วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"ไทย" รั้งท้ายอันดับระบบการศึกษาโลก


จัดอันดับชาติที่มีระบบการศึกษาดีสุดในโลกจาก 40 ประเทศ ฟินแลนด์แชมป์ ไทยที่ 37

เพียร์สัน บริษัทด้านการศึกษาและธุรกิจสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ สัญชาติอังกฤษ เผยผลการจัดอันดับประเทศที่มีการพัฒนาทางการศึกษา ซึ่งจัดทำโดยหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ (อีไอยู) พบว่า ฟินแลนด์ครองอันดับ 1 ได้คะแนนรวม 1.26 ขณะที่ไทยรั้งอันดับที่ 37 ได้คะแนนรวมติดลบ 1.46 จากการจัดอันดับทั้งหมด 40 ประเทศ

การจัดอันดับครั้งนี้ ใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ อาทิ ผลการสอบทางวิชาการระดับนานาชาติ อัตราการสำเร็จการศึกษา อัตราการเข้าเรียน และอัตราการอ่านออกเขียนได้ในแต่ละประเทศ โดยเก็บข้อมูลระหว่างปี 2549-2553

ทั้งนี้ ในส่วนของอันดับ 2 นั้น ได้แก่ เกาหลีใต้ ตามมาด้วย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ขณะที่สหรัฐอยู่อันดับที่ 17 และอินโดนีเซีย รั้งอันดับสุดท้าย

“แม้การลงทุนด้านการศึกษาจะสำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ ทว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเรียนรู้” เพียร์สัน ระบุ พร้อมย้ำว่า 5 อันดับแรกเป็นชาติเอเชียถึง 4 ประเทศ สะท้อนถึงวัฒนธรรมการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และความคาดหวังของผู้ปกครอง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา 12:13 น.

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกร็ดเรื่องการเขียนหนังสือราชการ


เกร็ดเรื่องการเขียนหนังสือราชการ (และหนังสือที่เป็นทางการ) ที่ถูกต้อง เพื่อไม่้ให้ "เสียหน้า" และ "เสียงาน"
  1. คำขึ้นต้น "กราบเรียน" และคำลงท้าย "ขอแสดงความนับถืออย่างสูง" ใช้กับ ประธานองคมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี และรัฐบุรุษ เท่านั้น ... ส่วนบุคคลอื่นๆ ทั่วไป ใช้คำขึ้นต้นว่า "เรียน" และลงท้ายว่า "ขอแสดงความนับถือ"
  2. การใช้สรรพนามแทนตัวว่า "ข้าพเจ้า" ล้าสมัยแล้ว การแทนตัวว่า "ผม" "กระผม" หรือ ดิฉัน" เหมาะสมและทันสมัยกว่า
  3. ท่อนจบที่ว่า "จึงเรียนมาเพื่อโปรด...." เยิ่นเย้อและไม่เหมาะสม ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่า "จึงเรียนมาเพื่อ..." (ไม่มี โปรด) เช่น จึงเรียนมาเพื่อทราบ หรือ จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการ
  4. การเขียนขอบคุณแบบคาดหวังล่วงหน้า "จะขอบคุณยิ่ง" เป็นภาษาพูด คำที่เป็นภาษาเขียนและให้ความรู้สึกเน้นหนักกว่าคือ "จักขอบคุณยิ่ง"
  5. การขอความช่วยเหลือว่า "ใคร่ขอความอนุเคราะห์" เป็นการใช้คำฟุ่มเฟือยและโยงไปถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แม้จะตัดคำว่า "ใคร่" ออกไปก็ไม่เสียความหมาย ใช้แค่ "ขอความอนุเคราะห์" ก็พอแล้ว
  6. การเท้าความว่าเคยแจ้งรายละเอียดไปแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่อยากจะพูดซ้ำ จะเขียนว่า "[ความเดิมโดยสรุป] ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น" หรือ "ความแจ้งแล้ว นั้น"
  7. "ให้กับ" ไม่เป็นทางการ ที่เหมาะสมคือ "ให้แก่" ส่วนคำว่า "แด่" จะใช้กับผู้ที่อยู่ในสถานะสูงกว่า เช่น ถวายแด่
  8. "ขอเชิญมาเป็น..." และ "ไม่ทราบจะทำอย่างไร" เป็นภาษาพูด ภาษาเขียนต้องใช้ว่า "ขอเชิญไปเป็น..." และ "ไม่ทราบว่าควรทำเช่นใด" 


เรียบเรียงมาจากบทความ "การเรียนหนังสือราชการ" ของคุณสิริวิท อิสโร www.polsci.chula.ac.th/qapolsci/km3.htm ซึ่งเป็นการสรุปความมาจากโครงการอบรม "เทคนิคการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ" โดยอาจารย์จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มี.ค. 2552

แหล่งที่มา   Facebook : Thailand Investment Forum

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ใช้เซลล์เยื่อบุจมูกรักษาสุนัขอัมพาตจนเดินได้



นักวิจัยอังกฤษประสบความสำเร็จในการฉีดสเต็มเซลล์ที่เพาะจากเยื่อบุจมูก รักษาสุนัขที่ป่วยเป็นอัมพาตให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานว่า คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ร่วมกับศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู สภาวิจัยการแพทย์อังกฤษ สามารถรักษา เจ้าแจสเปอร์ สุนัขดัชชุนด์ วัย 10 ปี ให้สามารถกลับมาใช้ขาหลังได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มันประสบอุบัติเหตุเมื่อ 4 ปีก่อน ทำให้เป็นอัมพาตครึ่งตัว

โดยทีมนักวิจัยได้เพาะสเต็มเซลล์จากเยื่อบุจมูกของสุนัข จากนั้นก็ปลูกฝังเซลล์ที่ได้บนตำแหน่งที่ได้รับบาดเจ็บ หรือใช้วิธีฉีดเข้าไปในน้ำไขสันหลัง ซึ่งหลังจากใช้เวลารักษานาน 6 เดือน สุนัขหลายตัวมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถเดินบนสายพานไฟฟ้า โดยใช้เครื่องช่วยพยุง

ทั้งนี้ การทดลองดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ใช้รักษาสัตว์ที่บาดเจ็บจริง ไม่ใช่สัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการ และผลที่ได้อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ ซึ่งนักวิจัยเชื่อมั่นว่า สามารถนำเทคนิคนี้ไปใช้รักษาผู้ป่วยอัมพาตให้กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า เป็นการรักษาอัมพาตให้หายขาด เนื่องจากยังไม่สามารถฟื้นฟูการทำงานของอวัยวะอื่น ที่มีความสลับซับซ้อนกว่า อย่างเช่น การควบคุมกระเพาะปัสสาวะ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ marthymamo สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

