วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเลือกคบคน

การเลือกคบคนสำคัญมาก
อิทธิพลในชีวิต กับคนข้างเคียง
จะมีส่วนชี้วัดได้เลย

ว่าเราจิตใจแบบไหน
และฝักใฝ่แบบใด
คบคนดีมีแต่ได้กำไรในชีวิต
คบคนสิ้นคิดชีวิตมีแต่ขาดทุน

เลือกคบคนดี
จะมีแต่สิ่งดีๆ ชักนำกันไป

แต่ถ้าคบแต่คนแย่ๆ
ก็จะมีแต่เรื่องแย่ๆ
และมีเรื่องเดือดร้อน
มาให้รับรู้อยู่เสมอ

ชีวิตเรา เราเลือกเอง
ทางเลือกที่มี
ไม่เคยมีใครมาบีบบังคับ
สำคัญที่มุมมอง
ที่อยากจะก้าวไปในทิศทางใด
และให้ความสำคัญ
กับสิ่งรอบตัวเสมอ

แหล่งที่มา    Facebook : สมองไหล Bychix

ฝึกทำให้คนชอบ จึงเป็นทักษะที่สำคัญมาก

ผู้คนต้องชอบคุณก่อน เขาถึงจะฟังคุณ
ถ้าผู้คนชอบคุณแล้ว
คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอก
เขาก็พร้อมแล้วที่จะเชื่อคุณทุกอย่าง

บางคนมีความรู้มาก แต่คนกลับไม่อยากฟัง
ทำอย่างไรก็ไม่ดังสักที
เขาได้แต่สงสัยว่าทำไม? ทำไม?
และทำไม?

เฉลย : ผู้คนไม่ได้ไม่ชอบความรู้ของคุณ
แต่เขาไม่ชอบคุณ

สิ่งที่คุณมองข้ามไปก็คือ
เขาลืมถามตัวเองว่า "ผู้คนชอบฉันหรือยัง?"
ถ้าคำตอบคือ "ยัง" "ไม่รู้" "ไม่แน่ใจ"
ก็เตรียมพร้อมที่ผู้คนจะไม่สนใจคุณได้เลย

ฝึกทำให้คนชอบ จึงเป็นทักษะที่สำคัญมาก
จริงใจ อ่อนน้อม เป็นมิตรกับผู้ฟัง ไม่กระโชกโฮกฮาก
พูดเรื่องที่ควรพูด ไม่พูดเรื่องที่ไม่ควรพูด
เป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
มีสิ่งดี ๆ มามอบให้เสมอ
เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ไม่โอ้อวดตัวเอง ไม่พูดถึงคนอื่นในแง่ร้าย
ยิ้มแย้ม อารมณ์ดี ช่วยเหลือผู้อื่น

เหล่านี้คือสิ่งเบื้องต้นที่จะทำให้ผู้คน "ชอบ" คุณ
เรื่องที่พูดนั้นสำคัญ
แต่วิธีพูดนั้นสำคัญกว่า

วิธีพูดนั้นสำคัญ
แต่คนที่พูดนั้นสำคัญกว่า

เราอยากรู้เสมอว่าคนที่พูดนั้น "เราชอบเขาหรือไม่?"
ฝึกนะ ฝึกทำให้คนชอบเรา
เพราะทักษะนี้มีผลกับเราตลอดชีวิต

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Google Logo : 26 ส.ค. 2558 ครบรอบ 70 ปี งานเทศกาล "ลา โทมาทินา"



สีสันเทศกาลประจำปีของสเปนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
กับสงครามมะเขือเทศกว่า 100 ตันบนถนนเมืองบูโยล

ที่สเปน ช่วงถนนสั้นๆแห่งหนึ่งในเมืองบูโยล
ใกล้กับบาเลนเซีย ต้องเจิ่งนองและกลายเป็น
พื้นที่สีแดงอีกครั้ง เมื่อ 'เทศกาลปามะเขือเทศ'
( La Tomatina) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กลับมาให้บรรดาชายหญิงสุดคะนอง
ได้สนุกสนานไปกับการปามะเขือเทศใส่กัน

ว่ากันว่ากิจกรรมรื่นเริงนี้มีส่วนคล้ายกับ
เทศกาลสงกรานต์ของไทยไม่น้อย จะผิดกันคงตรง
ที่ชาว กระทิงดุ จะใช้มะเขือเทศปาใส่กันแทนน้ำนั่นเอง

ทั้งนี้เทศกาลจะถูกจัดขึ้นเฉพาะในเมืองนี้แห่งเดียว
และจำกัดพื้นที่เพียงช่วงสั้นๆบนถนนแคบๆ
ระหว่างตึกในเมืองเท่านั้น

โดยงานนี้จะจัดขึ้นในช่วงท้ายเดือนสิงหาคมทุกปี
ช่วงเช้าก่อนเริ่มงานวันแรก แฮม หรือ หมูรมควัน
ที่ถูกนำไปวางไว้บนเสาลื่นน้ำมันก็จะถูก
คนรุมแย่งปีนขึ้นไปคว้า แต่กว่าจะได้ผู้ชนะเรียก
ได้ว่าแทบสำลัก เพราะนอกจากต้องทุลักทุเลกับความลื่นแล้ว

ยังมีเสียงโห่ร้องเพลงด้านล่างเป็นอุปสรรค
พร้อมกับการฉุดกระชากลากถูลงมาอีก
สุดท้ายทุกคนจะเปล่งเสียงยกย่องผู้พิชิตหมูชิ้นนั้น

ต่อมาเมื่อมีน้ำเริ่มฉีดจนผู้ร่วมงานตัวเปียก
เป็นอันว่าเวลาของการทำสงครามมะเขือเทศเริ่มขึ้นแล้ว
โดยรถบรรทุกหลายคันจะขนมะเขือเทศเข้ามาเป็น 100ตัน
แล้วคนก็จะเริ่มวิ่งกรูเข้ามาแย่งเอามะเขือเทศมาปาใส่กันอย่างสนุกสนาน

แหล่งที่มา     เว็บไซต์เด็กดี

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ชื่อเสียงก็เหมือนดาวบนฟ้า ที่ผู้คนจะมองขึันมา เพื่อชื่นชมความงามของดาว

ทำไม่ได้ จงอย่าสัญญา
เพราะธุรกิจจะถูกตีค่า...จากราคาที่คุย

ได้ก็ให้บอกว่าได้
ไม่ได้ก็ก็ต้องบอกว่าไม่ได้
การทำการค้าคำพูดนั้นสำคัญมากๆ

การเชื่อถือและการยอมรับนั้น
จะถูกตัดสินจากสิ่งที่ออกจากปาก
และผลของการกระทำจากคำพูด
จะเป็นสิ่งที่ตัดสินตัวตนของธุรกิจเรา

อยากขายของเพราะอยากได้เงิน
จึงทำให้เกิดอารมณ์การปิดการขาย
เพื่อทำทุกวิถีทางให้ขายของได้

ในคำพูดของเราจึงเกิดอุบายมากมาย
ที่ชักแม่น้ำทั้ง 5 ขึ้นมา เพื่อการหว่านล้อมกัน
เมื่อจิตใจถูกความโลภเข้าครอบงำ
จรรยาบรรณที่ดีมักจะหายไป
สำคัญอยู่ที่ว่าจะมองแค่เงินอยู่ตรงหน้า
หรือมองธุรกิจให้เติบโต

ขายไม่ได้ในวันนี้
อาจเป็นเพราะเราไม่มีในสิ่งที่ลุกค้าต้องการ
แต่ความตรงไปตรงมา จะทำให้เกิดความชัดเจน
และลูกค้าจะสัมผัสได้ ถึงความจริงใจ

ถึงวันนี้ขายไม่ได้ วันนึงเมื่อเค้าอยากได้ในสิ่งที่เรามี
แล้วสักวันลูกค้าจะกลับมา

ถ้าเราไม่มีในสิ่งที่ลูกค้าอยากได้
แต่สามารถเรียกรับเงินลูกค้าไว้
เมื่อผลงานที่ทำหรือสินค้าที่จัดหามาได้ไม่ดี
และขายของหมกเม็ดคุณภาพต่ำๆ ไว้
นั่นคือการทำลายทั้งตัวเองและลูกค้าอย่างร้ายแรง
เพราะลูกค้าจะให้โอกาสเราแค่ครั้งเดียว

