วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เลือกรองเท้า...อย่างไร..? (ให้เหมาะ)

รองเท้าที่เหมาะสมนั้น มีหลักนิดเดียวคือใส่แล้วสบายเดินได้ทั้งวัน แต่ถ้ารองเท้าที่คุณสวมใส่ไม่เหมาะสม เช่น ใส่รองเท้าหน้าแคบ หรือรองเท้าส้นสูง อาจทำให้เกิดอาการปวดเท้า หรือมีความผิดปกติกับรูปเท้า เนื่องจากเท้าถูกบีบรัด ที่พบบ่อย คือ อาการหัวแม่เท้าเก หรือ บิดเข้าสู่นิ้วชี้มากไป จนบางทีเกิดการซ้อนทับ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการรับน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมและปวดเท้านั่นเอง ถ้าคุณมีอาการปวดเท้าอยู่แล้ว แต่ยังเลือกสวมรองเท้าไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลให้มีอาการปวดเท้าเรื้อรังต่อไปได้อีก เพราะรองเท้านั้นสำคัญ จึงควรเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเท้า เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียภายหลัง ดังนี้
  • ช่วงบ่ายเหมาะสมที่สุด เพราะเท้าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อผ่านการเดินมาตลอดทั้งวัน เนื่องจากเลือดไหวเวียนลงสู่เท้ามากขึ้น จึงเหมาะที่จะเลือกรองเท้า เพื่อป้องกันปัญหารองเท้าคับ
  • เลือกขนาดเหมาะสม ส้นเท้าชิดส้นรองเท้าพอดี ส่วนหัวจะเหลือพื้นที่เท่ากับความกว้างของหัวแม่โป้งมือ เมื่อวัดจากนิ้วเท้าที่ยาวที่สุด ส่วนที่กว้างที่สุดของรองเท้าควรพอดีกับส่วนกว้างที่สุดของเท้า
  • ใส่แล้วนิ่มสบาย ไม่มีตะเข็บแข็ง รองเท้าที่ทำจากหนังแท้มักมีความยืนหยุ่นและระบายอากาศดีกว่า
  • ลองก่อนเสมอ ควรลองรองเท้าทั้งสองข้างและเดินไปมาด้วยว่าสบายเท้าหรือไม่
  • เผื่อที่กันคับ อุปกรณ์เสริมในรองเท้าต่างๆ เช่น แผ่นรองเท้า แผ่นกันรองเท้ากัด ฯลฯ จะทำให้รองเท้าของคุณคับขึ้น หากต้องใช้อุปกรณ์เหล่านั้น ควรเลือกรองเท้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
  • ไม่คีบดีกว่า การใส่รองเท้าคีบทำให้เกิดการเสียสีบริเวณร่องนิ้วเท้า
  • แบนไปไม่ดี ความแบนไม่เหมาะกับสรีระเท้าต่อการรับน้ำหนัก ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นที่นิ่มและเสริมบริเวณอุ้งเท้า
  • อย่าอยู่บนส้นสูงเกินสองชั่วโมง การใส่ส้นสูงนานๆ อาจมีปัญหาปวดฝ่าเท้าส่วนหน้า ควรใส่ส้นสูงเมื่อจำเป็น และไม่ควรใส่นานเกิน 2 - 3 ชั่วโมง


รองเท้าที่เหมาะสมในแต่ละคน
  • นักกีฬา ควรเลือกซื้อรองเท้ากีฬาหลังจากเดินสักพัก หรือหลังจากเล่นกีฬาเสร็จ เพราะเท้าจะมีขนาดเดียวกันกับขณะเล่นกีฬา ควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับแรงกระแทกได้ดี หากกีฬาที่เล่นใช้ปลายเท้าเป็นส่วนมาก เช่น การวิ่ง ควรเลือกรองเท้าที่ออกแบบให้รองรับแรงกระแทกส่วนหน้าโดยเฉพาะ
  • คนเท้าแบน มีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ฝ่าเท้าแบนทำให้ปวดบริเวณกลางฝ่าเท้า เนื่องจากเอ็นซึ่งทำหน้าที่ยกอุ้งเท้าถูกดึงยึด ดังนั้นหากคุณเป็นคนฝ่าเท้าแบนชั่วคราว (คือเท้าแบนเมื่อเหยียบพื้นเท่านั้น) ควรสวมรองเท้าที่เสริมอุ้งเท้า (บริเวณพื้นรองเท้าเพื่อพยุงไม่ให้ส้นเท้าปิดและเท้าล้มเข้าด้านใน แต่หากฝ่าเท้าแบนถาวรซึ่งมักมีเท้าส่วนกลางกว้างกว่าปกติ ควรเลือกรองเท้าที่ด้านข้างกว้างและมีพื้นนิ่มใส่สบาย
  • คนอุ้งเท้าสูง จะมีปัญหาปวดบริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้า เพราะการรับน้ำหนักของอุ้งเท้าส่วนกลางหายไป รองเท้าจึงควรมีลักษณะเสริมอุ้งเท้าส่วนกลาง (ยกนูนช่วงกลางฝ่าเท้าและเสริมอุ้งเท้า) เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักจากฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้ามาที่อุ้งเท้า และควรเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มและมีความยืดหยุ่น
  • คนปวดส้นเท้า การปวดส้นเท้าส่วนใหญ่ เกิดจากจุดยึดพังผืดบริเวณส้นเท้าอักเสบ ซึ่งมักปวดมากในการเดินก้าวแรกหลังตื่นนอน เพราะพังผืดถูกยึดทันทีทันใด รองเท้าที่เหมาะกับปัญหานี้ ควรมีพื้นนิ่ม มีส้นเล็กน้อยเพื่อถ่ายน้ำหนักไปยังเท้าส่วนหน้า ควรใส่รองเท้าที่มีการเสริมอุ้งเท้า และนวดฝ่าเท้าก่อนลุกจากที่
  • คนปวดฝ่าเท้าด้านหน้า ปัญหานี้พบบ่อยในผู้ที่ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำและผู้ที่มีภาวะหัวแม่เท้าเก ซึ่งหัวแม่เท้าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ภาระจึงตกอยู่กับฝ่าเท้าบริเวณนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อย เมื่อร้บน้ำหนักนานๆ จึงทำให้ปวด ดังนั้นผู้ที่มีอาการนี้จึงควรใส่รองเท้าส้นเตี้ยมีพื้นนิ่ม และมีหน้ารองเท้ากว้าง เพื่อลดการบีบและเสียสีดของเท้า
  • คนเป็นเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมักมีปลายประสาททำงานผิดปกติ ทำให้เท้าชา มีนิ้วหงิกงอ ทำให้ฝ่าเท้าด้านหน้ารับน้ำหนักมากและนิ้วเท้าเสียดสีกับหัวรองเท้า จึงควรเลือกใส่รองเท้าพื้นนิ่มมีหัวลึกและกว้าง ห้ามใช้รองเท้าคีบเพราะอาจทำให้เกิดแผลบริเวณร่องนิ้วเท้าได้โดยไม่รู้ตัว


เทคนิคเลือก "รองเท้า" ให้เข้ากับ "สีผิว"

แม้ว่าเท้าจะเป็นส่วนล่างสุด แต่ก็ไม่ควรละเลยเพราะการเลือกสีรองเท้าให้เข้ากับสีผิวนั้น จะช่วยขับผิวและชุดสวยๆ ของคุณให้ดูดียิ่งขึ้น เป็นการเสริมเติมเสน่ห์สาวๆ ได้อย่างดี
  • สาวผิวสองสี : อาจจะเป็นปัญหาที่ทำให้สาวผิวน้ำผึ้งต้องกลุ้มใจ ฉะนั้นควรเลือกโทนสีผสมที่ไม่ดูร้อนแรง แต่ก็ไม่เย็นตาจนเกินไป เช่น สีน้ำตาลอมแดง สีเขียวอมฟ้า สีชมพูอมส้ม สีเลือดนก และสีชมพูหม่น เป็นต้น
  • สาวผิวขาวซีด : ความกลุ้มใจที่ไม่เข้าใครออกใคร เพราะหลายคนมักมองว่าสาวผิวขาวซีดสุขภาพไม่ดี ดังนั้น เราควรจะเลือกโทนสีรองเท้าที่ค่อนข้างเข้มหรือหม่นเล็กน้อย เพื่อช่วยขับสีผิวให้ดูเข้มขึ้น เช่น เหลืองอมน้ำตาล น้ำตาลไหม้ และเหลือง-ครีม เพราะอาจทำให้ผิวดูซีดหมองลง
  • สาวผิวขาวอมเหลือง : ผิวลักษณะนี้แนะนำว่าควรจะเลือกสีโทนร้อน เพื่อช่วยขับสีผิวให้ดูเปล่งประกายสดใส และทำให้เรียวขาดูโดดเด่นขึ้น แต่ห้ามสีขุ่นๆ อย่างสีน้ำตาลเข้ม หรือเทา เพราะจะทำให้ผิวดูซีดหมองลง
  • สาวผิวขาวอมชมพู : ควรเลือกรองเท้าที่มีโทนสีสดใส เช่น ฟ้าอมเขียว ฟ้าใส เขียวมะนาว เพราะจะช่วยขับสีผิวให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูลจาก :  วารสาร Smart wealth, MFC, ISSUE 4 | January - March 2011

กรุ๊ปเลือดกับอาหาร

คนส่วนใหญ่จะรู้ว่าตัวเรามีเลือดกรุ๊ปอะไร แต่คนส่วนใหญ่คงไม่ทราบว่ามีอาหารชนิดไหนบ้างที่เหมาะสมสำหรับกรุ๊ปเลือดเรามากที่สุด หากเรารู้และเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดได้ ก็เท่ากับเป็นการเสริมสร้างความสมดุลที่ดีให้เกิดขึ้นกับร่างกาย ทำให้ภูมิต้านทานของเราแข็งแรง มีระบบย่อยที่ดี เพิ่มพละกำลัง โรคภัยไม่มีเบียดเบียน และไม่แก่เร็วด้วย



เลือดกรุ๊ป O
เป็นกรุ๊ปที่มีระบบย่อยเนื้อแดงดีมากเพราะกระเพาะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ย่อยอาหารได้เร็วและดูดซึมดี ร่างกายจึงได้รับสารอาหารเต็มที่ แต่กรุ๊ปโอจะมีปัญหาอยู่บ้างเกี่ยวกับระบบ metabolism (คือการเผาผลาญเพื่อนำพลังงานไปใช้ในระบบร่างกาย) จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี เช่น เนื้อ ตับ เซี่ยงจี้ ไข่ ผลไม้ ผักใบเขียวและถั่ว สำหรับคนไม่มีเวลาก็หาวิตามินบี-คอมเพล็กซ์รูปแบบเม็ดมาทานก็ได้

และคนที่มีเลือดกรุ๊ปโอส่วนใหญ่จะมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า จึงต้องเสริมสร้างวิตามินเค ด้วยการเลือกรับประทาน ตับ ไข่แดง คะน้า นอกจากนั้น ระบบย่อยของคนเลือดกรุ๊ปโอมักจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์นมได้ดีนัก จึงควรหาแคลเซียมจากอาหารชนิดอื่นทดแทน ได้แก่ ปลาซาร์ดีน หรือ ปลาแซลมอนกระป๋องทั้งก้าง บร๊อคโคลี่ และผ้าโขม คะน้า ชี้เหล็ก มะเขือพวง เป็นต้น สำหรับผลไม้ที่เหมาะกับคนกรุ๊ปนี้ที่ช่วยลดการระคายเคืองจากความเป็นกรดในกระเพาะอาหารได้ดี คือ พลับ พรุน และมะเดื่อ


เลือดกรุ๊ป A
เป็นกรุ๊ปที่ตรงข้ามกับกรุ๊ปโอโดยสิ้นเชิง มีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ย่อยโปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์ได้ไม่ดีจนเหมาะที่จะทานมังสวิรัติเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและมะเร็ง ถ้าต้องการรับประทานเนื้อสัตว์ก็ให้เลือกทานเป็นเนื้อไก่แทนเพราะไม่มัน เพื่อเป็นการต่อต้านมะเร็ง คนเลือดกรุ๊ปเอจึงควรรับประทานวิตามินซีเพิ่มซึ่งเป็น antioxidants ช่วยในเรื่องของกรดในกระเพาะต่ำ จะพบวิตามินซีได้มากในบร๊อคโคลี่ ผลไม้ตระกูลเบอรี่ ส้มโอ สับปะรด เชอรี่ มะนาว ฝรั่ง และให้ระวังอาหารสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอกและแฮม เพราะมีสารไนไตรท์ที่กระตุ้นการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินอีสูง เพื่อช่วยป้องกันทั้งโรคหัวใจและมะเร็ง จะพบมากในน้ำมันพืช ธัญพืช ถั่วลิสง และผักใบเขียวสำหรับผลไม้ที่เหมาะกับกรุ๊ปเอ คือ ผลไม้ที่ช่วยสร้างกรดในกล้ามเนื้ออย่างสับปะรด ส้มโอ มะนาว ซึ่งจะช่วยย่อยดีมาก อีกทั้งมะนาวยังช่วยละลายเสมหะได้ดีอีกด้วย และควรเลี่ยงแตงโม แคนตาลูป และผลไม้เมืองร้อน เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย เพราะจะทำให้อาหารไม่ย่อย

