วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

สมุนไพรไทยดี

1. ขมิ้นชัน
แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

2. เหลืองปิดสมุทร
แก้ท้องเสีย

3. เพชรสังฆาต
แก้ริดสีดวงทวาร

4. ฟ้าทะลายโจร
แก้หวัด เจ็บคอ

5. มะแว้ง
แก้ไอ มีเสมหะ

6. เถาวัลย์เปรียง
แก้ปวดกล้ามเนื้อ

7. ไพล
แก้ฟกช้ำ เคล็ดยอด

ที่มา  :  ผศ.นพ.พิสนธิ์  จงตระกูล
แหล่งที่มา : Line chulahospital

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

สูตรถนอมดวงตา 20-20-20

เมื่อต้องดูจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ

เพื่อสุขภาพดวงตาที่ดี
ทุกๆ 20 นาที

            ผ่อนคลายดวงตา
            เป็นเวลา 20 วินาที

                       มองไปไกลๆ
                              20 ฟุต

ที่มา : รศ.พญ.เกวลิน  เลขานนท์ ภาควิชาจักษุวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

โรคตาแดง

โรคระบาดช่วงหน้าฝน

โรคตาแดงเป็นการอักเสบของเยื่อบุตาขาว
ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส
เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายรวดเร็ว
และทำให้เกิดอาการขึ้นอย่างเฉียบพลัน

การติดต่อ
- เกิดโดยตรงจากการสัมผัส
- การใช้ของร่วมกัน
- การไอหรือหายใจรดกัน

การรักษา
- ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ
- ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษา
โดยการให้ยาปฏิชีวนะ
หยอดตาและป้ายตา
เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย
- หากเจ็บตาให้รับประทานยาแก้ปวด
พาราเซตามอล
- ถ้าเคืองตาให้ใส่แว่นกันแดด
ไม่ควรปิดตาและไม่จำเป็นต้องล้างตา
- พักผ่อนและพักการใช้สายตา

ที่มา :  รศ.พญ.วิลาวัณย์  พวงศรีเจริญ

แหล่งที่มา : Line chulahospital

มะเร็งท่อน้ำดี

พบมากสุดในภาคอีสาน
เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
ด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับต้นๆ
ของประเทศไทย

ปัจจัยเสี่ยง
การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
จากการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ
โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด
เช่น ก้อยปลา, ปลาส้ม, ปลาร้าที่ไม่สุก

ประวัติบุคคลในครอบครัว
เป็นมะเร็งท่อน้ำดี

ภาวะท่อน้ำดี
อักเสบเรื้อรัง

การสูบบุหรี่
และดื่มแอลกอฮอล์

ความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีแต่กำหนด
เช่น โรคซีสต์ของท่อทางเดินน้ำดี

ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ตับแข็ง
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี
เบาหวาน

การป้องกัน
1. หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ
เลือกกินเฉพาะอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน
เพื่อป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ

2. หากได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ
ต้องทำการรักษาอย่างสม่ำเสมอจนหายขาด
และไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

3. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4. หากมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี
หรือบีตับแข็ง ควรพบแพทย์เพื่อรักษา
และตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ

5. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ
ของตนเอง หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์

ที่มา :  อ.ดร.พญ.รุ่งฤดี  ชัยธีรกิจ

แหล่งที่มา : Line chulahospital

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาคลายเส้น

ยาที่นิยมใช้
- Orphenadrine
- Tolperisone
- Eperisone
- Baclofen

คุณสมบัติ
บรรเทาอาการปวด ตึง หด ของกล้ามเนื้อจาก
- การออกกำลังกาย
- การวางท่าทางไม่ถูกต้อง
- การอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน

ผลข้างเคียง
- มึนงง ง่วงซึม
- ท้องผูก
- ปากและคอแห้ง

ข้อแนะนำ
- ผู้ที่ทำงานกับเครื่องจักร ขับรถหรืองานที่ใช้สมาธิสูง
ควรระมัดระวังในการใช้ยา เพราะอาจมีอาการง่วงซึม
- หากลืมกินยาตามเวลา ให้กินทันทีโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยา
- หากไม่มีอาการปวด ให้หยุดยาได้ โดยไม่จำเป็นต้องกินต่อเนื่อง
- ไม่มีข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
และห้ามใช้ในผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ที่มา : ภญ.ปานทิพย์  จันทมา งานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