คลิปน่ารัก 'เฟอเรท'หัวขโมย



"เฟอเรท" เป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดหนึ่ง ที่มีผู้สนใจเลี้ยงไม่น้อยในต่างประเทศ ขนที่ฟูฟ่อง หน้าตาน่ารัก บวกกับอุปนิสัยแสนซน ทำให้สัตว์ชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนรักสัตว์ได้ไม่ยาก วันนี้เราจึงมีคลิปเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารักๆ ของเจ้าเฟอเรทมาฝาก

"Christopher Pool" ผู้เผยแพร่คลิปนี้ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ ก็เป็นเจ้าของเฟอเรทแสนซนตัวหนึ่งเช่นกัน ระหว่างที่เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานนั้น เจ้าเฟอเรทสีขาวก็มาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ตัว พอเจ้านายเผลอเท่านั้นแหละ เฟอเรทตัวนี้ก็ทำสิ่งที่ไม่สมควรเลียนแบบอย่างยิ่ง เจ้าตัวยุ่งปีนขึ้นมาที่ขาขวาของเจ้านาย แล้วขโมยกระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะคาบหนีไปอย่างรวดเร็ว เล่นเอาชายหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้ง รีบตามไปเอาคืนมาแทบไม่ทัน

ซนจริงๆ เจ้าตัวเล็ก เด็กๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างเป็นอันขาด ขี้ขโมยแต่น่ารักแบบนี้ ใครสนใจอยากเลี้ยงบ้างยกมือขึ้น!

คลิปน่ารัก ปอมเมอเรเนียนเล่นชิงช้า!!



"ชิงช้า" อีกหนึ่งเครื่องเล่นยอดฮิตของเด็กๆ แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังชอบ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เจ้าสุนัขจากในคลิปตัวนี้ ลองเล่นบ้างได้อย่างไร

เจ้าสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนสีขาวหน้าตาน่ารักตัวนี้ มีชื่อว่า "ฟ็อกซ์" ดูเหมือนว่าเจ้าตูบ จะพบเครื่องเล่นถูกใจในสวนสนุกเข้าให้แล้ว เมื่อฟ็อกซ์ขึ้นไปนั่งอยู่บนชิงช้า แล้วให้เด็กชายคนหนึ่งแกว่งไกวให้อย่างสนุกสนาน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปว่าจะเกิดอันตรายกับเจ้าตูบ เพราะชิงช้าอันนี้ไม่ใช่ไม้กระดานแบนๆ แบบทั่วไป แต่ทำให้มีลักษณะคล้ายตะกร้า ฟ็อกซ์เลยได้เล่นชิงช้าอย่างปลอดภัยและสบายใจเฉิบ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด แม้เด็กชายจะแกว่งให้ค่อนข้างแรงก็ตาม

ใครอยากดัดแปลงไปให้สุนัขของตนเองเล่นบ้างก็เจ๋งไม่น้อย เพราะพิสูจน์โดยเจ้าฟ็อกซ์แล้ว ต้องเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินให้สัตว์เลี้ยงของท่านแน่นอน

วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่าทึ่ง นกแก้วร้องเพลง 'กังนัม สไตล์'



ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เพลง "กังนัม สไตล์" ของนักร้อง "ไซ" สร้างกระแสโด่งดังไปทั่วโลก และไม่มีใครไม่รู้จักท่าเต้นควบม้าอันเลื่องชื่อ ถึงขนาดศิลปินจากฝั่งตะวันตกยังขอเลียนแบบกันยกใหญ่

ล่าสุดไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่ร้องเล่นเต้นตามเพลงฮิตเพลงนี้ เจ้านกแก้วสีขาวจากในคลิปก็ขออินเทรนด์กับเขาด้วยเหมือนกัน เป็นที่รู้กันว่านกแก้วสามารถเลียนเสียงต่างๆ ได้ แม้กระทั่งเสียงเครื่องยนต์ ดังนั้นเพลงฮิตที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่างนี้ ขอบอกว่าสบายมาก โดยเจ้านกแก้วตัวดังกล่าวเกาะอยู่บนขอบจอแล็บท็อป ที่กำลังเปิดมิวสิควีดิโอเพลงกังนัม สไตล์อยู่ แล้วนกตัวนี้ก็ออกเสียงคลอตามไปพร้อมเพลง และถึงแม้จะเต้นแบบต้นฉบับไม่ได้ นกแก้วก็แสดงออกถึงความมันส์ โดยการโยกหัวไปตามจังหวะ รับรองว่าใครได้เห็นเป็นต้องหัวเราะออกมาให้กับความน่าทึ่งของเจ้านกตัวนี้แน่นอน

คลิปนี้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ยูทูบโดย "The2apex" โดยมียอดผู้คลิกชมความสามารถของนกแก้วตัวนี้มากเกิน 8 แสนครั้งเข้าไปแล้ว ใครอยากคลายเครียด คลิกเลย.

คลิปฮา!แพนด้าแดงตกใจคน



จนท. สวนสัตว์จีนมาจากด้านหลัง ส่งเสียงดังจนลูกแพนด้าแดงตกใจหงายหลัง

เดลีเมลเผยคลิปสุดฮา แพนด้าแดงในสวนสัตว์แห่งหนึ่งในประเทศจีน ทำท่าตกใจจนหงายหลัง หลังเจ้าหน้าที่สวนสัตว์แอบเข้ามาจากด้านหลัง

ด้านผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ธรรมชาติของแพนด้าแดงจะเป็นสัตว์ขี้อาย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา 19:29 น. ที่มา http://www.dailymail.co.uk/news/article-2235628/Red-panda-Hilarious-video-babys-surprise-zoo-keeper-creeps-her.html

ห้องสมุดการ์ตูนแห่งแรก

ใกล้มาทุกขณะสำหรับแคมเปญรณรงค์สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการอ่านและเมืองหนังสือโลกปี 2556 (World Book Capital 2013) เมื่อเร็วๆ นี้  ผู้ว่าฯ กทม. ได้ทำพิธีเปิดห้องสมุดการ์ตูนขึ้นที่โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ  ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ เขตห้วยขวาง

ถือเป็นห้องสมุดการ์ตูนแห่งแรกใน กทม. ที่จะใช้สื่อการ์ตูนเป็นตัวขับเคลื่อนสร้างแรงบันดาลใจเสริมจินตนาการให้เด็กเยาวชน  รวมถึงประชาชนทั่วไปให้มีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น

จัดสร้างภายใต้แนวคิด "การ์ตูน...แรงบันดาลใจสู่การอ่าน" (Cartoon ...Inspiration of Reading) เป็นห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้มิติใหม่ที่มีรูปแบบทันสมัย สวยงาม และเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ง่าย ค้นคว้าข้อมูลด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างอิสระ

ภายใต้ห้องจะตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนที่เด็กชื่นชอบ มีการรวบรวมหนังสือ สื่อทางด้านการ์ตูน รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย

เปิดบริการทุกวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 - 20.00 น. ส่วนวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 09.00 - 17.00 น.

เบื่อห้องสมุดแบบเดิมๆ เปลี่ยนบรรยากาศไปใช้บริการห้องสมุดการ์ตูนได้ รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 021-277-2161-2

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพุธที่ 21  พ.ย. 55 (275)

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

20 พฤศจิกายน : วันเด็กสากล


เด็กแรกเกิดซึ่งต้องอยู่ในตู้อบที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศมอลโดวา ซึ่งตั้งอยู่ในยุโรปตะวันออก

วันที่ 20 พฤศจิกายน ของทุกปีถือเป็นวันเด็กสากล (Universal Children’s Day) และปีนี้เป็นปีที่พิเศษ เพราะเป็นการครบรอบ 23 ปีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ซึ่งระบุว่าเด็กทุกคนในโลกนี้เกิดมาพร้อมสิทธิต่างๆ ตั้งแต่สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่รอด ปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ได้รับการศึกษาและพัฒนาตามวัย ตลอดจนได้รับการปกป้องคุ้มครองจากอันตราย การถูกละเมิดและถูกแสวงประโยชน์

นอกจากนี้เด็กๆ ทุกคนยังมีสิทธิแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับตน

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนิเซฟ กรุณาไปที่ www.unicef.or.th หรือ www.facebook.com/unicefthailand

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วันส้วมโลก...19 พฤศจิกายน



ใช่แล้ว..วันที่ 19 พฤศจิกายนเป็น “วันส้วมโลก“ วันที่ย้ำเตือนให้ระลึกถึงห้องส้วมว่าสำคัญและจำเป็นต่อชีวิตอย่างไร พร้อมกับกระตุ้นให้คนอีกราวๆ 2.6 พันล้านคน (เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก)  ที่ยังใช้ชีวิตแบบไร้ห้องสุขาถูกหลักอนามัย ได้หันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย

เพราะการไร้ส้วมเป็นเหตุให้…  อหิวาห์ยังเดินหน้าคร่าชีวิตเด็กๆ ในประเทศกำลังพัฒนา เด็กเสียชีวิตเพราะเชื้ออหิวาห์มากกว่าเชื้อ HIV ถึง 5 เท่า

ว่าจะไป ส้วมก็สำคัญจริงๆ นั่นแหละ
 ลองนึกถึงบ้านหรือคอนโดห้องเล็กๆ
 ถ้าไม่มีครัว ไม่มีห้องนอน หรือไม่มีห้องรับแขก…ก็ยังพออยู๋ได้เนอะ
 แต่ถ้าไม่มีห้องน้ำห้องส้วมนี่แย่แน่ๆ
 คงขึ้นกรูดทุกเช้า เวลาต้องวิ่งหาส้วม..บรื๋ยย ไม่อยากคิด
 ต้องขอบคุณที่ยังมีส้วมดีๆ ให้เราเข้าในทุกเช้าหลังตื่นนอน ^_^

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก เหมียวดูเทนนิส



คลิปต่อไปนี้ พาไปดูความตลกและน่ารักของเจ้าลูกแมวเหมียว 2 ตัว ที่เป็นแฟนกีฬาตัวยง

ลูกแมวลายเสือ 2 ตัว กำลังซุ่มอยู่ในตะกร้าบนชั้นเล็กๆ พอพิจารณาดูสักพักและฟังจากเสียงในทีวีจึงรู้ว่า ทั้ง 2 ตัวกำลังหมอบดูเทนนิสอยู่อย่างตั้งใจ เจ้าเหมียวมองไปทางซ้ายที ทางขวาที รวมทั้งมองด้านบนด้านล่าง ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของลูกเทนนิสและสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในจอทีวี อย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้งคู่ดูกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก จนเรียกรอยยิ้มอารมณ์ดีจากผู้ที่ได้รับชม

น่ารักขนาดนี้จึงไม่แปลกใจเลยที่จะมีคนคลิกเข้ามาชมผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ ที่เผยแพร่โดย "Funnycatsandnicefish" มากเกิน 7.5 แสนครั้งแล้ว ใครชอบแมว ต้องดู!.

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปทึ่ง สุนัขรับจ๊อบเป็นหมอฟัน!!



สุนัข เป็นสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อความเพลิดเพลินและเป็นเพื่อนเล่นยามเหงา แต่สุนัขของบางครอบครัวที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี ก็อาจสามารถช่วยงานเจ้าของบ้านได้ด้วย อย่างเช่น เจ้า "แคลนซี่" สุนัขของครอบครัว "เรย์" ในคลิปนี้

หนูน้อย แชนนิ่ง เรย์ วัย 6 ขวบ พบว่าฟันของเธอโยก คุณพ่อเล็งเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปหาทันตแพทย์ เลยจัดการผูกฟันที่โยกของเธอกับปลอกคอเจ้าแคลนซี่ แล้วก็มอบลูกเทนนิสให้เธอหนึ่งลูก ไว้ให้เธอโยนล่อเจ้าตูบให้ไปคาบมาเมื่อพร้อม

ทันทีที่โยนลูกบอลไป เจ้าแคลนซี่ก็วิ่งไปทันที พร้อมกับดึงฟันน้ำนมของหนูน้อยที่โยกอยู่ให้หลุดตามไปด้วย เป็นอันเสร็จภารกิจถอนฟันที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถทำได้เองในครอบครัว ซึ่งคุณพ่อก็ถูกอกถูกใจยกใหญ่ถึงกับกล่าวชมเชยเจ้าตูบว่าเป็นหมอฟันเลยทีเดียว