ถ้าทำไม่ดีจะไม่มีวันกลับมาซื้อซ้ำเป็นลูกค้าประจำ
แต่ถ้าทำได้ดีลูกค้าเกิดความประทับใจ
โอกาสในการขายครั้งต่อๆ ไปจะมีให้เก็บกินไปอีกนาน
และความหนักแน่นในจุดยืนที่ดีนี่แหล่ะ

จะเป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่ ที่จะได้มาครอบครอง
ก็คือคำว่า "ชื่อเสียง" ที่ผู้คนยอมรับ
คำๆ นี้ เหมือนดาวบนท้องฟ้า
วันนึงถ้าคว้าดาวมาได้ แล้วมองลงมาจากฟ้า
แล้วเราจะเห็นผู้คนมากมาย
ที่กำลังชะเง้อมองเราอยู่
และวันนั้นธุรกิจจะอยู่ในจุดเติบโตที่ดี
ที่มีลูกค้าพร้อมใจ จะจ่ายเงินให้ด้วยความยินดี
แบบที่เราอาจจะไม่ต้องพูดอะไร ออกมาจากปากอีกเลย ^^

แหล่งที่มา     Facebook : สมองไหล Bychix

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Google Logo : 24 ส.ค. 2558 วันครบรอบวันเกิด 125 ปี ดู้ก คาฮานาโมกุ


ดู้ก คาฮานาโมกุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 1890
เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เมืองฮาวาย อเมริกัน
มีเชื่อเสียงทั้งในการแข่งขันกีฬาระดับโอลิมปิก
และการแสดง และอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยม
และเผยแพร่จากดู้ก คาฮานาโมกุคือ การเล่นกระดานโต้คลื่น
โดยที่เมืองฮาวายเป็นที่นิยมกันอย่างมาก
คนในเมืองนี้จะรู้จักเขาเป็นอย่างดี



ดู้ก สร้างชื่อเสียงให้ชาติมากมายในด้านกีฬา
โดยการได้มาถึงเหรียญทอง 5 ครั้งในกีฬาระดับโลก
อย่างโอลิมปิกแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขา

นอกจากนั้นแล้ว ดู้ก คาฮานาโมกุยังเป็นนายอำเภอ
และนักธุรกิจอีกด้วย แต่ดู้ก คาฮานาโมกุได้เสียชีวิต
ด้วยอาการหัวใจวาย ในปี 1968 รวมอายุได้ 77 ปี

แหล่งที่มา     Facebook : เว็บไซต์ entoyou.com

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เงินสำคัญ

มีคนสองประเภทที่จะคอยบอกเราว่า "เงินไม่สำคัญ"
คนไม่มีเงิน กับ คนมีเงิน
ซึ่งไม่มีประโยชน์กับเราทั้งคู่

คนไม่มีเงิน เมื่อไม่มีเงิน หาไม่ได้ จึงบอกว่าเงินไม่สำคัญ
คนมีเงิน เมื่อมีเงินแล้ว หาได้แล้ว จึงบอกว่าเงินไม่สำคัญ
ทั้งที่จริง เงินนั้นสำคัญ

แต่การฟังคนสองกลุ่มนี้จะทำให้เราหลงคิดไปว่า
เงินไม่สำคัญ

พอพูดแบบนี้ ก็จะมีคนรีบแย้งมาอีกว่า
เงินสำคัญ แต่ไม่สำคัญที่สุด
ซึ่งก็จะแปลกใจทุกครั้งว่า
แล้วพูดตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเงินสำคัญที่สุด
แค่บอกว่าเงินสำคัญ ก็รีบออกตัวซะแล้ว

เงินนั้นเป็นเรื่องแปลก เราต้องทำมาหากินทุกวัน ทั้งชีวิต
แต่กลับพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน
เรากระดากใจที่หาเงินได้น้อยกว่าที่เราควรจะหาได้
ก็เลยพยายามกลบเกลื่อนใส่ร้ายป้ายสีให้เงินเป็นสิ่งชั่วร้าย
ใครพูดเรื่องเงิน คือคนโลภ
(เหมือนที่โพสต์นี้มีสิทธิ์โดนดราม่าสูงมาก)

แปลกใจที่ทำไมเราไม่เคยพยายามทำความเข้าใจว่า
เราจะหาเงิน รักษาเงิน และเพิ่มพูนเงินอย่างไร
ทั้งที่เงินนั้นสำคัญมาก

..ยัง  ไม่ได้พูดว่าเงินสำคัญที่สุด
แค่บอกว่าเงินสำคัญ
อย่าเพิ่งร้อนตัว 555+

อยากจะเป็นคนมีเงินที่บอกว่า "เงินสำคัญ"
วันที่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ชีวิตจะคิดอะไรออกอีกเยอะเลย
วันที่เราไม่ต้องทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว งานนั้นจะมีพลังมาก ๆ
วันที่เราช่วยเหลือตัวเองรอดแล้ว เราจึงจะช่วยเหลือคนอื่นได้
เงินสำคัญ แต่บางทีการเอาแต่หาเงิน มันก็ทำให้ชีวิตวุ่นวายไปหน่อย
เพราะฉะนั้นต้องรีบทำให้มันจบ ๆ ให้พ้นจากความยากจน
ให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ตลอดชีวิตไปเลยยิ่งดี

ซึ่งทั้งหมดไม่ได้แปลว่าต้องรวยล้นฟ้านะ
แต่แค่เรามองออกว่า ชีวิตที่เหลืออยู่เราจะทำมาหากินอะไร
อย่างมีความสุข และพอกินพอใช้
ไม่ต้องกระเสือกกระสนจนวันตาย
เพราะเงินนั้นสำคัญมาก

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การวางแผนการเงิน วางแผนเกษียณ

ความแก่มีจริง อาการหมดไฟมีจริง
ความเจ็บป่วยก็มีจริง อาการหมดแรงมีจริง
และอาการหมดตังค์ ตอนหมดแรงก็มีจริง

เมื่อมาถึงจุดนึงของชีวิต
เราจะเริ่มเห็นคนที่เดินมาก่อนหน้าเรา
ไปถึงจุดที่อีกหน่อยเราก็จะต้องไปถึง

คำถามจึงอยู่ที่ เราอยากไปถึงจุดนั้นแบบไหน?
เราอยากมีชีวิตแบบไหนในวันบ่ายคล้อย ใกล้ตะวันตกดิน

ยุคนี้เรื่องของการวางแผนการเงิน วางแผนเกษียณ
เป็นเรื่องที่ฮอตฮิตมาก ฮิตจนหลายคนเลยต่อต้านซะงั้น
พูดกันไปว่าเดี๋ยวก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว คนสมัยก่อนยังอยู่มาได้

เรื่องวางแผนการเงิน วางแผนเกษียณมันเป็นเรื่องกังวลเกินกว่าเหตุ
คนที่พูดเรื่องนี้ อยากจะขายประกัน ขายกองทุนล่ะสิท่า บางคนก็ว่าไปแบบนั้น
เรื่องนี้ก็พูดยาก เอาที่สบายใจก็แล้วกัน

เพียงแต่อยากจะเล่าให้ฟังว่า
คงเดินทางมาถึงจุดที่รุ่นพี่หลาย ๆ คนเริ่มเป็นรุ่นใหญ่วัยใกล้เกษียณ
พวกเขาไม่ได้อยู่ในโมงยามของรุ่งอรุณอีกต่อไปแล้ว

ไม่ได้คึกคักเต็มไปด้วยพลัง ไม่ได้พร้อมจะเริ่มอะไรใหม่
เขาอยากจะหาที่ร่อนลง แต่ยังไม่รู้ว่าตรงไหน?
บ้างทำงานมาจนล้า บ่นว่าเหนื่อย แต่หยุดไม่ได้
บ้างปรับตัวไม่ทันกับกระแสความเปลี่ยนแปลง ไม่รู้จะไปอย่างไรต่อ
บ้างเพิ่งตรวจสอบสินทรัพย์ตัวเอง เพื่อที่จะพบว่าแทบไม่มีเงินเก็บเลย
บ้างเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้ขุดบ่อน้ำไว้ ตั้งแต่วันที่ยังไม่กระหายน้ำ
อ่านแล้วเครียดเนอะ

