วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เรียนเพื่อพ่อแม่

เมื่อวานดูคลิปรายการนึง
เขาสัมภาษณ์คุณลุงเจ้าของสวนมะนาว
ปัจจุบันลุงอายุ 75 ปีแล้ว
ไม่ได้ทึ่งกับสวนมะนาวของลุง
แต่ทึ่งกับคำพูดตอนที่ลุงให้สัมภาษณ์ว่า
"ผมจบวิศวะ แต่ชอบทำเกษตรมากกว่า
ที่เรียนวิศวะ เพราะเรียนเพื่อพ่อแม่"

อั๊ยย่ะ!!!  ไม่คิดว่าคำว่า "เรียนเพื่อพ่อแม่"
จะใช้กันมานมนาน แม้กระทั่งคนอายุ 75 ก็ยังเคยผ่านเหตุการณ์นี้

ซึ่งถ้าให้เดา  อีก 75 ปีข้างหน้า
"เรียนเพื่อพ่อแม่" ก็น่าจะยังเป็นคำที่ใช้กันต่อ ๆ ไป

พ่อแม่ทุกคนรักลูกอยู่แล้ว อันนี้ใคร ๆ ก็รู้
แต่หลายครั้งเราก็เอาปีกมาใส่ให้ลูก
โดยไม่ได้ถามสักคำว่าปีกนั้นจะทำให้ลูกอึดอัดหรือเปล่า
ลูกอาจจะเพียงแค่อยาก "เดิน" ไปบนเส้นทางของตัวเอง
มากกว่าที่จะ "บิน" ไปบนเส้นทางที่พ่อแม่กำหนดไว้

"เรียนเพื่อพ่อแม่"
ไม่กล้าฟันธงหรอกว่าใครถูกใครผิด
เพราะเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากความรัก ความห่วงใย
แต่ลูกกี่คนก็ไม่รู้ ที่พอเรียนจบตามที่พ่อแม่อยากเห็น
แล้วจากนั้นก็ไม่คิดหันหลังกลับมาหาวิชาชีพที่เรียนมาอีกเลย
แต่พ่อแม่กี่คนก็ไม่รู้ ที่พอลูกเรียนจบแล้ว
ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าแล้วยังไงต่อ?
นอกจากได้ใบปริญญามาประดับฝาบ้าน
ได้อัลบั้มรูปถ่ายวันรับปริญญา
ที่แทบไม่เคยเอามาเปิดดูอีกเลย

ถ้าอย่างนั้นมันก็น่าสงสัยว่า
การ "เรียนเพื่อพ่อแม่"
ประโยชน์ของมันคืออะไรหนอ?

หรืออันที่จริง เราควรจะปลูกฝังกันใหม่ว่า
ไม่ต้อง "เรียนเพื่อพ่อแม่" ก็ได้นะลูก
แต่ขอให้ "เป็นคนดีเพื่อพ่อแม่"
แบบนี้จะฟังดูเข้าท่ากว่า
เห็นด้วยมั้ย ?

แหล่งที่มา   Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

มี Vs ไม่มี

มีนาฬิกาแพง ๆ แค่ไหน
ก็ซื้อเวลาไม่ได้

มีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน
ก็ซื้อความอบอุ่นในครอบครัวไม่ได้

มีรถราคาแพงแค่ไหน
ก็ซื้ออิสระในการไปไหนมาไหนไม่ได้

มีเงินมากแค่ไหน
ก็ใช่ว่าจะซื้อความสุขได้

เพราะฉะนั้น
ชีวิตนี้เกิดมาแล้ว....
ก็ขอให้ได้มีนาฬิกาสวย ๆ แพง ๆ ใส่
มีบ้านหลังใหญ่ ๆ สนามหญ้าสวย ๆ
มีรถดี ๆ แพง ๆ เอาไว้ขับ
มีเงินเยอะ ๆ เอาไว้ใช้เองบ้าง บริจาคบ้าง
แบบนี้น่าจะคุ้มกับที่เกิดมามากกว่า

เพราะมีนาฬิการาคาถูก
ก็ซื้อเวลาไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ

เพราะมีบ้านหลังเล็ก
ก็ซื้อความอบอุ่นไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ

เพราะมีรถเก่า ๆ ถูก ๆ
ก็ซื้ออิสระไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ

เพราะมีเงินน้อยก็ซื้อความสุขได้บ้างไม่ได้บ้างเหมือนกันนั่นแหละ
อย่ารีบตะครุบเอาสิ่งเหล่านี้ มาเป็นข้ออ้างแห่งความไม่สำเร็จ
อย่ารีบคว้าเอาสิ่งเหล่านี้ มาเป็นข้ออ้างว่าไม่เห็นอยากได้เลย
ถ้าไม่หลอกตัวเอง ใคร ๆ ก็อยากใช้ของดี ๆ
อยากอยู่บ้านหลังใหญ่ มีรถคันสวย มีเงินใช้ไม่ขาดมือกันทั้งนั้น

จริงอยู่ ที่ "วัตถุ" ไม่อาจให้ความสุขทุกอย่างในชีวิตได้
แต่การไม่มี "วัตถุ" ในหลายครั้ง
ก็ให้ความทุกข์บางอย่างกับชีวิตเช่นกัน

ถ้าคุณเคยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ๆ มีบริเวณให้ลูกวิ่งเล่น
คุณจะรู้ว่ามันน่าอยู่กว่าทาวน์เฮ้าส์หรือห้องเช่าแค่ไหน

ถ้าคุณเคยนั่งรถราคาแพง ๆ
คุณจะรู้เลยว่ามันน่าขับและปลอดภัยกว่ารถกระป๋องแค่ไหน

ถ้าคุณเคยมีเงินเยอะ ๆ
คุณน่าจะนึกออกว่า
สมองมันปลอดโปร่งกว่าตอนไม่มีเงินแค่ไหน

ไม่ได้สนับสนุนให้คุณบ้าวัตถุ บ้าเงิน

อย่างไรเสีย "ความสงบใจ"
ก็คือความสุขสูงสุดของมนุษย์

แต่แนวคิดที่ชวนทุกคนมา "หด" ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา
ด้วยการบอกว่ามีเงินก็ซื้อความสุขไม่ได้
มีบ้านหลังใหญ่ก็ซื้อความอบอุ่นไม่ได้
ไม่รู้ว่าเขาต้องการจะบอกอะไร

ไม่มีเงิน ซื้อความสุขได้อย่างนั้นเหรอ?
มีห้องเช่าเท่ารูหนู ซื้อความอบอุ่นได้อย่างนั้นเหรอ?
เอ้า! ทุกคนมาอยู่เฉย ๆ หายใจเบา ๆ เลิกไขว่คว้ากันเร้ว
แบบนี้มันใช่เหรอ?

เราอยู่ในโลกทุนนิยมมานานแล้ว
หนีมันไม่พ้นหรอก
แต่อยู่ที่เราจะรับมือกับมันอย่างไรมากกว่า

ถ้าคุณไม่ได้อยากได้เงินเต็มในบัญชีธนาคาร
ถ้าคุณไม่ได้อยากซื้อนาฬิกาแพง ๆ
ถ้าคุณไม่ได้อยากซื้อรถแพง ๆ ซื้อบ้านหลังใหญ่
คุณก็เอาเงินที่คุณหาได้มา ไปช่วยเหลือผู้คนสิ

โลกนี้ยังต้องใช้เงินอีกเยอะ เงินช่วยผู้คนได้
จริง  เงินซื้อทุกอย่างไม่ได้
แต่เงินซื้อยารักษาโรคให้ผู้ป่วยอนาถาได้
แต่เงินซื้อผ้าห่มให้คนยากไร้ที่เหน็บหนาวได้
แต่เงินซื้ออาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนได้
แต่เงินซื้อการศึกษาให้คนที่ด้อยโอกาสได้

ถ้าเงินไม่สำคัญสำหรับคุณ
จงหาเงิน แล้วเอาเงินนั้นมอบให้คนอื่นที่ต้องการความช่วยเหลือ
ไม่ใช่คุณหาเงินไม่เก่ง แล้วเที่ยวบอกคนอื่นว่าเงินไม่สำคัญ
แบบนั้นมันองุ่นเปรี้ยวชัด ๆ
คุณว่ามั้ยล่ะ ?

