วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

Google Logo : 27 ก.ย. 2556 Google's 15th birthday



วันนี้ 27 กันยายน 2556  Google ฉลองครบรอบ 15 ปีด้วยข้อความ "Google's 15th birthday"

กูเกิล (Google Inc.) (แนสแด็ก: GOOG และ LSE: GGEA) เป็นบริษัทมหาชนอเมริกัน มีรายได้หลักจาก

  • การโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฏในเสิร์ชเอนจินของกูเกิล 
  • อีเมล 
  • แผนที่ออนไลน์ 
  • ซอฟต์แวร์จัดการด้านสำนักงาน 
  • เครือข่ายออนไลน์ และวิดีโอออนไลน์ รวมถึง
  • การขายอุปกรณ์ช่วยในการค้นหา
กูเกิลสำนักงานใหญ่ที่รู้จักในชื่อกูเกิลเพล็กซ์ตั้งอยู่ที่เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีพนักงาน 16,805 คน (31 ธันวาคม 2550) โดยกูเกิลเป็นบริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีดาวโจนส์ (ข้อมูล 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550)

กูเกิลก่อตั้งโดย แลร์รี เพจ และ เซอร์เกย์ บริน ขณะที่ทั้งคู่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งภายหลังทั้งคู่ได้ก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2541 ในโรงจอดรถของเพื่อนที่ เมืองเมนโลพาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย  และมีการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก เมื่อ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2547 เพิ่มมูลค่าของบริษัท 1.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้นทางกูเกิลได้มีการขยายตัวตลอดเวลาจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่และการซื้อกิจการอื่นรวมเข้ามา

กูเกิลได้ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยนิตยสารฟอร์จูน ซึ่งมีคติพจน์ประจำบริษัทคือ Don't be evil อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในด้านการละเมิดข้อมูลส่วนตัว การละเมิดลิขสิทธิ์ และการเซ็นเซอร์ในหลายส่วน

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

ความสำเร็จ ไม่มีคำว่าบังเอิญ

รอบตัวเรา เรามักพบคนที่ประสบความสำเร็จปะปนอยู่เสมอ ทั้งแบบที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ ประสบความสำเร็จระดับวงการวิชาชีพ หรือแม้แต่คนที่ประสบความสำเร็จในด้านการลงทุน ผ่านสื่อต่างๆ การเรียนรู้จากคนเหล่านั้น  เป็นเรื่องดี เพราะโลกนี้ มันไม่หรอกเรื่องความบังเอิญ บังเอิญรวย บังเอิญผลิตสินค้าแล้วขายดี บังเอิญทำธุรกิจแล้วร่ำรวย มีชื่อเสียง

แม้แต่ในแวดวงนักลงทุน ที่ประสบความสำเร็จ คนเหล่านั้นเขาไม่ได้มาจากความบังเอิญ ไม่ใช่ว่ามายืนจุดนี้ได้จากการจับฉลากหรือเสี่ยงเซียมซีได้เลขสวย แล้วเทพเจ้าก็ประธานพรให้ประสบความสำเร็จ ได้เป็นคนสำคัญ  ยังจำคำที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งสอนได้ว่า คนที่เก่ง คนที่รวย คนดี คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพราะความบังเอิญ

นักลงทุนหรือนักธุรกิจ หลายคนที่ศึกษาเกือบ 80% ไม่มีคำว่าบังเอิญ คนเหล่านั้นมาจากศูนย์ สร้างตัวเอง พัฒนาตัวเองจนประสบความสำเร็จ เขาผ่านวิกฤติของชีวิตมากมาย เผชิญปัญหาหนักๆ ผ่านความล้มเหลว มานับไม่ถ้วน ซึ่งหล่อหลอมให้เขามีวันนี้ กลายเป็นของจริงได้

ส่วนอีก 20% เส้นทางอาจจะไม่หินมากเท่ากลุ่มแรก คนในกลุ่มนี้มี แรงหนุน มีข้อได้เปรียบบางอย่างที่คอยช่วย เช่น ฐานะทางบ้านดี, หน้าตาดี, ครอบครัวส่งเสริม สนับสนุน หรือมีเครือข่าย เป็นต้น แต่คนใน 20% ก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับคนกลุ่มแรก เพื่อที่จะลิ้มรสความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือมีคนมาอุปถัมภ์

ส่วนใหญ่คนที่ได้อะไรมาง่ายๆ ประเภทแบบมีคนคอยประเคนหรือป้อนให้ถึงมือ ถ้าไม่มีความสามารถจริง สุดท้ายก็ไปไม่รอด รักษาไว้ไม่ได้ ล้มเหลวทั้งนั้น คนที่เป็นของจริงประสบความสำเร็จจากความสามารถจริงๆ เราจะดูออก ระยะเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์แต่ถ้าพวก มาเร็วไปเร็ว พวกนี้คือ ของปลอม

ตัวอย่างของความไม่บังเอิญอันหนึ่งที่ชอบมาก คือ เรื่องของเศรษฐีหนุ่มนักลงทุน ที่มาจากสลัม ชาวศรีลังกา คุณ Chamath Pali Hapitiya คนนี้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆ พื้นเพมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยทั้งครอบครัวเป็นผู้อพยพ ลี้ภัยจากศรีลังกามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่แคนนาดา ชีวิตในวัยเด็กยากจนถ้าเทียบกับมาตรฐาน แม้จะย้ายมาอยู่ในแคนนาดาแต่ Chamath ก็ยังใช้ชีวิตแบบพลเมืองชั้นสองในค่ายอพยพ ด้วยความมานะ อยากจะรวย อยากมีชีวิตที่ดีตั้งแต่เด็ก ทำให้ เขามุมานะขยันเรียน ส่งผลให้ได้รับทุนการศึกษา จนจบการศึกษาปริญญาตรี ด้านวิศกรรมไฟฟ้า ระหว่างเรียนก็ทำงานพิเศษ เก็บเงินและหาช่องทางทำธุรกิจมาโดยตลอด

