วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฉลาดดู ฉลากรู้ทัน โฆษณาเกินจริง

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับอาหารและยานั้น
มีให้ผู้บริโภคอย่างเราเลือกมากขึ้น
ทั้งอาหารเสริม ความงาม ลดน้ำหนัก
หรือวิตามินบำรุงร่างกายต่างๆ

ซึ่งก็มีวิธีการรักษาและสรรพคุณ
ที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป
แต่ที่ผ่านมาในวงการนี้
ก็มีผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อ
ที่ไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพอาหารและยา
และมีผู้ได้รับผลกระทบจากอาหารและยา
ที่ไม่ได้คุณภาพมากพอสมควร

เราจะมาพูดถึงวิธีการสังเกต
ฉลากสินค้าว่าได้มาตรฐานหรือไม่
เราควรซื้อหรือไม่อย่างไร
มาดูวิธีการสังเกตง่ายๆ กัน ดังนี้

สิ่งหลักๆ พื้นฐาน ที่ต้องมีบนผลิตภัณฑ์ คือ
• เครื่องหมาย อย.
• เลขสารบบอาหาร และเลขทะเบียนยา
• เลขที่ใบรับแจ้ง

สามสิ่งนี้จะเป็นสิ่งพื้นฐาน
สังเกตการอนุญาตผลิตภัณฑ์
ไม่ได้เป็นการแจ้งว่าผลิตภัณฑ์นั้น
ผ่านการอนุญาตให้โฆษณา
อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เรามีวิธีการสังเกตและตรวจสอบ
การโฆษณาผลิตภัณฑ์คุณภาพอีกวิธี
คือ ดูเลขที่อนุญาตโฆษณา

ลองมาดูสินค้าแต่ละประเภทกันว่าจะสังเกตอย่างไร

1. อาหาร
จะมีเลขที่อนุญาตโฆษณา
เพราะเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์
จะต้องได้รับอนุญาต และต้องไม่โฆษณา
ในลักษณะที่ว่าทำให้ผิวขาวขึ้น
ลดความอ้วน ลดไขมันส่วนเกิน
หรือรักษาโรคได้ครอบจักรวาล

2. ยา 
ต้องมีเลขที่อนุญาตโฆษณา
ต้องไม่มีการแสดงสรรพคุณ
อันเป็นเท็จหรือเกินจริง เช่น
สามารถบำบัดรักษา
ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้
อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด
หรือรักษาโรคเรื้อรัง มะเร็ง
หัวใจ ให้หายขาดได้

3. เครื่องสำอาง 
ต้องไม่แสดงสรรพคุณเกินจริง เช่น
ผิวขาวภายใน 7 วัน
 ยกกระชับหน้าเรียวใน 1 นาที
ลดสิว ลดฝ้าภายใน 3 วัน
หรือชวนเชื่อทางไสยศาสตร์

หากเราเป็นผู้บริโภคจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์มาใช้
ลองเสียเวลาสักนิด สังเกตและอ่านฉลาก
ผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด

ที่สำคัญดูความต้องการของตนเองว่า
เราต้องการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นอย่างไร
จุดประสงค์เพื่ออะไร
หรือถ้าจะให้ดี เราควรซื้อในร้าน
หรือสถานที่ที่เชื่อถือได้
หรืออยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
และผู้เชี่ยวชาญก็จะดีที่สุด

เราสามารถช่วยกันเป็นหูเป็นตา
หากพบเห็นผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพ
หรือโฆษณาเกินจริง
สามารถสายด่วน อย.1556
หรือสำนักงาน กสทช. Call Center 1200

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ 


แหล่งที่มา  ;  จาก SOOK By สสส.

