื่อย 
แทนที่จะคอยโอ๋อยู่ตลอดเวลา
เพราะในชีวิตจริง คำว่า “เมื่อไหร่จะทำให้ได้ซะทีละโว้ยย ไอ้เห่ย”
อาจได้ผลกว่า “สู้ๆ นะ” สำหรับใครบางคน
.................
โดราเอมอนมีสามเคล็ดลับดีๆ ในการดุด่า 

1. ให้ตำหนิที่การกระทำ แต่ไม่โทษที่ตัวคน 
ใช้คำว่า “รู้มั้ย ทำแบบนี้ มันส่งผลเสีย” 
แทนที่จะไปพูดว่า “ คนอย่างนายนี่มันห่วยชะมัด”

2. ไม่เอาเรื่องล้มเหลวในอดีตมาตอกย้ำ 
เพราะมันจะทำให้การเตือนของเรา 
กลายเป็นตอกย้ำคนที่เคยผิดพลาด

3. หลังจากตำหนิแล้ว ต้องตามด้วยคำแนะนำ 
และ Follow up ผลลัพธ์เสมอ

โดราเอมอน หลังจากดุโนบิตะแล้ว 
สังเกตมั้ย  จะมีของวิเศษ หรือ “ตัวช่วย” ตามมาเสมอ

นอกจากนี้ ยังบอกวิธีการใช้งาน และข้อควรระวังอีกด้วย
คนเราบางทีมันสอนกันทุกอย่างไม่ได้ 
แค่ต้องให้อีกฝ่ายไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง

นี่แหละ  แค่สามวิธีการง่ายๆ นี้ ทำให้โดราเอมอน 
เป็นคนเดินเกมส์ให้ ”ผู้แพ้” แบบโนบิตะ กลายเป็น ”ผู้ชนะ” ในที่สุด 
และนี่คือสุดยอด mentor ที่เราควรหาให้เจอในชีวิตจริง !!
…………
ในวันนี้ เราอาจไม่มีแมวเหมียวอัจฉริยะเคียงข้าง 
แต่เรายังมีเพื่อนดีๆ หนังสือดีๆ เพจดีๆ ให้เก็บเกี่ยวความรู้อยู่เสมอ
สุขสันต์วันทำงานอีกวัน ^^

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

เส้นซิกแซกสีขาวบนถนนคืออะไร


หากใครผ่านไป ถ.ดินสอ และ ถ.ถนนอโศก
ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าเห็นเส้นซิกแซกสีขาวบนพื้นถนน

เพราะเส้นดังกล่าวคือ
เส้นเตือนทางม้าลาย
ให้มีลักษณะเป็นเส้นหยักซิกแซก

เพื่อเป็นเครื่องหมายเสริมเตือน
ให้ผู้ขับขี่ระวังในรถยะ 15 เมตร
ก่อนถึงเขตทางข้าม (ม้าลาย)
จะได้ลดความเร็วและหยุดรถนั่นเอง

เนื่องจากการตีเส้นลักษณะนี้
จะทำให้คนขับรถรู้สึกว่าช่องจราจรแคบลง
จึงชะลอความเร็วนั่นเอง

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก จส 100
แหล่งที่มา    Facebook : Kiatnakin Bank

ปีที่ 1 ฉบับที่ 124 วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

สื่อมวลชน VS เสรีภาพ
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ft9s69jh2.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

มี 1 ล้านบาทให้ปีนี้

"มี 1 ล้านบาทให้ปีนี้" เป้าหมายนี้

ว่าออมเงินได้เอาไป "ลงทุน" ที่ไหนดี !?
ถ้าเราจะเก็บเงินระยะสั้นมากๆ
เช่น 1 ปี เรื่องของ "การลงทุน"
แทบไม่มีผลต่อเป้าหมาย "ระยะสั้น" เลย

หมายความว่า …
ถ้าเราลงทุนได้ผลตอบแทน 3%
ต้องออมเงินประมาณ 81,989 บาทต่อเดือน

แต่ถ้าเราลงทุนได้ผลตอบแทน 20%
ต้องออมเงินเดือนประมาณ 75,953 บาทต่อเดือน

ฝากประจำ 3% กับลงทุนได้ผลตอบแทน 20%
ออมเงินต่างกัน ประมาณ 6,000 บาท ต่อเดือน

เห็นอะไรมั้ยทุกคนน
ถ้าอยากมีเงินล้านใน 1 ปี สิ่งที่ควรมีที่สุด
คือ "ความสามารถในการหาเงิน"
ไม่ใช่ "ความสามารถในการลงทุน"

ไอ้การที่เราพยายามจะหาที่ที่ให้ผลตอบแทน
มากถึง 20%  มัน “ไม่คุ้ม”
เพราะมันมาพร้อมกับ “ความเสี่ยง” ที่จะขาดทุน

แต่สำหรับในระยะยาว
ผลตอบแทน 20% มีผลแตกต่างกับ 3% มาก !

แต่ในระยะสั้นแบบนี้ ถือว่า "เสี่ยง" เกินไป
"การลงทุน" จะดีก็ต่อเมื่อมี "เวลา" ให้เค้าวิ่งหน่อย
เงินล้านหาไม่ยาก แต่คนที่มี "ฝีมือ"
พอที่จะมี "เงินล้าน" ต่างหากที่ยาก

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

จัดการเงิน หลากหลาย "ช่วงวัย"

ต้องระวัง และจัดการเงิน
เพราะหลากหลาย "ช่วงวัย" แน่ๆ
ตั้งแต่วัยรุ่นยังเรียนไม่จบก็หลายคน
ไปจนถึงวัยเกษียณเลยก็มี

มาเริ่มที่ "วัยรุ่นไฟแรงเด็กจบใหม่" อายุ 20 - 29
ส่วนใหญ่ไฟแรงอยากใช้ชีวิตตามต้องการ
สรุปคือ "จ่ายแหลก"

วัยนี้จึงต้องหัด "วางแผน" สักหน่อย
ทั้งระยะสั้น ไปจนถึงเป้าหมายระยะยาว
เพราะคนช่วงนี้ไม่ชอบวางแผนนั้นเอง

ต่อด้วย "วัยแต่งงานมีครอบครัว" อายุ 30 - 39
วัยที่มีคู่ชีวิตมักทำอะไรด้วยกัน รวมถึงการ "เก็บเงิน"
รวมมันทุกอย่างทั้ง สินทรัพย์ และ หนี้สิ้น

ควรทำ "บัญชีรายรับ-รายจ่าย" ให้ดี รอยรั่วเยอะ
เป็นปัญหาหลักๆ ที่อาจจะทะเลาะกัน
และอย่าลืม "วางแผนประกัน" เพราะวัยนี้จำเป็นจริงๆ
ยิ่งวางเร็วยิ่งจ่ายน้อยด้วยเนี้ย ประเด็นเลย

มากันที่ "วัยสะสม" อายุ 40 - 49
ส่วนใหญ่วัยนี้มีครอบครัวและลูกโตกันละ
ทำให้เริ่มหาความสุข เช่นไปเที่ยวรอบโลก
ซื้อรถคันใหม่ รวมไปถึงบ้าน

แต่ห้ามลืมแผนที่สำคัญคือ "แผนการศึกษาบุตร"
เพราะลูกโตการศึกษาต้องมี
แถมเดี๋ยวนี้ค่าเรียนก็แพงใช่ย่อย
และวัยนี้ต้องมี "แผนเกษียณ" ทุกคนแล้วนะ

ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
จริงๆ ควรเริ่มตั้งแต่เรียนจบแล้วแหละ

สุดท้าย "วัยก่อนเกษียณ" อายุ 50 - 59
วัยนี้จ้อผิดพลาดที่เห้นมากที่สุดคือ
"กลัวมากเกินไป" เห็นว่าใกล้เกษียณ
จึงฝากเงินไว้ในธนาคารเท่านั้น

ทำให้เงินโตช้ากว่าที่ควร
สิ่งที่ควรทำคือ "จัดพอร์ต" ให้ดี
อย่างน้อยผลตอบแทนต้องชนะเงินเฟ้อนะ !!

ถ้าทำได้ตามนี้ตลอดทุกช่วงวัย
รับรอง "เกษียณ" กันอย่างสบายได้ทุกคนแน่นอน อิอิ

แหล่งที่มา     Facebook : Money Buffalo

จุดประสงค์ที่สูงส่งกว่านั้น

"ใครที่คิดว่าธุรกิจอยู่เพื่อกำไร
อยากให้คิดเสียใหม่ว่า 
ธุรกิจไม่ได้อยู่เพื่อกำไร แต่แค่ต้องทำกำไรเพื่อให้อยู่ได้ 
แท้จริงแล้ว ธุรกิจต้องอยู่เพื่อจุดประสงค์ที่สูงส่งกว่านั้น"

ประโยคข้างบนไม่ได้พูดเท่ ๆ 
เพราะคนกล่าวไว้คือ "ริชาร์ด แบรนสัน"
เจ้าของ Virgin ผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนนึงของโลก
เห็นด้วยแบบไม่มีข้อโต้แย้ง

แม้มันจะฟังดูขัดกับความคิดของคนส่วนใหญ่
ถ้าฟังประโยคนี้เมื่อหลายปีก่อน   อาจไม่เข้าใจ
และคิดว่าคงพูดให้ดูสวยหรู ธุรกิจก็ต้องการแค่กำไรสิ 
จะต้องการอะไรอีก?