แต่มันจะเครียดกว่า ถ้าเป็นชีวิตเราจริง ๆ
ไม่ใช่ตัวหนังสือที่อ่านแล้วรูดปรื้ด ๆ แบบนี้
สิ่งที่พยายามจะบอกก็คือ
ถ้าไม่ตายซะก่อน เราได้แก่ชราแน่ ๆ
และเราอาจจะได้เจ็บป่วย อาจได้พบกับมรสุมชีวิตที่ไม่คาดคิด

อาจหมดไฟ หมดแรง หมดตังค์
ทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
อย่าโลกสวย จนลืมกางตาข่าย ปูฟูกไว้เผื่อตอนล้มด้วย

การวางแผนการเงิน
ไม่ต่างจากการฝึกภาษา ลดน้ำหนัก หรือการปลูกต้นไม้
นั่นคือ มันต้องใช้เวลา และไม่เห็นผลกระทบในวันเดียว
มันคือสิ่งที่เหมือนจะไม่จำเป็น จนกระทั่งมันจำเป็น นั่นล่ะเราถึงรู้ซึ้งว่าจำเป็น

หนึ่งในคำพูดที่เศร้าที่สุดก็คือคำว่า "ไม่ทันแล้ว"
และเรื่องการวางแผนทางการเงิน ก็คือหนึ่งในเรื่องที่ถ้าเราบอกว่า "ไม่ทันแล้ว"
มันจะเจ็บปวดเหลือเกิน

ถ้าเราวางแผนเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ เราจะเครียดน้อย เพราะมีเวลาเยอะ
ถ้าเราวางแผนช้า เราจะเครียดเยอะ เพราะมีเวลาน้อย
เมื่อวานผ่านไปแล้ว วันนี้เริ่มถึงจะสาย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
เพราะเวลาไม่เคยคอยใคร

ส่วนจะเริ่มต้นอย่างไรนั้น
หนังสือ ยูทูบ สัมมนา มหาศาลความรู้
ทั้งฟรีและเสียเงิน รอให้เราทำความเข้าใจอยู่แล้ว
ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากทำจริง ๆ หรือเปล่าเท่านั้นเอง

ความแก่มีจริง อาการหมดไฟมีจริง
ความเจ็บป่วยก็มีจริง อาการหมดแรงมีจริง
และอาการหมดตังค์ ตอนหมดแรงก็มีจริง

วางแผนการเงินไว้ตั้งแต่วันที่ยังมีแรง วันที่ยังเป็นหนุ่มสาว
วันที่ยังหาเงินได้ วันที่ยังไม่จำเป็นต้องวางแผน
วันที่ยังไม่หิวน้ำ วันที่ยังไม่ต้องการร่มเงา

เมื่อวันที่ต้องใช้งานขึ้นมาจริง ๆ
เมื่อนั้นจะได้ไม่ต้องมีคำว่า "ไม่ทันแล้ว"
ยังไงล่ะ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 2 ฉบับที่ 261 วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คุณจะเรียกเขาว่าหนุ่มเซอร์ หนุ่มหล่อ หรือเด็กแนว หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่แน่นอนก็คือ "โทนี่ รากแก่น" มีตัวตนและสไตล์ที่ชัดเจนจนโดดเด่นบนเส้นทางบันเทิงอยู่ในขณะนี้

new)108 ฉบับวันจันทร์บันเทิง เราพาไปรู้จักตัวตนของหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้น พร้อมเรื่องราวผลงานที่กำลังจะออกฉายและธุรกิจที่กำลังไปได้สวย

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-261-17-2558-1.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558

คุณพ่อคุณแม่...อย่ารักลูกเกินเหตุ จนเป็นทาสรักนะ

ยุคสมัยนี้ รู้สึกว่า พ่อแม่ไทย (จำนวนมาก)
กำลังให้ความรักกับลูก สูงเว่อร์เกินไปมาก

จริงอยู่ ความรักของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก มันมากมาย หาที่สุดไม่ได้
แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ดีว่า พ่อแม่ควรจะบำเพ็ญทุกรกิริยา(ทำร้ายตัวเอง)
เพื่อเอาทุกอย่างไปทุ่มให้ลูก

พ่อแม่ยอมขึ้นรถเมล์… แต่บอกให้ลูกขึ้น TAXI
พ่อแม่กินกาแฟโบราณ...แต่ให้ลูกกินกาแฟหรู
พ่อแม่ใช้มือถือจีน...แต่ให้ลูกใช้ไอโฟนหน้าใหญ่
นี่มันใช่เหรอ ?

ยังไม่นับสารพัดงานบ้าน กวาดถูบ้าน ล้างจาน เทขยะ ...
พ่อแม่ก็ยังไปแย่งทำเองหมด ด้วยหวังว่า
อยากให้ลูกอ่านหนังสือเต็มที่ งานบ้านมันกระจอก ปล่อยพ่อแม่ทำเอง
นี่มันใช่เหรอ ?

กล้าฟันธงว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้นั่งอ่านหนังสือตลอดเวลาหรอก...
ตอนคุณหิ้วขยะออกไปเท ลองชำเลืองมองลูกดู...
ถ้าไม่นั่งดูทีวี เล่นเน็ท ก็กำลังแชทไลน์กับเพื่อน

พ่อแม่อย่าไปทำงานบ้านแทนเขาทั้งหมด ...
หากคุณไม่มอบหมายให้ทำงานบ้านอะไรเลย
ลูกจะมีโอกาสกลายร่างเป็น “เด็กที่เป็นศูนย์กลางระบบสุริยจักรวาล”

...ทุกสรรพสิ่งล้วนหมุนรอบตัวกรู
เขาจะยุ่งอยู่แต่กับเรื่องของตัวเอง
ต้องทำการบ้าน ต้องทำงานฝีมือ ต้องหาข้อมูล ฯลฯ
เรื่องของกรูสำคัญที่สุดในสามโลก

หนักเข้า ก็เอาแต่อยู่แต่ในห้องตัวเอง
จนพ่อแม่แทบจะต้องส่งข้าว ส่งน้ำ
คุยกันโดยส่ง LINE ในบ้าน

ถ้าพ่อแม่ยอม ก็คือการบอกลูกทางอ้อมว่า
ลูกเป็นคนพิเศษ พ่อแม่พร้อมจะเป็นทาสรัก ...
ยอมทำงานบ้าน ทำงานหาเงิน และจะประหยัด
เพื่อส่งมอบทรัพยากรทั้งหมด พร้อมความรักไปที่ลูก

อย่าไปสอนเขาว่า
เขาอยู่เหนืองานบ้าน งานกระจอกที่น่าเบื่อหน่าย ...จงปล่อยให้แม่ทำ
เขาอยู่เหนือการประหยัด มัธยัสต์ทั้งปวง... จงปล่อยพ่ออด

เพราะนั่นคือ การสร้างสิ่งแวดล้อมในบ้านให้แตกต่าง
จากความเป็นจริงนอกบ้าน มันคือโลกเสมือน ที่มีเฉพาะในบ้านคุณเท่านั้น
ถ้าพ่อแม่ไม่สอนเขา ...โลกจริงจะสอนเขาเอง

แหล่งที่มา    Facebook : นิ้วโป้ง Fundamental VI

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การคุ้มครองวงเงินฝาก

ในอดีตผู้ฝากเงินในบัญชีเงินฝากจะได้รับการคุ้มครองวงเงินฝากที่จะได้คืนหากสถาบันการเงินไม่สามารถจ่ายเงินได้เป็นจำนวน 50 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ส.ค. 59 คุ้มครองวงเงินไม่เกิน 25 ล้านบาท และ
ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 59 เป็นต้นไปจะคุ้มครองวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท

(มาตรา 53 และ 54 พ.ร.บ. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551, มาตรา 3(3)
และ (4) พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555)

แหล่งที่มา    เว็บไซต์ www.matralaw.com,       Facebook : Matra Law

ปีที่ 2 ฉบับที่ 260 วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558

30 ปีที่แล้ว ผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาถามหา "แดนศิวิไลซ์" และใครหลายคนได้ร่วมเดินทางสายดนตรีไปค้นหาดินแดนในอุดมคติพร้อมกับเจ้าของเพลงนั้น ผลงานชุดต่อๆ มา ของหนุ่มคนเดียวกันแฝงไว้ด้วยเนื้อหาเชิงปรัชญาเช่นเคย แต่มีแนวทางที่หันเข้าหาผลตอบแทนเชิงพาณิชย์มากขึ้น ก่อนจะผันตัวเองไปเป็นเจ้าของค่ายในที่สุด

