วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 186 วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

วันคุ้มครองโลก Earth Day ให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-186-22-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 185 วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558

6 เดือนรัฐนาวา ผลงานเข้าตาหรือ น่าเป็นห่วง
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-185-21-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 184 วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

เปิดกันเข้าไป ใช้ไฟให้ “พีค” แล้วจะพบปลายทางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-184-20-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 183 วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

นักวาดภาพประกอบ Illustrator ผู้รังสรรค์ลายเส้น...เป็นอาชีพ
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-183-17-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 182 วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ร้อน สุดขีด!! ระวังฮีตสโตรกหรือ โรคลมแดด
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-182-16-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

รถเมล์ไทย VS รถเมล์ญี่ปุ่น

1. ประเทศญี่ปุ่นมีรถเมล์ที่ให้บริการตรงต่อเวลา
จนถึงขนาดที่ป้ายรถเมล์จะระบุเลยว่า
รถเมล์สายนี้ จอดเทียบป้ายกี่โมง
(เหมือนรถไฟ และ เครื่องบิน)

2. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นในชั่วโมงเร่งด่วน
บางจุดมีรถออกทุกๆ 2-3 นาที และ
มากที่สุดถึง 20 กว่าคันในหนึ่งชั่วโมง
(ประเทศพัฒนาแล้วอย่างอเมริกา ฝรั่งเศษ
และ อังกฤษยังไม่มากขนาดนี้)

3. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีระบบจ่ายเงินทอนเงินอัตโนมัติ
และ สามารถจ่ายรวมเป็นกรุ๊ปได้มากสุดถึง 60 คน
(จ่ายได้ระบบบัตรได้ด้วย) อีกทั้ง
เครื่องสามารถคำนวนวิธีจ่ายระหว่างผู้ใหญ่ กับ เด็กได้ด้วย

4. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีกริ่งกดลงติดรอบคันมากที่สุดในโลก
บางคันมีกริ่งกดลงในรถมากกว่า 20 จุด
สอบถามไปได้ใจความว่า
เพื่อให้ผู้คนที่อยู่บนรถกดได้เลย
จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุล้ม (เออ คิดได้นะ )

5. รถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีติดที่ครอบไฟให้แสงสว่างในรถ
เพื่อกันไม่ให้แสงสว่างนั้นมากระทบที่ดวงตาคนขับรถเมล์
จนเกิดอันตรายในการขับ (ตรงนี้แหล่ะสุดยอด ใส่ใจสุดๆ)

6. ในรถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีระบบประกาศแนะนำสถานที่ต่อไปที่จะจอด
(เหมือนในรถไฟ) แต่ที่พิเศษกว่านั้น คือ
นอกจากแนะนำป้ายต่อไปที่จะจอดแล้ว
เสียงอัตโนมัติจะแนะนำด้วยว่า สถานที่ต่อไปที่จะจอดนั้น
รอบๆ มีสถานที่สำคัญ(โดยมากเน้นราชการ และ สาธรณะ
ไม่เน้นที่ของเอกชน) อะไรบ้าง
รวมทั้งจะบอกด้วยว่าที่ต่อไปที่จะจอดคุณสามารถต่อรถไปไหนได้บ้าง
โอ๊ยยสุดยอดจริงๆๆๆ

7. ในรถเมล์ที่ญี่ปุ่นมีระบบประกาศเตือนภัย
(ที่ไทยน่าเอามาใช้สุดๆ แต่ จะทำได้ไหมอ่า)
บอกว่า รถเมล์คันนี้กำลังจะเลี้ยงซ้าย หรือ เลี้ยวขวาแล้วนะ

กรุณาระวังด้วย ไฮไลท์สุดๆ คือ เสียงประกาศนี้ กับ เสียงประกาศป้าย
ที่จะลงเค้าใช้เสียงคนละคนคนละเพศอ่า  สอบถามได้ใช้ความว่า
หากใช้เสียงคนเดิมๆ คนที่อยู่ในรถก็อาจจะละเลย และ ไม่ทันระวังได้
ก็เลยต้องใช้เสียงคนละคนคนละเพศประกาศ
เพื่อให้ทุกคนรู้สึกตัวว่าต้องระวังภัยแล้ว
(คิดกันได้ไงเนี่ยยยยยยยย โอ๊ยชอบๆๆๆๆ)

