วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สิทธิประโยชน์ ประกันสังคมแบบประกันตนเอง มาตรา 39

ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตาม มาตรา 38 (2) ถ้าผู้นั้น ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการ กำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

จำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบที่ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง ต้องส่งเข้ากองทุนตาม มาตรา 46 วรรคสอง ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจในขณะนั้นด้วย ให้ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่งนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละครั้ง ภายในวันที่ สิบห้าของเดือนถัดไป
ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่งซึ่งไม่ส่งเงินสมทบหรือส่งไม่ครบจำนวนภายในเวลา ที่กำหนดตามวรรคสาม ต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือนของจำนวนเงินสมทบที่ยังมิได้ นำส่งหรือของจำนวนเงินสมทบที่ยังขาดอยู่นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ สำหรับเศษ ของเดือนถ้าถึงสิบห้าวัน หรือกว่านั้นให้นับเป็นหนึ่งเดือน ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง [มาตรา 39 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537]

การคืนสิทธิผู้ประกันตนมาตรา 39 มีเงื่อนไขอย่างไร
  1. ผู้ประกันตนมาตรา 39 สิ้นสุดลงเนื่องจากมีการขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือน ติดต่อกันหรือภายในระยะเวลา 12 เดือน มีการส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน
  2. ผู้ประกันตนมาตรา 39 สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนในช่วงวันที่ 30 มีนาคม 2538 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 หากผู้ประกันตนเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ สามารถติดต่อขอรับการคืนสิทธิมาตรา 39 โดยเตรียมเอกสารดังนี้
    • ยื่นแบบ สปส. 1-20/1 ด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่สะดวก ยกเว้น สำนักงานใหญ่
    • บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้พร้อมสำเนา
หมายเหตุ สำหรับผู้ประกันตนที่มีการลาออกจากมาตรา 39 เองจะไม่สามารถสมัครได้

ผู้ประกันตนลาออกจากสถานประกอบการมาแล้ว 6 เดือน และได้เข้าทำงานที่ใหม่ จะต้องทำอย่างไรบ้าง
กรณี เข้าทำงานใหม่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างครบตามที่กฎหมายกำหนดจะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีก และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 

เพิ่งลาออกจากงานประมาณ 1 เดือน จะสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ต่อไปจะทำอย่างไร
ผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไปจะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน แล้วยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันลาออก 

ในกรณีลูกจ้างต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนเอง แต่ยังทำงานอยู่สามารถทำได้หรือไม่
การประกันตนตามมาตรา 39 จะต้องสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ก่อน 

อยากทราบว่า เมื่อเราพ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างบริษัทแล้ว ถ้าต้องการที่จะประกันตนเองต่อจะทำอย่างไร
ลูกจ้างที่ต้องการจะได้รับความคุ้มครองต่อจะต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนหลังจากออกจากบริษัท และต้องส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาท และได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนกับขณะที่ยังเป็นลูกจ้างอยู่

สงสัยมาตรา 39 ทำไมผู้ประกันตนต้องส่งส่วนของนายจ้างทั้งๆ ที่คนว่างงานเดือดร้อนอยู่แล้ว
กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ส่งเงินสมทบ ร้อยละ 9  ของจำนวนเงิน 4,800 บาท เงินสมทบเดือนละ 432 บาท เพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทั้ง 6 กรณี คือ
  1.  กรณีประสบอันตราย
  2. ทุพพลภาพ
  3. ตาย
  4. คลอดบุตร
  5. สงเคราะห์บุตร
  6. และชราภาพ
ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบติดต่อกัน 3 เดือน ทำให้ขาดสิทธิจะทำอย่างไร
ในกรณีผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน  สิทธิจะถูกตัดในวันที่ 15 ของการขาดส่งเดือนที่ 3 และในกรณีการส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน เมื่อนับย้อนกลับไป 12 เดือนสิทธิจะถูกตัดเช่นเดียวกัน ต้องกลับเข้าสู่ระบบการเป็นลูกจ้าง (ม.33) ใหม่เมื่อลาออกจะได้สิทธิประกันตนมาตรา 39 อีกครั้ง 

ลูกจ้างที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือน
กฎหมายกำหนดให้สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง

ในกรณีลูกจ้างต้องการย้ายเข้าประกันตนเอง แต่ยังทำงานอยู่สามารถทำได้หรือไม่
การประกันตนตามมาตรา 39 จะต้องสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ก่อน

สอบถามกรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 อยู่แล้ว และมีการลาออกไปเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ 1 เดือน
กรณี มีความประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 อีกจะต้องยื่นแบบแสดงความจำนงขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-20) พร้อมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาใหม่

พนักงานที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง แต่ต้องการส่งประกันสังคมเอง
พนักงาน ที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง และต้องการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเองต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ น้อยกว่า 12 เดือน และให้ยื่นแบบแสดงความจำนงขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-20) ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง 

สาเหตุที่ทำให้สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มีอะไรบ้าง
  1. ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ขาดส่ง)
  2. ลาออก
  3. กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
  4. ตาย
  5. ภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน
**กรณีลาออกหรือกลับเข้าทำงานและเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ให้ยื่นแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-21)

ลูกจ้างอายุครบ 60 ปี นายจ้างให้ออกจากงานเพราะเกษียณอายุจะมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้
ได้ หากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงาน ถ้าอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์แล้วสมัครไม่ทันภายใน 6 เดือน จะกลับเข้าสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้อีก เนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์สำหรับการขึ้นทะเบียนใหม่ 

ผู้ประกันตนที่ลาออกจากมาตรา 33 แล้วจะสมัครในมาตรา 39 ได้หรือไม่
ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 โดยยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงาน และให้สิทธิคุ้มครองผู้ประกันตน 6 กรณีคือ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ยกเว้นกรณีว่างงาน แต่ถ้าเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 อยู่จะออกมาประกันตนในมาตรา 39 ไม่ได้จนกว่าจะมีการลาออกจากงาน 

ผู้ถูกเลิกจ้าง อยากให้ประกันสังคมขยายระยะเวลาการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ให้มากกว่า 6
การที่กฎหมายกำหนดให้ผู้สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หากต้องการสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ต้องสมัครภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างเพื่อให้สอดคล้องกับการได้รับการคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ในการที่จะให้ผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง จนถึงการได้เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ด้วย 

ทำไมผู้ประกันตนมาตรา 39 ต้องส่งเงินสมทบส่วนของนายจ้างด้วย
กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 ส่งเงินสมทบ 2 เท่าของอัตราเงินสมทบ โดยคำนวณจากฐาน 4,800 x 9% = 432 บาท เพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทั้ง 6 กรณีคือ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ยกเว้นกรณีว่างงาน 

ทำไมการคำนวณเงินสมทบจะต้องคิดจากฐาน 4,800 บาท ทุกคน ถ้าหากเงินเดือนที่ลูกจ้างได้รับไม่ถึง 4,800
กฎกระทรวงกำหนดจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จำนวนเดือนละ 4,800 บาท อัตราเดียวเท่ากันทุกคน

มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)

แหล่งที่มา   เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม

90 ความคิดเห็น:

  1. การจะสิ้นสุดผู้ประกันตนในมาตรา 39 กรณีหากลืมส่งเงินหรืออาจจำวันผิดพลาดเรื่องส่งเงินสมทบ ก่อนจะตัดสิทธิ์ ทำไม่มีระบบแจ้งเตือนผู้ประกันตนก่อนตัดสิทธิ์ เหมือนระบบอื่นๆ ทีมีการแจ้งก่อนตัด

    ตอบลบ
  2. ถึง คุณที่สอบถาม (ไม่รู้ชื่อ)

    สำหรับข้อคำถามนี้ได้ฝากถามไปยังเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 ช่วงดึก และได้รับคำตอบทางอีเมล์ในวันนี้

    จาก : contactcenter@1506.sso.go.th ;
    หัวข้อเมล์ : ช่องทางการนำส่งเงินสมทบ
    คำตอบ :
    จากข้อมูลที่มีการสอบถามมายังสำนักงานประกันสังคมสำหรับเงื่อนไขหลักเกณท์การสมัครประกันตนเองมาตรา 39 สำหรับกรณีการตัดสิทธิมาตรา 39 คือ ผู้ประกันตนมีการขาดการนำส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกันหรือภายใน 12 เดือนนำส่งไม่ถึง 9 เดือน ซึ่งในการสมัครประกันตนเองมาตรา 39 ในวันที่มีการสมัครทางสำนักงานประกันสังคมจะมีการแนะนำหรือแจ้งระเบียบในการนำส่งเงินสมทบให้กับทางผู้ประกันตนรับทราบแล้ว สำหรับการแจ้งเตือนการนำส่งเงินสมทบทางสำนักงานประกันสังคมมีการปฏิบัติแจ้งเตือนผู้ประกันตนมาตรา 39 แต่ทั้งนี้ ความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เป็นกรณีการสมัครใจและมีช่วงระยะเวลาในการชำระเงินสมทบมีเงื่อนไขให้แก่ผู้ประกันตนรับทราบก่อนการสมัคร จึงทำให้การติดตามเป็นการทวงการชำระซึ่งอาจจะทำให้ผู้ประกันตนรู้สึกไม่ดีต่อการแจ้งเตือน
    แต่หากผู้ประกันตนมีการถูกตัดสิทธิประกันสังคม ทางสำนักงานประกันสังคมจะมีการแจ้งเอกสารการตัดสิทธิให้กับทางผู้ประกันตนรับทราบพร้อมทั้งแจ้งการับเงินชราภาพที่สะสมคืนเมื่อมอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสถานะความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงแล้วค่ะ
    จึงเรียนมาเพื่อทราบ
    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 และระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ไม่ทราบว่าคำตอบที่ได้รับชัดเจนพอหรือไม่ หากมีข้อคำถามเพิ่มเติมให้ติดต่อทางอีเมล์ที่ให้ไว้โดยตรง หรือติดต่อทางโทรศัพท์ CALL CENTER ก็ได้ค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มาตรา 39 เป็นกรณีการสมัครใจและมีช่วงระยะเวลาในการชำระเงินสมทบมีเงื่อนไขให้แก่ผู้ประกันตนรับทราบก่อนการสมัคร จึงทำให้การติดตามเป็นการทวงการชำระซึ่งอาจจะทำให้ผู้ประกันตนรู้สึกไม่ดีต่อการแจ้งเตือน
      อ่านเหมือนจะดี แต่ ถามหน่อย ถ้ามีการแจ้งเตือนตั้งแต่เดือนแรกที่ขาด จะดีกว่า นะ บางทีคนเรา นะไม่ได้ มานั่งว่าง ต้อวคอยดุเงินในบัญชีว่าพอหักมั้ย ถ้าแจ้งเตือนตั้งแต่เดือนแรกที่ขาดส่ง จะได้ รู้ ล่วงหน้า รีบเอาเงินเข้า แต้นีาแจ้งตอน สิ้นสภาพแล้ว แจ้งเพื่ออะไร มีวิธีไหน จะช่วยผู้ประกันตนได้ บ้าง อย่าผลักความรับผิดชอบ มาที่ผู้ประกันตนฝ่ายเดียว เงินก็เอาไปบริหาร ทุกเดือน เงินใคร มีปัญหาอะไร ไม่เคยเห็นทางประกันสังคมจะช่วยแก้ได้เลยนอกจากผลักความรับผิดชอบมาที่ผู้ประกันตน