แต่เมื่อเวลาผ่านไป วันนี้เข้าใจแล้ว
ถ้าเอาแค่กำไรนำ เราจะไม่มีวันสร้างสิ่งแปลกใหม่ให้กับโลกนี้ได้
เพราะเราจะ play safe ปลอดภัยไว้ก่อน
มองเห็นแต่ตัวเลข แต่ไม่ได้คิดถึง "คุณค่า" ที่เราจะมอบให้กับผู้อื่น
เรื่องนี้ไม่ได้ใช้ได้กับแค่คนมีธุรกิจส่วนตัว
แต่คนทำงาน คนเป็นลูกจ้าง ก็ควรมีแนวคิดนี้ติดตัวไว้

เพราะเรากำลังอยูในสังคมที่เชี่ยวกรากเรื่องความรวย
ทั้งที่ความร่ำรวยมันเป็นแค่ปลายเหตุเท่านั้นเอง
ความรวยนั้นเหมือนความรัก ยิ่งวิ่งตามมันยิ่งวิ่งหนี
คนจำนวนมากจึงไม่พบความร่ำรวย

เพราะเขาไม่เข้าใจว่า
เราต้องอยู่เพื่อจุดประสงค์ที่สูงส่งกว่าความร่ำรวย การทำกำไร
เมื่อเราหยุดวิ่งตาม เงินจะกลับมาหาเราเอง
เมื่อเราตอบได้ว่า "จุดประสงค์ที่สูงส่งกว่านั้น" คือเรื่องอะไร
ความร่ำรวยจะเรียกร้องอยากให้เราเป็นเจ้าของมัน\

ข่าวร้ายก็คือ บางที "จุดประสงค์ที่สูงส่งกว่านั้น" 
เราอาจต้องใช้เวลาค้นหานานแสนนาน

แต่ข่าวดีก็คือ
มันคุ้มค่าที่สุดในชีวิต เมื่อเราค้นเจอ

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558

ชีวิตกระดาษก๊อปปี้

ปัญหาของคนส่วนใหญ่ก็คือ
ยิ่งโตเรายิ่ง "รู้ลึก" และ "จมดิ่ง" อยูกับโลกเดิม ๆ

เราคุยกับคนที่ทำงานเดียวกัน 
อาชีพเดียวกัน 
คอเดียวกัน

เราเดินทางไปยังที่ซ้ำ ๆ เดิม ๆ 
บ้านไปที่ทำงาน ที่ทำงานกลับมาบ้าน วนอยู่อย่างนี้ชั่วนาตาปี
นานวันเข้า นอกจากเราจะเบื่อและหมดไฟไปเอง

เรายังจะเป็นคนโลกแคบลงเรื่อย ๆ ไม่อยากเรียนรู้อะไรใหม่อีกแล้ว
และนั่นล่ะ คือจุดกำเนิดของ
"ชีวิตกระดาษก๊อปปี้" ที่กี่ปีก็ซ้ำเหมือนเดิม
ชีวิตที่ลอกลายซ้ำ ๆ ค่อย ๆ จางลงเรื่อย ๆ 
จนมองไม่เห็นร่องรอยอะไรเลยบนกระดาษแผ่นสุดท้ายของชีวิต

สิ่งที่พอจะแนะนำได้
สำหรับคนที่อยากกลับมามีไฟอีกครั้งกับชีวิต
หรือคนที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ให้กับชีวิต
มี 3 ข้อดังนี้

1.ลองอ่านหนังสือในแนวที่ไม่เคยอ่าน 
เช่น ปกติชอบอ่านแนวพัฒนาตัวเอง
ให้ลองอ่านหนังสือแนวอื่น ๆ เช่น ดวงชะตา ปรัชญา 
หรือปกติอ่านแต่คอลัมน์กี่ฬาในหนังสือพิมพ์
ให้ลองอ่านข่าวสังคม ข่าวเศรษฐกิจดูบ้าง

2.ลองเข้าสัมมนาที่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่เราสนใจ
เช่น ปกติสนใจแต่เรื่องลงทุน
ให้คุณลองไปลงคอร์สสอนทำอาหาร คอร์สฮวงจุ้ย
หรือถ้ากล้าพอ ก็ลองลงคอร์สที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะสอนอะไร

3.ลองเดินทางแบบไม่ต้องมีแผนการ
อาจจะแค่ขับรถไปเรื่อย ๆ ในที่ที่เราไม่เคยไป
หรือเดินทางไปต่างจังหวัดแบบไม่มีกำหนดการเที่ยวที่แน่นอน

คิดว่า 3 ข้อนี้จะค่อย ๆ พาเราออกจากพื้นที่คุ้นชิน
สัญชาตญาณของเราจะเริ่มทำงาน
สมองจะได้ใช้งานส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะใช้ความเคยชินมานาน

คุณอาจจะค้นพบความชอบในด้านอื่นที่คุณไม่เคยรู้จักตัวเองมาก่อน
เหมือนที่แต่ก่อนชอบอ่านนิยาย พอมาอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง
ปรากฏว่าชอบมากจนหลงใหล

นอกจากนี้มันยังจะนำเราไปหาคนใหม่ อาชีพใหม่ ที่เราไม่เคยเจอ
ทุกวันนี้คิดว่า  มีเพื่อนที่มาจากทุกอาชีพ
และมันเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมของการเกิดมาบนโลกนี้

นั่นคือการเรียนรู้จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
และสุดท้าย การเดินทางไปยังที่ที่เราไม่คุ้นเคย
จะทำให้เรารู้จักตัวตนของเรามากขึ้น 

"แล้วทุกอย่างจะต่อทางให้เอง"
นี่คือประโยคที่พูดเสมอ และขอให้เชื่อว่ามันคือเรื่องจริง
ปีใหม่ผ่านไปแล้วครึ่งเดือน
ใครคิดที่จะหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับชีวิต
ลองนำ 3 ข้อนี้ไปลองทำดู เวิร์คแน่นอน!

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

เราอยู่กับคนที่ไม่ต้องรักได้ป่าว

"เราอยู่กับคนที่ไม่ต้องรักได้ป่าว"

เหตุเป็นเพราะว่า...
มีแต่คนว่าเราปิดตัวเอง เลยมาย้อนคิดดู
หรือว่าเราปิด แต่เราไม่รู้ตัวมาก่อน
ถ้าลองคบใครเลย
ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปแบบมีเป้าหมายขึ้นป่าวนะ

เธอต้องแยกระหว่าง "ความรัก" กับ "เป้าหมาย"

ถึงแม้ "ความรัก"
จะทำให้โลกสวยงามน่าอยู่
แต่เอาเข้าจริง
"ความรัก" มันมีอยู่จริงอ๊ะเปล่า

ทุกความรู้สึกในโลกนี้
มันมีจริง ณ ขณะใดขณะหนึ่ง
อาจจะเคยรักคนนี้
อาจจะเคยเกลียดคนนั้น
แต่แล้วมันก็สลายหายไปด้วย "เวลา"

ความรักที่จริงแท้และควรมี
นั่นคือรักตัวเองให้มากที่สุด
รักแล้วให้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
.
ดังเช่นคำคมที่กล่าวไว้
ถ้าเธอไม่รักตัวเอง ไม่เคยดูแลแม้ตัวเอง
แล้วเธอจะรักฉันได้อย่างไร heart emoticon

และถ้ารักตัวเองได้อย่างจริงใจเมือไร
จะไม่ถามคำถามนี้ว่า
"เราอยู่กับคนที่ไม่ต้องรักได้ไหม"
เพราะได้อยู่กับคนที่รักทุกวัน
นั่นคือตัวเอง...
.
ส่วนเรื่องเป้าหมายนั้น
ถ้ารักตัวเองมากพอ
จะเข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร
และนั่นแหละ คือ "เป้าหมาย" ในชีวิต

อย่าเอา "ความรัก" และ "เป้าหมาย"
ไปผูกติดไว้ที่เขาคนอื่น

เพราะเมื่อไรที่เขาออกเดิน
จะต้องเดินตาม

เมื่อไรที่เค้าออกวิ่ง
จะต้องวิ่งตาม

ถ้าสุดท้ายเค้าทิ้งไป
ก็ต้องมาตามหากับคู่ขาคนใหม่แทน

แหล่งที่มา     Facebook : Mr.Grayman V2

ปีที่ 1 ฉบับที่ 123 วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2558
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftilwcu7a.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

เรียนจบแล้ว ทำอะไรดี?

หลายๆ คนอาจจะประสบปัญหาว่า
"เรียนจบแล้ว ทำอะไรดี?"

ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการ "เรียนต่อ"
หรือ ไม่ก็ "ทำงานตามที่เรียนมา"
โดยไม่รู้ว่าชอบจริงๆ มั้ย ?

บางคนทำงานมาหลายปี
ก็ไม่ได้ชอบในงานที่ทำ
ยังทรมาน ยังไม่มีความสุข

อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากๆ เลยนะ
เพราะเราต้องอยู่กับงานที่เราทำ
เรียกได้ว่า "ทั้งชีวิต"

คงเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ
ถ้าหากเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ
นำเหนอนำเหนอ ง่ายๆ คือ
หา "ทางของเรา" ให้เจอ !!

ทางที่เราจะสามารถแสดงฝีมือ
และความสามารถของเราได้อย่างเต็มที่
อย่ามัวแต่เปรียบเทียบว่าคนโน้นเก่งกว่าเรา
คนนี้มันเทพมากๆ เราสู้ไม่ได้หรอก

ก็แน่นอนล่ะ
เราเอา "ลิง" ไปว่ายน้ำแข่งกับ "ปลา"
ลองมองในทางกลับกันว่า
ถ้าเราเอา "ปลา" ไปปีนต้นไม้
แข่งกับ "ลิง" บ้างหล่ะ ?
เห็นมั้ย เห็นมั้ย !

ทางใคร ก็ทางของมัน
อย่ามัวไปวิ่งเล่นบนทาง ที่รู้ว่าไม่มีวันชนะ
ถ้าหา "ทางของเรา" ไม่เจอ
ก็ขุด "ทาง" ของเราขึ้นมาเลย
ข้อดีของการขุดทางของเราขึ้นมา คือ
เราสามารถกำหนดทุกอย่างได้ดั่งใจเรา
เราไม่ต้องไปเล่นตามเกมของใคร
มันเป็นวิธีทีง่ายๆ ที่สามารถสร้างจุดยืนของเราได้

ลองนั่งนึกดูว่าอะไรที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ
แต่คนอื่นบ่นว่ายากแสนยาก
เช่น การทำอาหาร ภาษาอังกฤษ
การนำเสนอสินค้า หรืออะไรก็แล้วแต่

อะไรที่เราสามารถใช้เวลากับมันได้ทั้งวัน
เรียกได้ว่ามี "Passion" ในการทำงานนั่นเอง
จะช่วยให้เราพัฒนาความสามารถ
ของเราไปได้เรื่อยๆ
และรู้สึกว่าการทำงานมันไม่น่าเบื่อ
พอเรามีทางของเราแล้ว เรื่อง "รายได้" หรือ "เงิน"
เราอยู่ที่ไหน เดี๋ยวมันจะตามหาเราเองนั่นแหละ !

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

Google Logo : 16 ม.ค. 2558 วันครู

คําขวัญวันครู 2558

เกียรติครูยิ่งใหญ่ น้อมใจบูชา เลิศล้ำคุณค่า ศรัทธาพระคุณ 
ชนะเลิศประกวด คำขวัญวันครู 2558

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

การท่องเที่ยว ....