8. ประตูปิดเปิดขึ้นลงอัตโนมัติ
มีระบบป้องกันประตูหนีบด้วยการฝังเซ็นเซอร์
เข้าไปตรงยางกันประตู หากเด็ก หรือ
คนแก่ขึ้นไม่ต้องกลัวเลยว่า
จะเกิดภัยจากประตูหนีบ
(ต่อให้หนีบก็ไม่เจ็บเพราะปลายเป็นยาง)

9. รถเมล์ในญี่ปุ่นมีจุดขึ้นลงสำหรับผู้โดยสารพิการ

แหล่งที่มา     Facebook : J-doramanga

Google Logo : 22 เม.ย. วันคุ้มครองโลก



ในวันที่ 22 เมษายน ของทุกๆปี ประเทศสหรัฐอเมริกาและอีกกว่าร้อยประเทศทั่วโลกจะรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งเป็นวันที่คนทั้งโลกระลึกถึงความสำคัญและให้คำสัญญาว่าจะปกป้องสภาพแวดล้อม

วันคุ้มครองโลกเป็นวันครบรอบของการที่ชาวอเมริกันกว่า 20 ล้านคนเดินขบวนเพื่อเรียกร้องสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน ขณะนั้น ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีประชาชนหลายกลุ่มรวมตัวกันเพื่อต่อต้านปัญหา เช่น กากของเสียเป็นพิษ ยาฆ่าแมลง การสูญเสียพื้นที่ป่า การสูญพันธุ์ของสัตว์ การรั่วไหลของน้ำมันดิบ และปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมอื่นอีกมากมาย จนสุดท้ายทุกๆกลุ่มก็ตระหนักว่าทุกคนกำลังพยายามเรียกร้องในสิ่งเดียวกัน

ความพิเศษของวันคุ้มครองโลกครั้งแรกในสหรัฐฯเมื่อปี 1970 นั้นคือ การชุมนุมครั้งนี้สามารถทำให้คนที่มีความเห็นแตกต่างทางการเมือง คนต่างชนชั้นทางสังคม รวมทั้งคนที่ต่างพื้นเพและความเชื่อมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องสิ่งเดียวกันได้

กล่าวโดยสรุปคือ วันคุ้มครองโลกในปี 1970 นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ทางสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

แหล่งที่มา    ว็บไซต์  True ปลูกปัญญา

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

กฏแห่งแรงดึงดูด

ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่ากฏแห่งแรงดึงดูด
คลื่นความคิด หรือคลื่นเต่าสะท้านฟ้าอะไรก็แล้วแต่

แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่า ถ้าคุณรู้สึกดวงตก มีแต่โชคร้าย
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ เปลี่ยน "คลื่นความถี่" ของคุณ
แล้วโชคร้ายจะค่อย ๆ หายไปเอง

ว่าแต่แล้วมันทำอย่างไรล่ะ? ค่อย ๆ ตามมา

อยากจะเล่าถึงช่วงที่ชีวิตแย่ ๆ
ตอนนั้นจมอยู่ในเหตุการณ์   เลยมองไม่เห็นภาพรวม
แต่วันนี้พอมองย้อนกลับไป ถึงกับขนลุก
โอ้ว! ช่วงนั้นเป็นดั่งศูนย์รวมความโชคร้าย
มาได้ครบหมดเรื่องความซวย!

คุณจะเชื่อมั้ย  ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่แย่ ๆ นั้น
เจอทั้งเหตุการณ์ขึ้นรถสองแถว นักเรียนช่างกลเอาปืนจ่อ
ถามว่า "เฮ้ย! ใครเป็นเด็ก...(ชื่อสถาบันแห่งนึง) บ้างวะ?"

เจอทั้งเหตุการณ์นั่งรถแท็กซี่ ขี้เมาขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสามตามประกบ
เพราะไม่พอใจที่แท็กซี่บีบแตรใส่ ขี้เมาขี่ไล่บี้ กะเอาขวดเบียร์ฟาดรถ
แท็กซี่ขับหนีอย่างกับหนังแอ็คชั่น

เจอทั้งเหตุการณ์ขับรถเข้าซอยแคบๆ คนขับบีเอ็มนักเลงสาดไฟใส่กันไปมา
บีเอ็มเบิ้ลเครื่องเตรียมพุ่งชนรถ   ต้องถอยหนีฉีกหลบ
คนขับบีเอ็มเปิดประตู เดินตรงมาที่รถ  คิดว่าต้องโดนยิงตายแน่
สุดท้ายต้องยกมือไหว้ ถึงรอดมาได้