หลังจากห่างหายไปนานกว่า 10 ปี วันนี้ "ธเนศ วรากุลนุเคราะห์" กลับมายืนแถวหน้าในฐานะ "คนเขียนเพลง บรรเลงชีวิต" อีกครั้ง new)108 จึงไม่พลาดโอกาสที่จะนำเสนอมุมมองของหนุ่มใหญ่ที่มีส่วนในการเขียนหน้าประวัติศาสตร์ให้กับวงการดนตรีไทยคนนี้

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-260-14-aug-2558.html



แหล่งที่มา     Facebook : New)108

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ทุกก้าวเดินจากความขยัน สร้างความชำนาญในสิ่งที่ทำ

ความขยัน คือ หนทางของคนธรรมดา
ที่จะพาตัวเอง ก้าวข้ามความสำเร็จ

คนสำเร็จแบบมาแต่ตัวนั้น
ทุกคนมีพื้นฐาน “ความขยัน” ทำงานหนักกันทุกคน
เพราะถ้าคุณไม่มีทุน คุณก็ต้องสร้างด้วยตัวคุณเอง

ถ้าไม่มีเครดิตไปกู้แบงค์ จะไปแบมือขอใครก็ลำบาก
อย่างน้อยคิดจะทำธุรกิจเอง มีสมองทำได้
แต่มีตัวเปล่าๆ ตังค์ไม่มีเลย อันนี้เป็นไปไม่ได้

ถ้าแค่ก่อนคิดทำธุรกิจ แล้วยังไม่สามารถมีเงินเก็บเองสักก้อน
พิจารณาตัวเองใหม่เถอะ  ว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะสร้างตัวเอง
แต่ถ้าคิดจะเริ่มต้นใหม่ เอาเลย  รายได้ที่มีอยู่ทุกวันนี้
เริ่มวางแผนได้แล้ว ว่าจะเก็บเงินขึ้นมาสักก้อน
ไม่ต้องไปมองเงินล้านหรอก  สมัยนี้มีเงิน 50,000 บาทขึ้นไป
ให้พอแค่หมุนเวียนในธุรกิจ ก็สามารถเริ่มทำได้แล้ว

ถึงฝันของเราจะยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็อย่าไปคิดมากกับจุดเริ่มต้นเล็กๆ
ขอได้ลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น รู้จักจังหวะเวลาในการก้าวเดิน
ผลของการทำงานอย่างไม่ย่อท้อ และหมั่นเรียนรู้ตลอดเวลา
จากความขยันที่มีนี่แหล่ะครับ จะเป็นตัวแปรให้เกิดการพัฒนาที่ดี
ผมเชื่อมากๆเลยครับ ว่ายิ่งทำมาก ยิ่งรู้มาก จะยิ่งเก่งขึ้น
จากที่คุณเป็นคนธรรมดา คุณสามารถเป็นมือโปรในสิ่งที่ตนเองทำได้
และความเป็นผุ้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำนี่แหล่ะ
จะทำให้ผุ้คนเชื่อมั่นและยอมรับ ในธุรกิจที่เราตั้งใจทำ

คนบางคนทำได้ไม่นาน บอกไม่เห็นมีกำไรอาจจะอยากล้มเลิก
แต่คนบางคนกลับบอกว่า เสมอตัวก็ช่างมัน ขอให้ได้มีลูกค้าเป็นฐานไว้ก่อน
ค่อยๆ เก็บเกี่ยวสร้างช่องทางคอนเนคชั่นใหม่ๆ ในธุรกิจอยู่เสมอ
นี่แหล่ะ คือ การตอกเสาเข็มสร้างรากฐานได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด

ตัวเองก็เช่นกัน เริ่มธุรกิจจากไม่มีเงินทุน แถมมีแต่หนี้ติดตัวมา
สถานการณ์แบบนี้ มันแอบฝึกฝนเรา  ให้มีวิธีคิดรอบด้านมากขึ้น
ว่าทำยังไงถึงเราจะขายของได้ หรือจะสู้กับคู่แข่งได้ และจะประคองธุรกิจยังไง
ขอให้ขยันหมั่นเพียร และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ
ไอเดียที่ล้ำเลิศ จะบรรเจิดตอนไม่มีตังค์นี่แหล่ะ

และลองคิดเล่นๆ กลับกัน ถ้าสมมุติที่ผ่านมา
ตอนเริ่มต้นธุรกิจ มีทุนอยู่เต็มกระเป๋า
อาจจะไม่มีไอเดียที่ดี และความพยายามที่ดีพอ
ที่จะก้าวเดินมาสู่จุดนี้ก็ได้

เริ่มต้นด้วยความสบาย มันมักหลอกให้เราชะล่าใจ
แต่ความลำบาก มันจะสอนให้เราต้องต่อสู้อยู่เสมอ
และเมื่อวันก้าวข้ามความลำบากมาได้
เราจะเห็นคุณค่าความสบายที่มาเป็นรางวัลมาให้อย่างแท้จริง

แหล่งที่มา     Facebook : สมองไหล Bychix

ปีที่ 2 ฉบับที่ 259 วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการชุมนุมประท้วงจากกลุ่มการเมืองมากมายที่ยึดพื้นที่สาธารณะเป็นฐานที่มั่นในการเรียกร้องโดยมีผู้สนับสนุนตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสน

วันนี้ พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ มีผลบังคับใช้แล้ว ส่วนจะมีเนื้อหาสาระอย่างไร และฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีความคิดเห็นต่อกฎหมายฉบับนี้ไปในทิศทางไหน อ่านได้ใน new)108 ฉบับวันพฤหัสฯ นี้

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-259-13-august-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 258 วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

จากชัยภูมิและนครพนมของไทย ไล่ย้อนขึ้นไปถึงพม่า ไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น ภัยพิบัติกำลังก่อตัวหรือได้สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นแล้วในวงกว้าง ธรรมชาติอาจกำลังบอกเราว่า เมื่อถึงที่สุด มนุษย์ก็ต้องยอมศิโรราบให้กับอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

new)108 ฉบับนี้เราไปเลียบๆ เคียงๆ ตามพื้นที่ภัยพิบัติหลากประเทศเพื่อดูผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น และเตือนตัวเองให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืนที่สุด

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-258-11-august-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 257 วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

12 สิงหาคม เป็นวันแม่ new)108 ถือโอกาสร่วมฉลองวาระสำคัญด้วยการจับคู่แม่ลูกผูกพัน แหวน ฐิติมาและปันปัน เต็มฟ้ามาขึ้นปกฉบับวันจันทร์บันเทิง พร้อมบทสัมภาษณ์ที่ถ่ายทอดความรักระหว่างแม่และลูก อันเป็นสายใยที่ไม่มีวันจาง
...ไม่ต้องรอให้ถึงวันแม่ บอกรักแม่กันได้ทุกวัน...

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-257-10-aug-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 256 วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

งานนี้ไม่มี "เมสซี เจ" หรือ "ชาริล ชัปปุยส์" แต่แฟนฟุตบอลชาวไทยต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยการเปิดฉากฤดูกาลใหม่ของลีกลูกหนังที่ดังที่สุดในเมืองไทย

new)108 ถือโอกาสชวนผู้อ่านมาอุ่นเครื่องก่อนศึกเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกจะเริ่มฟาดแข้งกันในสุดสัปดาห์นี้ ไปดูกันว่าเต็ง 1 - 5 คือทีมไหน ความเคลื่อนไหวของแต่ละทีมเป็นอย่างไร และมีกฎอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปในบ้าง

อย่าลืมว่าดูกีฬาให้สนุก ต้องไม่คลุกคลีกับการพนัน

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-256-7aug-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 255 วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โลกเปลี่ยนไป แต่บทบาทของแม่ในฐานะศูนย์กลางของครอบครัวยังโดดเด่นคู่สังคมไทย
แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แม่ยุคดิจิทัลมีวิธีการดูแลลูกที่ใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์มากขึ้นก่อนที่วันแม่จะมาถึงในสัปดาห์หน้า new)108 ฉบับนี้มีผลการวิจัยเรื่องการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของแม่ยุคปัจจุบัน และความคิดเห็นของคุณแม่ที่สร้างชุมชนออนไลน์แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็น "พี่เลี้ยง" คนสำคัญ