คนบางคน
ความสุขในการท่องเที่ยวอยู่ที่
”หนทาง”

ผิดทางบ้าง 
หลงบ้าง 
ถือเป็นรสชาติชีวิต 

ออกเดินทางไปกับกล้องส่องทางไกล 
เพื่อไปเห็น ”สิ่งแวดล้อม” ที่แตกต่าง

คนบางคน
ความสุขในการท่องเที่ยวอยู่ที่ 
“ปลายทาง” 

ต้องเที่ยว 123 ตามกำหนดการ 
ตามเวลา ที่ไหนฮิต ที่ไหนดี ต้องไปให้ถึง 
ออกเดินทางไปกับกล้องเซลฟี่ 
เพื่อไปเห็น “ตัวเอง” ในสถานที่อื่น
...........
อย่าให้ JOURNEY เป็นแค่ “เจอนี่”
เจอนั่น เจอนู่น บ้างก็ได้ 
จะได้เป็น Journey ที่สนุกของจริง ^^

แหล่งที่มา      Facebook : ๋Japan NEED

ปีที่ 1 ฉบับที่ 122 วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

วาด ลวดลายให้เป็นสติ๊กเกอร์ ไลน์
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ft90g8ipg.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

มะเร็งการเงิน

“โรคทางการเงิน” ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน
เปรียบเทียบแบบง่ายที่สุด

มันเทียบได้กับโรค "มะเร็ง" เลยเชียวล่ะ
เพราะว่าเวลาคนเป็นมะเร็ง
ก็มีระยะที่ 1 2 3 4 ว่ากันไป

แต่กว่าจะรู้ตัวกันก็ระยะที่ 3 ขึ้นไปแล้ว
แล้วมักจะรักษาไม่หาย
เพราะว่า "อาการผิดปกติ"
หรือ "ความเจ็บปวด"

มันเพิ่งจะส่งผลให้เรารู้สึกตอนนั้น
ไม่ต่างอะไรกับ "โรค" ทางการเงินเลย
คนที่เริ่มตรวจสุขภาพทางการเงิน
จะมีการฉีดวัคซีนกันไว้เสมอๆ

ช่วงปีแรก ถึง ปีที่ห้า
แทบไม่มีอะไรแตกต่างเลย
ระหว่างคนที่ไม่ดูแลตัวเองเรื่องการเงิน
กับคนที่ใส่ใจสุขภาพทางการเงิน

พอเวลาผ่านไปสักระยะ
ความแตกต่างระหว่างของ
"คนที่ดูแล" กับ "คนที่ไม่ดูแล"
จะเริ่มเห็นผลกันชัดตอนปีที่ 10 ขึ้นไป

ตัวอย่างเช่น
นาย A เริ่มเก็บเงินเดือนละ 4,000 บาท
นำไปลงทุนในกองทุนหุ้น
ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี
(กองทุนหุ้นผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 14-15%)

นาย B ไม่สนใจมองว่าเก็บไปคงไม่เท่าไหร่
ใช้หาความสุขดีกว่า เที่ยวดีกว่า
ซื้อเสื้อผ้าใหม่ดีกว่า
ภาพตัดมาอีกที 10 ปีผ่านไป …

นาย A มีเงินเก็บประมาณ 820,000 บาท
นาย B ไม่มีอะไรเลย
นาย A จะแต่งงานอย่างน้อยก็มีเงินก้อนนี้
ในการจัดงาน สินสอดต่างๆ บลาบล๊าบลา
นาย B ไม่มี …

เห็นความแตกต่างกันไหม
การลงทุนหรือการออม
จะต้องใช้ "ระยะเวลา" และ "ความอดทน"

กว่านาย B จะรู้ตัวก็เป็น
"มะเร็ง" ทางการเงินไปแล้ว ..
ยิ่งไปกว่านั้น "โรคทางการเงิน"
ไม่ได้หมายถึงแค่เงินออมนะ
แต่หมายถึงเป้าหมายต่างๆ ในชีวิตด้วย
เช่น เกษียณอายุ การศึกษาของลูก
ความเสี่ยงด้านสุขภาพ/อุบัติเหตุ
เยอะแยะมากมายเลยยยยยย

ตรวจสุขภาพทางการเงินกันบ้างนะ
เป็น "มะเร็งการเงิน" กันอยู่รึป่าววว !?
เพราะรักจึงห่วงใยน้าาาา ม๊วฟๆๆๆ

แหล่งที่มา     Facebook : Money Buffalo

รูปแบบความรวย...ในแบบของตนเอง

ยุคนี้ล้วนมีคนบอกวิธีรวยไว้มากมาย

ลาออกไปรวยสิ
งานไม่ประจำเงินกว่า
ทำงานออฟฟิศก็รวยได้

เล่นหุ้นสิดีรวยเร็ว
คอนโดปล่อยเช่าง่าย ๆ
อสังหามีแต่ราคาขึ้น

มากมายหลายช่องทางจนเราสับสน
ว่าตกลงฉันจะรวยแบบไหนดี?

ที่สับสนก็เพราะ เราอยาก "รวยแบบคนอื่น"
แต่ไม่รู้จัก "รวยแบบตัวเอง"

ที่ยังรู้สึกว่ายากจน ก็เพราะเราไม่เคยนิยามชัด ๆ ว่า
"แค่ไหนถึงเรียกว่ารวย?"

ทุกเส้นทางล้วนดีหมด แต่ทางไหนเล่าที่จะเหมาะกับเรา?
พูดเสมอว่าเราต้องเล่นอยู่ในสนามที่เรามีโอกาสชนะสูง

ถ้าเราถนัดสนามใหญ่
ชอบพบคนมากมาย
ก็ไปตรงนั้น

แต่ถ้าเราไม่ชอบวุ่นวาย
สนามก็อาจไม่ต้องใหญ่
แต่เราเอาอยู่

อย่าเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะมันจะเป็นทุกข์
แต่จงเปรียบเทียบกับตัวเอง เพราะเราจะพัฒนาตัวเอง

ส่วนตัวแล้วชอบ "แกะรอยความคิด" ของคนรวยเหล่านั้น
มากกว่าจะ "แกะรอยวิธีทำ"

เพราะเครื่องมือรวยนั้นมีร้อยแปด
แต่หลักคิดรวยนั้นมีหลักคิดเดียว
ค้นหาความถนัดจึงน่าจะมาก่อนค้นหาวิธีรวย
แล้วเปลี่ยนความถนัดนั้นให้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้

รู้จักฝึกทักษะการขาย การตลาด โน้มน้าวใจคน
ใครทำธุรกิจ ก็จงทำธุรกิจอย่างมีศิลปะ
ใครทำศิลปะ ก็จงทำศิลปะอย่างมีธุรกิจ
เอาเข้าจริงบรรทัดสุดท้ายมันอยู่ที่ความพอใจ ความสบายใจของเรา

กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ฝันร้าย ไม่กระวนกระวายทุกคืน
ตื่นมาพร้อมที่จะสนุกกับงานได้ทั้งวัน
อยากกินอะไรก็พอได้กิน อยากเที่ยวไหนก็พอได้เที่ยว
ได้อยู่กับคนรัก มีเวลาส่วนตัว สุขภาพดี มีอากาศดี ๆ ให้หายใจ
มีประโยชน์กับเพื่อนร่วมโลก

นั่นล่ะรูปแบบความรวยที่ทุกคนควรต้องมีในชีวิต
ไม่มีวิธีรวยวิธีไหนที่ใช้ได้กับคนทุกคน
เราต้องหาวิธีรวยในแบบของตนเอง

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

ถูกที่ถูกเวลา

เป็นคนที่เชื่อว่าเราทุกคนมีความสามารถพิเศษในตัว
เราทุกคนมีความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร 
เเต่ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ 
เพราะยังไม่เจอ "เวที" ของตัวเอง

ไข่มุกในห้องสีดำ 
ย่อมเด่นกว่า 
คริสตัลให้ห้องสีขาว ... 

ดวงดาวในคืนฟ้าปิด 
ย่อมเปล่งประกายกว่าตอนกลางวัน ...

การที่เจ้ านาย เพื่อนร่วมงาน 
หรือใครก็ตามมองว่าคุณไม่เก่ง 

มันก็มีอยู่สองประเด็น
1. คุณไม่เก่งจริงๆ
2. สถานที่นั้น มันไม่เหมาะกับกับคุณ 

เพราะมันไม่ใช่เวทีของคุณ
เพราะฉะนั้นพยายามเอาตัวเองอยู่ให้ "ถูกที่"
ในที่ๆ เราสามารถเปล่งเเสงเเละปล่อยของได้มากที่สุด

อย่าลืมว่า ในบางบริษัท 
ไอเดียที่สุดยอด = ความเสี่ยง 
มันยากพอควรที่ไอเดียนั้นๆ 
จะผ่านไปเป็นไอเดียธุรกิจของจริง
.................
เเละ timing เป็นเรื่องสำคัญมากๆ
คนหิว ย่อมอยากกินข้าวมากกว่า อยากได้กระเป๋าหลุยส์ 
คนจมน้ำ ย่อมอยากได้เสื้อชูชีพ มากกว่า iphone6
มองให้ออกว่าตอนนั้น คนส่วนใหญ่เค้าต้องการอะไร 
เเล้วไปอยู่ให้ "ถูกเวลา"
................
" หาที่ๆ ที่เหมาะกับเรา เเละในช่วงเวลาที่ต้องการเรา "
ทุกคนเป็นคนเก่ง 
เเต่ขอให้อยู่ถูกที่ถูกเวลา
ขอให้โชคดีในการทำงาน

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

ทางลัดสู่ความสำเร็จ มีทางเดียว คือ ลงมือทำอย่างเต็มที่

เส้นทางลัด เส้นทางที่แสนสบาย
ทุกอย่างล้วนแต่ง่ายดายๆ
ทางเดินสู่ความสำเร็จ

ฟังดูง่าย ฟังดูสบาย
ถ้ามันง่าย มันลัดจริงๆ
มันต้องมี "คนสำเร็จ" มากกว่า "คนไม่สำเร็จ"
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันกลับกัน

เหล่าคนสำเร็จ ล้วนไม่ได้
ครอบครอง ฝัน มาแบบง่ายๆ

พวกเขา ล้วนแต่ทุ่มเท
แรงกาย แรงใจ แรงปัญญา
ทุ่มเท ทุกสิ่ง เพื่อไปถึงยังเป้าหมายนัั้น