7 นิสัยที่ทำให้ยากจน ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะสูงก็ตาม

เคยสังเกตมั้ยว่า มองคนรอบๆ ตัวเราบางคนมีตำแหน่งสูง
เป็นถึงผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการต่างๆ
ที่มีเงินเดือนใกล้แตะหลักแสนแล้ว
แต่ก็ยังคงใช้เงินเดือนชนเดือนอยู่ แถมยังมีภาระหนี้สินมากมาย
สงสัยกันบ้างมั้ย ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น !?

1. พอได้เงินเดือนเพิ่ม ก็หาภาระมาใส่ตัว

เป็นรึเปล่าที่เมื่อพอเงินเดือนขึ้น ก็หาห้องเช่าใหม่
ดีกว่าเดิม แพงขึ้นอีกนิด
พอสิ้นปีโบนัสออกพร้อมปรับเงินเดือน
ก็เอาไปดาวน์รถคันที่แพงขึ้น

คนเราส่วนใหญ่จะคิดว่าเมื่อมีเงินก้อนจากโบนัส
หรือเมื่อมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น
ก็รู้สึกว่าอยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ก็ใช้จ่ายมากขึ้น เข้าภัตตาคารบ่อยขึ้น
ซื้อของแบรนด์ดังเกรดดีขึ้น
ดังนั้น ไม่ว่าจะมีเงินเท่าไหร่ก็หมด

2. อยู่กับปัจจุบัน แต่ไม่มองอนาคต

หลายคนเวลาเจอปัญหาอะไร ยากๆ
ก็ไม่อยากแก้ ปล่อยได้ปล่อยไป ถูไถไปวันๆ
และนี่คือ “สูตรแห่งความหายนะ”เลย
เพราะนิสัยนี้จะติดไปสู่เรื่องของ “การเงิน” ไปด้วย

บางทีอยากได้อะไรก็ซื้อๆ หมุนๆ ใช้เงินไปก่อน
ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน
แต่ไม่ได้มองภาพใหญ่/ ภาพรวม
มองไม่ออกว่าตอนนี้ “สถานะการเงิน” ของเราเป็นยังไง
เรามีทรัพย์สินเท่าไหร่ หนี้สินเท่าไหร่ เงินสดเท่าไหร่
(ถ้าเป็นบริษัทก็คืองบดุล)

ไม่รู้ว่าทุกวันนี้รายได้น้อยกว่ารายจ่ายหรือเปล่า
ชักเงินเก็บออกมาอุดทุกเดือนแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้
(ถ้าเป็นบริษัทก็คืองบกำไรขาดทุน)

ไม่ว่าเราอายุเท่าไหร่ ต่อให้เพิ่งเรียนจบก็ตาม
ต้องมองเห็นภาพแล้วว่า ตอนเกษียณ
ตอนที่ไม่มีรายได้หรือไม่ได้ทำงาน เราต้องมีรายได้เท่าไหร่
(รายได้จากการลงทุน หรือรายได้จากการที่ไม่ต้องทำงานอีกแล้ว)

แล้วรายได้จะมาจากไหน
ถ้าเป็นรายได้จากผลตอบแทนของการลงทุน
ก็ต้องรู้ว่าเป็นการลงทุนประเภทไหน
อัตราผลตอบแทนเท่าไหร่
ต้องมีเงินต้นหรือ Port ใหญ่แค่ไหน
แล้วจากวันนี้ไปถึงวันนั้นจะสะสมเงิน
เพื่อสร้าง Port การลงทุนขนาดนั้นได้ยังไง !?

3. คิดว่าวันนี้ยังไม่ต้องรีบออมเงิน

คิดว่ายังไม่สาย อีกแปปค่อยเริ่มเก็บเงินก็ได้
เราอายุยังน้อย สนุกๆ ไปก่อน
เดี๋ยวอีกสักพักค่อยเริ่มมอง
เรื่องการออมเงินหรือการลงทุน

นี่เป็นการที่คิดผิดถนัด และสิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ
การเริ่มออมเร็วกว่าคนอื่นแค่ 5 ปี
ตอนปลายทางคุณจะมีเงินเก็บต่างกันลิบลับ
เพราะด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้น

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการเก็บออมเพื่อการลงทุน
แต่นิสัยการออมก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องคือ
ถ้าเราอยากได้อะไร เราควรวางแผนตั้งเป้า
ออมเงินไว้ให้ได้เท่านั้นก่อนค่อยเอาไปซื้อ
แบบนี้จะไม่มีภาระ

แต่ถึงแม้จะซื้อแบบผ่อน ก็สามารถทำให้หนี้นี้
เป็นการผ่อนที่ฉลาดได้ เช่น ออมเงินก้อนไปลงทุน
แล้วเอาดอกเบี้ยไปผ่อนชำระสินค้า
เท่ากับได้ของฟรี และเงินต้นก็ยังอยู่

4. ไม่เคยจดบันทึกเรื่องการใช้เงิน

เราส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเรารู้แล้ว
ก็มีรายได้อยู่แหล่งเดียว (เงินเดือน)
แล้วแต่ละเดือนก็มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
เรื่องใหญ่ๆ ก็มีไม่กี่เรื่อง ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน/ ค่าห้อง
ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าอาหาร หลักๆ ก็แค่นี้
ไม่เห็นต้องจดบันทึกเลย หรือจะจำไปทำไม

ซึ่งนั่นคิดผิดถนัด เพราะบางทีเรื่องเล็กๆ
หลายเรื่องรวมกันทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ควรจะประหยัดได้
แต่ก็ไม่ได้ทำ (เพราะมันเล็กๆ น้อยๆ จนไม่รู้ตัว)
แล้วสุดท้ายจะพบว่า “เงินไปไหนหมดเนี่ย”
แต่ก็ตอบไม่ได้ แล้วจะประหยัดตรงไหนดี
ก็ตอบไม่ได้เช่นกัน

5. แยกไม่ออกว่าอะไรจำเป็น อะไรแค่อยาก 
แถมยังไม่มีเป้าหมายทางการเงิน
บางทีมันก็สับสนปนเป บางเรื่องเป็นแค่ความอยาก
แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น

เอ้อ...ช่วงนี้รถเสียบ่อย
‘จำเป็น’ ต้องเปลี่ยนแล้วหละ
เอ้อ... มือถือรุ่นใหม่ออกมา
‘จำเป็น’ ต้องเปลี่ยนแล้วหละ

feature ใหม่ในนั้นจะทำให้เรา
ทำงานคล่องตัวขึ้นแน่เลย (คิดไปเอง)

แล้วเป้าหมายทางการเงินล่ะ เกี่ยวอะไรกับข้อนี้
ก็เพราะบางทีคนส่วนใหญ่ไม่มีเป้าหมายทางการเงินกันไง
ก็ทำให้ไม่มีอะไรฉุดรั้งความคิดเลยว่า
เอ... อันนี้เอาไว้ก่อนดีกว่า เราต้องกันเงินอีกส่วนไว้ลงทุน
เอ...อันนี้ยังไม่จำเป็น ยอมลงทุนซ่อมใหญ่ครั้งนึงแล้ว
ใช้ไปได้อีกนานๆ ดีกว่า

เคล็ดลับของข้อนี้ก็คือ
ถ้าเรามีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน
เราจะสามารถอดเปรี้ยวไว้กินหวานได้
เราจะยับยั้งชั่งใจเป็น
หลีกเลี่ยงและรอดพ้นจากความต้องการ
หรือความพึงพอใจระยะสั้นไปได้
เราจะยอมเสียสละบางอย่าง..เพราะมองเป็นเป้าที่อยู่ไกลๆ

เคล็ดลับของเคล็ดลับในการวางแผนการเงิน
(และวางเป้าหมายในชีวิต) ก็คือ “เขียนมันลงบนกระดาษ”
แล้วแปะไว้หน้ากระจกแต่งตัว หรือหน้าตู้เสื้อผ้า