      ลบ
  3. ผมเคยเป็นผู้ประกันตน ม.39 แต่ถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากขาดส่ง (ด้วยความเข้าใจผิดเรื่องระยะเวลา) อยากกลับเข้าสู่ ม.39 ใหม่ มีวิธีการอย่างไรบ้าง และถ้ากลับไปเป็นลูกจ้างต้องอยู่ใน ม.33 อย่างน้อยกี่เดือนครับ

    ภาณุวัฒน์

    ตอบลบ
  4. ตอบ คุณ Richy Walker

    ได้สอบถามผ่านทางเว็บไซต์ประกันสังคมและได้ตอบกลับทางอีเมล์ดังนี้

    หลักเกณท์การสมัครมาตรา 39
    เบื้องต้นจากข้อมูลที่มีการสอบถามมายังสำนักงานประกันสังคมสำหรับการประกันตนเองมาตรา 39 หากผู้ประกันตนมาตรา 39 มีการขาดการนำส่งเงินสมทบและทางสำนักงานประกันสังคมมีการตัดสิทธิ หากต้องการต่อประกันตนเองมาตรา 39 อีกครั้งต้องกลับเข้าทำงานเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ก่อนค่ะ การกลับเข้าทำงานใหม่ทางสำนักงานประกันสังคมไม่มีกาารระบุระยะเวลาในการทำงานค่ะ หากมีการลาออกจากงานแล้วสามารถสมัครมาตรา 39 ได้ภายใน 6 เดือนหลังจากลาออกจากงานเช่นเดิมค่ะ
    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อทางอีเมล์ที่เขาตอบกลับมา คือ contactcenter@1506.sso.go.th

    ตอบลบ
  5. กรณีผู้ประกันตนมาตรา 39 ทุพพลภาพจะได้สิทธิอย่างไรบ้างค่ะ

    ตอบลบ
  6. ถึง ผู้ไม่ระบุชื่อ

    ได้สอบถามไปยังสำนักงานประกันสังคมให้แล้ว กำลังรอคำตอบ ถ้าได้คำตอบจะตอบกลับทันที

    ตอบลบ
  7. ถึง ผู้ไม่ระบุชื่อ

    ได้รับคำตอบอีเมล์จากสำนักงานประกันสังคมดังนี้

    เบื้องต้น หลักเกณฑ์เงื่อนไข ได้รับสิทธิต่อเมื่อได้ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนดให้เป็นผู้ทุพพลภาพ สิทธิที่ได้รับ

    1. บริการทางการแพทย์
    1.1 กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของรัฐบาล
    ผู้ทุพพลภาพสามารถเข้าในสถานพยาบาลที่เลือก หรือสถานพยาบาลของรัฐทั้งในกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกได้โดย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทางสถานพยาบาลจะเป็นผู้มายื่นเรื่องเบิกที่สำนักงานประกันสังคม

    เอกสารที่สถานพยาบาลของรัฐมายื่นเบิกกับทางสำนักงานประกันสังคม มีดังนี้
    1. แบบคำขอรับค่าบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพกองทุนประกันสังคม (สำหรับสถานพยาบาล) (สปส.2-19)
    2. ใบรับรองแพทย์
    3. ใบเสร็จรับเงินหรือใบสรุปค่าใช้จ่าย


    1.2 กรณีเข้ารับบริการทางการแพทย์ ณ สถานพยาบาลของเอกชน ผู้ทุพพลภาพสำรองค่ารักษาและไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคม
    - กรณีผู้ป่วยนอก จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท
    - กรณีผู้ป่วยใน จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท

    2. ค่ารถพยาบาลหรือค่าพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ เหมาจ่ายไม่เกินเดือนละ 500 บาท เอกสารที่ผู้ทุพพลภาพยื่นเบิกค่าพาหนะกับทางสำนักงานประกันสังคม โดยกรอกแบบคำขอรับค่าบริการทางการแพทย์ ของผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพกองทุนประกันสังคม (สปส.2-01/3)

    3. เงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนโดยได้รับตลอดชีวิต ผู้ที่ได้รับอนุมัตเป็นผู้ทุพพลภาพก่อนวันที่ 30 มีนาคม 2538 จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นเวลา 15 ปี

    4. กรณีผู้ทุพพลภาพถึงแก่ความตายจะได้รับสิทธิดังนี้
    4.1 ค่าทำศพ 40,000 บาท
    4.2 เงินสงเคราะห์กรณีตายตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบก่อนทุพพลภาพ ดังนี้
    - ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยหนึ่งเดือนครึ่ง
    - ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยห้าเดือน

    5. ได้รับค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ ทางร่างกาย จิตใจและอาชีพเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 40,000 บาท ต่อราย ตามประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์อัตราฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ทุพพลภาพ ซึ่งผู้ทุพพลภาพจะต้องพร้อมที่จะรับ การฟื้นฟูโดยสามารถติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขา เพื่อกรอกแบบเพื่อเข้ารับการฟื้นฟู

    หากมีข้อมูลอื่นสอบถามสามารถติดต่อที่สายด่วน 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  8. อยากทราบเกี่ยวกับการประกันตนค่ะ เป็นผู้ประกันตนหลังออกจากงานและได้ส่งเงินสมทบประกันตนมาตรา 39 ครบ 1 ปี และตอนนี้ได้งานใหม่ ซึ่งบรรจุในโรงเรียนเอกชนไม่มีประกันสังคมให้ แต่มีวงเงินในการรักษาพยาบาลให้ 100000 บาท ต่อปี ดิฉันยังต้องส่งเงินสมทบอยู่หรือต้องไปลาออกจากการเป็นผู้ประกันตนเองค่ะ และถ้าลาออกแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์อะไรบ้างค่ะ

    ตอบลบ
  9. เรียน ผู้ที่ไม่ได้ระบุชื่อ

    ได้ส่งคำถามของคุณไปยังสำนักงานประกันสังคมเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2556 และเพิ่งได้รับคำตอบจากอีเมล์ในวันนี้ (5 มิ.ย. 2556) ดังนี้

    จาก contactcenter@1506.sso.go.th
    เรื่อง ตอบข้อสอบถาม

    สำนักงานประกันสังคมขอเรียนว่า กรณีที่สอบถามถ้าเป็นผู้ประกันตน ม.39 อยู่ และได้ทำงานโดยที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม
    - หากผปต.ไม่ต้องการลาออกโดยจะส่งต่อไปก็ได้ หรือ
    - ถ้าลาออกสิทธิคุ้มครองต่อ 6 เดือนใน 4 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพและเสียชีวิต

    ส่วนเงินออมกรณีชราภาพ คุณจะได้รับเมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสภาพความเป็นผปต.

    ทั้งนี้ในกรณีเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 อยู่ และมีการลาออก การจะกลับมาเป็นผปต.มาตรา 39 ได้ผปต. ก็จะต้องกลับเข้าทำงานสถานประกอบการที่อยู่ในระบบประกันสังคม และเมื่อลาออกจากงานจึงมีสิทธิมาสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออก

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

    ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม
    วันที่ 4/06/2556
    ---------------------------------------------------
    ไม่ทราบว่าคำตอบข้างต้นจะตรงตามที่ถามหรือไม่ หากมีข้อสงสัยใดให้เมล์สอบถามโดยตรงถึงสำนักงานประกันสังคม contactcenter@1506.sso.go.th หรือโทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ CALL CENTER 1506

    ตอบลบ
  10. ถ้าลืมส่งเงินผ่านบญชีธนาคาร แต่ไปจ่ายเองโดยตรง เดือนถัดไปจะตัดบัญชีธนาคารอัตโนมัติต่อเนื่องหรือไม่?

