วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทำเนียมผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีศูนย์ข้อมูลกลางแห่งชาติที่รวบรวมข้อมูลของผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ จากทุกสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเข้าไว้ด้วยกัน จึงได้มอบหมายให้คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำ "ทำเนียมผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแห่งชาติ"

ทำเนียมผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการแห่งชาติ คือ ระบบฐานข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ตลอดจนผลงานที่ใช้ในการขอกำหนดตำแหน่งทั้งในระดับ
  1. ศาสตราจารย์ 11
  2. ศาสตราจารย์
  3. ศาตราจารย์พิเศษ
  4. รองศาสตราจารย์
  5. รองศาสตราจารย์พิเศษ
  6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์
  7. ผู้ช่วยศาตราจารย์พิเศษ และ
  8. อาจารย์ที่สังกัดสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ
การเข้าใช้งานระบบ
ผู้ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่
  1. ชื่อ-สกุล
  2. ตำแหน่งทางวิชาการ
สามารถใช้งานที่ http://www.nap.mua.go.th/ ได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน

ตั้งสภามัคคุเทศก์วิชาชีพยกระดับบุคลากร

สมาคมมัคคุเทศก์ฯ เดินหน้าตั้งสภามัคคุเทศก์วิชาชีพ เสริมแกร่งรับเออีซี หลังกระทรวงการท่องเที่ยวบริหารงานอืด

นายวิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมทำหนังสือถึงพรรคการเมืองต่างๆ เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาเร่งผลักดันพระราชบัญญัติสภามัคคุเทศก์อาชีพ สำหรับเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการอาชีพมัคคุเทศก์(ไกด์) แบบครบวงจร

ทั้งนี้เพื่อยกระดับพัฒนาบุคลากรในระบบ  เสริมทักษะหลักสูตรการพัฒนาอบรม ขั้นตอนการขอใบอนุญาตไกด์ ฯลฯ ให้มีความเข้มแข็ง รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งปัจจุบันไกด์ไทยกว่า 3 หมื่นราย ไม่มีสังกัดที่ชัดเจน ทำให้การทำงานด้านต่างๆไม่สามารถบูรณาการให้เป็นทิศทางเดียวกันได้

“อาชีพไกด์จะเสียเปรียบทันทีที่เปิดเออีซี เพราะบุคลากรยังไม่มีทักษะด้านภาษาที่แข็งแรงพอที่จะแข่งขัน  ถึงเวลาที่ต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด สร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาชีพไกด์ ที่ขณะนี้ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ว่าจะเป็นอาชีพที่จำกัดเฉพาะคนไทยหรือถูกเปิดเสรีด้วย” นายวิโรจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการดำเนินงาน ภายใต้สังกัดกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  การดำเนินงานด้านต่างๆมีความล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแก้ไขกฎหมายเป็นไปอย่างล่าช้า

นอกจากนี้การทำงานของหน่วยงานราชการ ไม่เข้าถึงแก่นการแก้ไขปัญหา และไม่เอาจริง ทำให้ปัญหาต่างๆเกิดขึ้น เช่น ปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยว ทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยที่ผ่านการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้พยายามวางระบบการทำทัวร์คุณภาพ เช่น ตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์แต่ยังไม่สามารถปฎิบัติได้จริง

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ต้องการผลักดันให้การตั้งสภามัคคุเทศก์ฯ มีความเข้มแข็ง และน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบการทำงานได้เหมือนการตั้งสภาทนายความ ซึ่งเบื้องต้นจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณการตั้งสภาฯจำนวน 20 ล้านบาท จากกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว หลังจากนั้นจะมีรายได้จากสมาชิก โดยการขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองในครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้สามารถก่อตั้งได้เร็วและเห็นผลเป็นรุปธรรมได้มากกว่าการเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นผู้พิจารณา

นายสุพล ศรีพันธ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในหลักการตั้งสภามัคคุเทศก์ ถือเป็นแนวคิดที่ดี ที่ภาคเอกชนจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาบริหารจัดการควบคุมดูแลกันเอง เพื่อให้เกิดการพัฒนาอีกระดับ ทางกรมให้การสนับสนุน แต่ปัจจุบันภาพรวมการทำงานของสมาคมไกด์ ยังไม่สามารถรวมกันให้เป็นหนึ่งเดียวได้ รวมถึงหลักการบริหารทางการเงินต้องมีความชัดเจน เพื่อให้การตั้งสภาสามารถอยู่รอดได้

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 19:30 น.

คลิปน่ารัก เหมียวกอดเจ้าของ



หากเรามอบความรักอย่างจริงใจให้สัตว์เลี้ยงของเราแล้ว พวกเขาก็จะมอบความรักนั้นกลับคืนมาเช่นกัน ด้วยวิธีเฉพาะของแต่ละตัว ที่จะทำให้คุณรู้สึกได้

เอ๊ะ! แล้วเจ้าของจะรู้ได้อย่างไรว่าแมวกำลังแสดงความรักต่อเราอยู่ หลายคนอาจบอกว่าด้วยการมาเคล้าแข้งเคล้าขา หรือไม่ก็กระโดดขึ้นนั่งบนตัก แต่เจ้าเหมียวสีขาวจากในคลิปที่นำมาให้ดูนี้มีวิธีที่ต่างออกไปและบอกได้อย่างชัดเจน นั่นคือการ "กอด"

เหมียวยืนด้วย 2 ขาหลังอยู่บนโต๊ะ แล้วใช้ 2 ขาหน้าโอบรอบคอเจ้านายตนไว้ แล้วสลับจุ๊บแก้มซ้ายขวาเบาๆ คล้ายกับการทักทายของมนุษย์ไม่มีผิด

แม้จะเป็นเพียงคลิปสั้นๆ แค่ 10 วิ แต่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความรักของเจ้านายกับสัตว์เลี้ยงที่มีให้กันอย่างอบอุ่น และมีผู้สนใจคลิกเข้ามาชมเกือบ 3 แสนครั้ง ภายในระยะเวลา 1 อาทิตย์ ใครดูแล้วอยากไปฝึกเจ้าเหมียวที่บ้านให้ทำบ้างก็ได้นะ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์เดลินิวส์ วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2555 เวลา 10:00 น.

ไอเดียของชำร่วยแบบชวนฝัน


ยุคที่งานแต่งงาน ต้องจัดอย่างเก๋ไก๋ มีธีมงานแต่งงานหรือคอนเซ็ปต์ที่เข้ากันทั้งงาน จึงต้องมีการมองหา "การ์ดแต่งงาน" และ "ของชำร่วย" ที่ออกแบบเป็นธีมเข้ากัน ซึ่งทำได้ไม่ยากเลย แค่จับคู่การ์ดแต่งงานและของชำร่วยให้ไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นกำหนดรูปแบบและลวดลายที่เข้ากัน เลือกสีสันและวัสดุการจัดทำให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน เช่น ธีมในฝัน โทนสีพาสเทลออกวินเทจนิดๆ ให้เข้ากับของชำร่วย โทนสีอ่อนฝันๆ ฟุ้งๆ หรือจะเป็นดอกไม้แห้งหอมบรรจุในวัสดุเก๋ไก๋ก็ได้


และเมื่อบ่าว-สาวเลือกธีมแต่งงานเป็นแบบชวนฝันแล้ว ไม่ควรลืมที่จะใส่ธีมดังกล่าวนี้ไปกับ "การ์ดแต่งงาน" และ "ของชำร่วย" ด้วย บางคู่เลือกใส่ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองลงในการ์ดและของชำร่วยด้วยการลงมือทำด้วยตัวเอง แต่ถ้าคู่ไหนไม่มีเวลาอาจใช้วิธีเลือกแบบที่ต้องการไว้ในใจ แล้วไปบอกธีมกับร้านของชำร่วยก็ได้เช่นกัน



สำหรับไอเดียของชำร่วยแบบชวนฝัน สามารถลงมือประดิษฐ์เองได้ไม่ยาก ใช้เวลาทำไม่นาน มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น สบู่ เทียนหอม ดอกไม้แห้ง เทคนิคอยู่ที่การนำมาประดับตกแต่งใส่ความคิดสร้างสรรค์เพิ่มเติมลงไปมากกว่า








แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

ทำความสะอาดแปรง พัพฟ์ ไม่หมักหมม

เริ่มจะย่างเข้าหน้าร้อน มาได้สักพักใหญ่ เพราะดูจากสภาพอากาศและใบหน้าที่มันจนแทบจะตอกไข่ลงไปทอดกันได้เลยทีเดียวเชียว เพราะอากาศร้อนแบบนี้เราจึงต้องฉาบครีมกันแดดหนาๆ เพื่อป้องกันรังสี UV เข้าไปสัมผัสกับผิวหน้า ซึ่งหลังลงครีมกันแดดแล้วเราก็ทั้งตบทั้งโปะ ทั้งโบกแป้งเพื่อไม่ให้หน้ามัน แถมระหว่างวันยังมีการเติมอีกด้วย อุปกรณ์แต่งหน้าของเราจึงผ่านสมรภูมิใบหน้าอย่างโชกโชน ดังนั้นเราจึงควรล้างอุปกรณ์การแต่งหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันการสะสมของคราบเหงื่อและแบคทีเรียที่จะพาลพากองทัพสิวมาบุกเยือน

อุปกรณ์ในการล้างแปรงแต่งหน้า และพัพฟ์
  1. สบู่เหลว (ควรใช้ที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนอย่างสบู่เด็ก)
  2. สบู่ก้อน (ควรใช้ที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนอย่างสบู่เด็ก)
  3. เบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะกอก
  4. จานก้นตื้น
  5. ตะแกรงที่ปูด้วยผ้าสะอาด
  6. น้ำสะอาด
  7. ภาชนะสำหรับใส่น้ำ
ขั้นตอนการล้าง
สำหรับแปรงแต่งหน้าต่าง ๆ การล้างแปรงเราจะไม่จุ่มแปรงลงไปในน้ำ เพราะจะทำให้น้ำเข้าไปในส่วนข้อต่อแปรง อาจจะทำให้กาวหลุด แปรงจะพังได้ง่าย ให้ใช้เบบี้ออยล์ หรือน้ำมันมะกอกหยดลงในจานก้นตื้น จับแปรงเอียงแล้ววนขนแปรงลงไปบนออยล์ จนสีของเครื่องสำอางหลุดออกมาจนหมด
  • หยดสบู่เหลวลงบนฝ่ามือ แล้วนำแปรงมาหมุนวนเบาๆ จนหมดคราบเครื่องสำอาง
  • นำหัวแปรงไปจุ่มล้างในอ่างน้ำที่ใส่น้ำที่ใส่น้ำสะอาดไว้ โดยการจุ่มแปรงให้จุ่มเฉพาะขนแปรงลงไปเท่านั้น บีบน้ำออกจากขนแปรง
  • นำขนแปรงที่บีบน้ำแล้ว ไปวางผึ่งบนตะแกรงจนแห้ง อย่านำแปรงไปใส่ขวดโหล หรือภาชนะที่ทำให้แปรงหงายขึ้น เพราะอาจจะทำให้น้ำจากขนแปรงไหลลงไปขังในด้าม ทำให้แปรงเป็นเชื้อรา หรือแปรงพังได้
  • ส่วนการล้างพัพฟ์ ให้ใช้เบบี้ออยล์หรือน้ำมันมะกอกหยดลงบนพัพฟ์ แล้วใช้นิ้วมือหมุนวนที่พัพฟ์เบาๆ แล้วนำพัพฟ์ไปหมุนบนสบู่ก้อนจนหมดคราบเครื่องสำอาง หลังจากนั้นนำไปขยำในน้ำ บีบน้ำออก แล้ววางผึ่งไว้บนตะแกรงจนแห้ง
การล้างแปรงและพัพฟ์ ควรจะทำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อสุขอนามัยบนใบหน้าของเรา การทำให้แปรงแห้งไม่ควรใช้ไดร์หรือความร้อนเป่า เพราะกาวที่ติดแปรงอาจจะละลาย ทำให้แปรงพังได้

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

กำจัดเซลลูไลต์ด้วยตนเอง

"เซลลูไลต์" ถือเป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับสาวๆ ไม่ว่าจะสาวหุ่นเพรียวหรือสาวอวบ ก็มีโอกาสเกิดเซลลูไลต์ได้

วิธีเช็กเซลลูไลต์ง่ายๆ คือ การบีบบริเวณผิว หากเกิดลักษณะคล้ายผิวเปลือกส้ม นั้นแสดงว่าคุณกำลังมีเซลลูไลต์ ซึ่งเซลลูไลต์เกิดจาการที่บริเวณนั้นเลือดไหลเวียนช้า เพราะในร่างกายของเรามีของเสียเกาะอยู่ตามเนื้อเยื่อ ของเหลวที่เป็นของเสียจะเข้าไปดันทำให้ไขมันที่อยู่บริเวณนั้นแข็งตัวเป็นถุง ทำให้เลือดไหลเวียนตามร่างกายไม่สะดวก จึงทำให้เกิดการกระจุกอยู่ตามต้นแขน ต้นขาและสะโพก
มาเริ่มต้นกำจัดเซลลูไลต์วิธีง่ายๆ ด้วยตนเอง
  1. เริ่มต้นจากการตื่นนอนในตอนเช้าก่อนแปรงฟัน ดื่มน้ำในอุณหภูมิปกติ 2 แก้ว ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและเพิ่มการเผาผลาญในตัวให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น การดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ด้วยวิธีการค่อยๆ จิบทีละนิด ช่วยลดเซลลูไลต์ต้นขา อย่าดื่มรวดทีเดียว เพราะไม่เช่นนั้นการดื่มน้ำของคุณอาจจะก่อให้เกิดอาการบวมน้ำได้
  2. อย่าใส่กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นๆ ในขณะที่อยู่ในห้องแอร์ เพราะอากาศเย็นจะทำให้ร่างกายสร้างไขมัน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เมื่อส่วนที่อยู่ด้านนอกเครื่องนุ่งห่ม เช่น แขน ขา ก็จะทำให้บริเวณดังกล่าวสะสมไขมันเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
  3. เลี่ยงการดื่ม ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่คุณได้ยินมาว่าสามารถลดความอ้วนได้ เพราะในเครื่องดื่มเหล่านั้นอุดมไปด้วยสารเติมความหวาน เมื่อคุณดื่มเข้าไปความหวานเหล่านั้นอาจจะทำให้คุณไม่รู้สึกหิว แต่การดื่มสารเติมความหวานเข้าไปมากๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงอ้วนได้ ความอ้วนก็จะถามหา
  4. เปลี่ยนการรับประทานอาหารจากไขมันไม่ดี ด้วยการรับประทานไขมันดีเข้าไป เลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด นมเนย อาหารผสมสีอาหารเทียม เพื่อไม่ให้ตับทำงานหนักมากเกินไป
  5. ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เล่นฟิตเนส จะช่วยเร่งให้เกิดการไหลเวียนของเลือดได้ดี ยกน้ำหนัก จะช่วยลดการไหลเวียนของเลือดได้ดี หรือการออกกำลังกายเฉพาะส่วน ก็จะช่วยให้กระชับและสลายไขมันได้รวดเร็วขึ้น
  6. นวดบริเวณที่เกิดเซลลูไลต์ เพื่อเป็นการกระตุ้นร่างกาย ด้วยวิธการกางนิ้วทาบลงที่ขาเริ่มจากข้อเท้า โดยนวดขึ้นมาที่ขาอ่อน เน้นจุดที่มันหยุ่นๆ นิ่มๆ เหมือนฟองน้ำ ทำซ้ำกับอีกข้างทุกๆ เช้า อดทนหน่อย เมื่อทำควบกับอีก 2 วิธี ไม่ช้ามันก็จะลดลงได้
  7. อาจจะทาโลชั่นที่ช่วยลดเซลลูไลต์ ซึ่งอาจจะได้ทั้งลดเซลลูไลต์ และได้บำรุงผิวไปด้วย ไม่ต้องตบจนผิวแดงอย่างที่เคยทำกัน เพราะโลชั่นนี้มีการทดสอบเพื่อช่วยให้เซลลูไลต์บางเบาลงได้
เพียงแค่ปฏิบัติตามวิธีง่ายๆ เหล่านี้ก็สามารถช่วยให้สาวๆ ลดเซลลูไลต์ได้เยอะทีเดียว และอย่าลืมดูแลเรื่องอาหารการกินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

ทำอย่างไรดี เมื่อตากแดดจนผิวลอก

หลังจากออกทริปเที่ยวทะเลหนำใจจนตัวดำเมี่ยมแล้ว เมื่อกลับเข้ามาสู่ชีวิตปกติก็ต้องพบกับความจริงที่โหดร้าย เมื่อพบว่าผิวไหม้ และเริ่มลอก แถมยังคันยิบๆ อีกต่างหาก จะทำอย่างไรดี

ทำผิวให้เย็นลง
ทันทีที่สังเกตเห็นว่าผิวเริ่มลอก ให้คุณอาบน้ำเย็น การอาบน้ำเย็นจะช่วยให้ผิวเย็นลง และลดกระบวนการลอกของผิวให้ช้าลงได้ด้วย นอกจากนี้เมื่อเช็ดตัว ก็ให้ซับแต่เบามือ อย่าเช็ดถูโดยแรงเพราะจะทำให้ผิวยิ่งระคายเคือง และลอกมากขึ้นได้
บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
หลังจากอาบน้ำแล้วบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ โดยเลือกใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของ อโลเวร่า หรือ ว่านหางจระเข้ อันเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวเย็นลง ปลอบประโลมผิวที่ไหม้ลอก รวมทั้งลดอาการบวมแดงและอักเสบได้ด้วย หรือหากคุณมีต้นว่างหางจระเข้ก็สามารถใช้วุ้นจากต้นสด ๆ เลยก็ได้เช่นกัน

ดื่มน้ำมากๆ
หลังจากบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นจากภายนอกแล้ว ก็ต้องบำรุงให้ชุ่มชื้นออกมาจากภายในด้วย ทำได้โดยการดื่มน้ำ ยิ่งในยามที่ผิวไหม้และลอกขนาดนี้ น้ำกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งขึ้นในการช่วยให้ผิวฟื้นฟูสภาพได้เร็ว เพราะฉะนั้นอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้วนะคะ
ห้ามเกา
แม้ว่าจะรู้สึกคันมากเพียงใด แต่ก็ห้ามมือซนไปเกาเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคุณอาจได้ทำร้ายผิวในระยะยาว ด้วยการฝากรอยแผลเป็นเอาไว้ หากรู้สึกคันให้บรรเทาด้วยการใช้ผ้าขาวบางหรือผ้าเช็ดหน้าห่อน้ำแข็ง แล้วนำมาทาบกับผิวบริเวณนั้น เมื่อผิวเริ่มเย็นลงอาการคันก็จะทุเลาลงได้

อย่าดึงหนังที่กำลังลอกออกมา
ในช่วงกระบวนการรักษา ผิวชั้นนอกจะค่อย ๆ แห้งและร่อนหลุดออกมา แต่อย่ามือซนไปแกะหรือลอกผิวหนังที่กำลังหลุดร่อนออกมาเด็ดขาด (แม้ว่ามันจะยั่วมือยั่วใจแค่ไหนก็ตาม) เพราะการดึงให้หนังหลุดลอกออกมานั้นอาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้ หากรู้สึกรำคาญสายตาและสัมผัส ให้ใช้กรรไกรเล็ก ๆ ตัดเฉพาะหนังส่วนที่ลอกออกมา แล้วทายาขี้ผึ้งกันการติดเชื้อทับ

ป้องกัน
เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผิวไหม้ลอกในครั้งต่อ ๆ ไป ก็ต้องรู้จักปกป้องผิว ด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด และทาซ้ำทุก  2-3 ชั่วโมง หากมีกิจกรรมที่ต้องลงน้ำ เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วก็ต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุกครั้ง รวมทั้งต้องไม่ลืมทาในบริเวณที่มักถูกละเลย เช่น หลังใบหู ซึ่งเป็นบริเวณที่พบว่าเกิดผิวไหม้ลอกได้บ่อยที่สุด

ผิวลอกผิวไหม้เป็นปัญหาผิวที่ทำให้เสียความมั่นใจไปได้ไม่เบา หมั่นทำตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด และจากนี้ไปก็อย่าลืมหลบแดดจัด หรือป้องกันผิวก่อนออกแดดทุกครั้งด้วย

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

ชมคลิป! รวมความวุ่นวายในสภาทั่วโลก

กินแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกผุ กลับไปเสี่ยงเกิดหัวใจวาย

ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งเยอรมนีกล่าวเตือนว่า ผู้ที่กินแคลเซียมเพื่อบำรุงกระดูกควรจะระวังจะกลายเป็น “หนีเสือปะจระเข้” เข้า เพราะจะเสี่ยงกับการเกิดหัวใจวายสูงขึ้น

วารสารวิชาการ “โรคหัวใจ” ของสหรัฐฯ กล่าวว่า นักวิจัยเมืองเบียร์แจ้งว่า ผู้ที่กินแคลเซียมเป็นการบำรุง ควรจะระมัดระวัง ทั้งยังแนะนำว่า ควรจะพยายามกินอาหารให้ครบหมู่ไว้แทนจะดีกว่า

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่เมืองไฮเดลเบิร์ก ได้ติดตามศึกษาคนจำนวน 23,980 คน  เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่ไม่ได้กินแคลเซียม 15,959 คน และมีเกิดหัวใจวายขึ้นระหว่างเวลานั้น 851 ราย แต่ในหมู่ผู้ที่กินแคลเซียมมีเสี่ยงที่จะเป็นหัวใจวายอยู่สูงถึงร้อยละ 86

ทางมูลนิธิโรคหัวใจอังกฤษให้ความเห็นว่า ควรจะมีการวิจัยเพิ่มเติมขึ้นอีก “เราอยากจะรู้ให้แน่ว่า อันตรายนี้กับประโยชน์ของการกินแคลเซียม เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน ใครจะสูงกว่ากัน”

แหล่งที่มา  เว็บไซต์ไทยรัฐ 1 มิถุนายน 2555, 08:00 น.

คลิป หมาสัปหงก



เมื่อน้องหมาเผลองีบหลับกลางอากาศ แต่คงหลับลึกไปหน่อย ก็เลยหน้าทิ่มพื้นอย่างที่เห็น และเมื่อหันมาเห็นกล้องที่แอบบันทึกภาพไว้ ความอายเลยบังเกิด

แหล่งที่    เว็บไซต์ไทยรัฐ

อยากเรียนให้ดี สอบให้ติด ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เป็น

จัก "นโปเลียน โบนาปาร์ต" ไหม ในช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ของ นโปเลียนก่อนที่เขาจะคว้าชัยชนะเหนือยุโรปได้ นโปเลียนได้ใช้เวลาที่มีอยู่อย่างดีที่สุด เขาทำการวางแผนการรบระหว่างนั่งชมละคร และ ทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทหารใต้บังคับบัญชานอนหลับอยู่ เขาก็ยังคงทำงานหนักอยู่ ในที่สุดนโปเลียนก็ประสบความสำเร็จ ผู้บันทึกประวัติศาสตร์หลายท่านมักกล่าวถึง นโปเลียน ว่า "นโปเลียน สามารถคว้าชัยชนะเหนือยุโรปได้เพราะรู้จักใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ไม่ปล่อยให้เวลานั้นผ่านไปอย่างไรประโยชน์"

ลองนึกเล่นๆ ดูว่า เวลา 24 ชั่วโมง ของเราในแต่ละวันหมดไปกับอะไรบ้าง เวลาเพียงแค่วันละ 30 นาที ซี่งดูเหมือนไม่มีความสำคัญ แต่หากเรามองอีกมุม จะพบว่าในหนึ่งปี สมมุติคิดเฉพาะ 5 วันต่อหนึ่งสัปดาห์ เราจะใช้เวลาในส่วนนี้ไป = 150นาที ถ้าคิดว่า 1 เดือน มี4 สัปดาห์ เท่ากับ เวลาที่สูญไปเท่ากับ 600 นาที ดังนั้น ในเวลาทั้งสิ้น 1 ปี เราจะสูญเวลาไปถึง 120 ชั่วโมง เลยทีเดียว

ความสำเร็จทางการเรียนก็เหมือนกัน หากน้องๆรู้ ที่จะเป็น "เจ้านาย" เหนือเวลา เราควรกำหนดไว้เลยว่า ในวันหนึ่งๆ นั้น ควรวางแผนกับเวลาที่มีอยู่อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ควรกำหนดเป้าหมายว่า ในวันหนึ่งๆนั้นจะทำอะไรบ้าง เช่น อ่านหนังสือ พักผ่อน ทำงานบ้าน ฯลฯ เชื่อว่าการแบ่งเวลาที่ดี จะสามารถช่วยให้น้องๆประสบความสำเร็จในการเรียน และในด้านอื่นๆไปด้วยอย่างแน่นอน...

แหล่งที่มา   เว็บไซต์สนุกดอทคอม 31 พ.ค. 55 09.14 น.

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...