แต่คนอีกฝั่งหนี่ง นั่งรอ ทางลัด
นั่งรอความสำเร็จแบบง่ายๆ
ความสำเร็จที่ไม่ต้องใช้แรง
เขาจึงไม่ได้ครอบครอง
สิ่งที่พวกเขาต้องการ

ทางลัดสู่ความสำเร็จ มีแค่ทางเดียวเท่านั้น
ทางที่มีแต่ความมุ่งมั่น และ ตั้งใจ

แหล่งที่มา   Facebook : Narai Good Day 

คนธรรมดา VS คนสำเร็จ

คนธรรมดาคาดหวังว่า
สิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับเขา

ออกจากบ้านวันนี้รถติดแน่ ๆ
เข้าห้างไม่มีที่จอดรถแน่ ๆ
ส่งงานเจ้านายบ่นแน่ ๆ
อากาศหนาว ป่วยแน่ ๆ
ป่วยบ่อย อายุไม่ยืนแน่ ๆ เรา


คนสำเร็จคาดหวังว่า
สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับเขา

ออกจากบ้านทางสะดวกแน่ ๆ
เข้าห้างแล้วมีที่จอดรถเตรียมไว้สำหรับฉันแน่ ๆ
ส่งงานผ่านฉลุยแน่ ๆ
อากาศเย็นสบายดีจัง สูดลมหายใจได้เต็มปอด
แข็งแรง อายุยืนแน่ ๆ เรา
----------------------
คาดหวังแบบไหน
ก็มีแนวโน้มเป็นแบบนั้น
เพราะเราจะหาหลักฐาน
มาสนับสนุนความคาดหวังของเรา

เราจะมองเห็นแต่สิ่งที่มองหา
มันเป็นเช่นนี้มานาน
และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

ปีที่ 1 ฉบับที่ 121 วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

เรื่องช้าง ช้าง!
อ่านออนไลนืได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdulv8ipg.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

รู้จัก Fibonacci มั้ย

มันเป็นสัดส่วนที่มหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ที่ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้ ก้นหอย การออกลูกของกระต่าย
การออกเเบบ logo apple , ตัวรถ Aston martin
จนมาถึงตัวเลขที่ใช้ในการเทรดหุ้น
เป็นไปตามหลักตัวเลข Fibonacci ทั้งนั้น !!

มหัศจรรย์สุดๆ !
เเล้วตัวเลขฟิโนนาชี่ คำนวณยังไง

Fibonacci sequence คือ
การนำตัวเลขตัวก่อนหน้ามาบวกกันกันไปเรื่อยๆ
เช่น 0,1,1,2,3,5,8,13,21,34,55,89,144,233
0+1 = 1
1+1 = 2
1+2 = 3
2+3 = 5
3+5 = 8
5+8 = 13 ไปเรื่อยๆๆๆๆๆ

เเละเเน่นอนว่ารูปร่างของมนุษย์ที่ perfect
ต้องเป็นไปตามหลัก Fibonacci เช่นกัน
....................



จากในรูป
ถ้านับ ไหล่ถึงหน้าอกเป็น 100%
หน้าอกถึงสะโพกควรเป็น 161.8%

ถ้านับ ต้นขาถึงหัวเข่าเป็น 100%
หัวเข่าถึงข้อเท้าควรเป็น 161.8%

เชื่อมั้ยว่า
ขนาด girl generation ยังต้องบริหารร่างกาย
ให้ตรงกับหลักตัวเลข fibonacci ด้วย
เราถึงได้เห็นขาสวยๆ สมส่วนขนาดนี้

ถ้าไม่เชื่อ ลองวัดกันดู  !

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

วันแห่งความสำเร็จ

ถ้ามันง่าย ใคร ๆ เขาก็รวยกันหมดแล้ว
ที่มันยากน่ะถูกทางแล้ว

ถ้ามันไม่ต้องอดทน คนเขาก็สำเร็จกันหมดแล้ว
ที่ต้องอดทนน่ะถูกแล้ว

ไม่ยาก ไม่อดทน คือคุณสมบัติคนล้มเหลวทั่วโลก
รู้ว่ายาก แต่ก็อดทน คือคุณสมบัติคนส่วนน้อยของโลก
อยากรวย อยากสำเร็จ แต่ของ่าย ๆ ไม่ต้องอดทนมีมั้ย?
ก็เป็นกันเสียอย่างนี้ เกิดมาจน ก็เลยต้องตายอย่างจน
เพราะสลัดนิสัยคนจนไม่ออก

ความฝันพลุ่งพล่านทุกวันที่ 1 และ 16
ทั้งที่ถ้าขยัน อดทน รู้จักมองหาตลาด
ยังมีโอกาสรวยกว่าถูกหวยเสียอีก

ใครบางคนบอกไว้
หนทางสู่ความสบายนั้นแสนลำบาก
หนทางสู่ความลำบากนั้นแสนสบาย

ว่าจริง เราอดเปรี้ยวไว้กินหวานกันไม่ค่อยจะได้
เกิดมาแล้ว ต้องดีให้ได้
อดทนไว้ เข้าใจไว้ว่ามันไม่ง่าย
แล้ววันแห่งความสำเร็จจะเป็นของคุณ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

ปีที่ 1 ฉบับที่ 120 วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

13 มกราคม วันการบินแห่งชาติ Let’s Fly Together
อ่านออนไลนืได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdt8o9nty.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ภาษา AEC : "‪ผ้าห่ม‬"

‪#‎ภาษา AEC น่ารู้‬ วันนี้เสนอคำว่า "‪#‎ผ้าห่ม‬"
1.‪#‎เวียดนาม‬ เรียก จัน
2.‪#‎ลาว‬ เรียก ผ้าห่ม/ຜ້າຫົ່ມ
3.‪#‎สิงคโปร์‬ เรียก ถ่านจึ
4.‪#‎มาเลเซีย‬ เรียก เซลึมุต
5.‪#‎บรูไน‬ ก็เรียก เซลึมุต
6.‪#‎เขมร‬ เรียก พวย
7.‪#‎อินโดนิเซีย‬ เรียก เซลึมุต
8.‪#‎ฟิลิปปินส์‬ เรียก กุโมต
9.‪#‎พม่า‬ เรียก ส่อง
10.‪#‎ไทย‬ เรียก ผ้าห่ม

แหล่งที่มา    Facebook : AEC Export

"ค่าธรรมเนียม" กองทุน

ค่าธรรมเนียมเวลาเราซื้อกองทุนจะมี 2 ส่วน คือ

1. ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Front-end Fee)
คือ เราเอาเงินซื้อกองทุนรวม 10,000 บาท
แต่ถ้ากองทุนมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1%
เท่ากับว่าเราซื้อกองทุนรวม
ได้เพียง 9,900 บาท

2. ค่าธรรมเนียมรายปี (Management Fee)
อันนี้จะถูกหักทุกๆปี จะหักเท่าไหร่นั้น
ก็แล้วแต่นโยบายของแต่ละกองทุน

ถามว่า ...
เค้าเก็บเราทำไมอะ?

"มืออาชีพ" ที่เค้ามาบริหารเงินให้เรา
ก็ไม่ต่างจากค่าจ้างที่ให้เค้า
มาดูแลเงินลงทุนให้กับเรานั่นแหละ

ปกติแล้ว คนที่บริหารกองทุน
จะต้องทำให้ผลประกอบการของกองทุนดีที่สุด
เพราะถ้ามีนักลงทุนสนใจเยอะ
เงินที่บริหารจะมากขึ้น

แปลว่า ... "ค่าธรรมเนียม"
ที่เค้าได้รับ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยนั่นเอง

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

บัตรเครดิต...ใช้เป็น ใช้ดี มีแต่ได้กับได้



ใช้บัตรเครดิตอย่างไร??? มีเเต่ได้กับได้

ใช้เเก้เหตุฉุกเฉินเเทนเงินสด
ใช้สะสมเเต้มเเละรับส่วนลด
ใช้เพื่อผ่อนสินค้า

เเละที่สำคัญ!!! อย่ากดเงินสดจากบัตรเครดิตถ้าไม่จำเป็น
รูดกันอย่างมีสติ เเละจ่ายเต็มจำนวนให้ตรงเวลากันด้วยนะ

แหล่งที่มา    Facebook : KBank_SME 

ขายหวีให้พระ

เรื่องนี้เข้าท่าดี  ได้มาจาก LINE อีกทีนึง

ผู้จัดการฝ่ายขายคนหนึ่ง
ต้องการทดสอบผู้ที่มาสมัครเป็นพนักขาย
ผู้จัดการจึงบอกให้พนักงานที่มาสมัคร
ไปขายหวีให้พระ...

‪#‎คนแรก‬
พอออกจากห้องผู้จัดการ
ก็ด่าโขมงโฉงเฉง...

พระมีผมที่ไหนวะ จะขายหวีได้ยังไง
ว่าแล้วก็ไปดื่มเหล้าจนเมา
กลับไปนอน

ตื่นมาก็ไปรายงานผู้จัดการว่า
พระไม่มีผม ขายหวีไม่ได้หรอก...

ผู้จัดการฟังแล้วยิ้ม ๆ พระไม่มีผม...
ต้องให้เอ็งมาบอกข้ารึ... หุหุ

คนที่หนึ่งถูกจำกัดด้วยกรอบความคิด
ไม่เหมาะที่จะเป็นนักขาย...

‪#‎คนที่สอง‬
มาถึงวัด
บอกกับเจ้าอาวาสว่า
ช่วยผมซื้อหวีสักอันเถอะ
ถ้าผมขายไม่ได้
ผมก็ไม่ได้งาน

ท่านเป็นพระ
ต้องมีเมตตานะ...
เจ้าอาวาสเลยซื้อไว้ 1 อัน...

คนที่สอง
ขายแบบเรียกร้องความเห็นใจ
หรือขายแบบขอทาน ไปได้ไม่ไกล...

‪#‎คนที่สาม
มาขายหวีที่วัด‬
เจ้าอาวาสบอกไม่มีความจำเป็นต้องใช้

เจ้าคนนี้เดินดูรอบ ๆ วัด
แล้วถามเจ้าอาวาสว่า
ไหว้พระต้องจริงใจไหม
 พระบอกต้อง.. แล้วจริงใจ

ต้องแสดงออกถึงความเคารพไหม
พระบอกต้องสิ..
คน ๆ นั้นก็เลยพูดว่า ดูสิผู้คนเขา
มาจากที่ไกล ๆ มาไหว้พระ
มาถึงเนื้อตัวมอบแมมไปด้วยฝุ่น
ผมเผ้ารุงรัง

ทำไมไม่ซื้อหวีไว้ให้พวกเขาหวี
ล้างหน้าล้างตาให้
สะอาดแล้วค่อยเข้าไปไหว้เล่า
เจ้าอาวาสคิดแล้วมีเหตุผล
เลยซื้อไว้ 10 อัน...