    ตอบลบ
  11. ได้รับคำตอบจากสำนักงานประกันสังคมทางอีเมล์ ดังนี้

    เรื่อง ช่องทางในการนำส่งเงินสมทบมาตรา 39
    จาก contactcenter@1506.sso.go.th

    เบื้องต้นจากข้อมูลที่มีการสอบถามมายังสำนักงานประกันสังคม สำหรับกรณีการนำส่งเงินสมทบมาตรา 39 หากผู้ประกันตนมีการนำส่งเงินสมทบโดยการหักผ่านบัญชีธนาคาร แต่ไม่มีการสำรองเงินในบัญชี สำหรับเงินสมทบประจำงวดนั้น ผู้ประกันตนต้องมีการนำส่งผ่านทางช่องทางอื่นค่ะ ระบบจะไม่มีการหักผ่านบัญชีย้อนหลัง ในเดือนถัดไปแนะนำให้สำรองเงินในบัญชีปกติและให้ตรวจสอบเงินสมทบอีกครั้ง หลังจากที่ถึงกำหนดระยะเวลาในการนำส่งเงินสมทบค่ะ

    หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสอบถามทางอีเมล์ด้านบน หรือ Call center 1506

    ตอบลบ
  12. ต้องการสอบถามในกรณี ที่ในอดีตเคยทำงาน ถูกหักเงินประกันสังคมมาเป็นเวลา 12 เดือน แล้วลาออกจากงาน หลังจากนั้นไม่ได้ส่งเงินประกันสังคมต่ออีกเลย เป็นเวลา 4ปี ตอนนี้ยังถือเป็นผู้มีสิทธิ์หรือไม่ หากต้องการส่งต่อควรทำอย่างไร ติดต่อหน่วยงานใด หมากหมดสิทธิ์แต่ต้องการสมัครประกันตนเองได้หรือไม่ ถ้าได้ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ถ้าไม่ได้ต้องบริหารจัดการกับเงินที่เคยส่งไปอย่างไร

    ตอบลบ
  13. ได้รับคำตอบจากสำนักงานประกันสังคม ว่า

    เรื่อง สิทธิประกันสังคม
    จาก contactcenter@1506.sso.go.th

    ตามเงื่อนไขของทางประกันสังคมต้องมีหลักเกณท์ ดังนี้ค่ะ
    1.มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์หรือเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย และ
    2.ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงหากปัจจุบันผู้ประกันตนมีสถานะความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงแล้วแต่อายุยังไม่ครบ 55 ปี จะไม่สามารถรับได้ค่ะ ผู้ประกันตนต้องมีอายุครบตามหลักเกณท์และเงื่อนไขของทางประกันสังคมค่ะ

    หากผู้ประกันตนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมีการขาดการนำส่งเงินสมทบ และถูกตัดสิทธิจากทางสำนักงานประกันสังคม หากมีความประสงค์จะต่อประกันตนเองมาตรา 39 นั้นต้องมีการกลับเข้าทำงานใหม่ หากมีการลาออกจากงานแล้วสามารถสมัครมาตรา 39 ได้อีกภายใน 6 เดือนหลังจากที่มีการลาออกจากงานค่ะ หรือรอการคืนสิทธิจากทางสำนักงานประกันสังคม หากทางสำนักงานประกันสังคมมีการคืนสิทธิสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ถูกตัดสิทธินั้น ทางสำนักงานประกันสังคมจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้งค่ะ ส่วนกรณีการรับเงินสะสมชราภาพคืนนั้น ผู้ประกันตนต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณท์และเงื่อนไขที่มีการแจ้งข้างต้นค่ะ

    หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสอบถามทางอีเมล์ด้านบน หรือ Call center 1506

    ตอบลบ
  14. สมมุิติ หากทำประกัน สังคมแบบประกันตนมาตรา 39 มาตั้งแต่อายุ 23 แล้ว จะได้เงินคืนบ้างไหมคะหากจ่ายเบี้ยประกันครบ 15 ปี ตอนอายุ 38 หรือจะได้รับเงินบำนาญครั้งเดียวที่ตอนอายุ 55 ปีค่ะ
    หากได้รับเงินบำนาญตอน 55 ปี แปลว่า เราส่งเงินบำนาญ ถึง 38 ปี กว่าจะได้เงินคืน แล้วเราจะได้เงินเยอะกว่า คน ที่จ่ายเงินบำนาญแค่ 15 ปีใช่ไหมคะ
    หรือพูดง่ายๆอีกอย่างคือ หากประกันตน นาน 15 ปีแต่อายุไม่ถึง 55 ปี เราจะได้รับเงินคืนบ้างไหมคะ


    อีกคำถาม ผู็้้้ประกันตนมีอาชีพ อิสระเป็นเจ้านายตัวเอง ไม่ผิดใช่ไหมคะ หากจะเบิกจ่ายปกติ เพราะมีป้าคน 1 กินเงินเดือนลูกสาวโดยมีเงินโอนเข้าบัญชีทุกเดือน เดือนละ5000 บาทแล้วเกิดเข้าใจผิด ว่า แอบไปทำงานโดยมีเงินเดือนแล้วไม่แจ้งแต่เจ้าพนักงาน ทำให้ถูกตัดสิทธะ์ ผู้ประกันตน มาตรา 39


    หากจ่ายประกันสังคม อายุตั้งแต่ 23 นาน ถึง 38 ปี ถึงจะครบอายุ 55 ปีมันนานมากเลยนะคะกว่าจะได้เงินคืน ช่วยอธิบายหน่อยคะ












    ตอบลบ
  15. สำหรับคำถามที่ถามมานี้ เป็นเรื่องสมมุติไม่ใช่เรื่องจริงหรือ???

    ก่อนอื่นๆ คงต้องทำความเข้าใจกับ "ผู้ประกันตนตามมาตรา 33,39,40 คือใคร" เสียก่อน

    1) มาตรา 33
    ให้ลูกจ้างซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปี บริบูรณ์เป็นผู้ประกันตน

    2) มาตรา 39
    ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 12 เดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตาม มาตรา 38 (2) ถ้าผู้นั้น ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการ กำหนดภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

    3) มาตรา 40
    บุคคลอื่นใดซึ่งมิใช่ลูกจ้างตาม มาตรา 33 จะสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน ตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้ โดยให้แสดงความจำนงต่อสำนักงาน

    สำหรับคำถามมาตรา 39 คือผู้ประกันตนที่เคยเป็นลูกจ้างมาก่อน แล้วสิ้นสุดการเป็นลูกจ้างโดยจ่ายเงินสมทบประกันสังคมไม่น้อยกว่า 12 เดือนจึงจะสามารถสมัครเข้ามาเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือน หากพ้นกำหนดก็จะไม่สามารถสมัครได้ ดังนั้นเมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ก็คือการส่งประกันด้วยตนเอง

    การจะได้รับเงินคืนจากการประกันสังคมในกรณีชราภาพ มี 2 แบบ
    1) กรณีบำนาญชราภาพ
    จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
    การจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือนให้ปรับเพิ่มอัตราบำนาญชราภาพตามข้อ 1 ขึ้นอีกในอัตรา 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน

    2) กรณีบำเหน็จชราภาพ
    จ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ มีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ กรณีที่มีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ มีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

    กรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย

    หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสอบถาม Call center 1506

    ตอบลบ
  16. จะเช็คได้อย่างไรค่ะว่ามีเงินสะสมเท่่าไหร่แล้ว และต้องส่งถึงอายุเท่าไหร่ ( ม. 39 ) เพราะได้ส่งตั้งแต่เริ่มมีประกันสังคมโดยส่ง ม. 33 และ ม. 39 สลับกันมาจนถึงปัจจุบัน ( ทำงาน ม. 33 ออกจากงานเป็น ม. 39 )

    ตอบลบ
  17. ได้รับคำตอบจากสำนักงานประกันสังคม ว่า

    เรื่อง สิทธิประกันสังคม
    จาก contactcenter@1506.sso.go.th

    สำหรับกรณีชราภาพผู้ประกันตนจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณท์และเงื่อนไข ดังนี้ค่ะ จึงจะสามารถรับได้

    **กรณีเงินบำนาญชราภาพ
    1. ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ไม่ว่าระยะเวลา 180 เดือนจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม และ
    2. ต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และ
    3. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

    **กรณีบำเหน็จชราภาพ
    1. ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ครบ 180 เดือน และ
    2. มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์หรือเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย และ
    3. ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

    กรณีที่ผู้ประกันตนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมีการลาออกจากงานและมีการสมัครประกันตนเองเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 สำหรับกรณีเงินสะสมชราภาพจะมีการนับต่อเนื่อให้ค่ะ เพราะทั้ง 2 มาตรามีการคุ้มครองชราภาพเช่นเดียวกันค่ะ

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ
    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  18. ขอเพิ่มคำตอบอีกนิด

    การตรวจสอบยอดเงินออมชราภาพ จะต้องทำการตรวจสอบด้วยตนเอง โดยตรวจสอบได้ผ่านสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือ ตรวจสอบที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือ ผ่านทางเว็บไซต์ประกันสังคมเป็นการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล(มีการสมัครเป็นสมาชิกแล้ว) ค่ะ

    ตอบลบ
  19. อาชีพครู รร.นนานาชาติ มีใบประกอบวิชาชีพครู ทางรร.ทำประกันสังคมให้เฉพาะมาตรา39เท่านั้น ถ้าวันไหนถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินกรณีว่างงานไหมคะ (ถ้าใครไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู สามารถทำประกันสังคมมาตรา33ได้)

    กองทุนสงเคราะห์ครูมีข้อจำกัด ให้สิทธิ์ประโยชน์ไม่ครบ ไม่ครอบคลุมเเหมือนกับรร.เอกชน ครูที่รร.นานาชาติที่นี่จึงไม่มีใครอยากเข้ากองทุนสงเคราะห์ จ่ายเงินเท่ารร.เอกชน แต่ได้สิทธิ์น้อยกว่า

    ตอบลบ
  20. ขอให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันสังคมก่อน ดังนี้

    1. ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มีกี่ประเภท? ดูได้ที่ http://carebest2555.blogspot.com/2013/06/blog-post_12.html
    2. "บำเหน็จชราภาพ" จากกองทุนประกันสังคม ดูได้ที่ http://carebest2555.blogspot.com/2013/07/blog-post_8821.html

