วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

เทศกาลกินเจ 2555 อิ่มบุญอิ่มใจ 15 - 23 ตุลาคม 2555


เทศกาลกินเจ ถือเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวจีนที่มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล  ซึ่งเทศกาลกินเจนั้น จะเริ่มขึ้นเมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี โดยเมื่อถึงวันดังกล่าวประชาชนจะนำธงพื้นสีเหลืองซึ่งมีตัวอักษรจีนสีแดงโดดเด่นมาประดับตามร้านอาหาร หรือสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ได้เข้าร่วมเทศกาลกินเจนี้ และสำหรับเทศกาลกินเจ ปี 2555 จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 15  -23 ตุลาคม 2555 ซึ่งบางคนอาจกินเจล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่า "ล้างท้อง" นั่นเอง

ความหมายของเจ 
คำว่า "เจ" ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายว่า "อุโบสถ" เดิมหมายความว่า "การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน" ตามแบบอย่างของชาวพุทธที่รักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ที่จะไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย เราจึงนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า "กินเจ" ดังนั้นความหมายของคนกินเจ ไม่เพียงแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ 
 
"การกินเจ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึง การถือศีลอย่างญวนและจีนที่ไม่กินของสดคาว แต่บริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสม ซึ่งมาจากรากศัพท์คำภาษาจีนที่ว่า "เจียฉ่าย" หมายถึง การกินอาหารผัก อาหารที่มาจากพืชผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปน และไม่ปรุงด้วยผักฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ และงดเว้นน้ำนมสด นมข้นด้วย เพราะถือว่าเป็นของสดของคาว 
 
ช่วงเวลากินเจ 
ประเพณีกินเจที่ชาวจีนเรียกกันว่า "เก้าอ๊วงเจ" หรือ "กิ้วอ๊วงเจ" แปลว่า "เจเดือน 9" เริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากล) สำหรับในปี พ.ศ. 2555 นี้ เริ่มวันที่ 15 - 23 ตุลาคม 

คำว่า "เก้าอ๊วง" หรือ "กิ้วอ๊วง" แปลว่า "พระราชา 9 องค์" หรือนพราชา หมายถึงผู้เป็นใหญ่ทั้ง 9 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีกินผักกินเจ 

10 วันของเทศกาลกินเจ 
ประเพณีกินเจจะจัด 9 วัน 9 คืน โดยแต่ละวันมีพิธีต่าง ๆ กันดังนี้ 

วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะดูฤกษ์ยามว่า จะเชิญเจ้ามาเวลาไหน แต่ไม่เกินเที่ยงวัน โดยใช้ "ปวย" 2 อันเสี่ยงทายโดยการโยน 2 ครั้ง หาก 1 อันหงาย 1 อันคว่ำ แสดงว่า เจ้าทั้ง 9 ได้เสด็จลงมาแล้ว การกินเจจะเริ่มขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักทานกันล่วงหน้าเพื่อล้างท้อง  

ที่ภูเก็ตในตอนกลางคืนจะมีพิธียกเสา "โกเด้ง" ขึ้นที่หน้าศาลเจ้า หรืออ๊าม เพื่อใช้เป็นที่แขวนตะเกียงทั้ง 9 ดวง และอัญเชิญดวงวิญญาณของยกอ๋องฮ่องเต้ หรือ พระอิศวร และ กิวอ๋องไตเต หรือ ราชาผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้ามาประทับ 

เช้าวันที่สอง จะมีการจุดธูปขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องเซ่นและเผาไม้หอม เพื่อบูชาเจ้าประจำอ๊าม  
หลังพิธีการกินเจ หรือชาวภูเก็ตเรียก "การกินผัก" ผ่านไป 3 วัน จะถือว่าตัวเองมีความสะอาดแล้ว หรือเรียกว่า "เช้ง" ในตอนค่ำมีพิธีการเชิญเจ้าเข้าทรงอีก 2 องค์ คือ "ลำเต้า" เจ้าผู้สำรวจคนเกิด และ "ปักเต้า" เจ้าผู้สำรวจคนตาย และทำพิธี "ปั้งกุ้น" หรือพิธีปล่อยพระ หรือการจัดทหารของเจ้าไปรักษาศาลเจ้าทั้ง 5 ทิศ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย และภูตผีมาทำลายพิธี ความสนุกสนานเริ่มขึ้นตรงนี้ เมื่อการเชิญทหารเต็มไปด้วยร่างทรงของตัวละคร อาทิ เห้งเจีย บู๊สง เป็นต้น 

วันที่สี่ เป็นวันที่คนส่วนใหญ่จะมาไหว้เจ้า วันนี้ศาลเจ้าต่างๆ จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน  

วันที่เจ็ด จะเริ่มพิธีบูชาดาว เพื่อขอความเป็นสิริมงคล รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการไหว้เจ้า แต่วันนี้สำคัญกว่าวันที่สี่ เรียกว่า "ไหว้เจ้าใหญ่" ในวันนี้จะมีการซื้อเต่า, ปลาไหล, นก ฯลฯ มาไหว้ด้วย 

วันที่แปด วันนี้จะมีการลอยกระทง คล้ายการลอยกระทงของคนไทย เพื่อขอบคุณเจ้าแม่คงคาที่ให้น้ำใช้ น้ำดื่ม และให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ นอกจากนี้ที่ภูเก็ตยังมีการจัดขบวนแห่อย่างมโหฬาร เพื่อนำเกี้ยวไปรับพระจำหลักที่สะพานหิน เป็นการระลึกถึงวันที่ควันธูปจากมณฑลกังไสมาถึงภูเก็ต ในขบวนแห่จะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ของม้าทรง หรือ คนทรงเจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะเห็นภาพของการใช้ของมีคมต่าง ๆ ทิ่มแทงตามร่างกาย มีทั้งง้าว ลูกตุ้มเหล็กฟาดหน้าฟาดหลัง เอาขวานจามหลัง หรือเอาเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย หรือแทงลิ้น จนกระทั่งเฉือนลิ้นตัวเองออกมา โดยทรงเหล่านั้นอ้างว่าไม่มีความเจ็บปวดใด ๆ ขณะเป็นร่างทรง ม้าทรงจะเดินเต้นไปทั่วเมือง ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อให้เจ้าไปโปรดและมีการจุดประทัดตลอดเส้นทาง ทั้งเกาะปกคลุมด้วยควันธูปและประทัด  

วันที่เก้า ช่วงเช้าจะมีพิธีทำทาน หรือเรียกว่า "ซิโกว" เป็นการให้ทานแก่ผีไม่มีญาติ ตอนกลางคืนจะมีแห่มังกร, สิงโต, ขบวนของเด็กที่จัดเพื่อเป็นสีสัน  

ขณะที่จังหวัดภูเก็ตจะมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ คือ พิธี "โก๊ยโห้ย" หรือพิธีลุยไฟสะเดาะเคราะห์ ม้าทรง หรือเจ้าจะเดินผ่านกองไฟ ที่มีถ่านร้อนแดงเป็นระยะทางกว่า 2 ฟุต และตามด้วยผู้ที่ถือศีลกินเจที่มีความมั่นใจว่าตัวเองสะอาดแล้ว ก็สามารถร่วมลุยไฟได้ด้วยเช่นกัน ในตอนกลางคืนจะมีพิธีปีนบันไดมีด สูงประมาณ 12 เมตร และจบลงที่ยามดึกของคืนวันที่ 9 จะมีการแห่พระไปส่งทะเลบริเวณสะพานหิน และนำเสาโกเต้งลง ดับโคมไฟทั้ง 9 เป็นเสร็จพิธีกินเจที่ภูเก็ต 

วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ 
 
อาหารเจ 
อาหารเจนับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และไม่มีพิษต่อร่างกาย เพราะได้โปรตีนจากถั่วต่าง ๆ และยังย่อยง่ายเป็นการแบ่งเบาภาระของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ผู้ที่รับประทานเจ สามารถเลือกส่วนผสมดังต่อไปนี้มาปรุงอาหารได้ คือ ข้าวกล้อง (ใช้แทนข้าวขาว) โปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์) ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์ เต้าหู้ แป้งหมี่กึง และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำเป็นอาหารชนิดต่างๆ ปัจจุบันมีเมนูอาหารจำนวนมาก ซึ่งหลายเมนูทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริง เช่น ขาหมูเจที่ทำจากแป้ง และถั่ว ฯลฯ 

ความแตกต่างของ "เจ" กับ "มังสวิรัติ" 
หลายคนอาจสงสัยว่า "กินเจ" ต่างกับ "กินมังสวิรัติ" อย่างไร เพราะอาหารมังสวิรัติก็เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน แต่มังสวิรัติสามารถทานผักได้ทุกชนิด แต่ อาหารเจ ต้องเว้นผักฉุน 5 ประเภท คือ ผักชี กระเทียม หัวหอม (รวมทั้งหอมแดง หอมขาว หัวหอมใหญ่ ต้นหอม) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน ไม่ค่อยพบในประเทศไทย) กุยช่าย และใบยาสูบ รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการถือศีลกินเจที่แท้จริง ขณะที่มังสวิรัติ หมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น 

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก เหมียวแกล้งเพื่อน!?!



แค่มีลังกระดาษ 1 ใบ กับ แมวอีก 2 ตัว ก็สามารถเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของเราได้ ดังเช่นคลิปที่จะได้ดูต่อไปนี้

เราคงรู้ถึงกิตติศัพท์ความซนของแมวเป็นอย่างดี ยิ่งถ้าอยู่รวมกันมากกว่า 1 ตัวแล้ว อะไรก็ตามที่อยู่ตรงหน้าก็สามารถหยิบจับมาเล่นได้หมด เจ้าเหมียวสีขาวดำ 2 ตัวจากในคลิป กำลังให้ความสนใจลังเปล่า 1 ใบที่อยู่บนโต๊ะ หลังผ่านไปสักครู่ แมวตัวหนึ่งก็ถูกลังดังกล่าวครอบไว้ โดยมีอีกตัวนั่งทับอยู่ด้านบน

อย่าว่าแต่มนุษย์เลยที่ชอบแกล้งแมวด้วยการหาสิ่งพลิ้วๆ ไหวๆ ไปโบกตรงหน้า เพราะเจ้าเหมียวด้วยกันเอง ก็แกล้งเพื่อนด้วยวิธีนี้เหมือนกัน โดยเหมียวที่อยู่บนลัง ใช้หางของตนโบกไปมาบริเวณรูระบายอากาศขนาดใหญ่ที่เจาะไว้ข้างลัง เพื่อให้เพื่อนที่ถูกขังไว้ในลังยื่นขาหน้าออกมาไล่ตะปบ ซึ่งทั้งคู่ก็คงสนุกไม่น้อย เพราะเล่นแบบนี้ด้วยกันอยู่เป็นนานสองนาน

แม้เจ้าเหมียวที่อยู่ใต้ลังจะดูเหมือนว่าไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ถ้าเป็นไปได้ก็คงอยากฝากไปบอกเพื่อนว่า เปลี่ยนตำแหน่งกันบ้างก็ดีนะ!! รับชมการเล่นสนุกของแมว 2 ตัวนี้กันได้เลย

คลิปฮา สุนัขขี้เซาที่สุดในโลก!!



เป็นธรรมดาของคนขี้เซา ที่การตื่นนอนตอนเช้าเป็นภารกิจที่ยากลำบาก กว่าผู้รับหน้าที่ปลุกจะแงะพวกเขาออกมาจากเตียงได้ ก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร

อย่าว่าแต่มนุษย์เลยที่ปลุกยาก สุนัขที่นำมาให้ดูต่อไปนี้ ก็ไม่ชอบใจเวลามีใครมาปลุกเช่นกัน เจ้า "ลินคอร์น" สุนัขพันธุ์อิงลิชมัสทิฟ กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนขนาดพอดีตัว เมื่อได้เวลาที่ต้องตื่น เจ้านายของลินคอร์นก็มาปลุก พร้อมกับตั้งกล้องวิดีโอเพื่อบันทึกภาพไว้ให้เราได้ดู ว่าเจ้านี่ปลุกยากขนาดไหน เมื่อเจ้านายร้องเรียกชื่อ ลินคอร์นก็สะดุ้งตื่นขึ้นมายืน 4 ขาแบบงัวเงีย พอเจ้านายให้ลงมาจากเตียงได้แล้ว เจ้าตูบก็ไม่พอใจด้วยการแสดงอาการขู่คำรามคล้ายอยากนอนต่อ อีกทั้งยังยึดเตียงไว้แน่น ไม่ว่าเจ้านายจะบังคับหรืออ้อนวอน ลินคอร์นก็ยังไม่ยอมลงมาจากเตียงง่ายๆ

ดูแล้วก็น่าเห็นใจคนปลุกยิ่งนัก ใครที่คิดว่าคนที่บ้านตื่นยากแล้ว ลองดูสุนัขตัวนี้ ชมแล้วมีรอยยิ้มแน่นอน

แหล่งที่มา   เว็บไซต์เดลินิวส์ วันพุธที่ 26 กันยายน 2555 เวลา 20:00 น.

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

10 อันดับ ตึกสูงที่สุดในไทย ใบหยกยังแชมป์


เปิดโผ 10 อันดับตึกสูงที่สุดในประเทศไทย พบคอนโดหรูติดอันดับถึง 5 แห่ง ใบหยกยังคงครองแชมป์อันดับ 1

เผย 10 อันดับอาคารที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย เฉพาะที่สร้างเสร็จแล้ว พบว่า อาคารใบหยก 2 ย่านประตูน้ำ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 มีความสูง 88 ชั้น หรือ 304 เมตร ส่วนอันดับที่ 2 คือ เดอะริเวอร์ ย่านเจริญนคร ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีความสูง 73 ชั้น หรือ 266 เมตร ซึ่งในปีนี้มีคอนโดมิเนียมติดอันดับ 1 ใน 10 อาคารที่สูงที่สุดในประเทศ มากถึง 5 อาคาร

โดยอันดับ 1-10 ตึกสูงที่สุดในประเทศไทยมีดังนี้ ..

  1. อาคารใบหยก 2 ย่านประตูน้ำ สูง 88 ชั้น (304 เมตร)
  2. คอนโดฯ เดอะริเวอร์ (ทาวเวอร์เอ) ย่านเจริญกรุง สูง 73 ชั้น (266 เมตร)
  3. อาคาร สเตททาวเวอร์ ย่านสีลม สูง 68 ชั้น (247 เมตร)
  4. โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ ย่านราชประสงค์ สูง 55 ชั้น (235 เมตร)
  5. คอนโดฯ เดอะเม็ท สาทร สูง 69 ชั้น (228 เมตร)
  6. อาคาร เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ย่านสาทร สูง 62 เมตร (227 เมตร)
  7. คอนโดฯ นอร์ทพอยท์ พัทยา สูง 54 ชั้น (226 เมตร)
  8. อาคาร จิวเวลรี่ เทรด เซ็นเตอร์ ย่านสีลม สูง 59 ชั้น (221 เมตร)
  9. คอนโดฯ เดอะพาโน ย่านพระราม 3 สูง 55 ชั้น (219 เมตร)
  10. คอนโดฯ อมันตา ลุมพินี สูง 61 ชั้น (212 เมตร)

Google Logo : 27 ก.ย. 55 Google 14th's Birthday



กูเกิล (Google) เริ่มก่อตั้งเมื่อ มกราคม พ.ศ. 2539 จากโครงงานวิจัยสำหรับดุษฎีนิพนธ์ของ แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน นักศึกษามหาวิทยาลัยปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จากสมมุติฐานของเสิร์ชเอนจินที่สามารถวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ของของเว็บไซต์ มาจัดอันดับการค้นหาที่เรียกว่าเพจแรงก์ โดยชื่อเสิร์ชเอนจินที่ตั้งมาในตอนนั้นชื่อว่า "แบ็กรับ (BackRub) ตามความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลการลิงก์ย้อนกลับไป (back links) เพื่อวิเคราะห์ ความสำคัญของแต่ละเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์ที่มีเว็บไซต์อื่นลิงก์เข้ามาหามากที่สุด จะเป็นเว็บไซต์ที่มีความสำคัญสูงสุด และจะถูกจัดอันดับไว้ดีกว่า

โดยทั้งคู่ได้ทดสอบเสิร์ชเอนจิน โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยสแตนพอร์ดในชื่อโดเมนว่า google.stanford.edu และต่อมาได้จดทะเบียนบริษัทกูเกิล (Google Inc.) ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2541 โดยใช้ โรงจอดรถของเพื่อนที่เมืองเมนโรพาร์กเป็นสำนักงาน โดยในขณะนั้นมีพนักงาน 4 คนซึ่งรวมบรินและเพจ และชื่อโดเมน google.com ได้ถูกจดทะเบียนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ในขณะเดียวกันทั้งคู่ได้ลาพักการเรียน และใช้เวลาในการพัฒนา หาเงินทุนพัฒนาจากครอบครัว เพื่อนฝูง และนักลงทุน เป็นจำนวนเงินกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงเช็กเงินจาก แอนดี เบกโทลไชม์ ผู้ก่อตั้งซันไมโครซิสเต็มส์

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542 บริษัทได้ย้ายไปยังเมืองแพโลอัลโทที่ตั้งของบริษัทคอมพิวเตอร์หลายแห่ง ซึ่งต่อมากูเกิล ได้ย้ายบริษัทอีกครั้งไปยังเมืองเมาน์เทนวิว ไปยังสำนักงานใหม่ในชื่อเล่นว่ากูเกิลเพล็กซ์ ซึ่งในปี 2543 กูเกิลได้เปิดธุรกิจ ในส่วนโฆษณาในชื่อ แอดเวิรดส์ และ แอดเซนส์ โดยเป็นการโฆษณาผ่านคำค้นหา ซึ่งทำให้ข้อความโฆษณาตรงกับความ ต้องการของผู้ค้นหาเนื้อหาในเว็บไซต์ และสองส่วนนี้กลายมาเป็นธุรกิจหลักของกูเกิลร่วมกับตัวเสิร์ชเอนจิน เดือนพฤษภาคม 2543 กูเกิลได้มีผู้ใช้งานค้นหาคำมากกว่า 18 ล้านคำต่อวัน ซึ่งกลายมาเป็นเซิร์ชเอนจินอันดับหนึ่งของโลก และในเดือนมีนาคม 2544 เอริก ชมิดต์ อดีตผู้บริหารบริษัทโนเวลล์ และผู้บริหารระดับสูงของซันไมโครซิสเต็มส์ได้เข้ามา ร่วมงานกับกูเกิลในตำแหน่งประธานบริหาร

ชื่อ "Google" มาจากคำว่า "googol" ซึ่งหมายถึงจำนวนทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึงเลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 อีกหนึ่งร้อยตัว หรือ 10100 เพื่อเป็นการแสดงถึงเป้าหมายของบริษัทที่จะจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล อีกกระแสหนึ่งบอกว่าชื่อ Google มาจากความผิดพลาดในการจดโดเมนเนมในช่วงก่อตั้ง

แหล่งที่มา    เว็บไซต์ exteen blog 27 Sep 2012 00:37 ที่มา : วิกิพีเดีย ประเทศไทย

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ทำอะไร...กระเป๋าสตางค์หาย


มาเรียนรู้กันว่า ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดทำกระเป๋าสตางค์ของคุณหาย คุณจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อตัวคุณเอง

1. ยกเลิกบริการเครดิตการ์ด
เพื่อป้องกันวงเงินที่จะสูญเสียไปถ้าเกิดเหตุการณ์ขโมย จะต้องรีบโทรเข้าไปแจ้งที่ศูนย์ของบัตรเครดิตที่คุณใช้ เพื่อระงับการใช้บริการเป็นอันดับแรก

2. แจ้งความ
ถ้าในกรณีบัตรเครดิตของคุณถูกนำไปใช้ ให้คุณเข้าไปแจ้งความกับตำรวจเอาไว้ด้วย เพื่อนำหลักฐานต่างๆ ไปใช้ในทางคดี และบัตรต่างๆ ที่สำคัญเช่นบัตรประชาชน คุณก็ต้องแจ้งหายเพื่อไปทำบัตรใหม่ด้วย

3. ติดต่อธนาคาร
เพื่อให้ธนาคารของคุณสามารถทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบัญชีของคุณและช่วยให้คุณในการปิดบัญชีที่ได้รับผลกระทบ คุณควรตรวจสอบบัญชีธนาคารของคุณอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์และเดือน ที่ตามเพื่อให้แน่ใจว่าบัญชีของคุณจะไม่ถูกนำมาใช้โดยคุณไม่รู้ตัว นอกจากนี้คุณจะต้องเปลี่ยน PIN ของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

และสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าตกใจจนตื่นกลัว ค่อยๆ จัดการทีละอย่าง

มีทิปส์อีกหน่อย คือถ้าหากมีเวลาว่างแนะนำให้สแกนหรือถ่ายรูปสิ่งสำคัญๆ ในกระเป๋าสตางค์เก็บไว้ที่บ้าน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน อาจนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ได้

แหล่งที่มา   Face book : ME by TMB

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก กอริลล่าอยากรู้อยากเห็น



ความอยากรู้อยากเห็นไม่เข้าใครออกใคร เป็นธรรมดาที่เมื่อได้เห็นอะไรแปลกใหม่ที่ไม่เคยพานพบย่อมต้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ

อย่างเช่น เจ้ากอริลล่า 2 ตัวจากในคลิปต่อไปนี้ ที่อาศัยอยู่ในกรงของสวนสัตว์คาลการีในแคนาดา เมื่อทั้งคู่ได้สังเกตพบสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่าง "หนอนบุ้ง" ที่มาคลานกระดึ๊บกระดึ๊บอยู่ตรงซี่กรงข้างหน้าพวกเขา

กอริลล่าจ้องมองหนอนบุ้งอย่างเอาเป็นเอาตาย และมีสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น แต่ทั้งคู่ก็ไม่แตะต้องหรือทำอันตรายใดๆ กับบุ้งตัวน้อย

ไม่รู้ว่าเจ้าลิงกอริลล่าคิดอะไรอยู่ในใจ แต่เห็นแล้วก็ทำให้ผู้ชมแอบอมยิ้มให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าพวกนี้ไม่ได้ เชิญรับชมคลิปน่ารักๆ กันได้เลย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์เดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2555 เวลา 10:00 น.

คลิประทึก กระรอกดิ่งตึก!



เจ้ากระรอกที่น่าสงสารตัวหนึ่ง หลุดเข้ามาอยู่ในครัวของ "Finn83" ทำให้เขาบันทึกภาพและเผยแพร่คลิปนี้ผ่านเว็บไซต์ยูทูบให้เราได้ดูกัน

ไม่มีใครรู้ว่ากระรอกตัวนี้เข้ามาในครัวได้อย่างไร แต่เห็นได้ชัดเจนว่าเจ้ากระรอกคงจะตื่นกลัวมาก จึงได้แต่วิ่งพล่านอยู่ภายในห้องเพื่อหาช่องทางหนี ทั้งไต่กำแพง ปีนตู้ เสียงดังโครมคราม จนในที่สุด วินาทีที่ 20 ของคลิป เจ้ากระรอกก็เห็นทางออก ซึ่งเป็นหน้าต่างเปิดรอไว้อยู่แล้ว กระรอกน้อยรีบพุ่งทะยานออกไปทันที แต่หารู้ไม่ว่าห้องครัวนี้ อยู่ไม่ต่ำกว่าชั้นที่ 3 ของตึก เล่นเอาผู้ชมหวาดเสียวไปตามๆ กัน ว่าเจ้าสัตว์ฟันแทะชนิดนี้จะรอดหรือไม่ จนเมื่อผู้ถ่ายคลิปหันกล้องไปด้านล่างถึงได้โล่งอก เพราะเจ้ากระรอกไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ยังสามารถวิ่งได้อยู่

ใจหายใจคว่ำไปตามๆ กันเลยทีเดียว! เชิญคลิกเพื่อร่วมลุ้นเอาใจช่วยให้เจ้ากระรอก 9 ชีวิตตัวนี้กันเถอะ

ปีภาษี 2555 มิให้ถือว่าเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี


การเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยาสำหรับปีภาษี 2555 เป็นต้นไปนั้น
 
มิให้ถือว่าเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี

กรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ในนามตนเอง ส่วนกรณีเงินได้พึงประเมินที่เกิดจากการทำกิจการร่วมกัน  หรือที่มิได้พิสูจน์ว่าเป็นเงินได้ของฝ่ายใด ให้ยื่นรายการและเสียภาษีในนามคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

ดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่นี่ คลิกที่นี่

แหล่งที่มา   Face book : Thailand Investment Forum 19 Sep 2012

คุณค่าของเวลา



เป็น Clip ที่ให้ข้อคิดที่ดี (ถึงแม้ว่า ภาพจะไม่คมชัด เสียงจะไม่ใสกิ๊ง) เกี่ยวกับการใช้เวลา 86400 วินาทีต่อวัน ของพวกเรา

ต้องขอบคุณ คุณ @Suriya Tony Stoneman ที่ส่งมาแนะนำให้กับทาง TIF  :)

แหล่งที่มา   Face book : Thailand Investment Forum

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปน่าทึ่ง หมูฮีโร่ช่วยชีวิตลูกแพะ



ชายผู้หนึ่งที่ใช้ชื่อแอคเคานท์ในยูทูบว่า "jebdogrpm" ไปเที่ยวสวนสัตว์ และบังเอิญบันทึกภาพนาทีชีวิตเฉียดเป็นเฉียดตายเหตุการณ์หนึ่งไว้ได้

เจ้าลูกแพะโชคร้ายตัวหนึ่ง ร้องอย่างน่าสงสารอยู่กลางบ่อน้ำในสวนสัตว์ เพราะขาไปติดอะไรสักอย่างใต้น้ำ ทำให้ไม่สามารถขึ้นมาได้ จึงพยายามตะกุยตะกายจนจวนเจียนจะหมดแรง

ชายผู้เห็นเหตุการณ์ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือให้ลูกแพะ ทันใดนั้นก็มีหมูจากไหนไม่รู้กระโจนลงน้ำแล้วว่ายเข้าไปหาแพะ จากนั้นหมูทั้งผลักทั้งดันจนลูกแพะหลุดออกมาได้สำเร็จ พร้อมทั้งว่ายนำหน้าพาลูกแพะขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย

ปรบมือดังๆ ให้กับความเป็นฮีโร่ของเจ้าหมูน้ำใจประเสิรฐและแสนรู้ตัวนี้ จะน่าทึ่งขนาดไหน เชิญรับชม.

ตลิปดึ๋งๆๆ ..บูลด็อกเล่นแทรมโปลีน ฮาจริงอะไรจริง



เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ เผยคลิปฮาของเจ้ามัดด์ ตูบพันธุ์บูลด็อกหน้าย่น ที่โชว์ลีลาพลิ้ว (ที่ไม่เข้ากับหุ่นเอาเสียเลย) กระโดดดึ๋งดั๋งบนแทรมโปลีน


หลังจากต้องผ่านช่วงชีวิตที่ต้องเดินบนพื้นแข็งๆ มาตลอดแล้ว มาวันนี้ เจ้าตูบมัดด์ได้มีโอกาสสัมผัสพื้นที่นุ่ม นุ่มมาก นุ่มถึงขั้นเด้งดึ๋งๆ เลยทีเดียว จึงเป็นที่มาของคลิปวิดีโอสุดฮาความยาว 1.23 นาทีนี้ยังไงล่ะ เจ้าตูบตัวตันกระโดดเด้งดึ๋งๆ บนแทรมโปลีน โดยมีเจ้าของคอยถ่ายคลิปไว้ เตรียมส่งประกวดได้เลยล่ะคุณขา


โดยเจ้าของได้อุ้มตูบมัดด์ขึ้นบนแทรมโปลีน ทันทีที่อุ้งเท้าของมันสัมผัสถึงฟลอร์แทรมโปลีน มันก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่จะตามมา จึงได้เริ่มกระโดดขึ้นลง ดึ๋งๆๆ ทันที มันกระโดดขึ้น กระโดดลง พร้อมพลิกตัวไปด้านข้าง พลิกตัวไปด้านหลัง หมุนเกลียว ตีลังกากลางอากาศ 2 รอบครึ่ง สวยงาม ปรบมือ!! แค่แสดงลีลาท่าทางมันยังไม่มันส์เท่าไหร่เลยเจ้านาย ว่าแล้วเจ้ามัดด์ ก็ส่งเสียงเห่าดังลั่นประกอบไปด้วย สร้างเสียงหัวเราะให้กับเจ้านายไม่หยุดเลย น่ารักจริงๆ ^^


แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ stormy050607 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

22 กันยายน Car Free Day


อย่าลืม วันที่ 22 กันยายน ของทุกปี เป็นวัน วันคาร์ฟรีเดย์ มาปั่นจักรยาน กันเยอะๆ

วันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) ตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี

โดย วันคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day จัดขึ้นในหลายๆ แห่งทั่วโลก เป็นครั้งแรกในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2537 โดยมีประชาชน ทั่วโลกได้ออกมาร่วมกันรณรงค์ภายใต้โครงการ Car Free Day เพื่อปลุกให้คนตื่นตัว หันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน ปั่นจักรยาน หรือการเดินแทนการนั่งรถยนต์ส่วนตัว และคิดวางแผนในการเดินทางมากขึ้น

แหล่งที่มา    Face book : Tesco Lotus 

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

เป็ดแสนรู้เดินตามพระออกบิณฑบาต


พบเป็ดไทยแสนรู้เดินตามหลวงพ่อออกบิณฑบาตทุกเช้าแถมจำศีลภาวนาร่วมกับญาติโยมที่วัด

ญาติโยมที่ไปทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในช่วงเข้าพรรษาที่วัดบ้านนาท่ม หมู่ที่ 8 ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เห็นจนคุ้นเคยกับ"เจ้าบุญหลง"เป็ดสายพันธุ์ไทยแสนรู้และฉลาด เพราะมันชอบเดินตามหรือไม่ก็เดินนำหน้าพระสงฆ์ออกบิณฑบาตทุกเช้า

หลวงพ่อ ฉ่ำ ฐิตะธรรมโม อายุ 67 ปี ซึ่งได้บวชจำพรรษาอยู่ที่วัดดังกล่าวนาน 8 พรรษา บอกว่า เมื่อ 3 เดือนทีผ่านมาได้มีพ่อค้านำเป็ดเร่ ออกมาเร่ขายเงินผ่อนภายในหมู่บ้านและได้แวะเข้ามาพักที่วัดแห่งนี้ก่อนไปได้ลืมเป็ดตัวนี้ไว้ที่วัด ซึ่งเป็ดตัวนี้ร้องอยู่ตัวเดียว อาตมาก็เลยนำมาเลี้ยงไว้พร้อมกับตั้งชื่อว่า เจ้า “บุญหลง” เป็นพันธุ์ไทยตัวผู้ระหว่างที่เลี้ยงเป็ดตัวนี้ จะมีลักษณะพิเศษกว่าเป็ดทั่วไปคือเวลาอาตมาจะเข้าห้องนอน หรือ จำวัด เป็ดตัวนี้ก็จะมานอนหน้าห้องทุกวัน

นอกจากนี้จะนอนทับรองเท้าของอาตมาอยู่เป็นประจำและในระหว่างที่อาตมาจะออกไปบิณฑบาตร ในช่วงเช้าก็จะเดินนำหน้าอาตมาไปทุกเช้า จนกระทั่งชาวบ้านเห็นจนคุ้นเคย เป็ดจะไม่ดื้อ จะไม่ซุกซน ไม่กวน ขณะที่ญาติโยมใส่บาตร ไม่กลัวคน เดินร้องก๊าบๆๆ ทั้งนำหน้า และตามหลัง อาตมาตั้งแต่ออกจากวัด ไปรับบิณฑบาต ในหมู่บ้านจนกระทั่งเดินกลับวัด เวลาญาติโยมใส่บาตรเป็ดก็จะยืนรอและออกเดิน เมื่อโยมใส่บาตรเสร็จแล้ว ชาวบ้านคุ้นเคย เจ้าบุญหลง จะแบ่งข้าวที่เหลือจากใส่บาตรให้เป็ดกิน แต่เป็นก็จะกินเล็กน้อยส่วนอาหารการกินก็จะเป็นข้าวปกติโดยทั่วไป

หลวงพ่อฉ่ำ บอกอีกว่า ในช่วงที่มีญาติโยมจะมาจำศีลภวนาในช่วงวันพระเจ้าบุญหลง ก็จะเข้าโบสถ์จำศีลกับเขาด้วยตลอดจนมีงานพิธีต่างๆภายในหมู่บ้านเจ้าบุญหลง ก็จะเดินตามไปในงานจนเสร็จพิธีโดยจะเข้าไปในบริเวณงานแล้วจะออกมานอนทับรองเท้าของอาตมาเอาไว้ ถึงจะอยู่จนดึกเจ้าหลงตัวนี้ก็จะนอนรออยู่อย่างนั้นจนเป็นที่ร่ำลือของชาวบ้านว่าที่วัดวัดบ้านนาท่ม มีเป็ด ที่ชาญฉลาดมาก มาอยู่ที่วัด ประกอบกับชาวบ้านที่เห็นก็สุดทึ่งเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นเป็ดฉลาดแบบนี้

นายสัมฤทธิ์ บุญเหมาะ อายุ 50 ปีบ้านเลขที่ 81 หมู่ 19 ซึ่งเป็นชาวบ้านนาท่ม และเป็นผู้ที่ทำบุญใส่บาตรทุกวันได้ บอกว่า เป็ดตัวนี้รู้สึกว่าไปไหนมาไหนจะไปแต่กับหลวงพ่อ เวลาท่านมีกิจนิมนต์ไปตามงานการต่างๆตลอดจนเข้าวัดจำศีลก็จะเข้าใช้ชีวิตเหมือนกับคน ขณะเดียวกันได้พูดแซวกับพี่น้องมาทำบุญว่าเวลาให้ซองก็ต้องให้ซองเจ้าบุญหลงด้วย ซึ่งเป็นเป็ดของหลวงพ่อต้องได้ด้วย พูดไปพากันหัวเราะไปสำหรับวัดบ้านนาท่มมีพระภิกษุบวชจำพรรษาเพียง 4 รูปเท่านั้น

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 20 กันยายน 2555 เวลา 15:24 น.

10 ประเทศ ที่ตุนทองคำมากที่สุดในโลก

เผย 10 ประเทศ ที่ตุนทองคำมากที่สุดในโลก สหรัฐฯ ครองแชมป์ มีทองถึง 8,133.5 ตัน ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับที่ 25 ถือครองทองคำ 152.4 ตัน



เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ทางสภาทองคำโลก ได้เปิดเผยถึงการซื้อขายทองคำของธนาคารกลางในเดือนกันยายน 2555 ว่า มีการซื้อทองคำมากถึง 157.5 ตัน ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้น 63% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 137.9% เมื่อเทียบจากปีก่อนคำนวณสัดส่วนการถือครองทองคำที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังจัดลำดับสัดส่วนการคือครองทองคำที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งมีอันดับดังต่อไปนี้

อันดับที่ 1 สหรัฐอเมริกา ซึ่งตัวเลขถือครองทองคำอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 8,133.5 ตัน เลยทีเดียว หรือคิดเทียบเป็นสัดส่วนได้ 75.4% ของทุนสำรอง ทั้งนี้ ประเทศสหรัฐฯ เคยถือครองทองคำมากที่สุดในโลกถึง 20,663 ตัน ในปี 2495 ก่อนลดระดับลงต่ำกว่าหลักหมื่นตัน ตั้งแต่ปี 2511

อันดับที่ 2 เยอรมนี ซึ่งถือว่าเป็นรองแชมป์ที่ค่อนข้างห่างจากอันดับแชมป์เป็นอย่างมาก เพราะเยอรมันสะสมทองคำไว้ 3,395.5 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 72.3% ในทุนสำรองระหว่างประเทศ

อันดับที่ 3 อิตาลี ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการ 2,451.8 ตัน หรือมีทองคำคิดเป็น 71.2% ในทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยเมื่อปีที่แล้ว ทางธนาคารในอิตาลีต่างเชียร์ให้ธนาคารกลางอิตาลีซื้อทองคำ และหนุนบัญชีงบดุลของธนาคารต่าง ๆ ก่อนการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test)

อันดับที่ 4 ฝรั่งเศส ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการไว้ 2,435.4 ตัน มีสัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ 71.7% แต่ก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสได้ขายทองคำ 572 ตัน ภายใต้ข้อตกลงซีบีจีเอ ฉบับ 2 อีกทั้งใช้ทองคำ 17 ตัน เพื่อซื้อหุ้นในธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (บีไอเอส) ในปลายปี 2547 แต่ไม่มีแผนจะขายทองคำภายใต้ข้อตกลงฉบับล่าสุด

อันดับที่ 5 จีน ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการประมาณ 1,054.1 ตัน ขณะที่สัดส่วนทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ที่ระดับ 1.7% ซึ่งถือน้อยมาก เมื่อเทียบจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่จีนมีสูงถึง 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนการสะสมทองคำเพิ่มเติมในทุนสำรองนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับจีนที่จะผลักดันค่าเงินหยวนสู่สากล

อันดับที่ 6 สวิตเซอร์แลนด์ ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการไว้ 1,040.1 ตัน มีสัดส่วนทุนสำรองที่อยู่ในรูปทองคำคิดเป็น 12.1% ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางการสวิสประกาศขายทองคำ 1,300 ตัน โดยทยอยขาย 1,170 ตัน ภายใต้ข้อตกลงซีบีจีเอฉบับ 1 และขายอีก 130 ตัน ภายใต้ข้อตกลงฉบับที่ 2 แต่ยังไม่มีแผนขายทองคำในข้อตกลงฉบับปัจจุบัน

อันดับที่ 7 รัสเซีย ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการไว้ 936.6 ตัน หรือคิดเป็น 9.6% ในทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด โดยรัสเซียเริ่มสะสมทองคำตั้งแต่ปี 2549 เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับตะกร้าทุนสำรอง

อันดับที่ 8 ญี่ปุ่น ถือครองทองคำอยู่ประมาณ 765.2 ตัน คิดเป็นสัดส่วนในทุนสำรอง 3.1% ซึ่งทางการญี่ปุ่นมีทองคำในมือแค่ราว 6 ตัน ในยุค 1950 ต่อมาทางธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มจริงจังกับการกักตุนทองในปี 2502 ทองคำเลยเพิ่มเป็น 169 ตัน แต่ทั้งนี้ในปีที่แล้ว ทางธนาคารญี่ปุ่นต้องออกมาขายทองคำ เพื่อหาเงินจำนวน 20 ล้านล้านเยน ในการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ หลังเกิดเหตุสึนามิ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

อันดับที่ 9 เนเธอร์แลนด์ ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการไว้ที่  612.5 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 60.7% ของทุนสำรอง ซึ่งก่อนหน้านี้ เนเธอร์แลนด์ได้ขายทองคำ 235 ตัน ภายใต้ข้อตกลงซีบีจีเอฉบับแรก และ 165 ตัน ในฉบับที่ 2 แต่ไม่มีแผนขายทองคำในข้อตกลงฉบับปัจจุบัน

อันดับที่ 10 อินเดีย ได้ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการที่ 557.7 ตัน คิดเป็น 9.9% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่ทั้งนี้ทางรัฐบาลอินเดียมักไม่เปิดเผยแผนการซื้อทองคำต่อสาธารณะ

สำหรับประเทศไทยนั้น ถือครองทองคำอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 152.4 ตัน หรือคิดเป็น 4.5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ในอันดับที่ 25

แหล่งที่มา    เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก หนูน้อยวัย 18 เดือนเป็นเพื่อนกับ'กอริลล่า'



คลิปที่ทั้งน่ารักและดูหวาดเสียวนี้ ถูกเผยแพร่โดย นักอนุรักษ์ชาวสหราชอาณาจักรนามว่า "ดาเมียน แอสไพแนล" เพื่อแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า 'กอริลล่า' เป็นสัตว์ที่อ่อนโยน และรณรงค์หาทุนเข้ามูลนิธิเพื่อส่งกอริลล่ากลับไปสู่ธรรมชาติที่ปลอดภัย

'ดาเมียน' บันทึกภาพขณะที่ "แทนซี่" ลูกสาววัย 18 เดือนของตน กำลังเล่นอยู่กับ 'กอริลล่า' ตัวใหญ่หนัก 300 ปอนด์ ที่สวนสัตว์ฮาวเลตส์ในเมืองเคนท์ ซึ่งหนูน้อยและกอริลล่าก็สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และเล่นกันเหมือนเป็นเพื่อนรักกันมานาน "แทนซี่" ลูบหน้าลูบตา ป้อนอาหารเพื่อนตัวใหญ่อย่างรักใคร่ ฝ่ายเจ้ากอริลล่าก็อุ้มหนูน้อยเดินไปเดินมา ดูแล้วก็น่าเอ็นดูไม่น้อย

แต่คลิปนี้ได้รับการโต้เถียงอย่างมากมาย ถึงความปลอดภัยของเด็กที่ผู้ปกครองปล่อยให้อยู่กับสัตว์ที่อาจเป็นอันตรายเช่นนี้ เชิญผู้ชมคลิกและลองตัดสินทีว่าการทำแบบนี้เหมาะสมหรือไม่?

คลิปน่ารักอ่า! เจ้าตูบคาบขวดนมป้อนลูกแกะน้อย



เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ เผยภาพความน่ารักของ เจส เจ้าตูบพันธุ์ค็อกเกอร์ สปริงเกิล สแปเนียล วัย 10 ปี คาบขวดนมเลี้ยงฝูงลูกแกะน้อย เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูมากมาย







โดยหลุยส์ มัวเฮ้าส์ เจ้าของเจ้าเจส อาศัยอยู่เมืองดาร์ทมัวในมณฑลเดวอนของอังกฤษ เล่าให้ฟังว่า ตนเลี้ยงแกะกว่า 270 ตัว บนฟาร์มขนาดใหญ่ มีผู้ช่วยสำคัญเพียงตัวเดียวคือ เจ้าเจส สุนัขพันธุ์ค็อกเกอร์ สปริงเกิล สแปเนียล วัย 10 ปี ที่ตนฝึกเจ้าเจสตั้งแต่มันยังเล็ก ๆ ให้คอยช่วยต้อนแกะ เลี้ยงลูกแกะด้วยการคาบขวดนมวิ่งรอบฟาร์มเพื่อคอยป้อนนมให้แก่ลูกแกะ ไม่ว่าจะฝนตก แดดออกอย่างไร เจ้าเจสก็จะออกไปป้อนนมให้ลูกแกะทุกวัน วันละ 3 เวลา ตนคิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่า ถ้าไม่มีเจ้าเจสช่วยดูแลฟาร์มแล้วจะเป็นอย่างไร ...แหม เก่งจริง ๆ นะเจ้าเจส



แหล่งที่มา    เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ AllINeedIsgirls สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปน่ารัก สุนัขต่อสู้กับแตงโม!



ด้วยหน้าตาที่ทะเล้นน่ารักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สำหรับสุนัขพันธุ์ "ชิบะ อินุ" ทำให้พฤติกรรมขี้เล่นของ "น้องหมาหน้ายิ้ม" ต่อไปนี้ คงถูกใจคนรักสุนัขไม่มากก็น้อย

"ซึกิ" คือชื่อของเจ้าสุนัขชิบะ อินุ วัย 11 เดือน จากในคลิปนี้ เจ้าตูบกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่กับ "ลูกแตงโม" ราวกับผลไม้ลูกนี้มีชีวิต ตลอดคลิป 1.47 นาที ซึกิพยายามทั้งกัดทั้งกลิ้งทั้งเห่าใส่เปลือกแตงโม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการลองลิ้มชิมรสหวานจากเนื้อแดงๆ ข้างใน แต่ซึกิก็ยังมุ่งมั่นต่อไป

คลายเครียดจากงานหนักๆ แล้วระบายรอยยิ้มบนใบหน้า ด้วยความซนซ่าส์ของสัตว์เลี้ยงสุดน่ารักจากเว็บไซต์ยูทูบ รับรองอารมณ์ดีแน่นอน

คลิปน่ารัก ลูกแมวพักผ่อนบนร่างของสุนัขตัวโต



ภาพความน่ารักของมิตรภาพระหว่างสุนัขกับแมว มักมีนำมาให้เราชมเรื่อยๆ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคลิปที่นำมาให้ได้ดูกัน

ลูกแมวสีดำตัวเล็กจิ๋ว คงต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างมาก ในการหาที่พักผ่อนสุดอันตรายเช่นนี้ เพราะสถานที่นั้นก็คือ บนร่างของสุนัขตัวใหญ่กว่าตนเองหลายเท่า ซึ่งสุนัขตัวโตก็สุดแสนใจดี ยินยอมให้เจ้าตัวเล็กขึ้นไปนอนได้โดยไม่แสดงอาการหงุดหงิดใดๆ น้องเหมียวเลยตอบแทนบุญคุณด้วยการเกาหลังให้เป็นรางวัล ซึ่งพี่สุนัขก็คงจะเพลิดเพลินอยู่ไม่น้อย

ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายแบบนี้ ทั้งคู่คงเป็นเพื่อนรักต่างสายพันธุ์กันไปอีกนาน

ประกันสังคมหัก 5% จากเงินเดือน ท่านจะได้อะไรกลับมาบ้าง

ท่านทราบหรือไม่ว่า เงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่ท่านถูกหัก 5% จากเงินเดือนทุกเดือน ท่านจะได้อะไรกลับมาบ้าง เพื่อให้เข้าใจง่าย ขอยกตัวอย่างเป็นตัวเลข

สมมติว่าท่านมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เนื่องจากกองทุนประกันสังคม​มีเพดานการจัดเก็บเงินสมทบจ​ากฐานค่าจ้างสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท ท่านที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป จึงสมทบในอัตรา 5% ของเพดานค่าจ้าง 15,000 บาท เป็นจำนวนรวม 750 บาท นายจ้างของท่านสมทบอีก 5% คิดเป็นเงิน 750 บาท รัฐบาลช่วยสมทบอีก 2.75% คิดเป็นเงิน 412.50 บาท ซึ่งเงินสมทบทั้งหมดดูแลสิท​ธิของท่านดังนี้


เงินสมทบส่วนแรกจำนวน 225 บาท กับเงินสมทบในส่วนหลังจำนวน​ 75 บาทนั้น ถูกหักเพื่อการคุ้มครองกรณี​ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย อันมิใช่เนื่องจากการทำงาน คลอดบุตร และว่างงาน เงินสมทบในส่วนนี้เปรียบเสมือนการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต​ หากท่านไม่ได้ใช้สิทธิกรณีใ​ดเลยในขณะนี้ เงินสมทบในส่วนนี้จะถูกนำไป​รวมเป็นเงินกองกลาง เพื่อใช้จ่ายในการรักษาพยาบ​าลหรือจ่ายเป็นเงินประโยชน์​ทดแทนการขาดรายได้ให้แก่เพื่อนๆ สมาชิกที่เป็นผู้ประกันตนเมื่อต้องประสบความเดือดร้อนจ​ากการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร หรือว่างงาน ตามหลักการ “เฉลี่ยทุกข์ – เฉลี่ยสุข” ซึ่งกันและกัน

สำหรับเงินสมทบกรณีสงเคราะห์บุตร เป็นส่วนที่รัฐบาลจ่ายสนับส​นุนให้กับผู้ประกันตนในอัตร​าร้อยละ 1 คิดเป็นเงิน 150 บาทต่อเดือน

เงินสมทบกรณีชราภาพ เป็นการหักเงินสมทบเพื่อ “การออม” โดยผู้ประกันตนจะจ่ายเงินสม​ทบร้อยละ 3 และนายจ้างสมทบร้อยละ 3 รวมเป็นร้อยละ 6 ของทุกเดือน

แหล่งที่มา   Face book : สำนักงานประกันสังคม 


เงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่ท่านถูกหัก 5% จากเงินเดือนทุกเดือน เดินทางไปอยู่ที่ไหนบ้าง แบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้



ขั้นตอนที่ 1 จัดเก็บเงินสมทบ ... ในแต่ละเดือน 
  • ผู้ประกันตนแต่ละท่านสมทบสู​งสุดไม่เกิน 750 บาท 
  • นายจ้างสมทบด้วย 750 บาท 
  • รัฐบาลช่วยอีก 412.50 บาท 
รวมเป็นเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 1,912.50 บาทต่อคนต่อเดือน

เนื่องจากเรามีผู้ประกันตนใ​นระบบจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน ในแต่ละปี จึงมีเงินสมทบทั้งจากทั้ง 3 ฝ่ายไหลเข้ามาที่กองทุนประกันสังคมประมาณ 110,000 ล้านบาท

ขั้นตอนที่ 2 จ่ายประโยชน์ทดแทนให้ลูกจ้า​ง ...
เงินสมทบที่จัดเก็บได้จำนวน​หนึ่งถูกหักไว้เพื่อเตรียมเ​ป็นค่าใช้จ่ายประโยชน์ทดแทน​ให้กับผู้ประกันตน ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี โดยในแต่ละปี กองทุนประกันสังคมได้จ่ายปร​ะโยชน์ทดแทนให้ลูกจ้างเป็นเ​งินประมาณ 50,000 ล้านบาท

ขั้นตอนที่ 3 นำเงินคงเหลือไปลงทุน ...
เงินสมทบที่จัดเก็บได้ปีละ 110,000 ล้านบาท เมื่อหักเงินจ่ายประโยชน์ทด​แทนให้ลูกจ้างปีละ 50,000 ล้านบาท ทำให้มีเงินคงเหลือประมาณปี​ละ 60,000 ล้านบาท สำนักงานประกันสังคมได้มอบห​มายให้หน่วยงานภายในที่มีชื่อว่า “สำนักบริหารการลงทุน” นำเงินส่วนที่เหลือนี้ไปลงทุนเพื่อให้เกิดดอกผล

นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานป​ระกันสังคมเมื่อปี พ.ศ. 2533 เราได้จัดเก็บเงินสมทบจากลู​กจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล รวมกันได้เป็นเงิน 664,573 ล้านบาท เรียกว่าเป็น “เงินต้น” ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็นำ “เงินต้น” ที่มีไปลงทุน จนได้รับ “ดอกผล” สะสมรวมกันเป็นเงินมากถึง 256,236 ล้านบาท

เมื่อนำ “เงินต้น” มารวมกับ “ดอกผล” ในวันนี้เราจึงมีเงินลงทุนจำนวนมากกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินออมกรณีชราภาพ เมื่อถึงวันที่ท่านเกษียณ ท่านจะมีสิทธิได้รับเงินออม​นี้กลับไปในรูปของ “บำเหน็จ” หรือ “บำนาญ”

โดยจะเริ่มมีการจ่ายบำนาญชร​าภาพในปี พ.ศ. 2557 เป็นปีแรก

แหล่งที่มา   Face book : สำนักงานประกันสังคม 

ออมเพื่อเกษียณ กับกองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพ

ท่านได้ทราบแล้วว่า ในจำนวนเงินสมทบ 5% ที่ท่านส่งสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมนั้น
  • 3% เป็นเงินออมกรณีชราภาพ 
  • นายจ้างช่วยสมทบอีก 3% รวมเป็น 6% 
ซึ่งสำนักงานประกันสังคมเก็บสะสมไว้เตรียมจ่ายเป็นบำเหน็จหรือบำนาญเมื่อท่านเกษียณ เช่น ท่านที่มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ท่านจะได้ออมด้วยการสมทบกับกองทุนประกันสังคมในอัตรา 3% ของเพดานค่าจ้าง 15,000 บาท คิดเป็นเงิน 450 บาท นายจ้างสมทบอีก 450 บาท รวม 900 บาทต่อเดือน

เงินออมดังกล่าวถูกสะสมไว้กับกองทุนประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้รับคืนเป็นประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเมื่อ

  1. อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ 
  2. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง หรือตาย หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ
  3. สมทบตามระยะเวลาที่กำหนด (เริ่มนับตั้งแต่วันที่กองทุนกรณีชราภาพก่อตั้งขึ้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2541) แบ่งเป็น 3 แบบ ดังนี้
    1. สมทบไม่ครบ 12 เดือน มีสิทธิได้รับเงิน “บำเหน็จ” ซึ่งเป็นเงินก้อน จำนวนเท่ากับเงินสมทบส่วนที่ท่านสมทบจริงกลับคืนไป เช่น ท่านที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป ซึ่งสมทบเดือนละ 450 บาท หากสมทบเป็นเวลา 10 เดือน ก็จะได้รับบำเหน็จจำนวน 450 x 10 = 4,500 บาท
    2. สมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ครบ 180 เดือน สิทธิได้รับเงิน“บำเหน็จ” ซึ่งเป็นเงินก้อน จำนวนเท่ากับเงินสมทบส่วนที่ท่านและนายจ้างสมทบกลับคืนไปบวกดอกผลจากการลงทุน เช่น ท่านที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปและสมทบเข้ากองทุนกรณีชราภาพเป็นเวลา 10 ปี ท่านจะมีสิทธิได้รับบำเหน็จเป็นเงินประมาณ (450 x 2) x 12 เดือน x 10 ปี = 108,000 บาท ที่ใช้คำว่าประมาณเพราะท่านจะได้รับเงินบำเหน็จมากกว่านี้หากรวมดอกผลจากการลงทุน 
    3. สมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (เทียบเท่ากับ 15 ปี) ไม่ว่าระยะเวลา 180 เดือนจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม สิทธิได้รับเงิน “บำนาญ”  จ่ายเป็นรายเดือนและได้รับไปตลอดชีวิต เงินบำนาญที่ได้รับคำนวณตามสูตรเท่ากับ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และทุกๆ 1 ปีที่สมทบเพิ่ม (คือตั้งแต่ปีที่ 16 เป็นต้นไป) ท่านจะได้รับโบนัสส่วนเพิ่ม เท่ากับ 1.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย เช่น ท่านที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไปและสมทบเป็นเวลา 30 ปี จะได้รับบำนาญจำนวน (15,000 x 20%) + (15,000 x 15 ปีที่สมทบเพิ่ม x 1.5%) = 3,000 + 3,375 = 6,375 บาทต่อเดือน
กรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย

ถ้าอยากรู้ว่า เกษียณแล้วจะได้บำนาญเดือนละกี่บาท ดูวิธีการคำนวณดังนี้


ท่านผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบเงินที่ออมไว้กับกองทุนประกันสังคมกรณีชราภาพได้ที่ www.sso.go.th ซึ่งท่านต้องลงทะเบียนก่อน

แหล่งที่มา   Face book : สำนักงานประกันสังคม

แตงโมมีความสดและป้องกันไส้ล้ม


ซื้อแตงโมทั้งลูกกลับมาบ้าน แต่บางครั้งอาจจะไม่สามารถท​านได้ทันที ควรนำไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อน หรืออีกวิธีนึง คือนำแตงโมทั้ง​ลูกไปแช่น้ำ จะช่วยให้แตงโมมีความสดและป้องกันไส้ล้มได้ดีอีกด้วย ..เคล็ดลับง่ายๆ ลองทำกันได้

แหล่งที่มา   Face book : Tesco Lotus - เทสโก้ โลตัส

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปฮา ตูบใจกล้านอนกลางถนน



ปกติแล้ว เป็นภาพชินตาที่จะเห็นสุนัขนอนข้างถนน หรือไม่ก็นอนขอบๆ แต่พอรถมาก็รีบเดินหนี คงไม่มีตูบตัวไหนใจกล้าเหมือนดังในคลิปนี้

สุนัขสีดำไม่ทราบสายพันธ์แน่ชัดนอนหลับอย่างสบายใจ กลางถนน ทั้งๆ ที่มีรถยนต์ขับเฉี่ยวไปมาน่าหวาดเสียว เวลาผ่านไปจนรถรางไฟฟ้าสีแดงแล่นใกล้เข้ามา พร้อมบีบแตรไล่ แต่เจ้าหมาขี้เซาก็ยังไม่มีท่าทีลุกหนีไปไหน ทำให้หญิงสาวเสื้อสีฟ้าพลเมืองดี รีบเข้ามาหลอกล่อตูบให้หลบรถ กระทั่งพนักงานขับรถรางต้องลงมาไล่ด้วยตนเองจนเจ้าหมาลุกขึ้น แต่ยังลีลาไม่ยอมเดินพ้นออกจากรางรถ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป คลิกชม

คลิปน่ารัก หนูน้อยสุดฉลาด



หาได้ยากในวัยหนูน้อยเพิ่งหัดเดิน จะจำชื่อรัฐ ของประเทศขนาดใหญ่อันดับต้นๆของโลกอย่างอเมริกาได้ และสามารถชี้จุดของรัฐในแผนที่ได้ถูกต้องแม่นยำ เหมือนกับเด็กน้อยในคลิปนี้ ที่คุณพ่อของหนูน้อย ถามหาชื่อรัฐและให้ลูกชี้ พอเมื่อเด็กน้อยตอบถูกจะมีท่าเต้นดีใจน่ารักๆให้ชมอีกด้วย

อย่างนี้โตขึ้นคงเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์แน่นอน

คลิปฮา กบเล่นเกมมือถือ (ตอนจบมีหักมุม)



เรื่องกินน่ะเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เมื่อกบโดนแกล้ง เลยต้องมีเอาคืน

อย่างที่ทุกท่านทราบ กบจะใช้ลิ้นในการจับแมลงมาเป็นอาหาร เลยเป็นไอเดียให้ชายคนนี้ ที่เปิดเกมมือถือให้กบน้อยนั่งมอง ลักษณะเกมคือให้แตะตัวมดซึ่งจะวิ่งไปมา เพื่อทำคะแนน เจ้ากบเห็นมดในจอก็คิดว่าเป็นอาหารตัวเอง แล้วพยายามจะจับกิน เลยมองเหมือนกบตัวนี้เล่นเกมมือถือนั้นเอง

สุดท้ายเมื่อเกมจบ กบตัวนี้คงโมโหหิวมากๆ เลยจัดการคนที่แกลังซะเลย กบน้อยจะทำอย่างไร คลิกชม

คลิปฮา แมวเแกล้งเพื่อน



คลิปต่อไปนี้ เป็นการแกล้งกันที่ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว

เด็กๆ มักชอบเล่นกันกับเพื่อนและแกล้งกันเอง ดูแล้วน่ารัก แต่คลิปต่อไปนี้ เป็นการแกล้งกันที่ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว เรื่องนี้มีอยู่ว่า แมวตัวแรกลายเทาที่อยู่ด้านซ้ายมือของท่านผู้ชมมีชื่อว่า เบลล่า กำลังอยากจะลงไปสำรวจห้องใต้ดินแสนลึกลับ โดยมีเพื่อนเหมียวคิมบ้าคอยระวังหลังให้ แต่ในขณะเบลล่าก้าวลงบันไดไปได้ 2 ขั้น คิมบ้าจอมแสบได้ใช้ขาหน้าผลักเบลล่าจนกลิ้งตกบันไดไป เสียงดังสนั่น

ขอบคุณที่เหมียวเบลล่าไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่คงเจ็บใจที่โดนคิมบ้าแกล้งไปอีกนาน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก น่ารักน่าชัง




ถึงกระแสคนรักนกฮูกจะไม่มากเท่ากับคนรักน้องหมาน้องแมว แต่คุณค่าของสัตว์กลางคืนชนิดนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร หนำซ้ำยังเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับคนไทยมานานแม้ในตำราเรียน ก.ไก่-ฮ.นกฮูก นั่นทำให้ อาจารย์ปรีชา ปั้นกล้ำ แห่งคณะมัณฑศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก" (Owl Art Museum) ขึ้นมา หลังจากเก็บรวบรวมศิลปะต่างสาขาที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากนกฮูกเอาไว้มากกว่าหนึ่งพันชิ้น


เมื่อนำมาจัดแสดงอย่างเป็นหมวดหมู่ แต่ละชิ้นงานมีเอกลักษณ์ด้วยสีสันและรายละเอียดในฝีมือ เมื่อเสริมด้วยเรื่องเล่าจากเจ้าหน้าที่นำชม ความเพลิดเพลินก็บังเกิด จุดประกายให้เราอยากกลับไปสะสมบ้าง หรือดูเสร็จแล้วใครอยากสร้างงานศิลปะสักชิ้นก็มีกิจกรรมให้เพนต์เสื้อ เพนต์กระเป๋า หรือทำกระปุกออมสินอย่างสนุกสนาน


พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก แผนที่
นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูกยังมีห้องเรียนรู้ศิลปะการออกแบบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ Owl Art Museum Shop ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกร้านเครื่องดื่ม และทุกวันเสาร์ยังเปิด "ตลาดตาโต" ให้คนรักการแต่งบ้าน มาเลือกซื้อสินค้าดีไซน์เก๋ๆ แนวๆ อีกด้วย ซึ่งของทุกอย่างที่นำมาจำหน่ายเป็นของที่มีการออกแบบจากนกฮูกเท่านั้น

ทั้งนี้ นกฮูก (Owl) เป็นสัตว์ที่มีสายพันธ์เชื่อมโยงกับมนุษย์มาอย่างยาวนานด้วยความเชื่อ ความศรัทธาที่แตกต่างกันไปตามภูมิประเทศพื้นถิ่น อาศัยความรู้ความเข้าใจในมิติที่แตกต่างกัน ด้วยคุณลักษณะพิเศษของนกชนิดนี้ คือ ดวงตาคู่โตที่สามารถมองทะลุผ่านความมืดในเวลากลางคืน จึงกลายมาเป็นสัญญาลักษณ์แห่งปัญญาของนักปราชญ์....

สำหรับ พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก ตั้งอยู่ที่ 10/3 หมู่ 1 ตำบลไทยาวาส อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยอยู่ห่างจากตลาดท่านา 400 เมตร เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00 น. ค่าเข้าชม เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท เยี่ยมชมเป็นหมู่คณะและสอบถามโทรศัพท์ 0 3433 9721, 08 9254 7366 หรือ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทรศัพท์ 0 3475 2847-8

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์ศิลปะนกฮูก และ Lisa 

คลองเปรมประชากร

คนที่อยู่ในเขตดอนเมือง จตุจักร จะคุ้นเคยกับคลองเปรมประชากรเป็นอย่างดี  เป็นคลองขุดสายหนึ่งที่เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน

เริ่มจากคลองผดุงกรุงเกษมหน้าวัดโสมนัสวรวิหาร ผ่านพื้นที่เขตดุสิต บางซื่อ หลักสี่บางเขน สายไหม ของกทม. ทอดยาวไปในพื้นที่ อ.เมือง สามโคก จ.ปทุมธานี และ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

เมื่อปี 2413 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองตัดตรง เนื่องจากเห็นว่าการเดินเรือล่องแม่น้ำ พระเจ้ายาต้องเสียเวลาอ้อมไปอ้อมมา

อีกทั้งการตัดคลองเป็นการเปลี่ยนพื้นที่ป่ารกทึบที่มีแต่โขลงช้างเถื่อนให้เป็นพื้นที่เพาะปลูก  ราษฎรจึงได้รับความสะดวกสบายโดยทั่วกัน สมกับนามพระราชทานที่ว่า คลองเปรมประชากร

แต่ก่อนเป็นคลองที่ประชาชนสามารถใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงเป็นทางระบายน้ำที่ไหลหลากได้  แต่หลังจากที่ชุมชนสองฝั่งคลองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ส่งผลทำให้น้ำในคลองเปรมประชากรตื้นเขิน  เน่าเสียง่าย  เนื่องจากมีการปล่อยสารพิษและทิ้งขยะลงสู่แหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เป็นหน้าที่ที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกันรักษาคุณภาพน้ำให้น้ำในคลองกลับมาใสสะอาดเหมือนในอดีต

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันจันทร์ที่ 17 ก.ย. 55 (229)

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

8 เหตุผลดีๆ ที่ควรผสมน้ำมันมะกอกในอาหารสุนัข


น้ำมันมะกอก (Olive Oil) เป็นน้ำมันที่เหมาะสำหรับการบริโภค ที่สำคัญน้ำมันมะกอกยังมีผลดีต่อร่างกายมนุษย์ดังที่หลาย ๆ คนทราบกันมาแล้ว แต่คุณรู้หรือไม่ว่า น้ำมันมะกอกก็มีประโยชน์ต่อเจ้าตูบ เพื่อนที่ซื่อสัตย์ของเราเช่นกัน บางคนอาจจะรู้ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกต่อเจ้าตูบมาบ้างแล้ว ตอนนี้จึงผสมน้ำมันมะกอกในอาหารให้เจ้าตูบกินในบางมื้อ แต่สำหรับใครที่ยังไม่ทราบนั้น วันนี้เรามี 8 เหตุผลดีๆ ที่คุณควรหันมาผสมน้ำมันมะกอกลงในอาหารของเจ้าตูบบ้าง

1. ช่วยรักษาความสดของอาหาร
เชฟอาหารสุนัขชื่อดัง ราเชล เรย์ บอกไว้ว่า ในแต่ละครั้งที่คุณเทอาหารให้เจ้าตูบนั้น ถ้าคุณเห็นว่ามันแห้งจนเกินไป จนทำให้เจ้าตูบของคุณต้องเบือนหน้าหนีแล้วล่ะก็ มีของอยู่ไม่กี่อย่างที่เราควรจะเติมลงไปเพื่อให้เจ้าตูบกินง่ายขึ้น นั่นก็คือ น้ำมันมะกอกแบบบริสุทธิ์สุด ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อาหารตูบไม่แห้งกรังเกินไปแล้ว ยังช่วยรักษาความสดของอาหารได้ด้วยน้า

2. ช่วยลดน้ำหนักเจ้าตูบได้
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกว่าเจ้าตูบของคุณนั้นอ้วนเกินไปแล้ว และอยากลดน้ำหนักมันล่ะก็ น้ำมันมะกอกช่วยคุณได้ค่ะ เพราะน้ำมันมะกอกมีไขมันไม่อิ่มตัว เชิงเดี่ยว (Monounsaturated) ที่จะช่วยลดระดับ LDL Cholesterol ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดีก่อให้เกิดภาวะไขมันอุตตัน จนก่อให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดตีบ เป็นต้น ดังนั้น ลองผสมน้ำมันมะกอกลงในอาหารเจ้าตูบวันละนิด เพื่อสุขภาพที่ดีนะคะ

3. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
จากที่กล่าวไปในข้างต้น นอกจากในน้ำมันมะกอกจะมี Monounsaturated แล้ว ยังมีกรดโอเลอิก (oleic acid) ที่เชื่อว่าจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ เพราะผลวิจัยออกมาแล้วว่า โรคมะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตเจ้าตูบที่อายุเกิน 10 ปี มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้น คุณเจ้าของทั้งหลายท่องจำสโลแกนนี้ไว้เลยค่ะว่า "ป้องกันเจ้าตูบจากโรคร้าย ด้วยน้ำมันมะกอก"

4. ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค
น้ำมันมะกอกประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค (immune system) ที่จะช่วยให้เจ้าตูบของคุณต่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น เป็นหวัดตอนเปลี่ยนฤดู เป็นต้น

5. ช่วยให้อายุเจ้าตูบยืนยาวขึ้น  
สุนัขแต่ละสายพันธุ์นั้นมีช่วงชีวิตที่แตกต่างกันออกไปและเราไม่สามารถที่จะทำให้มันอยู่กับเราตลอดไปได้ แต่ไม่มีอะไรจะเศร้าใจเท่ากับการที่มันจากไปก่อนวัยอันควร แล้วจะทำอย่างไรล่ะที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น คำตอบมีอยู่มากมาย แต่ในที่นี้เรากำลังพูดถึงน้ำมันมะกอก ซึ่งก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ช่วยได้ โดยจะทำให้เจ้าตูบของคุณยังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง แม้อายุจะล่วงเลยไปมากแล้วก็ตาม

6. ช่วยบำรุงสมอง 
คุณรู้หรือไม่ว่า น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันกระบวนการรับรู้ที่ลดลงตามวัยที่ร่วงโรยลงได้ พูดง่าย ๆ คือ เมื่อคนเราแก่แล้วก็มักจะมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ ได้บ้าง ดังนั้น บ้านไหนมีสุนัขแก่ ก็จัดน้ำมันมะกอกให้เลยอย่างน้อยวันละครั้ง และที่สำคัญโดยเฉพาะถ้าสุนัขคุณเป็นสายพันธุ์ที่ฉลาดมากอยู่แล้ว เช่น คอลลี่ พูเดิ้ล เป็นต้น เพราะในวันหนึ่งคุณคงไม่อยากให้สุนัขที่คุณรัก ต้องป้ำๆ เป๋อๆ หลงลืมเจ้าของอย่างคุณหรอกนะ

7. ช่วยให้หายใจคล่องขึ้น
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกนั้นมีมากมายจริง ๆ อย่างที่กล่าวไปในข้อต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว น้ำมันมะกอกยังช่วยในเรื่องของระบบการหายใจ นั่นก็คือ จะช่วยให้เจ้าตูบหายใจคล่องขึ้น เลือดไหลเวียนดี ดังนั้น จากสรรพคุณดังกล่าวจะช่วยได้มากกับเจ้าตูบพันธุ์หน้าบี้ จมูกสั้นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบูลด็อก ปั๊ก และอีก ๆ หลายพันธุ์ที่มีปัญหาหายใจติดขัด จัดน้ำมันมะกอกไป รับรองหายใจคล่องปรื้ดดดดด

8. ช่วยบำรุงเส้นขนให้มีสุขภาพดี
หลังจากกล่าวถึงประโยชน์ของน้ำมันมะกอกในเชิงสุขภาพภายในมามากแล้ว งั้นเรามาดูสุขภาพภายนอกกันบ้างดีกว่า ที่เห็นได้ชัดและเราน่าจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า น้ำมันมะกอกช่วยบำรุงสุขภาพเส้นผมและผิวให้สวยได้ ในสุนัขก็เช่นกัน น้ำมันมะกอกช่วยบำรุงเส้นขนของสุนัขให้มีสุขภาพดี เงางาม ไม่หลุดร่วง ยิ่งถ้าบ้านคุณเลี้ยงสุนัขพันธุ์ขนยาวแล้วล่ะก็ น้ำมันมะกอกเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

แหล่งที่มา    เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก dogster.com

สิ่งที่ควรรู้ก่อนรูดการ์ด กับดอกเบี้ย 0%


ในเมื่อดอกเบี้ย 0% หมายความว่าสถาบันการเงินจะไม่มีรายได้ แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ถึงมีบริการดอกเบี้ย 0% มากมายล่ะ?

สิ่งที่เราควรทราบเป็นอันดับแรกคือ ดอกเบี้ย 0% ไม่ใช่ของไม่ดีเสมอไป ผู้ให้บริการสินเชื่ออาจจะแค่ต้องการให้คุณมาทดลองใช้สินเชื่อก่อนเพื่อแลกกับการได้ลูกค้าหน้าใหม่ หรือดอกเบี้ย 0% นั้นมีเงื่อนไขต่างๆ อย่างเช่น เฉพาะวงเงินสูง หรือเป็นประโยชน์เฉพาะกับลูกค้าบางกลุ่มเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีกำหนดการผ่อนระยะสั้น ๆ ไม่เกิน 12 เดือนหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยก็จะเป็นไปตามกลไกตลาด เรามักจะเห็นโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% ในกลุ่มของสินค้าหรือบริการเงินผ่อน ซึ่งกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจับมือกับผู้จำหน่ายสินค้าจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิตแทนลูกค้า ส่วนผู้ให้บริการสินเชื่อ ก็ยอมลดดอกเบี้ย (ที่เป็นรายได้ของตนเอง) ลง เพื่อให้การซื้อขายคล่องขึ้น

อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ย 0% ในบางกรณีก็มีข้อควรระวังเช่นกัน ในต่างประเทศ ถ้าลูกค้าซึ่งใช้สิทธิดอกเบี้ยพิเศษอยู่แล้วเกิดติดค้างชำระค่างวด ดอกเบี้ยที่เคยได้พิเศษจะถูกดีกลับไปที่อัตราปกติเป็น 28% ต่อปีทันที ดังนั้น การใช้สินเชื่อทุกประเภทคุณควรศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ให้ละเอียด

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารลิซ่า Vol.13 No.30 8 สิงหาคม 2555

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปซึ้ง แม่หมาช่วยลูกจมน้ำ



สัญชาตณานความเป็นแม่มีอยู่จริงไม่ว่าจะมนุษย์หรือสัตว์ ย่อมรักลูกตนเอง ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่แม้ต้องเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อลูก แม่ก็ยอม ดั่งในคลิปนี้ ที่ลูกสนุัขพันธ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ สีน้ำตาล ตกสระน้ำและพยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมา แม่ตูบที่เห็นลูกน้อยดิ้นรนอยู่ในน้ำก็รีบโดดลงไม่ช่วยอย่างไม่ลังเล แต่ก็ไม่สามารถดันลูกให้พ้นน้ำได้ เลยว่ายไปทางขึ้นจากสระ แล้ววิ่งมาคาบคอลูกหมาดึงขึ้นมาบนสนามหญ้าได้อย่างปลอดภัย

คลิปแปลก แมวขู่เหมือนงู



เมื่อเหมียวใช้ ท่าไม้ตาย ระบำงูเห่าแผ่แม่เบี้ยข่มคู่ต่อสู้ อยากรู้เป็นอย่างไร ต้องชม

เมื่อแมวสองตัวไม่ชอบหน้ากัน ส่วนใหญ่มักจะใช้การส่งเสียงขู่เป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้พร้อมกับพองขน เพื่อให้ดูตัวใหญ่กว่า แต่เจ้าเหมียวที่นำมาให้ดูนี้มีการขู่ที่แปลกกว่าแมวทั่วไป เมื่อเจ้าแมวสีขาวเดินมาหาเรื่องเหมียวลายขาวดำ ทั้งคู่ก็เริ่มส่งเสียงขู่ฟ่อใส่กัน จนเจ้าขาวทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ แมวขาวดำจึงใช้ท่าไม้ตายสุดท้ายด้วยการยืนสองขาขู่แมวอีกตัว พร้อมทั้งส่ายไปมา ดูแล้วก็คล้ายกับงูเห่าแผ่แม่เบี้ย

เล่นใช้ท่าไม้ตายแบบนี้ แมวตัวไหนเจอเข้าไปก็ต้องหนาว!!

คลิปฮา น้องหมาโดดพลาดแล้วอาย



"สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" ตรงกับวิดีโอนี้เลย

คลิปนี้มาจากโฮมวิดีโอ ที่เจ้านายของเจ้าตูบพันธุ์แจ็ครัสเซลเทอร์เรีย สีขาว ตั้งกล้องไว้ แล้วจู่ๆ น้องหมาก็วิ่งมาจากห้องอีกฟากอย่างรวดเร็วและพยายามกระโดดขึ้นโซฟา แต่เนื่องจากพื้นลามิเนตที่ลื่น จึงทำให้เจ้าหมาล้มไปอย่างไม่เป็นท่า จากนั้นก็แก้เขินด้วยการรีบกลับตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เมื่อหันหน้ามามองเจ้านายที่หลุดหัวเราะออกมา เจ้าตูบถึงกับอายรีบวิ่งหนีหายไปทันที เชิญคลิกชมความน่ารักของสุนัขตัวนี้กันได้เลย

วิธีการถนอมหอมหัวใหญ่


ถ้าต้องอารมณ์เสียกับหัวหอมใหญ่ที่เน่าเสียเร็วจนกินไม่เคยทันสักที มาดูวิธีการเก็บไว้ได้นานๆ

ถึงแม้หอมหัวใหญ่จะไม่ใช่ส่วนประสมที่จะใช้กันบ่อยๆ โดยเฉพาะกับอาหารไทยๆ แต่ไอ้ครั้นจะซื้อทีละลูกก็กระไรอยู่ เมื่อซื้อมาแล้วใช้ไม่หมดก็พาลจะเสียก่อนที่จะได้มีโอกาสหยิบเอามาใช้ซะอีก

เคล็ดลับในการเก็บหอมหัวใหญ่ไม่ให้เน่าเสียเร็วก็คือ ให้ใช้กระดาษฟอยล์ห่อหอมหัวใหญ่ทีละลูกแยกกัน วิธีนี้จะทำให้หอมหัวใหญ่ยังคงกรอบและผิวไม่ช้ำ แล้วคุณจะได้อร่อยกับหอมหัวใหญ่ที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเหลือหลายได้นานๆ

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปสบายใจเฉิบ! เหมียวญี่ปุ่นนั่งชิลเหมือนคน




เวลาที่เราได้นั่งอยู่ท่ามกลางลานหญ้าสีเขียวกว้างไกลตรงหน้า ไม่ว่าใครก็คงรู้สึกไม่ต่างกันว่า มันช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและสบ๊าย สบาย อะไรเช่นนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าเหมียวญี่ปุ่นตัวนี้ที่เราได้นำภาพน่ารัก ๆ ของมันมาฝากกัน แหม่.. เห็นแล้วมันอิจฉากับความสบายใจเฉิบของมันจริงจริ๊งงงง

เจ้าเหมียวตัวนี้มีชื่อว่าอะไรไม่มีใครรู้ แต่มันได้กลายเป็นตัวสร้างรอยยิ้่มและเสียงหัวเราะให้กับชาวเน็ตไปอย่างไม่รู้ตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วตอนนี้ เอ้า ก็จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไงเล่า เมื่อท่านั่งชิลริมลานหญ้าของมันนั้น ธรรมดาซะที่ไหน เล่นนั่งเอาคางเชยราวเหล็ก แล้วห้อยขาเหมือนคน สบายซะขนาดนั้น แถมยังไม่มีท่าทีไหวติงเวลาที่คนเดินผ่านไปผ่านมาเข้าไปถ่ายรูปมันอีกแน่ะ อ๊าาาา.. น่าจับมาเลี้ยงจริงๆ เล้ยยยย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ lookcyber007 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

พระราชวังเดิม

เมื่อปี 2310 กรุงศรีอยุธยาถูกพม่าตีแตก พระยาตากได้นำกำลังฝ่าวงล้อมออกมาตั้งที่มั่นใหม่  แล้วค่อยนำกำลังกอบกู้อิสรภาพปราบข้าศึกตามหัวเมืองแล้วสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่  ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียวในสมัยธนบุรี

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นกษัตริย์ที่ออกรบทำสงครามเกือบตลอดพระชนม์ชีพ  แม้พระราชวังที่ประทับยังเรียบง่ายแต่สวยงาม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตรงปากคลองบางกอกใหญ่  ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งป้อมวิไชยเยนทร์  หรือป้อมวิไชยประสิทธิ์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

พระราชวังกรุงธนบุรีเดิม  มีพื้นที่ตั้งแต่ป้อมวิไชยประสิทธิ์จนถึงตลอดนครบาล  วัดอรุณราชวราราม  และวัดโมลีโลกยาราม  เข้าไปในเขตพระราชวัง ต่อมารัชกาลที่ 1 สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ได้ย้ายราชธานีมาอยู่ฝั่งพระนคร  โดยสร้างพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับแทนพระราชวังกรุงธนบุรีจึงได้ชื่อว่า พระราชวังเดิม

พระราชวังเดิม ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือ  มีโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ ท้องพระโรงกรุงธนบุรี ตำหนักเก่งคู่ ตำหนักสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน เรือนเขียว ศาลศีรษะปลาวาฬ ฯลฯ

แหล่งที่มา    นสพ. M2F วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ย. 55 (227)

Google Logo : ครบรอบวันเกิด 193 ปีของ Clara Schumann



Clara Schumann ครบรอบวันเกิด 193 ปี-วันนี้หน้าแรกของ Google ได้จัดทำขึ้นเพื่อระลึกถึงวันนี้ 13 กันยายน  2555 เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 193 ของ Clara Schumann

Clara Schumann ชื่อเต็มว่า Clara Wieck-Schumann (อ่านว่า คลาร่า วิค ชูมันน์)
เกิด : 13 กันยายน 1819  เมือง Leipzig ประเทศเยอรมันนี

ตาย : 20 พฤษภาคม 1896 เมือง Frankfurt  ประเทศเยอรมันนี
อายุ 77 ปี

คลาร่า วิค ชูมันน์ (Clara Wieck-Schumann) เกิด : 13 กันยายน 1819  เมือง Leipzig ประเทศเยอรมันนี เป็นสตรีที่มีชื่อเสียงในฐานะภรรยาของโรเบิร์ต ชูมันน์ (Robert Schumann) และก็เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงด้วยความสามารถด้านดนตรีของเธอเองอยู่ก่อนแล้ว พ่อ (Friedrich Wieck) ของคลาร่าเป็นครูสอนดนตรี  แม่ (Marianne Tromliz Wieck) เป็นนักเปียโนและนักร้องเสียงโซปราโน  คลาร่ามีความสามารถด้านดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย อายุ 11 ขวบสามารถแสดงเดี่ยวเปียโนได้  นอกจากการเล่นเปียโนแล้ว เธอยังมีความสามารถในการขับร้อง การเล่นไวโอลิน การอ่านสกอร์เพลง และการประพันธ์บทเพลงด้วย

โรเบิร์ต ชูมานน์ และนักดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายคนได้เคยเป็นลูกศิษย์ของพ่อคลาร่า คลาร่าแต่งงานกับชูมานน์ในปี ค.ศ. 1840 มีบุตรด้วยกัน 8 คน ทั้งคลาร่าและชูมันน์เป็นเพื่อนสนิทกับบราห์ม (Johannes Brahms)  ตลอดชีวิตของคลาร่า เธอเป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงในด้านนักเดี่ยวเปียโนที่มีฝีมือ เธอเคยนำบทเพลงของนักดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายคนมาบรรเลง เช่น โชแปง (Frederic Chopin)  บราห์ม(Johannes Brahms) ชูมานน์ (Robert Schumann) โมสาร์ท (Mozart) เบโธเฟน (Beethoven) ผลงานการประพันธ์เพลงของเธอเองนั้นมีจำนวน 66 เพลง มีทั้งเพลงสำหรับบรรเลงด้วยเปียโน บรรเลงด้วยวงออร์เคสตรา เพลงเดี่ยวเปียโน นอกจากนั้นแล้วเธอยังเป็นที่ปรึกษาให้กับชูมานน์และบราห์มเมื่อมีปัญหาในเรื่องการแต่งเพลง

โดยผลงานที่สร้างชื่อเสียงของเธอก็มีเช่น Four Polonaises (for piano); Piano Concertino in F minor; Piano Trio in G minor, Op. 17; Piano Concerto in A minor, Op. 7