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 150 วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ฉบับวันศิลปินแห่งชาติ
ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน...เพราะการเรียนคือการเล่นสนุก
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/nunti…/e-book-new108-fdtiqhtds.html



แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 149 วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

BB SHOW
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/nuntisz/e-book-new108.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 148 วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เปิดร้านออนไลน์ใครๆ ก็ทำได้
อ่านต่ออนไลน์ที่ http://www.flipsnack.com/nuntisz/new108-fdtplx7b5.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

3 ขั้นตอนตั้งเป้าหมายเพื่อไปสู่ "อิสรภาพทางการเงิน"

ขั้นที่ 1 กำหนดให้ชัดเจนว่า แต่ละปีต้องมีเงินเท่าไหร่
ถึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของชีวิต

สมมติว่า 1.2 ล้านบาท/ปีก็แล้วกัน

ขั้นที่ 2 มองหาการลงทุนที่ไม่เสี่ยงที่สุด ให้เงินทำงานให้
แล้วได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล เช่น กองทุนรวม
ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ผลตอบแทน 5% เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ
(ตัวเลข 5% เป็นตัวเลขที่ไม่เว่อร์ มากกว่านี้ก็มี แต่เอาแค่นี้พอ)
ขั้นที่ 3 นำตัวเลขในข้อที่ 1 หารด้วย 5%
หรือคิดง่าย ๆ คือคูณด้วย 20
ก็จะกลายเป็น 1.2*20 = 24 ล้านบาท
ตัวเลข 24 ล้านบาทนี่ล่ะ ที่จะใช้เป็นเป้าหมาย

ให้คุณค้นหาวิธีว่าจะหาเงินก้อนนี้มาได้อย่างไร
พอหาได้แล้ว ก็นำไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเริ่มต้นที่ 5%
เท่านี้ก็จะได้ผลตอบแทน 1.2 ล้านทุกปี
แบบที่ไม่ต้องทำงานเพื่อหาเงินอีกต่อไป
แต่มีเงินไหลเข้ามาเพียงพอกับค่าใช้จ่าย
เท่านี้ก็มีอิสรภาพทางการเงินแล้ว

24 ล้านบาทเนี่ยนะ?!!! จะไปหามาจากไหน?
ตอบว่าไม่รู้ แต่ละคนก็มีหนทางต่างกัน
คุณอาจทำธุรกิจ ลงทุนหุ้น ลงทุนคอนโด ฯลฯ
จริง ๆ แล้ววิธีนี้เป็นเพียงกุศโลบายให้คุณมีเป้าหมายทางการเงิน
เพราะคุณอาจจะเรียนรู้การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมาก
แต่ผลตอบแทนมากกว่า 5%
ถ้าเป็นแบบนี้ คุณก็ไม่ต้องมีเงินก้อนถึง 24 ล้านบาท

หรือถ้าคุณสามารถหาเงินด้วยวิธีอื่น
สร้างรายได้แบบมีระบบ ไม่ต้องเอาตัวเองเข้าไปแลกตลอดเวลา
แต่สร้างรายได้ปีละ 1.2 ล้านบาท
เช่น คุณอาจเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
ทำธุรกิจเครือข่าย มีหนังสือขายดี มีคอนโดให้เช่า
มีคอร์สสัมมนาออนไลน์ หรืออะไรก็ว่าไป

แบบนี้คุณก็มีอิสรภาพทางการเงินเหมือนกัน
อิสรภาพทางการเงินนั้นเป็นเรื่องที่ดี
เพราะทำให้เราเลิกกลังวลเรื่องเงิน
และมีเวลาไปคิดเรื่องอื่นที่สนุกกว่าการแค่ทำงานหาเงิน

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการสร้างอิสรภาพ
อย่าไปเครียด อย่าไปรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจ
ให้มีความสุขระหว่างที่เรากำลังต่อท่อส่งน้ำมาจากแม่น้ำ
หรือต่อให้สุดท้ายคุณทำไม่สำเร็จเสียที
ทำยังไงก็ยังไม่สามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้
แต่การที่คุณมีเป้าหมายทางการเงิน
สิ่งนี้จะขัดเกลาให้คุณเป็นคนที่เก่งขึ้น ตั้งใจกับชีวิตขึ้น
เท่านี้ก็คุ้มค่าแล้ว

ลองนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมกับชีวิตของคุณนะครับ
ถ้าเงินไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ก็อย่าเอาชีวิตทั้งวันไปแลกเงินมา
ถ้าเงินไม่สำคัญ
แล้วทำไมไม่จัดการให้มันจบ ๆ
มาตั้งเป้าหมายทางการเงินกันเถอะ

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

ใช้ตะเกียบง่ายนิดเดียว ไม่เป็นก็ใช้ได้



ตอนอยู่ญี่ปุ่น หรือไปเที่ยวญี่ปุ่น
ใครเจอปัญหาใช้ตะเกียบไม่เป็นหรือไม่คล่องอย่างใจคิดมั้ย ?

วันนี้ไปเจอวิธีแก้ปัญหาเจ๋งๆ
ที่จะทำให้เราใช้ตะเกียบได้อย่างมีความสุข
เลยอยากเอามาแบ่งปันเพื่อนๆ

แหล่งที่มา     Facebook : JapanSalaryman

วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วิธีกำจัดหนูโดยไม่ต้องฆ่า

1. น้ำมันก๊าด
ไม่บอกก็รู้ว่า น้ำมันก๊าด มีกลิ่นรุนแรงขนาดไหน
เพราะแม้แต่คนที่สูดดมเข้าไปมาก ๆ ก็ยังแอบเวียนหัวอยู่เหมือนกัน
นับประสาอะไรกับหนูตัวเล็ก ๆ เมื่อเจอเข้ากับกลิ่นของน้ำมันก๊าด
รับรองว่าเจ้าหนูทั้งหลายจะเข็ดขยาดจนไม่อยากอยู่ในบ้านหลังเดิมอีกต่อไปเลยล่ะ

วิธีการก็แค่เทน้ำมันก๊าดใส่ถ้วยเล็ก ๆ ไปวางไว้ตามจุด
ที่คาดว่าหนูอาศัยอยู่เท่านั้นค่ะ หรือจะวางไว้กับแหล่ง
อาหารของหนูก็ได้ แต่ควรระวังอย่าใช้ในบ้านที่มีเด็ก
และต้องหมั่นเปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อระบายกลิ่นบ้าง
และสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันสน หรือน้ำมันกลิ่นฉุนอื่น ๆ ก็ได้

2. ลูกเหม็น
กลิ่นของลูกเหม็นแม้จะไม่รุนแรงเท่าน้ำมันก๊าด
แต่ก็เป็นกลิ่นที่ไม่รัญจวนใจนัก
หนูทั้งหลายจึงไม่ค่อยสบอารมณ์กับกลิ่น
ของลูกเหม็นสักเท่าไหร่ หากนำลูกเหม็น
ไปวางไว้ในจุดที่คิดว่าหนูจะวนเวียนอยู่
เช่น ใกล้ถังขยะ ฝ้าเพดาน หรือมุมอับภายในครัว
เท่านี้หนูก็จะเบื่อหน่ายกับกลิ่นจนอยากย้ายบ้านหนีไปเลย

3. เปิดไฟให้สว่าง
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายแสนง่าย
เพราะแสงไฟจะทำให้หนูแสบตา
และไม่กล้าออกมาแสดงตัวมากนัก

ซึ่งเมื่อไฟยังสว่างอยู่หนูก็จะกล้า ๆ กลัว ๆ
ที่จะออกมาคุ้ยหาอาหาร หรือแทะข้าวของต่าง ๆ
ให้พังเสียหาย ซึ่งผลที่ตามมาอาจจะต้องแลก
ด้วยค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจนน่าใจหายอยู่เหมือนกัน

แหล่งที่มา     Facebook : Tesco Lotus Community - ชีวิตดี ชุมชนดี กับเทสโก้ โลตัส

คน

มีคนสองประเภทที่มีปัญหาพอ ๆ กัน

ประเภทแรก คนที่เอาแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่น 
วิจารณ์ได้ทุกเรื่องของทุกคน

ส่วนใหญ่คนประเภทนี้ไม่ค่อยมีเวลายุ่งกับเรื่องของตัวเอง
เพราะสายตาสอดส่องมองหาข้อผิดพลาดของคนอื่น

พระพุทธรูปงดงามยังพูดได้ว่า
"ก็สวยนะ เสียอย่างเดียว พระพุทธรูปพูดไม่ได้"

ประเภทที่สอง คนที่เอาแต่ฟังเสียงของคนอื่น
ส่วนใหญ่คนประเภทนี้จะเคลื่อนไปข้างหน้าช้า
เพราะเอาแต่ฟังเสียงวิจารณ์ของคนรอบข้าง

ใครทักอะไรนิดหน่อย ก็เริ่มไม่มั่นใจ
เกิดหวั่นไหวไปตามประสาคนใกล้กัน
จิ้งจกทักปุ๊บ งดออกจากบ้านเลย

และถ้าคนประเภทหลังเจอคนประเภทแรกเมื่อไหร่
ก็น่าสงสาร 
เพราะคนประเภทแรกจะกรอกหูจนหมดความเชื่อมั่นไปเลย

คนประเภทแรก ไม่รู้แก้ไขได้มั้ย 
เพราะเขาคือศูนย์กลางจักรวาล แก้ไขยาก ไม่ฟังใคร

แต่คนประเภทที่สอง แก้ไขได้แน่
แค่ทำหูให้หนัก ปิดหู ฟังแล้วผ่านไป อย่าเก็บมาคิด
เพราะหลายครั้งที่ถนนสู่หายนะ ล้วนปูพื้นด้วยคำว่า "หวังดี"