    จากข้อมูลที่เคย post ไปแล้ว ตามข้อ 1-2 น่าจะทำให้เข้าใจมากขึ้น

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  21. รบกวนหน่อยค่ะคือคุณแม่ขาดส่งประกันตนเองมาตั้งอต่เดือนกุมภา56 และถูกตัดสิทธิแล้ว แต่ว่าที่ทำงานเดิมให้กลับไแทำงานเมื่อวันที่ 1มิถุนายน 56 ตินนี้คุณแม่อายุครบ60ปีเต็ม และที่ทำงานต้องรอให้ทำงานครบ 3 เดือนก่อนถึงจะต่อประกันสังคมให้ แบบนี้จะสามารถต่อประกันสังคมได้อยู่หรือเปล่าเพราะอายุ 60 ปีบริบูณร์แล้ว

    ตอบลบ
  22. ตอบคำถามคุณ ชไมพร กันธิมัย

    ได้ค่ะ การต่อประกันสังคมจะเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อได้กลับมาเป็นลูกจ้างตามมาตรา 33 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอายุ หากยังได้รับการว่าจ้างก็เข้าหลักเกณฑ์ประกันสังคมเท่าเทียมเสมอกันค่ะ

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  23. อยากสอบถามว่าถ้าส่งเงินประกันสังคมในม.39ซึ่งต่อเนื่องจากม.33หลังจากที่ได้ลาออกจากงานจนเกิน180เดือนแล้ว ถ้าจะลาออกจากม.39คือไม่ส่งแล้ว เมื่ออายุครบ 55 ปีจะได้เงินบำนาญชราภาพไหมครับ และได้กี่เปอร์เซนต์คิดจากตรงไหน ใช่คิดจากยอดเงินเดือนที่ทำงานเก่าใช่รึเปล่าครับ

    ตอบลบ
  24. ได้รับเงินบำนาญชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปี

    การตรวจสอบยอดเงินออมชราภาพ
    1. จะต้องทำการตรวจสอบด้วยตนเอง โดยตรวจสอบได้ผ่านสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือ
    2. ตรวจสอบที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือ
    3. ผ่านทางเว็บไซต์ประกันสังคมเป็นการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล (มีการสมัครเป็นสมาชิกแล้ว) ค่ะ

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  25. เป็นผู้ประกันตนมาตรา33มา19ปี6เดือนและได้ลาออกจากงานมา5เดือนไม่ได้ใช้สิทธิ์กรณีว่างงานจะสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา39ได้หรือไม่ ใช้เอกสารอะไรบ้างยื่นเรื่องได้ที่ไหนหรือยื่นที่ไหนก็ได้กรณีเงินชราภาพเราต้องส่งประกันสังคมจนครบอายุ55ปีใช่มั้ยตอนนี้อายุ38ปีต้องส่งประกันสังคมต่ออีกประมาณ17ปี ต้องส่งปีละประมาณ5,184(432X12)17ปีก็ประมาณ88,128(5,184X17)อยากทราบว่าเราจะได้รับเป็นเงินบำเหน็จหรือบำนาญและจะได้ประมาณเท่าไหร่ขอคำตอบแบบคร่าวๆค่ะ ปล..รบกวนปรึกษาค่ะ ระหว่างใช้สิทธิ์ประกันสังคมมาตรา39กับใช้สิทธิ์ของสามีอันไหนดีกว่ากันคะสามีทำงานเขตเป็นลูกจ้างชั่วคราวยังไม่ได้ประจำค่ะ รบกวนตอบด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  26. อยากสอบถามว่ากรณีที่เราจะเข้าโรงพยาบาลอื่นที่เป็นโรงพยาบาลที่เราไม่ได้เลือกไว้จะสามารถเข้าได้ไหมแล้วสามารถไปเบิกไปประกันสังคมได้หรือไม่กรณีเจ็บป่วย

    ตอบลบ
  27. เมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน จะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน ไม่ว่าจะเป็นการถูกเลิกจ้าง หรือ ลาออกเอง ดูรายละเอียดได้ที่ http://carebest2555.blogspot.com/2013/08/blog-post_3534.html

    การตรวจสอบยอดเงินออมชราภาพ
    1. จะต้องทำการตรวจสอบด้วยตนเอง โดยตรวจสอบได้ผ่านสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือ
    2. ตรวจสอบที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ หรือ
    3. ผ่านทางเว็บไซต์ประกันสังคมเป็นการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล (มีการสมัครเป็นสมาชิกแล้ว) ค่ะ

    ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตาม มาตรา 38 (2) ถ้าผู้นั้น ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการ กำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
    - เอกสารที่ใช้ ให้ยื่นแบบแสดงความจำนงขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส.1-20) ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง + บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้พร้อมสำเนา

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  28. สวัสดีค่ะ ดิฉันอย่างสอบถามว่า แม่ของดิฉันสงประกันสังคมให้พี่ชายทุกเดือนจนพี่ชายมาล้มป่วยแล้วเสียชีวิต แต่พี่ชายมีภรรยาจดทะเบียนสมรสด้วย ดิฉันอยากทราบว่า แม่ของดิฉันจะได้รับเงินทางประกันสังคมหรือป่าวค่ะ หรือว่าถ้าภรรยาของพี่ชายดิฉันเป็นคนรับแต่เพียงผู้เดียว ช่วยตอบด้วยค่ะ ขอบคุณมาก จาก บำเพ็ญ

    ตอบลบ
  29. ได้รับคำตอบจากประกันสังคมเกี่ยวกับการเข้าโรงพยาบาลอื่น สำหรับกรณีเจ็บป่วย ดังนี้

    สำหรับกรณีเจ็บป่วยนั้น สามารถเข้าทำการรักษาสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ หรือเครือข่ายได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับ กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือประสบอันตรายและไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลได้กรณีผู้ประกันตนไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล เนื่องจากประสบอันตรายหรือ เจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และแจ้งโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลโดยเร็ว โดยสำนักงานประกันสังคม จะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามความจำเป็นไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากผู้ประกันตนมีความจำเป็นในการเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลอื่น สามารถยื่นเรื่องเบิกคืนได้เฉพาะกรณีอุบัติเหตุและฉุกเฉินเท่านั้นค่ะ

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ
    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  30. ได้รับคำตอบจากประกันสังคมเกี่ยวกับการรับเงิน กรณีเสียชีวิต ดังนี้

    สำหรับกรณีเสียชีวิต ตามหลักเกณท์และเงื่อนไขของทางสำนักงานประกันสังคม ผู้ที่มีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตและเงินชราภาพของผู้ประกันตน ดังนี้ค่ะ

    1. ค่าทำศพ 40,000 บาท จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ ได้แก่
    - บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้จัดการศพ และได้เป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน
    - สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน
    - บุคคลอื่นซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน

    2.เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย จ่ายให้แก่ บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย หากผู้ประกันตนมิได้ทำหนังสือระบุไว้ จะเฉลี่ยจ่ายให้แก่ สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตน ในจำนวนเท่ากัน ดังนี้
    - ก่อนผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี ได้รับเงินสงเคราะห์จำนวนร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือนคูณด้วย 3 (หรือเท่ากับ 1.5 เดือน)
    - ก่อนผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ได้รับเงินสงเคราะห์จำนวนร้อยละ 50ของค่าจ้างรายเดือนคูณด้วย 10 (หรือเท่ากับ 5 เดือน)

    ผู้ที่มีสิทธิรับสิทธิประโยชน์ จะประกอบไปด้วย
    1. บิดา มารดา ที่ถูกต้องตามกฏหมาย หากไม่มีการจดทะเบียนสมรส มารดามีสิทธิ
    2. ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย
    3. บุตร ที่ถูกต้องตามกฏหมาย

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ
    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  31. ถ้าใช้ประกันสังคม มาตรา 40 อยู่ จะเปลี่ยนเป็น 39 ควรทำอย่างไรดีค่ะ

    ตอบลบ
  32. ตอบคำถาม คุณ Phet Sang

    ก่อนอื่นจะต้องเข้าทำงานในสถานประกอบการที่หักประกันสังคมก็จะเป็นลูกจ้างในมาตรา 33 และเมื่อสิ้นสภาพลูกจ้าง ก็จะสามารถสมัครเป็นมาตรา 39 ได้ค่ะ

    ส่วนประกันสังคมมาตรา 40 คือ ผู้ทำงานอิสระ หรือไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการที่หักประกันสังคม ก็จะสามารถสมัครเข้าร่วมมาตรา 40

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://carebest2555.blogspot.com/2012/05/333940.html

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  33. ปัจจุบันทำงานจ้างเหมาให้กับหน่วยงานรัฐบาลอยู่ค่ะ ไม่มีการทำประกันสังคมให้
    ก็เลยไปทำประกันสังคมในมาตรา 40 แต่แล้วทีนี้จะเปลี่ยนเป็น มาตรา 39 เพราะ 40 ไม่ได้ช่วยอะไรในส่วนที่จะคุ้มครองเลยค่ะ
    เลยอยากจะทราบว่า ถ้ายกเลิกควรทำอย่างไรบ้างค่ะ

    ตอบลบ
  34. ถ้าสมัครมาตรา39ไปแล้วได้ประมาณอาทิตย์กว่าแล้วยังไม่ได้ส่งเงินสมทบเลย แล้วอยากเปลี่ยนไปทำบัตรทองจะต้องทำยังไงคะ แล้วถ้าลาออกจากมาตรา39แล้ว สามารถทำบัตรทองได้เลยหรือเปล่าคะ

    ตอบลบ
  35. ตอบ คุณ Phet Sang

    ทางประกันสังคมแจ้งว่า
    1. สำหรับผู้ประกันตนที่ต้องการยกเลิกมาตรา 40 เเนะนำให้มีการติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ที่รับผิดชอบ
    2. ให้เตรียมเอกสาร แบบแจ้งความจำนงไม่ประสงค์เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (สปส.1-40/2)

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  36. ตอบคุณ ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2556, 13 นาฬิกา 56 นาที 00 วินาที GMT+7