เลือดกรุ๊ป B
คนเลือดกรุ๊ปนี้จัดอยู่ในพวกสมดุล เพราะเป็นเลือดเพียงกรุ๊ปเดียวที่สามารถรับประทานอาหารนม เนย ไข่ได้อย่างเต็มที่ แต่ชนิดโปรตีนที่เลือดบีทานแล้วเป็นผลร้ายคือ Lectin ซึ่งเป็นโปรตีนที่มีอยู่ในเนื้อไก่ ถั่วลิสง งา และเม็ดทานตะวัน หาทานมากไปจะรบกวนระบบสร้างอินซูลินจนนำไปสู่อาการเส้นเลือดแตกหรือตีนในสมอง รวมถึงโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โปรตีนที่เหมาะสมจะมาจากอาหารทะเลเป็นหลัก โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก คนเลือดกรุ๊ปบีสามารถเลือกรับประทานผักได้เกือบทั้งหมด เว้นอยู่ไม่กี่ชนิด เช่น มะเขือเทศ ข้าวโพด ส่วนผลไม้นั้น ก็สามารถรับประทานได้แทบทุกชนิดเช่นกัน เพราะมีระบบย่อยที่สมดุล มีเพียงลูกพลับ ทับทิม และลูกแพร์ที่ควรเลี่ยง

เลือดกรุ๊ป AB
จัดเป็นพวกลูกผสมของกรุ๊ปเอและบี การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของเลือดกรุ๊ปนี้จึงซับซ้อน อาหารชนิดไหนที่ดีต่อกรุ๊ปเอและบี ก็ย่อมดีต่อกรุ๊ปเอบีด้วยเช่นกัน ดังนั้น อาหารมังสวิรัติจะให้ผลดีต่อร่างกาย ผลิตภัณฑ์นมและไข่ ก็รับประทานได้คล้ายกรุ๊ปบีแต่ไม่ควรทานมาก และโปรตีนจากโยเกิร์ตจะย่อยได้ง่ายกว่า เพราะกระเพาะไม่ผลิตน้ำย่อยเพียงพอที่จะย่อยโปรตีนที่มากเกินไป โปรตีนที่เหมาะสมจะได้จากอาหารทะเล เต้าหู้ เนื้อแดง และควรรับประทานครั้งละน้อยๆ จึงจะย่อยได้ดี หากมีเสมหะและมีปัญหาไขนัสอักเสบและหูอื้อ ควรงดอาหารที่ผลิตจากนม เนย ไข่ คนเลือดกรุ๊ปเอบีจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ จึงควรรับประทานผักสดและถั่วเหลืองมากๆ เพราะเป็นอาหารสำคัญในการป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจ ซึ่งเกิดได้ง่ายในกรุ๊ปเอบี ผลไม้ที่เหมาะอย่างยิ่งกับกรุ๊ปนี้จึงเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้มโอ เชอร์รี่ สับปะรด มะนาว ฝรั่ง เพราะจะช่วยต้านมะเร็งและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหัวใจได้อย่างดีค่ะ

นอกจากการรับประทานอาหารเพื่อให้สุขภาพดีแล้ว การมีสุขภาพจิตดี มองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ ก็จะทำให้ร่างกายเราสมดุลทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเคล็ดลับนี้เหมาะสำหรับทุกกรุ๊ปเลือดเลย

แหล่งข้อมูลจาก :  วารสาร Smart wealth, MFC, ISSUE 4 | January - March 2011