ใครจะลองนำวิธีนี้ไปใช้บ้าง ก็น่าสนใจไม่น้อย เชิญรับชมสุนัขแสนรู้กับหน้าที่หมอฟันเฉพาะกิจตัวนี้กันได้เลย

คลิปฮา สุนัขกลัวความสูงไม่กล้าลงบันได



ใครเห็นเจ้าเซนต์เบอร์นาร์ดตัวใหญ่จากในคลิปนี้ ก็ต้องอุ่นใจและคิดว่าเจ้านี่คงสามารถปกป้องเราและข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามได้

แต่เมื่อดูคลิปจนจบ ความน่าเกรงขามของเจ้าตูบกลับหายไปอย่างสิ้นเชิง เพราะความกล้าหาญของเจ้านี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนตัวเลยสักนิด เนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เจ้าเซนต์เบอร์นาร์ดตัวใหญ่ยักษ์ตัวนี้ ได้เดินตามเจ้าของชาวโปแลนด์ ปีนขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา ตอนเดินขึ้นก็คงยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่พอขาลงเท่านั้นเจ้าตูบจึงเพิ่งตระหนักถึงความสูงชันของบันได แล้วก็เกิดอาการกลัวความสูงจนไม่กล้าลงซะอย่างนั้น แม้เจ้าของจะพูดจาปลอบขวัญและบังคับอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ขนาดมีคนมาดันก้นเพื่อกระตุ้นให้เจ้าตูบลงไปด้านล่างก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเมื่อชายผู้เป็นเจ้าของเห็นว่าคงไม่มีทางใดชักจูงหว่านล้อมให้เจ้าตูบหายกลัวและยอมลงมาได้ จึงตัดสินใจอุ้มสุนัขของตนลงมาราวกับอุ้มเด็กซะเลย เจ้าตูบจึงลงมาด้านล่างได้สักที

เจ้าเซนต์เบอร์นาร์ดเอ๋ย ตัวใหญ่ซะเปล่า โชว์ความขี้ขลาดออกมาแบบนี้เสียลุคหมด! เชิญคลิกชมความฮาและน่ารักของเจ้าตูบตัวใหญ่ตัวนี้กันได้เลย

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รัก...ที่ไม่มีเงื่อนไข

รัก...ที่ไม่มีเงื่อนไข
"We long for an affection altogether ignorant of our faults.   
Heaven has accorded this to us in the uncritical canine attachment.
-  George Eliot

"ลูกกกก...ระวัางงงงงงง นั่นไง.... จะชนชาวบ้านเค้าแล้วเห็นมั้ย โอ๊ยยย...นั่งรถแกแล้วพ่อหวาดเสียวจริงๆ"

"โธ่พ่อจ๋า...หนูเห็นแล้วน่ะพ่อ หนูไม่ชนหรอก พ่อร้องดังจะตาย หนูจะชนเขาก็เพราะเสียงตกใจของพ่อนี่แหละ"

พ่อคนนี้ เดิมมีอาชีพเป็นช่างตัดซุง เขาชนะการแข่งขันตัดซุงจนมีเหรียญรางวัลเต็มหิ้ง มาระยะหลัง ชายแก่ยกอะไรไม่ค่อยไหว เพราะตอนอายุ 67 เขาเกิดอาการหัวใจกำเริบจนต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้น ก็หมดอาลัยตายอยากในชีวิต  ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น ใครจะพูด จะแนะนำ อย่างไรก็ไม่ฟัง  จนเพื่อนๆ และคนรอบข้างพากันเอื้อมระอา  เพราะเขาจะเอามาแต่พูดประชดประชัน ดูถูกดูแคลนคนโน้นคนนี้ไปทั่ว

สุดท้าย ลูกสาวกับสามี จึงตกลงใจรับพ่อมาอยู่ที่ไร่ด้วยกัน  เผื่อธรรมชาติจะช่วยทำให้หัวใจของพ่อชุ่มชื้นขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่า พ่อเข้าโหมดบ่นไม่หยุด หงุดหงิดง่าย ว่ากล่าวเป็นประจำ จนลูกสาวและลูกเขยหมดกำลังใจที่จะดูแลพ่อต่อไป  ทั้งคู่จึงตัดสินใจโทรไปหาหน่วยงานด้านสุขภาพจิต แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรพ่อได้ จนวันหนึ่ง ลูกสาวได้อ่านเจอบทความเกี่ยวกับการให้คนสูงวัยที่เป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังเลี้ยงสุนัข ซึ่งมีผลวิจัยพบว่า จะทำให้ทัศนคติต่อชีวิตของผู้สูงวัยพัฒนาขึ้น

ลูกสาวจึงได้ไปสถานพักพิงสุนัขที่พลัดหลง เพื่อเลือกสุนัขมาเลี้ยงสักตัว ทันใดนั้น เธอก็เห็นสุนัขพันธุ์บ้านๆ  (ประมาณสุนัขที่อยู่ตามวัดบ้านเรา) ผอมโซมีแต่หนังหุ้มกระดูกนั่งอยู่  เจ้าหน้าที่เล่าว่า สุนัขตัวนี้ไม่ยอมไปไหน วันๆ เอาแต่นั่งรอเจ้าของมารับ แต่สถานที่พักพิงจะต้องจำหน่ายสุนัขตัวนี้ออกไปในวันพรุ่งนี้ เพราะสามารถเก็บสุนัขได้แค่ 2 อาทิตย์เท่านั้น

"หมายความว่า สุนัขตัวนี้จะต้องถูกฆ่า"

"ใช่ครับ  เราจะฉีดยาให้เขาหลับไปตลอดชีวิตครับ"

ลูกสาวจึงตัดสินใจรับสุนัขตัวนี้กลับไปให้พ่อเลี้ยง แต่พอพ่อเห็นเจ้าตูบเข้า กลับสบถออกมา จนลูกสาวทนไม่ไหว

"เอาสุนัขจรจัดผอมเหมือนผีตายซากตัวนี้มาให้พ่อได้ไง สารรูปเห็นแล้วจะอ๊วก เอาป๊ายยยยยยยยย.... ฉันไม่เอา เอากลับไป"

ลูกสาวเสียใจและทนความเจ้าอารมณ์ของพ่อไม่ไหว จึงกรรโชติเสียงออกไปว่า "เรื่องของพ่อ หนูไม่ยุ่งด้วยแล้ว ไม่เคยมองความปรารถนาดีของลูกเลย" แล้วลูกสาวก็เดินหนีไป