‪#‎คนที่สี่
มาขายหวีที่วัดเช่นกัน‬
เจ้าอาวาสบอกไม่ต้องการอีกแล้ว

แต่คนนั้นบอกว่า
ถ้าทางวัดซื้อหวีไว้แจกเป็นของขวัญให้คนมาไหว้
จะเป็นของขวัญที่ทั้งมีประโยชน์ และมีความหมาย
เงินทำบุญก็จะได้เยอะขึ้น...

เจ้าอาวาสคิดแล้วมีเหตุผล
ก็เลยซื้อไว้ 100 อัน...

คนที่สามและที่สี่
คิดแทนผู้บริโภค
คือทำให้ลูกค้าพอใจ
อันนี้ ใช้ได้..

‪#‎คนที่ห้า
มาขายหวีอีก‬
เจ้าอาวาสบอกรับไม่ไหวแล้ว

แต่คนนั้นบอกเจ้าอาวาสว่า
ดูท่านก็เป็นสงฆ์ที่มีบารมี
ลายมือพู่กันจีนของท่านก็สวย
ทำไมท่านไม่แกะสลักลงบนหวี
เช่นคำว่า “หวีแคล้วคลาดปลอดภัย”,
“หวีทวีบุญ” แล้วแจกให้ผู้มาไหว้พระเล่า
นี่ไม่เพียงเผยแพร่ศาสนา
ยังเป็นการส่งเสริมการเขียนพู่กันจีนอีกด้วย

พระท่านยิ้ม ๆ
บอกว่าประเสริฐแท้ จึงซื้อหวีไว้ 1,000 อัน...

คนที่ห้า ไม่เพียงทำให้ลูกค้าพอใจ
ยังไปสอพลอถึงในใจลูกค้าด้วย
นี่เรียกว่านักขายชั้นเซียน..

‪#‎คนที่หก
มาขายหวีเช่นกัน‬
เจ้าอาวาสรีบปฏิเสธก่อนเช่นเคย

แต่พอคนนี้กระซิบคุยกับเจ้าอาวาส
ท่านตกลงซื้อเลย 10,000 อัน

เขาคุยอะไรกับเจ้าอาวาสหรือ...
เขาบอกเจ้าอาวาสว่า
หวีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพกติดตัว
โดยเฉพาะผู้หญิง

(เห็นมะ ต้องคิดแบบยิว
เรื่องผู้หญิงต้องมาก่อนเป็นไม่ผิด... อิอิ)

ถ้าท่านเอาหวีเหล่านี้มาปลุกเสก
มันก็จะกลายเป็นของขลังไว้ปกป้องตัวเขา
เขาจะได้ทั้งทำบุญและปลอดภัยแคล้วคลาด
บางทีอาจเช่าไปฝากมิตรสหายด้วย
นี่ไม่เพียงได้บุญกุศล ยังได้เผยแพร่ศาสนา
เผยแพร่ชื่อวัดด้วย...
เรื่องดี ๆ อย่างนี้ ท่านจะไม่ทำหรือ...

เจ้าอาวาสรีบประนมมือ..
อมิตตะพุทธ ประเสริฐยิ่ง
ในเมื่อโยมมีความปรารถนาดีเยี่ยงนี้
ทำไมอาตมาจะไม่ทำเล่า...
ว่าแล้วก็ซื้อหวีไว้ 10,000 อัน
ตั้งชื่อว่า “หวีทวีบุญ”, “หวีแคล้วคลาดปลอดภัย”
แล้วทำการปลุกเสกด้วยตนเอง กลับเป็นที่นิยมยิ่ง...

และแน่นอน เงินทำบุญบริจาคก็ได้มากเป็นเงาตามตัว...

แต่คนที่หกนี่สิ...
โคตรเซียน สุดยอดในการเข้าถึงทั้งวัตถุและคน
ไม่ใช่ขายหวี แต่ขายเครื่องรางของขลัง
ทำให้คุณค่าของลูกค้า อั๊พไปจนถึงขั้นสูงสุด...
สุดยอด

เซลล์ธรรมดา จะขายสินค้า
แต่เซลล์เทวดา จะขายฝัน

แหล่งที่มา    Facebook : Trick of the Trade

Checklist 5 ข้อ สำรวจงานที่ชอบ

เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการทำงานกันเเล้ว มา Check กันหน่อยว่า
งานที่เราทำอยู่เป็น "งานที่ใช่" สำหรับเรารึเปล่า
...........................
1. ตื่นเช้ามา
ความรู้สึก คือ "Go to Work"
หรือ "Have Fun"

2. เวลาเเต่ละนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า
หรือ เฮ้ย ! ห้าโมงเเล้วเหรอ

3. หลังเลิกงานอยากกลับบ้าน
ไปอาบน้ำนอนเลย หรือ
ยังมีพลังทำอย่างอื่นต่อ

4. โปรเจคใหม่ที่ได้รับมา
รู้สึกขี้เกียจหันไปมอง
หรือ อยากเริ่มทำใจจะขาด

5. เสาร์อาทิตย์ ไม่เคยเหยียบเข้าไป
ในรัศมี 2 กิโลเมตรของออฟฟิศ
หรือ วันหยุดนี้ ไปนั่งทำงานชิวๆ
ในออฟฟิศดีกว่า
...........................
เป็นไงกัน
ถ้าเห็นด้วยกับประโยคหลังทุกข้อ
ขอเเสดงความยินดีด้วย

คุณจะเป็นอีกหนึ่งใน
The most happy people ประจำปี 2015 เลย

อย่าลืมเเบ่งพลังให้คนอื่นด้วยนะ ^^

แหล่งที่มา    Facebook : ๋Japan NEED

‎ภาษา AEC : "‎ขอบคุณ‬"

‪#‎ภาษา AEC น่ารู้‬ วันนี้เสนอคำว่า "‪#‎ขอบคุณ‬"

1.‪#‎เวียดนาม‬ เรียก ก๋ามเอิน
2.‪#‎ลาว‬ เรียก ขอบใจ
3.‪#‎สิงคโปร์‬ เรียก แซี่ยเสียะ
4.‪#‎มาเลเซีย‬ เรียก เตอรีมา กาซิห์
5.‪#‎บรูไน‬ ก็เรียก เตอรีมา กาซิห์
6.‪#‎เขมร‬ เรียก ออ กุน
7.‪#‎อินโดนิเซีย‬ เรียก เตอรีมา กาซิห์
8.‪#‎ฟิลิปปินส์‬ เรียก ซาลามัต
9.‪#‎พม่า‬ เรียก เจ ซู ตินบ่าแด
10.‪#‎ไทย‬ เรียก ขอบคุณ

แหล่งที่มา    Facebook : AEC Export

4C วิธีเลือกซื้อเพชรมือโปร



1.Color(สี)
สีของเพชร หรือที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่า น้ำเพชร
"น้ำ 100" ก็คือเพชรที่มี
สี "D" , E (น้ำ 99) , F (น้ำ 98) เท่านั้น
ที่จัดอยู่ในกลุ่ม "เพชรไร้สี" ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด

แต่เนื่องจากเพชรไร้สีนั้นหาได้ยาก
และมีคุณค่าสูงที่สุด
ดังนั้นส่วนใหญ่เครื่องประดับเพชร
ที่ขายกันอยู่โดยทั่วไป
จึงมักจะใช้เพชร ที่มีความขาวอยู่ที่ระดับ
G (น้ำ 97) H (น้ำ 96), I, (น้ำ 95) J (น้ำ 94)

2. Clarity (ความสะอาด)
พิจารณาจากความชัดเจน มากน้อย ของตำหนิ
หรือสิ่งเจือปน ที่มีอยู่ในเพชร
ซึ่งมักไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าน
แต่ต้องใช้กล้องที่มี กำลังขยาย 10 เท่า
เป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ความสะอาดใสของเพชรนั้น
แบ่งไว้เพียง 10 ระดับ

3. Cut (การเจียระไน )
วัตถุประสงค์หลักของ "การเจียระไน"
คือการทำให้เพชรเป็นประกาย เงางาม ที่สุด
พิจารณาจากความสวยงามโดยรวมสัดส่วน
ความสมมาตร การขัดเงาผิว และอีกหลายอย่างด้วยกัน

โดยสถาบันอัญมณีศาสตร์ชั้นนำของโลก
ได้จัดระดับไว้เพียง 5 ระดับคือ Excellent (ดีเยี่ยม),
Very Good (ดีมาก), Good (ดี),
Fair (ปานกลาง), Poor (แย่)

4. Carat (กะรัต)
"น้ำหนักของเพชร" ซึ่งมีหน่วยเป็น "กะรัต"
โดยเพชร 1 กะรัตจะหนัก
เท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือ 100 "สตางค์

Credit : สยามเพชร
แหล่งที่มา     Facebook : มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ

ปีที่ 1 ฉบับที่ 119 วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2558

นวัตกรรมไอที ปี 2558
อ่านออนไลน์ทั้งเล่มได้ที่  http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftc949p1e.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เพราะคนเรามักคิดถึงแต่ตัวเอง
การรู้จัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"
จึงเป็นกระบวนการที่ดีที่สุดที่เราจะเข้าใจเพื่อนร่วมโลก

ไม่ว่าเขาจะเป็นเจ้านายเรา ลูกน้องเรา
พ่อแม่เรา คนรักเรา ลูกเรา

และคิดว่าการ "เอาใจเขามาใส่ใจเรา"
ไม่ได้หมายถึง การมานั่งหาว่าเขามี "เหตุผล" อะไรที่ทำแบบนั้น
แต่น่าจะเป็น เขา "รู้สึก" อย่างไร เขาจึงทำแบบนั้น
เพราะความรู้สึกต่างหากที่บังคับการกระทำ
ไม่ใช่เหตุผล

หรือถ้าใช่ ความรู้สึกก็คือเหตุผลอย่างนึงเท่านั้นเอง
เราต้องลองเอาตัวเองเข้าไปสวมในตัวเขา
ถ้าเราเป็นเขา เขาน่าจะ "รู้สึก" อะไรอยู่ เขาถึงทำแบบนั้นกับเรา

เขาจะ "รู้สึกอย่างไร" ถ้าเราปฏิบัติกับเขาแบบนั้น
ถ้าเราเข้าใจความรู้สึกกันและกันมากขึ้น

เราจะทำบางอย่างลดลง
เราจะทำบางอย่างเพิ่มขึ้น
เราจะทำบางอย่างใหม่ที่ไม่เคยทำ
และเราจะเลิกทำสิ่งเก่าบางอย่างไปเลย

เอาใจเขามาใส่ใจเรา
เอาความรู้สึกเขา มาใส่ความรู้สึกเรา
แล้วเราจะเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

"ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว" จบป.4 สู่เถ้าแก่ 100 ล้าน ...