มะเร็ง "ไต" รู้ไว้ รักษาได้

สัญญาณโรคมะเร็งไต
- มีไข้เรื้อรัง
- ซีด
- เบื่ออาหาร
- ปัสสาวะเป็นเลือด
- น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
- ปวดหรือคลำเจอก้อนบริเวณเอว

ปัจจุบัยเสี่ยง
- สูงอายุ
- เพศชาย
- สูบบุหรี่ประจำ
- โรคประจำตัว ได้แก่ โรคอ้วน
โรคความดันเลือดสูง
หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด

การรักษา
ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

การผ่าตัด, การฉายรังสี, การใช้ยารักษามะเร็ง
แบบมุ่งเป้าหรือการให้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน

ที่มา : อ.นพ.พิชัย  จันทร์ศรีวงศ์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ 
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

คำแนะนำในการฉีด "วัคซ๊นไข้เลือดออก"

วัคซ๊นไข้เลือดออก
- มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้เลือดออก
และช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน
(มีภูมิคุ้มกันแล้ว)

- แนะนำสำหรับคนอายุ 9-45 ปี
โดยฉีดจำนวน 3 ครั้ง
ห่างกันครั้งละ 6 เดือน

1. อายุ 9-45 ปี        เคยเป็นไข้เลือดออก                        ฉีดวัคซีนได้
2. อายุ 15-45 ปี      น่าจะเคยติดเชื้อไวรัสเดงกีมาก่อน   ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีน
3. อายุ 9-15 ปี        ไม่เคยเป็นไข้เลือดออก                    ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน
       ควรรอข้อมูลและคำแนะนำในอนาคต หรือตรวจภูมิคุ้มกันก่อน (ปัจจุบันยังไม่มีบริการตรวจ)
4. คนที่เคยฉีดวัคซีนแล้ว 1-2 ครั้ง
     - ให้ฉีดวัคซีนครั้งต่อไปได้ ถ้าอายุเกิน 15 ปีหรือเคยเป็นไข้เลือดออก
     - ไม่เคยเป็นไข้เลือดออก  ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนครั้งต่อไป

ที่มา :  รศ.นพ.ชิษณุ  พันธุ์เจริญ

แหล่งที่มา : Line chulahospital

อ้วน = เสี่ยงโรค

ในยุคที่มีความเร่งรีบ
คุณใส่ใจกับเรื่องอาหารการกินมากน้อยแค่ไหน
ยิ่งในปัจจุบันร้านอาหารเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย
ทำให้เราได้มีโอกาสเลือกทานกันมากขึ้น
แต่เราเลือกทานกันหรือไม่
มีประโยชน์หรือเปล่า
ยิ่งอาหารปิ้งย่าง บุฟเฟ่ต์ ขนมหวาน
รวมไปถึง JUNK FOOD
เห็นแล้วต้องบอกเลยว่าน้ำลายหกไปตามๆ กัน

วันนี้เราจะมาบอกถึงประเด็นของโรค
ที่มาพร้อมอาหารเหล่านี้
นั่นก็คือ “โรคอ้วน”
โรคง่ายๆ ที่ใครๆ ก็พูดถึงหลังทานเสร็จ
แต่ใครจะรู้หรือไม่ว่าภัยแฝงจากโรคนี้ร้ายแรงแค่ไหน
วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีโรคอะไรที่แฝงมาพร้อมกับความอ้วนบ้าง

 1. เสี่ยงโรคระบบทางเดินหายใจ
ความอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญ
ที่ส่งผลต่อการเกิดโรคต่างๆ
อย่างโรคระบบทางเดินหายใจ
ที่เป็นอันดับต้นๆ ที่เกิดกับคนอ้วน
เพราะการไม่ออกกำลังกาย
จึงทำให้มีปริมาณไขมันที่มาก
ทำให้ปอดขยายตัวไม่เต็มที่
การหายใจติดขัด เหนื่อยง่าย
ละทำให้มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในปอด
จนรู้สึกหายใจไม่เต็มปอดอยู่บ่อยๆ
ทางที่ดีต้องหมั่นออกกำลังกาย
ขยายปอดให้ได้ทำงานให้เต็มที่
และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และไม่ทำให้อ้วน

2. เสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดตัน 
เป็นการหยุดหายใจขณะนอนหลับ
เกิดจากเยื่อไขมันปริมาณที่มากพอไปอุดหลอดลม
ทำให้สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง
และการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้
ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำลง
สมองเกิดการตื่นตัวหลับไม่สนิท
ความสามารถในการหลับลึกลดน้อยลง
ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการ
ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
วิธีการรักษาคือ ต้องพบแพทย์เฉพาะทาง
เพื่อทำการทดสอบ SLEEP TEST
นี่แค่โรคอ้วนเพียงปัญหาเดียว
แต่อาจมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ
ตามมามากมายที่เราไม่ควรมองข้าม