เอาเป็นว่าแปะไว้ในที่ที่เราเห็นมันทุกวัน มันจะย้ำเตือน
และตอกย้ำลงไปในจิตใต้สำนึกให้ร่างกาย
และสมองของเราตอบสนองต่อเฉพาะ
สิ่งที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายนี้เท่านั้น

6. มีหนี้ไม่รีบใช้

ถือว่ายังผ่อนไหว หรือผ่อนไปตามระยะเวลาที่ตั้งไว้
เคยลองสังเกตใบเสร็จรับเงินค่างวดผ่อนบ้านหรือเปล่า
ว่าค่าดอกเบี้ยน่ะ..มันแพงกว่าเงินต้นซะอีก
(โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นๆ ของการผ่อน)

และเกือบจะร้อยทั้งร้อย ตราบใดที่ยังมีเงินเดือนอยู่
ก็จะผ่อนชำระไปเรื่อยๆ เวลามีเงินก้อนมา
เช่นโบนัส แทนที่จะเอาไปโปะ เอาไปปิด
ก็เอาไปซื้อของฟุ้งเฟ้อซะแทน
ปล่อยให้ดอกเบี้ยมันกัดกินอยู่นั่นแหละ ไม่สนใจ

7. อัพเกรดอุปกรณ์รอบกายตลอดเวลา

ผู้หญิงบางคน อุ๊ย..แฟชั่นใหม่ออกมาอีกแล้ว ต้องตาม !
แบบนี้ไม่เหลือหรอก พนักงานใน office
มือถือรุ่นใหม่ออกเป็นไม่ได้
ต้องขวนขวายไป “ถอย” มันมา

อ้างว่าชอบเทคโนโลยี ชอบศึกษา
คุณต้องให้ความชอบของเรามันทำเงินได้บ้าง
ไม่ใช่ให้ความชอบทำให้เสียเงินอย่างเดียว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมากเรื่องหนึ่งเลย
เพราะทุกวันนี้การพัฒนาเทคโนโลยีทำได้เร็วมาก
อุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ออกรุ่นใหม่กันเป็นว่าเล่น
มันเป็นความตั้งใจของผู้ผลิต / ผู้ขาย
ที่จะมาดูดเงินออกไปจากกระเป๋าพวกเรา

ถ้าเราไม่ระมัดระวังละก็...
กลับไปอ่านหัวข้อบทความอีกครั้ง... ก็จนอยู่ดี

#MoneyBuffalo
#การเงินเรื่องง่ายอ่านสบายใครก็เข้าใจ

แหล่งที่มา  : Line MoneyBuffalo

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561

วิธีดูแลกายและใจสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ทางกาย
- ความเจ็บปวด
หากเจ็บปวดอวัยวะบริเวณใด
ควรแจ้งแพทย์หรือผู้ดูแล
เพื่อให้การรักษาที่ถูกต้อง

- การหายใจ
คอยสังเหตผู้ป่วยว่าหายใจลำบาก
เหนือยหอบหรือไม่

- ความเหนื่อยล้า
ไม่ปลุกหรือทำสิ่งรบกวนผู้ป่วย
ขณะนอนหลับหรือพักผ่อน

- ปัญหาการกิน
ไม่ฝืนให้ผู้ป่วยกินอาหารมากขึ้น
เพราะอาจทำให้รู้สึกอึดอัด

ทางใจ
- ให้ความรักและเห็นใจ

- แนะนำให้ปล่อยวาง
คิดแต่สิ่งดีงาม

- สร้างบรรยากาศ
สงบและเป็นส่วนตัว

- ให้กำลังใจการเผชิญ
กับวาระสุดท้ายของชีวิต

ที่มา : พว.ศิริพร  เสมสาร ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงระดับวุฒิบัตร
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

สุขภาพดี กล้ามเนื้อสวย ด้วยโปรตีน

คุณรู้หรือไม่ว่าเวลาที่เราออกกำลังหนักๆ นั้น
กล้ามเนื้อของเรากำลังถูกทำลาย
เพื่อกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อใหม่ๆ ขึ้นมา
และนี่คือจุดสำคัญที่ร่างกายต้องการสารอาหาร
อย่าง ”โปรตีน” เป็นหลักเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ทำให้เรามีกล้ามเนื้อที่สวยงาม แข็งแรง และดูดีในทุกวัน