Chamath จบปริญญาตรีแล้วได้เข้าทำงานบริษัทด้านการเงินการลงทุน ในตลาดหุ้นและอนุพันธ์ของอเมริกา ด้วยความสนใจในตลาดหุ้นเป็นทุนเดิม โดย เขาทำงานเป็น Derivatives Trader และนักวิเคราะห์ด้านการลงทุนที่ BMO Nesbitt Burns ประมาณ ปีกว่าๆ ในในปี 2001 คุณ Chamath ก็ได้ออกจากบริษัท หันมาทำงานด้านคอมพิวเตอร์ IT ในบริษัทเกี่ยวกับโปรแกรมฟังเพลงและระบบบริการเพลง เช่น Winamp และ Spinner.com     Posted Image Chamath Pali Hapitiya

จากนั้นก็ย้ายมาทำงานที่ AOL ดูแลสายงานบริหารในตำแหน่ง Vice President และ General Manager จนถึงปี 2005 หลังวิกฤติฟองสบู่ดอทคอม ของอเมริกา คุณ Chamath มองเห็นโอกาสของการเติบโตของบริษัท IT ในซิลิกอนวัลเลย์ ปี 2006 คุณ Chamath ก็ได้เข้ามาทำงานกับ Venture Capital(VC) ชื่อ Mayfield Fund ซึ่งลงทุนในธุรกิจเกิดใหม่ ด้าน เทคโนโลยีต่างๆและ ไอที ปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ที่บริหารสูงถึง $2.8 billion ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่อันดับที่ 13 ของอเมริกา โดยเขารับตำแหน่งเป็นนักวิเคราะห์ และที่ปรึกษาด้านการลงทุนของบริษัท ทำหน้าที่มองหาบริษัทเกิดใหม่ด้านอินเตอร์เน็ต มีเดียและ IT เพื่อให้กองทุนเข้าลงทุน

จากนั้นก็ได้เข้ามาทำงานกับ Facebook ตำแหน่ง vice president จนปี 2011 เขาได้ลาออกจาก facebook มาตั้ง Venture Capital(VC) ของตัวเองชื่อ The Social+Capital Partnership และทำหน้าที่เป็นผู้บริหารกองทุน มูลค่าเงินลงทุน $300 million ซึ่ง คุณ Chamath ถือหุ้นกองทุนถึง 20% มูลค่าประมาณ $60 million และยังมีผู้ถือหุ้นในกองทุน ชื่อดังคนอื่นๆอีก

อาทิเช่น Adam D’Angelo (ผู้บริหารเก่าของ facebook และเป็น Founder & CEO of Quora ), Kevin Rose เจ้าของเว็บข่าวบนโซเซียลมีเดีย Digg.com, Charles Coleman( hedge fund manager ของ Tiger Global Management) และ Joe Hewitt ผู้เริ่มพัฒนาโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ Firefox ซึ่งกองทุนนี้ก็จะ เน้นไปที่การลงทุนในบริษัทด้านเทคโนโลยี, สุขภาพ, การศีกษา และ บริการทางการเงิน

ปัจจุบัน Chamath ในวัย 34 ปีก็ยังไล่ตามความฝันอย่างไม่หยุด แม้เขาจะกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน เป็นผู้จัดการกองทุน ที่มีชีวิตที่ดีกว่าเด็กยากจนในครอบครัวอพยพแต่ก่อนมาก

ชีวิตแบบนี้น่าศึกษา เพราะการที่มาถึงวันนี้ได้คนเหล่านี้ ต้องผ่านอุปสรรค์ ต้องเอาชนะตัวเอง และทำอะไรมากมาย ถึงจะประสบความสำเร็จในสายตาของคนทั่วไป เรียกว่า ไม่มีคำว่า "บังเอิญ"

ดังนั้นเมื่อเราเห็นใครที่ประสบความสำเร็จ อย่าไปคิดว่า คนเหล่านั้นฟลุ๊ค หรือบังเอิญ จงตั้งสติ ใช้ปัญญามองสิ่งที่เขาทำ มองเส้นทางที่เขาผ่าน เราจะพบ กลยุทธในการดำเนินการ วิธีสร้างโอกาส และวิธีการรับมือกับอุปสรรค์ ความล้มเหลวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ซึ่งถ้าเราเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้อย่างเข้าใจ ก็จะเกิดประโยชน์กับตัวเอง

ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ ก็จงอย่าไปติดกับคำว่า บังเอิญ หรือเชื่อในโชคชะตา (ประมาณว่ารวยเพราะโชคดี ดวงดี) พยายาม ตั้งใจทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค์ เพื่อที่วันหนึ่ง เราสามารถไปถึงจุดหมายปลายทาง ได้ลิ้มรสความสำเร็จ ในสักวัน

แหล่งที่มา    Facebook : Cway-investment (ชัยภัทร เนื่องคำมา)

ขอเวลาแค่ 1 นาที เพื่อเตือนสติ

มีชายหนุ่มไฟแรง ที่มุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น
เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว
เธอจะมารอ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา หลังจากที่เขาเลิกงาน
เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน..แล้วเธอก็กลับไป
วันนี้เขากลับถึงบ้าน ช้ากว่าปกติมาก
แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอที่หน้าบ้านเขา.. เช่นทุกวัน

“ โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วน เลยกลับมาช้าไปหน่อย ”

เธอยังยิ้มให้เขา “ คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว ทำไมยังทำงานหนักอีกล่ะ ?”

“ ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้
.. เพื่อคุณนะจ๊ะ ”

เวลาผ่านไป 1 ปี
หญิงสาวมาหาเขาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องอย่างนี้

วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา

“ คุณมีเงินมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง ?”

“ ขอเวลาอีกสักหน่อย ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่ มาเปลี่ยนให้คุณด้วย ”

เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ

“ ฉันบอกหรือว่า ฉันอยากได้แหวนวงใหม่ ?”

“ ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ...ที่รัก ”


3 เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอที่หน้าประตูบ้าน วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่
เขาจึงตัดสินใจลางาน 1 วัน เพื่อไปหาเธอ
เขาขับรถคันหรู ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ อย่างยากลำบาก

‘ เธอต้องใช้ทางเส้นนี้มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย ?’ เขารำพึง

เมื่อมาถึง แม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา
และบอกเส้นทางที่เป็นสถานที่ ที่เธออยู่ ที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้

เนินเขาเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยดอกไม้ มีแท่นหินสลักชื่อหญิงสาว ตั้งอยู่กลางเนิน

น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออกมา มือสั่นเทาของเขา เปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ

ข้างในกล่องอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก ๆ

เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ...ทีละใบ.....

“ วันนี้ ..คุณกลับมาช้า ..ฉันรอ 2 ชั่วโมง ..ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ ”

“ วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ ..แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร .. แต่ฉันยังรักคุณ ”

“ ฉันเริ่มป่วย.. จนไปหาคุณไม่ได้ ..คุณคงไม่ทันได้สังเกต.. ไม่เป็นไร...
แต่ฉันยังรักคุณ ”

“ วันนี้ ..คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่..
คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ ..เพราะแหวนวงนี้
แต่ไม่เป็นไร..ฉันยังรักคุณ ”

ชายหนุ่มได้เรียนรู้แล้วว่า.......
บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต
อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อย ที่เขาเคยได้รับ จนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน

รถคันหรูแล่นไกลออกไป เหลือไว้เพียงกล่องแหวนเพชร ราคาแพง หน้าหลุมศพ
ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร ..สำหรับเขา..อีกต่อไป
=====================================================

ลองก้าวออกจากโต๊ะทำงานก่อนตะวันจะตกดินสักวันสองวันต่อสัปดาห์
หันกลับไปเอาใจใส่คนที่รักเราบ้าง อาจจะไม่ใช่แค่แฟนหรือคนรัก
บางที พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็เฝ้ารอ 1 นาทีจากเราเหมือนกัน

ณ วันนี้...อย่างน้อยเราก็ยังมีเวลาเหลือมากกว่า 1 นาทีที่บางคนโหยหา...

อย่าปล่อยให้อะไรๆ มันสายเกินไป...
ชีวิตคน...ถึงมันจะไม่สั้นนัก...แต่มันก็ใช่ว่าจะยาวนานตลอดไป

แหล่งที่มา    Facebook : A Thing Books

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

Bangkok Car Free Day 2013 : 22 ก.ย. 2556

22 ก.ย. 2556 นี้ กทม.จัดรณรงค์ใหญ่ "Bangkok Car Free Day 2013" ท้องสนามหลวง หวังเป็นการจุดประกาย ชวน ปชช.ติดเข็มกลัด จอดรถไว้บ้าน ใช้บริการรถสาธารณะ

วันที่ 4 ก.ย. ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวจัดงาน Bangkok Car Free Day 2013 ภายใต้แนวคิด “Share the Road” หรือ “เดินทางร่วมกัน วันพาหนะส่วนรวม” โดยมุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว พร้อมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทางใหม่ ด้วยการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  กล่าวว่า ปีนี้ กทม.ได้จัดทำเข็มกลัด “Bangkok Car Free Day 2013” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการรณรงค์ นอกจากจะมอบให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายในการร่วมกันรณรงค์แล้ว ยังมีจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาชิ้นละ 50 บาท เพื่อใช้บริการระบบขนส่งมวลชน ได้แก่ รถไฟฟ้า BTS รถโดยสาร BRT  รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รถไฟฟ้า Airport Link รถประจำทาง ขสมก. เรือด่วนเจ้าพระยา จักรยานเช่าสาธารณะ ปัน ปั่น และรถรางรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยาน 2556 ตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม สามารถติดตามเงื่อนไขการใช้บริการได้ที่ www.bangkokcarfree.com และหาซื้อได้ที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต  BMA Express บูธจักรยาน ปัน ปั่น และธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ รายได้จากการจำหน่ายมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก พบว่า มีรถจดทะเบียนสะสมในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2556 จนถึงเดือนกรกฎาคมกว่า 8,000,000 คัน ส่วนรถจดทะเบียนใหม่ปี 2556 ณ เดือนกรกฎาคม มีมากถึง 715,341 คัน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละกว่า 100,000 คัน