3. เสี่ยงโรคนิ่วในถุงน้ำดี 
เมื่อเรามีคอเลสเตอรอลในร่างกายที่มาก
ไม่ได้มีผลเสียต่อหลอดเลือดเพียงอย่างเดียว
แต่ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายในส่วนอื่นๆ
อย่างเช่น ตับและถุงน้ำดี ด้วย
เพราะตับเป็นอวัยวะที่ไขมันชอบไปเกาะทำ
ให้ประสิทธิภาพการทำงานลดน้อยลง
เกิดเป็นตะกอนสะสมจนเป็นก้อนนิ่ว
อาการนี้คุณเช็คตัวเองได้คือ
รู้สึกปวดรุนแรงบริเวณชายโครงขวา
อาการมักกำเริบหลังรับประทานอาหารมันๆ
เข้าไปในปริมาณที่มาก ข้อแนะนำ
คือ ลดอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกาย

รู้แบบนี้อย่าปล่อยให้ตัวเองอ้วน
หรือน้ำหนักเกินมาตรฐาน
การออกกำลังกายควบคู่
กับการดูแลน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์
คือสิ่งสำคัญที่ควรตระหนักและใส่ใจ
หันมารักสุขภาพ ดูแลตัวเอง
เลือกรับประทาน หมั่นออกกำลังกาย ห่างไกลโรคอ้วน

ขอบคุณข้อมูลจาก : SOOK MAGAZINE เล่ม 66
Line: SOOKMAGAZINE

แหล่งที่มา  ;  จาก SOOK By สสส.


วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

4 วิธี ป้องกันโรคกระเพาะอาหาร

4 วิธี ป้องกันโรคกระเพาะอาหาร
1) กินอาหารตรงเวลา
2) กินอาหารที่มีกากใย
3) ไม่เกินของมันมากเกินไป
4) ดื่มน้ำให้พอ

พฤติกรรมที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร
- กินรสจัดมากเกินไป
- กินอาหารไม่ตรงเวลา
- เครียด วิตกกังวล
- ติดเชื้อในกระเพาะอาหาร
- ใช้ยาที่มีผลต่อเยื่อบุทางเดินอาหาร
- กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติหรือไวต่อสิ่งกระตุ้น

ที่มา : อ.พญ.ศุภมาส  เชิญอักษร ภาควิชาอายุรศาสตร์ 
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ความหวัง แนวคิด หลักปฏิบัติ...(2)

1.
ความมั่งคั่งของลูกค้า
คือความใฝ่ฝันของเรา
...จากใจ บลจ.ทหารไทย

2. 
ขอให้หล่อให้สวย
ให้ร่ำรวยเงินทอง
ให้สมปองด้วยรัก
ให้พร้อมพรักด้วยความสุข
...จากใจ บลจ.ทหารไทย

3.
ที่ใดมีรัก
ที่นั้นมีสุข
...มนตรี  ศรไพศาล

4. 
การออกกำลังกาย
เป็นการลงทุนอันเล็กน้อย
สำหรับสุขภาพกายที่แข็งแรง
และทัศนคติอันสดใส
...แนวคิด Mac Anderson

5. 
ความสุขไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทาง
หากอยู่ที่มวลดอกไม้ที่คุณชื่นชมระหว่างการเดินทาง
...Anonymous

6.
เลิกค้นหาความสุข
จงช่วยทำให้ผู้อื่นมีสุข
แล้วความสุขจะตามหาคุณเอง
...Maria Fontain

7. 
จงขอบคุณในสิ่งที่มีอยู่
ไม่ใช่เสียใจกับสิ่งที่คุณไม่มี
...Maria Fontain

8. 
การแบ่งปันความสุข
เพิ่มความสุขเป็นสองเท่า
การร่วมรับความทุกข์
ลดความทุกข์ลงครึ่งหนึ่ง
...Swedish Proverb