ถ้ามั่นใจ ก็ลุยเลย
ถ้าสำเร็จ เราจะได้ภูมิใจว่าเราคิดถูกแล้ว
ถ้าไม่สำเร็จ ก็รับผิดชอบกับการตัดสินใจ แล้วแก้ไขใหม่
เรื่องมันก็มีเท่านี้เอง

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 147 วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตรุษจีน 2558 เทศกาลวันขึ้นปีใหม่จีนแห่งสยามประเทศ
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/nuntisz/ebook-new108.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 145 วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แม่น้ำโขงปลอดภัย 4 ชาติร่วมใจ ปราบปรามยาเสพติด
อ่านต่อออนไลน์ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftcs49pty.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 144 วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สิงห์เอย อย่าอมควัน
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdplbjk1e.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 146 วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อยากให้เด็กไทยโตไป ไม่ดื่ม
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://joom.ag/Lmhb


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เทศกาลตรุษจีน

รู้ไหมว่า...
ในเทศกาลตรุษจีนที่มาถึง
สามารถสอนให้คุณเป็นคนลึกซึ้ง
เรื่องการใช้เงินได้เหมือนกัน..
-----
เทศกาลตรุษจีน
ประกอบด้วยวัน 3 วัน
วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว

จ่าย - เพื่อซื้อของมาไหว้
ไหว้ - เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษ แจกอั่งเปาให้ลูกหลาน
เที่ยว - สังสรรค์และขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพ
-----
แต่ถ้าเราเอาวันจ่าย ไหว้ เที่ยว
มาประยุกต์กับด้านการเงินของเราบ้างล่ะ!!
จ่าย - แบ่งเงินให้สิ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิต
ไหว้ - ให้เงินผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อทดแทนบุญคุณ
เที่ยว - ส่วนที่เหลือค่อยสรรค์สร้างจ่ายตามที่ต้องการ

3 ขั้นตอนจากแนวคิดในวันตรุษจีน
เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวคุณเป็นคนใหม่

แหล่งที่มา    Facebook : TaxBugnoms

Google Logo : 18 ก.พ. 2558 Alessandro Volta's 270 birthday


Alessandro Volta ชื่อเต็มของเขาคือ Count Alessandro Giuseppe Antonio Anastasio Volta
(เคานท์อเลสซานโดร จูเซปเป อันโตนิโอ อนาสตาซิโอ โวลตา) เป็นนักฟิสิกส์ชาวอิตาลี และคนทั่วโลกรู้จักเขาในฐานะ ผู้คิดค้นแบตเตอรี่ (เซลล์ไฟฟ้าเคมี) ที่เขาได้ประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1800 และทางสภาไฟฟ้านานาชาติ (The International Electrical Congress) ได้มีมติในที่ประชุมว่าควรนำเอาชื่อของเขามาตั้งชื่อหน่วยวัดแรงเคลื่อนที่ต่อเนื่องของไฟฟ้า ที่เรารู้จักกันดีว่า โวลต์ (Volt) นั่นเอง

โดยในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 นี้ จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 270 ปีของเขาครับ

แหล่งที่มา    เว็บไซต์ http://www.zcooby.com/alessandro-volta/

4 ความเข้าใจผิด ๆ

ที่คนเป็นพ่อแม่ควรจะเปลี่ยนความคิด
เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของลูก

1. "ถ้าลูกได้เรียนสายวิทย์ แปลว่าฉลาดกว่าสายศิลป์"
ความจริงก็คือโลกนี้มีความถนัดร้อยแปดอย่าง
ที่ไม่จำเป็นต้องใช้คณิตศาสตร์หรือฟิสิกส์มาเกี่ยวข้อง
ความเชื่อแบบนี้มันตกยุคมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
ที่ต้องการให้ประเทศเราเป็นประเทศอุตสาหกรรม
เรียนสายไหนก็คือคนเก่งทั้งนั้น เราแค่เก่งกันคนละอย่าง

2. "ถ้าลูกเรียนเก่ง แปลว่าต้องให้เรียนหมอหรือไม่ก็วิศวะ"
ความจริงก็คือโลกนี้มีร้อยพันอาชีพที่ไม่ได้เปิดสอนในมหาลัย
หรือต่อให้มีสอน แต่กว่าสถาบันจะไหวตัวทัน เอามาสอนบ้าง
มันก็ช้าไป ไม่ทันโลกแล้ว

3. "ถ้าลูกเรียนไม่เก่ง ชีวิตนี้ต้องแย่แน่ ๆ"
ความจริงก็คือ โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้วัดแค่การศึกษา
แน่นอนว่าโอกาสในชีวิตอาจจะน้อยลง เพราะเรียนไม่เก่ง
แต่โอกาสบางอย่างก็จะมากขึ้น เพราะต้องดิ้นรนถีบตัวเองขึ้นมา
และบางครั้งก็ต้องยอมรับว่าการที่เด็กเรียนไม่เก่งนั้น
ใครจะไปรู้ว่า ครูสอนไม่ดีก็อาจมีส่วน
ระบบการศึกษาที่วัดความสามารถของปลาจากการปีนต้นไม้
ก็อาจจะมีส่วน

4. "ถ้าลูกเรียนเก่ง ชีวิตนี้จะสบายแน่ ๆ"
ความจริงก็คือ โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้วัดแค่การศึกษา
ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่มากกว่าในตำราเรียน
ที่จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของชีวิต
คนเป็นพ่อแม่จึงต้องสอนทักษะและประสบการณ์ชีวิตให้ลูก
ตำราเรียนไม่ทำให้ลูกรอดในชีวิตจริง

เรากำลังพาคนรุ่นหลังหลงทางตาม ๆ กันมาหรือเปล่า?
เป็นคำถามที่น่าคิดนะ

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อยากร่ำรวย...ในที่สุดเราก็จะร่ำรวยได้จริง ๆ

มีรุ่นน้องที่สนิทกันอยู่คนนึง
เขาเคยถามว่าทำอย่างไรถึงจะรวย
ไม่ต้องมากมายก็ได้ ขอแค่มีเงินซื้อบ้านให้ลูกเมียได้
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สาวของเขาถึงรวยเอา ๆ
ในขณะที่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่จน แต่ก็ห่างไกลคำว่ารวย
ยังต้องหาเงินใช้ทุกเดือน ได้ค่าจ้างถูก ๆ ไม่คุ้มเหนื่อย

ถามคำแรกกับเขา
"มึงเกลียดคนรวยมั้ยล่ะ? เวลาพูดถึงคนรวยแล้วรู้สึกอย่างไร?"

เขาตอบว่ารู้สึกตะขิดตะขวงใจเวลาพูดเรื่องเงิน
รู้สึกหมั่นไส้เล็ก ๆ กับพวกคนรวย ๆ
รู้สึกลึก ๆ ว่าคนพวกนี้เอาเปรียบคนจน

ได้ยินแบบนั้น  เลยตอบไปสั้น ๆ ว่า
"นั่นล่ะ มึงไม่มีทางเป็นในสิ่งที่มึงเกลียดได้หรอก"
ที่ตอบแบบนั้นเพราะรู้ว่านี่คือสาเหตุหลักของความจน

เมื่อเกือบสิบปีก่อน ก็เคยมีอาการแบบนั้น
เกลียดคนรวย เกลียดนายทุน เกลียดทุนนิยม
ในเวลาต่อมาได้อ่านหนังสือ "ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน"
(เขียนโดย ที ฮาร์ฟ เอเคอร์ ชีวิตนี้คุณต้องอ่านเล่มนี้ให้ได้)

ตกใจที่ทัศนคติในเวลานั้น
มันช่างตรงกับที่หนังสือบอกไว้ทุกข้อเลยว่า
"นี่คือความคิดและนิสัยของคนจน"

เกลียดเงิน เกลียดคนรวย พูดเรื่องเงินแล้วขยะแขยง
เงินทำให้คนเปลี่ยนไปเป็นคนเลว
และอีกมากมายที่สรรหามาใส่ความให้กับ "เงิน"
พอเปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนแปลงตัวเอง
แน่นอนไม่ได้ใช้เวลาแค่ข้ามคืน
แต่ใช้เวลาหลายปีมาก

แล้วในที่สุด ความจนก็เลิกคบกันตลอดกาล
มีเพื่อนสนิทคนใหม่ชื่อ "ความร่ำรวย"
เขานิสัยดีมาก ให้อิสระในชีวิต
ให้ทำสิ่งที่รักโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น
ให้การศึกษาดี ๆ กับลูก ๆ
ให้การท่องเที่ยวดี ๆ กับครอบครัว
ให้ได้ดูแลค่าใช้จ่ายของพ่อแม่
ชนิดที่เมื่อก่อนหาทั้งเดือน ยังหาได้ไม่เท่านี้
เพื่อนคนนี้ดีจริง ๆ
....
วันนั้นรุ่นน้องคนนี้ยังบอกอีกว่า
เขาเคยพยายามจะไปทำอะไรที่มันดูแล้วน่าจะร่ำรวยได้
แต่ก็โดนเพื่อนคนนึงเบรคไว้ว่า "มึงทำไม่ได้หรอก ไม่ใช่มึง"

ถามกลับไปว่า
"เพื่อนคนนั้นชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไร?"