วันนี้เราจะมาพูดถึงความสำคัญและ
แหล่งที่มาของโปรตีนว่ามีอะไรบ้าง และ
ร่างกายของเราต้องการโปรตีนขนาดไหนไปดูกันดีกว่า

ทุกๆ วัน คนเราจะต้องรับประทานโปรตีนกันอยู่แล้ว
แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าโปรตีนที่เรารับประทานนั้น
จะสามารถนำไปใช้งาน
หรือมีประโยชน์ต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด
ซึ่งก็อยู่ที่เราเลือกรับประทาน
หากอยากสวย สุขภาพดี
การเลือกรับประทานโปรตีนแต่ละชนิด
ก็จะมีผลต่อตัวเราอย่างแน่นอน

อย่างคำที่ว่า “กินอย่างไร ได้อย่างนั้น” 
เป็นเรื่องจริงแน่นอน หากเราจะพูดถึงแหล่งที่มา
ของโปรตีนอย่างเช่น นม ปลา เนื้อสัตว์ และถั่วชนิดต่างๆ
พวกนี้คือแหล่งที่มาของโปรตีนล้วนๆ
ซึ่งคนเราก็ต้องรับประทานอยู่แล้ว
แต่กรรมวิธีการปรุงนั้นแตกต่างหากเราต้องเลือกทาน

วิธีง่ายๆ ที่จะแนะนำคือ
เราต้องเลือกรับประทานโปรตีน
ให้ได้เฉลี่ยอย่างน้อย 3 มื้ออาหารต่อวัน
หลีกเลี่ยงของทอด น้ำมัน
หรือไขมันชนิดต่างๆ อย่างกะทิ
เพราะถ้าเราหลีกเลี่ยงของมันๆ ได้
ร่างกายจะได้รับโปรตีนเน้นๆ
ไปสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อ
ที่เราออกกำลังกายมา
ได้นำโปรตีนไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด

เห็นไหมว่าการมีหุ่นที่ดี
กล้ามเนื้อที่สวย
นั้นไม่ยากอย่างที่คิด
หากเรามีวินัยและใส่ใจ
ในอาหารการกิน การออกกำลังกายของเรา
ก็จะมีประสิทธิภาพในแบบที่เราต้องการ
มีหุ่นสวยไปอวดใครๆ ได้อีกนานแสนนาน

ขอบคุณข้อมูลจาก : SOOK MAGAZINE เล่ม 66 หน้า 41 

แหล่งที่มา  ;  จาก SOOK By สสส.

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฉลาดดู ฉลากรู้ทัน โฆษณาเกินจริง

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหารและยานั้น
มีให้ผู้บริโภคอย่างเราเลือกมากขึ้น
ทั้งอาหารเสริม ความงาม ลดน้ำหนัก
หรือวิตามินบำรุงร่างกายต่างๆ

ซึ่งก็มีวิธีการรักษาและสรรพคุณ
ที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป
แต่ที่ผ่านมาในวงการนี้
ก็มีผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อ
ที่ไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพอาหารและยา
และมีผู้ได้รับผลกระทบจากอาหารและยา
ที่ไม่ได้คุณภาพมากพอสมควร

เราจะมาพูดถึงวิธีการสังเกต
ฉลากสินค้าว่าได้มาตรฐานหรือไม่
เราควรซื้อหรือไม่อย่างไร
มาดูวิธีการสังเกตง่ายๆ กัน ดังนี้

สิ่งหลักๆ พื้นฐาน ที่ต้องมีบนผลิตภัณฑ์ คือ
• เครื่องหมาย อย.
• เลขสารบบอาหาร และเลขทะเบียนยา
• เลขที่ใบรับแจ้ง

สามสิ่งนี้จะเป็นสิ่งพื้นฐาน
สังเกตการอนุญาตผลิตภัณฑ์
ไม่ได้เป็นการแจ้งว่าผลิตภัณฑ์นั้น
ผ่านการอนุญาตให้โฆษณา
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เรามีวิธีการสังเกตและตรวจสอบ
การโฆษณาผลิตภัณฑ์คุณภาพอีกวิธี
คือ ดูเลขที่อนุญาตโฆษณา