ส่วนเจ้าตูบที่น่ารังเกียจ กลับหมอบลงแทบเท้าชายแก่ พร้อมเลียฝ่าเท้าให้ตลอด ชายแก่เริ่มสงสารและรักใคร่เอ็นดู คอยหาข้าวหาน้ำมาป้อนให้  จนในที่สุดเขาอาบน้ำ แล้วนำมันมานอนหน้าเตียงทุกคืน

ทุกวันชายแก่คิดเพียงว่า สุนัขต้องออกกำลังกาย ต้องออกไปนอกบ้าน  เพื่อจะได้เดิน กล้ามเนื้อจะได้แข็งแรง เขามีความสุขอยู่กับ "การให้" และ "การรับ"  ความรู้สึกผูกพันและห่วงใยอย่างไม่มีเงื่อนไขของสุนัข แม้ในช่วงแรก สุนัขจะถูกชายแก่บ่นด่า แต่สุนัขก็วิ่งเข้ามาเลียมือของเขาเสมอ

บ้านเริ่มเป็นบ้านขึ้นมาแล้ว ชายแก่มีความสุขและมีรอยยิ้มกลับคืนมา จนตีสองของคืนหนึ่ง เจ้าตูบได้วิ่งไปที่ห้องลูกสาว ใช้เท้าเขี่ยประตู

"เกิดอะไรขึ้น" เจ้าสุนัขเดินนำลูกสาวไปที่ห้องนอนของผู้เป็นพ่อ ศพชายแก่นอนแน่นิ่งพร้อมรอยยิ้มที่ใบหน้า สะท้อนถึงความสงบสุขก่อนที่จะจากโลกนี้ไป  ใช่...เขาจากลูกๆ และเจ้าสุนัขผู้ซื่อสัตย์ไปแล้ว อย่างไม่มีวันกลับคืนมา

เจ้าสุนัขไม่ยอมกินข้าวและนอนหมอบอยู่หน้าเตียง ตั้งแต่วันที่ชายแก่จากไป

ในงานศพ ลูกสาวและลูกเขยต่างตกใจที่คนในหมู่บ้านต่างพากันมาร่วมงานศพมากมาย ถูกต้องค่ะ...ตอนที่ชายแก่จูงสุนัขออกไปเดินเล่น เขาได้พบปะผู้คน ความกดดันต่างๆ จึงลดลง เมื่อได้เห็น ได้พูดคุย และได้หัวเราะกับคนวัยเดียวกันที่เข้าอกเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน โดยความสุขเหล่านี้เริ่มต้นจากสุนัขตัวนี้นี่เอง

"ฉันขอบใจเธอมาก นางฟ้าของฉัน เธอทำให้ชีวิตของพ่อฉันสงบเย็นและมีแต่รอยยิ้ม ฉันขอบใจเธอมากนะเจ้าตูบ"

หลังจากงานศพคืนที่สอง สุนัขผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้ก็ตรอมใจตาย เพราะไม่สามารถทนความคิดถึง ความผูกพัน และความจงรักภักดีที่มีต่อชายแก่ได้ เมื่อลูกสาวเปิดห้องนอนของผู้เป็นพ่อเพื่อนำอาหารมาให้สุนัข สุนัขตัวนี้ก็ยังทำหน้าที่ของมันจวบจนวินาทีสุดท้าย


"We long for an affection altogether ignorant of our faults.   Heaven has accorded this to us in the uncritical canine attachment." -  George Eliot

จอร์จ อีเลียต กล่าวไว้ว่า คนเราต้องการความรัก และไม่อยากให้ใครมองเห็นข้อผิดพลาดที่บางครั้งเราเผลอทำขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ  โชคดีที่สวรรค์เห็นด้วยกับความจริงข้อนี้  สวรรค์จึงได้ส่งความรักของสุนัขที่ปริ่มด้วยความผูกพันและสัตย์ซื่อมาให้มนุษย์  อันเป็นความรักที่ไม่มีการต่อล้อต่อเถียง และเป็นความรักสุดหัวใจที่มอบให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

บางทีสุนัขก็ให้แง่คิดมากล้นสำหรับเรา ขอบคุณสุนัขตัวนี้ที่กระตุกสติให้เราได้คิดถึงความสุขที่ปราศจากเงื่อนไขที่มอบให้กันและกัน ขอบคุณจริงๆ

แหล่งที่มา   นิตยสารเพื่อสุขภาพเต็มร้อย ฉบับ July, 2012

ถนนสายไม้ ซ.ประชานฤมิตร

ผู้ที่หลงใหลความคลาสิกในงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ในแบบลวดลายต่างๆ มาเดินช็อป  ชมให้เพลินที่ถนนสายไม้ "ซ.ประชานฤมิตร" อยู่ในชุมชนประชานฤมิตร ซ. ประชานฤมิตร ใกล้แค่นี้เอง

ชุมชนแห่งนี้ เกิดขึ้นในปี 2522 มีชาวจีนจากวัดญวน สะพานขาว ถ.ดำรงรัก สะพานดำ วัดสระเกศ และบางลำพู ได้ย้ายมาตั้งถ่ินฐานใหม่ใน ซ.ประชานฤมิตร โดยนำอาชีพดั้งเดิมติดตัวมาด้วยคือ "งานแกะสลักเครื่องไม้"

ด้วยฝีมือที่ประณีตสวยงามและมีการสืบทอดมาโดยตลอด ทำให้บ้านเกือบทุกหลังในซอยนี้มีอาชีพแกะสลักงานเครื่องไม้ และกลายเป็นแหล่งชุมชนโรงงานผลิตเครื่องตกแต่งไม้สำเร็จรูป

แม้ว่างานส่วนใหญ่จะใช้เครื่องจักรผลิต แต่งานแกะสลักไม้ที่เป็นลวดลายไทยก็ยังต้องใช้แรงงานฝีมือ

นอกจากนี้ ยังรับผลิตงานตามสั่ง โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายของชิ้นงาน สินค้าที่นี่จะมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปถึงร้อยละ 30

ปัจจุบันมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนนมากกว่า 200 ร้าน  จำหน่ายตั้งแต่ของตกแต่งบ้านเล็กๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ถือเป็นแหล่งรวมเครื่องตกแต่งไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจนได้รับการขนานนามว่า "ถนนเฟอร์นิเจอร์"