9. 
อย่ารอจนเหล็กร้อนจึงค่อยตี
จงตีเพื่อให้เหล็กร้อน
...William B. Spargue


10. 
ชัยชนะเป็นของผู้กล้า
...Publius Terence


11. 
ชัยชนะอันยิ่งใหญ่
ไม่ใช่เป็นของคนที่ไม่เคยลืม
หากแต่เป็นของผู้ที่ลุกขึ้นใหม่ทุกครั้งที่ล้มลงไป
...Confucious


12.
การรู้จักตนเอง
เป็นจุดเริ่มต้นของความรอบรู้ทั้งปวง
...Aristotie

13.
วิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันความล้มเหลว
คือความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ
...Richard Brinsley Sheridan

14.
ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด
ตือการที่ไม่รู้สำนึกในความผิดพลาดนั้น
...Thamas Carlyle

15. 
น้ำตาอาจทำให้คุณได้รับคววมเห็นใจ
แต่หยากเหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ

16. 
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะ
คือการที่คนดีนิ่งดูดาย
...Anonymous

17.
ไม่ออกเดินทาง
ไม่มีวันถึงจุดหมายปลายทาง

ไม่ลงมือทำงาน
ไม่มีวันประสบความสำเร็๋จ
...เจิงก่วงเสี้ยน/เรียบร้อยเรียงโดยเบญญาวัธ

18.
คนฉลาดจะรู้ว่าควรพูดอะไร
นักปราชญ์จะรู้ว่าควรพูดสิ่งนั้นหรือไม่
...Anonymous

19.
เงินซื้อความคิดริเริ่มไม่ได้
ความคิดต่างหากที่เป็ฯตัวสร้างเงิน
...M.j. Carneron

20.
หนทางที่ดีที่สุดในการสร้างกำลังใจให้ตนเอง
คือการสร้างกำลังใจให้ผู้อื่น
...Mark Twain

21. 
ไม่ต้องอาลัยอดีต
ไม่ต้องพะวงอนาคต

ขอแต่ให้ทำหน้าที่ของตนเอง
อย่างถูกต้องในปัจจุบัน

ก็เพียงพอแล้ว
ที่จะไม่เป็นทุกข์
...พุทธทาสภิกขุ


22.
เมื่อใดที่หยุดเรียนรู้ หยุดฟัง
หยุดที่จะค้นหาและถามคำถามใหม่ๆ
เมื่อนั้นเป็นเวลาที่ชีวิตใกล้จะสิ้น
... Lillian Smith / เรียบเรียงโดย เบญญาวัธน์


23.
เมื่ออาทิตย์แห่งชีวิตของเราลับขอบฟ้า
ขอให้พูดได้ว่า
เราได้สร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้
...Mac Anderson


24.
จิตมั่งคั่ง กายแข็งแรง
เป็นสิ่งจำเป็นของผู้นำ
ในการตัดสินใจที่ยุติธรรม
ไม่ลำเอียง และไม่เห็นแก่ตัว
... Kazuo Inamori


25.
ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากความหยิ่งทะนง
...Anonymous

26.
การผลัดวันประกันพรุ่ง
นำมาซึ่งความสูญเสีย
ความล่าช้า
นำมาซึ่งอันตราย
...Anonymous

27.
เกียรติยศตั้งอยู่บนการงานที่ซื่อสัตย์
...Anonymous

28.
งานอะไรก็ตามที่มีคุณค่าพอที่จะทำ
ควรทำให้ดีด้วย
...Anonymous

29.
การโกรธบุคคลที่อ่อนแอ
คือบทพิสูจน์ว่า
คุณเองก็ไม่ใชบุคคลที่เข้มแข็ง
...Anonymous

30.
ตำแหน่งมิได้่ทำให้คนมีเกียรติ
คนต่างหากที่ทำให้ตำแหน่งมีเกียรติ
...Anonymous


31.
อย่ากลัวว่าจะเติบโตช้า
แต่จงกลัวการหยุดนิ่งอยู่กับที่
...Anonymous


32.
วิธีหนีปัญหาที่ดีที่สุด
คือการแก้ปัญหา
...Anonymous

33. 
กลางความยากลำบาก
ชีวิตจะได้รับบทเรียนที่มีค่ามากที่สุด
...S. G. Welch / เรียบเรียงโดย เบญญาวัธน์