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-255-6-aug-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 254 วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

จากกรณี "น้องแกรมมี" ปีที่แล้วจนถึง "หนูน้อยคาร์เมน" ในปีนี้ ผลผลิตจากการอุ้มบุญยังสร้างปัญหาขัดแย้งระหว่างผู้ว่าจ้างที่ไม่สามารถมีบุตรได้ด้วยตัวเอง กับ แม่อุ้มบุญ ซึ่งได้ค่าตอบแทนจากธุรกิจ "ท้องแทน"

new)108 ฉบับนี้เราจะไม่พูดถึงประเด็นร้อนล่าสุดระหว่างสองคู่กรณีในรายละเอียด แต่ในวาระที่ พ.ร.บ. อุ้มบุญมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เราขอนำเสนอสาระสำคัญของพ.ร.บ. ฉบับนี้ ว่ากำหนดหลักการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ไว้อย่างไร เพื่อป้องกันการกระทำทุกรูปแบบที่อาจนำไปสู่การค้ามนุษย์ได้

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-254-5-aug-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 253 วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

"ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์" แทบจะเป็นคำขวัญสำคัญในการท่องโลกโซเชียลเน็กเวิร์กในปัจจุบัน
แต่เพื่อความปลอดภัย ต่อไปนี้ การกดแชร์ข้อมูล ภาพและผลงานใดๆ ก็ตาม ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เมื่อ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ (ฉบับ 2) พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้วันนี้ และมีสาระสำคัญ 8 ประเด็นที่คนท่องเน็ตผู้ชอบกดไลค์กดแชร์ต้องพึงสังวร เรื่องกฎหมาย ไม่รู้ไม่ได้ รีบอ่านเลย!!!

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-253-4-aug-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 252 วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่กันแบบสาวๆต้อง กรี๊ด กับ new)108 ฉบับวันจันทร์บันเทิง พร้อมบทสัมภาษณ์หนุ่มคนนี้ จากจุดเริ่มต้นในวงการด้วยบทบาทการเป็นสมาชิกวงบอยแบนด์ ถึงวันนี้ แดน วรเวช พิสูจน์แล้วว่าครบเครื่องทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังในฐานะนักร้อง นักดนตรี นักแสดง ผู้จัดละคร แน่นอนว่าเราไม่พลาดที่จะขอให้เจ้าตัวเผยถึงเรื่องต้นรักที่เจ้าตัวกำลังปลูกร่วมกับนักแสดงสาวในวงการเดียวกัน

new)108 ฉบับวันจันทร์ อ่านมันได้ทั้งสาระและบันเทิง

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-252-3-aug-2558pdf-1.html?b=1&p=1



แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 252 วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558




แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 251 วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เอกลักษณ์อย่างเอกอุของความเป็นไทย คือ ภาษาที่ใช้สื่อสาร เพราะประเทศไทยมีภาษาของเราเอง
29 กรกฎาคม เป็น "วันภาษาไทยแห่งชาติ" สมควรอย่างยิ่งที่เราจะแสดงความภาคภูมิใจด้วยการอนุรักษ์และใช้ภาษาอย่างถูกต้อง

รับแจก new)108 ฉบับนี้แลัว เริ่มต้นด้วยตัวคุณเอง ฟัง พูด เขียน อ่าน ภาษาของเราในแบบที่ควรจะเป็นกันเถิด

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-251-29-july-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 250 วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มื่อถึงยุคที่คนอ่านเสพของฟรีหรือพึ่งพาสื่อออนไลน์เป็นหลัก แม้แต่สิ่งพิมพ์ที่เคยเป็นที่นิยมอย่างการ์ตูนก็ได้รับผลกระทบจนต้องมีการประกาศปิดตัวกันในที่สุด ทางรอดของผู้พิมพ์เป็นอย่างไร และแฟนพันธุ์แท้ที่เติบโตมากับการหยิบจับการ์ตูนมาอ่านในฐานะสื่อบันเทิงอย่างหนึ่งมีคำแนะนำให้ผู้ผลิตปรับตัวอย่างไรถึงจะอยู่รอดในยุคดิติทัล อ่านได้ใน new)108 ฉบับรับวิกฤตการ์ตูนในเมืองไทย

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-250-28-july-2558-1.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 2 ฉบับที่ 249 วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ตัวโน้ตดนตรีติด "แสตมป์" อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข เปิดตัวในฐานะคนทำเพลงประกอบเรื่อง ณ ขณะรัก ก่อนจะสร้างฐานแฟนเพลงกลุ่มที่เหนียวแน่น และขยายออกอย่างเต็มที่เมื่อมารับบทบาทเป็นหนึ่งในโคัชดั้งเดิมของรายการ เดอะ วอยซ์

วันนี้ "แสตมป์" โบกมือลาตำแหน่งโค้ช และกลับมารับบทบาทที่ถนัดในฐานะนักร้องที่กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่เร็วๆ นี้

อย่าลืมยิ้มรับวันจันทร์บันเทิง กับ "สแตมป์" ณ จุดแจกทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-249-27-july-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

"ทำไมชีวิตกูแย่อย่างนี้วะ?" VS "ทำอย่างไรชีวิตฉันถึงจะดีขึ้น?"

สมมติว่าคุณต้องทำรายการทีวีที่ชื่อ
"ทำไมชีวิตกูแย่อย่างนี้วะ?"

งานทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ
นึกรายชื่อแขกรับเชิญเพื่อขอสัมภาษณ์ในรายการ

คำถามก็คือ
คุณคิดว่าคุณจะได้พบกับแขกรับเชิญแบบไหน?
ตอบให้เลย
คุณจะได้พบกับแขกรับเชิญที่มา "สนับสนุนความเชื่อ" ของคุณที่ว่า
"เฮ้ย! ชีวิตกูมันแย่จริง ๆ ด้วยว่ะ"

คุณจะเชิญคนที่เจ้านายไม่ได้เรื่องเหมือนที่คุณเจอ มาเม้าท์เจ้านาย
คุณจะเชิญคนที่กำลังถังแตกเหมือนคุณ มาปรับทุกข์จมดิ่ง
คุณจะเชิญคนที่ความสัมพันธ์ห่วย ๆ เลิกกับแฟนเหมือนคุณ มาตอกย้ำว่าชีวิตคู่มันห่วย
คุณจะรู้สึกสนุกมากกับรายการนี้ เพราะมันทำให้คุณเชื่อว่า
"เห็นมั้ยชีวิตกูแย่จริง ๆ ด้วย ใคร ๆ เค้าก็แย่"
ว่าแล้วคุณก็มีความสุขที่จะมีความทุกข์ต่อไป

คัท! เอาใหม่!
สมมติว่าคุณต้องทำรายการทีวีอีกรายการที่ชื่อ
"ทำอย่างไรชีวิตฉันถึงจะดีขึ้น?"

งานทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ
นึกรายชื่อแขกรับเชิญเพื่อขอสัมภาษณ์ในรายการ

คำถามก็คือ
คุณคิดว่าคุณจะได้พบกับแขกรับเชิญแบบไหน?
ตอบให้เลย
คุณจะได้พบกับแขกรับเชิญที่มา "สนับสนุนความเชื่อ" ของคุณที่ว่า
"เฮ้ย! ชีวิตฉันมันดีขึ้นได้นี่หว่า"

คุณจะเชิญคนที่เคยมีปัญหาเรื่องงาน แต่เขาผ่านมันมาได้ คุณจะเรียนรู้จากเขา
คุณจะเชิญคนที่เคยถังแตก แต่เขาผ่านมันมาได้ คุณจะเรียนรู้จากเขา
คุณจะเชิญคนที่เคยมีชีวิตคู่ย่ำแย่ แต่เขาผ่านมันมาได้ คุณจะเรียนรู้จากเขา
คุณจะรู้สึกสนุกมากกับรายการนี้ เพราะมันทำให้คุณเชื่อว่า
"เฮ้ย! ชีวิตมันมีทางออกนี่หว่า ใคร ๆ ก็เคยเป็นอย่างฉัน แต่ก็ผ่านมาได้"
ว่าแล้วคุณก็มีความสุขที่จะมีความสุขต่อไป

ประเด็นที่เล่ามาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่า
เราทุกคนกำลังทำรายการทีวีชื่อ "ชีวิตของฉัน" อยู่ทุกขณะ

เพียงแต่มันมี 2 เวอร์ชั่น
เวอร์ชั่นแรก "ทำไมชีวิตกูแย่อย่างนี้วะ?"
เวอร์ชั่นสอง "ทำอย่างไรชีวิตฉันถึงจะดีขึ้น?"