เส้นทางสู้ชีวิตของ “พันธ์รบ กำลา”
เด็กบ้านนอกคอกนา ฐานะยากจน
แต่เติบใหญ่เป็นนายคนด้วยวัยเพียงสี่สิบกว่าปี
และใช้เวลาในการต่อสู้บนเส้นทางสายเส้น
จนผงาดขึ้นมาอยู่แถวหน้าของแฟรนไชส์ระดับประเทศ
ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ภายใต้แบรนด์ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” 
ที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี และในวันนี้ “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”
มีสาขาทั่วประเทศและต่างประเทศมากกว่า 2,000 สาขา

ชายร่างเล็กๆ ผู้นี้ทำได้อย่างไร
หลายคนคงอยากทราบ เราไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน...

คุณพันธ์รบ เป็นชาวอำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด
แดนดินถิ่นอีสาน มีโอกาสร่ำเรียนเพียงชั้นประถม 4
ตามประสาครอบครัวที่มีลูกมาก

พออายุได้ 12 ปี จึงเข้าสู่เมืองกรุง
ทำงานโรงงานผลิตน็อต เกลียว สกรู
ทำได้ไม่นานก็กลับบ้าน

แต่ไม่นานก็กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ อีก
และครั้งนี้นี่เองที่เป็นบันไดขั้นหนึ่ง
ทำให้เขาเป็นชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว อย่างทุกวันนี้ ...

ระหว่างที่กลับมาทำงานในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 2
น้าก็พาไปทำงานบ้านกับเถ้าแก่รายหนึ่ง
เพราะเห็นแววความมีระเบียบเรียบร้อยของคุณพันธ์รบ
ประจวบเหมาะที่ได้เถ้าแก่ใจดี เปิดโอกาสให้ใช้เวลา
ในช่วงค่ำเรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.)
จนจบ ม.3 ในเวลาไม่นาน ...

ชีวิตคุณพันธ์รบผันผวนจากคนทำงานบ้าน
ไปเป็นคนงานผลิตของใช้ในครัวเรือน
แต่ได้เพียงระยะหนึ่ง ก็ต้องกลับไปรับใช้ชาติ
ตามหมายเกณฑ์ทหารของวัยหนุ่ม
โดยในระหว่างรับใช้ชาติเขาสามารถ
เก็บเงินได้ถึง 40,000-50,000 บาท
เนื่องจากเป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ไม่เล่นการพนัน มัธยัสถ์ ชอบวางแผน
ชอบคิด และให้คนอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ย
นั่นเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของวิญญาณนักธุรกิจ
และได้ตัดสินใจพาครอบครัวเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้ง

เริ่มจากน้องชายขายลูกชิ้นด้วย
คุณพันธ์รบจึง รับลูกชิ้นจากน้องชายมาใส่ก๋วยเตี๋ยว
แต่เมื่อหักลบต้นทุนแล้วก็ยังได้กำไรไม่มากนัก

เขาจึงมีความคิดจะขายบะหมี่เกี๊ยว
แต่เมื่อไปคุยกับเถ้าแก่โรงงานผลิตบะหมี่แล้ว
ปรากฏว่าเขาไม่มาส่งเพราะรถส่งบะหมี่
ไม่ผ่านร้านของคุณพันธ์รบ

เขาจึงเกิดความคิดว่า
“ถ้ามีโอกาสทำขึ้นเองเมื่อไหร่
จะทำส่งให้ทั่วประเทศไทย"
นั่นเองเป็นแรงผลักดัน
ทำให้เขาเป็น “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว”
อย่างทุกวันนี้ ...

และนั่นก็ไม่ทำให้คุณพันธ์รบยอมแพ้
เขาให้น้องชายซึ่งขายบะหมี่เกี๊ยวอยู่ก่อน
สั่งบะหมี่เกี๊ยวเพิ่มจำนวนขายมากเป็น 2 เท่า
และยอมขับรถไปรับบะหมี่เกี๊ยวจำนวนที่เพิ่มขึ้นมาขายเอง

ทำให้เมนูของร้านเพิ่มขึ้นจากก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส
เป็นเมนูบะหมี่เกี๊ยว และข้าวมันไก่ อีก 2 รายการ
เมนูเพียง 3 อย่าง ทำให้มีเงินเก็บสูงถึง 700,000 บาท ...

และแล้วเลือดนักธุรกิจที่แฝงอยู่ในตัวคุณพันธ์รบ
ก็แสดงออกมาเมื่อเขารู้สึกมั่นใจในความตั้งใจ
และมันสมองของตนเอง ความคิด
"ถ้ามีโอกาสทำเส้นบะหมี่จะทำให้ดีที่สุด"

เพราะทุกวันที่รับเส้นบะหมี่มาขาย
ยังมีอีกหลายวันที่เส้นบะหมี่ไม่เหลือง
ขาดลุ่ย ไม่เหนียว ไม่นุ่ม ซึ่งเป็นปัญหา
ของพ่อค้าแม่ขายที่ไม่ใช่ผู้ผลิต

และตรงนี้เป็นตัวกระตุ้นให้คุณพันธ์รบตัดสินใจ
ศึกษาเรื่องการทำเส้นบะหมี่อย่างจริงจัง
และลงทุนศึกษาและผลิตเส้นบะหมี่เอง
ลองผิดลองถูกพยายามปรับสูตรให้ลงตัว
จนได้เส้นบะหมี่สูตรชายสี่บะหมี่เกี๊ยว
ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี ...

คุณพันธ์รบบอกว่า
นักธุรกิจไม่ได้จบแค่ผลิตและขาย
แต่นักธุรกิจต้นตำรับแบรนด์ ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว
อย่างคุณพันธ์รบ บริการหาทำเล บ้านเช่า
สอนวิธีอบหมูแดง วิธีลวกบะหมี่ วิธีการจ่ายตลาด

ซึ่งคนที่สั่งบะหมี่จากคุณพันธ์รบไปขาย
มีลูกค้าเข้าร้านมียอดขายไม่ต่างจากคุณพันธ์รบ

การบอกต่อเริ่มต้นขึ้น
ทำให้บะหมี่ของคุณพันธ์รบถูกส่งไปขาย
ในหลายที่หลายแห่งของหลายจังหวัดในประเทศ

นั่นเองเป็นที่มาของแบรนด์
“ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว"
ที่มาสาขาอยู่ทั่วประเทศ ...

ใครที่ทราบประวัติแล้วคงต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว
เพราะชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว เริ่มจากศูนย์จริงๆ
และที่สำคัญเพราะเจ้าของเขาขยัน พยายาม และสู้ไม่ถอย...

ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/46570
แหล่งที่มา     Facebook : ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ Certainty 

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

uki เเปลว่า ชอบ

เริ่มกันเลยดีกว่า
คำเเรก " suki เเปลว่า ชอบ "

คุ้นๆ มั้ยเพลงในเพลง โดราเอมอน
" อัง อัง อัง โทเทะโมะ ได "ซุคิ" โด ระ เอ มะอึ่นน ... "

หรือ ในเพลง อิคคิวซัง ก็มีเยอะ
" ซุคิ ซุคิ ซุคิ ซุคิ ซุคิ อะอิชิเตะหรุ "

สงสัยจะชอบจริงๆ
"ซุคิ" กันรัวๆ เลย
............................
ได้คำบอกรักหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น วาเลนไทน์นี้กันเเล้วนะ
ลุย !!

แหล่งที่มา    Facebook : ๋ Japan NEED

6 ทางออก เมื่อหาเงินจ่ายหนี้ไม่ทัน

เมื่อเงินที่เคยมีใช้หนี้อยู่ทุกเดือนต้องชะงัก
ถึงเวลาที่คุณจะต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้วหล่ะ

1. อย่าหนีหนี้และอย่าไปพึ่งหนี้นอกระบบและไม่สร้างหนี้เพิ่ม
โดยการประหยัดให้มากที่สุด
ซื้อแต่สิ่งของจำเป็น
พยายามจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินสด
หนี้บัตรเครดิตจะได้ไม่งอกเพิ่ม
เพื่อให้หลุดจากวังวนของการเป็นหนี้ไม่รู้จบ
จ่ายหนี้หมดสิ้นแล้วค่อยอนุญาตตัวเอง
ให้ใช้บัตรเครดิตได้อีกครั้ง คราวนี้ใช้อย่างมีสติด้วย

2. จดบันทึกรายรับรายจ่าย
เพื่อให้รู้สถานการณ์การเงินของตัวเอง
ในบันทึกจะฟ้องว่าอะไรเป็นรายจ่ายจำเป็น
อะไรเป็นรายจ่ายที่ตัดทิ้งไปได้
ต่อไปก็พยายามกันเงินส่วนหนึ่ง
จ่ายหนี้ให้มากที่สุดในแต่ละเดือน

3. รีไฟแนนซ์ยืดหนี้
ถ้าใช้หนี้แล้วเหลือเงินไม่พอใช้สอย
ในชีวิตประจำวัน ก็ลองรีไฟแนนซ์เพื่อ
ยืดหนี้ออกไป อย่าไปตกหลุมพราง
หาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้เก่า

เพราะนอกจากไม่ช่วยแล้วยังเพิ่มหนี้เข้าไปอีก
ต้องหารีไฟแนนซ์ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า
ถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิต 3 ใบ
ก็อาจเลือกรีไฟแนนซ์แค่ 1-2 ใบ ก็พอ

ซึ่งจะช่วยให้ผ่อนหนี้ได้ดีแล้วยังมีเงินเหลือ
แต่อย่าลืมว่ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียคือ
จะต้องเป็นหนี้นานขึ้นกว่าเดิม
จาก 20 เดือนเป็น 42 เดือนแทน

3. ปลดหนี้ก้อนใหญ่ให้หมด
ถ้าชำระหนี้แบบเต็มวงเงินแล้ว
ยังมีเงินเหลือพอดำรงชีวิตในแต่ละเดือนหรือไม่