34.
เพื่อความสุนทรีย์
ต้องเปิดใจให้กว้าง
ยอมรับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต
...Anonymous

35.
จงยิ้ม
แล้วทั้งโลกจะยิ้มไปกับคุณ
...Anonymous

36.
มองไปข้างหน้า
ดีกว่าจะคิดยึดตดกับอดีต
...Anonymous

แหล่งอ้างอิง  หนังสือ TMBAM

อาหาร 5 สีบำรุงสายตา

คุณใช้สายตามากเกินไปหรือเปล่า? 

เชื่อหรือไม่ว่าสุขภาพร่างกายที่ดี
การออกกำลังกายอย่างเดียวคงไม่พอ

“อาหารที่ดี” ก็เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ส่งผลต่อร่างกาย
แต่หากพูดถึงอวัยวะที่สำคัญอย่างดวงตาแล้ว
แน่นอนว่ายุคนี้เป็นยุคที่เราใช้สายตามากที่สุด
ไหนจะจ้องคอมพิวเตอร์ ตอบไลน์ แชทกับแฟน
หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ...

ดวงตา บ่งบอกก่อนเลยว่าเราสุขภาพเป็นอย่างไร 
มีสุดยอดอาหาร 5 สี ที่จะช่วยบำรุงสายตาของเรา
ให้แข็งแรง สดใส อยู่กับเราไปนานๆ
มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

1.อาหารสีแดง 
ช่วยบำรุงสายตา ชะลอจอประสาทตาเสื่อม
เพราะอาหารสีแดงมีสารซีแซนทีน
ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสี
จากแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อดวงตา
และช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตา
ไม่ให้ถูกทำลาย พบในผลโกจิเบอร์รี่

ดังนั้นใครที่ชอบผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
แนะนำเลยทั้งรสชาติอร่อย ทั้งบำรุงสายตา

2. อาหารสีเหลือง
ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก
เพราะมีสารซีแซนทิน สารต้านอนุมูลอิสระ
ที่ช่วยปกป้องดวงตาคุณ ซึ่งสารเหล่านี้
ทำหน้าที่ดูดซับแสงส่วนเกินและ
ป้องกันไม่ให้แสงทำลายเลนส์ตาของคุณ

เช่น พริกหยวกเหลือง
ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี
แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสูง

ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีวิตามินมากกว่า
พริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า
กินแล้วดีต่อสายตาแน่นอน

3. อาหารสีเขียว
ช่วยป้องกันต้อกระจก เพราะมีสารลูทีน
พบมากในพวกผักใบเขียว เช่น
ผักโขม คะน้า และสวิสชาร์ด
ถ้าทราบกันแล้ว อย่าลืมทานผักกันเยอะๆ นะ
รับรองไม่อ้วน แถมยังมีประโยชน์ต่อทุกส่วนในร่างกายอีกด้วย

4. อาหารสีม่วง 
ยับยั้งปัญหาตามวัยสำหรับผู้สูงอายุ
เพราะมีสารแอนโทไซยานิน
และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสารชนิดนี้
จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของสารสี
ที่ทำให้ตาพล่ามัวในช่วงวัยสูงอายุ
มักพบในเปลือกมะเขือม่วง
ดอกอัญชัน และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

5. อาหารสีส้ม
ป้องกันการเกิดโรคตาบอดตอนกลางคืน
เพราะมีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน
พบได้ในผักสีส้มทุกชนิด เช่น “แครอท”

ประโยชน์เยอะแบบนี้ พลาดไม่ได้แล้ว
ที่จะเอามาทำอาหารสักหนึ่งเมนู

บอกแล้วว่า อาหาร 5 สีบำรุงสายตา
ที่เรานำมาแนะนำน่าสนใจมากๆ
และที่สำคัญหารับประทานได้ง่าย
และมีหลากหลายวิธีการปรุง
เลือกได้ตามใจชอบ

เอาเป็นว่าดวงตานั้นสำคัญกับเรามากๆ
ใครที่อยากให้ดวงตาคู่สวยอยู่กับเราไปนานๆ
อย่าลืมดูแลเอาใจใส่ดวงตากันมากๆ
เราอยากให้ทุกคนสุขภาพดี
และมีความสุข

ขอบคุณข้อมูลจาก : หมอชาวบ้าน บทความสุขภาพน่ารู้ “กินตามสี อาหารเพื่อสุขภาพ” และ บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน “โกจิเบอร์รี่ ผลไม้บำรุงสายตาและชะลอจอประสาทตาเสื่อม”

แหล่งที่มาจาก SOOK By สสส.