    ทางประกันสังคมแจ้งว่า
    สำหรับการเเจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ให้กรอกเอกสารแบบแจ้งการสิ้นสุดความผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-21) โดยบื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ ที่รับผิดชอบ

    สำหรับการใช้สิทธิบัตรทองเเนะนำให้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพทฺ์ 1330 สายด่วนบัตรทอง

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  37. ดิฉันมีบัตรประกันสังคมอยู่ในมือ แต่ทำไมเวลาไปตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตนโดยใช้เลขบัตรประชาชน กลับมีข้อความว่า ไม่มีสิทธิเป็นผู้ประกันตน อยากทราบค่ะ ว่าทำไม เพราะอะไร

    ตอบลบ
  38. อยากรู้ว่าการเปลี่ยนจาก39เป็น33. เริ่มทำงานวันที15สค56แต่ส่งเงิน39เดือนสุดท้ายวันที่มิย-กค.56. ในเดือนกัยายนได้เช็คว่าขึ้นเป็นประกัน33หรือยังสรุปว่ายัง ถาเป็นแบบนิสิทธิประโยชนืที่เคยทำมาจะถูกตัดไหม เช่นสิทธิการสงเคราะบุตร และต่ องดำเนินการยังไง

    ตอบลบ
  39. ออกจากงานมาจะครบ6เดือนวันที่25กยนี้อยากทราบว่ายังยื่นเรื่องสมัครเป็นผู้ประกันคนมาตรา39ได้อยู่รึไม่

    ตอบลบ
  40. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ12 กันยายน 2556, 16 นาฬิกา 56 นาที 00 วินาที GMT+7

    สามารถตรวจสอบข้อมูล โดยการสมัครสมาชิกผ่านหน้าเว็บของประกันสังคม ที่ http://www.sso.go.th/ และทำการ log-in เข้าระบบเพื่อตรวจสอบข้อมูลตนเองได้ หรือติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  41. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ18 กันยายน 2556, 23 นาฬิกา 35 นาที 00 วินาที GMT+7

    การเปลี่ยนจาก ม.39 เป็น ม.33 เนื่องจากเข้าทำงาน ให้ตรวจสอบกับสถานที่ทำงานว่าได้ส่งเงินประกันสังคมให้แล้วหรือยัง เพราะเมื่อส่งแล้ว จะเข้าสู่ระบบ ม.33 โดยอัตโนมัติ

    ส่วนการออกจาก ม.39 สิทธิประกันสังคมก็ยังคุ้มครองต่อ 6 เดือน

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  42. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ19 กันยายน 2556, 9 นาฬิกา 16 นาที 00 วินาที GMT+7

    ลูกจ้างที่ต้องการจะได้รับความคุ้มครองต่อจะต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนหลังจากออกจากบริษัท

    ตอบลบ
  43. ขอสอบถามหน่อยนะคะ คือ ปี 1 เราส่งไม่ครบ 12 เดือนขาดส่ง 2-3 คร้ง ประกันสังคมสามารถเรียกเก็บย้อนหลังได้หรอคะ เราต้องจ่ายย้อนหลังเดือนที่เราไม่ได้ส่งใช่ป่ะคะ ปรักันสังคมเรียกเก็บย้อนหลังต้งแต่ปี 2553 คะ

    ตอบลบ
  44. เรียน Koyd thanyawadee25 กันยายน 2556, 21 นาฬิกา 43 นาที 00 วินาที GMT+7

    ในกรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ตามเงื่อนไขแล้ว ผู้ประกันตนจะต้องมีการนำส่งเงินสมทบเข้ามาทุกเดือน ในขณะที่มีสถานะเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 เพื่อให้ใช้สิทธิของประกันสังคมได้ หากเดือนใดผู้ประกันตนไม่มีการนำส่งเข้ามา จะต้องมีการจ่ายเงินสมทบเดือนดังกล่าวย้อนหลังเข้ามา

    สำหรับกรณีคุณ Koyd thanyawadee ให้ผู้ประกันตนติดต่อจ่ายเงินสมทบ พร้อมเงินเพิ่ม กับสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ใดก็ได้ที่สะดวก ยกเว้น สำนักงานใหญ่

    หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือระบบสนทนาออนไลน์ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

    ตอบลบ
  45. เป็นผู้ประกันตัวตาม มาตรา ๓๙ มีภูมิลำเนาเดิมอยู่เชียงใหม่ (ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน) มาทำงานต่างจังหวัด ใช้สิทธิที่รพ.ต่างจังหวัด ต้องการกลับไปใช้สิทธิที่เชียงใหม่ ตอนไปกรอกรายละเอียดผู้ประกันตน ข้อ ๑.๒ ต้องกรอกหรือไม่ ไม่กรอกได้ไหม

    ตอบลบ
  46. ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่ขาดส่งโดยไม่ได้ตั้งใจ เรียกว่าพลาดไป1เดือน ตั้งแต่พฤษภาคมปี2553 มีจดหมายให้ไปชำระพร้อมเบี้ยปรับ อยากถามว่าหลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานทำอะไรกันอยู่ ทำไมข้อมูลพึ่งจะมาฟ้องเอาเมื่อ3ปีผ่านไป ดิฉันยังส่ง ม39 มาตลอดด้วยความคิดว่าตัวเองไม่เคยขาดส่ง ค่อนข้างเสียความรู้สึกมากกว่าเสียดายเบี้ยปรับค่ะ

    ตอบลบ
  47. กรณีขาดส่งมาเป็นปีแล้ว ถ้าจะขอสัครส่งใหม่จะได้ไหมครับ และต้องทำอย่างไรบ้าง

    ตอบลบ
  48. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ28 ตุลาคม 2556, 10 นาฬิกา 30 นาที 00 วินาที GMT+7

    ส่วนนี้เป็นรายละเอียดปลีกย่อยคงตอบคำถามชัดเจนไม่ได้ กรุณาติดต่อที่สำนักประกันสังคมในเขตพื้นที่ที่ยื่นติดต่อน่าจะให้คำตอบได้ตรงกว่า หรือติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506
    -------------------------------------------------------------------------
    ตอบ คุณ Koko12 พฤศจิกายน 2556, 15 นาฬิกา 14 นาที 00 วินาที GMT+7

    ส่วนนี้เป็นข้อเสียของสำนักงานประกันสังคมเองค่ะ ที่ไม่มีการติดตามทวงถามผู้ที่ค้างส่งเพียงเดือนเดียว ไม่ตรงตามเงื่อนไขที่จะสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนเอง อย่างไรลองติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 เพื่อแจ้งให้ปรับปรุงการบริการต่อไป หรือมีกลุ่มคนที่ร้องเรียนจำนวนมากน่าจะมีน้ำหนักให้ทางสำนักงานประกันสังคมปรับปรุงต่อไป
    -------------------------------------------------------------------------
    ตอบ คุณเอก ระยอง 17 พฤศจิกายน 2556, 14 นาฬิกา 12 นาที 00 วินาที GMT+7

    สาเหตุที่ทำให้สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มีอะไรบ้าง
    1. ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ขาดส่ง)
    2. ลาออก
    3. กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
    4. ตาย
    5. ภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน

    ที่ได้ให้ข้อมูลมาคือขาดส่งเป็นปีแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะสามารถสมัครเข้าประกันสังคมได้หรือไม่เพราะน่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ให้ติดต่อที่สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  49. จ่ายเงินประกันสังคมมา 4 เดือนแล้ว (ม.39) ทำไมเงินสงเคราะห์บุตรยังไม่เข้าค่ะ

    ตอบลบ
  50. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ4 ธันวาคม 2556, 9 นาฬิกา 44 นาที 00 วินาที GMT+7

    รายละเอียดที่ให้มายังไม่ครบถ้วน ไม่ทราบว่าได้ยื่นยื่นเรื่องกรณีสงเคราะห์บุตรเมื่อใด??

    สำนักงานประกันสังคมคาดเดาและตอบว่า
    -------------------------------------------------
    ในกรณีดังกล่าว หากผู้ประกันตนมีการทำงานกับนายจ้างและได้ยื่นเรื่องใช้สิทธิกรณีสงเคราะห์บุตรไว้ ต่อมาได้มีการออกจากงาน และสมัครประกันตนเองมาตรา 39 ตามเงื่อนไขหากมีการนำส่งประกันสังคม มาตรา 39 ผู้ประกันตนสามารถที่จะขอรับเงินกรณีสงเคราะห์บุตรได้ โดยยื่นเรื่องขอใช้สิทธิบุตรคนเดิม กรณีกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน เมื่อมีการกลับเข้ามาเป็นผู้ประกันตนของประกันตนสังคม จะต้องยื่นเรื่องขอใช้สิทธิบุตรคนเดิม โดยจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน อายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

    สรุป เมื่อมีการกลับเข้ามาเป็นผู้ประกันตนของประกันตนสังคม จะต้องยื่นเรื่องขอใช้สิทธิบุตรคนเดิม โดยจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน อายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ ซึ่งตามเงื่อนไขในการรับสิทธิ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน โดยสามารถเบิกได้คราวละไม่เกิน 2 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนบุตร อายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย "

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  51. ถามว่า
    ถ้าเราพ้นสภาพจาก ผปต.มาตรา33 มา7เดือนแล้วไม่ได้ทำงานด้วยและตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ 2อาทิตย์อยากสมัคร ผปต.มาตรา39แล้วส่งเงินสมทบจะได้ไหมค่ะถ้าในกรณีคลอดบุตร จะได้ค่าคลอดบุตรไหมค่ะ
    ช่วยตอบด้วยน่ะค่ะขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  52. ตอบคุณ ไม่ระบุชื่อ4 ธันวาคม 2556, 14 นาฬิกา 56 นาที 00 วินาที GMT+7

    ผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไปจะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน แล้วยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันลาออก

    แต่ที่ให้ข้อมูลมาได้ผ่านมา 7 เดือนนับจากพ้นสภาพ ม.33 แล้ว ไม่แน่ใจว่าเกิน 6 เดือนแล้วหรือยัง เพราะหากเกินกำหนดดังกล่าวก็ไม่สามารถสมัคร ม.39 ได้ ปกติเมื่อพ้น ม.33 แล้ว ประกันสังคมก็ยังคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนแม้ไม่ได้ส่งเงินประกันในช่วงดังกล่าว

    อย่างไรก็ตาม ให้ตรวจสอบกับสำนักงานเขตประกันสังคมตนเองอีกครั้งว่าพ้นเวลาเกิน 6 เดือนหรือยัง หากยังอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวก็สามารถสมัครเข้า ม.39 ได้ หรือหรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  53. อยากทราบว่าค่าคลอดบุตรมาตรา39 เท่ากับ มาตรา33 หรือไม่

    ตอบลบ
  54. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ11 ธันวาคม 2556, 10 นาฬิกา 40 นาที 00 วินาที GMT+7

    การขอเบิกค่าคลอดบุตร ทั้ง ม.33 และ ม.39 เหมือนกันค่ะ เพราะ กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ส่งเงินสมทบ ร้อยละ 9 ของจำนวนเงิน 4,800 บาท เงินสมทบเดือนละ 432 บาท เพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทั้ง 6 กรณี คือ
    - กรณีประสบอันตราย
    - ทุพพลภาพ
    - ตาย
    - คลอดบุตร
    - สงเคราะห์บุตร
    - และชราภาพ

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  55. ขอสอบถามค่ะ เคยเป็น ผปต ม.33 เป็นเวลา 6 ปี (จ่ายมา 72 เดือน)แล้วลาออก หลังจากนั้นลืมไปขึ้นทะเบียนประกันตนเอง ม.39 (เกิน 6เดือน มา 15 วัน) หลังจากนั้นได้เข้าทำงานและเข้าเเป็น ผปต ม.33 ได้ 2 เดือน และกำลังจะลาออก(พอดีได้งานใกล้บ้าน แต่ไม่มี ปกส ให้) อยากสอบถามว่าดิชั้นจะไปขอขึ้นทะเบียนประกันตนเอง ม.39 ได้รึเปล่าค่ะ หรือควรจะทำให้ครบ 3 เดือนก่อนรึเปล่าค่ะ

    ตอบลบ
  56. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2556, 11 นาฬิกา 39 นาที 00 วินาที GMT+7

    การออกจากงานครั้งแรก เกิน 6 เดือนก็จะไม่สามารถสมัครเข้า ม.39 ได้ แต่เมื่อได้เข้าทำงานใหม่ และได้เป็นผู้ประกันตน ม.33 ก็จะเข้าหลักเกณฑ์ใหม่อีกครั้ง หลังจากออกจากประกันสังคมแล้วยังได้รับความคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน และในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถสมัครเข้า ม.39 ได้ค่ะ

    นอกจากนี้ ระยะเวลาของการประกันก็ยังนับต่อเนื่อง แม้จะมีบางช่วงหายไปก็ไม่เป็นไร นำระยะเวลาที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมมานับรวมทั้งหมดค่ะ

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  57. พอดีทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งจ่ายประกันสังคมได้ 1 เดือน แล้วลาออก ปัจจุบันว่างงานอยู่ 2 เดือนแล้ว จะไปต่อประกันตนเองได้รึเปล่าค่ะ

    ตอบลบ
  58. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2556, 15 นาฬิกา 06 นาที 00 วินาที GMT+7

    ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตาม มาตรา 38 (2) ถ้าผู้นั้น ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการ กำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

    ดังนั้น ในกรณีของคุณเพิ่งเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้เพียง 1 เดือนแล้วลาออก ก็จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะสมัครเข้า ม.39 ได้ ตามเหตุผลข้างต้น

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  59. ดิฉันเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 12 เดือน และได้ลาออกจากงานและจะส่งเงินประกันตนมาตรา 39 ได้เปล่าคะ และตอนนี้ดิฉันยังไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนเงินสงเคราะห์บุตรเลย แต่ดิฉันจะไปต่อเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 39 และจะขึ้นทะเบียนเงินสงเคราะห์บุตรเปล่าคะ

    ตอบลบ
  60. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ18 ธันวาคม 2556, 15 นาฬิกา 47 นาที 00 วินาที GMT+7

    ผู้ที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตน ม.39 ซึ่งเคยเป็นผู้ประกันตนตาม ม.33 จะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน แล้วยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันลาออก

    หากเข้าหลักเกณฑ์ดังข้างต้น ก็สามารถไปสมัครเข้า ม.39 ได้ และได้สิทธิ์ที่จะขอเบิกนเงินสงเคราะห์บุตรได้ต่อไป

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  61. เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มาตั้งแต่54 แต่ได้รับจดหมายว่าให้ไปชำระเงินทที่ค้างของเดือน มิย.56 เราจึงไปจ่ายทั้งเดือนมิย.และกค....จากนั้นเราเดินทางไป ตจวค่ะ..กลับมาถึงก็รีบไปจ่ายเงินต่อแต่ไม่ได้ดูบิลที่จ่ายว่าถึงเดือนไหนแล้ว..ไปจ่ายเงินของเดือน กย-ตค.รวดเลย..จากนั้นมี จดหมายมาที่บ้านว่าของเดือน สค.เราไม่ได้จ่าย...แต่ไปจ่ายเดือนกย-ตค.แทน เลยโดนตัดสิทธิ์..เราก็สงสัยค่ะวันที่เราไปจ่ายของเดือน กย-ตค.56 เจ้าหน้าที่ก็รับเงินปกติไม่ได้ทักท้วงอะไรเลย..แล้วตัดสิทธิ์ตั้งแต่เดือน สค. เลย..คือเจ้าหน้าที่ทำอะไรอยู่ข้อมูลไม่ลิงค์กันหรือ..เราเองก็ยอมรับว่าผิดพลาดเองที่ไปทำงาน ตจว.ซะนานรับงานเป็นช่วงๆ..เลยไม่ได้จ่ายเงินต่อเนื่องแต่..สงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่มากและที่สำคัญการกลับเข้าไปใช้สิทธิ์นี่เราต้องทำอย่างไรได้บ้างค่ะ..เห็นก่อนหน้านี่มี พระราชกิจจาฯให้สามารถกลับมาได้...ตอนนี้มีอีกหรือไม่..ค่ะ

    ตอบลบ
  62. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ26 ธันวาคม 2556, 12 นาฬิกา 12 นาที 00 วินาที GMT+7

    ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน และกรณีภายในระยะเวลา 12 เดือน ส่งเงินสมทบไม่ถึง 9 เดือน จะถูกตัดสิทธิการเป็นผู้ประกันตนทันที

    จากข้อมูลดังข้างบน ไม่ทราบว่าที่ให้ข้อมูลมาก็ไม่น่าเข้ากรณีขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าใน 12 เดือนได้ส่งเงินสมทบถึง 9 เดือนหรือไม่ เพราะรายละเอียดไม่ชัดเจน หากได้แจ้งว่าถูกตัดสิทธิ์แล้วก็น่าจะเข้าในกรณีหลังกระมั่ง

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  63. สามีดิฉันส่งประกันสังคมมาตรา 39 ได้ประมาณ 9 ปี ตอนนี้อายุครบ 55ปี จะได้รับเงินทดแทนชราภาพเท่าไหร่ค่ะถ้าจะส่งมาตรา 39 ต่อจะต้องส่งต่ออีกกี่ปีหรือให้ส่งได้ถึงอายุเท่าไหร่จะสิ้นสุดของประกัน แล้วถ้าส่งครบ 180 เดือน
    จะได้เงินบำนาญชราทชภาพเดือนละเท่าไหร่ ตั้งแต่ส่งมาไปหาหมอครั้งเดียวเองค่ะ มีคนบอกว่าเงินที่ได้คืนเมื่ออายุ 55 ประกันสังคมจะคืนให้แค่เดือนละร้อยกว่าบาทคูณจำนวนเดือนที่ส่งจริงมั้ย

    ตอบลบ
  64. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ15 มกราคม 2557 22 นาฬิกา 56 นาที 00 วินาที GMT+7

    เงินก้อนหรือเงินบำเหน็จ ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 15 ปี หรือผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ โดยผู้ประกันตนหรือทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จตามหลักการแบบแผนกำหนดเงินสมทบ

    เงินบำนาญรายเดือน ในกรณีที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ 15 ปี โดยเงินบำนาญรายเดือนของกองทุนประกันสังคมนั้น

    สามารถดูรายละเอียดที่ http://carebest2555.blogspot.com/2013/10/blog-post_30.html

    ส่วนยอดเงินคงต้องตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมเขตที่ตนประกันอยู่

    สำหรับการสิ้นสุดประกันสังคม ก็ต้องไปลาออกเมื่อไรก็ได้

    หากยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  65. ช่วยด้วยนายจ้างไม่แจ้งการเลิกจ้างข้าพเจ้าทำประกันตามมาตร39 ไม่ได้ จะหมดเวลาแล้ว เลิกจ้างตั้งแต่30 กันยายน 2556

    ตอบลบ
  66. ตอบ คุณ aoyjai su20 มกราคม 2557 14 นาฬิกา 56 นาที 00 วินาที GMT+7

    ส่วนนี้คงไม่ได้สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ให้ติดต่อสำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506 น่าจะช่วยได้มากกว่า ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  67. เพรินทร์
    ดิฉันเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ส่งเงินสมทบต่อเนื่องมาได้ 3 ปีแล้วและปัจจุบันยังคงส่งอยู่ มีข้อสงสัยจะรบกวนสอบถามดังนี้ค่ะ
    1. กรณีที่ผู้ประกันตนอยู่ต่างประเทศ และคลอดลูกที่ต่างประเทศ สามารถเบิกค่าคลอดเหมาจ่ายจำนวน 130,000 บาทหรือไม่
    2. บุตรของผู้ประกันตนที่คลอดที่ต่างประเทศ ที่มิได้มีสัญชาติไทย จะมีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์บุตร เดือนละ 400 บาทหรือไม่
    จากกรณีข้อ 1 และ 2 ถ้าสามารถใช้สิทธิ์ได้ ต้องทำอย่างไร และมีวิธีการและขั้นตอนอย่างไร