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 12  พ.ย. 55 (268)

Google Logo : 12 พ.ย.2555 Auguste Rodin's 172 Birthday



ออกุสต์ โรแดง (อังกฤษ: Auguste Rodin) มีชื่อเต็มว่า ฟรองซัว โอกุสต์ เรอเน โรแด็ง (ฝรั่งเศส: François-Auguste-René Rodin) (12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1840 - 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917) เป็นประติมากรชาวฝรั่งเศส

โรแดงเริ่มศึกษาประติมากรรมที่ปารีส มีชื่อเสียงจากการสร้างรูปปั้นจำลอง งานชิ้นหลัง ๆ ของเขาได้รับแรงบรรดาลใจจากดังเตกวีคนสำคัญ โดยผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ “ประตูนรก” (The Gates of Hell) ซึ่งได้แรงบรรดาลใจจากฉากในกวีนิพนธ์ “ไฟนรก” (Inferno) ของดังเต และรูปปั้น “นักคิด” (The Thinker) ที่นำเสนอภาพของดังเตเมื่อยามครุ่นคิด

แม้ว่าโรแดงจะถือกันว่าเป็นผู้ที่มีส่วนริเริ่มการประติมากรรมสมัยใหม่[1]แต่ความจริงแล้วโรแดงมิได้มีความตั้งใจจะปฏิรูปศิลปะแบบที่ทำกันมา โรแดงได้รับการศึกษาจากสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งฝรั่งเศส (Académie des beaux-arts) การสร้างงานก็เป็นไปตามวิธีช่างอย่างที่เรียนมาเพื่อที่จะได้เป็นที่ยอมรับกันทางสถาบัน [2] ในการสร้างงานประติมาffsdf กรรมโรแดงมีความสามารถที่ทำให้เห็นถึงความซับซ้อนและความปั่นป่วนภายในเนื้อดินที่ปั้น

งานชิ้นสำคัญๆ ของโรแดงถูกนักวิจารณ์โจมตีโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะลักษณะงานขัดแย้งกับการทำประติมากรรมตามแบบแผนดั้งเดิมซึ่งเป็นการสร้างงานเพื่อการตกแต่ง, เป็นสูตร, และมีจุดมุ่งหมายในการสื่อใจความของภาพ แต่งานของโรแดงจะต่างออกไปจากการปั้นเรื่องเทพกรีกโรมันและการใช้สัญลักษณ์แฝงคติอย่างที่ทำกันมา งานของโรแดงจะเป็นรูปสรีระที่เหมือนจริงและเป็นการเทิดทูนความงามของร่างกาย โรแดงมีความสะเทือนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์แต่ก็ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนวิธีสร้างงานของตนเอง และงานของโรแดงในที่สุดก็เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นจากรัฐบาลและสังคมศิลปิน

จากงานชิ้นสำคัญๆ ซึ่งมีอิทธิพลจากการท่องเที่ยวอิตาลีในปี ค.ศ. 1875 ไปจนถึงงานที่แปลกไปจากแนวที่ได้รับสัญญาจ้าง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 โรแดงก็กลายมาเป็นประติมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลกมึลูกค้าผู้มีฐานะดีทีเสาะหางานของโรแดงตั้งแต่นำงานไปแสดงที่งานมหกรรมสินค้าโลก ค.ศ. 1900 (1900 World's Fair) ที่สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นโรแดงยังสังคมอยู่ในแวดวงศิลปินและผู้รู้ผู้มีชื่อเสียง โรแดงแต่งงานกับโรส บูเรท์ผู้ที่โรแดงอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตเมื่อปึสุดท้ายของชีวิตของทั้งสองคน


วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก ระวังเหมียวดุ!



บ้านไหนเลี้ยงแมวบ้างเอ่ย แล้วแมวที่บ้านคุณดุเท่าแมวจากคลิปที่นำมาให้ดูวันนี้หรือเปล่า?

เจ้าของของเหมียวสีขาวบริสุทธิ์ตัวนี้คือ "AlexanderLitvinchuk" และเป็นผู้เผยแพร่คลิปน่ารักนี้ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบมาให้เราได้ดูกัน โดยแมวของชายคนดังกล่าว ได้ปีนขึ้นไปอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งไม่มีเครื่องสำอางใดๆ อยู่บนโต๊ะ แต่มีกระจกบานใหญ่ เมื่อเหมียวหันไปเห็นตัวเองในกระจก ก็คงคิดว่ามีแมวตัวอื่นเข้ามาในบ้าน จึงได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด และขู่ใส่กระจกอย่างดุร้าย โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเจ้านายของเหมียวและแฟนสาวของเขา ก็ยืนดูอยู่ด้วยความขำขัน

โถ! เจ้าเหมียวที่น่าสงสาร ดุขนาดนี้คิดว่าแมวตัวอื่นจะกลัว ที่ไหนได้กลับเป็นตัวเองซะนี่ คลิปนี้เผยแพร่ยังไม่ถึงอาทิตย์ แต่ก็มีคนคลิกเข้ามาชมความน่ารักทะลุ 3 แสนครั้งไปแล้ว ใครรักแมว ต้องชม

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

8 อาชีพ ที่จะHot ที่สุดใน ASEAN

ในปี ค.ศ. 2015 ( พ.ศ.2558) ที่จะถึงนี้เราจะมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเกิดขึ้น ซึ่งอาเซียน (ASEAN) หรือ สมาคมประชาชาติเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (The Association for Southeast Asian Nations) ประกอบด้วยสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา ได้รวมกลุ่มกันเพื่อร่วมมือเสริมสร้างให้ภูมิภาคมีสันติภาพนามาซึ่ง เสถียรภาพทางการเมือง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อีกทั้งได้จัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Community: AEC) เพื่อส่งเสริมให้เป็นตลาดและฐานผลิตเดียวที่มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ และการลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุนอย่างเสรี ทั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายให้เป็นปีที่มีลักษณะของการรวมกลุ่มประเทศเปลี่ยน เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทาให้เกิดผลกระทบด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านแรงงาน จะมีการถ่ายเทแรงงานด้านฝีมือเพื่อให้สามารถทางานในประเทศสมาชิกได้ง่ายขึ้นใน 8 สาขาอาชีพ คือ
  1. วิศวกรรม
  2. การสำรวจ
  3. สถาปัตยกรรม
  4. แพทย์
  5. ทันตแพทย์
  6. พยาบาล
  7. บัญชี
  8. การบริการ/การท่องเที่ยว
แหล่งที่มา    เว็บไซต์กระปุกดอทคอม 9 พ.ย. 55 15.20 น.