รุ่นน้องตอบว่าเพื่อนคนนี้ขี้เมา ไม่ค่อยมีตังค์
เคยอยากทำธุรกิจ ตระเวนหาทุน แต่ไม่มีใครให้
ปัจจุบันอยู่บ้านหายใจเบา ๆ จะได้ไม่เปลือง

หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ เลยบอกไปว่า
"ตกลงมึงจะฟังเรื่องเงิน เรื่องหารายได้จากคนแบบนี้เหรอ?"

รุ่นน้องเงียบไป  ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรต่อ
ปัจจุบันเราไม่ได้เจอกันสักพักแล้ว
ก็ไม่ได้ติดตามความเป็นไปของเขา
ได้แต่เอาใจช่วยว่า
ถ้าเขาอยากร่ำรวย เขาต้องเลิกเกลียดคนรวยเสียก่อน
เพราะคนดี คนเลว นั้นมีอยู่ทั้งในหมู่คนจนและคนรวย
ถ้าเขาอยากรวย อย่าไปฟังคนที่เอาตัวเองยังไม่รอด
อยากรวย ต้องฟังจากคนที่รวยแล้วเท่านั้น

ที่เราไม่ร่ำรวย
เพราะลึกๆ เราไม่อยากร่ำรวย
แต่ถ้าเราอยากร่ำรวยแบบจริง ๆ จัง ๆ
ในที่สุดเราก็จะร่ำรวยได้จริง ๆ
ประโยคข้างบนฟังดูเหลือเชื่อ
แต่ขอให้เชื่อเถอะว่านี่คือเรื่องจริง

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทำไมคนไทยชอบลัดคิว แต่ญี่ปุ่นไม่แซงคิว ?

1. คนญี่ปุ่นได้รับการอบรมเรื่องการเข้าคิวตั้งแต่เด็ก
การแซงคิวไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกว่าดีหรือไม่ดี
แต่อยู่ที่ว่าทำได้หรือไม่ได้ต่างหาก

2. คนแซงคิวในญี่ปุ่นถูกมองเป็นคนไม่มีคุณค่า เห็นแก่ตัว
และเนื่องจากคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเวลามาก
การแซงคิวจึงเป็นการไม่ให้เกียรติเวลาคนอื่น

3. คนญี่ปุ่นถือสิทธิความเท่าเทียมกัน ต่อให้คุณใหญ่มาจากไหน
คนข้างหน้าก็คือคนที่มีสิทธิมากกว่าเพราะเค้ามาเร็วกว่าคุณ

4. สังคมญี่ปุ่นบอกว่า เราไม่อยากให้คนในสังคมเป็นคนไม่รู้จัก”อาย”

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความรัก... ไม่ได้ช่วยให้ชีวิต "ดี" ขึ้น

เชื่อไหมว่า...
ความรักไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้น!!
-----
มิตรสหายท่านหนึ่งเคยบอกว่า
ความรักก็เหมือนกับการจับจองไว้

เราบอกว่ารัก
เพราะเรากลัวว่าคนที่เรารักจะไม่รักเราตอบ

เราบอกว่ารัก
เพราะเรากลัวว่าสักวันเราจะไม่มีคนรัก

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ
ความรักก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นจริงๆ แหละ
-----
หลายคนอาจจะกำลังแย้งว่า
ความรักคือแรงผลักดัน
ทำให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เพื่อคนที่เรารัก แบบนี้ไม่ดีอีกหรอวะฮะ!!
นั่นยิ่งตอกย้ำให้ชัดเลยว่า
ถ้าไม่มีความรัก ชีวิตเราคงแย่มากเลยสินะ!
-----
อ่านถึงตรงนี้
เชื่อผมเถอะ ว่า
ความรัก...
ไม่ได้ช่วยให้ชีวิต "ดี" ขึ้น

แต่สิ่งหนึ่งที่ความรักช่วยได้แน่ๆ
คือไม่ทำให้ชีวิตเรา "แย่" ลงไปกว่านี้
ในวันที่เราไม่เหลืออะไร

ความรักคือกำลังใจที่ดีที่สุด
ในวันที่เราท้อแท้และล้มลง
ความรักทำให้เราอยากจะลุกขึ้น
-----
แต่ท้ายที่สุดแล้ว
ไม่ว่าความรักจะเป็นอย่างไร
ไม่ว่าใครจะมองมุมไหน
ไม่ว่าอ่านแล้วคุณจะคิดถึงใคร
ความรักคือสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต
อย่างน้อยมีคนหนึ่ง
ที่คุณต้องรักเค้าตลอดไป
และคนนั้น...
กำลังรอคุณอยู่ในกระจก
-----
สุขสันต์วันแห่งความรักครับ ^^

แหล่งที่มา     Facebook: 

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 143 วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กรุงเทพฯ เมืองเดินได้ ปั่นดี
อ่านต่ออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdn5w9k1e.html

แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 142 วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

นับถอยหลังสู่วันแห่งความรักอย่างพรักพร้อม
อ่านต่อออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdniqhzo8.html

แหล่งที่มา    Facebook : New)108

มาทำความรู้จัก แท็กซี่ญี่ปุ่น

ได้ยินข่าวแท็กซี่ใหม่ นครชัยแอร์
แล้วหันมาดูแท็กซี่ญี่ปุ่นที่เคยนั่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา

คิดว่าแท็กซี่นครชัยแอร์ มาไกลกว่าญี่ปุ่นแล้วนะ!
นี่คือเรื่องที่น่าชื่นชมที่่องค์กรหนึ่งตั้งใจจะยกระดับ
อาชีพแท็กซี่ในเมืองไทยให้ดีขึ้น รวมถึงแก้ปัญหาให้กับผู้โดยสาร
ได้อย่างครบถ้วนและตอบโจทย์
เรื่องแบบนี้ ยกนิ้วให้!

มาทำความรู้จัก แท็กซี่ญี่ปุ่น
  1. ประตูผู้โดยสารเปิด-ปิดอัตโนมัติ
  2. นิยมใช้รถรุ่นเก่า แต่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด
  3. พนักงานขับรถ แต่งตัวสุภาพ ใส่สูท สวมถุงมือสีขาว
  4. สามารถออกใบเสร็จรับเงินให้ได้
  5. อายุเฉลี่ยพนักงานขับรถแท็กซี่คือ 56.8 ปี (จากจำนวนทั้งหมด 370,000 คน)
  6. พนักงานขับรถหญิง คิดเป็นประมาณ 20%
  7. รายได้เฉลี่ยต่อปี 2,980,000 เยน (ประมาณ 69,000 บาท/เดือน)
  8. มีการจำกัดระยะเวลาการทำงานเพื่อเหตุผลความปลอดภัย
  9. ส่วนใหญ่ติด Car Navigator เพื่อใช้ตรวจสอบเส้นทาง
  10. ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร
แหล่งที่มา    Facebook : JapanSalaryman

คนที่พร้อมอยู่ข้างๆ คุณ

ผู้คนมากมายในชีวิต
ที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ก้าวหายจากไป

และก็มีบางคน ที่ก้าวผ่านเข้ามา
แต่ก็ไม่ได้เดินจากออกไป

คนที่พร้อม ยืนอยู่ข้างๆ เรา
คนที่พร้อม ดีใจ ถ้าเราได้ดี
คนที่พร้อมอยู่กับเรา ในวันแย่ๆ

ลองหันมองดูคนข้างๆ คนนั้นอาจจะเป็น 
พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน เพื่อน คนรัก
คนที่พร้อมอยู่ข้างๆคุณ 

แม้แต่คุณมี แต่ข้อเสียเต็มไปหมด
คุณก็ต้องพร้อมอยู่ข้างๆ เขา
ที่ไม่อาจทำให้โดนใจคุณ ในทุกๆ สิ่ง

คนที่ไม่ต้องดีทุกอย่าง 
แต่เป็นคนที่เห็นบางอย่าง 
ที่ไม่ดีของคุณ แต่เขาไม่ไปไหน

จงรักษา คนข้างๆ ให้ดี
เพราะ คนแบบนี้ หาได้ไม่ง่าย
ในชีวิตของคนหนึ่งคน

แหล่งที่มา      Facebook : Narai Good Day

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

"ความสำเร็จ" ก็เหมือน "กางเกงใน"

"ความสำเร็จ" ก็เหมือน "กางเกงใน"
ฝากใครซื้อไม่ได้ ตามแบบใครก็ไม่ดี
เพราะมันจะไม่พอดีกับเรา เราต้องมีแบบของเราเอง
ประโยคข้างบน พี่บอย โกสิยพงษ์ พูดไว้
ในงานสัมมนา exclusive ที่ไปนั่งฟังเมื่อวาน

มันใช่ยิ่งกว่าใช่ และพี่บอยโกพูดได้ตรงประเด็น
เพราะยุคนี้เราถูกฉุดกระชากลากถูไปทางโน้นทีทางนี้ที
ให้ "ร่ำรวย" ตามแบบมาตรฐานคนอื่น
ต้องมีมือถือรุ่นใหม่ บ้านใหญ่เท่าวัง
ขับรถสปอร์ต เที่ยวเมืองนอกกันจัง
ไม่อย่างนั้นถือว่าผิด
พี่บอยโกเรียกสังคมแบบนี้ว่า "สังคมฟรุ้งฟริ้ง"

พูดแบบนี้ใช่ว่าการร่ำรวยจะเป็นเรื่องผิดนะ
แต่ผิดตรงที่เราเห็นเขาใส่กางเกงในแบบนั้น
แล้วเราก็อยากใส่บ้าง เพราะคิดว่าน่าจะสบายดี
สุดท้ายไขว่คว้ากว่าจะได้มา
พอเอามาใส่แล้วไม่เห็นจะสบายอย่างที่คิด

มักจะเขียนอยู่บ่อย ๆ ว่า
ถ้าคุณตอบไม่ได้ว่าคุณอยากมีเท่าไหร่
ถ้าคุณตอบไม่ได้ว่ามีแค่ไหนที่คุณคิดว่ารวยแล้ว
แบบนั้น เท่าไหร่ก็ไม่พอ เท่าไหร่ก็ไม่รวย
คุณจะเหมือนวิ่งไล่เงาไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ

ทั้งที่ถ้าคุณหยุด คุณจะพบว่ามันอยู่ที่นี่ ตรงนี้อยู่แล้ว
อย่าให้ใครมาชวนเชื่อได้ว่า
ต้องมีเงินเท่านั้นสิถึงจะรวย มีรถแบบนี้สิถึงจะเจ๋ง
คุณต้องออกแบบเส้นทางด้วยตัวคุณเอง

ที่พูดมาทั้งหมด  ไม่ได้บอกว่าให้หยุดขยัน
แต่อยากให้ตั้งสติก่อนสตาร์ท จะได้ไม่พลาดไปตามก้นคนอื่น

ก็เหมือนที่พี่บอยโกบอกนั่นล่ะ
"ความสำเร็จ" ก็เหมือน "กางเกงใน"
ฝากใครซื้อไม่ได้ ตามแบบใครก็ไม่ดี
เพราะมันจะไม่พอดีกับคุณ คุณต้องมีแบบของคุณเอง

กางเกงในใส่พอดีในสไตล์ของคุณเป็นแบบไหน?
คุณนั่นล่ะที่รู้ดีที่สุด

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 141 วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตามรอยทำเลทองรถไฟฟ้า มาหานะเธอ
อ่านต่ออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd1i2is3d.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 140 วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แช็ตอย่างไร ไม่ให้ ”เสียงาน”
อ่านต่ออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ft98o805z.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 139 วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รู้ไว้ ต้านภัยมะเร็ง
อ่านต่ออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fd1iehnty.html

แหล่งที่มา    Facebook : New)108

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อุปสรรคและปัญหาที่ผ่านเข้ามาไม่นานมันก็จะผ่านไป

"อุปสรรคและปัญหาที่ผ่านเข้ามาไม่นานมันก็จะผ่านไป
จงฉวยโอกาสในการเรียนรู้อย่างเข้มแข็งเพื่อที่จะเติบโต
อย่างสวยงาม"

ในชีวิตคนเรามีปัญหามากมาย ในแต่ละวัน
ตราบใดที่เรายังใช้ชีวิต
ตราบใดที่เรายังมีความต้องการ
เพราะเมื่อสิ่งที่เราต้องการไม่เป็นดั่งใจ
มีเหตุให้เป็นไปไม่ได้ มันจึงกลายเป็นอุปสรรค เป็นปัญหา
และท้ายที่สุดมันก็จะกลายเป็นทุกข์ในจิตใจ

เวลาเผชิญปัญหา  จะไม่มองเพียงหาทางแก้
แต่จะมองถึงการที่ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากปัญหาที่เกิด
คล้ายกับคำโบราณที่ว่าผิดเป็นครู

ถ้าปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของเราเอง
อย่างไปรังเกียจมัน และบ่ายเบี่ยงความผิดให้ผู้อื่น
จงยืด อกรับผิด และะพร้อมที่จะแก้ไขสิ่งนั้นในทันที
ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลยในชีวิต
เพราะการจะแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นจากการยอมรับในปัญหานั้นก่อน
แต่ถ้าปัญหาที่มาจากปัจจัยภายนอกที่เราไม่คาดคิด หรือไม่สามารถควบคุมได้
การเริ่มต้นที่ดีที่สุด คือจัดการกับความคิดและมุมมองของเรากับปัญหานั้นก่อน โดย
"อย่าขยายสเกลปัญหา ทำให้มันใหญ่เกินจริง"

"ปักมุดปัญหาให้ชัดเจน
ปัญหาเรื่องงานคืองาน ปัญหาเรื่องชีวิตคือชีวิต
อย่ามาผสมปนเป"

"คิด วิเคราะห์ และ จำ เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก"
และเมื่อปัญหาผ่านไป และเราเห็นถึงโอกาสในการเรียนรู้
ในชีวิต เราจะสามารถเติบโตขึ้น เหมือนต้นไม้ที่ผ่านลมพายุอันเลวร้าย
จนสามารถออกดอกได้อย่างสวยงาม

แหล่งที่มา    Facebook : ThinkLife คิดเรื่องชีวิต

ถ้ามันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ มันเป็นแบบอื่นได้มั้ย?

ถ้าคุณอยากมีความคิดสร้างสรรค์
คิดว่านี่คือหนึ่งในคำถามที่คุณต้องใช้ถามตัวเองบ่อย ๆ

คำถามนั้นคือ
"ถ้ามันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ มันเป็นแบบอื่นได้มั้ย?"

คำถามนี้เอาไว้ท้าทายสิ่งที่ทำตามต่อ ๆ กันมา
จนเกิดเป็นสิ่งที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Stereotype
(เป็นแพทเทิร์นเหมือนกันไปหมด)

ว่าสิ่งนั้นที่ตาม ๆ กันมามันดีที่สุดได้เท่านี้
หรือมันดีกว่านี้ได้อีก? หรือมันแหวกกว่านี้ได้อีก

คิดถึงเรื่องนี้หลังจากที่รุ่นน้องคนนึงถามว่า
เว็บไซต์ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ของเขาหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบว่ามันเหมือนกับอีก 728.25 เว็บไซต์ที่เคยเห็น

"ถ้ามันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ มันเป็นแบบอื่นได้มั้ย?"
ถามน้องคนนั้นไปแบบนี้

หลายครั้งเราทำตาม ๆ กันมาจนลืมคิดว่าไป
จริง ๆ แล้วมันยังเป็นอย่างอื่นได้ตั้งเยอะแยะ
และบอกได้เลยว่าสิ่งที่เราทำตาม ๆ ที่เค้าทำกันมา
ส่วนใหญ่ทำได้แค่ให้เราได้ตามมาตรฐานเท่านั้น
แต่ไม่มีทางโดดเด่น

"ถ้ามันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ มันเป็นแบบอื่นได้มั้ย?"
จึงเป็นคำถามเงินล้านที่สร้างสรรค์มาก

มือถือไม่ต้องมีปุ่มกดได้มั้ย?
ผลลัพธ์คือ iPhone มือถือเปลี่ยนโลก

โรงแรมสวย ๆ ไม่ต้องอยู่ในทำเลดีได้มั้ย?
ผลลัพธ์คือ Boutique Hotel ที่ราคาห้องไม่ถูก แต่เต็มตลอด

หนังสือไม่ต้องอ่านได้มั้ย?
ผลลัพธ์คือ Audiobook หนังสือเสียงที่เอาไว้ฟัง

จากนี้ไป   อยากให้คุณลองฝึกตั้งคำถามนี้
ไม่ว่าเจออะไรก็ตาม ลองถามตัวเองว่า
"ถ้ามันไม่ใช่แบบนี้ล่ะ มันเป็นแบบอื่นได้มั้ย?"

ย้ำอีกทีว่ามันคือคำถามเงินล้าน
เพราะมันจะเปิดทางให้คุณคิดไม่เหมือนคนอื่น

ถามคำถามคุณภาพแบบนี้กับตัวเองตลอด
แล้วก็ได้คำตอบคุณภาพอยู่เรื่อย ๆ
"ถ้าไม่ต้องขับรถไปทำงานล่ะ ทำงานที่บ้านได้มั้ย?"
"ถ้าจะทำธุรกิจ ไม่ต้องมีออฟฟิศ ไม่ต้องมีพนักงานได้มั้ย?"
"ถ้าอาชีพนักเขียนไส้ไม่แห้งล่ะ นักเขียนรวยได้มั้ย?"
"ถ้าหนังสือไม่ต้องมีแต่ตัวหนังสือยาวพรืด เขียนน้อย ๆ ได้มั้ย?"
"ถ้านักเขียนไม่ต้องแค่เขียนล่ะ เป็นอย่างอื่นอีกได้มั้ย?"

ถามเถอะ  คำถามดี ๆ แบบนี้
ถึงแม้วันนี้คุณอาจจะยังไม่มีคำตอบ
แต่กรอบความคิดคุณจะขยายและเกิดการสร้างสรรค์แน่นอน
เกิดมาทั้งที อย่าเอาแค่ได้มาตรฐาน
มันต้องแตกต่างและโดดเด่น

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

4 วิธีต่อรองเงินเดือนอย่างฉลาดสไตล์ญี่ปุ่น

ปัญหาในการสมัครงานของชาวญี่ปุ่น
ก็เหมือนชาวไทยนั่นแหละ 
เรื่องเงินเดือนเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยกล้าพูดถึง
ให้กรอกเงินเดือนที่ต้องการก็ไม่รู้กรอกเท่าไหรดี 
ใส่มากก็จะโดนหาว่าเห็นแก่เงิน 
ใส่น้อยเราเองก็จะลำบากอีก 
ไม่รู้จะแก้ไงดี ..

แต่เชื่อเถอะ ถ้าเรื่องเงินมันเคลียร์กันจบ ที่เหลือสบาย
มาดูกันเคล็ดลับของเค้าคืออะไร ที่ช่วยเพิมการต่อรองเงินเดือนของเรา 
ให้ได้ประโยชน์สูงสุด !

1. เวลากรอกเงินเดือน ให้กรอกเป็น "range" 
อย่ากรอกเป็นตัวเลขเป๊ะๆ เชื่อเถอะ   ยังไงก็โดนต่อราคาอยู่แล้ว 
เราอยากได้เงินเดือนมากที่สุด นายจ้างต้องการจ่ายเงินเดือนน้อยที่สุด 
เพราะฉะนั้น เราควรกำหนดตัวเลขให้มี ”ช่องว่าง”  ในการยืดหยุ่นบ้าง
เช่น ถ้าอยากได้เงินเดือน 45,000 
ก็ลองกรอกดู 42,000 – 48,000 ครับ 
จะช่วยให้การสนทนาไปได้สมูทขึ้นเยอะ

2. "อธิบาย"ที่มาของเงินเดือนที่ต้องการอย่างรอบคอบ 
เช่น ถ้าอยากได้เงินเดือน 45,000 ก็บอกไปครับว่า 
ปีนี้เราตั้งเป้าเงินเก็บไว้เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนเราประมาณเท่าไหร่ 
และเมื่อเทียบกับตำแหน่งเดียวกันในบริษัทอื่น เค้าให้เงินเดือนเท่าไหร่ 
มันแสดงว่าเราทำการบ้านมาดี แสดงว่าเป็นคนวางแผนได้รอบคอบ 
เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ

3. ขาย"ไอเดีย"ให้กับบริษัท ไม่ใช่ขาย profile ตัวเอง 
บริษัทไม่ได้อยากรู้ครับว่า คุณเก่งมาจากไหน 
เกรดดีรึเปล่า ได้ทุนที่ไหนมาบ้าง
แต่เค้าอยากรู้ว่าถ้าเค้าได้คุณมาแล้วเนี่ย 
คุณทำอะไรให้กับบริษัทเค้าได้บ้างต่างหาก
ขายของให้ถูกจุดครับ อย่าโม้เยอะ มันเสียเวลา 
They don’t buy your profile but your value !
4. สุดท้ายเรื่อง "timing" ครับ 
อย่าไปถามหรือไปต่อรองเงินเดือนจนกว่า จะรู้แน่แล้วว่า 
นายจ้างต้องการตัวเรามากๆ เพราะคนที่เห็นคุณค่าตัวเราแล้ว 
ย่อมอยากสู้ราคาเพื่อให้ได้เรามาทำงานด้วย
เหมือนตอนที่เราไปซื้อของนั่นแหละ 
เราไม่ยอมจ่ายแพงในวันที่เรายังไม่รู้คุณค่าของมัน 
นายจ้างเค้าก็คิดแบบนี้
แต่ในวันที่เค้ารู้คุณค่าของคุณแล้ว 
อำนาจต่อรองจะกลับมาที่มือคุณทันที 
เพราะคุณเป็นคุณคนเดียวบนโลกใบนี้ ไม่มีคนอ่นมาเปรียบเทียบ 
เพราะฉะนั้น you name your own price !
.......................
first impression ในการสัมภาษณ์งาน จึงมีความสำคัญสุดๆ 
เพราะค่าตัวเริ่มต้นของคุณ ตลอดการทำงานในบริษัทนั้น 
ได้ถูกประเมิน ณ วันสัมภาษณ์แล้วเรียบร้อย
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนบางคน 
ถึงยอมไปซื้อสูทสัมภาษณ์งานแพงแสนแพง 
ลงเรียนสัมมนาเตรียมความพร้อมด้วยเงินจำนวนมาก 
เพราะนี่คือการลงทุนที่สำคัญที่สุด
Have a Good Monday !

วิธีขัดหม้อให้ขาวเหมือนใหม่



ตอนเราซื้อหม้อมาใช้ใหม่ๆ ก็ใสดีอยู่หรอก
แต่พอเราใช้ไปนานๆ เข้า
สีของหม้อก็จะเริ่มหมอง
ไม่เงางามเหมือนเก่า
ต่อให้ล้างแล้วล้างอีกซักกี่รอบก็ไม่หาย
แต่เรามีวิธีแก้ หม้อ สแตนเลส หมองมาฝาก

เพียงแค่ผสม ผงฟูกับน้ำ ในสัดส่วน ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
กับ น้ำ 1/2 แก้ว แล้วใช้ผ้านุ่มๆ ชุบน้ำผสมผงฟู
เช็ดหม้อให้ทั่ว เสร็จแล้วนำไปทำความสะอาดตามปกติ

ง่ายๆ แค่นี้หม้อของคุณก็จะกลับมาใสกิ๊กเหมือนใหม่
โดยไม่ต้องมานั่งขัดหม้อให้เมื่อยแล้ว
อย่าลืมเอาวิธีแก้หม้อ สแตนเลสหมอง
ไปใช้กันนะคะรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

แหล่งที่มา     Facebook : Tesco Lotus Community - ชีวิตดี ชุมชนดี กับเทสโก้ โลตัส

อาชีพของคุณมีเพดานของรายได้จำกัดหรือเปล่า?

วันก่อนดูวิดีโอสัมภาษณ์ ที ฮาร์ฟ เอเคอร์
ผู้เขียนหนังสือเล่มดัง "ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน"
เขาพูดประโยคนี้ขึ้นมา แล้วต่อท้ายว่า
"ถ้ามี คุณก็ยากที่จะรวย"
ฟังแล้วเห็นด้วยเลยว่ามีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นอาชีพพนักงาน ซึ่งออกแบบรายได้เองไม่ได้
และการมีรายได้แซงหัวหน้า เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
หรือต่อให้เป็นอาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการ
ถ้าต้องเอาตัวเองไปผูกไว้ตลอดเวลาในการสร้างรายได้
มันก็แทบจะกลายเป็นเพดานรายได้ที่มองไม่เห็น
เพราะอย่างมากเราทำเต็มที่ก็ได้แค่วันละไม่เกิน 24 ชั่วโมง
จากนั้นก็ไม่รู้จะขยายยังไงต่อแล้ว

หนทางเดียวที่เราจะขยายรายได้ออกไปโดยไม่มีเพดานก็คือ
เราต้องเลิกเอา "เวลาของตัวเอง" ไปขาย
แล้วสร้าง "ผลิตภัณฑ์หรือบริการ" อะไรบางอย่าง
ที่ "ก็อปปี้" ออกไปได้
เพื่อสร้างรายได้ให้เราอย่างต่อเนื่องแทน

คนรวยส่วนใหญ่จึงมีของอะไรบางอย่าง
ที่ "ทำซ้ำ" แล้วเอาไปขายได้
แฟรนไชส์ ลิขสิทธิ์ หนังสือ ซีดีความรู้
คอร์สออนไลน์ แอพพลิเคชั่น
คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ

ยังมีอีกมากมายที่ไม่ขึ้นอยู่กับ "ตัวเรา" และ "เวลา 24 ชั่วโมง"
ซึ่งทำให้เราไม่มีเพดานของรายได้ที่จำกัด

รู้ซึ้งถึงเรื่องนี้ดี
เพราะเคยมีชีวิตทั้งที่มีเพดานรายได้จำกัด
และไม่มีเพดานรายได้จำกัด
พบว่าอย่างหลังสนุกและลุ้นกว่าเยอะ
จากนักแต่งเพลง ไม่มีเพดานรายได้ ได้ลุ้นทุกเดือน
วงการเพลงตกต่ำ ผมกลายมาเป็นพนักงานประจำ
เงินเดือนเริ่มต้นหมื่นห้า

ใช้เวลา 5 ปี ไปได้สุดทางที่เงินเดือนห้าหมื่นบาท
ปัจจุบันพลิกชีวิตตัวเองมาเป็นคนไม่มีเพดานรายได้อีกครั้ง
ในฐานะ Infopreneur** หรือ "นักธุรกิจขายความรู้"

บอกตรง ๆ  ยังไม่รู้เลยว่าเพดานรายได้ไปสุดที่ไหน
เพราะมันเหมือนจะไม่มี
"อาชีพของเรามีเพดานของรายได้จำกัดหรือเปล่า?"
เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก
และคิดว่าเราน่าจะต้องตอบตัวเองให้ได้
เพราะถ้ามี มันก็ยากที่จะรวย

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 138 วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Crowdfunding จ่ายก่อน...ได้ตอนหลัง โมเดลธุรกิจแห่งความหวังสู่อนาคต
อ่านต่อได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftiazqwau.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 137 วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วาระแห่งชาติ ปัญหา ตั้งครรภ์ ในวัยรุ่น
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdnlv8ai7.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

แค่เราเปลี่ยน เท่านี้ก็ดีที่สุดแล้ว

บนความสัมพันธ์
ความผิดพลาด 2 ประการของเราส่วนใหญ่ก็คือ

หนึ่ง 
เราคิดว่าถ้าใครสักคนจะต้องเปลี่ยนแปลง
คนนั้นน่าจะเป็นคนอื่น ไม่ใช่เราหรอกที่ต้องเปลี่ยนแปลง
ซึ่งไม่จริง เราต่างหากที่ต้องเป็นคนเปลี่ยน

สอง
เราคิดว่าคนอื่นจะเปลี่ยนแปลงกันกันง่าย ๆ
ซึ่งไม่จริง มนุษย์แทบทุกคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

เอาเข้าจริง ในหลายครั้ง
ถ้าเราสำรวจดูดี ๆ ต้นตอของปัญหาหลาย ๆ อย่าง
ล้วนมีเราเป็นส่วนเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น
แต่เราก็เอาแต่โทษคนอื่น

เช่น
คนรักรู้สึกต่อกันว่า
ทำไมเขาเปลี่ยนไป เขาไม่เหมือนเดิม
เราก็จะโฟกัสไปที่ความเลวร้ายของอีกฝ่าย
โดยลืมกลับมาดูตัวเองว่า
"แล้วเราล่ะมีส่วนในการทำให้เขาเป็นแบบนี้หรือเปล่า?"
ส่วนใหญ่แล้วคำตอบจะตอบว่า "มี"
แต่เรากล้ารับหรือเปล่าเท่านั้นเอง

เช่น
แม่ลูกรู้สึกกันว่า
ทำไมแม่ไม่เข้าใจฉันเลยนะ
ทำไมลูกไม่เข้าใจแม่บ้างเลย
เราต่างเรียกร้องให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง
โดยลืมกลับมาดูตัวเองว่า
"แล้วเราล่ะ เข้าใจอีกฝ่ายหรือเปล่า?"
"เรามีส่วนในความไม่เข้าใจกันนี้บ้างหรือเปล่า?"
ส่วนใหญ่แล้วคำตอบจะตอบว่า "มี"
แต่เรากล้ารับหรือเปล่าเท่านั้นเอง

อย่าไปพยายามเรียกร้องให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงเลย
มันยาก เพราะไม่มีใครอยากเปลี่ยน

ไม่ต้องเรียกร้องรอให้คนอื่นเปลี่ยนก่อนสิ แล้วฉันจะเปลี่ยนตาม
เปลี่ยนตัวเองก่อนง่ายที่สุด

อ้อ แล้วก็ไม่ต้องคาดหวังว่าฉันเปลี่ยนแล้ว เธอไม่เห็นเปลี่ยนเลย
แค่เราเปลี่ยน เท่านี้ก็ดีที่สุดแล้ว

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ไว้ก่อน ...

ไว้ก่อน ... เดี๋ยวค่อยทำ
ไว้ก่อน ... ยังไม่จำเป็นหรอก
ไว้ก่อน ... ลูกชั้นยังเล็กอะแกร
ไว้ก่อน ... อายุเรายังน้อยอยู่เลย
ไว้ก่อน ... โหวว อีกตั้งนาน

หงุดหงิดทุกทีที่ได้ยินคำนี้ !!
จะไว้ก่อนไปถึงไหนนนนกั๊นน

รู้จักคำว่า "วิกฤติ" กันมั้ยยย
วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติ
วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติ

คำนี้ มันไม่ใจดี มันค่อนข้างอารมณ์รุนแรง
เพราะมันไม่เข้าใจคำว่า "ไว้ก่อน"

เราไม่สามารถบอกมันได้ว่า …
ไอ "วิกฤติ" ไว้ก่อนโว้ยย ตอนนี้ตรูยังไม่พร้อม !!

"วิกฤติ" ไว้ก่อนนะ พอดีตอนนี้หมุนเงินไม่ทัน
และที่สำคัญของไอเจ้าตัว “วิกฤติ” เนี่ย
เวลามันจะมา ไม่เคยบอกเราล่วงหน้า

มันไม่ได้คุ้มเลยนะ
ถ้าเราทำงานมาทั้งชีวิตแล้ว
ต้องมาหมดกับ "วิกฤติ" เพียงครั้งเดียว

จะดีกว่าไหมถ้าเรามีการ "วางแผนการเงิน" ที่ดี
มันก็เทียบเสมือนเรามี "เบาะนุ่มๆ" เวลาเราล้ม

บางคนก็ว่า
จะ "มองโลกแง่ร้าย" ไปถึงไหน
อยากจะถามว่า....
แล้วจะ "มองโลกแง่ดี" ไปถึงไหนกัน !!

เรื่องบางเรื่องไม่ใช่การ "มองโลกในแง่ดี" แล้ว
ปัญหาจะหมดไป จริงมั้ย?
ปัญหาตอนนี้ไม่มี แล้วมั่นใจได้ยังไงว่า
อีก 5 ปี 10 ปี 20 ปี มันจะไม่มาเยี่ยมเรา

มันมาเยือนได้เสมอแหละ
ถ้าวันนี้เราบอกว่า ไว้ก่อน !
บางทีพรุ่งนี้ไอ “วิกฤติ” มันอาจจะมาหาเรา
ก็เป็นด้ายยยย …

แหล่งที่มา    Facebook : Money Buffalo

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จดจ้องแต่ทุกข์ หาสุขได้ยาก, จดจ้องแต่สุข หาทุกข์มีไม่

วันและคืน ที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน
มีทั้งแสงสว่างที่สดใส และ มีค่ำคืนที่มืดมน

ถ้ามัวแต่ใจจดจ่อ จับจ้องแต่ความมืดมิด
หัวใจเราก็มีแต่ทุกข์ หาสุขได้ยาก

กลับกัน ถ้าใจจดจ่อ จับจ้องแสงสว่าง
แม้อยู่ในเวลาค่ำคืนที่มืดมิด
ใจเราก็ยังคงพอ มองเห็น
แสงที่สวยงามของดวงดาว

ปรับและเปลี่ยน มุมมองบางอย่าง
วางทุกข์ในใจไว้ ลองมองหาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่รอบกาย
ทุกข์ที่หนักหนา จะบรรเทาลง
พบโลกที่สดใสขึ้นจากแสงสว่างของดวงดาว

เมื่อช่วง รุ่งอรุณของวันใหม่ ก้าวมาถึง
เราก็พร้อมรับ ความสดใสของพรุ่งนี้

มีทุกข์ มองให้สุข ก็ยังพอสุขได้
มีสุข มองให้ทุกข์ ยังไงก็ไม่มีทาง มีสุข

แหล่งที่มา    Facebook : Narai Good Day

ความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

คนจนคือคนที่ "เพิ่มมูลค่า" ไม่เก่ง
ของทุกอย่างในโลกนี้ก็เลยดูราคาแพงไปหมด

ว่ากันตั้งแต่ "เพิ่มมูลค่าตัวเอง" ไม่เก่ง
ขี้เกียจ ไม่ค่อยหาความรู้มาใส่ตัว
รายได้ก็เลยน้อย ค่าตัวก็เลยถูก

พอจะซื้อของมาลงทุน
ทุกอย่างก็ดูแพงไปหมด เพราะ "เพิ่มมูลค่าของ" ไม่เก่ง
ซื้อของมาลงทุน 10 บาท ก็บอกว่าแพง
เพราะสามารถทำให้มันงอกเงยกลายเป็นได้แค่ 11 บาท

ในขณะที่คนรวยไอเดียซื้อของ 100 บาท จะบอกว่าไม่แพง
เพราะเขารู้ว่าจะทำให้มันเป็น 1,000 บาทได้อย่างไร
จนหรือรวย จึงอยู่ที่ความสามารถในการ "เพิ่มมูลค่า"
ทั้งกับตัวเอง และกับของที่จะขาย
เงินจะอยู่กับคนที่คู่ควรเท่านั้น

ว่ากันว่าให้ "คนสมองจน" มีเงินล้าน ไม่นานเขาจะทำมันหมดไป
แต่ถ้า "คนสมองรวย" ทำเงินล้านหายไป
ไม่นานเขาจะหามันกลับมาได้ใหม่อย่างง่ายดาย

การหาเงินไม่ได้ทำให้เราร่ำรวย
การหาความรู้ใส่ตัวต่างหาก

เงินก็ไม่ได้ทำให้เราร่ำรวย
ไอเดียต่างหาก

หาความรู้ใส่ตัว จนเกิดเป็นไอเดีย
จากนั้นไอเดียจะเปลี่ยนเป็นเงิน

นั่นล่ะ  ความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

ปีที่ 1 ฉบับที่ 136 วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เมื่อชีวิตต้องมาติดอยู่ใน‘นาทีฉุกเฉิน’!
อ่านต่ออนไลน์ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdk52unty.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 135 วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปลดล็อคเทียร์สามความพยายามของรัฐในการสะสางปัญหาค้ามนุษย์
อ่านออนไลน์ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ftns70ylt.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 134 วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อย่างนี้เขาเรียก “โดรน”
อ่านออนไลนืได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdniqup1e.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 133 วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

ยูทูบ ช่องทางทำเงินรูปแบบใหม่หรือ การตลาดที่ให้ผลชั่วคราว
อ่านออนไลน์ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ft3yu6byn.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

ปีที่ 1 ฉบับที่ 132 วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

กฎหมาย “เศรษฐกิจดิจิทัล” ส่งเสริมการพัฒนาโดยรวม หรือ ลิดรอนเสรีภาพโดยหลักการ
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdcmypjh2.html

แหล่งที่มา    Facebook : New)108 

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

คุณหา "งานที่รัก" เจอหรือยัง?

"ปัจจุบันเป็นโลกแห่งการแข่งขัน
มีเพียงการรักในสิ่งที่ทำเท่านั้น
ที่จะทำให้คุณทำอะไรได้มากขึ้น
และดีกว่าคนที่นั่งอยู่ติดกันกับคุณ
(หรือที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโลก)
ถ้าคุณไม่รักในสิ่งที่ทำ
เราก็จะหาคนอื่นที่รักมันมาแทนคุณ"
ประโยคดังกล่าวเป็นของ บ๊อบ ดอยล์
นักเขียนที่โด่งดังเรื่องกฏแห่งแรงดึงดูดใน The Secret
เขาเขียนประโยคนี้ไว้ในหนังสือเล่มยิ่งใหญ่ที่ผมชอบมาก
Follow Your Passion, Find Your Power (2011)

คิดว่าประโยคดังกล่าว
แสดงให้เห็นว่า ถ้าคุณไม่รักในสิ่งที่ทำ
ยังไงคุณก็เตรียมตัวแพ้ได้เลย
คุณจะเอาอะไรไปสู้กับคนที่รักในสิ่งที่ทำ?
เพราะเขาจะหมกมุ่น หลงใหลกับงานทั้งวัน

ไม่สิ เขาไม่รู้สึกว่ามันเป็นงานเลยสักนิด
เขากำลังเล่นสนุกกับกิจกรรมมากกว่า
เขาจะค้นหาข้อมูลใหม่ ๆ ออกไปพบเจอคนคอเดียวกัน
เชื่อมโยง ส่งเสริมกัน จนสำเร็จมากขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนที่คนไม่รักในงานที่ทำ
ก็นั่งมองนาฬิกา รอเวลาเลิกงานต่อไป
โลกกำลังเข้าสู่แนวคิด "งาน = ความสุข"

ในขณะที่คนตกยุคยังอยู่ในโลก "งาน = ความทุกข์"
ไม่ใช่แต่คนที่ไม่รักในงานเท่านั้นที่จะไม่มีความสุข
คนที่จ้างงานก็ไม่อยากจ้างคนที่ซังกะตายไปวัน ๆ
เพราะมันไม่มีประสิทธิภาพ

ใช่! นายจ้างก็จะค้นหาคนอื่นที่รักในงานมาทำงานแทน
เพราะฉะนั้นเมื่อก่อน คุณอาจจะทน ๆ ทำงานไป
ถึงไม่รักในงาน แต่ก็ได้เงินเดือนมาใช้
แต่เชื่อสิว่าอีกไม่นาน นายจ้างจะเข้มข้นขึ้น
เพราะโลกเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต
เด็กรุ่นใหม่เก่งขึ้น ค่าจ้างก็ถูกกว่า
ใครไม่รักในงาน เตรียมตัวตกงานได้เลย

โลกแข่งขันกันสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ความรักในงานเท่านั้น ที่จะเอาชนะทุกสิ่งได้
ชีวิตไม่ได้ยาวนานขนาดที่เราจะทนทำงานที่ไม่รักไปเรื่อย ๆ
งานไม่ได้แปลว่าแค่ได้เงินมาใช้
เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก
คุณหา "งานที่รัก" เจอหรือยัง?

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

"ไอเดีย" ที่จะทำให้คุณมีรายได้ 1 ล้านบาท

บรรทัดต่อไปนี้
คือ "ไอเดีย" ที่จะทำให้คุณมีรายได้ 1 ล้านบาท
แจกให้คุณฟรี!

ข้อแรก 
คุณต้องเข้าใจว่า
เงินนั้นไม่ได้งอกออกมาจากต้นไม้

การที่คุณมีรายได้ 1 ล้านบาท
แสดงว่าต้องมีใครบางคนจ่ายเงินให้คุณ 1 ล้านบาท

ข้อสอง
คุณต้องเช้าใจว่า
การได้มาซึ่งเงิน 1 ล้านบาทนั้น เป็นได้ตั้งแต่
มีคน 1 คน จ่ายเงินให้คุณ 1 ล้านบาท
มีคน 10 คน จ่ายเงินให้คุณคนละ 1 แสนบาท
มีคน 100 คน จ่ายเงินให้คุณคนละ 1 หมื่นบาท
มีคน 1,000 คน จ่ายเงินให้คุณคนละ 1 พันบาท
มีคน 10,000 คน จ่ายเงินให้คุณคนละ 100 บาท
มีคน 100,000 คน จ่ายเงินให้คุณคนละ 10 บาท
และมีคน 1,000,000 คน จ่ายเงินให้คุณคนละ 1 บาท
ใช่  คุณมี 7 แผนการ

ข้อสาม
คุณต้องเลือกว่าแผนการของคุณคือแบบไหน?
จะเล่นกับคนจำนวนมาก คิดราคาไม่แพง
หรือจะเล่นกับคนจำนวนน้อย คิดราคาสูงไปเลย

เช่น จะขายลูกอม 1 บาทให้กับคน 1 ล้านคน
จะจัดสัมมนา 1,000 คน คิดราคาบัตร 1,000 บาท
หรือจะขายรถ 1 คัน ได้เงิน 1 ล้านบาท

ข้อสี่
คุณต้องเข้าใจว่า
การที่จะมีคนจ่ายเงินให้คุณนั้น
คุณต้องทำอะไรบางอย่าง "ให้ชีวิตเขาดีขึ้น"

เพราะฉะนั้นคำถามสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองก็คือ
1. แล้วคุณสามารถทำอะไรให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้บ้าง?
2. ผู้คนที่คุณส่งผลกระทบมีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่?
3. เขาน่าจะยอมจ่ายให้คุณคนละกี่บาท?

จากจุดนี้คุณต้องมานั่งวิเคราะห์ตัวเองว่า
ใน 3 ข้อข้างบนนี้ คุณยังขาดตกบกพร่องเรื่องอะไร

ถึงยังมีรายได้ไม่ถึง 1 ล้านบาท
เช่น คุณเลือกแผนคน 1,000 คน จ่ายให้คุณ 1,000 บาท
แล้วปรากฏว่ามีคนจ่ายเงินแค่ 500 คน

แปลได้ 2 แบบคือ
หนึ่ง คุณทำให้เค้ารู้สึกว่ามีชีวิตที่ดีขึ้นยังไม่มากพอ
คนจ่ายเงินก็เลยมีจำนวนน้อยกว่าที่คุณคิด

สอง คุณประเมินแผนผิดไป บางทีคุณอาจจะเจ๋งอยู่แล้ว
แต่คนที่จะสนใจสิ่งที่คุณทำ มีจำนวนไม่เยอะ คุณไม่ใช่แมส
คุณอาจต้องปรับเป็นแผนคน 100 คน จ่ายให้คุณ 10,000 บาท
ทั้งหมดนี้ ไม่อาจบอกได้ว่าคุณควรจะไปทำงานอะไร
เพราะโลกนี้มีหลายอาชีพ และทุกคนมีวิธีร่ำรวยในแบบตนเอง
แต่ทั้งหมดคือ "ไอเดีย" ที่เป็นภาพใหญ่ของการหาเงินล้าน

ใช้เวลานาน กว่าจะเข้าใจเรื่องนี้
มันไม่ใช่ทฤษฎี แต่ทำได้จริง
วันนี้คุณได้รู้เรื่องนี้แล้ว ขอให้เอาไปปรับใช้นะ
ถ้ายังคิดไม่ออกว่าทำอะไรดี ขอให้เลือกแผนการก่อน
จากนั้นคิดไปเรื่อย ๆ คิดไม่ออกก็คิดเรื่องอื่นก่อน
มุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาตัวเอง
แล้วทุกอย่างจะเปิดทางให้เอง

แหล่งที่มา   Facebook : Boy's Thought