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561

"กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ห่างไกลเชื้ออีโคไล

"กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" 
ห่างไกลเชื้ออีโคไล
เข้าสู่ร่างกายได้โดยการกินอาหารที่มีการปนเปื้อน

พบได้ในลำไส้ใหญ่ของคนและสัตว์
ทำให้เกิดอาการรุนแรงเฉพาะบางสายพันธุ์

อาการ 
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง
- ถ่ายอุจจาระเหลวปนมูกเลือด
- ปวดเกร็งท้อง
- อาเจียน
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
และผู้สูงอายุอาจมีอาการรุนแรงได้

การรักษา
- ดื่มน้ำสารเกลือแร่ (โออาร์เอส)
- หากอาการไม่ดีขึ้นใน 48 ชั่วโมง ให้รีบพบแพทย์
เพราะเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตก ไตวาย หรือเสียชีวิต

การป้องกัน
- ปรุงอาหารสุกผ่านความร้อน
- ล้างผักและผลไม้ผ่านน้ำไหลนาน 2 นาที
- ถ่ายอุจจาระอย่างถูกสุขลักษณะ

ที่มา : ศ.พญ.ศศิโสภิณ  เกียรติบูรณกุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ 
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 
มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ผู้ป่วยเสียวฟันจากฟันสึก รักษาได้อย่างไรบ้าง

- แปรงฟันให้ถูกวิธี และใช้แปรงสีฟ้นขนอ่อน

- รับประทาน
อาหารที่มีรสเปรี้ยวพอเหมาะ และหลีกเลี่ยงอาหารเหนียวแข็ง

- พบทันตแพทย์
เพื่อประเมินความเสี่ยง หาสาเหตุของอาการเสียวฟัน

- การทาสารลดการเสียวฟัน
หรือใช้ยาสีฟันลดการเสียวฟัน

- การใช้เลเซอร์
เพื่อให้เกิดการปิดท่อเนื้อฟัน

- การบูรณะฟัน
โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ที่มา :  ทพญ.ธนิตา  ณรงค์เดช

แหล่งที่มา : Line chulahospital

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เลิกบุหรี่ เกิดผลดีตั้งแต่เริ่ม

1 วัน 
ความดันเลือดและชีพจรกลับสู่ระดับปกติ

2-3 วัน 
ร่างกายสดชื่น ไม่มีสารนิโคตินในเลือด

14 วัน - 3 เดือน
การทำงานของปอดดีขึ้น

1 ปี
ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

5 ปี 
ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคมะเร็ง

14-15 ปี
สุขภาพใกล้เคียงกับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่

สายด่วนคลินิกเลิกบุหรี่ รพ.รามาธิบดี โทร. 02-2200-4048

ที่มา :  งานสร้างเสริมสุขภาพ
            คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

แหล่งที่มา : Line Ramathibodi

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เหตุผลดีๆ ที่ควรเลิกบุหรี่

4 เหตุผลดีๆ...กับการบอกลาบุหรี่แบบถาวร... 
สิ่งที่ทำยากสำหรับใครหลายๆ คน
คือการบอกลากับบุหรี่เจ้าปัญหา
ที่สูบเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นกับชีวิต

ด้วยปัจจุบันดูเหมือนว่าการสูบบุหรี่นั้น
จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
จนกลายเป็นที่ยอมรับในสังคมไปแล้วนั้น
เหมือนจะเป็นจุดเล็กๆ ที่เรามองข้ามกันไป

แต่รู้หรือไม่ว่าปัญหาจากการสูบบุหรี่นั้น
กระทบทั้งต่อตัวเราและโลกของเรามากขนาดไหน
มาดูกันว่า 4 เหตุผลง่ายๆ อะไรบ้าง
ที่เราต้องบอกลาบุหรี่อย่างถาวรโดยไม่ต้องแคร์อีกต่อไป

1.เลิกบุหรี่ชีวิตมีพลังมากขึ้น 
คุณรู้หรือไม่ว่าการสูบบุหรี่นั้น
จะทำให้ร่างกายของคุณนั้นอ่อนแอลง
เพราะบุหรี่จะเข้าไปทำลาย
ภูมิต้านทานในร่างกายของคุณให้ลดลง

จึงไม่แปลกที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของคุณ
และสามารถเจ็บป่วยได้ง่ายมากๆ
รวมไปถึงการเสี่ยงต่อโรคร้าย
อย่างโรคปอด โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ
ทำให้การใช้ชีวิตของคุณมีประสิทธิภาพน้อยลง
เรียกได้ว่ามีแต่แย่กับแย่

2.เลิกบุหรี่ทำให้ภาพลักษณ์และบุคลิกดีขึ้น
การสูบบุหรี่นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายภายในแย่แล้ว
ยังทำลายไปถึงสุขภาพภายนอกด้วยนั่นก็คือ
ภาพลักษณ์หรือบุคลิกภาพ

ทั้งกลิ่นตัวที่เหม็น
กลิ่นปากที่แรง
หน้าตายังหมองคล้ำไม่สดใส
ทำให้ดูแก่ก่อนวัย
ซึ่งทำให้การเข้าสังคมของเราดูไม่ดี
และอาจทำให้เป็นที่รังเกียจของสังคมได้

3.เลิกบุหรี่การเงินดีขึ้น 
จน จน จน และจน
นี่คือคำที่ใครหลายคนคงไม่ชอบสักเท่าไหร่
คุณรู้หรือไม่ว่าการสูบบุรี่นั้น
ในแต่ละวัน เดือน ปี
คุณต้องเสียเงินไปกับการทำลายล้างร่างกายมากขนาดไหน
และก็ไม่มีอะไรที่ดีขึ้นมา

เสียสุขภาพกาย เสี่ยงต่อโรค และ
ยังเบียดเบียนสภาวะทางการเงินของเรา
ลองเลิกบุหรี่

แล้วคุณจะค้นพบว่า
เราจะเหลือเงินที่มากขึ้น
จนคุณไม่อยากกลับไปสูบมันอีก

4.เลิกบุหรี่ เลิกทำร้ายคนใกล้ตัว 
คุณคงเป็นหนึ่งคนที่จะไม่มีวันทำร้ายคนที่คุณรัก
แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า
เจ้าควันบุหรี่มีอานุภาพทำร้ายคนที่คุณรักมากขนาดไหน

ควันบุหรี่สามารถแพร่กระจาย
ทำร้ายคนรอบตัวคุณ
ด้วยการสูดดมเข้าไปในร่างกาย
แล้วก็ส่งผลกระทบเดียวกับคุณ
ราวกับได้สูบพร้อมกับคุณไปด้วย

แล้วยังทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
มีแต่ผลเสียที่ไร้ประโยชน์มากๆ

นี่คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่คุณเองอาจจะรู้ดีอยู่แล้ว
เหตุผลที่คุณต้องเลิกบุหรี่นั้นมีมากมายหลายเหตุผล

เพียงเพราะการเลิกบุหรี่
นอกจากทำให้คุณสุขภาพร่างกายดีแล้ว
สังคม สิ่งแวดล้อม และคนรอบข้างของคุณ
ก็จะดีตามไปด้วย

เพียงเท่านี้คุณก็จะใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข
และอยู่กับคนที่คุณรักไปนานๆ

รู้แบบนี้ใครที่อยากเลิกบุหรี่ขอรับคำปรึกษาเลิกบุหรี่ โทร.ฟรี 1600 เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก : สื่อ การเลิกบุหรี่ จากโครงการกลยุทธ์วิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ และ คู่มือเลิกบุหรี่ “ชีวิตปลอดบุหรี่ การเตรียมตัวและชีวิตใหม่” 

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ SOOK