ขณะข้อมูลอัตราความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางบนถนนช่วงชั่วโมงเร่งด่วนของสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จากปี 2554 - 2556 พบว่านอกจากเกิดวิกฤติจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วยังขยายไปถึง พื้นที่ถนนในเขตกรุงเทพมหานครชั้นกลางอีกด้วย เช่น ถนนงามวงศ์วาน  จากแยกแคราย - แยกเกษตร เป็นเส้นทางที่มีความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางลดลงมากที่สุด โดยปี 2554  ความเร็วเฉลี่ยในการเดินทาง 36.95 กิโลเมตร/ชั่วโมง และปี 2555 มีความเร็วเฉลี่ยในการเดินทางลดลงเหลือ 33.26  กิโลเมตร/ชั่วโมง  ในปี 2556 ณ เดือนสิงหาคม วัดได้เพียง 24.34 กิโลเมตร/ชั่วโมง ลดลงจากปี 2555 ถึงร้อยละ 26.81

งาน Bangkok Car Free Day 2013 จะเป็นการจุดประกาย ให้ทุกภาคส่วนร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ บนท้องถนน มาร่วมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเดินทาง จอดรถไว้บ้าน หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาจราจรของกรุงเทพมหานคร ช่วยลดปัญหาโลกร้อน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ให้คนเมืองหลวงอย่างยั่งยืน

การรณรงค์ Bangkok Car Free Day 2013 ในปีนี้ กรุงเทพมหานครร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเป็นเจ้าภาพจัดงาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2556 จะมีการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ หัวข้อ Car Free Day โครงการรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และจัดให้มีการท่องเที่ยว ย้อนรอยประวัติศาสตร์สัมผัสกับบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในอดีต บริเวณพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ในวันอาทิตย์ที่ 15 และ 22 กันยายน 2556

นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จะมีการรณรงค์ใหญ่ ที่ท้องสนามหลวง โดยมีการรวมพลังของกลุ่มผู้ใช้จักรยานจำนวน 20,000 คัน นำโดยสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย จัดเส้นทางปั่นจักรยานจาก 23 เส้นทางทั่วกรุงเทพฯ มุ่งสู่ ท้องสนามหลวง และจัดริ้วขบวนเป็นรูปธงชาติไทย เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของ Bangkok Car Free Day 2013 และปั่นไปสู่ลานกิจกรรมหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งมีนิทรรศการ กิจกรรมเวที และการออกบูธต่าง ๆ มากมายสำหรับคนรักจักรยาน และผู้ที่สนใจ.

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ไทยรัฐ

คนดีนี่มันดีจริงๆ

ตั้งแต่หนุกหนุยเป็นเด็กๆ ครอบครัวและ “ผู้ใหญ่” ทั้งหลายมักจะพร่ำสอนอยู่เสมอๆ ว่า “โตแล้วต้องเป็นคนดี” หรือไม่ก็ “อย่าทำความชั่ว” เพราะว่า “มันไม่ดี” ต่อตัวเองและผู้อื่น ถึงแม้ว่าหนุกหนุยจะคอยพยักหน้ารับปาก แต่ก็มักจะเก็บงำความสงสัยในคำว่า “ดี” ว่าที่แท้จริงแล้วความหมายนั้นแปลว่าอะไรกันแน่น้าาาาา

การที่ “ตั้งใจเรียนหนังสือ ไม่ลอกข้อสอบเพื่อน” แบบนี้ก็เป็นคนดีนะลูก หนุกหนุยได้ยินแม่พูดอยู่บ่อยๆ ส่วนครูก็บอกว่า คนดีคือ “คนที่คอยช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก” พอไปค้นอินเตอร์เน็ต หนุกหนุยก็เจอว่า “ความดี คือการทำให้เกิดผลดีอย่างมีคุณค่าต่อผู้อื่น ต่อส่วนรวม”

แล้วความดีจริงๆมันคืออะไรอ่ะ หนุกหนุยไม่รู้ ยังหาคำตอบไม่ได้ แต่เมื่อซักไซ้ไล่เรียง “ผู้ใหญ่” ทั้งหลายมากๆเข้าก็ได้รับคำตอบว่า ”ช่างมันเถอะ ไม่ใช่เรื่องของเด็ก” หรือ “โตไปก็รู้เองแหละ”

แม้ว่าวันนี้หนุกหนุยโตขึ้นแล้ว …

แต่คำถามที่เคยสงสัยในวัยเด็กยังคงไม่ได้รับคำตอบอยู่ดีว่า “อะไรคือความดี”

มีคนหาว่าหนุกหนุยบ้า ที่มัวตั้งคำถามกับความดี หนุกหนุยเลยตั้งคำถามกลับไปสามข้อเล่นๆ ว่า
  • การที่เพื่อนหนุกหนุยมาทำงานสาย แต่ให้หนุกหนุยช่วยบอกเจ้านายว่ารถติด แบบนี้ถือว่าเป็นความดีไหม? หนุกหนุยควรทำหรือเปล่า ?
  • ทำไมเวลาที่คนทะเลาะกัน มักจะบอกคนอื่นว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ไม่คิดหรอว่าอีกฝ่ายก็ดีเหมือนกัน หรือต้องมีคนที่เลว คนที่ผิดอยู่เสมอ เพราะโลกนี้มีเพียงขาวกับดำ
  • ถ้าสิ่งที่เราคิดว่ามันเรื่องเป็นปกติของเรา คือสิ่งเดียวกันกับ “ความชั่ว” ที่เรากำลังกล่าวหาคนอื่น มันยังเป็นความดีอยู่อีกไหม?
ทุกครั้งที่ถามจบ หนุกหนุยไม่เคยได้คำตอบ ได้รับแต่คำด่าว่ากล่าวว่า “เพราะคิดแบบนี้แหละ ถึงได้โง่ดักดานอยู่นี่ไง” หรือไม่ก็ “รู้สึกสมเพชกับความคิดของเธอจริงๆ เลยหนุกหนุย ทำไมไม่คิดอะไรเหมือนที่คนดีๆ เค้า”

มีอยู่ครั้งนึง หนุกหนุยทนไม่ไหว เลยถามด้วยเสียงอันดังออกไปว่า …

ถ้า “ความดี” ถูกใช้ในการดูถูกคนชั่ว ความดีนั้นยังคงถือว่าเป็น “ความดี” อยู่อีกไหม!!!! ในทุกวันนี้ เราใช้ “ความดี” เป็นเครื่องมือในการปกป้องตัวเอง หรือใช้เป็นอาวุธในการเข่นฆ่าคนที่แตกต่างจากเรากัน

แน่!!!!!!

หลังจากที่ตะโกนไปสุดเสียง
หนุกหนุยก็ได้ยินเสียงของแข็งกระทบที่ศีรษะ

และหลังจากนั้น…
หนุกหนุยได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “ดี”
:)

แหล่งที่มา   เว็บไซต์บล็อกสุดท้ายที่คุณลืม…

คำคม 20 ก.ย. 2556

คนบางคนพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้น"ตัวเอง"

ถ้าคุณชอบถาม คุณจะได้รับคำตอบ
แต่ถ้าคุณชอบค้นคว้า คุณจะได้รับความรู้
-- อาจารย์ปู่ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ --

คนบางคนน่าสงสาร
แต่ไม่น่าเห็นใจ ...

ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน หรือตกต่ำเตี้ยโหลดลู่มากเท่าไร
คนที่เค้ารักคุณ ก็ยังคงรักและชื่นชม
ส่วนคนที่เค้าเกลียดคุณ ก็ยังคงอิจฉาและสมน้ำหน้าคุณอยู่ดี
--มิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวสอนใจเบาๆ--

บางครั้งความหวังดีที่ผิดเวลา
อาจกลายเป็นสิงที่ไร้ค่า
โดยไม่รู้ตัว ...

โทษใครก็ได้นะครับ ...
แต่ "อย่าลืมโทษตัวเอง"
:)

การพูดความจริงแค่ครึ่งเดียว
คือการโกหกทั้งหมด ...
-- ภาษิตชาวยิว --

อย่าตัดสินคน
เพราะฟังคำของคนอื่น ...

การมองหาจุดด้อยของคนอื่น
อาจทำให้เราลืมจุดบอดของตัวเอง

คนบางคนทำตัว "หรู"
แต่ชอบ "กู้" เงินเพื่อน

อย่ามัวจมปลักอยู่กับความผิดหวัง
แต่จงจดจำมันเป็น "ประสบการณ์"

บางครั้งชีวิตที่ผิดหวัง
ยังดีกว่าชีวิตที่ไร้ความหวัง

บางครั้งชีวิตที่ผิดหวัง
ยังดีกว่าชีวิตที่ไร้ความหวัง

หลายคนมองหาวิธีการเพิ่มรายได้
แต่ลืมค้นหารายจ่ายที่ไม่จำเป็น ...
-- หนทางสู่ความร่ำรวย --

คำพูดแค่บางคำ ...
ทำร้ายคนฟังได้ทั้ง "ชีวิต"
-- คิดก่อนพูด --

ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า
อย่าเอาปัญหามาฉุดรั้ง ..

คนที่ "พูดตรง" ไม่ได้แปลว่าต้อง "พูดแรง"
เพราะบางครั้งมันแสดงถึง "ความไร้มารยาท"

บางคนก็แยกไม่ออกระหว่าง
การมองชีวิตเป็นเรื่องตลก กับ
การมองคนอื่นเป็นตัวตลก

อย่าทำงานหนักเพียงอย่างเดียว ...
แต่จงทำงานด้วยความเฉลียวฉลาด
- เจ้านายสอนลูกน้อง

บอกตรูว่าอย่าทำงานหนัก
แต่สั่งให้ตรูมาทำงานวันเสาร์
แม่ม..ใช้อะไรคิดฟระ !!!!
- ลูกน้องไม่กล้าสอนเจ้านาย

คนทุกคนเคย "ทำผิด" เหมือนกัน
แต่มีบางคนเท่านั้นที่ "สำนึกผิด"
;p

เราสามารถสงสัยได้ทุกเรื่อง ...
แต่ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบในทุกๆเรื่อง

ความสุขที่แท้จริงนั้น
ไม่ต้องไปไชว่คว้่า
แต่หาได้ที่ใจ ...

แหล่งที่มา   Facebook : TaxBugnoms

สะพานพระราม 9

สะพานพระราม 9 หรือสะพานแขวง เป็นสะพานเสาชิงระนาบเดี่ยวแห่งแรกของไทย โดยใช้สายเคเบิลขนาดใหญ่ขึงเป็นระนาบเดี่ยวไว้กับเสาสูงเพื่อรับน้ำหนักสะพาน

เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2527 เปิดบริการเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามสะพานพระราม 9 ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา

สะพานพระราม 9 เป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนเฉลิมมหานคร สายดาวคะนอง-ท่าเรือ มีความยาว 2,716 ม. กว้าง 33 ม. สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 41 ม. ประกอบด้วย 6 ช่องทางจราจร

โครงสร้างตัวสะพานแข็งแรงด้วยเหล็กแบบ Box Girder มีคานขวาง (Cross Girder) ทุกๆ ระยะ 3.6 ม. มีเสาขึง 2 ตัน ที่ยอดเสาสูง 87 ม. เสาขึงนี้จะยึดและรับแรงดึงจากสายเคเบิล แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่ตอม่อ ภายในมีบันไดและลิฟต์เพื่อใช้ตรวจสอบและซ่อมบำรุง