    หลังจากคลอดบุตรเสร็จต้องการพาลูกกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทยประมาณ 2 เดือนค่ะ และหลังจากนั้นจะกลับมาอยู่ต่างประเทศค่ะ

    รบกวนขอข้อมูลด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  68. จ่ายเงินสมทบปกสครบ15ปีหรือ180เดือนแล้ว ถ้าขอเงินบำนาญรายเดือนแล้ว จะยังสามารถสมัครมาตรา39 หรือไม่

    ตอบลบ
  69. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ14 กุมภาพันธ์ 2557 1 นาฬิกา 04 นาที 00 วินาที GMT+7

    การรับเงินบำนาญแล้วก็คือ ต้องออกจากประกันสังคมแล้วเท่านั้น

    ส่วนจะกลับมาสมัครมาตรา 39 ได้หรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขคือ "ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ้นสุดลงตาม มาตรา 38 (2) ถ้าผู้นั้น ประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานตามระเบียบที่เลขาธิการ กำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน"

    ตอบลบ
  70. อยากทราบว่า ตอนนี้เป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 แต่อยากเปลี่ยน มาเป็น มาตรา40 ได้ไหมคะ และต้องทำอย่างไรบ้าง จ่ายเดือนเท่าไหร่คะ

    ตอบลบ
  71. เรียน คุณไม่ระบุชื่อ27 กุมภาพันธ์ 2557 9 นาฬิกา 40 นาที 00 วินาที GMT+7

    การเป็นผู้ประกันตน ม.39 ดีกว่า ม.40 อยู่แล้ว ด้วยสิทธิและผลตอบแทนที่ได้ก็จะมากกว่า ไม่ขอแนะนำให้เปลี่ยน

    ตอบลบ
  72. อยากทราบว่าถ้าประกันสังคมมาตรา39โดนตัดแล้วแต่ยังมีคุ้มครองหลังโดนตัด6เดือน(พฤษจิกา-พฤษภา)
    แล้วยังได้ค่าคลอดบุตรยุไมคือคลอดเมษา

    ตอบลบ
  73. เรียน คุณ popla st4 มีนาคม 2557 15 นาฬิกา 25 นาที 00 วินาที GMT+7

    เมื่อสิ้นสุดการประกันสังคมแล้ว ยังให้ความคุ้มครองอีก 6 เดือน ก็ให้ติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมเขต พร้อมเอกสารและไปกรอกแบบฟอร์มที่ประกันสังคมได้ค่ะ

    หากมีข้อสงสัย ให้ติดต่อสำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506 น่าจะช่วยได้มากกว่า ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  74. ผมขาดส่งเงืนสมทบ3เดือนปีนี้ไปจ่ายช้า1เดือนแต่เขาให้จ่ายเดือน2
    ปรากฏว่าตัดสิทธิอยากทราบว่านับเดือนอะไรเป็นเดือนแรกใน1ปี

    ตอบลบ
  75. เรียน คุณ ไม่ระบุชื่อ15 มีนาคม 2557 20 นาฬิกา 49 นาที 00 วินาที GMT+7

    ในกรณีผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน สิทธิจะถูกตัดในวันที่ 15 ของการขาดส่งเดือนที่ 3

    หรืออีกกรณีหนึ่ง
    และในกรณีการส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน เมื่อนับย้อนกลับไป 12 เดือนสิทธิจะถูกตัดเช่นเดียวกัน

    ตอบลบ
  76. เป็นผู้ประกันตรมาตรา 39 พอดีเจ็บป่วยหมอเขียนใบรับรองแพทย์ให้ 20 สามารถเบิกเงินทดแทนชาดรายได้ไหมค่ะเอกสารที่ใช้อะไรบ้างค่ะทำงานรับจ้างไม่มีใบเสร็จจะทำอย่างไร

    ตอบลบ
  77. อยากสอบถาม 2 เรื่องค่ะ
    1. กรณีมาตรา 39
    ตอนที่เราทำงานอยู่เงินเดือนประมาณ 2หมื่น โดนหักประกันสังคม เดือนละประมาณ 700 จ่ายมามากกว่า 20 ปี
    แล้วออกจากงานเปลี่ยนมาใช้มาตรา 39 ตอนอายุ 45 จ่ายไปจนถึงอายุ 55 เกษียร ฐาน 4,800 จ่ายเดือนละ 432 บาท

    อยากทราบว่า เงินบำเน็จ/บำนาญ/ชราภาพ จะคิดแบบไหนคะ เพราะเงินเดือนตอนที่ทำงาน ฐานคือ 2หมื่น
    แต่พอมาเป็นมาตรา39 ฐานอยู่ที่ 4800

    2.กรณีคลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร ถ้าผู้จ่ายเงินประกันสังคม ไม่มีบุตร เงินที่หักจ่ายประกันสังคมในส่วนนี้ ไปไหนคะ


    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  78. ตอบ คุณ Weerada Krachan24 มีนาคม 2557 10 นาฬิกา 35 นาที 00 วินาที GMT+7

    กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ส่งเงินสมทบ ร้อยละ 9 ของจำนวนเงิน 4,800 บาท เงินสมทบเดือนละ 432 บาท เพื่อให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนทั้ง 6 กรณี คือ
    1. กรณีประสบอันตราย
    2. ทุพพลภาพ
    3. ตาย
    4. คลอดบุตร
    5. สงเคราะห์บุตร
    6. และชราภาพ

    จากคำถาม "เป็นผู้ประกันตรมาตรา 39 พอดีเจ็บป่วยหมอเขียนใบรับรองแพทย์ให้ 20 สามารถเบิกเงินทดแทนชาดรายได้ไหมค่ะเอกสารที่ใช้อะไรบ้างค่ะทำงานรับจ้างไม่มีใบเสร็จจะทำอย่างไร"

    จากสิทธิ์ข้างต้นของ ม.39 จะไม่มีการทดแทนรายได้ เพราะเป็นการได้สิทธิ์ที่เราจ่ายเพียงฝ่ายเดียวจึงไม่ได้สิทธิ์การเบิกเงินทดแทน

    หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  79. ตอบ คุณ ไม่ระบุชื่อ25 มีนาคม 2557 21 นาฬิกา 09 นาที 00 วินาที GMT+7

    สำหรับคำถามแรก
    "1. กรณีมาตรา 39
    ตอนที่เราทำงานอยู่เงินเดือนประมาณ 2หมื่น โดนหักประกันสังคม เดือนละประมาณ 700 จ่ายมามากกว่า 20 ปี
    แล้วออกจากงานเปลี่ยนมาใช้มาตรา 39 ตอนอายุ 45 จ่ายไปจนถึงอายุ 55 เกษียร ฐาน 4,800 จ่ายเดือนละ 432 บาท

    อยากทราบว่า เงินบำเน็จ/บำนาญ/ชราภาพ จะคิดแบบไหนคะ เพราะเงินเดือนตอนที่ทำงาน ฐานคือ 2หมื่น
    แต่พอมาเป็นมาตรา39 ฐานอยู่ที่ 4800"

    คำตอบ
    เงินบำนาญนี้คำนวณตามสูตร แต่ละคนจะได้รับบำนาญไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย คือ
    1. ระยะเวลาที่สมทบ (ยิ่งสมทบนาน ยิ่งได้บำนาญมาก) และ
    2. ค่าจ้างเฉลี่ยที่ได้รับในช่วง 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ (ยิ่งเงินเดือนสูง ยิ่งได้บำนาญมาก แต่มีเพดานค่าจ้างที่มาใช้คำนวณไม่เกิน 15,000 บาท)

    ดังนั้น จากหลักการข้างต้น คำตอบก็คือ เงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายที่จะนำมาคำนวณเงินบำนาญ

    -------------------------------------
    คำถามที่ 2
    "2.กรณีคลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร ถ้าผู้จ่ายเงินประกันสังคม ไม่มีบุตร เงินที่หักจ่ายประกันสังคมในส่วนนี้ ไปไหนคะ"

    การประกันสังคมก็เสมือนใช้หลักการประกันทั่วไป คือเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข นั่นก็หมายถึงว่า ผู้ที่ใช้ก็ได้ประโยชน์ แต่ผู้ที่ไม่ได้ใช้ก็ถือว่าการมีสุขภาพดี รวมถึงการเบิกเงินคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ที่ช่วยก็เหมือนผ่อนปรนเท่านั้น เพราะการเบิกค่าใช้จ่ายในการคลอด หรือ การเลี้ยงดูบุตร เงินที่ประกันสังคมให้ไม่เพียงพอหรอก อย่างไรก็ต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกแน่นอน ดังนั้น ก็เหมือนกับการบรรเทาค่าใช้จ่ายลดลงเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเบิกได้ทั้งหมด ทุกอย่างหรอกค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ

      ลบ
  80. เรียน คุณ YA YEE10 กุมภาพันธ์ 2557 1 นาฬิกา 24 นาที 00 วินาที GMT+7

    สำหรับคำถามที่ค้างไว้และไม่ได้ตอบนานๆๆๆๆ เนื่องจากได้ส่งคำตอบไปยังประกันสังคมแล้วยังไม่ได้รับการตอบกลับ ดังนี้

    เพรินทร์
    ดิฉันเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 ส่งเงินสมทบต่อเนื่องมาได้ 3 ปีแล้วและปัจจุบันยังคงส่งอยู่ มีข้อสงสัยจะรบกวนสอบถามดังนี้ค่ะ
    1. กรณีที่ผู้ประกันตนอยู่ต่างประเทศ และคลอดลูกที่ต่างประเทศ สามารถเบิกค่าคลอดเหมาจ่ายจำนวน 130,000 บาทหรือไม่
    2. บุตรของผู้ประกันตนที่คลอดที่ต่างประเทศ ที่มิได้มีสัญชาติไทย จะมีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์บุตร เดือนละ 400 บาทหรือไม่
    จากกรณีข้อ 1 และ 2 ถ้าสามารถใช้สิทธิ์ได้ ต้องทำอย่างไร และมีวิธีการและขั้นตอนอย่างไร

    หลังจากคลอดบุตรเสร็จต้องการพาลูกกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทยประมาณ 2 เดือนค่ะ และหลังจากนั้นจะกลับมาอยู่ต่างประเทศค่ะ

    รบกวนขอข้อมูลด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    จากคำถามข้างต้น หากมีผู้ใดทราบคำตอบ ช่วยแบ่งปันให้เพื่อนได้ทราบด้วย เพราะยังไม่ได้รับคำตอบจากสำนักงานประกันสังคม ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  81. สวัสดีค่ะ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันสังคม ดังนี้ค่ะ

    ดิฉันเริ่มทำงานตอนอายุ 20 ส่งประกันสังคม ม.33 มาตลอด จนอายุ 30 ลาออกจากงาน แล้วทำเรื่องว่างงาน ได้รับเงินแล้วนั้น ต่อมาไม่ได้ทำงานต่อ และไม่ได้ส่ง ม.39 เลย พออายุ 33 ได้กลับเข้ามาทำงานใหม่เป็นเวลา 12 เดือน เกิดตั้งครรภ์ ได้ใช้สิทธิ์ค่าคลอดบุตร, ลาคลอด, สงเคราะห์บุตร แล้วลาออกตอนเดือนแรกที่ได้กลับเข้ามาทำงาน เนื่องจากไม่มีคนเลี้ยงบุตร หลังจากนั้นได้ส่งเงินสมทบ ม.39 มีคำถามที่ต้องการทราบดังนี้ค่ะ

    1. การลาออกเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 จะได้รับเงินสบทบกรณีว่างงานอีกครั้ง หรือไม่

    2. กรณีที่ส่งเงิน ม.33 มา 10 ปี แล้วขาดส่งมา 3 ปี แล้วกลับมาเป็น ม.33 ใหม่ ทำงานได้ 1 ปี 4 เดือน แล้วลาออก กลับมาใช้ ม.39 นั้น เ งินบำนาญ จะรวมยอดส่งม.33 ตอนอายุ 20 -30 ปี ที่ขาดส่ง 3 ปีหรือไม่

    3. ปัจจุบัน ส่งเงิน ม.39 ต้องส่งเงินต่อเนื่องจนถึง อายุ 55 จึงจะได้รับเงินบำนาญ เช่นนั้น หากอายุ 52 ได้กลับเข้ามาทำงาน อีกครั้ง(ม.33) ได้ เงินเดือน 15,000 เมื่อตอนอายุ 55 จะได้รับเงินบำนาญ หากไม่ส่งต่อนั้น อยากทราบว่าหากเปรียบเทียบกับบุคคลที่ทำงาน ตอนอายุ 20 (ม.33 เงินเดือน 15,000) ส่งเงินครบปกติ จนเกษียณ ตอนอายุ 55 เท่ากัน ไม่ส่งต่อ จะได้เงินบำนาญแตกต่างกันหรือไม่


    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  82. อยากถามคะท่าเราลาคลอดกลางเดือนตุลาปี56แล้วทางบริษัทบอกว่าท่าลาคลอดและเเข็งแรงแล้วให่กับมาทำงานได้แต่พอถึเวลากับไม่ได้ทำแล้วก็ไม่ได้ส่งประกันมาจนปจุบันและก้อว่างงานเราจะต้องทำอย่างยังบ้างคะ

    ตอบลบ
  83. ตอบ คุณ นางสาว สงสัย30 มีนาคม 2557 10 นาฬิกา 29 นาที 00 วินาที GMT+7

    1. การลาออกเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 จะได้รับเงินสบทบกรณีว่างงานอีกครั้ง หรือไม่
    ตอบ ในการรับเงินกรณีว่างงานได้จะต้องอยู่ใน ม.33 เท่านั้น หากอยู่ในม.39 ก็จะไม่ได้สิทธิ์นี้ จากที่เล่ามาจะเห็นว่าคุณเคยใช้สิทธิ์ว่างงานมาแล้วในการออกครั้งแรก

    2. กรณีที่ส่งเงิน ม.33 มา 10 ปี แล้วขาดส่งมา 3 ปี แล้วกลับมาเป็น ม.33 ใหม่ ทำงานได้ 1 ปี 4 เดือน แล้วลาออก กลับมาใช้ ม.39 นั้น เ งินบำนาญ จะรวมยอดส่งม.33 ตอนอายุ 20 -30 ปี ที่ขาดส่ง 3 ปีหรือไม่
    ตอบ สำหรับระยะเวลาเพื่อรับสิทธิ์บำนาญนั้น จะนับเวลาทั้งหมดนับแต่แรกที่เราได้ส่งประกันสังคม นับจากม.33 มา 10 ปี (ครั้งแรก) + กลับทำงานใหม่ ม.33 เวลา 1 ปี 4 เดือน + ม. 39 ด้วย โดยวิธีคำนวณจะใช้เงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายมาคำนวณเฉลี่ยค่ะ

    3. ปัจจุบัน ส่งเงิน ม.39 ต้องส่งเงินต่อเนื่องจนถึง อายุ 55 จึงจะได้รับเงินบำนาญ เช่นนั้น หากอายุ 52 ได้กลับเข้ามาทำงาน อีกครั้ง(ม.33) ได้ เงินเดือน 15,000 เมื่อตอนอายุ 55 จะได้รับเงินบำนาญ หากไม่ส่งต่อนั้น อยากทราบว่าหากเปรียบเทียบกับบุคคลที่ทำงาน ตอนอายุ 20 (ม.33 เงินเดือน 15,000) ส่งเงินครบปกติ จนเกษียณ ตอนอายุ 55 เท่ากัน ไม่ส่งต่อ จะได้เงินบำนาญแตกต่างกันหรือไม่
    ตอบ การส่งประกันสังคมไม่จำเป็นต้องส่งต่อเนื่องตลอด จะยกเลิกเมื่อไรก็ทำเรื่องลาออกจากประกันสังคมได้ ซึ่งระยะเวลาก็จะเกษียณแต่สมทบไม่ครบ 180 เดือน มีสิทธิรับ "บำเหน็จ" จ่ายเป็นก้อนครั้งเดียว ส่วนท่านที่สมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป จะมีสิทธิรับ "บำนาญ" และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี จึงจะมีสิทธิืขอรับบำเหน็จ หรือ บำนาญ แล้วแต่กรณีดังกล่าวข้างต้น

    หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  84. ตอบ คุณ ไม่ระบุชื่อ31 มีนาคม 2557 20 นาฬิกา 52 นาที 00 วินาที GMT+7

    คำถาม อยากถามคะท่าเราลาคลอดกลางเดือนตุลาปี56แล้วทางบริษัทบอกว่าท่าลาคลอดและเเข็งแรงแล้วให่กับมาทำงานได้แต่พอถึเวลากับไม่ได้ทำแล้วก็ไม่ได้ส่งประกันมาจนปจุบันและก้อว่างงานเราจะต้องทำอย่างยังบ้างคะ

    คำตอบ ไม่เข้าใจประเด็นคำถาม ต้องการจะถามอย่างไร เพราะรายละเอียดที่ให้มาก็ไม่ชัดเจน กรุณาส่งคำถามที่ชัดเจนพร้อมรายละเอียดมาประกอบการถาม

    ตอบลบ
  85. ขาดส่งประกันตน ม.39 3เดือน ของเดือนเมษายน2557เป็นเดือนที่3 ของวันที่่15ของเดือนนี้ ซึ่งติดเทศกาลสงกรานต์ยาว พอที่ประกันสังคมจะอนุโลมให้ได้รึป่าวคับ เพราะหมอนัดตรวจเดือนนีี กลัวจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ เดือดร้อนเรื่องคำตอบคับ ขอชี้ทางสว่างให่หน่อยคับ ขอบคุนคับ
    จากคุนเอ็ม

    ตอบลบ
  86. ตอบ คุณไม่ระบุชื่อ17 เมษายน 2557 0 นาฬิกา 27 นาที 00 วินาที GMT+7

    สำหรับการขาดส่ง ม.39 3 เดือนติดต่อกันจึงจะถูกยกเลิก แต่ที่แจ้งมายังรวมเดือนเมษายน 2557 นี้ แม้จะเลยกำหนดที่หักก็ยังไปส่งเองภายในเดือนนี้ ที่สำนักงานประกันตนเองที่เราสังกัดอยู่ได้ ภายในวันที่ 29 แต่ควรไปติดต่อแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า เดี๋ยวจะไม่ทันอีก

    หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่ของตนเอง หรือติดต่ออสายด่วนประกันสังคม 1506

    ตอบลบ
  87. อยากสอบถามครับ กรณีลาออกจากงานมาแล้วเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556 และต้องการต่อประกันสังคมใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนหน้า สามารถต่อได้ไหมครับ ประกันสังคมยังใช้ได้อยุ่ไหม และ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ไม่ได้มีการส่งจ่าย จะต้องรวมยอดมาส่งจ่ายด้วยไช่ไหมคับ

    ตอบลบ
  88. ตอบ คุณ ไม่ระบุชื่อ21 เมษายน 2557 14 นาฬิกา 46 นาที 00 วินาที GMT+7

    หลังจากสิ้นสุดประกันสังคม ยังมีความคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนซึ่งยังสามารถใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ และหากประสงค์จะต่อประกันสังคมจะต้องดำเนินการภายใน 6 เดือนเช่นกัน มิฉะนั้นก็จะหมดสิทธิ์ ให้ติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมที่สังกัดเพื่อขอยื่นเรื่องประกันตนเอง ม. 39

    ตอบลบ