เจอทั้งเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันหลายปี
พาไปเกือบเสียผู้เสียคน เหล้ายาปลาปิ้งสุรานารี

เจอทั้งคนเบี้ยวหนี้ ยืมแล้วไม่คืน

เจอทั้งอาชีพที่ล่มสลาย
รายได้ไม่พอใช้ ต้องเอาข้าวของไปขาย

เจอทั้งธุรกิจที่ล้มละลาย
สต็อคบานเบอะ ขายของเก็บเงินไม่ได้

เจอทั้งปัญหาครอบครัว
ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย

เจออีกมากมาย เล่าอีก 3 วันก็ไม่จบ

! ความโชคร้ายมันคืออันธพาล
เวลามา มันไม่มาคนเดียว

น่าแปลกก็คือ วันนี้ไม่เคยพานพบเรื่องแบบนี้อีกเลย
คงเพราะอยู่คนละ "คลื่นความถี่" กับโชคร้ายนั้นแล้ว
ตกลงแล้วทำอย่างไรล่ะ? เปลี่ยนคลื่นความถี่น่ะ

คำตอบก็คือ ตัวเรานั้นเหมือนเครื่องรับวิทยุที่ปรับการรับคลื่นได้
ถ้าเราเปิดคลื่นเพลงร็อคโหด ๆ เราก็จะไม่มีวันได้ฟังเพลงอีสซี่สบาย ๆ
ถ้าเราอยากฟังเพลงเพราะ ๆ เราต้องปรับคลื่นให้ตรง

ว่ากันตั้งแต่ ปรับอารมณ์ให้อยู่ในโซนบวก สงบ
หาอะไรทำให้จิตใจแจ่มใส ออกกำลังกาย ออกกำลังใจ
ตามมาด้วย เสพสิ่งดี ๆ ให้พลังงานเชิงบวก
เช่น หนังสือดี ๆ หนังดี ๆ เพลงเพราะ ๆ
เรื่อยมาจนถึง คบคนที่ให้พลังงานดี ๆ กับเรา

ไม่ใช่คนที่เอาแต่บ่นถึงปัญหา ไม่ใช่คนที่คิดลบ ดูดพลัง
คนเราเป็นลูกหลานสิ่งแวดล้อมครับ นี่คือเรื่องจริง
เมื่อสะสมพลังได้มากพอ เมื่อปั่นพลังได้มากพอ
เราจะเริ่มลอยสูงขึ้นจากคลื่นความถี่ความซวย
และไม่พบเจอมันอีกเลย

เราจะเจอคนดี ๆ โอกาสดี ๆ งานดี ๆ เงินดี ๆ
ไปไหนทางจะสะดวก ไฟเขียวตลอด มีที่จอดรถ
ถ้าดวงเหมือนจะตก ก็จะมีคนมารับ
เพราะตอนนี้เราได้เปิดคลื่นเพลงเพราะ 24 ชั่วโมงแล้ว
เพลงร็อคโหด ๆ จึงไม่มีทางมากล้ำกราย

สุดท้ายนี้พยายามจะบอกอีกครั้งว่า
นี่ไม่ใช่เรื่องไสยศาตร์ จิตใต้สำนึก พลังจักรวาลบานเบอะ
ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ

ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่ากฏแห่งแรงดึงดูด
คลื่นความคิด หรือคลื่นเต่าสะท้านฟ้าอะไรก็แล้วแต่
แต่ขอให้รู้ไว้เลยว่า ถ้าคุณรู้สึกดวงตก มีแต่โชคร้าย
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ เปลี่ยน "คลื่นความถี่" ของคุณ
แล้วโชคร้ายจะค่อย ๆ หายไปเอง

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

เลิกบ่น = เลิกจน

"คาถาแก้จน"
ใครเอาไปปฏิบัติตาม ล้วนร่ำรวยและมีความสุขขึ้นทุกคน

คาถาแก้จนนั้นมีสั้น ๆ ว่า
"เลิกบ่น = เลิกจน"

ฟังดูตลก ฟังดูเหลือเชื่อ
แต่นี่คือเรื่องจริง ไม่เชื่อต้องลองทำดู

ขั้นแรก ภายใน 30 วันนับจากนี้ ห้าม "พูดบ่น" ใด ๆ ทั้งสิ้น
ถ้าจับได้ว่าบ่น ให้ตบปากตัวเอง แล้วเลิกบ่น

ขั้นต่อมา เพิ่มความยากขึ้นด้วยการ ห้าม "คิดบ่น" ใด ๆ ทั้งสิ้น
ภายใน 30 วันต่อมา

ถ้าจับได้ว่าจิตใจกำลังบ่น หมกมุ่นเรื่องลบ ๆ
ให้รีบขัดขวางความคิดด้วยการคิดเรื่องอื่นที่ดี ๆ สนุก ๆ ตลก ๆ
ถ้าเอาไม่อยู่ให้เปิดเพลงเต้นออกกำลังกาย
ถ้าเอาไม่อยู่ให้ออกไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์
หรือจะดูละคร นั่งสมาธิ ว่ายน้ำ ดูปะการังอะไรก็ได้

ขั้นสุดท้าย เพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยการออกห่างจากสิ่งแวดล้อมร้าย ๆ
ห้ามโพสต์ห้ามแชร์เรื่องลบ ๆ ร้าย ๆ ห้ามดูข่าวอาชญากรรม
ห้ามจับกลุ่มคุยกันบ่นเรื่องปัญหา (แต่ไม่เคยหาทางออก)
ห้ามอยู่ใกล้กับตัวดูดพลัง (คนชอบบ่น)

คุณคงสงสัย ทำสามขั้นตอนนี้แล้วมันจะเลิกจนได้ยังไง?
จะไปเอาตรงไหนมาร่ำรวย ไม่เห็นมีวิธีหาเงินเลย
ตอบว่าความร่ำรวยเริ่มจากภายในก่อน
เมื่อเรากวาดขยะในใจทิ้งด้วยการเลิกบ่น
เราจะเริ่มมองเห็น "โอกาส"

เมื่อเห็นโอกาส เราจะเริ่มเจอผู้คนดี ๆ
เมื่อเราเจอผู้คนดี ๆ เราจะเจองานดี ๆ
เมื่อเราเจองานดี ๆ ในที่สุดเงินดี ๆ ก็จะตามมาเอง
และเมื่อนั้น ความร่ำรวยภายนอกก็จะเท่ากับความร่ำรวยภายใน

นั่นล่ะ "เลิกบ่น = เลิกจน"
ลองเอาไปทำดูนะ
แค่ 30 วัน คุณจะรู้สึกว่าจิตใจเบาสบาย

จากนั้นคุณจะเริ่มเห็นโอกาส เริ่มมีผู้คนดี ๆ เข้ามา
ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ยักมี
คนคิดลบจะเริ่มหลุดวงโคจรและหายไปจากชีวิตคุณในที่สุด
และถ้าคุณทำต่อเนื่องเป็นปี

ชีวิตคุณจะไม่มีวันเหมือนเดิม
คุณจะจำตัวเองในอดีตไม่ได้เลย
จำไว้นะครับ
คาถาแก้จนนั้นมีสั้น ๆ ว่า
"เลิกบ่น = เลิกจน"

แหล่งที่มา      Facebook : Boy's Thought

ฉันมีอะไรต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงบ้าง

เมื่อใครสักคนคิดว่า
เขาไม่มีอะไรจะต้องแก้ไข
ไม่มีอะไรจะต้องปรับปรุง 
ไม่มีอะไรจะต้องเปลี่ยนแปลง

เมื่อใครสักคนคิดว่า
เป็นผู้อื่นต่างหาก
ที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง

เขาผู้นั้นจะหยุดเติบโต
หยุดก้าวหน้า
หยุดอยู่กับที่ ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง

จึงต้องพึงสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่า
ตัวฉัน การกระทำ คำพูด ความคิด
มีอะไรที่ต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงบ้าง

เรื่องนี้ทำไม่ง่าย
เพราะอัตตาเราตัวใหญ่
ฉันถูก คนอื่นผิด เป็นค่าที่ตั้งมาจากโรงงานผลิตคน
เพราะมันไม่ง่าย

โลกจึงมีคนก้าวหน้าน้อย
เพราะมันไม่ง่าย เราจึงต้องฝึกใจ
ควบคุมใจ อย่าให้ใจควบคุมเรา

ใครพิจารณาใจตนได้
แม้ยืนอยู่กับที่ ก็เหมือนยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาขึ้น
เขาจะก้าวหน้าเองโดยอัตโนมัติ

ก็กำลังฝึกอยู่ถามตัวเองเสมอว่า
ฉันมีอะไรต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงบ้าง
และทุกครั้งที่ถาม ก็ได้รับคำตอบเสมอว่า มีเยอะเลย

มาฝึกด้วยกันนะ
มาก้าวไปข้างหน้าด้วยกันนะ
มายืนบนบันไดเลื่อนขาขึ้นด้วยกันนะ

แหล่งที่มา     Facebook  :  Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 181 วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558

สุขสันต์สงกรานต์ ปีใหม่ไทยที่เปียกปอน
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-181-10-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 180 วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

Gen Me ยุคที่โลกหมุนรอบตัว(ฉัน)เอง?
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new1…/e-book-new108-180-9-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 179 วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

อาหารปลอดภัยสุขภาพอนามัยปลอดโรค
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new1…/e-book-new108-179-8-2559.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 178 วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

มิวสิคัล ภาษาไทย กําลังมานะ...รู้ยัง?
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-178-7-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 177 วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

เล่นแร่แปรธาตุตามสูตร.My Cooking School 101
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new1…/e-book-new108-177-3-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 176 วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

วันนี้คุณอ่าน วรรณกรรมเยาวชน แล้วหรือยัง?
Happy International Children’s Book Day!
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new1…/e-book-new108-176-2-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 175 วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

3 เดือนผ่านไป...เศรษฐกิจไทย ยังสบายดีอยู่ไหม
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-175-1-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

สุขไหน สุขใด จะสู้สุขง่ายๆ ที่ใจเรา

หลายคนวิ่งตามหา สิ่งที่เรียกว่าความสุข

มีเงินมากๆ ชีวิตจะมีความสุข
ได้ไปเที่ยวรอบโลก ชีวิตจะมีความสุข
ได้ขับรถคันสวย ชีวิตจะมีความสุข

บางสิ่ง บางอย่าง ที่เรียกว่าสุข
อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตามหา
แต่มันอาจเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้มากๆ
จนเรามองไม่เห็น

สิ่งรอบๆ ตัว ที่เรามองข้ามไป
นอนหลับให้เต็มตื่น
อาหารมื้อธรรมดาๆ
เสียงหัวเราะของคนในครอบครัว
รอยยิ้มของคนที่เรารัก

บางที การที่เรามั่วแต่แสวงหาความสุขข้างนอก
จนลืมเสริมสร้างความสุขข้างใน

ในบางครั้ง พอเราได้สิ่งของรอบนอก
มาครอบครองจนครบ
แต่ความสุขข้างใน กลับหายไปหมด
แล้วก็มานั่งเฝ้ามองอดีต ที่ไม่หวนกลับมา

วันนี้ยังไม่สาย ลองมาเติมเต็มความสุขข้างใน
ให้พอๆ กับความสุขข้างนอก
หาจุดที่พอดี พอใจ
ทั้งข้างใน และ ข้างนอก
พอดี พอใจ กับสุขง่ายๆ ได้ทุกวัน

แหล่งที่มา   Facebook : Narai Good Day

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2558

ต้นทุนของเวลา ....

เคยสังเกตุไหม
ว่าทำไมบางที่ขายของแพง
แต่ก็ยังมีคนเดินมีคนซื้อ
โดยที่ไม่ได้สนใจว่า ซื้อที่นั่นที่นี่จะถูกกว่า ....

เคยถามเหตุผลนี้เหมือนกัน
ว่าทำไมแล้วการนั่งหาของที่ราคาถูกกว่า
มันคุ้มค่าจริงหรือไม่
บางทีเราประหยัดไปได้ 2,000 บาท
แต่เวลาที่เราเสียไปคือครึ่งวัน
อันนี้มันคุ้มหรือไม่กับการที่เอาเวลาไปลงตรงนั้น

เลยย้อนกลับมาดูว่าจริงๆ แล้ว
ทุกการกระทำนั้นต่างก็มีต้นทุนทั้งนั้น
การใช้เวลาเยอะๆ ในการเลือกของที่ราคาถูกกว่านั้น
คุณอาจจะได้ของที่ราคาถูกกว่าก็จริง
แต่บางครั้งเวลาที่คุณเสียไปนั้นจะมากกว่าหรือเปล่า

เช่น ปกติค่าตัวคุณคือ 1,500 บาท/ชั่วโมง
แล้วคุณใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเปรียบเทียบสินค้า
เพื่อที่จะได้ถูกกว่า 2,000 บาท และต้องขับรถไปโครตไกลกว่า
จะได้สิ่งๆ นั้นมา ค่าน้ำมัน ค่าเสียเวลา
พวกนี้ล้วนแต่เป็นต้นทุนทั้งนั้น
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เอามาพิจารณาในตรงนี้
จะเห็นแค่สิ่งที่ประหยัดจากราคาตั้งเป็นตัวคิด
ทำให้บางครั้งเราสูญเสียมากกว่าสิ่งที่เราได้

บางคนชอบบอกว่า
"ร้านนี้รวยอย่างเดียวไม่ได้นะต้องโง่ด้วย"

แค่อยากจะบอกว่า
"บางทีที่เขารวยมา ถ้าเขาโง่ขนาดนั้น เขารวยได้ขนาดนี้"

เราก็ควรจะต้องพิจารณาตัวเองบ้างแล้ว
"ถ้าเราฉลาดว่าเขาจริง แปลว่ายังไงเราก็ต้องไปไกลกว่าเขามากแน่ๆ"

ประหยัดเวลาไป 3 ชั่วโมง
บางทีสามารถเอาเวลาตรงนั้นไปสร้างมูลค่าได้
หลายแสนหลายล้านเลยนะ

ดังนั้นอย่ามัวแต่เป็นห่วงคนอื่นเลย
นี่พูดจริงๆ นะ บริหารจัดการเวลาให้ดี
เพราะจริงๆ เวลานี่มูลค่ามหาศาลนะ

แต่เพราะเราได้มาฟรีไม่มีต้นทุน
มันเลยดูไม่ค่อยจะมีค่า
แต่พอคิดดีๆ
"เวลาที่เอาไปไร้สาระ กลับมาใช้ให้ดีๆ ไหม"

แหล่งที่มา     Facebook : มั่วหุ้น : การวิเคราะห์หุ้นมั่วๆ

วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2558

งาน = ตัวตน

ถ้าคุณจ้างคนธรรมดาทำกล่องหนึ่งใบ
คุณจะได้กล่องธรรมดา ๆ มาหนึ่งใบ
ส่วนใหญ่แค่ใส่ของได้ ก้นไม่รั่ว ก็บุญแล้ว

ถ้าคุณจ้างคนสำเร็จทำกล่องหนึ่งใบ
คุณจะได้กล่องไม่ธรรมดามาหนึ่งใบ
นอกจากจะใส่ของได้ ก้นไม่รั่วแล้ว
หลายครั้งคุณจะประทับใจไปสิ่งเหนือความคาดหมาย
อาทิ กล่องประดับประดาสวยงาม แข็งแรงเกินคาด

เมื่อดูรายละเอียด จะเห็นความตั้งใจที่ซ่อนไว้ตรงนั้นตรงนี้
ทั้งที่จริง ๆ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ตอบว่า เพราะงานที่ออกมา
ก็คือตัวตนที่คนคนนั้นมองเห็นตัวเอง
! งาน = ตัวตน

เมื่อเห็นตัวเองเป็นคนธรรมดา 
ก็เลยผลิตงานธรรมดา

เมื่อเห็นตัวเองเป็นคนสำเร็จ 
ก็เลยผลิตงานเหนือความคาดหมาย

ไม่ใช่เพราะเป็นคนธรรมดา 
เขาเลยทำงานธรรมดา ๆ
แต่เพราะเขาเอาแต่ทำงานธรรมดา ๆ 
เขาก็เลยเป็นคนธรรมดา

ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนสำเร็จ 
เขาเลยทำงานเหนือความคาดหมาย
แต่เพราะเขาชอบทำแต่งานเหนือความคาดหมาย 
เขาก็เลยเป็นคนสำเร็จ

โลกนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับคนธรรมดา 
ทำอะไรแต่พอผ่าน
แต่ถ้าคุณทำอะไรเหนือความคาดหมายเสมอ
ที่ตรงนี้ยังรับได้อีกไม่จำกัด
เพราะโลกขาดคนแบบนี้

ว่าแต่..ถ้ามีคนจ้างคุณทำกล่องหนึ่งใบ
คุณจะทำกล่องแบบไหน?

แหล่งที่มา       Facebook : Boy's Thought