สายเคเบิลที่ใช้ขึงประกอบด้วยเส้นลวดขนาดเล็กจำนวนมาก ขบกันในลักษณะบิดเกลียวรอบจุดศูนย์กลาง รวม 68 เส้น สามารถรับแรงดึงได้ตั้งแต่ 1,500 - 3,000 ตัน

มูลเหตุที่ต้องสร้างแบบขึงสายเคเบิลเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินเรือทางน้ำ ประหยัดพื้นที่ในการก่อสร้าง

ใน กทม. และจังหวัดใกล้เคียง มีสะพานขึงสายเคเบิลที่เพิ่งสร้างทีหลังอีก 3 แห่ง ได้แก่ สะพานพระราม 8 สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม และสะพานกาญจนาภิเษก ตรงบางพลี-สุขสวัสดิ์

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 20 ก.ย. 56 (478)

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

ตลาดจักรยานล้านคัน

ตลาดจักรยาน "ล้านคัน" จุดนัดพบของคนรักจักรยานที่เกิดขึ้นด้วยแนวคิดที่อยากจะเห็นคนไทยและคนทั่วโลกปั่นจักรยานกันเป็นล้านๆ คัน  ทดแทนการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ให้หันมารักและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น

กระทั่งวันนี้ แนวคิดได้แปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่รวมตัวของกลุ่มคนรักจักรยานโดยไม่ได้แบ่งแยกว่าจะเป็นจักรยานประเภทใด ขณะนี้มีจัดอยู่ 2 สถานที่ คือ พาวิลเลียน สายไหม 61 และ CDC ถ.เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ในอนาคตคาดว่าจะขยายจุดรวมจักรยานล้านคันไปยังพื้นที่ต่างๆ ด้วย

พื้นที่ดังกล่าวนี้ หลักๆ มีไว้เพื่อเป็นจุดรวมตัวแลกเปลี่ยนข้อมูลซื้อขายสินค้าที่เกี่ยวกับจักรยาน เพื่อให้พื้นที่ต่างๆ นี้เป็น community of Bycycle อันเป็นที่มาของคำว่า "ล้านคัน"

ตลาดจักรยานที่ CDC จะมีทุกๆ วันเสาร์แรกของเดือน มีกิจกรรมเวทีดนตรีสด ลานแสดงกิจกรรมคนรักจักรยาน ส่วนที่พาวิลเลียน สายไหม 61 จัดทุกอาทิตย์ที่ 2 และสุดท้ายของเดือน บรรยากาศที่นี่ขอบอกว่าร่มรื่นมาก เหมาะแก่การพักผ่อนรวมตัวสังสรรค์กัน

เปิดตลาดตั้งแต่เวลา 15.00-21.00 น. รายละเอียดต่างๆ เข้าไปดูได้ที่ facebook.com/millionbikemarket สอบถามข้อมูล โทร. 08-6516-5440

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 19 ก.ย. 56 (477)

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

Google Logo : ครบรอบ 194 ปี วันเกิด Léon Foucault



ครบรอบ 194 ปี วันเกิด Léon Foucault  นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสผู้โด่งดัง ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทดลองว่าโลกหมุนรอบตัวเอง อีกทั้งเป็นผู้ประดิษฐ์ไจโรสโคป (Gyroscope)


Léon Foucault
ฌอง โบนาปาร์ต เลอง ฟูโกลต์ (Jean Bernard Léon Foucault) เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1819 เกิดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส บิดาเป็นพ่อค้าหนังสือ ในวัยเด็กเขาเป็นคนที่ขี้โรคและมีปัญหาทางสายตา จึงไม่ชอบไปโรงเรียน ต่อมาแม่ของเขาจึงต้องสอนหนังสือให้แก่ Léon Foucault ที่บ้าน จากนั้นเขาจึงเรียนแพทย์ได้ไม่นานก็ย้ายไปเรียนฟิสิกส์แต่ก็เรียนไม่จบ เพราะมัวแต่หลงไหลการประดิษฐ์ทดลอง ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือการพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง โดยใช้ลูกตุ้มแขวนจากเพดานสูง นอกจากนี้เขายังเป็นคนแรกที่ถ่ายภาพจุดบนดวงอาทิตย์ (Sun Spot) ได้ ในบั้นปลายชีวิตเขาล้มป่วยด้วยโรคอัมพาตและเสียชีวิตในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1868 รวมอายุได้ 48 ปี นั่นเอง


วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

สิทธิประกันสังคมน่ารู้ : เงื่อนเวลาที่ไม่ควรพลาด!!!

การยื่นขอรับเงินตามสิทธิประกันสังคมนั้น มีเงื่อนเวลามาเกี่ยวข้องด้วย โดยทั่วไป สิทธิประกันสังคมต้องยื่นขอรับเงินภายใน 1 ปีนับจากวันที่มีสิทธิ ยกเว้นกรณีว่างงาน ที่ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักจัดหางานของรัฐ ภายใน 30 วัน

คนที่ออกจากงานแล้ว อยากส่งประกันสังคมต่อแบบสมัครใจ (มาตรา 39) ต้องยื่นสมัครภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ออกจากงาน ... ในขณะเดียวกัน เราก็จะได้รับความคุ้มครองจากกองทุนประกันสังคมใน 4 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และ คลอดบุตร ต่อไปอีก 6 เดือน (ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราไม่ได้จ่ายเงินสมทบ) นับจากออกจากงาน