คลิปน่ารัก! แม่ลูกต่างสายพันธุ์ ลิงบาบูนเลี้ยงแมวน้อยไม่ห่างกาย



เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ รายงานเรื่องราวสุดน่ารักของมิตรภาพสัตว์ต่างสายพันธุ์ระหว่างลิงบาบูนและลูกแมวเหมียว ที่ดูแลกันและกันไม่ห่างในสวนสัตว์ของอิสราเอล

รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้มีลูกแมวเหมียวตัวหนึ่งหลงเข้ามาในกรงของเจ้าลิงบาบูนตัวนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำร้ายลูกแมวแต่อย่างใด แต่มันกลับรักและเอ็นดูลูกแมวเหมือนเป็นลูกของตัวเองยังไงยังงั้น โดยเจ้าบาบูนจะไม่ยอมให้ลูกแมวห่างกายไปไหน และจะคอยหาเห็บให้อยู่เสมอ ขณะที่ลูกแมวเองก็ดูจะชื่นชอบแม่ใหม่ของมันเช่นกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้เจ้าลิงบาบูนดูเหมือนจะรักใคร่เอ็นดูลูกแมว แต่จริง ๆ แล้วมันก็แสบไม่เบา เพราะแอบย่องไปขโมยอาหารของลูกแมวบ่อย ๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ก็กล่าวด้วยว่า หากเจ้าบาบูนยังขโมยอาหารลูกแมวอยู่แบบนี้ เห็นทีพวกเขาคงต้องจับพวกมันแยกกัน มิฉะนั้นลูกแมวอาจจะอดอาหารตายก็เป็นได้

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง

จากบันทึกประวัีติศาสตร์กล่าวว่า รถม้าเริ่มเข้าสู่ไทยมาแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยนั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่เดิมใช้เฉพาะในหมู่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ หลังจาก ร.5 เสด็จกลับจากประพาสยุโรปจึงเริ่มใช้รถม้ามากขึ้น โดยรถม้าพระที่นั่งที่ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินแต่ละครั้งประกอบไปด้วย รถม้าพระที่นั่ง รถม้าพระที่นั่งรอง และรถม้าพระประเทียบ

สมัย ร.6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งกรมพระอัศวราช เพื่อจัดหาม้า รถม้า ฝึกซ้อมสารถี ฝึกซ้อมม้าเพื่อเข้าประจำการรถม้า พระที่นั่งอย่างเป็นกิจจะลักษณะ แต่พอเข้าสู่ ร.8 รถยนต์เริ่มเข้ามาแทนที่ รถม้าเริ่มมีสภาพทรุดโทรมก็หมดความนิยม มิได้ถูกนำมาใช้งานฝึกต่อไป

ปัจจบันพิพิธภัณฑ์จัดแสดงรถม้าพระที่นั่งรวม 13 คัน แต่ละคันเคยเข้าร่วมในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ในอดีตทั้งสิ้น ทั้งยังเข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น.  ตั๋วผู้ใหญ่ 75 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 20 บาท หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า โทร. 02-628-6300-5

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพุธที่ 31 ต.ค. 55 (260)

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Google Logo : 8 พ.ย.55 Bram Stoker's 165th Birthday



บราม สโตกเกอร์ (Bram Stoker) มีชื่อจริงว่า อับราฮัม สโตกเกอร์ (Abraham Stoker) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1847 ที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เป็นบุตรชายคนที่ 3 จากบรรดาพี่น้องทั้งหมด 7 คน บิดาของสโตกเกอร์เป็นข้าราชการ ส่วนมารดาซึ่งเป็นนักเรียกร้องสิทธิสตรีรุ่นแรก ๆ Bram Stoker เป็นคนช่างฝันและจินตนาการและชอบอ่านหนังสือ สโตกเกอร์ชื่นชอบในเรื่องประวัติศาสตร์ยุโรป, การเล่นแร่แปรธาตุ และที่ชอบมากที่สุดคือเรื่องเกี่ยวกับ “แวมไพร์” ผีร้ายตามความเชื่อของชาวยุโรปในยุคกลาง ซึ่งได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานเขียนวรรณคดีชิ้นสำคัญต่อไป

Bram Stoker recites from “Dracula”
เมื่อโตขึ้นเป็นวัยรุ่น Bram Stoker กลับมีร่างกายแข็งแรงถึงขนาดเป็นนักกีฬาแชมเปี้ยนของโรงเรียนโดยเฉพาะฟุตบอล สโตกเกอร์เรียนจบจากทรินิตีคอลเลจในดับลิน (Trinity College, Dublin) จากนั้นก็เข้ารับราชการตามรอยบิดา พร้อมกับเริ่มเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ เดอะ ไอริช อีโค (The Irish Echo) และได้รู้จักกับเหล่านักเขียน นักแสดงจากลอนดอน ในที่สุดเมื่ออายุ 31 ปี เพื่อนนักแสดงละครเวทีของเช็คสเปียร์ชาวอังกฤษชื่อ เฮนรี่ ไอร์วิ่ง (Henry Irving) ช่วยให้เขาได้งานบริหารพิพิธภัณฑ์ไลเซียม เธียเตอร์ในลอนดอน (Lyceum Theatre, London) สโตเกอร์แต่งงาน มีลูกชายหนึ่งคน แต่ต่อมาก็อยู่แยกกับภรรยา แต่ก็ยังไปปรากฏตัวร่วมกันเมื่อออกงานสังคม

งานเขียนทั้งหมดของ Bram Stoker มีทั้งหมด 32 เรื่อง ทั้งนวนิยาย, สารคดี, เรื่องสั้นและงานวิจารณ์ แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีเรื่องไหนที่จะประสบความสำเร็จเท่า แดรกคูลา ในปี ค.ศ. 1897 ซึ่งกล่าวกันว่าสโตกเกอร์ได้แนวคิดเกี่ยวกับแวมไพร์นี้มาจากฝันร้ายของเขาเอง จากนั้นเขาก็ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องแวมไพร์นี้อย่างจริงจังในห้องสมุด

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ mThai

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่าทึ่ง ช้างเลียนเสียงมนุษย์!!