ลองมาดูสินค้าแต่ละประเภทกันว่าจะสังเกตอย่างไร

1. อาหาร
จะมีเลขที่อนุญาตโฆษณา
เพราะเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์
จะต้องได้รับอนุญาต และต้องไม่โฆษณา
ในลักษณะที่ว่าทำให้ผิวขาวขึ้น
ลดความอ้วน ลดไขมันส่วนเกิน
หรือรักษาโรคได้ครอบจักรวาล

2. ยา 
ต้องมีเลขที่อนุญาตโฆษณา
ต้องไม่มีการแสดงสรรพคุณ
อันเป็นเท็จหรือเกินจริง เช่น
สามารถบำบัดรักษา
ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้
อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด
หรือรักษาโรคเรื้อรัง มะเร็ง
หัวใจ ให้หายขาดได้

3. เครื่องสำอาง 
ต้องไม่แสดงสรรพคุณเกินจริง เช่น
ผิวขาวภายใน 7 วัน
 ยกกระชับหน้าเรียวใน 1 นาที
ลดสิว ลดฝ้าภายใน 3 วัน
หรือชวนเชื่อทางไสยศาสตร์

หากเราเป็นผู้บริโภคจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้
ลองเสียเวลาสักนิด สังเกตและอ่านฉลาก
ผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด

ที่สำคัญดูความต้องการของตนเองว่า
เราต้องการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นอย่างไร
จุดประสงค์เพื่ออะไร
หรือถ้าจะให้ดี เราควรซื้อในร้าน
หรือสถานที่ที่เชื่อถือได้
หรืออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
และผู้เชี่ยวชาญก็จะดีที่สุด

เราสามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตา
หากพบเห็นผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพ
หรือโฆษณาเกินจริง
สามารถสายด่วน อย.1556
หรือสำนักงาน กสทช. Call Center 1200

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ 


แหล่งที่มา  ;  จาก SOOK By สสส.

มะเร็ง "ไต" รู้ไว้ รักษาได้

สัญญาณโรคมะเร็งไต
- มีไข้เรื้อรัง
- ซีด
- เบื่ออาหาร
- ปัสสาวะเป็นเลือด
- น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
- ปวดหรือคลำเจอก้อนบริเวณเอว

ปัจจุบัยเสี่ยง
- สูงอายุ
- เพศชาย
- สูบบุหรี่ประจำ
- โรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน
โรคความดันเลือดสูง
หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด

การรักษา
ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

การผ่าตัด, การฉายรังสี, การใช้ยารักษามะเร็ง
แบบมุ่งเป้าหรือการให้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ที่มา : อ.นพ.พิชัย  จันทร์ศรีวงศ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ 
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

คำแนะนำในการฉีด "วัคซ๊นไข้เลือดออก"

วัคซ๊นไข้เลือดออก
- มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออก
และช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน
(มีภูมิคุ้มกันแล้ว)

- แนะนำสำหรับคนอายุ 9-45 ปี
โดยฉีดจำนวน 3 ครั้ง
ห่างกันครั้งละ 6 เดือน

1. อายุ 9-45 ปี        เคยเป็นไข้เลือดออก                        ฉีดวัคซีนได้
2. อายุ 15-45 ปี      น่าจะเคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน   ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีน
3. อายุ 9-15 ปี        ไม่เคยเป็นไข้เลือดออก                    ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน
       ควรรอข้อมูลและคำแนะนำในอนาคต หรือตรวจภูมิคุ้มกันก่อน (ปัจจุบันยังไม่มีบริการตรวจ)
4. คนที่เคยฉีดวัคซีนแล้ว 1-2 ครั้ง
     - ให้ฉีดวัคซีนครั้งต่อไปได้ ถ้าอายุเกิน 15 ปีหรือเคยเป็นไข้เลือดออก
     - ไม่เคยเป็นไข้เลือดออก  ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนครั้งต่อไป

ที่มา :  รศ.นพ.ชิษณุ  พันธุ์เจริญ

แหล่งที่มา : Line chulahospital