การนับระยะเวลาเพื่อให้เกิดสิทธิ เช่น "3 เดือน ใน 15 เดือน" แปลว่า หากนับย้อนไปในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา เราต้องสมทบอย่างน้อย 3 เดือน จึงจะมีสิทธิ


แหล่งที่มา   :   Facebook : SSO Savings Club

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

รู้จักเขตพญาไท

ก่อนจะเป็นเขตพญาไทในวันนี้ แต่ก่อนมีฐานะเป็นอำเภอพญาไท เมื่อปี 2509 ตั้งชื่ออำเภอตาม ถ.พญาไท ซึ่งเป็นถนนสายหลักในพื้นที่

ในปี 2515 อำเภอพญาไทเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเขตพญาไท และมีการปรับพื้นที่การปกครองของเขตพญาไทอยู่หลายครั้ง จนในปี 2532 พื้นที่ทางทิศใต้ของเขตได้แยกออกไปเป็นเขตราชเทวี และในปี 2536 พื้นที่ทางทิศตะวันออกแยกไปเป็นเขตดินแดง

ปัจจุบันเขตพญาไทให้ลึกถึงแก่นกว่านี้ แนะให้ชมฟรีที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเขตพญาไท ที่เดียวกันกับพิพิธภัณฑ์ท่ากระจายเสียงฯ ถ.พระราม 6 จัดแสดงในรูปแบบซุ้มนิทรรศการ 4 ซุ้ม

ประกอบด้วย ซุ้มประวัติศาสตร์ที่สำคัญของท้องถิ่นเขตพญาไท ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น ของดีและแหล่งท่องเที่ยวในเขตพญาไท และบุคคลสำคัญของเขตพญาไท

ที่นี่คุณจะได้รู้จักวิถีชุมชนเก่าแก่ในอดีต ของดีเขตพญาไท แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงแสดงภาพบุคคลสำคัญที่เคยพำนักในเขตพญาไท อาทิ กุหลาบ สายประดิษฐ์,  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์, พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ, ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดีวัฒน์

ที่นี่เปิดเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00 - 16.30 น. เบอร์โทรเผื่อหลง 02-298-8579

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 9 ก.ย. 56 (469)

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

คำคม 4 ก.ย. 2556

เวลาชี้นิ้วประนามใคร
นิ้วที่เหลือนั้นก็ชี้กลับมา
ประนามคุณเช่นเดียวกัน

ชีวิตคนเรา
มีทั้งเรื่องที่สมหวัง
มีทั้งเรื่องที่ผิดหวัง
แต่ห้ามละทิ้ง ...
"ความหวัง"

ความเชื่อมั่นที่มากจนเกินไป
อาจทำให้หลอกตัวเอง

อย่าอวดรู้
ในเรื่องที่เรายังไม่รู้
แต่เรื่องที่รู้
บางครั้งก็ไม่ควรอวด

ความเป็นผู้ใหญ่ ...
วัดกันที่ "สติ" และ "วุฒิภาวะ"

ใช้ "สติ" แก้ปัญหา
ใช้ปัญญาลด "อคติ"
หลายคนเข้าใจแต่ทำไม่ได้

จงพยายามที่จะเข้าอกเข้าใจคนอื่น
มากกว่าที่จะให้คนอื่นมาเข้าใจ ...

อะไรหลายๆอย่างในชีวิต
บางทีเราควรเริ่ม "มอง" ที่ตัวเองก่อน ...

สิ่งที่ทำร้ายชีวิตคุณมากที่สุด
คือความคิดด้านลบของตัวคุณเอง

ถ้าอยากได้อะไรจากใคร
ก็ควรรู้จักให้เขาบ้าง ...
โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี
ของดีไม่ค่อยมีราคาถูก

ความผิดพลาดคือบทเรียน
แต่คนเราไม่ควรเรียนเรื่องเดียวซ้ำๆ

ผิดพลาดสิบครั้งดีกว่าล้มเหลวหนึ่งครั้ง
ล้มเหลวสิบครั้งดีกว่ายอมแพ้ครั้งเดียว


อย่าเอาสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต
มาตัดสินเหตุการณ์ปัจจุบัน
เพราะมันจะส่งผลต่อการกระทำ
ในอนาคต

ทุกวิกฤติ.....
ย่อมมีวิกฤติ

ความรัก ...
จงมองหาคนที่มีทัศนคติคล้ายกัน
แต่ไม่ต้องแสดงออกทุกอย่างเหมือนกัน

ความเกลียดชังมันไม่ใช่เงินทอง...
ยิ่งสะสมมากแค่ไหน ก็ไม่ทำให้เรารวยขึ้นมาหรอก
--ใครบางคนเคยบ่นไว้--

There are only two ways to live your life. One is as though nothing is a miracle. The other is as though everything is a miracle.
ชีวิตมีสองมุมมองให้เลือกมอง คือ หนึ่ง ไม่มีอะไรเป็นปาฎิหาริย์เลยในชีวิต
หรือสอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตคือปาฏิหาริย์
--Albert Einstein--

สิ่งที่ยากที่สุดในการแก้ปัญหา คือการยอมรับว่าปัญหานั้นมีอยู่จริง

เงื่อนไขที่มีมากมาย
อาจจะ "ทำลาย" ชีวิต

โลกสวยกับโลกห่วย
มันก็คือโลกใบเดียวกัน
แต่ต่างกันที่มุมมอง ...

บ่อยครั้งที่เราพยายามจะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นตัวของเราเอง

แหล่งที่มา   Facebook : TaxBugnoms

10 ข้อ เพื่อให้ชาวออฟฟิศ

จากการสัมภาษณ์ ชาวอเมริกันที่อายุเกิน 70 ปีขึ้นไป จำนวน 1,200 คน โดยมีคำถามว่า “จากประสบการณ์ ชั่วชีวิตคุณ อะไรคือบทเรียนสำคัญที่สุดที่อยากจะฝากไว้ ให้ลูกหลาน”

ผลการสัมภาษณ์ ได้ถูกนำมาเขียน เป็นหนังสือชื่อ 30 Lessons for Living โดยมีบทเรียนสำคัญ 10 ข้อ ที่สามารถเตือนสติ เพื่อให้ชาวออฟฟิศ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
  1. ให้เลือกอาชีพโดยดูจากความต้องการภายในมากกว่าผลตอบแทน ด้านการเงิน โดยบรรดาผู้สูงวัย กล่าวว่าความผิดพลาดสำคัญในการเลือกอาชีพของเขา คือ การเลือกอาชีพ โดยดูจากผลตอบแทน มากกว่าสิ่งที่ชอบ และคุณค่าของอาชีพ
  2. ให้ปฏิบัติต่อร่างกายเหมือนกับต้องใช้งานไปอีกร้อยปี โดยให้ลด ละ เลิกพฤติกรรม ที่ทำร้ายร่างกายเรา ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ กินอาหารที่ไม่ดี หรือไม่ออกกำลังกาย พฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เราเสียชีวิต ในฉับพลัน แต่ทำให้เรา เกิดความทรมาน เมื่อสูงวัย
  3. ตอบตกลงต่อโอกาสที่เข้ามา โดยเมื่อมีโอกาส หรือความท้าทายเข้ามา ต้องอย่าปฏิเสธครับ เพราะส่วนใหญ่ มักจะมาเสียใจหรือ เสียดายในภายหลัง
  4. เลือกคู่ด้วยความระมัดระวัง อย่ารีบร้อนตัดสินใจ ใช้เวลาในการดูและ ทำความรู้จัก คนที่เราจะอยู่ด้วย อย่ารีบด่วนตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยกัน จนกว่าจะรู้จัก อีกฝ่ายหนึ่งอย่างถ่องแท้
  5. เที่ยวให้มากไว้ เมื่อมีโอกาสให้เดินทาง คนสูงวัยส่วนใหญ่ จะมองย้อนกลับมา ยังโอกาสต่างๆ ที่ได้ท่องเที่ยวเดินทาง และมองว่า เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ มีคุณค่าของชีวิต เลยทีเดียว
  6. ให้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดเดี๋ยวนี้ เนื่องจากเรามักจะ เสียใจและเสียดาย ว่าไม่ได้พูดในสิ่งที่ เราอยากจะพูด กับหลายๆ คน เมื่อมีโอกาส เราจะมีโอกาสแสดงความรู้สึกที่แท้จริง ต่อผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่อ อีกคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ เท่านั้น
  7. เวลาเป็นของมีค่า ชีวิตของเรานั้นแสนสั้น แต่ไม่ใช่ให้มานั่งเศร้า แต่ให้ทำในสิ่งที่สำคัญและมีค่าเดี๋ยวนี้ เนื่องจากยิ่งเราอายุมากขึ้น เราจะพบว่า เวลายิ่งผ่านไป อย่างรวดเร็วขึ้น
  8. ความสุขเป็นสิ่งที่ เราเลือกเอง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น จากเงื่อนไขต่างๆ คำแนะนำหนึ่ง ก็คือ จงรับผิดชอบต่อความสุขของตัวเราเองตลอดชีวิตเรา
  9. การใช้เวลา มานั่งกังวลต่อสิ่งต่างๆ นั้นเป็นการเสียเวลา ดังนั้น ให้หยุดกังวล หรือไม่ก็พยายาม ลดความกังวลลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความกังวลในสิ่งที่ ไม่เกิดขึ้น
  10. คิดเล็ก-อย่าคิดใหญ่ ค่อยๆ ซึมซับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นสิ่งที่ดีในชีวิตเรา และมีความสุข กับสิ่งเหล่า นั้นๆ
แหล่งที่มา    Facebook : Wizard Kid (เครดิต: ปะป๊าวีคิดส่งมาให้อ่าน)

สวนมณฑลภิรมย์

สวนมณฑลภิรมย์ เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในพื้นที่เขตตลิ่งชัน ถ.พุทธมณฑลสาย 1 เปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อ 31 ส.ค. 2556 ที่ผ่านมา  ตามนโยบายมหานครสีเขียว เพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะสีเขียวให้คนกรุงของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.

สวนน้องใหม่แห่งนี้ สร้างขึ้นบนเนื้อที่ 2 งาน 66.8 ตร.ว. เป็นที่ดินสาธาณะว่างเปล่าจากการก่อสร้าง ถ.พุทธมณฑลสาย 1 เขตตลิ่งชัน เห็นสมควรให้พัฒนาพื้นที่แห่งใหม่ให้เป็นสวนสาธารณะที่สวยงามร่มรื่น

อยู่ใกล้แหล่งชุมชน วัด และโรงเรียน เพื่อให้ประชาชนชาวตลิ่งชันได้ใช้พักผ่อนหย่อนใจออกกำลังกาย เป็นลานจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและกิจกรรมสาธาณประโยชน์อื่นๆ

ชื่อของสานสาธารณะ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า สวนมณฑลภิรมย์ มีความหมายว่า ดินแดนแห่งความรื่นเริงยินดี

เชิญชวนให้ไปพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายในปอดแห่งใหม่ย่านชานเมือง

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพุธที่ 4 ก.ย. 56 (466)