วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เพิ่มกำลังใจการทำงาน

ไม่ว่าใครก็มีปัญหา
จากการศึกษาในประเทศเยอรมนี พบว่า 90% ของคนส่วนใหญ่ไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่ เห็นมั้ยล่ะ ใครก็มีปัญหา(นี้) ทั้งนั้น แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่กำลังตกงาน ลองนึกซิว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่วันนี้คุณมีงานทำ

อย่าคาดหวังสูง
คนส่วนใหญ่มักจะคาดหวังว่า จะต้องได้งานดีๆ เงินเดือนสูงๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของตัวเองได้ นี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่มีความสุข ฉะนั้น อย่าตั้งความหวังกับอะไรที่สูงเกินไป เมื่อไม่สมหวังจะได้ไม่ต้องเสียใจมาก
อย่าคาดหวังความยุติธรรม
เป็นธรรมดาในคนหมู่มาก ความยุติธรรมไม่ได้มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกๆ คน แต่ความยุติธรรมมักเกิดจากความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจโดยส่วนตัว แต่ก็อย่างเพิ่งน้อยใจไป อาจจะเป็นเพราะเจ้านายคุณยังมีลูกน้อยอีกมากมายเลยดูแลได้ไม่ทั่วถึง


คิดบวก
การมองคนอื่นในแง่ลบไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย ถ้าหากเขาร้ายจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเสมอไป ทางที่ดีหัดคิดบวกและลองทำเป็นไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ซะบ้าง จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ
เข้าใจพื้นฐานของชีวิต
ชีวิตย่อมมีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป ใครๆ ต่างก็ต้องเคยเจอกับปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคือ เรามีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้หรือไม่


รู้ความหมายของคำว่า "เงิน"
บางคนคิดว่าเงินกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต จึงโหยหาแต่เงิน และชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ลองมองมุมใหม่ เห็นค่าของตัวเอง รู้จักเก็บรู้จักใช้ และมีชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ต้องมีเงินมากก็มีความสุขได้

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 30 พ.ย. 54 (036)

ดูละคร... สะท้อนวัฒนธรรม

หากเบื่อละครจอแก้วแบบเสียบสายไฟ ต้องการเห็นการแสดงสดแบบตัวเป็นๆ พร้อมแต่งตัวโบราณประสานการเล่นดนตรีแบบไทย มาได้ที่ "โรงละครแห่งชาติ"

โรงละครแห่งนี้นับเป็นที่แรกของประเทศ ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า เขตพระนคร สังเกตง่ายเพราะมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ด้านหน้า จัดแสดงประเภทโขนละครและดนตรีกลางแจ้ง

เดิมก่อขึ้นเป็นโรงไม้ หลังคาสังกะสี ต่อมา พ.ศ. 2504 ได้เริ่มมีการสร้างโรงละครแห่งชาติแห่งใหม่ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ในคืนวันที่ 23 ธ.ค. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสร็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงนาฎศิลป์ไทย ในวโรกาสพิธีเปิดโรงละคร

มาที่นี่การเดินทางแสนสะดวกเพราะใกล้กับท้องสนามหลวง ฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แค่ข้ามถนน โดยทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. จะพบกับ โขนละคร ฟ้อนรำ ขณะที่ทุกวันอาทิตย์ที่ 1 และอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน จะพบกับโขนรามเกียรติ์นานาชาติ หรือสอบถามได้ที่โทร. 02-224-1342

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 30 พ.ย. 54 (036)

กรุงเวียนนา ขึ้นแท่นชีวิตดีที่สุดในโลก

กรุงเวียนนา เมืองหลวงประเทศออสเตรีย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ประจำปี 2554 จากทั้งหมด 221 เมือง โดยเมอร์เชอร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินระดับโลก

เพื่อนบ้านอย่างเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาเป็นที่สอง ส่วนโอ๊กแลนด์ เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนิวซีแลนด์ อยู่อันดับที่สาม ตามด้วยลำดับถัดมาใน 10 อันดับแรก อย่างเมืองมิวนิก และเมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมืองแฟรงก์เฟิร์ด ประเทศเยอรมนี เมืองเจนิวา และกรุงเบิร์น ประเทศสวิทเซอร์แลนด์ และกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก


ทั้งหมดนี้ประเมินจากความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม คุณภาพบริการสาธารณะและที่อยู่อาศัย กรุงเวียนนาเจ้าของแชมป์เมืองน่าอยู่ 3 ปีซ้อน มีคะแนนอันดับหนึ่งเกินกว่าครึ่งจากเกณฑ์ 25 ประเภทที่กำหนดไว้ การจัดอันดับนี้มีเป้าหมายเพื่อใช้วัดค่าตอบแทนที่ลูกจ้างควรได้รับในกรณีที่ต้องไปทำงานในต่างประเทศ


ปัจจัยที่ทำให้กรุงเวียนนาและประเทศทางโซนยุโรป ฝ่า 221 ประเทศมาอยู่ในอันดับต้นๆ มาจากระบบสาธารณูปโภคโดยรวมของทวีปที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่สูง การแพทย์ที่ทันสมัย รวมเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัยในเมือง ส่วนทางฝั่งเอเชีย ประเทศสิงคโปร์เป็นตัวแทนของภูมิภาคอยู่ที่ 25 ของตาราง

อย่างไรก็ตาม ผลของการจัดอันดับอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จากสภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่มั่นคง อัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันพุธที่ 30 พ.ย. 54 (036)

Google Logo : 30 พ.ย. 2554 Mark Twain's 176th birthday


Samuel Langhorne Clemens (30 พฤศจิกายน 1835 -- 21 เมษายน 1910) ที่รู้จักกันดีโดยใช้ชื่อของเขา Mark Twain ปากกาถูกเขียนชาวอเมริกันและนักประพันธ์อารมณ์ขัน เขาเป็นที่สังเกตมากที่สุดสำหรับนวนิยายผจญภัยของทอมซอว์เยอร์ (1876) ของเขาและผลสืบเนื่องของการผจญภัยของ Huckleberry Finn (1885) หลังมักจะเรียกว่า "นวนิยายกับ Great American" (The Great American Novel)

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หยุด! โต๊ะทำงานรกๆ

แม้แต่คอมพิวเตอร์ยังทำงานช้าลง หากหน้าจอมีโปรแกรมหรือไฟล์จำนวนมากเกินไป ต่างอะไรกับโต๊ะทำงานรกๆ ของเรา (โดยเฉพาะโต๊ะที่ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยเอกสาร) ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานเช่นกัน เพื่อคุณภาพและทัศนียภาพในการทำงาน...มาจัดระเบียบโต๊ะทำงานกัน

หาที่อยู่ให้ของทุกอย่าง หลายครั้งที่เราไม่ได้คิดไว้ก่อนว่าจะเอาข้าวของต่างๆ วางไว้ตรงไหน สภาพสุดท้ายคือ กองสุมไว้ไร้ระเบียบ ยิ่งเพิ่มมาใหม่ก็ยิ่งรกเพราะของเก่ายังไม่ทันได้จัดการ ฉะนั้น ก่อนจะซื้ออะไรเพิ่มควรคิดไว้ก่อนเลยว่าจะเอาของอะไรเก็บไว้ตรงไหนบ้าง

หากล่องใส่ของ ข้าวของกระจุกกระจิกชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือสิ่งที่ต้องใช้ทุกวัน เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน นามบัตร ก็ควรรวบรวมไว้ในกล่องให้เป็นหมวดๆ นอกจากจะไม่รกสายตาแล้ว ยังหยิบใช้สะดวกอีกด้วย

เก็บใส่ลิ้นชัก สิ่งของชิ้นใหญ่เก็บไว้ในลิ้นชักให้เป็นระเบียบ โดยอาจดีโอวายตัวเอง โดยนำกระดาษตัดเป็นแผ่นทำช่องแบ่งสำหรับสิ่งของประเภทต่างๆ หรือซื้อช่องแบ่งสำเร็จมาเลยก็ได้ เพราะถ้าเอาแต่โยนทุกอย่างลงลิ้นชัก ก็หนีไม่พ้นว่ารกอย่างเดิม

คงพื้นที่ว่าง บังคับตัวเองให้เหลือพื้นที่ว่างไว้สำหรับวางข้าวของชั่วคราว เช่น เอกสารใหม่ที่ต้องเคลียร์ภายใน 1 วัน อาหารกลางวัน กระเป๋าทำงาน เป็นต้น

เคลียร์ของให้เรียบร้อยทุกวัน ทุกครั้งที่ทำงานควรทำความสะอาดโต๊ะทุกครั้งหลังใช้ จดหมายที่แกะออกจากซองก็จัดการเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย เก็บกวาดเศษกระดาษลงถังขยะ เพราะถ้าทิ้งเอาไว้เมื่อของใหม่มาก็ยิ่งเพิ่มความรกให้มากกว่าเดิม

ลดปริมาณข้าวของ สิ่งใดที่คิดแล้วว่าคงไม่มีประโยชน์อีกในอนาคตก็ควรโยนทิ้งไปบ้าง หรือรวบรวมเอกสารเก่าๆ ใส่ไว้ในลังแยกเก็บไว้ต่างหาก เพราะยิ่งบนโต๊ะทำงานมีข้าวของน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งรกน้อยเท่านั้น และไม่ต้องเสียเวลาทำความสะอาดอีกด้วย

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 29 พ.ย. 54 (035)

เสน่ห์คู่กาลเวลา...ชุมชนท่าเตียน


ชุมชนท่าเตียนมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เคยเป็นวังที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ บริเวณนี้เคยเป็นตลาดท้ายสนมหรือตลาดท้ายวัง ที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำมาก่อน แต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ลุกลามพื้นที่ดังกล่าวจนราบเตียนโล่งผิดจากเดิม คนทั่วไปจึงพากันเรียกว่า "ท่าเตียน"

ท่าเตียนตั้งอยู่บนถนนมหาราช ตรงข้ามกับวัดพระเชตุพนฯ
ดูเผินๆ แล้วเหมือนแหล่งท่องเที่ยวรอบท่าเตียนจะดูเป็นที่รู้จักกว่า เช่น พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ มิวเซียมสยาม ท่าพระจันทร์ แต่ถ้าต้องการเก็บภาพวิถีชีวิตชาวกรุงดั้งเดิมแบบไม่เสริมแต่งใดๆ เดินมาย่านท่าเตียน รับรองตอบโจทย์ชัวร์ๆ

ตึกเก่าแก่ทรงยุโรปสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕
คุณจะได้เห็นตึกอาคารแบบเก่าแก่ ทำโรงโม่สไตล์ยุโรป เห็นตลาดเป็นตึกรูปตัวยู เดินผ่านซอยประตูนกยูงจะมีห้องพักเหล่าฝีพายในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่มีสถาปัตยกรรมงดงามและเก่าแก่ มีวังจักรพงษ์หรือวังท่าเตียน ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไลต์อิตาเลียนวิลล่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญเที่ยวชมฟรี

วังจักรพงษ์ หรือ วังท่าเตียน
แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 29 พ.ย. 54 (035)

ภาษายอดฮิตทวิตเตอร์


ภาษาไทยติดอันดับที่ 40 ของภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 9 ในเว็บไซต์ Twitter จากการสำรวจล่าสุดโดยบริษัท Semiocast ที่รวบรวมข้อมูลล่าสุดตั้งแต่ปี 2009 จนถึงเดือน ต.ค. 2011 โดยภาษาไทยของเรามีสัดส่วนผู้ใช้ใน Twitter อยู่ที่ 1% ของทั้งโลกเท่ากับภาษาอาหรับ

แม้จะรั้งอันดับท้ายๆ ของ TOP 10 แต่ปรากฎว่า ทั้งภาษาไทยและภาษาอาหรับมีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างเหลือเชื่อ โดยภาษาไทยมีผู้ใช้พุ่งขึ้นมาถึง 470% ในปีเดียว นับเป็นอันดับ 2 ของภาษาที่มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด

ส่วนอันดับ 1 ตกเป็นของภาษาอาหรับที่มีผู้ใช้พุ่งพรวดถึง 2,146% คาดว่า เป็นเพราะอานิสงส์ของการลุกฮื่อทั่วอาหรับ ทำให้ประชาชนหันมาส่งข่าวสารและนัดแนะการชุมนุมผ่านเครือข่ายทางสังคมช่องทางนี้กันอย่างล้นหลาม

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ทั้งภาษาไทยและอาหรับที่กำลังมาแรงที่สุด กลับไม่มีหน้าเว็บ Twitter ในภาษาของตัวเอง ทั้งๆ ที่ตอนนี้ทางผู้ให้บริการทำหน้าเว็บไปแล้ว 17 เวอร์ชันภาษา หนึ่งในนั้นคือภาษาตากาล็อกของฟิลิปปินส์ที่ไม่ติดอันดับเลยด้วยซ้ำ

สำหรับภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดใน Twitter คือภาษาอังกฤษ ด้วยสัดส่วน 39% ขณะที่ภาษามาเลย์มีผู้ใช้ 6% ในอันดับที่ 5 เนื่องจากมีผู้ใช้ทั้งในมาเลเซียและอินโดนีเซีย จึงครองอันดับ 1 ในอาเซียน

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันอังคารที่ 29 พ.ย. 54 (035)

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 10 ชีวิตคือการลงทุน



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 9 สร้างสุขหลังเกษียณ


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 8 คุ้มครอง อย่างคุ้มค่า


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 7 สอนลูกรู้เก็บ รู้ใช้



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 6 อยากมีบ้าน



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 5 จัดสำรับลงทุน



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 4 ฉลาดหา ฉลาดใช้



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 3 เป้าหมายในชีวิต



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 2 แค่ไหนที่เรียกว่าพอ


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

หาได้ใช้เป็น : ตอนที่ 1 ออมก่อนรวยกว่า


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 20 วางแผนให้ดี ภาษีง่ายนิดเดียว


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 18 กระทิงและหมี...คำนี้คืออะไร ???



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 12 กระจายการลงทุน คุณก็ทำได้



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 11 เคล็ดลับการลงทุน สไตล์ปรมาจารย์



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 10 "3 รู้" สู่การลงทุน



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 6 เงินเฟ้อ...ศัตรูตัวร้ายของเงินออม



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 5 ออมก่อน รวยกว่า



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 4 เพียงวันละ 15 บาท ก็มีเงินแสนได้



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 2 เพดานหนี้ ลบ 10 บวก 10


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

เกร็ดความรู้_เคล็ด(ไม่)ลับฉบับครอบครัว : ตอนที่ 1 กลยุทธ์ออมเงินแบบ ลบ 10 บวก 10


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 7 มีเงินออมเท่าไหร่ พอใช้เกษียณ


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 6 เกษียณอย่างเกษม


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 5 ความมั่งคั่ง สั่งสมไว้ให้ลูกหลาน


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 4 สะสมความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 3 สร้างเกราะคุ้มครองความมั่งคั่งง่ายๆ ด้วยตัวเอง



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 2 ความมั่งคั่งสร้างง่ายๆ ได้อย่างไร



แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute

การบริหารจัดการความมั่งคั่ง : ตอนที่ 1 ความมั่งคั่ง ใครบ้างไม่อยากมี


แหล่งอ้างอิง TSI Thailand Securities Institute 

ยอดอาหารบำรุงมนุษย์ทำงาน

แต่ละวันเราต้องใช้เวลาในการทำงานและกิจกรรมอื่นๆ มากมาย บางครั้งใช้หนักเกินไปจนทำให้ร่างกายและสมองไม่ได้พัก ส่งผลต่อสุขภาพเสื่อมโทรม แก่ก่อนวัยอันควร และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน ถึงเวลาแล้วที่ต้องหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ดีต่อร่างกาย

สมอง เป็นอวัยวะสำคัญมีหน้าที่ควบคุมสั่งการเคลื่อนไหว รักษาสมดุลในร่างกาย เมื่อสมองมีการอ่อนล้าการกินอาหารประเภทปลา ข้าวกล้อง ธัญพืชที่ไม่ขัดสี จะบำรุงการทำงานของสมองและระบบประสาทให้ทำงานดีขึ้น

เมื่อต้องนั่งพิมพ์งาน จ้องจอคอมพิวเตอร์นานๆ ย่อมส่งผลเสียต่อสายตาแน่นอน อาหารที่เหมาะต่อการบำรุงสายตา คือพืชผักใบเขียวเหลือง ส้ม เช่น บรอกโคลี ฟักทอง แครอท ไข่ ตับ และนม

กระดูก มีส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวของร่างกาย เมื่อเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก เช่น กระดูกเปราะบาง กระดูกพรุน ควรกินอาหารที่มีแคลเซียม เช่น นมที่มีไขมันต่ำ ปลาทะเล ผักใบเขียว เต้าหู้ ถั่วชนิดต่างๆ เพื่อบำรุงกระดูกให้แข็งแรง

เลือดลมที่ไหลเวียนดี ทำให้การทำงานของร่างกายดีตามไปด้วย อาหารที่แนะนำเพื่อกินบำรุงเลือด คือ เนื้อสัตว์ ไข่แดง ตับ

แม้จะนั่งอยู่ในออฟฟิศ แต่แสงแดดก็สามารถเล็ตลอดเข้ามาส่งผลต่อผิวได้ เช่นเดียวกับแสงจากหลอดไฟก็มีส่วนทำให้ผิวดูหมองคล้ำก่อนวัย อาหารที่ควรกินเพื่อเสริมสร้างให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้น คือ ผัก ผลไม้ชนิดต่างๆ มะเขือเทศ บรอกโคลี ถั่ว น้ำสะอาด

อารมณ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพ เมื่อรู้สึกว่าอารมณ์ไม่ค่อยดีลองกินช็อกโกแลตหรือชงโกโก้ร้อนสักแก้ว จะช่วยให้สดชื่น อารมณ์ดีขึ้น

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 28 พ.ย. 54 (034)

ขยายเวลารับผลประโยชน์

น้ำท่วมทำให้ผู้ประกันตนในหลายจังหวัดเดือดร้อน สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติการขยายระยะเวลาการรับประโยชน์ทดแทน

ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ผู้ประกันตนทำงาน ณ สถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. - 30 พ.ย. 2554 ให้ขยายระยะเวลารับประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ประกันตน ดังนี้



  • การขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่างงานขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายในระยะเวลา 30 วัน ได้ขยายเวลาการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานเป็น 60 วัน นับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
  • การรายงานตัวของผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ผู้ประกันตนสามารถรายงานตัวกรณีว่างงานทางโทรศัพท์ได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่บันทึกรายละเอียดข้อมูลการรับเรื่อง  เมื่อพบว่ามีเหตุสุดวิสัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวจริงจะประสานสำนักงานจัดหางานจังหวัด/สำนักจัดหางานกรุงเทพฯ เขตพื้นที่ บันทึกการรายงานตัวเพื่อจ่ายประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ประกันตนต่อไป
การยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีอื่นๆ ผู้ประกันตนผู้มีสิทธิซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและไม่สามารถยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนต่อสำนักงานประกันสังคมภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทน เนื่องจากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดให้ผู้มีสิทธิยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนที่ครบ 1 ปี ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. - 30 พ.ย. 2554 ได้รับการขยายเวลาการยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนไปอีก 30 วัน นับจากสถานการณ์อุทกภัยในท้องที่นั้นได้เข้าสู่ภาวะปกติ

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 28 พ.ย. 54 (034)

พิพิธภัณฑ์แร่และหิน ย้อนดูยุคดึกดำบรรพ์

"พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา" หรืออีกชื่อ พิพิธภัณฑ์แร่และหิน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2491 สังเกตได้ง่าย มีรูปปั้นไดโนเสาร์ตัวใหญ่ตั้งอยู่ริมรั้ว ติดกับกรมทรัพยากรธรณี และใกล้กับโรงพยาบาลสงฆ์ บนถนนพระราม 6

ภายในได้รวบรวมวัตถุพวกแร่ หิน ซากดึกดำบรรพ์ และเครื่องมือ เครื่องใช้โบราณที่ทำจากแร่ หิน มาจัดแสดงโดยแบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆ

ส่วนแรก ด้านธรณีวิทยา ประกอบไปด้วยเรื่องกำเนิดโลก การเปลี่ยนแปลงเปลือกโลก การสำรวจด้านธรณีวิทยาน้ำบาดาล ซากดึกดำบรรพ์

ถัดมาเป็นมุมทรัพยากรแร่ ได้แก่ อัญมณีและหินมีค่าที่ทำเป็นแร่เชื้อเพลิง ปิโตรเลียม รวมทั้งตัวอย่างหินน้ำมัน ถ่านหิน หรือไม้ที่กำลังจะกลายเป็นหินน้ำมัน รวมไปถึงแบบจำลองการทำเหมืองชนิดต่างๆ

สุดท้าย เป็นนิทรรศการพิเศษ แสดงเรื่องไดโดเสาร์ในประเทศไทย อาทิ ขากรรไกรจระเข้โบราณ พ่อสชิลงาช้าง 4 งา ไข่ไดโนเสาร์ ปลาโบราณรองเท้าเสือบนหิน เป็นต้น
ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม หากมาชมเป็นหมู่คณะ ให้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี หรือติดต่อสอบถาม โทร. 02-3669-70

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 28 พ.ย. 54 (034)

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วันที่ 16 มกราคม

เหตุการณ์
» พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1909) - ทีมนักสำรวจอังกฤษนำโดยเซอร์เออร์เนสต์ เอช. แชกเคิลตัน ค้นพบขั้วแม่เหล็กใต้ของโลก
» พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) - กระสวยอวกาศโคลัมเบีย ถูกส่งขึ้นจากฐานส่งยาน
วันเกิด
» พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) - สมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยเหรียญทองโอลิมปิคคนแรกของไทย
วันถึงแก่กรรม

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
» วันไหว้ครู

ที่มา-ความหมายพิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่ง และนับเป็นประเพณีของไทยที่นิยมปฏิบัติมาแต่สมัยโบราณ แสดงถึงความระลึกถึงบุญคุณ ของครูบาอาจารย์ ที่ประสิทธ์ประสาทวิชาเรามา ทั้งจรรยามารยาทและศิลปวิทยา

การไหว้ครู ยังเป็นการแสดงตน ว่าตนเองขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรง เป็นการเคารพครูให้ถูกต้อง แสดงความนอบน้อมอย่างถูกวิธี ปวารณาตนให้ครูได้รับรู้ ว่าเราเป็นศิษย์ของท่านแล้ว พร้อมที่จะน้อมรับคำสั่งสอน ดุด่าว่ากล่าวจากท่านทุกประการ

พิธีไหว้ครูในโรงเรียน โดยทั่วไปตามโรงเรียนต่างๆ จะจัดกันในวันพฤหัสบดี ในเดือนพฤษภาคม

ดอกไม้ที่ใช้ในการไหว้ครู ในพิธีไหว้ครูนับตั้งแต่สมัยก่อน จะใช้ดอกไม้หลัก 3 อย่างในการทำพาน ซึ่งดอกไม้ ความหมายในการระรึกคุณครู ได้แก่ หญ้าแพรก สื่อถึง ขอให้เรียนได้เร็วเหมือนหญ้าแพรก ที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำดุด่าของครูบาอาจารย์ ดอกเข็ม สื่อถึง ขอให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม ดอกมะเขือ สื่อถึง การเปรียบเทียบว่า มะเขือนั้น จะคว่ำดอกลงเสมอเมื่อจะออกลูก แสดงถึง นักเรียนที่จะเรียนให้ได้ผลดีนั้นต้ิองรู้จักอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เหมือนมะเขือที่โน้มลง

วิธีจัดงาน การพิธีไหว้ครู ตามแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ จะต้องเตรียมสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

สถานที่ โต๊ะหมู่บูชา โดยตั้งไว้ที่สูงบนเวทีชิดด้านหลัง ข้างหน้ามีกระถางดอกไม้และธูปเทียน และโต๊ะเพื่อว่างพานดอกไม้และธูปเทียนที่นำมาบูชา หนังสือ เพื่อให้ประธานเจิม โดยเอาหนังสือวางไว้บนพาน บนโต๊ะเล็กหน้าที่บูชา ที่นั่งประธาน และ คณาจารย์ จัดไว้ข้างๆ ที่บูชา ที่นั่งสำหรับนั่งเรียน

สิ่งที่ต้องเตรียมในการไหว้ครู พานดอกไม้ มีดอกไม้ หญ้าแพรก ดอกมะเขือ จัดให้สวยงาม ธูปเทียน

พิธีการ เมื่อประธานมาถึง นักเรียนทั้งหมดยืนขึ้น และ ทำความเคารพ จุดธูปเทียน นมัสการพระพุทธรูปที่แท่นหมู่บูชา เริ่มพิธีโดยการสวดมนต์ หลังจากนั้นกล่าวคาถาไหว้ครู และวรรคแรกของคำไหว้ครู เมื่อกล่าวคำไหว้ครูเสร็จแล้ว ให้ว่าคาถาไหว้ครูตอนท้าย ตัวแทนนักเรียนกล่าวคำปฏิญาณตน ประธานเจิมหนังสือ เพื่อความเป็นสิริมงคล

คำไหว้ครู (หัวหน้ากล่าวคาถาไหว้ครู) ปาเจราจะริยาโหนติ (นักเรียนทุกคนรับพร้อมกัน) คุณุตตะรา นุสาสะกา ข้าขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์ ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าฯ ในกาลปัจจุบัน ข้าฯ ขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา ขอเดช กตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ (หัวหน้ากล่าวคาถาไหว้ครูตอนจบ) ปัญญาวุฑฒิ กะเรเต เต ทินโนวาเท นะมามิหังฯ

คำปฏิญาณตน เราคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรานักเรียนจักต้องประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน

วันครู สำหรับในวันครู (วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี) เป็นวันที่มีการจัดพิธีไหว้ครูอีกอย่างหนึ่ง ผู้ร่วมงานคือบรรดาครูบาอาจารย์ที่สอนนักเรียนในปัจจุบัน มาร่วมไหว้ครูเพื่อรำลึกถึงบูรพาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการให้ และมีการท่องบทไหว้ครูเป็นภาษาบาลี อาจมีครูอาวุโส เป็นประธานในงานด้วย

การไหว้ครูในปริบทอื่น การไหว้ครูยังมีปรากฏในกิจกรรมอื่น เช่น การไหว้ครูมวย เป็นการไหว้ครูด้วยลีลาของศิลปะมวยไทย เช่นเดียวกับกระบี่กระบอง การไหว้ครู ก่อนการแสดงศิลปะดนตรี เช่น หนังตะลุง การไหว้ครูในงานประพันธ์ เรียกว่า บทไหว้ครู หรือ อาเศียรวาท (อาเศียรพาทก็ว่า) เป็นการกล่าวระลึกถึงบุญคุณครู และขอความเป็นมงคล

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม

วันที่ 14 มกราคม

วันเกิด

วันถึงแก่กรรม

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
» วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ

ที่มา-ความหมาย ป่าไม้เป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชน ช่วยรักษาความสมดุลของภาวะแวดล้อม และป้องกันภัยธรรมชาติซึ่งนำความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สาเหตุที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ ส่วนหนึ่งมาจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจนทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพป่าไม้ของชาติ ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางภาวะแวดล้อมขึ้นจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
วันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 พระราชกำหนดดังกล่าว ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการให้สัมปทานป่าไม้สิ้นสุดลงทั้งแปลงได้ ดังนั้น การจัดวางโครงการทำไม้ทั่วประเทศต้องยุติลงทุกโครงการและพื้นที่ เหตุเนื่องมาจากอุทกภัยภาคใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2531 โดยเฉพาะที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และวาตภัยจากพายุเกย์ที่จังหวัดชุมพร เมื่อ พ.ศ.2532 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จำเป็นต้องทำการรณรงค์ต่อเนื่องและระยะยาว ให้ประชาชนได้เข้าใจ และให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ โดยสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อต้องการอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีอยู่อย่างจำกัดมิให้ถูกทำลายต่อไปพร้อมทั้งได้กำหนดให้ช่วงปี 2532-2535 เป็น "ปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ" และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2533 กำหนดให้วันที่ 14 มกราคมของทุกปีเป็น "วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ"

วัตถุประสงค์
  1. เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2532
  2. เพื่อให้ประชาชนในชาติได้ตระหนักถึงผลร้ายที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากในภาคใต้ และภาคอื่นต้องสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินไป
  3. เพื่อระลึกถึงมาตรการอันเด็ดเดี่ยวของรัฐบาลที่ได้สั่งปิดป่า ระงับการทำไม้ในป่าสัมปทาน ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ
  4. ผลทางตรงที่เกิดขึ้นก็คือ การทำไม้ในป่าสัมปทาน จำนวน 276 ป่า เนื้อที่ 96,728,981 ไร่ ยุติลงโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้นไม้ในป่าสัมปทานไม่ถูกตัดฟัน เป็นการอนุรักษ์ต้นไม้ไว้ใช้สอยในอนาคต คิดเป็นเนื้อไม้เฉลี่ยปีละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร จนทำให้รัฐบาลได้รับคำชมเชยจากนานาประเทศเป็นอย่างมาก และเป็นการสนับสนุนมาตรการป้องกันมลภาวะของโลกโดยตรง
  5. นโยบายของรัฐบาล เป็นการตอบสนองนโยบายการป้องกันรักษาป่าและนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ด้านสังคมและการเมือง ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ ทำให้มีการใช้ไม้อย่างประหยัด และส่งผลให้สามารถอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไว้เป็นสมบัติของประชาชนทุกคนในชาติได้ตลอดไป
เพื่อให้การจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมเจตนารมย์ของทางราชการจึงสมควรได้รับการสนับสนุน ดังนี้ ภาคราชการจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันดังกล่าว ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การจัดนิทรรศการ การเผยแพร่ความรู้ การบรรยายความรู้ในสถานศึกษา ประกวดวาดภาพป่าไม้ แจกเอกสารเผยแพร่แจกกล้าไม้แก่ ประชาชน ตลอดจนจัดประชุมชี้แจงแก่ประชาชนทั่วไป เชิญชวนให้ประชาชนงดเว้นการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมทั้งร่วมกันปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ในทุกท้องที่ ภาคเอกชน ประชาชนควรให้การสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมกับทางราชการเท่าที่สามารถจะทำได้ ควรถือเอาวันที่ 14 มกราคม เป็นวัน ลด ละ เลิก การบุกรุกแผ้วถางป่าและตัดไม้ทำลายป่า และร่วมมือร่วมใจกันปลูกต้นไม้ขึ้นมาทดแทนที่ถูกตัดทำลายไปให้มากที่สุด วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เป็นวันสำคัญที่ทุกฝ่าย ทั้งภาคราชการ เอกชน ประชาชน เยาวชน จะต้องร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการ จัดให้มีขึ้นทุกท้องที่ในวันที่ 14 มกราคม ของทุกปีเพื่อสนับสนุนนโยบายการป่าไม้แห่งชาติ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไว้เป็นสมบัติของทุกคนในชาติตลอด

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เคล็ด (ไม่) ลับเลือก "รองเท้า"

รองเท้า ควรทำจากวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ดี กระชับกับรูปเท้า และมีลักษณะเหมือนเท้าของตัวเอง เช่น คนที่มีหน้าเท้ากว้าง ก็ควรเลือกแบบรองเท้ากว้างซึ่งส่วนที่หุ้มนิ้วเท้ามีขนาดกว้างพอให้นิ้วเท้าขยับได้

ควรเลือกรองเท้าที่มีฝีเย็บถี่และแน่นหนา เพราะฝีเย็บที่ดีจะทำให้รองเท้าไม่พังง่าย

หากเป็นรองเท้าผูกเชือก เชือกควรทำจากผ้าหรือหนังซึ่งไม่แข็งจนเกินไป จะได้ไม่เสียดสีจนผิวหนังถลอกหรือเกิดตาปลา

พื้นรองเท้าที่ดีควรนุ่ม ไม่หนาเกินไป เพื่อรับแรงกระแทก หากทำจากยางจะดีกว่าหนังสัตว์

หลีกเลี่ยงรองเท้าที่มีน้ำหนักมาก นอกจากไม่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอุบัตเหตุได้ง่ายอีกด้วย

ส้นของรองเท้าไม่ควรสูงเกิน 1-2 นิ้ว หากสูงกว่านั้นก็ไม่ควรใส่เกิน 3 ชั่วโมงติดต่อกัน

ควรเลืกรองเท้าให้เหมาะกับการใช้งาน รองเท้าวิ่งที่ดีจะต้องมีแผ่นรองเท้ากันกระแทก และมีส่วนหุ้มส้นที่พอเหมาะ ป้องกันอาการบาดเจ็บ ส่วนรองเท้าสำหรับเดินออกกำลังกายต้องมีน้ำหนักเบา พื้นรองเท้าค่อนข้างกว้างเพื่อการถ่ายน้ำหนัก และมีส่วนหน้าแข็งกว่ารองเท้าวิ่ง

หากจะให้ดีควรเลือกซื้อรองเท้าตอนบ่ายหรือเย็น เพราะเป็นช่วงที่เท้าขยายใหญ่มากที่สุด โดยธรรมชาติแล้วเท้าทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ดังนั้น ควรเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเท้าข้างที่ใหญ่

รองเท้าของแต่ละแบรนด์ และแต่ละรุ่น แม้ว่าจะมีเบอร์เดียวกันแต่ขนาดก็ไม่เท่ากัน เวลาซื้อควรลองกับเท้าของตัวเองทุกครั้ง และเมื่อใส่แล้วควรมีที่เหลือประมาณครึ่งนิ้ว จะทำให้สวมใส่ได้สบาย

สำคัญที่สุดสำหรับการลองรองเท้า คือทดลองเดินบนพื้นแข็งๆ อย่างพื้นไม้ กระเบื้อง หรือหินอ่อน เพราะพรมที่นุ่มหนาจะช่วยลดแรงกระแทก ทำให้รู้ได้ยากว่าแท้จริงแล้วใส่สบายจริงหรือไม่

การดูแลรักษารองเท้า สามารถทำได้โดยการใส่อุปกรณ์รักษาทรงรองเท้า โดยเฉพาะที่ทำจากไม้ซีดาร์ จะช่วยดูดซับเหงื่อและยืดอายุรองเท้า

สำหรับรองเท้าหนัง ควรใช้แวกซ์หรือครีมขัดให้เงาหลังจากการใส่ 3-4 ครั้ง เพื่อช่วยให้หนังอ่อนนุ่มและป้องกันหนังเปราะแตก

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 54 (033)

เสริมสวยด้วย "เกลือ"

ทำให้ผิวนุ่มขึ้น สาวๆ คงเคยเห็นผลิตภัณฑ์สครับต่างๆ ที่มีส่วนผสมของเกลือ เพราะนอกจากเกลือจะช่วยทำความสะอาด ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังต่อต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นการทำสปาราคาถูกและง่าย แค่ใช้เกลือผงละเอียดนวดเบาๆ เป็นวงกลมลงบนผิวแล้วล้างน้ำออก หรืออาจจะแช่ทั้งในน้ำเกลือ ประมาณ 15 - 20 นาที ผิวก็นุ่มนวลขึ้นได้

ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เส้นผม
สำหรับสาวที่ผมชี้ฟู ไร้น้ำหนัก สเปรย์น้ำเกลือจะช่วยให้ผมอยู่ทรงและดูยืดหยุ่นมากขึ้น วิธีการที่ง่ายแสนง่าย แค่เพียงผสมเกลือ 1 ช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำสะอาด 1 ถ้วย คนให้เข้ากันแล้วเทลงในขวดสเปรย์ จากนั้นจึงฉีดลงบนเส้นผมในขณะแต่งทรงปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ

กำจัดความมัน
สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาผิวมันเยิ้มโดยเฉพาะให้ลองผสมเกลือครึ่งช้อนชากับคลีนเชอร์ที่ใช้ล้างหน้าตามปกติ จากนั้นก็นวดลงบนผิวหน้าเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด ที่สำคัญควรใช้เกลือผงละเอียดเพื่อป้องกันเกลือขูดกับผิวหน้าจนเกิดเป็นรอยแผล ส่วนอีก 1 วิธีกำจัดความมัน คือ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อนพอหมาดๆ ปิดหน้าไว้ประมาณ 3 - 5 นาที แล้วนำน้ำเกลืออุ่นๆ ฉีดให้ทั่วหน้า จากนั้นจึงใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้แห้ง จะช่วยปิดรูขุมขนได้ดีทีเดียว

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 54 (033)

ช็อกโกแลตสักชิ้น

มีงานวิจัยหลากหลายที่ออกมาบอกถึงคุณประโยชน์และสรรพคุณของช็อกโกแลตขนมชิ้นโปรดของหลายๆ คน ว่าช็อกโกแลตนั้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

หลายคนเชื่อว่าการกินช็อกโกแลตจะช่วยให้คลายเครียด อารมณ์ดี มีพลัง บางคนถึงกับเรียกว่าเป็นอาหารแห่งความสุขกันเลยทีเดียว แต่ช็อกโกแลตนั้นยังมีดีอีกมากมาย มีอะไรบ้าง ตามไปดู...

ช็อกโกแลตช่วยลดอาการเครียด สำหรับคนที่มักจะกินยาแอสไพริน เวลาเกิดอาการเครียดหรือปวดศีรษะ ลองปรับเปลี่ยนมากินช็อกโกแลตแทน เพราะอร่อย แถมยังมีความสุขกว่าการกินยาหลายเท่าเชียวแหละ

ช็อกโกแลตจะดีต่อสุขภาพ เมื่อรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ นอกจากนั้น ดาร์กช็อกโกแลตชนิดเข้มข้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับการอุดตันของเส้นเลือดหัวใจได้อีกด้วย

ช็อกโกแลตชนิดที่ไม่ผสมนม ช่วยลดการสะสมไขมันในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอล และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันตามมาด้วย

ผลงานวิจัย ชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าช็อกโกแลตเป็นอาหารแห่งความสุข เพราะช่วยลดความหดหู่ ช่วยให้สดชื่นแจ่มใสได้ในระยะยาว

ดาร์กช็อกโกแลตที่ไม่ได้ผ่านการผสม จะมีสารแอนติออกซิแดนด์หรือสารต้านอนุมูลอิสระในสัดส่วนที่สูงไม่ว่าจะเป็นเบต้าแคโรทีน วิตามีนซี และอัลฟาโทโคเฟอรอล

ช็อกโกแลต ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกายและยังช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานอย่างกระตือรือร้นอีกด้วย

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 54 (033)

เจ็บป่วยน้ำท่วมเบิกได้สองทาง

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจ้งผู้ประกันตนที่ประสบอุทกภัย หากประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุดได้ทันที และถ้าผู้ประกันตนมีประกันชีวิตส่วนบุคคลอื่นร่วมอยู่ด้วยก็สามารถนำค่ารักษาพยาบาลเบิกคืนได้ทั้ง 2 ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตส่วนบุคคล หรือสิทธิประกันสังคม

ในส่วนของสิทธิประกันสังคมต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริงตามความจำเป็น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ไม่รวมวันหยุดราชการ ซึ่งสำนักงานฯ จะพิจารณาตรวจสอบหลักฐานจากใบเสร็จรับเงินตัวจริงที่ผู้ประกันตนสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ส่วนกรณีที่ไม่มีใบเสร็จตัวจริงจะต้องขอสำเนาใบเสร็จพร้อมประทับตราโรงพยาบาลและให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินลงนามรับรองสำเนาใบเสร็จ จึงสามารถเบิกคืนได้

มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่จังหวัด/สาขาที่สะดวก หรือโทร. 1506 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 54 (033)

สักการะขอพรสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

จะหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่ายฝั่งธนฯ เพื่อขอพรสักการะลำดับต้นๆ ต้องนึกถึงพระบรมราชานุสาวรีย์ "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ มีความสูงวัดจากพระบาทถึงยอดพระมาลารวม 14 เมตรเศษ ชานชาลาคอนกรีตสูงจากพื้นดินโดยรอบ 1.70 เมตร  ประดิษฐานและตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางวงเวียนใหญ่ บนถนนประชาธิปก ตัดกับถนนลาดหญ้า เขตธนบุรี

พระบรมรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ประทับบนหลังม้า ทรงพระมาลา เบี่ยงหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่จันทบุรี พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบชูออกไปเหนือพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายทรงบังเหียน ท่านำพลรุกไล่ข้าศึก

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2496 หรือ 58 ปีที่แล้ว ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อระลึกถึงพระองค์ในการกอบกู้เอกราชกลับคืนหลังจากการเสียกรุงครั้งที่ 2 และได้ทำการเปิดปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2497

ออกแบบและควบคุมการหล่อโดย ศ.ศิลป์  พีระศรี โดยทางรัฐบาลให้ประชาชนออกเงินบริจาคสร้าง พร้อมทั้งกำหนดให้วันที่ 28 ธ.ค. ของทุกปี เป็นวันถวายบังคม จัดให้มีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณของพระองค์

เสาร์อาทิตย์นี้ ทำจิตใจให้สงบแล้วไปสักการะ "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี" พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ชีวิตดีขึ้น สบายกายสบายใจ

แหล่งที่มา นสพ. M2F วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. 54 (033)

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คำขวัญวันเด็ก

วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็กๆ โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม

ทั้งนี้ การขานรับกับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น โดยได้มีการกำหนดว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ

สำหรับประเทศไทย ได้ตอบรับข้อเสนอของนายวี เอ็ม กุลกานี ซึ่งบอกผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 จากนั้นเป็นต้นมา ราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้

ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 ว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน

คำขวัญวันเด็ก เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. นายกรัฐมนตรี คำขวัญ
2499 จอมพล ป.พิบูลสงคราม จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฎิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
2503 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฎิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
2504 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฎิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
2505 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฎิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
2506 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้เด็กสมัยปฎิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียร
2507 จอมพล ถนอม กิตติขจร ***งดจัดงาน(ไม่กำหนดคำขวัญ)***
2508 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กจะเจริญต้องรักเรียนและเพียรทำดี
2509 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะบากบั่น และสมานสามัคคี
2510 จอมพล ถนอม กิตติขจร อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงเรียนดีและ มีความประพฤติเรียบร้อย
2511 จอมพล ถนอม กิตติขจร ความเจริญและความมั่นคงของไทย ในอนาคตขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
2512 จอมพล ถนอม กิตติขจร รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
2513 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
2515 จอมพล ถนอม กิตติขจร เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
2516 จอมพล ถนอม กิตติขจร เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
2517 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ สามัคคี คือ พลัง
2518 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เด็กคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความดี
2519 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติ รุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี
2520 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็น คุณสมบัติของเยาวชนไทย
2521 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง
2522 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
2523 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
2524 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เด็กไทยมีวินัย ใจซื่อสัตย์ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
2525 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
2526 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัดมีวินัยและคุณธรรม
2527 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดี มีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
2528 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ สามัคคี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
2529 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
2530 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
2531 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
2532 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
2533 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
2534 นายอานันท์ ปันยารชุน รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
2535 นายอานันท์ ปันยารชุน สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
2536 นายชวน หลีกภัย ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
2537 นายชวน หลีกภัย ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
2538 นายชวน หลีกภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนารักษาสิ่งแวดล้อม
2539 นายบรรหาร ศิลปอาชา มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพย์ติด
2540 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจ ใฝ่ศึกษาไม่พึ่งพายาเสพย์ติด
2541 นายชวน หลีกภัย ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัย
2542 นายชวน หลีกภัย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
2543 นายชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
2544 นายชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
2545 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
2546 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
2547 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดี ๆ อนาคตดีแน่นอน
2548 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
2549 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
2550 พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
2551 พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธาณะ
2555 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี

แหล่งอ้างอิงเว็บไซต์กมล อรุณโชคสมศักดิ์, เว็บไซต์กระปุกดอสคอม

วันที่ 8 มกราคม

เหตุการณ์

วันเกิด

วันถึงแก่กรรม

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
» ประเทศไทย - วันเด็กแห่งชาติ (พ.ศ. 2554)
ที่มา-ความหมาย ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมาย ของคำว่า "เด็ก" ไว้ดังนี้

เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ยังเล็ก เด็กชาย คือ คำนำเรียกเด็กผู้ชายที่มีอายุไม่เกิน ๑๔ ปีบริบูรณ์ เด็กหญิง คือ คำนำเรียกเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน ๑๔ ปีบริบูรณ์

ความเป็นมาของวันเด็ก เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง เด็กจึงควรเตรียมตัวที่จะเป็นกำลังของชาติด้วย การขยันหมั่นศึกษาหาความรู้และใช้เวลาให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันขันแข็งตั้งใจทำงาน ด้วยความรับผิดชอบยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ตลอดจนมีความเมตตากรุณา ช่วย เหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น เสียสละและ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วน รวม ช่วยกันรักษา ความสะอาดและอนุรักษ์ทรัพยากร ตลอดถึงสาธารณสมบัติส่วนรวมของชาติ หากเด็กทุกคนได้ตระหนักถึงอนาคตของตนและของประเทศชาติ โดยพยายามประพฤติปฏิบัติตนให้ได้ตามที่กล่าวข้างต้นอย่าง เหมาะสมกับวัย แล้วก็จะได้ชื่อว่าเป็น "เด็กดี" ชาติบ้านเมือง ก็จะเจริญ มีความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป ความคิดในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองนั้น

นายวีเอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพ เด็กระหว่างประเทศได้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงาน วันเด็กแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็ก วันเด็กแห่งชาติของประเทศ

วันเด็กแห่งชาติของประเทศไทยจึงมีขึ้นในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ และปฏิบัติกันเรื่อยมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ต่อมา เห็นว่าวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคมเหมาะสม สำหรับการจัดงานวันเด็กมากกว่า เนื่องจากพ้นฤดูฝนและเป็นวันหยุด ราชการ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้จัดกันตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ งานวันเด็กแห่งชาติจึงจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือนมกราคม มาจนถึงบัดนี้

ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติรัฐบาลได้จัดให้คณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน กำหนดฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ให้เด็กทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงความสำคัญของตนเอง รู้ถึงความมีระเบียบวินัย ความรู้จักสิทธิหน้าที่ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการปกครองในระบบประชาธิปไตย อันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ทุกปีเมื่อถึงวันเด็กแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงโปรดประทานพระคติธรรม และ ฯพณฯ นายก รัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็กให้กับเด็กไทยทุกปี อาทิเช่น

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๘ "คนทุกคนมีภาระต้องทำ แม้เป็นเด็ก ก็มีภาระอย่างเด็ก คือ ศึกษาเล่าเรียน หมายความว่าจะต้องเรียนให้รู้วิชา ฝึกหัดทำการงานต่างๆ ให้เป็น อบรมขัดเกลาความประพฤติ และความคิดจิตใจให้ประณีต ให้สุจริตแจ่มใสและเฉลียวฉลาด มีเหตุผล เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มี ความรู้ความสามารถ และมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง"

หรือคำขวัญของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในวันเด็กแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๙
เด็กต้องหัดทำตัวให้สุภาพอ่อนโยน หมั่นขยัน เอางานเอาการ เอื้อเฟื้อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจอยู่เสมอ ให้ติดเป็นนิสัย จักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดีมีประโยชน์และมี ความเจริญมั่นคงในชีวิต

คติธรรมที่พระสังฆราชประทานให้ พ.ศ. ๒๕๒๙
นักเอยนักเรียน อย่าผัดเพี้ยนการเรียน เร่งอุตส่าห์ รู้อะไร ไม่สู้ รู้วิชา จะช่วยชูอาตมาไปจนตาย เป็นนักเรียนแต่เพี้ยนเป็นนักเล่น นักเรียนนี้เรื่อง เครื่องเสียหาย มิใช่ชั่ว ตัวเริง เชิงอบาย กลับพาญาติ มิตรร้าย ขายตนเอย

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ จาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๙
นิยมไทย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

ดังนี้จะเห็นได้ว่าพระบรมราโชวาท คติธรรม และคำขวัญ ในวันเด็กแห่งชาตินั้น ล้วนเป็นการเสนอแนะให้แนวทางที่เด็ก สามารถปฏิบัติได้ ขณะนี้ประเทศของเรากำลังต้องการคนดี เข้ามาช่วยปรับ ปรุงประเทศชาติ ให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการ ทหาร พลังของ เด็กในปัจจุบัน ถ้ามีพื้นฐานมาแต่เริ่มต้นที่คิด ทำในสิ่งดีละเว้น ความชั่ว ก็จะเป็นประโยชน์มหาศาลแก่ประเทศชาติสืบไป....

หล่งอ้างอิง : เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม

วันที่ 1 มกราคม

เหตุการณ์
» พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) - สกอตแลนด์เริ่มใช้ปฏิทินจูลิน
» พ.ศ. 2194 (ค.ศ. 1651) - พระเจ้าชาล์สที่ 2 ราชาภิเษกขึ้นเป็น กษัตริย์แห่งสกอตแลนด์
» พ.ศ. 2216 (ค.ศ. 1673) - มีการไปรษณีย์ครั้งแรกระหว่าง นิวยอร์ก กับ บอสตัน
» พ.ศ. 2243 (ค.ศ. 1700) - รัสเซียเริ่มใช้ปฏิทินจูเลียน
» พ.ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) - พระเจ้าจอร์นที่ 5 ราชาภิเษกขึ้นเป็น พระมหากษัตริย์แห่งโปรตุเกศ
» พ.ศ. 2343 (ค.ศ. 1801) - จูเซป พีแอซซี นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี ค้นพบ 1 ซีรีส (1 Ceres) ดาวเคราะห์น้อยดวงแรก
» พ.ศ. 2360 (ค.ศ. 1818) - นิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง แฟรงเกนสไตน์ โดยแมรี เชลลีย์ วางจำหน่ายครั้งแรกในลอนดอน สหราชอาณาจักร
» พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) - ประเทศญี่ปุ่นเริ่มใช้ปฏิทินแบบสากล
» พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1899) - สิ้นสุดการปกครองของสเปนในประเทศคิวบา
» พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) - ไนจีเรียกลายมาเป็นรัฐอารักขาของเครือจักรภพอังกฤษ
» พ.ศ. 2444 (ค.ศ. 1901) - รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเลีย รัฐควีนส์แลนด์ รัฐออสเตรเลียใต้ รัฐแทสมาเนีย และ รัฐออสเตรเลียตะวันตก รวมกันเป็นเครือจักรภพออสเตรเลีย นายเอ็ดมันด์ บาร์ตัน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก
» พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1926) - เปิดการจราจรบนสะพานพระราม 6
» พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) - วันก่อตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) เข้ามาแทนความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT)
» พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) - ทวีปยุโรปเริ่มใช้สกุลเงินยูโร
» พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) - นายเปอร์เวส มูชาราฟ ได้ถูกเลือกให้มาเป็นประธานาธิบดีแห่งประเทศปากีสถาน
วันเกิด
» พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1877) - เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (อสัญกรรม 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486)
» พ.ศ. 2423 (ค.ศ. 1881) - พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (สวรรคต 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468)
» พ.ศ. 2434 (ค.ศ. 1892) - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (ทิวงคต 24 กันยายน พ.ศ. 2472)
» พ.ศ. 2494 (ค.ศ. 1951) - จรัล มโนเพ็ชร ศิลปินล้านนา
» พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) - จาตุรนต์ ฉายแสง นักการเมืองสังกัดพรรคไทยรักไทย
วันถึงแก่กรรม

วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
วันขึ้นปีใหม่

ที่มา-ความหมาย วันขึ้นปีใหม่ คือวันแรกของปี มักจะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ และนับเป็นวันสำคัญของปี ปัจจุบันกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ตามปฏิทินเกรกอเรียน และถือเป็นวันหยุดต่อมาจากวันสิ้นปี อย่างไรก็ตาม ในแต่ละชาติที่ใช้ปฏิทินแบบอื่น ก็จะมีวันขึ้นปีใหม่ที่แตกต่างกันไป เช่น วันตรุษจีน วันสงกรานต์ เป็นต้น

ในประเทศไทย ทางราชการให้ถือเอาวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2484 เป็นต้นมา       

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม

วันสำคัญของไทย ปี 2554

เดือนมกราคม
» วันที่ 01 วันขึ้นปีใหม่ (New Year's Days)
» วันที่ 08 วันเด็กแห่งชาติ (พ.ศ. 2554)
» วันที่ 14 วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ
» วันที่ 16 วันครู
» วันที่ 18 วันกองทัพไทย
» วันที่ 22 วันสถาปนาโครงการ อพป. แห่งชาติ
» วันที่ 26 วันพ่อขุนเม็งราย
» วันที่ 27 วันยุวกาชาด
เดือนกุมภาพันธ์
» วันที่ 02 วันเกษตรแห่งชาติ
» วันที่ 03 วันตรุษจีน
» วันที่ 03 วันทหารผ่านศึก
» วันที่ 12 วันดาร์วิน
» วันที่ 14 วันแห่งความรัก
» วันที่ 18 วันมาฆบูชา
» วันที่ 20 วันทนายความไทย
» วันที่ 24 วันปลอดควันพิษจากไฟป่า
» วันที่ 25 วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ
» วันที่ 26 วันสหกรณ์ไทย
เดือนมีนาคม
» วันที่ 05 วันนักข่าวไทย
» วันที่ 08 วันสตรีสากล
» วันที่ 13 วันช้างไทย
» วันที่ 21 วันกวีนิพนธ์สากล
» วันที่ 22 วันน้ำของโลก
» วันที่ 24 วันวัณโรคโลก
» วันที่ 25 วันแม่ในสหราชอาณาจักร
» วันที่ 27 วันกองทัพอากาศ
เดือนเมษายน
» วันที่ 01 วันข้าราชการพลเรือน
» วันที่ 02 วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, วันสายใจไทย, วันอนุรักษ์มรดกไทย, วันหนังสือเด็กแห่งชาติ
» วันที่ 06 วันจักรี
» วันที่ 07 วันอนามัยโลก
» วันที่ 13 วันสงกรานต์
» วันที่ 14 วันสงกรานต์, วันครอบครัว, วันประมงแห่งชาติ
» วันที่ 15 วันสงกรานต์
» วันที่ 22 วันคุ้มครองโลก
» วันที่ 23 วันหนังสือและลิขสิทธิ์สากล
» วันที่ 24 วันเทศบาล
» วันที่ 29 วันเต้นรำสากล, วันพฤกษชาติในญี่ปุ่น
» วันที่ 30 วันคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย
เดือนพฤษภาคม
» วันที่ 01 วันแรงงานแห่งชาติ
» วันที่ 03 วันเสรีภาพหนังสือพิมพ์โลก
» วันที่ 05 วันฉัตรมงคล
» วันที่ 08 วันกาชาดโลก
» วันที่ 13 วันพืชมงคล
» วันที่ 17 วันวิสาขบูชา
» วันที่ 31 วันงดสูบบุหรี่โลก
เดือนมิถุนายน
» วันที่ 05 วันสิ่งแวดล้อมโลก
» วันที่ 09 วันอานันทมหิดล
» วันที่ 26 วันสุนทรภู่, วันต่อต้านยาเสพติดโลก
เดือนกรกฎาคม
» วันที่ 01 วันลูกเสือแห่งชาติ
» วันที่ 04 วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
» วันที่ 11 วันประชากรโลก
» วันที่ 13 วันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ
» วันที่ 15 วันอาสาฬหบูชา
» วันที่ 16 วันเข้าพรรษา
» วันที่ 28 วันประสูติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
» วันที่ 29 วันภาษาไทยแห่งชาติ
เดือนสิงหาคม
» วันที่ 04 วันสื่อสารแห่งชาติ
» วันที่ 06 วันการบินสากล
» วันที่ 07 วันรพี (พระบิดาแห่งกฎหมายไทย)
» วันที่ 12 วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ(วันแม่แห่งชาติ)
» วันที่ 18 วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
เดือนกันยายน
» วันที่ 01 วันสืบ นาคคะ เสถียร
» วันที่ 07 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เสด็จสวรรคต
» วันที่ 08 วันการศึกษานอกโรงเรียน, วันรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือระหว่างประเทศ
» วันที่ 11 วันมหาวิปโยค
» วันที่ 14 วันบุรฉัตร
» วันที่ 15 วันศิลป์ พีระศรี, วันราชมงคล
» วันที่ 16 วันโอโซนสากล, วันสาโรช บัวศรี
» วันที่ 20 วันเยาวชนแห่งชาติ, วันอนุรักษ์รักษาคูคลองแห่งชาติ
» วันที่ 22 วันปลอดรถ (Car Free Day)
» วันที่ 24 วันมหิดล
» วันที่ 30 วันเดินเรือโลก
เดือนตุลาคม
» วันที่ 01 วันผู้สูงอายุสากล
» วันที่ 09 วันไปรษณีย์โลก
» วันที่ 12 วันออกพรรษา
» วันที่ 13 วันตำรวจ
» วันที่ 16 วันอาหารโลก
» วันที่ 19 วันเทคโนโลยีของไทย
» วันที่ 21 วันรักต้นไม้แห่งชาติ
» วันที่ 23 วันปิยมหาราช
» วันที่ 24 วันสหประชาชาติ
» วันที่ 26 วันก่อตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งอังกฤษ
» วันที่ 31 วันฮาโลวีน
เดือนพฤศจิกายน
» วันที่ 01 บัวนาร์โรตี เสร็จภารกิจวาดภาพบนเพดานโบสถ์ซิสทีน
» วันที่ 10 วันลอยกระทง 2554
» วันที่ 12 วันคนพิการแห่งชาติ
» วันที่ 14 วันบิดาแห่งฝนหลวง, วันเบาหวานโลก
» วันที่ 20 วันกองทัพเรือ
» วันที่ 24 วันเกิด เฟร็ด ลอว์เรนซ์ วิปเปิล นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน
» วันที่ 25 วันประถมศึกษาแห่งชาติ
» วันที่ 26 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อ
เดือนธันวาคม
» วันที่ 01 วันต้านเอดส์โลก
» วันที่ 03 วันคนพิการสากล
» วันที่ 05 วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (H.M. The King's Birthday)
» วันที่ 10 วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ (Constitution Day) , วันสิทธิมนุษยชนโลก
» วันที่ 16 วันกีฬาแห่งชาติ
» วันที่ 25 วันคริสมาสต์
» วันที่ 26 วันรำลึกซึนามิ
» วันที่ 29 ร่วมไว้อาลัย คุณพุ่ม เจนเซ่น
» วันที่ 31 วันสิ้นปี (New Year's Eve)

แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม