วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สุขได้เสมอ แม้ว่าอยู่ในช่วงขึ้นหรือลงของชีวิต

เวลา ความสมหวัง ความผิดหวัง
ทุกอย่างเป็นสิ่งชั่วคราว ไม่มีมีอะไรแน่อน

บางช่องของเวลาก็สมหวัง
กับอีกช่วงก็มีแต่ผิดหวัง

ชีวิตคนมันก็เหมือนคลื่นของน้ำ
มีขึ้น และ มีลง
มีสุข และ มีทุกข์
วนเวียนขึ้นลงอยู่เสมอ

ทุกข์ ไม่ถาวร สุขก็ไม่ถาวร
ล้มเหลวก็ไม่ถาวร สำเร็จก็ไม่ถาวร
มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา

ถ้าวันนี้อยู่ในช่วงลง ก็ต้องมีวันขึ้น
ถ้าอยู่วันที่ขึ้น บอกตัวเองไว้ว่าก็ต้องมีวันลง
เวลาไม่สมหวัง ไม่มีใครรู้สึกดี

แต่อย่าไปเศร้านานๆ ยิ่งนาน ยิ่งจมดิ่งลงไป
สู้ลุกขึ้น พยายามหามุมดีของขาลง

จริงๆ แล้วมันมีดีกว่าที่คิดเยอะ
ได้รู้ว่าใครรักเราจริง
ได้ภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้น
ได้ประสบการณ์ที่ขาขึ้น ไม่มีทางได้รู้
ได้ฝึกวิธีการแก้ปัญหาอีกหลายอย่าง

ชีวิตในช่วงลง ไม่ได้แปลว่าคุณต้องทุกข์
มันยังสุขได้ ถ้ารู้จักอยู่กับเขาให้เป็น

แหล่งที่มา    Facebook : Narai Good Day

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 225 วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เมนู สุนัข
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-225-23-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 224 วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อนาคตบ่อนคาสิโน “บนดิน”
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-224-22-june-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 223 วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เมื่อ ดร. สมเกียรติ อ่อนวิมล วิพากษ์สื่อ
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-223-19-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 222 วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สถานการณ์ลอตเตอรี่ หลัง 80 บาท ทั้งแผ่นดิน
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-222-18-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 221 วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ใครถูกบ้างยกมือหน่อยค่ะ
รวมใจ ต้านภัยแล้ง
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-221-17-june-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 220 วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ฉลองเจ้าเหรียญทองกับ 3 เรื่องเล่าจาก ซีเกมส์ 2015
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-220-16-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

คัมภีร์ "4 ไม่" ของผู้สำเร็จ

หนึ่ง ไม่พูดมาก เพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย
สอง ไม่พูดอวด ว่าตนเก่งอย่างนั้นอย่างนี้
สาม ไม่ข่มคนอื่น ว่าตนเหนือกว่าคนนั้นคนนี้
สี่ ไม่ทำตัวเด่น เรียกร้องความสนใจ

พึงสำรวจตัวเองเสมอว่ายังตกบกพร่องเรื่องใด
นำตัวเองทาบทับกับคนต้นแบบ
ว่าเรายังทำอะไรที่ไม่เหมือนเขา

เหตุเหมือน ผลย่อมไม่ต่าง
ที่ผลต่าง เพราะเหตุไม่เหมือน

คนเก่งจริง จะชวนให้เราอยากสูงขึ้นเหมือนเขา
คนเก่งไม่จริง จะกดให้เราเหมือนต่ำลงกว่าเขา

ไม่พูดมาก ไม่พูดอวด
ไม่ข่มคนอื่น ไม่ทำตัวเด่น
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

"เงินเก็บ" มันหายไปไหน ?

เคยสงสัยมั้ยว่า ?
ทำไมเวลาเราทำงาน หาเงิน
ทำงานไปทำงานมา
สุดท้ายก็ไม่มี "เงินเก็บ" แล้วมันหายไปไหน ?
สาเหตุหลักๆ มันมาจากไม่กี่อย่าง

===== ไม่เห็นค่าของเงิน =====
ตอนเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ
พยายามเก็บให้ได้เดือนละ 10,000 บาท
คิดว่ามันเยอะแล้วนะ !!

แต่เดี๋ยวก่อนนะ กว่าจะมีเงินล้าน
ก็ปาเข้าไป 100 เดือน
ทำงานเกือบ 10 ปี กว่าจะได้ 1,000,000 บาท

บอกเลยว่าโคตรท้ออออ
ก็เลยตัดสินใจ ไม่เก็บเงินตอนนี้ไปเลยหมดเรื่อง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ขอให้รู้ไว้ว่าเงิน "ล้านแรก"
ก็เริ่มต้นที่ "บาทแรก" ทั้งนั้น

===== รักตัวเองน้อยไป =====
ทุกครั้งเวลาเงินเดือนออก
ส่วนมากก็เอาไปใช้หนี้กันแทบทั้งนั้น
หรือ ถ้าไม่มีหนี้ก็เอาไป “ช็อปปิ้ง” กันหมด
โทรศัพท์ รถยนต์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า
เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับกระเป๋า
ผ่อน 0% 10 เดือน ก็จัดไปปปปป

เรา "ใช้จ่าย" ให้คนอื่นรวยตลอดเวลา
แต่ไม่เคยคิดที่จะ "จ่าย" ให้ตัวเองรวยเลย
การจ่ายเงินให้ตัวเองรวยก็คือ
"ก า ร อ อ ม เ งิ น" ยังไงเล่าาา
จ่ายให้ตัวเองสิ ของแท้แน่นอน !

===== ไม่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย =====
อันตรายมากๆ ถ้าเราไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน
นั่งคิดก็นึกไม่ออกว่า
เงินเราออกจากกระเป๋าได้ยังไง

วิธีที่ดีที่สุด คือ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ซะ
จะทำให้เราเห็นรายจ่ายสิ้นเปลืองแบบคาดไม่ถึง

บางครั้งจ่ายครั้ง 50 บาท
ก็คิดว่าเล็กน้อยหน่า สบ๊าย
แต่ถ้าจ่ายไป 30 วัน ก็ 1,500 บาทเชียว !

เอาเงินจำนวนนี้เปลี่ยนมา
"ออม" ก็ได้เพิ่มขึ้นง่ายๆแล้ว

===== มโนมากเกินไป =====
เพ้อฝันว่า "อนาคต" แบบนั้นแบบนี้
ทั้งๆ ที่ความจริง ไม่มีแผนการใดๆ รองรับ
หรือไม่ก็แผนนั้น ไม่ได้อิงความเป็นจริงเลย

คิดว่าการทำ "ธุรกิจ" ง่ายจะตาย
เดี๋ยวทำไปก็รวยแล้ว อย่าคิดมาก
หารู้ไม่ว่า "เงินทุน"
ในการทำธุรกิจก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน

ถามว่า ถ้าวันนี้เราไม่เริ่ม "ออมเงิน"
จะเอาเงินลงทุนมาจากไหน ??
กู้คนอื่น หรือธนาคาร ?
แค่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการกู้
ก็ผิดอย่างมาก ขอเตือน

ยิ่งเป็นธุรกิจตัวแรก หรือเพิ่งลาออกมาทำ
นี่ยิ่งไม่ควรมากๆ เลยยยยยยย
เป็นหนี้ตอนทำธุรกิจตัวเอง
เครียดว่า ตอนมีเงินเดือนเย๊อะ
เฟิร์ม ! เพราะว่าลองมาหมดล้าว

ใครไม่มี "เงินเก็บ" อยู่ตอนนี้
เชื่อได้เลยว่า ต้องโดนอย่างน้อย 2 ข้อแน่ๆ
ลองเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนมุมมอง

"ภาระเยอะ" ไม่ใช่ "ข้ออ้าง" ของการไม่มีเงินออม
ยิ่งภาระเยอะ ยิ่งควรมี "เงินออม" ที่สุด
ค่อยปรับตัว เชื่อว่าทุกคนทำได้
เปลี่ยนที่ความเชื่อตัวเองว่าทำได้ก่อน
แล้วมันก็จะทำได้ วะฮู้วววววววววววววววววว
มอออออออว์

แหล่งที่มา     Facebook : Money Buffalo

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เบื่อ = สำเร็จ

เคยมั้ย   ทำอะไรซ้ำเดิมๆ ที่โคตรน่าเบื่อ
จนสงสัยนี่ทำอะไรอยู่วะ
มันใช่สิ่งที่ควรจะทำรึเปล่า ??

อยากให้ลองไปถามคนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลาย

ทั้งนักมวยแนวหน้า
ที่ต้องฝึกซ้อมตารางเดิมๆ เป็นปีๆ

นักเพาะกายชนะเลิศ
ที่ต้องกินอาหารคลีนแบบเดิมๆ เป็นเดือนๆ

นักเรียนดีเด่น
ที่ต้องตื่นมาท่องตำรา
เรียนพิเศษอยู่ทุกวี่วัน

เออ มันใช่มั้ยสิ่งที่เราอยู่ !
เคยไปคุยกับใครหลายคน
เค้าบอกว่า “ความเบื่อ” เป็นสิ่งที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้”
แต่ความเบื่อมันบรรเทาได้ด้วยความฝัน และความรักที่จะทำ
*******************
อาหารคลีนเหรอ  ไม่อร่อยหรอก
แต่ถ้าความต้องการอยากมีซิคแพคมีมากพอ
…เราจะทำได้เอง

อ่านหนังสือ เข้าสัมมนาเหรอ  บางทีก็ไม่ไหวหรอก ง่วงไป๊
แต่ถ้าความต้องการอยากเป็น Top 10% ของสายอาชีพมีมากพอ
….เราจะทำได้เอง

เวลาทำอะไรแล้ว “เบื่อ” จนล้มเลิกไปกลางทาง
ไม่ได้แปลว่า คุณไม่สู้

แค่สิ่งที่คุณทำมันอาจไม่ใช่ความฝันของคุณเท่านั้นเอง
แต่ถ้าคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว
ฮึดหน่อย สู้ต่อไป
เพราะถึงแม้มันจะน่าเบื่อ
แต่มันก็เป็นหนทางความสำเร็จ

แหล่งที่มา    Facebook : ๋Japan NEED

สุขได้....แค่ไม่ยึดติด

หลายคนเป็นทุกข์ ไม่ค่อยสุขสักเท่าไหร่
ส่วนใหญ่ หรือ ส่วนมาก
ล้วนแต่เอาใจของเราไปผูกมัดไว้กับบางสิ่ง

รวยมีเงินเยอะ ถึงมีความสุข
เธอต้องรักฉัน ฉันถึงมีความสุข
ต้องประสบความสำเร็จ เราถึงมีความสุข

พอชีวิตเอาความสุข ไปผูกติดไว้กับอะไรสักอย่าง
เมื่อไม่ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง
ความทุกข์ก็เริ่มย่างกรายเข้ามา

ยิ่งมัดแน่นเท่าไหร่ สุขก็ยิ่งหายไปเท่านั้น
เมื่อรู้ดังนั้น ยิ่งผูกมัด ยิ่งไม่สุข
แล้วเราจะยึดมันไว้ทำไม ก็ปล่อยออกไปซิ

เมื่อใจไม่ผูกติด ใจก็เปิดรับความสุขที่ง่ายขึ้น
สุข กับเสียงนกร้องในยามเช้า
สุข กับอาหารมื้อธรรมดา
สุข กับเงินที่มีอยู่
สุข กับความรักที่ไม่ครอบครอง

เมื่อเราไม่ยึดติด
ความสุขในชีวิตจะง่ายมาก
ลองปล่อยดู เรารับประกันว่า
คุณจะสุขมากขึ้นแน่นอน

แหล่งที่มา   Facebook : Narai Good Day

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ไม่มีน่ะดีแล้ว

โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ
สุดยอดนักการตลาดของประเทศ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
"กันดารคือสินทรัพย์ ความไม่มีน่ะดีแล้ว"

หลาย ๆ ครั้งเราไปเอา "ความไม่มี" ของเรา
มาเป็นอุปสรรคทำให้เราท้อแท้

แต่ถ้าลองมองดูให้ดี ๆ เราจะพบว่า
คนที่สำเร็จหลาย ๆ คน ล้วนสร้างตนมาจาก "ความไม่มี"

"ความไม่มี" นี่แหละ ที่เป็นตัวผลักดันเป็นอย่างดี
ให้เกิดทั้งพลังใจ เกิดทั้งความคิดสร้างสรรค์ เอาตัวรอดให้ได้
จนในที่สุด ที่ "มีวันนี้" ได้ ก็เพราะ "ความไม่มี"

"ความไม่มี" นี่แหละที่ทำให้วันนึง พอเรา "มี" ขึ้นมา
มันจะสะใจ มันจะมีค่า
มันจะปลื้มปริ่มมากกว่าคนที่มีอยู่แล้ว

อย่าเอา "ความไม่มี" มาเป็นตุ้มถ่วงขา
แล้วบอกว่าก้าวขาไม่ออก เราไม่มีต้นทุน เราทุนน้อย

อย่าเอา "ความไม่มี" มากดตัวเองให้จมดิ่ง
ใครที่ชีวิตกำลัง "กันดาร" อยู่

จึงโปรดรู้ไว้ว่า "ไม่มีน่ะดีแล้ว"
เปลี่ยนความขาดแคลนของเราเป็น "ทรัพย์สิน"
ใช้มันเป็นต้นทุนให้เรามีพลังในการก้าวต่อไปมากกว่าคนอื่น
ไม่ใช่ทุกคนที่จะชีวิต "กันดาร" นะ
เท่จะตาย "กันดารคือสินทรัพย์" 555+
เอ้า! เป็นกำลังใจให้หัวใจนักสู้ทุกดวง!!!

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใครกันคือ "ปัญจวัคคีย์" ของคุณ?

บางคนบอกว่า เจ้าของบริษัท สำคัญที่สุด
เพราะเขาคือผู้นำ คือผู้กำหนดวิสัยทัศน์
ถ้าไม่มีเขา ต่อให้มีพนักงานเป็นร้อย บริษัทก็คงหลงทาง

แต่บางคนก็บอกว่า ลูกน้องระดับปฏิบัติการ สำคัญที่สุด
เพราะพวกเขาคือคนลงมือทำ คือผู้อยู่หน้างานจริง
ถ้าไม่มีพวกเขา ต่อให้วิสัยทัศน์ดีแค่ไหน ก็ไม่มีคนลงมือทำ

ในความคิด  ทุกคนสำคัญด้วยกันทั้งนั้น

เจ้าของสำคัญนั้นใช่ ลูกน้องระดับปฏิบัติการสำคัญนั้นใช่
แต่มีคนอีกกลุ่มนึง ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จขององค์กร
แต่มักถูกมองข้ามไป ต่อเมื่อเกิดปัญหาแล้วจึงพึ่งรู้
และส่วนใหญ่แก้ยากมาก
คนกลุ่มนั้นก็คือ "คนทำงานระดับกลาง"

ที่จะเชื่อมต่อเจ้าของบริษัทเข้ากับพนักงานระดับปฏิบัติการ
อาทิ ผู้จัดการ หัวหน้าฝ่าย เป็นต้น

คนกลุ่มนี้ต้องฉลาดพอ ๆ กับเจ้าของบริษัท
เข้าใจในวิสัยทัศน์ของเจ้าของกิจการว่าเขากำลังอยากไปจุดไหน

ในขณะเดียวกันก็ต้องสื่อสารให้ลูกน้องระดับล่างเข้าใจด้วยว่า
จะแปรเปลี่ยนวิสัยทัศน์เป็นการปฏิบัติงานจริงได้อย่างไร

ยุคนี้บริษัทเกิดใหม่เต็มไปหมด
ส่วนใหญ่แล้วก็เริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ มีเจ้าของกับพนักงานไม่กี่คน

ตอนแรก เจ้าของก็ยังลงมาสั่งการเอง ลงมาลุยไปกับลูกน้อง
แต่พอบริษัทโตขึ้นเรื่อย ๆ พนักงานมากขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าของจะเริ่มวิ่งวุ่นจนหลุดในหลายจุด เพราะดูแลไม่ทั่วถึง
วิสัยทัศน์ยังคงอยู่ แต่ระดับปฏิบัติการเริ่มไม่เข้าใจ เพราะหลายคนเข้ามาใหม่
ไม่รู้ว่างานที่กำลังทำอยู่ มันคืออะไร และต้องการไปสู่จุดไหน
นานวันเข้า บริษัทก็จะเริ่มเละ

เจ้าของไม่เข้าใจลูกน้อง ลูกน้องก็ไม่เข้าใจเจ้าของ
และองค์กรนั้นก็ได้แต่รอวันว่า
จะมี "คนทำงานระดับกลาง" นั้นมาเป็นตัวเชื่อมหรือไม่
ถ้ามี ก็ดีไป
แต่ถ้าไม่มี องค์กรนั้นก็จะเริ่มถดถอย ประสิทธิภาพลดลง
จนอาจต้องยุบองค์กรลงมาเหลือเล็ก ๆ เท่าเดิม
หรือถ้าโชคร้าย ก็อาจต้องปิดตัวไปเลย

ทางออกของปัญหานี้
พระพุทธเจ้าเข้าใจเรื่องนี้ดี
เมื่อท่านตรัสรู้ สิ่งแรกที่ท่านทำก็คือ
ท่านต้องหาคนที่เข้าใจเรื่องที่ท่านเข้าใจ
คนที่เข้าใจเรื่องนี้ พอ ๆ กับท่าน
นั่นคือ "ปัจวัคคีย์" ทั้งห้า
หรือคนที่จะช่วยเผยแผ่ศาสนาด้วยความเข้าใจในระดับลึกซึ้ง

สำหรับคนเป็นเจ้าของบริษัท
คุณต้องหาว่า ใครกันคือ "ปัญจวัคคีย์" ของคุณ?
อาจไม่ต้อง 5 คนก็ได้
แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจวิสัยทัศน์ เป็นตัวตายตัวแทนคุณได้

จากนั้นคุณต้องยอมลดบทบาทตัวเองลงมา
ให้เขาได้จัดการหลาย ๆ เรื่องแทนคุณบ้าง
ให้เขาได้ผลประโยชน์ในฐานะหุ้นส่วนธุรกิจบ้าง

เมื่อนั้นคุณจะค่อย ๆ เริ่มสร้างคน
คนเหล่านี้แหละที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน
ไม่ต้องฝากไว้ที่ตัวคุณอย่างเดียว

ตึกที่มั่นคง
นอกจากฐานรากต้องมั่นคง
บนยอดตึกดูสวยงาม โดดเด่นเป็นสง่า

ตัวตึก ยังเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้
ถ้าไม่อยากเหนื่อยไปจนตาย
ถ้าอยากขยายธุรกิจได้ไม่รู้จบ
คุณต้องหา "คนทำงานระดับกลาง" คนนั้น
คนที่จะมาเชื่อมคุณกับลูกน้อง
แล้วพาองค์กรไปตามวิสัยทัศน์ของคุณ

แหล่งที่มา   Facebook : Boy's Thought

จาก "Work - life - Balance" ถึง "Slow-life"

เคยคิดว่า
คนเราต้องการ Work - life - Balance จริงจัง
ใช่สิ ทำงานเเล้วก็ต้องพักผ่อน
Work hard , Play Harder
ทฤษฏีเป๊ะ เอาไปใช้ได้ !!
***********
เเต่มาคิดดีๆ
หรือ Work - life - Balance
เหมาะกับคนที่ทำงานในสิ่งที่ตัวเอง "ไม่ชอบ" มากกว่า

เพราะคนที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ ทำงานที่รัก
บางทีเค้าเเยกการทำงานกับการพักผ่อนเเทบไม่ได้

ไม่ใช่ว่าจัดเวลาไม่เป็น
เเต่เมื่อได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบ

คนไม่จ่ายตังก็ทำ มันกลายเป็นงานอดิเรก
จนเป็นสิ่งทีทำให้ชีวิตเราเเต่ละวันมีคุณค่า
ใช่ !!

ความทุกข์ ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักไป
เเต่ความทุกข์เกิดจากการที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ
เเละไม่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักมากกว่า

ในหนังสือ How Google Works
เขียนไว้ว่า " ความอิสระจะเป็นเเรงจูงใจในการทำงานมากกว่า
พนักงานของกูเกิล จึงต้องได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ
ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ถูกบังคับให้ทำ "

โอ้โห มันโคตรใช่ !
เเละไม่เเปลกใจว่าทำไม Google เป็นองค์กรที่โตได้ขนาดนี้
***********
วันไหนที่วิ่งหา Work - life - Balance
วันไหนที่อยากใช้ชีวิต Slow -life บ่อยๆเวลางาน
กลับมาพิจารณาดีๆอีกทีว่า
งานที่ทำอยู่มันใช่มั้ย
ถ้าไม่ใช่ ยังไงชีวิตนี้ก็ไม่ Balance !!

แหล่งที่มา    Facebook : Japan NEED

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วันเวลาที่มันหายไป ขอคืนได้ไหมเวลา ได้หรือเปล่า?

กำลังใจ เงินทอง อะไรก็ตามที่หายไป
ล้วนหาคืนกลับมาได้หมด

มีเพียง "เวลา" ที่หายไปเท่านั้น
ที่ไม่อาจหากลับคืนมาได้

แต่เวลา เราได้มาฟรี ๆ
เราเลยไม่เคยนึกเสียดาย
ปล่อยให้มันผ่านไปอย่างไร้ค่า

ที่น่าสมเพชที่สุด เรากลับปล่อยให้ใครหลายคน
มา "ขโมย" เวลาของเราไป

คนโทรศัพท์มาเม้าท์เรื่อยเปื่อยเป็นชั่วโมง
คนชวนคุยเรื่อยเปื่อยในที่ทำงาน
เพื่อนส่งสติกเกอร์ทักมาในไลน์

รายการทีวีที่เราหลงเข้าไปดูวันละหลายขั่วโมง
หุ้นส่วนที่ไม่จริงทำ ทำแป๊บเดียวแล้วเลิก
ลูกทีมที่อ่อนแอ ท้อแท้ง่าย

คนรักที่คบเล่น ๆ ไม่คิดจะอยู่กันไปทั้งชีวิต
ลูกน้องที่ไม่ตั้งใจทำงาน ผลาญแอร์ไปวัน ๆ
บริษัทที่ไม่มีอนาคต เจ้าของไม่มีวิสัยทัศน์
ลูกค้าที่โจทย์ไม่ชัดเจน
อื่น ๆ อีกมากมาย

ที่เราปล่อยให้คนอื่นมาขโมยเวลาเราไป
"กำลังใจอาจจะสร้างใหม่ ไม่นานมันคงจะคืนกลับมา
วันเวลาที่มันหายไป ขอคืนได้ไหมเวลา ได้หรือเปล่า?"

ขอคืนไม่ได้หรอกเวลา
จึงพึงระวังการใช้เวลากับคนที่ควรใช้เวลาด้วยเท่านั้น

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สิ่งที่คุณทำอยู่...ถูก VS ผิด

ยิ่งทำยิ่งยาก ให้ถือว่าผิด
ยิ่งทำยิ่งง่าย ให้ถือว่าถูก

ยิ่งทำยิ่งขั้นตอนเยอะ ให้ถือว่าผิด
ยิ่งทำยิ่งขั้นตอนน้อย ให้ถือว่าถูก

ยิ่งทำยิ่งใช้คนเยอะ ให้ถือว่าผิด
ยิ่งทำยิ่งใช้คนน้อย ให้ถือว่าถูก

ยิ่งทำยิ่งจ่ายแพง ให้ถือว่าผิด
ยิ่งทำยิ่งจ่ายไม่แพง ให้ถือว่าถูก

ลองตรวจสอบดูว่า
วันนี้สิ่งที่คุณทำอยู่
ไม่ว่าจะงานประจำ ไม่ประจำ
ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ
สิ่งนั้นง่ายขึ้น ขั้นตอนน้อยลง ใช้คนน้อยลง ถูกลง ใช่หรือไม่?

ถ้าใช่ คุณมาถูกทางแล้ว
แต่ถ้าสิ่งนั้นยากขึ้น ขั้นตอนมากขึ้น ใช้คนมากขึ้น จ่ายแพงขึ้น
คุณกำลังมาผิดทาง อย่าฝืนธรรมชาติ

ธรรมชาตินั้นเรียบง่าย
ไม่มีขั้นตอนวุ่นวาย
ไม่ต้องการอะไรเยอะ ไม่ต้องจ่ายอะไรแพง

แต่เมื่อไหร่ที่ฝืนธรรมชาติ
ล้วนต้องจ่ายแพง วุ่นวาย ยุ่งยากทุกครั้งไป
และสิ่งใดที่ฝืนธรรมชาติ
สิ่งนั้นก็มิอาจอยู่ได้นาน

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

ความสุขแบบไหน...ใช้เงินเป็นตัวประกอบ

มีเงินเยอะๆ ไปทำไม ซื้อความสุขไม่ได้หรอกก !!!
ได้ยินบ่อยมากประโยคนี้

เชื่อว่าคนที่พูดแบบนี้
คือคนที่ “ไม่มีเงิน”
ได้แต่พูดปลอบใจตัวเองไปเรื่อยๆ

ก็แน่นอนแหละว่า
ความสุข แต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนอาจจะแค่ได้ไปกินข้าวกับคนที่รัก
หรือจะมีแค่บ้านสักหลัง ให้นอนพักผ่อนสบายๆ
หรือบางคนอาจจะได้ไปเที่ยวบ่อยๆ
ทำบุญ ออกไปปฏิบัติธรรม เดินป่า
ไปช่วยเหลือเด็กบนดอย
อะไรก็แล้วแต่ ก็แล้วแต่ๆๆๆๆๆ
(นี่จะประชดทำไม โธ้ววว)

ไม่ว่าจะความสุขแบบไหน
ต้องใช้เงิน
เป็นตัวประกอบทั้งนั้นแหละหน่า

ทำบุญก็ต้องใช้เงิน
กินข้าวนี่ไปแบมือขอข้าวเค้ากินหรอ
ก็ต้องใช้เงินนั่นดีแหละ !

อย่าให้คำพูดที่ว่า “เงินซื้อความสุขไม่ได้”
มาเป็นตัวขี้เกียจหาเงิน
ถ้าไม่รู้จะหาเงินไปทำไม
เชื่อเถอะว่าหาเงินให้เก่ง
แล้วจะบริจาคทั้งหมดทีหลังก็ไม่มีใครว่า
มีคนรอรับเงินและสามารถเอาไปพัฒนาต่อได้
เยอะแยะไปหมด

ขยันทำมาหากิน ขยันหาไปเถอะ เงินหน่ะ
มีดีกว่าไม่มีอยู่ล่ะ อย่าขี้เกียจ !!
ถึงจะเชื่อว่าความสุขซื้อไม่ได้ก็ตาม..…
แต่ถ้าไม่มีเงิน....
รับรองได้ว่า ไม่มีหรอก "ความสุข" แหน่ะ

แหล่งที่มา     Facebook : Money Buffalo

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 219 วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558

สูดโอโซนใกล้กรุง ที่คุ้ง “บางกะเจ้า”
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-219-15-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 218 วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Vintage Barber Shops
เทรนด์คนชอบตัดผมย้อนยุค
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new…/e-book-new108-218-12-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 217 วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ละครเรื่อง “ทีวีดิจิตอล”
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-217-11-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 216 วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ล้อม สถาบันศึกษาเอาไว้หมดแล้ว!?
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-216-10-june-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 215 วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หายใจเข้าก็..เฮ้อ.. MERS
หายใจออกก็..เฮ้อ.. MERS
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new1…/e-book-new108-215-9-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 214 วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ทะเลไทย ใกล้วิกฤติ? World Oceans Day
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-214-8-june-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 213 วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เปลี่ยนหลังคาให้เป็น “สีเขียว”
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-213-5-june-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

อยู่เงียบ ๆ คนเดียว นิ่ง ๆ

มีแต่คนทุกข์เท่านั้น
ที่ไม่สามารถทนอยู่กับความเงียบได้

มีแต่คนทุกข์เท่านั้น
ที่ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้

มีแต่คนทุกข์เท่านั้น
ที่ไม่สามารถอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ได้

เขาต้องเปิดเพลงคลอ
เขาต้องเปิดทีวีเป็นเพื่อน
เขาต้องเปิดมือถือดู
เขาต้องหาคนคุยด้วย
เขาต้องหาอะไรทำสักอย่าง
เพื่อกลบเกลื่อนความทุกข์

หารู้ไม่ว่า
ถ้าเขาเพียงแต่อยู่กับความเงียบ
คนเดียวลำพัง
อยู่อย่างนิ่ง ๆ เฉย ๆ
เมื่อนั้นเขาจะพบกับความสุขสงบ
ขอเพียงอยู่กับปัจจุบัน

แล้วใครเล่าในโลกนี้ทำได้กี่มากน้อย?
เอาแต่วิ่งวนหาคนยอมรับ
ไม่เคยสดับฟังเสียงตัวเอง
หาอะไรทำได้ทั้งวัน ตั้งแต่หลับยันตื่น

บ้างเมามายจนหลับไป
บ้างดูทีวี จนทีวีดูเรา

อยู่เงียบ ๆ คนเดียว นิ่ง ๆ
เมื่อสมาธิเกิด
ปัญญาจะปรากฏตรงหน้าเอง

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ทุกคนแค่เก่งไม่เหมือนกัน

ไม่มีใครเก่งกว่าเรา
เราก็ไม่ได้เก่งกว่าใคร
ทุกคนแค่เก่งไม่เหมือนกัน

อย่าทำให้ตัวเองด้อยกว่าคนอื่น
ด้วยการเปรียบเทียบเรากับคนที่เหนือกว่า

อย่าทำให้ตัวเองเกิดอัตตา
ด้วยการเปรียบเทียบเรากับคนที่ด้อยกว่า

ไม่มีใครดีกว่าเรา
เราก็ไม่ได้ดีกว่าใคร
ทุกคนต่างดีในแบบของตัวเอง

อย่าเอาลูกเราไปเปรียบเทียบกับลูกบ้านอื่น
อย่าเอาพ่อแม่เราไปเปรียบเทียบกับพ่อแม่บ้านอื่น
อย่าเอาสามีเราไปเปรียบเทียบกับสามีคนอื่น
อย่าเอาภรรยาเราไปเปรียบเทียบกับภรรยาคนอื่น

เปรียบเทียบ เท่ากับ เป็นทุกข์
ทุกคนแค่เก่งไม่เหมือนกัน
ทุกคนต่างดีในแบบของตัวเอง

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เคล็ดลับของการบริหารเวลา

ที่หนังสือหลาย ๆ เล่มพูดตรงกันก็คือ
"ยิ่งเราสามารถทำงานชิ้นนึงได้อย่างต่อเนื่องนานเท่าไหร่
เราก็ยิ่งประหยัดเวลาได้เท่านั้น
เพราะไม่ต้องเสียเวลามาตั้งสมาธิเริ่มใหม่"

แต่ฟังแล้วเหมือนตลกร้าย
ถ้าจะบอกว่า
สถานที่ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยที่สุด
สถานที่นั้นก็คือ "ที่ทำงาน"
! ที่ออฟฟิศนี่แหละให้ประสิทธิภาพงานต่ำสุด

ถามว่าทำไม?
ข้อแรก เมื่อเราจับคนมารวมกันเยอะ ๆ
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้สาระหรอก  คนเรารักสนุก เฮฮาปาจิงโกะ
ถามจริง ๆ เถอะ  วันนึงคุณคุยเรื่องงานในที่ทำงานกี่ชั่วโมงกัน?

ข้อสอง ต่อให้เรามีสมาธิ ก็ไม่ได้หมายว่าเพื่อนร่วมงานจะมีสมาธิตามไปด้วย
เขาอาจจะเดินมาชวนคุยเรื่อยเปื่อย เสียงโทรศัพท์โต๊ะอื่นอาจจะดัง
ต่าง ๆ นานาเหล่านี้ทำให้แม้แต่คนที่ตั้งใจทำงาน ก็ยากที่จะมีสมาธิ

ข้อสาม จะว่าไปชั่วโมงการทำงานของเราถูกออกแบบมาอย่างพิลึก
ทำงานแป๊บเดียว พักเที่ยงอีกแล้ว
กินกลางวันขึ้นมาก็ท้องอิ่ม บ่าย ๆ คิดอะไรไม่ออก
มึน ๆ งงๆ เลยลงไปซื้อกาแฟ ซื้อผลไม้รวมมากินเล่น
สักพักก็นัดประชุม กว่าจะรวมตัวกันครบก็เลท
แล้วคุณก็รู้นี่ครับ ความคิดดี ๆ ไม่เคยเกิดขึ้นตอนประชุมกับคนเยอะ ๆ
สุดท้ายเราก็ประชุมกันว่าจะประชุมอะไรในครั้งหน้าดี
แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

ข้อสี่ สมองคนเราทำงานตั้งแต่ตื่น
แต่จะมาหยุดทำงานเมื่อมาถึงที่งาน
ฟังดูเสียดสี แต่บ่อยครั้งก็เป็นอย่างนั้น
กว่าจะตื่น กว่าจะเดินทางฝ่าฟันการจราจร
เราก็พลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับสมองไปแล้ว

นั่นคือ "2 ชั่วโมงแรก" ของวัน
เล่ามาทั้งหมดเพื่อจะบอกว่า
ในอนาคต บริษัทที่จะทรงประสิทธิภาพ
อาจต้องปล่อยให้พนักงานมีอิสระในการทำงาน
ทำงานที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้
ขออย่างเดียว "ให้งานเสร็จตามกำหนด"

ผู้คนจะไม่ถูกวัดด้วย Time-Based อีกต่อไป
แต่จะถูกวัดด้วย Mission Based แทน
แน่นอน ไม่ใช่ทุกตำแหน่งงานที่ทำแบบนี้ได้
แต่เชื่อว่าหลายตำแหน่งงานของบริษัทในอนาคตจะต้องเป็นแบบนี้
วัดกันที่เนื้องาน ไม่ใช่วัดกันที่ใครอยู่ออฟฟิศมากกว่ากัน

ที่ทำงาน ไม่เคยเวิร์ค
และมันจะยังคงไม่เวิร์คต่อไป
ส่วนคนที่ทำงานอิสระอยู่แล้ว
สิ่งที่คุณต้องระวังก็คือ
การถูกรบกวนด้วย Social Media ทั้งหลาย

วันนึงคุณจับมือถือขึ้นมาดูกี่ครั้ง?  เยอะมาก
ทำงานแป๊บนึง ก็มีเสียงเด้งเตือน
เปิด FB ดูหน่อย อ่าน LINE รูดจอดู IG
พวกนี้คือ "ตัวขโมยเวลา" และทำให้เราไม่มีสมาธิสุด ๆ

วิธีแก้คือ ปิดเสียงเตือน เปิดดูวันละ 2-3 ครั้งก็พอแล้ว
"ยิ่งเราสามารถทำงานชิ้นนึงได้อย่างต่อเนื่องนานเท่าไหร่
เราก็ยิ่งประหยัดเวลาได้เท่านั้น
เพราะไม่ต้องเสียเวลามาตั้งสมาธิเริ่มใหม่"

เป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ในการบริหารเวลา
เพราะเวลาคือชีวิต
เพราะชีวิตคือเวลา
ใช้มันให้คุ้มค่า
อย่าให้เราขโมยเวลาเราไปเองนะ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บนนี้ไม่มีอะไรเลย

คนนึงเดินขึ้นเขา
บุกบ่าฝ่าฟันจนถึงยอด
แล้วเปล่งวาจาออกมาว่า
"บนนี้ไม่มีอะไรเลย"

ได้ยินถึงคนข้างล่าง
คนข้างล่างจึงบอกกันว่า
"เห็นมั้ย บนนั้นไม่มีอะไรเลย ไม่ต้องขึ้นไปหรอก"

น่าแปลกที่คำว่า "ไม่มีอะไรเลย"
ของคนข้างบนกับคนข้างล่าง
แตกต่างกันสิ้นเชิง

คนข้างบนเห็นมามาก
จึงพบว่าไม่มีอะไรเลย

คนข้างล่างไม่เคยเห็นอะไรเลย
จึงบอกว่าไม่มีอะไรเลย

แต่เราจะเข้าใจความ
"ไม่มีอะไรเลย" ได้อย่างไร

ถ้าเรายังไม่เคย "มีอะไรเลย"
จึงเป็นเรื่องแปลกของชีวิต
ที่สุดท้ายเราก็ต้องเดินขึ้นเขาไปอยู่ดี
เพื่อที่จะพบด้วยตัวเองว่า
"บนนี้ไม่มีอะไรเลย" จริง ๆ

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พอใจในสุขที่มี...ดีกว่าทุกข์ใจในสิ่งที่ไม่มี

หลายคนวิ่งแข่งเพื่อตามหา
สิ่งที่่ยังไม่ได้มาครอบครอง

ไม่เคยพอใจ กับสิ่งที่มีอยู่
มั่วแต่ตามหาสิ่งที่สูญเสียไปในอดีต
และยังไม่ได้มาในอนาคต

ทำให้เวลาที่มีค่าที่สุด คือ ปัจจุบัน
เต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่สุขเสียที

เฝ้ามองแต่จุดทุกข์ ไม่เคยพอใจกับจุดสุข
หากเรานั่งนิ่งๆมองดู และพอใจในสิ่งที่มีในปัจจุบัน
มองหาสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ แล้วไม่ไปทุกข์
กับสิ่งที่เสียไป และ ยังไม่ได้มา

เรายังเชื่อว่า เวลาของคุณในปัจจุบันที่มีค่าที่สุด
จะเป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความสุข หามีความทุกข์ไม่

แหล่งที่มา    Facebook : Narai Good Day

เก่งภาษาอะไรก็ได้ ใช้เวลาเเค่หกเดือน

เจอจั่วหัวเเบบนี้เข้าไป ยังไงก็ต้องเข้าไปดู !
เปิดหัวมาได้น่าสนใจ

เค้าบอกว่า คนเรีบนภาษาใหม่ๆ จะขี้กลัว
เพราะรู้สึกว่าใช้เวลานานเเละยาก
เเบบนี้เค้าต้องมีการขยายศักยภาพ
หรือภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า
Expanding limits

ทำได้สิ !
ตราบใดที่มนุษย์ยังวิ่งเเข่งเพื่อทำลายสถิติกันทุกที
การเรียนภาษาก็ต้องได้เหมือนกัน
ใน TEDx เค้าให้เเนวปฎิบัติในการเรียนภาษาไว้เจ็ดข้อ
เพื่อบรรลุการเรียนรู้ในหกเดือน



************************
1. Liston a lot
ฟังมันเข้าไป ไม่เเปลกใจทำไมคนไปอยู่ต่างประเทศ
เรียนภาษาได้ไวมาก เพราะสิ่งเเวดล้อมมันบังคับ
ทั้งเพื่อน ทั้งสื่อ ยังไงก็ได้ฟัง
โอกาสจำจังหวะ เเละโทนในการพูดภาษานั้นจะมีมาก
เเต่ถ้าไม่มีโอกาสไปเรียนต่อเมืองนอก
เปิดยูทูปเลย  เเหล่งเรียนรู้ใกล้ตัว

2. Focus on getting the meaning first
จำความหมายของคำๆ นั้นให้ได้
ด้วยการเอา Body Language มาช่วย

3. Start Mixing
ยำให้เละ จับคำนาม กริยา อะไรมาผสมปนเปกัน
ให้คำเป็นวลี วลีเป็นประโยค เเล้วมันจะจำได้เอง

4. Focus on the Core
เอาศัพท์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันก่อน
ยังไม่ต้องเอาศัพท์หรู เพราะเค้าบอกว่า
เเค่ศัพท์ใหม่ๆ 3,000 คำ
มันทำให้เราจดจำภาษาใหม่ๆได้เเล้ว

5. Get a Parent Language
ถึงเวลาหาเพื่อนที่เป็น native เเล้วครับ
ถ้ามีข้อนี้จะไปได้ไวมาก เพราะเค้าจะช่วยเเก้ให้เราเรียนได้เร็ว
หาเเฟนต่างชาติด่วน !!

6. Copy the face
เรียนรู้การออกเสียงด้วยกล้ามเนื้อบนใบหน้า
เพื่อให้ร่างกายเราได้จำเเละเคยชิน
จะได้ออกเสียงได้เหมือน Native

7. Direct Connect to mental image
เเปลงคำศัพท์ให้เป็นภาพ
เเปลงภาษาเป็นความเข้าใจ
Connect คำกับภาพให้ได้ !!

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ง่ายคือถูกต้อง

คิดแล้วก็แปลก
มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะทำอะไรให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ทั้งที่จริง "ที่เรียบง่ายน่ะถูกแล้ว"

เล่าจื๊อ ปราชญ์ชาวจีน
เขียนไว้ตำรานับพันปีแล้วว่า "ง่ายคือถูกต้อง"

เห็นด้วยสุด ๆ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา
อะไรที่ดูซับซ้อนเข้าใจยาก มักไม่จริง และอยู่ไม่นาน
คนสอนที่สอนแล้วซับซ้อน ท่ายากเยอะ ส่วนใหญ่รู้ไม่จริง
ในขณะที่คนรู้จริง จะดูเรียบง่าย ธรรมดามาก
แต่พอพูดประโยคเดียว เราแทบบรรลุ

สินค้าหรือโปรแกรมที่ตกยุค
จะต้องให้ผู้ใช้งานอ่านคู่มือการใช้งานเป็นเล่ม ๆ
ในขณะที่สินค้าแห่งยุคนี้ หรือ app ยุคนี้

ถ้าเจ๋งจริง ต้องไม่มีคู่มือ ผู้ใช้รู้ได้เองว่ามันใช้งานอย่างไร
iPad, iPhone เป็นตัวอย่างที่ดีของความเรียบง่ายแต่ล้ำลึก

บริษัทที่ไปได้สวย โครงสร้างต้องไม่ซับซ้อน
เข้าใจง่ายว่าหน่วยงานไหนทำหน้าที่อะไร
ในขณะที่บริษัทที่ส่อแววเน่าใน จะเริ่มมีหลายขั้นตอน

จะพบหัวหน้าแต่ละฝ่าย กรุณากดบัตรคิว
ตัดสินใจเรื่องนึง ต้องประชุมกันเป็นเดือน

บ่อยครั้งขี่ช้างจับตั๊กแตน จับมดตัวนึงกลายเป็นเรื่องใหญ่
หลายครั้งนัดประชุมกันเพื่อตกลงกันว่าจะประชุมเรื่องอะไรดี
หรือชีวิตเราเอง จริง ๆ ก็ไม่ต้องเห็นต้องทำให้ยาก

หลายครั้ง เราไปทำอะไรให้มันซับซ้อนเอง
ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ฉันถึงจะมีความสุข
ตั้งเงื่อนไขให้ชีวิตตัวเองมากมาย
ทั้งที่ถ้าเราแค่กินง่าย ๆ นอนง่าย ๆ
ชีวิตก็สุขง่าย ๆ แล้ว

บนโลกที่หมุนเร็ว
เราต้องหยุดตัวเองเสียบ้าง
ด้วยคำถามว่า
"ที่ฉันกำลังทำอยู่ มันเรียบง่ายพอหรือยัง?"
"ฉันใช้ชีวิตเรียบง่ายเพียงพอหรือยัง?"

ยิ่งเติมเข้า ยิ่งเอาทุกข์มาใส่
ยิ่งตัดออก ดอกแห่งความสุขยิ่งเบ่งบาน
ศิลปะของการตัดออก
เพิ่มความสุขให้ชีวิตเสมอ

"ง่ายคือถูกต้อง"
เล่าจื๊อพูดไว้เป็นพันปี
มันยังจริงจนถึงทุกวันนี้

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 212 วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

รถเมล์ไฟฟ้ามาแล้วนะเธอ!
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-212-4-june-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 211 วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ประเด็นแตกหักกลางทะเลจีนใต้
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-211-3-june-2558pdf.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 210 วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มีเงินเรียกน้อง มีทองเรียกพี่ แต่มีที่...ต้องเรียก “ป๋า!
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-210-2-june-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 209 วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ลาแล้ว ลาแฟ็ต
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-209-29-may-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 208 วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เลิกบุหรี่ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-208-28-may-2558.html


แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 207 วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ได้เวลากำจัดซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างมีระบบ
อ่านได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-207-27-may-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

ปีที่ 1 ฉบับที่ 206 วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

“หนังตัวอย่าง” จบแล้ว ต่อไป คือ“หนังจริง”
อ่านต่อที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/e-book-new108-volumes-206-26-may-2558.html

แหล่งที่มา     Facebook : New)108

รวยได้เพราะ “ทิ้งเป็น”

มาซาโยชิ ซง CEO ของ Softbank
หนึ่งในยักษ์ใหญ่ Mobile Operator ของญี่ปุ่น

สองปีที่แล้ว ราคาหุ้น Softbank ขึ้นมามากกว่า 300%
เพราะ CEO เค้า ”ทิ้งเป็น”

Softbank เคยเป็น Super Conglomerate
มีธุรกิจในพอร์ทมากมาย
ทั้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนท
YAHOO JAPAN เองก็เป็นหนึ่งในกิจการ Softbank

แต่แล้วช่วงปี 2000 เกิดฟองสบู่ไอทีที่ญี่ปุ่น
กิจการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับไอทีล้มระเนระนาด
งานนี้ Softbank รับไปเต็มๆ

การ Lay – off เพื่อลดต้นทุนเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
แต่ มาซาโยชิ เลือก lay – off ธุรกิจที่ไม่ทำกำไร
มากกว่าการไล่คนออก เพราะมองว่าคนคือ Asset
ที่สร้างรายได้ระยะยาวมากกว่าสิ่งของ

ช่วงนั้นเกิดการถกเถียงในบริษัทเป็นวงกว้าง
ต่างคนต่างความเห็นและมองว่าทุกธุรกิจสำคัญ "เท่ากันหมด"
ทุกคนต้องการ เก็บทุกอย่างเอาไว้
และ “หวังว่า” มันจะกลับมาดีในที่สุด

สุดท้าย มาซาโยชิ บอกกับลูกทีมว่า
จะขอเก็บไว้แต่ธุรกิจหลักและ Yahoo Japan
ด้วยเหตุผลที่ว่า …
“ การไม่ยอมทิ้งอะไรไปสิ่งหนึ่ง
มันจะทำให้เราเสียอะไรไปอีกอย่างนึง "
โดยไม่รู้ตัว

วันนี้ Softbank กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม
ด้วยการเป็น Mobile Operator
ที่มูลค่าตลาดสูงสุดในกลุ่มสื่อสาร
รวยได้เพราะ “ทิ้งเป็น”
***********
ลองหันกลับไปข้างตัว …
ตู้เสื้อผ้า กองเอกสาร หน้าจอคอม จนไปถึงหลังรถของเรา
ยังมีแต่ของที่เราเก็บไว้มากมาย

ตกลงว่ามันจำเป็นจริงๆ หรือ “ เราทิ้งไม่เป็น”
“ เผื่อได้ใช้ + เอาไว้ก่อน “ อาจเป็นสาเหตุนึง
ที่ทำให้ชิวิตเราวุ่นวายและจัดระเบียบไม่เป็นจนถึงวันนี้
ใช่เลย !!

“ การไม่ยอมทิ้งอะไรไปสิ่งหนึ่ง
มันจะทำให้เราเสียอะไรไปอีกอย่างนึง โดยไม่รู้ตัว “
ทิ้งให้เป็น

แล้วจะบรรลุ .... "วิชาตัวเบา"

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

กฏหมื่นชั่วโมงใช้ได้จริงมั้ย ?? หรือเอาเเค่ 20 ชั่วโมงพอ !!

อาทิตย์ก่อนนั่งดู TEDx เพลินๆ
เจอคลิปนึงที่เล่าเกี่ยวกับ กฏหมื่นชั่วโมงได้น่าสนใจมาก
เคยได้ยินมั้ย


การฝึกฝนอะไรให้ครบ 1 หมื่นชั่วโมง 
จะสามารถเปลี่ยน "มือสมัครเล่น" ให้เป็น "มือโปร" ได้ทันที
เเรกๆ ที่ได้ยิน ก็ว่าเออเเฮะ ใช้ได้ !! มัน Work นะ
ยังเคยเเซวเลยว่าญี่ปุ่นมี "กฏหนึ่งหมื่นเย็น" เหมือนกัน

เเต่มาคิดๆ ดู เฮ้ยคนเรามีเวลามากขนาดนั้น รึเปล่า ??
10,000 ชั่วโมง = เวลาทำงานประจำห้าปี
เอาเข้าจริง การเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ
ถ้าต้องใช้เวลาถึงห้าปี มันหนักไปมั้ย ??
แล้วถ้าผิดทางทำไง เสียเวลาเกินไปรึเปล่า ??

บางทีชีวิตเราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น
หรือเรากำลังคิดไปแล้วว่า การ ”เรียนรู้” เรื่องใหม่ๆ
ต้องใช้เวลาหนึ่งหมื่นชั่วโมงเสมอ จนท้อไม่ไหวแล้ว
ไม่ใช่เลย !!

ส่วนสำคัญของกฎหมื่นชั่วโมง
จริงๆ แล้ว คือ “ Learning Curve “

ในช่วงแรกการเรียนรู้เรื่องใหม่ เราจะไปแบบ “ไวมาก”
แต่การเรียนไปเเล้วสักพัก
จะยิ่งพัฒนาแบบ "ก้าวกระโดด" ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
( reach a plateau) กว่าจะเป็น Professional
***********
กลับมาที่คลิปนี้เค้าบอกว่าจริงๆ แล้ว
เราจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เนี่ย
ใข้เวลาแค่ 20 ชั่วโมงเท่านั้นแหละ !!

แต่ต้องทำตามกฎ ที่มีอยู่สี่ข้อ

1. Deconstruct the Skill 
มาดูกันว่า Skill ที่ "จำเป็น"
ในสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ใหม่ๆ มีอะไรบ้าง
ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทุกอย่าง "เลือก" ให้เป็น

2. Learn enough to self Correct 
เริ่มเลยเมื่อต้องการ
เริ่มเลยเมื่อมีข้อมูลเพียงพอ
อย่าเริ่มเมื่อรอให้อะไรทุกอย่างครบ
เพราะนั่นเป็นเเค่ข้ออ้างในการ "ไม่เริ่ม"

3. Remove Practice Barrier 
จะโฟกัสสิ่งที่ต้องการทำจริงๆ
เเละให้กฏ 20 ชั่วโมงทำงานได้ดี
เปลี่ยนสภาพเเวดล้อมในการเรียนรู้
อย่าให้อะไรมารบกวน
Facebook , Line ปิดให้หมด
ตั้งสมาธิกับสิ่งที่เราจะเรียนรู้เท่านั้น

4. Practice at least 20 hours
อดทนฝึกไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 20 ชั่วโมง
ทนผ่านไป 20 ชั่วโมงเเรกให้ได้
โดยไม่ต้องสงสัย โดยอย่ามีคำถาม
เพราะในช่วงเเรกๆ เรามักสงสัย
จนเป็นอุปสรรคให้ล้มเลิกไปก่อน

แหล่งที่มา     Facebook : ๋Japan NEED