ถ้ามีหนี้บัตรไม่กี่ใบกัดฟันจ่ายหนี้บัตร
ที่มียอดหนี้มากที่สุดด้วยเงินก้อนโต
ในแต่ละเดือน ส่วนบัตรใบที่หนี้น้อย

ถ้าทำได้ก็พยายามใช้ให้สูงกว่าจ่ายขั้นต่ำ
เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้หนี้กันยาวนาน

4. หาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
อย่างเช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนสวัสดิการพนักงาน สหกรณ์
บริษัทที่ทำงานอยู่ หรือถ้ามีวินัยการใช้หนี้

การหันหน้าไปพึ่งพาคนในครอบครัว
ก็เป็นอีกทางหนึ่งไม่ใช่ว่ายืมแล้ว
ทำให้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับไปด้วย คงไม่ดีแน่

5. ปรับโครงสร้างหนี้
ติดต่อเจ้าหนี้บัตรเครดิตขอปรับโครงสร้างหนี้
เพื่อทำสัญญาใหม่ ที่มักจะรวมเงินต้น ดอกเบี้ย
เบี้ยปรับทั้งหมด ค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้
เพราะถ้าหนีหนี้อาจถูกอายัดทรัพย์
หรืออายัดเงินเดือน และติดคุกได้

แหล่งที่มา    Facebook : SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เด็กหนุ่มผู้สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เองในบ้านตั้งแต่อายุ 12

ประวัติโดยย่อของหนุ่มน้อยนาม เทย์เลอร์ วิลสัน
• อายุ 12: สร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นในโรงรถ
• อายุ 16: ได้รับรางวัล Intel Young Scientist Award
• อายุ 17 : เสนอโปรเจคให้ประธานาธิบดีโอมาบา
และได้รับทุน Thiel Fellowship ของ Peter Thiel
ผู้ก่อตั้ง PayPal

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากน้องเทย์เลอร์ก็คือ
"ถ้าศึกษาจนรู้จริง และลงมือทำ 
อายุเท่าไรก็สำเร็จได้" 
และ
"การเรียนรู้ (Learning) กับ การศึกษา
ตามหลักสูตร (Schooling) นั้นต่างกัน"

น้องเทย์เลอร์เล่าประวัติตัวเองแบบสั้น ๆ
ผ่านคลิป TED ความยาวแค่ 3 นาทีกว่า
ซึ่งมีคนดูไปแล้ว 2.6 ล้านครั้ง
และมีซับไทยให้เรียบร้อย ...
เชิญชม


แหล่งที่มา     Facebook : Thailand Investment Forum

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 118 วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

เยาวชนไทยยุคใหม่ เรียนให้เป็น เล่นให้ดี
อ่านออนไลน์ทั้งเล่มได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd1c8do2j.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ออมทรัพย์กับประกันตัวไหนดี

คำถามที่ถามกันบ่อยๆ เลย คือ
"ออมทรัพย์กับประกันตัวไหนดี"

ได้ยินคำถามแล้ว
" อ ย่ า อ อ ม กั บ ป ร ะ กั น เ ด็ ด ข า ด"

ประกันมีหน้าที่ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง" เท่านั้น !!
ย้ำๆๆ ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง" เท่านั้น !!

ประกันเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงหนึ่งเดียว
ที่ช่วยเรื่อง "ความเสี่ยง"
ดังนั้นจงใช้มันจัดการเรื่อง "ความเสี่ยง" เถอะ
ถ้าคิดจะออมกับมันไปก็ไม่คุ้ม

ลองคิดดูว่าเงินที่เราจ่ายเบี้ยประกันไปทุกๆ ปี
เงินจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1. จ่ายค่าความคุ้มครอง
2. นำไปลงทุน

ลองคิดง่ายๆ ว่า …
ถ้าเรานำเงินไปลงทุนเอง
ที่เดียวกับบริษัทประกันนำไปลง
"เงินต้น" เยอะกว่าเห็นๆ แล้ว
(ตัดส่วนที่ 1 ออกไป)

ในกรณีที่เราสามารถตัดใจ
ออมเองได้โดยไม่มีใครบังคับอะนะ

ประกันสามารถช่วยเรื่องความเสี่ยงได้ดีมาก
ไม่งั้นรัฐบาลไม่ให้ค่าเบี้ยประกัน
ลดหย่อนภาษีได้หรอก
ประกันมันดี แต่ต้องใช้ให้ถูกหน้าที่ !

เอา "ตะเกียบ" ไปกิน สปาเก็ตตี้ก็กินได้
แต่สู้ใช้ "ส้อม" ไม่ได้หรอก

แต่ถ้าจะกิน "ก๋วยเตี๋ยว" แน่นอนว่า
"ตะเกียบ" ดีกว่าเห็นๆ

ของบางอย่างต้องใช้ให้ถูก
"ใช้พอได้" กับ "ใช้ได้ดี" ไม่เหมือนกันน้า
จริงมั้ยล้าวววววววววว

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

When you pay , you pay ATTENTION

ทำไมคนสำเร็จไม่บอกเคล็ดลับความสำเร็จฟรี ๆ ไปเลย
ทำไมต้องขายหนังสือ ต้องคิดค่าสัมมนา
ทำไมไม่จัดฟรี แจกฟรีไปเลย
เป็นคำถามที่น่าสนใจ

และสมควรจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
สมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย
ตอนนั้นใกล้จะสอบเอ็นทรานซ์แล้ว เลยต้องอ่านหนังสือหนัก
ยิ่งสอบเทียบด้วย ยิ่งต้องอ่านหนักกว่าปกติ
ทั้งที่เอาเข้าจริงก็ขี้เกียจนิดหน่อย
ยังไม่คิดว่าจะต้องรีบสอบเทียบไปไหน

แต่ก็รู้ว่าถ้าสอบเทียบได้ จะประหยัดเวลาไปเป็นปี
แต่จะจัดการกับความขี้เกียจอย่างไรดีล่ะ?

วันนั้นสิ่งที่ทำก็คือ บอกกับแม่ว่า
"แม่ไม่ต้องซื้อหนังสือรวมข้อสอบย้อนหลังให้หรอก
จะเอาเงินเก็บไปซื้อเอง"

หมดเงินซื้อหนังสือไปหลายร้อยบาท
ซึ่งถือเป็นเงินเยอะมากสำหรับในตอนนั้น
แต่สิ่งที่ได้คืนกลับมาก็ได้
"เอาวะ! เสียเงินไปแล้ว ต้องอ่านให้สอบติด"

ผลลัพธ์ก็คือ สอบเทียบติดวิศวะ จุฬา
เงินไม่กี่ร้อยที่ลงไปนั้น คุ้มค่าจริง ๆ
เล่าเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงตัวในปัจจุบัน

วันก่อนเพิ่งจะจ่ายเงินเป็นจำนวนเงินเกือบแสนบาท
เพื่อดูสัมมนาออนไลน์ของต่างประเทศที่มีให้ดูเป็นสิบ ๆ ตอน

คุณรู้มั้ยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร?
!   นั่งดูสัมมนาทุกวันเลย เดี๋ยวไม่คุ้ม ฮ่าๆๆ

โทนี่ ร็อบบินส์ บอกไว้นานแล้วว่า

"When you pay , you pay ATTENTION"
แปลว่า ถ้าคุณจ่ายเงิน คุณจะตั้งใจเป็นพิเศษ

คำตอบของคำถามที่จั๋วหัวไว้
จึงคือเรื่องราวทั้งหมดที่เขียนมา
ของฟรีไม่ค่อยมีค่าในสายตาเราหรอก

เคยได้หนังสือแจกฟรี แล้วทิ้งไปมั้ย
เคยได้ตั๋วฟรี แล้วไม่ไปดูมั้ย
นั่นล่ะ ของฟรีไม่ค่อยมีค่า
เอาเข้าจริง สัมมนาฟรี ความรู้ฟรีก็มีเยอะนะ
ถ้าหาดูดี ๆ นั่งฟังฟรีทั้งชีวิตนี้ก็ยังไม่หมด

แต่ก็นั่นแหละ
บางทีมันก็เป็นข้ออ้างของความไม่สำเร็จมากกว่าว่า
ทำไมไม่แจกฟรีไปเล้ย ถ้าแจกฟรี ฉันสำเร็จแน่
เคล็ดลับความสำเร็จที่จะแบ่งปันตอนท้ายบทความนี้ก็คือ

ถ้าอยากประสบความสำเร็จเรื่องอะไร
ให้ "จ่าย" ให้กับเรื่องนั้น
ไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว
แต่หมายถึงจ่ายเรื่องความตั้งใจและเวลาด้วย
และเมื่อคุณจ่ายมากพอ
ความสำเร็จจะมาหาคุณเอง

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

Diary ความสุข

หนึ่งในเป้าหมายในปีใหม่นี้
สิ่งที่เริ่มทำ คือ ไดอารี่เเห่งความสุข

สงสัยว่าทำไมเมื่อก่อน ...
เเค่ได้นั่งที่นั่งริมบนรถเมล์ ก็มีความสุข
เเต่ในวันนี้นั่งเครื่องบิน Business Class ยังกระวนกระวายใจ

บางทีได้กินข้าวสวยๆ  ร้อนๆ กับปลาทูทอด ก็เเฮปปี้
เเต่วันนี้กินอาหารบุฟเฟร์โรงเเรมห้าดาว ก็ได้เเค่อิ่มท้อง
.......
วันนี้เงินยิ่งเยอะ
สถานะทางสังคมยื่งสูง
ความสุขยื่งหายาก
ไม่ไหว ...

เเละคนที่เค้าลำบากกว่าเรา
เค้าใช้ชีวิตเเบบมีความสุขได้อย่างไร
ใช่ ! ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิด

ว่าเราไปกำหนด ขนาดของความสุขว่า "ใหญ่" เเค่ไหน
ความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่จึงมีอยู่จริง อยู่ที่ใจเราคิดเเค่นั้นเอง
เลยมาคิดว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ควรได้รับการบันทึกไว้

เพื่อให้เรากลับมายิ้มได้ทุกครั้ง ในวันที่เจออุปสรรคเเละท้อเเท้
เเละบอกตัวเองเสมอ ว่า จะความสุขไม่ต้องใหญ่มากก็ได้
รถไม่ติด เพื่อนเลี้ยงข้าว สอบผ่าน ไปเที่ยวกับครอบครัว
เเค่นี้ก็สุขเเล้ว ..
Enjoy every little Happiness

แหล่งที่มา    Facebook : ๋Japan NEED

ทางลัดสู่ความสำเร็จมีทางเดียว คือลงทุนทำอย่างเต็มที่

เส้นทางลัด เส้นทางที่แสนสบาย
ทุกอย่างล้วนแต่ง่ายดายๆ

ทางเดินสู่ความสำเร็จ
ฟังดูง่าย ฟังดูสบาย
ถ้ามันง่าย มันลัดจริงๆ 
มันต้องมี "คนสำเร็จ" มากกว่า "คนไม่สำเร็จ"

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง มันกลับกัน
เหล่าคนสำเร็จ ล้วนไม่ได้
ครอบครอง ฝัน มาแบบง่ายๆ

พวกเขา ล้วนแต่ทุ่มเท
แรงกาย แรงใจ แรงปัญญา
ทุ่มเท ทุกสิ่ง เพื่อไปถึงยังเป้าหมายนัั้น

แต่คนอีกฝั่งหนี่ง นั่งรอ ทางลัด
นั่งรอความสำเร็จแบบง่ายๆ
ความสำเร็จที่ไม่ต้องใช้แรง
เขาจึงไม่ได้ครอบครอง 
สิ่งที่พวกเขาต้องการ

ทางลัดสู่ความสำเร็จ มีแค่ทางเดียวเท่านั้น 
ทางที่มีแต่ความมุ่งมั่น และ ตั้งใจ

แหล่งที่มา   Facebook : Narai Good Day

ปีที่ 1 ฉบับที่ 117 วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

ย่างก้าวใหม่...ย่างก้าวใหญ่ สู่ ยุค “เศรษฐกิจดิจิทัล”
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd152ijh2.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ลงกองทุนที่มีปันผล หรือไม่มีปันผลดีกว่า ?

คำถามที่ค้างใจใครหลายๆ คนมานับแรมปี
และก็เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ฮอตฮิตติดชาร์ต
ยาวนานถึง 22 ปีซ้อนซ้อนซ้อนซ้อนนน
คือ "ลงกองทุนที่มีปันผล หรือไม่มีปันผลดีกว่า ?”

"กองทุนรวม" หลายๆ กองทุนที่มีอยู่
ให้เราเลือกช็อปปิ้ง บางทีเหมือนกันเป๊ะ
ต่างกันแค่มีปันผล กับไม่มีปันผล
แล้วเราจะเลือกยังไงดีหล่ะ ?

สมมติว่าให้กองทุนรวมทั้ง 2 กอง แตกต่างกัน
แค่ "จ่ายปันผล" กับ "ไม่จ่ายปันผล"
กองทุน A : จ่ายปันผล
กองทุน B : ไม่จ่ายปันผล

ลงทุน ในกองทุน 100,000 บาท ทั้ง 2 กองทุน
ปกติเวลาเราได้รับเงินปันผล
จะถูก "หัก ณ ที่จ่าย 10%" ของเงินปันผลทั้งหมด
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
ได้ผลตอบแทน 10% ทั้งคู่

กองทุน A จ่ายปันผลออกมา 10,000 บาท
หัก ณ ที่จ่าย 10% เหลือแค่ 9,000 บาท (ฮือออ)
สมมตินำเงินไปลงทุนต่อ รวมเป็น 109,000 บาท

ส่วน กองทุน B ไม่จ่ายปันผล
นำไปรวมกับเงินต้น เป็น 110,000 บาท
เห็นความแตกต่างกันรึยังจ้ะน้องสาววว !!??
"109,000 บาท" กับ "110,000 บาท"

พอเห็นแบบนี้ปุ๊ป
อุ๊ยยต๊ายยตายย อกอีแป้นจะแตก
จะบอกว่าไม่มีปันผลดีกว่าอย่างนั้นเรอะ !

มันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน
กองทุนที่มีปันผลสามารถทำให้เรา
มี "สภาพคล่อง" เพิ่มขึ้น
ถ้าเราต้องการ "รายได้" เพื่อมาจับจ่ายใช้สอย
คล่องยังกะกินยาถ่ายสองแผง
เลยเชียวหล่ะ เอ้อออว์

แต่หากเรามีการวางแผนที่ดีใน "ระยะยาว" ได้
"ไม่ปันผล" อยู่แล้ว
เพราะ "ทบต้น" เร็วกว่า
จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับตัวเรานั่นแหละ
ว่าเหมาะกับแบบไหน ไม่มีอะไรดีที่สุด
แล้วก็ไม่มีอะไรที่แย่ที่สุด

มันขึ้นอยู่กับ
เป้าหมายทางการเงินของเรานั่นแหละ !

แหล่งที่มา    Facebook : ‎MoneyBuffalo‬

ทำงานอย่างเร่งรีบ...ท่องเที่ยวอย่างประณีต

เห็นสเตตัสนี้ หลังปีใหม่ ก็ขำ ๆ ในความคมคายและ...
บนความไม่สบายใจของเจ้าของสเตตัส ^^

ก่อนเที่ยว เราวางแผน
ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก

เวลาเที่ยว
เดินทางไปล่วงหน้า
ก่อนเวลารถ / เครื่องบินออก

เวลาทำงาน
วิ่งไวปานวอก รูดบัตรทันเวลาพอดี

เวลาเที่ยว
ตารางท่องเที่ยว ถูกจัดไว้อย่างละเอียด

เวลาทำงาน
ตารางแต่ละวัน ได้จัดกันบ้างหรือเปล่า

"ฮ้า อะไรนะ มีประชุมเหรอ"
"กี่โมง...อะไรกัน...ตอนนี้เหรอ"
"ไปก่อน เดี๋ยวตามไป"
"หัวข้ออะไรยังไม่รู้เลย"
"เออ ๆ รีบไปจองแถวหลังนะ"
เสียงใครแว่วมานะ

แหล่งที่มา   Facebook : iPattrainer

รู้ดีในเรื่องที่ไม่จำเป็นกับชีวิต ...ไม่รู้สักเรื่องในเรื่องที่ "จำเป็น" กับชีวิต

บางทีก็ประหลาดใจในมนุษย์
เรารู้ดีในเรื่องที่ไม่จำเป็นกับชีวิต
แต่เรากลับไม่รู้สักเรื่องในเรื่องที่ "จำเป็น" กับชีวิต

เรารู้ดีว่ามือถือรุ่นไหนใหม่ล่าสุด ซื้อที่ไหน
เราทนใช้มือถือรุ่นเก่า ๆ ไม่ได้
แต่เรากลับไม่ค่อยรู้วิธีหาเงินวิธีล่าสุด ว่าจะหาเงินจากที่ไหน
เราทนกับวิธีหาเงินแบบเดิม ๆ ได้

เรารู้ดีว่าจะวางแผนเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนดี
ทั้งที่เพิ่งจะผ่านปีใหม่มา
แต่เรากลับไม่ค่อยรู้เรื่องการวางแผนภาษี
ทั้งที่เสียภาษีมาไม่รู้กี่ปีแล้ว

เรารู้ดีว่าถ้าโบนัสออก เราจะเอาไปซื้อรถรุ่นไหนดี
แต่เรากลับไม่รู้ว่าถ้าจะเอาเงินไปลงทุน จะลงทุนในอะไรดี?

เรารู้ดีว่านักบอลคนไหนเก่ง
ค่าตัวเท่าไหร่ ทีมไหนเป็นแชมป์
แต่เรากลับไม่รู้ว่าเราเก่งตรงไหน
ค่าตัวเท่าไหร่ และเมื่อไหร่จะได้เป็นแชมป์บ้าง?

เรารู้ดีเรื่องย่อละคร
เริ่มยังไง จบยังไง
แต่เรากลับไม่รู้เลยว่าชีวิตของเรา
จะเริ่มและจบอย่างไร

ทำไมเราถึงรู้ดีในเรื่องที่รู้ก็ได้ ไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่กับเรื่องที่ต้องรู้ ต้องเข้าใจ ต้องศึกษา เพราะมันจำเป็นกับชีวิต
เรากลับไม่รู้เลยสักนิด ทำไม?

เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ ก็ยังไม่ต้องรู้ก็ได้ เอาไว้ก่อนก็ได้
แต่เรื่องสำคัญอย่างเรื่องการหารายได้ วางแผนภาษี ลงทุน
และความสำเร็จในชีวิต เรื่องพวกนี้ "ต้องรู้"
เพราะมันจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
หรือจะไม่รู้ก็ได้

ถ้าคุณแค่อยากจะนั่งเฝ้าดูความสำเร็จของคนอื่น
ไปตลอดชีวิต

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

7 นาทีกับความเข้าใจเรื่อง "หนี้ของญี่ปุ่น"

อยากให้ลองดูคลิปนี้ เค้าสรุปเป็น info graphic ได้เข้าใจง่ายดี


เนื้อเรื่องย่อ ...

1. สิ้นปี 2012 รัฐบาลญี่ปุ่นเเบกหนี้ประมาณ 997 ล้านล้านเยน
ซึ่งเป็นประเทศที่มีหนี้ต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลก

2. ปกติรายได้รัฐก็มาจากภาษี
เเละภาษีก็มาจากสองส่วน คือ คนทั่วไป กับ บริษัท
รัฐบาลพอได้ภาษีมา ก็นำไปใช้จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

3. วันนึงรัฐบาลญี่ปุ่นอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะมีการไปกู้เงินเพิ่ม
ด้วยการออกสิ่งที่เรียกว่า "พันธบัตรรัฐบาล"

4. รัฐบาลญี่ปุ่น ออกพันธบัตรได้เรื่อยๆ เพราะมีความน่าเชื่อถือ
เเต่ก็ทำให้รัฐบาลต้องมีหนี้ที่สะสมขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน

5. ในวันที่ดอกเบี้ยต่ำก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะใช้เงินคืนสบายๆ
เเต่พอดอกเบี้ยสูงขึ้นมา ทำให้รายได้จากภาษีมันไม่ cover รายจ่าย
เนื่องจากต้องเอาเงินไปใช้หนี้หมด ไม่เหลือถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เรื่องราวเริ่มสนุกครับ เพราะนี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดนโยบาย abenomics
เเละส่งผลให้หุ้นญี่ปุ่นวิ่งอย่างเมามันส์ในช่่วงที่ผ่านมา

แหล่งที่มา    Facebook : ๋Japan NEED

ปีที่ 1 ฉบับที่ 116 วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

โคมลอย ปล่อยทุกข์...ลอยโศก? จริงอ่ะ
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdkmac1rf.html


แหล่งที่มา   Facebook : New)108