หลายคนคงเคยอ่านหนังสือนิทานสมัยเด็กๆ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์สามารถพูดคุยติดต่อสื่อสารกับคนได้ แต่ใครจะไปคิดว่านี่อาจเป็นเรื่องจริงก็ได้

ณ สวนสัตว์แห่งหนึ่ง ในประเทศเกาหลีใต้ มีช้างเอเชียตัวผู้เชือกหนึ่งนามว่า "โคชิก" สามารถเลียนแบบเสียงของมนุษย์ผู้เป็นครูฝึกได้ โดยคำภาษาเกาหลีที่โคชิกเปล่งเสียงออกมานั้นคือคำว่า "ชูอา" ซึ่งแปลว่า "ดี" ในภาษาไทย ซึ่งบรรดาเจ้าของภาษาต่างยืนยันว่า ออกเสียงได้ชัดเป๊ะ นอกจากนั้นเจ้าช้างตัวนี้ยังสามารถเลียนเสียงคำอื่นได้อีก เช่น "รำคาญ", "นั่งลง", "ไม่" เป็นต้น แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า การที่ช้างพูดภาษามนุษย์ได้แบบนี้ จะเข้าใจความหมายด้วยหรือเปล่า

ช่างน่าทึ่งจริงๆ หากควาญช้างไทย ฝึกช้างในประเทศเราพูดภาษาไทยได้บ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย เชิญรับชม "เจ้าโคชิก" ช้างแสนรู้ตัวนี้กันได้เลย.

คลิปฮา แพะเล่นรถเข็น!!



ดูจากคลิปนี้แล้ว คงไม่ได้มีแค่เด็กที่ชอบนั่งบนรถเข็นแล้วโดนลากไปมา หรือไม่ก็เป็นฝ่ายลากหรือเข็นรถซะเอง เพราะเจ้าแพะกลุ่มนี้ ก็ชอบกิจกรรมแบบนี้เช่นเดียวกัน

แพะเลี้ยงฝูงนี้ คงจะเบื่อเต็มทีกับกิจวัตรประจำวันแบบเดิมๆ พวกนี้จึงหากิจกรรมสนุกๆ แปลกใหม่เพื่อเติมรสชาติให้ชีวิต โดยหาเอาจากอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่อยู่รอบๆ ตัว ว่าแล้วเจ้าตัวหนึ่งก็เกิดไอเดียขึ้นไปอยู่บนรถเข็น แล้วให้เพื่อนอีกตัวผลักลงตามทางลาด ซึ่งรถก็ไหลไปเรื่อยๆ จนหยุดเอง ดูแล้วน่าสนุก เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าพวกนี้ยังใช้ขาหน้าวางในกระบะแล้วเดิน 2 ขา เข็นรถไปมา เห็นแล้วไม่น่าเชื่อว่าการละเล่นดังกล่าวจะเป็นกิจกรรมของแพะ

ใครกำลังเคร่งเครียดจากหน้าที่การงาน เชิญคลิกเข้ามาชมเจ้าแพะอารมณ์ดีพวกนี้ รับรองยิ้มออกแน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก สุนัขแสดงกายกรรม



สุนัขจากคลิปต่อไปนี้ รับรองได้ว่าใครได้รับชมก็จะต้องหลงรักในความสามารถอันเก่งกาจของเจ้าตูบแน่นอน

"ออซซี่" คือชื่อของเจ้าหมาสีน้ำตาล พรสวรรค์สูงตัวนี้ จากคลิปจะเห็นได้ว่า "ออซซี่" กำลังฝึกฝนการแสดงอันน่าทึ่งกับเจ้านายของตนอยู่ โดยมีเชือกผูกขึงแบบหย่อนๆ ระหว่างต้นไม้ 2 ต้น แล้วเจ้าตูบก็โชว์ความสามารถเฉพาะตัวด้วยการก้าวขึ้นไปยืนทรงตัว 2 ขาอยู่บนเชือกเส้นนั้นได้นานหลายวินาที หลังจากได้รับคำสั่งจากเจ้านาย

 ทักษะการแสดงกายกรรมผาดโผนอันน่าทึ่งแบบนี้ ไม่ได้จะทำกันได้ง่ายๆ ต้องปรบมือให้ทั้งคนฝึกและเจ้าตูบ ที่ฝึกฝนจนเก่งขนาดนี้ เชิญคลิกรับชมความน่ารักกันได้แล้ว

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก แมวต่อสู้แย่งกันเป็นเจ้าของบ้าน!!




บ้านสวยๆ น่าอยู่ ใครๆ ก็อยากครอบครองเป็นเจ้าของ ไม่เว้นแม้แต่ในสายตาของสัตว์เลี้ยงอย่างแมวเหมียวจากคลิปนี้

จากคลิปจะเห็นว่า บ้านแมวหลังกะทัดรัดลายสก็อตสุดน่ารัก ถูกจับจองโดยเจ้าเหมียวสีขาว-ดำตัวหนึ่ง ที่อาศัยอยู่อย่างสบายใจ ข้างๆ กันนั้นก็มีเจ้าลูกแมวสีส้มแอบซุ่มดูอยู่และคงอยากเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้เช่นกัน ว่าแล้วก็เลยเปิดฉากโจมตีเจ้าแมวตัวใหญ่กว่าซะเลย

ลูกแมวพยายามก่อกวนความสงบสุขทุกวิถีทาง จนเจ้าตัวใหญ่ทนไม่ไหว กระโดดออกมาจากบ้านแสนสุขเพื่อต่อสู้กัน และดูเหมือนว่าตัวใหญ่จะเป็นฝ่ายชนะ จึงเดินกลับเข้าบ้าน แต่เจ้าลูกแมวกลับไม่ยอมแพ้ ตามมาโจมตีอีก หนักเข้าก็เลยกระโดดเข้าไปต่อสู้กันในบ้านซะเลย สุดท้ายเหมียวตัวใหญ่ทนรำคาญไม่ไหว จำยอมต้องเป็นฝ่ายออกมาจากบ้านซะเอง เหมียวตัวเล็กจึงได้เป็นเจ้าของบ้านสมใจ

เมื่อลูกเหมียวได้สิ่งที่ต้องการแล้วกลับไม่ยอมหยุด ยังตามออกมารังความเจ้าตัวใหญ่อีก เห็นแล้วก็รำคาญแทนซะจริง คลิกชมความน่ารักซุกซนของทั้งคู่กันได้เลย

แหล่งที่มา    เว็บไซต์เดลินิวส์ วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2555 เวลา 16:00 น.