เวอร์ชั่นแรก ชวนเราจมจ่อมไปกับความหลัง
ทุกข์ที่ผ่านมา เราไม่ยอมให้ผ่านไป
เราไม่คิดแก้ปัญหา เอาแต่หาหลักฐานมาสนับสนุนว่า
"สมควรแล้วที่ชีวิตฉันมันแย่แบบนี้"

เวอร์ชั่นสอง ชวนเรามองไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง
ทุกข์ที่ผ่านมา แล้วมันจะต้องผ่านไป
เรามองหาวิธีแก้ปัญหา และมองหาหลักฐานมาสนับสนุนว่า
"เราไม่ใช่คนแรกในโลกที่เจอปัญหานี้ มีคนเคยเจอแล้ว ผ่านมันมาได้แล้ว
และเราก็จะต้องผ่านมันไปได้เช่นกัน"

คุณอยากทำรายการทีวีเวอร์ชั่นไหน?
มันขึ้นอยู่กับคุณ เพราะคุณเป็นเจ้าของรายการ
ออกทุนสร้างเอง ทุ่มทุนสร้างทั้งชีวิตและจิตใจ
และออกอากาศ 24 ชั่วโมงไม่มีหยุดพัก
จนกว่าสถานีจะปิด

...ซึ่งก็แปลว่าชีวิตจบลงแล้ว
คุณอยากทำรายการทีวีเวอร์ชั่นไหน?
เชิญเลือกได้ตามสบายเลย

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไม่มีใครแคร์ชีวิตเรา เท่ากับตัวเราเอง

สิ่งที่อยากจะบอกกับคุณแบบโหด ๆ
เป็นความจริงที่ฟังดูบาดหู แต่ก็ควรรู้ไว้
นั่นก็คือ
"ไม่มีใครแคร์ชีวิตเรา เท่ากับตัวเราเอง"

หลายคนเฝ้าพร่ำบ่นว่า
"ชีวิตฉันมันแย่ขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครมาช่วยบ้างวะ?"
จะบอกว่าทุกคนเขาก็ยุ่งกับชีวิตของตัวเองอยู่
มีแต่เราและเราเท่านั้น ที่ต้องจัดการชีวิตตัวเอง

บางคนเฝ้าก่นด่าว่า
"ใครบ้างคนต้องรับผิดชอบที่ชีวิตฉันเป็นแบบนี้"
จะบอกว่าไม่มีใครมารับผิดชอบหรอก
เรานั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบผลของมัน

ถ้าคุณอยากทำให้ชีวิตดี
มันเป็นเรื่องของตัวคุณเอง 100%
ไม่มีใครจะมาสนใจเรื่องของคุณทั้งนั้น
เพราะเรื่องใหญ่ของเรา ล้วนเป็นเรื่องเล็กของคนอื่น

ถ้าวันนี้จนอยู่ ลำบากอยู่ มันก็เป็นเรื่องของเราเองล้วน ๆ ที่ต้องจัดการ
ถ้าวันนี้ไม่มีความสุขในใจ มันก็เป็นของเราที่ต้องแก้ไข
ถ้าวันนี้ไม่เก่ง ความรู้น้อย มันก็เป็นเรื่องของเราที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติม
ถ้าวันนี้ตกหลุมชีวิตอยู่ ก็ต้องเป็นเราที่ตะเกียกตะกายขึ้นมาเอง
มันไม่ใช่เรื่องของพ่อแม่ แฟน เจ้านาย
หรือใครทั้งนั้น

"ชีวิตเป็นของเรา" คือสโลแกนแห่งยุคสมัย
คนรุ่นใหม่ล้วนอยากมีชีวิตอิสระของตัวเอง
แต่เมื่ออยากได้สิทธิ์นั้น เราก็ต้องพร้อมที่รับรู้ด้วยว่า
สิทธิ์นี้มาพร้อมกับหน้าที่ ที่เราจะต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง

เพราะ "ไม่มีใครแคร์ชีวิตเรา เท่ากับตัวเราเอง"
ใครคิดได้แบบนี้
เชื่อสิว่า เขาผู้นั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เขาจะเลิกโทษคนอื่น เลิกรอคอยความช่วยเหลือ
เลิกเรียกร้องความรับผิดชอบ
ผู้ใดก็ตามหันมารับผิดชอบชีวิตตัวเอง 100%
ผู้นั้นสำเร็จในชีวิตแน่นอน 100%

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไม่มีตรงกลาง

คำๆ นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือญี่ปุ่น
เล่มล่าสุดที่ติดกระเป๋ามาจากโตเกียว
จะเป็นหนังสืออะไร ไว้มาแชร์ให้ฟังนะ

วันนี้คุยกันก่อนกับแนวคิด …..
“ไม่มีตรงกลาง”
เค้าบอกคนทำธุรกิจ หรือ มนุษย์เงินเดือนเองก็ตาม
มักตั้งอะไรที่เป็น "กลางๆ"

เวลาขายของก็จะขายราคา Mass
ที่คิดว่าคน “ส่วนใหญ่” ซื้อได้
เวลาต่อรองเงินเดือน
ก็จะขอต่อแบบราคา “กลางๆ” ที่บริษัทน่าจะรับได้
เค้าบอกว่านี่คือหนึ่งใน "วิกฤต" การหารายได้ของคนคนนึงเลยทีเดียว
=================
การทำธุรกิจในวันนี้ จีงไม่ควรมี ”ตรงกลาง” อีกต่อไป
จะสุดด้านไหน จะทำ Freemium ก่อนหรือขายแบบ Premium เลย
เลือก….แล้ววางกลยุทธ์ดีๆ

และอย่างน้อยข้อดีของการขายของราคา Premium
มันอาจจะทำให้คุณขายได้ ”จำนวน” น้อยลงก็จริง
แต่ margin ที่ได้อาจจะสูงจน Cover จำนวน Volume ที่หายไป
และสังเกตมั้ย คอนโด หรือของแบรนด์เนม
ที่ target กลุ่มคนที่มีกำลังซื้อตลอด
มักไม่ได้รับผลกระทบเลย ในภาวะเศรษฐกิจใดๆ

คำถาม คือ ..
1. ไม่ไหว ตั้งราคาเดิมให้ขายได้ก็พอแล้ว
2. เพิ่ม Value ในตัวเอง
ถ้าเป็นคนทำงานประจำ ลองหาสกิลเพิ่มจนเรียกค่าตัวสูงๆ ได้
ถ้าเป็นคนทำธุรกิจ ลองส่งมอบคุณภาพสินค้าที่เกินราคา
เพื่อหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่กำลังซื้อสูงกว่าเดิม

เป็นเราจะเลือกแบบไหน ??
หรือจริงๆ เเล้วขายแพงไม่ใช่ปัญหา
แต่ทำยังไงให้ขายแพงได้นี่สิปัญหา
อย่าทำธูรกิจเป็น Buffet เเบบ All you can Eat
เเต่ให้เป็น ซูชิจิโร่ ที่ต้องมาลองครั้งนึงให้ได้ในชีวิต
Best in you
คุณทำได้ !

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

ฉันจะต้องเป็นอันดับต้น ๆ ของอาชีพฉัน

ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม
อยากให้คุณคาดหวังว่า
"ฉันจะต้องเป็นอันดับต้น ๆ ของอาชีพฉัน"
หรืออย่างน้อย ๆ ก็เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ

ไม่ใช่แค่ One of them
หรือคนธรรมดา ๆ ที่ทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ
และปัจจัยที่จะทำให้คุณแน่ใจได้ว่า
คุณมีโอกาสสูงมากที่จะ "ชนะ" ในอาชีพนั้น
มีโอกาสสูงมากที่จะเป็น Top ของอาชีพนั้น
ก็คือ คุณมี Passion กับงานนั้นแค่ไหน?

จริงอยู่ที่ Passion เป็นคำโหล ๆ ในยุคนี้
ใคร ๆ ก็พูดว่าต้องมีความหลงใหลในงาน
แต่คำถามก็คือ
เราจะดูออกได้อย่างไรว่าฉันมี Passion หรือเปล่า?
วิธีง่ายที่สุดที่จะแนะนำว่าคุณมี Passion แค่ไหน?

เรื่องที่คุณชอบเล่า เล่าได้อย่างไม่มีวันหมด
เรื่องที่คุณพูดคุยได้อย่างออกรส
เรื่องที่คุณทั้งจดทั้งหาความรู้อ่านเพิ่มเติม
นั่นล่ะ สัญญาณของ Passion

เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญ 2 คำถามที่จะถามคุณก็คือ
ข้อแรก "คุณอยากเล่าเรื่องงานของคุณให้คนอื่นฟังแค่ไหน?"
ข้อสอง "เรื่องอะไรที่คุณอยากเล่าให้คนอื่นฟังด้วยความกระตือรือร้น?"

ถ้าปรากฎว่าคำตอบของคุณในข้อแรกคือ อยากมาก
และถ้าคำตอบของคุณในข้อสองคือ เรื่องงาน
นั่นก็แสดงว่าคุณได้กำลังทำในสิ่งที่รัก
และมี Passion อย่างเต็มเปี่ยม
คุณจึงมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นผู้ชนะในสายอาชีพนั้น
รู้ความจริงข้อนี้มานานแล้ว

ตลอดชีวิต  จึงไม่เคยทำงานที่ไม่มี Passion เลย
เพราะรู้ดีว่า แทบจะไม่มีโอกาสชนะ
ตรงกันข้าม เลือกทำงานที่มี Passion เก่ง และมีคนต้องการ
เพราะรู้เลยว่า ชนะแน่นอน
และก็ชนะจริง ๆ

สรุป อยากจะแนะนำว่า

ขั้นแรก หา Passion ของคุณให้เจอ
ด้วยการสังเกตว่าคุณชอบเล่าเรื่องอะไร เล่าได้ทั้งวัน ไม่มีเบื่อ

ขั้นที่สอง เมื่อมี Passion แล้วจงทำให้ตัวเองเก่งในเรื่องนั้น
ด้วยการฝึกปรือ ลงมือทำ ล้มคะมำก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่

ขั้นที่สาม เมื่อมี Passion แล้ว ฝึกฝนจนเก่งแล้ว
ให้ออกหาข้อมูลอย่างไม่หลอกตัวเองว่า
สิ่งที่คุณรักและเก่งนั้น มีคนต้องการความสามารถของคุณหรือไม่?

ถ้ามี เตรียมตัวร่ำรวยเงินทองและความสุขจากอาชีพที่รักได้เลย
ถ้าไม่มี งั้นก็ต้องสร้างความต้องการขึ้นมาเอง

ทำอย่างไรตลาดจึงจะเห็นค่าความสามารถของเรา?
หรือต่อให้สุดท้ายถ้าไม่มีใครเห็นค่าจริง ๆ
อย่างน้อย ๆ คุณก็เจอ Passion ของคุณแล้ว
แค่นั้นคุณก็แตกต่างจากคนอีก 95% แล้วที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร

ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม
อยากให้คุณคาดหวังว่า
"ฉันจะต้องเป็นอันดับต้น ๆ ของอาชีพฉัน"

แล้วก็ไม่ต้องสงสัยนะว่า
อ้าว แล้วถ้าขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ บน ๆ กันหมด
แล้วใครจะเป็นคนล่าง ๆ ท้ายตาราง?
ทายสิใครเอ่ย?
เฉลย
ก็คนที่ถามนั่นล่ะ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความสุขบนเส้นทางของตัวเอง

เมื่อยังวัยคะนอง เราจะมองว่าคนที่คิดไม่เหมือนเรานั้นผิด
คนที่ใช้ชีวิตไม่สอดคล้องกับความเชื่อของเรานั้น ไม่ได้เรื่อง
คนอื่นนั้นโง่ไปหมด มีแต่เราที่ฉลาดอยู่คนเดียว

ใจเราแคบเหลือเกิน เที่ยวตัดสินผู้คนไปทั่ว
แต่เมื่อเติบโตขึ้น (ไม่ใช่อายุ แต่คือความคิด)
เราจะ "ตัดสิน" ผู้คนน้อยลง
เราจะเข้าใจว่าชีวิตนั้นมีหลากหลายรูปแบบ

ไม่มีใครดีกว่าใคร เราแค่แตกต่างกัน
เป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
และถึงแม้จะมีเป้าหมายเดียวกัน
แต่หนทางไปสู่เป้าหมายนั้นก็มีอยู่ล้านวิธี

ใครกันจะบอกได้ว่าทางไหนดีกว่า?
คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เพราะเมื่อคืนมีโอกาสได้นั่งดื่มพูดคุยกับเพื่อนสมัยเรียน
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานานมาก บางคนไม่เจอกันเป็นสิบปี

พวกเราบางคนอยู่หอพักห้องเดียวกัน
กินนอนร่วมกันมาหลายปี
แล้วก็แยกย้ายไปมีชีวิตของใครของมัน
วันนี้กลับมารวมกันอีกครั้ง
เราจึงนั่งอัพเดทชีวิตกัน...

คนนึงทำงานประจำที่เดียวตั้งแต่เรียนจบ
อีกคนนึงแทบไม่เคยทำงานประจำเลย
คนนึงลูกน้องเป็นร้อย ๆ อยู่บริษัทมหาชน
อีกคนนึงตั้งบริษัทของตัวเอง ลูกน้องแทบไม่มี
คนนึงทำกำไรจากพอร์ตหุ้นเดือนละเป็นล้าน
อีกคนพอใจลงทุนง่าย ๆ ไปช้า ๆ ในกองทุนรวม
คนนึงทำงานหนักทั้งวัน ตำแหน่งใหญ่โต
อีกคนทำงานสบาย ๆ ขอแค่มีเวลาออกกำลังกาย
คนนึงกำลังจะแต่งงาน
อีกคนนึงไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีงานแต่ง
คนนึงชอบชีวิตกลางแจ้ง ขี่จักรยานไปทุกที่
อีกคนนึงชอบความหรูหรา ขับรถไม่ต่ำกว่าเบนซ์

วันนี้เราต่างมีชีวิตที่ไม่เหมือนกันเลย
แต่กลับลงตัวในแบบของเราเอง
ไม่มีใครมีชีวิตดีกว่าใคร
เราแค่มีชีวิตที่ดีแตกต่างกัน

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราอาจจะถกเถียงกันว่า
เฮ้ย ทำไมไม่ทำแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้วะ
เฮ้ย ใช้ชีวิตแบบนี้สิ ทำงานแบบนี้สิดีกว่าตั้งเยอะ

แต่ครั้งนี้เรากลับพบว่า ใจเรา "กว้าง" มากขึ้น
เราเข้าใจว่าแต่ละคนมีที่ทางของตัวเอง
แต่ละคนมีรูปแบบชีวิตในแบบของตัวเอง
จะทำงานอะไรก็ได้ จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้
ขอแค่ให้ชีวิตรู้สึกว่ามีความสุขก็พอแล้ว

ถ้าพูดแบบภาษาสมัยนี้ก็คงต้องบอกว่า
"เอาที่สบายใจ"

เมื่อคืน นอกจากจะได้พบปะเพื่อนฝูงแล้ว
ได้บทเรียนบทนี้ติดตัวกลับมาที่บ้านว่า
การตัดสินผู้อื่น ทำให้เราเป็นทุกข์ ทั้งตัวเราและผู้อื่น
ที่หลาย ๆ คนทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้
ไม่ว่าจะในโลกออนไลน์หรือโลกจริง
ก็เพราะดันไป "ตัดสิน" คนอื่นว่าผิดที่คิดไม่เหมือนฉัน
ทำไม่เหมือนฉัน เป็นไม่เหมือนฉัน

แต่ถ้าเราจะลองผลักผนังใจออกไปให้กว้าง ๆ ขึ้น
แล้วทำความเข้าใจว่า เราไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล
เราไม่ใช่ผู้คุมกฎที่จะบอกได้ว่าแบบนั้นถูก แบบนี้ผิด
หนทางชีวิตนั้นมีมากมายเกินกว่าจะต้องเลือกว่าทางไหนใช่ ทางไหนผิด

แอ๊ด คาราบาว เคยเขียนเพลงนึงไว้ว่า
"เปิดใจให้กว้าง เราจะได้เป็นสุข
ใจมีแต่ทุกข์ เป็นใจคับใจแคบ"
จริงยิ่งกว่าจริง

ขอให้มีความสุขบนเส้นทางของตัวเอง
ไม่ต้องไปตัดสินใจใคร
ไม่ต้องฟังคำใครมาตัดสินเรา
เท่านี้ชีวิตก็ดีมาก ๆ แล้วล่ะ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

พริ้ม Effect !!

นี่คือหนึ่งในวิธีการของ Disney ที่ทำให้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้
เชื่อว่าคนที่เคยไปเที่ยวTokyo Disneyland
น่าจะเพลิดเพลินกับพลังของพนักงานที่มีมากกว่า 120%

คนอะไรยิ้มได้ยิ้มดีตลอดเวลา !!
หนึ่งในเคล็ดลับ เค้าเรียก Priming Effect
มันคือการ “ชี้นำ” สมองของคนให้เป็นในทางที่เราอยากเป็น
เเละนี่เคล็ดลับที่ทำให้ดิสนีย์สร้างคนเก่งได้มากมาย

ก็เพิ่งรู้ว่า Disney ไม่เรียกพนักงานตัวเองว่าเป็น Officer นะ
เค้าเรียก " Cast member "
เพื่อเป็นการให้เกียรติพนักงานทุกคนเสมือนเป็น”ดารา”เลย
เพราะเมื่อพนักงานทุกคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นดารา
เค้าก็จะทำ "การเเสดง" เต็มที่ เพื่อให้คนดูมีความสุขที่สุด

บิดคำนิดเดียว เปลี่ยนบรรยากาศได้ทั้งองค์กร !!
อยากดูแลลูกค้าดีๆ
เริ่มจากการทำให้พนักงาน “พริ้ม” ก่อนนะ

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยิ่งสูง ยิ่งต้องโน้มลงต่ำ ยิ่งเป็นผู้นำ ยิ่งต้องทำตัวติดดิน

รู้สึกชื่นชมทุกครั้งที่ได้เห็น
"เจ้าของบริษัท" กล่าวขอบคุณ "ลูกน้อง"
ไม่วางมาดเหมือนเป็นเจ้าชีวิตของพนักงาน
เพราะเชื่อในแนวคิดที่ว่า
ยิ่งสูง ยิ่งต้องโน้มลงต่ำ
ยิ่งเป็นผู้นำ ยิ่งต้องทำตัวติดดิน

ช่วงเดือนสองเดือนนี้  มีโอกาสได้พบเจอเจ้าของบริษัทแบบที่ว่ามา
เธอและเขาเหล่านี้ ช่างนอบน้อมต่อลูกน้องและผู้อื่น จนอดทึ่งไม่ได้

คนแรก คุณบี เพ็ญพัฒน์ มรกตวิศิษฎ์ 
เจ้าของ บลูอันดา บริการท่องเที่ยวทางเรือระดับพรีเมี่ยม แถบทะเลอันดามัน
เจอเธอที่คอร์ส "เขียนไม่กี่คำ ทำเงินกว่า" ที่ภูเก็ต
เธอพาไปทานอาหารที่ร้านของเธอ
(ร้าน Kata Cuit ริมหาดกะตะ)

ตั้งแต่เดินเข้าร้าน เธอทักทายพนักงานทุกคน
เข้าไปกอดด้วยความรัก ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ
พอถึงตอนทานอาหาร
เห็นเธอกล่าวขอบคุณพนักงานเสิร์ฟนับครั้งไม่ถ้วน
น้ำเสียงของเธอ เต็มไปด้วยความจริงใจและเมตตา
แอบชื่นชมเธอในใจ

เมื่อทานอาหารเสร็จ ก่อนออกจากร้าน
เธอยังไม่วายร่ำลากับพนักงานอีกนานสองนาน
ทั้งหมดนี้   ไม่ได้ยินน้ำเสียงของการสั่งงานเลยแม้แต่น้อย
เชื่อว่าเธอคนนี้จะต้องเป็นเจ้าของที่ลูกน้องรักอย่างแน่นอน

คนที่สอง คุณนัท กมลพงศ์ สงวนตระกูล
เจ้าของโตโยต้าขอนแก่น เมืองเลย และพนมรุ้ง
พบเขา เนื่องจากคุณนัทเชิญไปบรรยายให้พนักงานฟัง
ปีนี้เป็นปีที่สองที่ไปพูดที่นี่

ทุกครั้งที่เจอคุณนัท
เอาเป็นว่าถ้าเขาเดินมากับพนักงาน
คุณไม่มีทางดูออกว่าคนไหนหัวหน้า คนไหนลูกน้อง
ไม่ใช่คุณนัทไม่มีราศีนะ (555+)

แต่คุณนัทแต่งตัวเหมือนพนักงานทุกคน
ใส่แจ็คเก็ตของโตโยต้า ทำตัวธรรมดามาก
ไม่วางมาดกับลูกน้องเลยสักนิด ทั้งที่เขามีลูกน้องเป็นร้อย ๆ คน

ช็อตที่ประทับใจที่สุด
เห็นจะเป็นตอนที่เราหลายคนนั่งดื่มกาแฟกันในโรงแรม
พอถึงเวลาจะต้องขึ้นห้องประชุม
คุณนัทเดินไปชำระเงินที่แคชเชียร์ร้านกาแฟ
พนักงานบอกว่าลูกน้องของคุณนัทจัดการจ่ายให้แล้ว
ภาพหลังจากนั้นที่เห็นก็คือ
คุณนัทโค้งคำนับพนักงานร้านกาแฟ
พร้อมกับพูดว่า "ขอบคุณมากครับ"

เชื่อว่าเขาคนนี้จะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน จึงโน้มตัวลงต่ำได้ขนาดนี้
ลึก ๆ เชื่อว่าผู้นำหรือเจ้าของบริษัทที่เป็นแบบนี้
ลูกน้องจะตั้งใจทำงานมากกว่าเจ้านายขาโหด
ที่เอาแต่ดุด่าลูกน้อง หรือต้องให้ทุกคนมาพินอบพิเทา

ผู้นำนั้นไม่ใช่คนที่ขึ้นไปอยู่บนที่สูง แล้วชี้นิ้วสั่งลงมา
แต่คือคนที่ลงมาร่วมลงเดินไปกับลูกน้อง
เจ้าของบริษัทที่แท้จริง ก็ไม่ใช่แค่คนที่จ่ายเงินให้พนักงาน
แต่คือคนที่จ่ายความรักความเมตตาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา

เพราะเมื่อผู้นำได้ใจผู้ตามไปแล้ว
ทุกคนก็พร้อมจะลุยไหนลุยนั่น ว่าไงว่ากัน
ขอชื่นชมผู้นำแบบนี้จากใจจริง

ส่วนใครที่เป็นลูกน้องของเจ้านายแบบนี้
ก็อย่าทำให้เจ้านายเสียกำลังใจนะ
ตั้งใจทำงานให้สมกับที่มีเจ้านายดี ๆ
ไม่มีเจ้านาย ลูกน้องก็อยู่ไม่ได้
ไม่มีลูกน้อง เจ้านายก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
ต่างคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โลกนี้จึงไม่มีคนรายได้น้อย มีแต่คนที่เป้าหมายไม่เร้าใจ

โลกนี้ไม่มีคนที่รายได้น้อย
มีแต่คนที่ความสามารถน้อย

โลกนี้ไม่มีคนที่ความสามารถน้อย
มีแต่คนที่ขี้เกียจ

โลกนี้ไม่มีคนที่ขี้เกียจ
มีแต่คนที่ไม่มีเป้าหมาย

โลกนี้ไม่มีคนที่ไม่มีเป้าหมาย
มีแต่คนที่มีเป้าหมายไม่เร้าใจ

เป้าหมายที่เร้าใจ
จะกระตุ้นคุณให้เป็นคนใหม่
คุณคนใหม่ จะเปลี่ยนแปลงตัวเองทุก ๆ อย่าง
กลายเป็นคนขยันหาความรู้ พัฒนาตัวเอง
เมื่อพัฒนาตัวเอง ความสามารถก็จะเพิ่มขึ้น
เมื่อความสามารถเพิ่มขึ้น รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเอง

โลกนี้จึงไม่มีคนรายได้น้อย
มีแต่คนที่เป้าหมายไม่เร้าใจ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought