วันหยุดสุดท้ายของปีใหม่เเล้วนะ
ใครได้มีโอกาสไปปาร์ตี้ ขอให้สนุกเต็มที่
มีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ สักสามข้อมาฝากกัน
1. ถ้าเรียงเครื่องดื่มยอดนิยมจากน้อยไปมากจะได้ตามนี้เลย
คอกเทลหวาน หรือ " ซาว่า "
เเอลกฮอลล์ 2-5%
เบียร์สด หรือเรียกสั้นๆ " นะหมะ "
เเอลกฮอลล์ 4-5%
ถ้าจะเอามันส์สุด สั่งวอดก้าญี่ปุ่น หรือ " โชจู "
ก็จะได้เเอลกฮอลล์ไป 20-40%
2. คนไทยกินเหล้าเสร็จ จะไปต่อข้าวต้มใช่มั้ย
เเต่ญี่ปุ่น ชอบไปกินราเมงร้อนๆ
ซึ่งก็เพิ่งรู้ว่า เวลากินเหล้าเนี่ย น้ำตาลในเลือดจะต่ำมาก
เเถมสูญเสียพลังงงานไปเยอะ เลยต้องซัดคาร์โบไฮเดรคตามเข้าไป
ความรู้ใหม่เลย ^^
3. สุดท้าย "อิคคิ อิคคิ" (IKKI - IKKI ) เเปลว่า "หมดเเก้ว"
( ไม่ใช่ อิคุ อิคุ นะจำดีๆ เด๋วสถานการณ์เปลี่ยน 555)
Enjoy Party kub ^^
๋แหล่งที่มา Facebook : Japan NEED
วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558
เช่าซื้อและลิสซิ่ง คืออะไร
การเช่าซื้อหรือลิสซิ่ง
เป็นการทำสัญญาที่ทำให้เราได้สินค้า
เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ คอมพิวเตอร์
หรือเครื่องจักร มาใช้ในชีวิตประจำวัน
หรือเพื่อประกอบธุรกิจ
โดยที่เรายังไม่ได้เป็นเจ้าของ
หรือมีกรรมสิทธิ์ในสินค้านั้น
และไม่ต้องจ่ายเป็นก้อนใหญ่ในคราวเดียว
แต่จะใช้วิธีค่อย ๆ ทยอยจ่ายตามที่ตกลงกันไว้
"เช่าซื้อ" (Hire Purchase)
เราในฐานะลูกค้าหรือผู้เช่าซื้อ
จะทำสัญญากับผู้ให้เช่าซื้อว่า
จะชำระค่าสินค้าเป็นงวด ๆ
ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนด
โดยระหว่างนั้นผู้เช่าซื้อสามารถนำสินค้า
หรือทรัพย์สินนั้นมาใช้งานได้ก่อน
โดยที่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ
จนกว่าจะจ่ายเงินครบตามสัญญา
จึงจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นมา
เป็นของเรา เช่น การเช่าซื้อรถยนต์หรือจักรยานยนต์
"ลีสซิ่ง" (Leasing)
มีลักษณะคล้ายกับสัญญาเช่าซื้อ
คือ เราจะต้องชำระเงินค่าเช่าเป็นงวด ๆ
ตามจำนวนเงินและเวลาที่กำหนดในสัญญาเช่า
ต่างกันตรงที่เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า
เราสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อ ต่อสัญญาเช่า
หรือส่งคืนทรัพย์ให้กับผู้ให้เช่า
ส่วนมากผู้ที่ทำสัญญาลักษณะนี้
มักเป็นบริษัทหรือนิติบุคล
ที่ต้องการเช่าทรัพย์สินที่มีราคาแพง
หรือเช่าทรัพย์สินในปริมาณมาก
เช่น เครื่องจักร รถยนต์ หรืออาจ
เป็นการเช่าสินค้าที่เทคโนโลยี
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร
ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท.
แหล่งที่มา Facebook : Kiatnakin Bank
เป็นการทำสัญญาที่ทำให้เราได้สินค้า
เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ คอมพิวเตอร์
หรือเครื่องจักร มาใช้ในชีวิตประจำวัน
หรือเพื่อประกอบธุรกิจ
โดยที่เรายังไม่ได้เป็นเจ้าของ
หรือมีกรรมสิทธิ์ในสินค้านั้น
และไม่ต้องจ่ายเป็นก้อนใหญ่ในคราวเดียว
แต่จะใช้วิธีค่อย ๆ ทยอยจ่ายตามที่ตกลงกันไว้
"เช่าซื้อ" (Hire Purchase)
เราในฐานะลูกค้าหรือผู้เช่าซื้อ
จะทำสัญญากับผู้ให้เช่าซื้อว่า
จะชำระค่าสินค้าเป็นงวด ๆ
ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่กำหนด
โดยระหว่างนั้นผู้เช่าซื้อสามารถนำสินค้า
หรือทรัพย์สินนั้นมาใช้งานได้ก่อน
โดยที่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ
จนกว่าจะจ่ายเงินครบตามสัญญา
จึงจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นมา
เป็นของเรา เช่น การเช่าซื้อรถยนต์หรือจักรยานยนต์
"ลีสซิ่ง" (Leasing)
มีลักษณะคล้ายกับสัญญาเช่าซื้อ
คือ เราจะต้องชำระเงินค่าเช่าเป็นงวด ๆ
ตามจำนวนเงินและเวลาที่กำหนดในสัญญาเช่า
ต่างกันตรงที่เมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่า
เราสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อ ต่อสัญญาเช่า
หรือส่งคืนทรัพย์ให้กับผู้ให้เช่า
ส่วนมากผู้ที่ทำสัญญาลักษณะนี้
มักเป็นบริษัทหรือนิติบุคล
ที่ต้องการเช่าทรัพย์สินที่มีราคาแพง
หรือเช่าทรัพย์สินในปริมาณมาก
เช่น เครื่องจักร รถยนต์ หรืออาจ
เป็นการเช่าสินค้าที่เทคโนโลยี
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร
ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท.
แหล่งที่มา Facebook : Kiatnakin Bank
ยิ่งให้...ยิ่งได้
จิตของคนขาดแคลน
จะเอาแต่ขอ ขอ ขอ
ของฟรีมีมั้ย เอาให้ฉันหน่อย ให้ฉันสิ ฉันอยากได้
เธอให้ฉันก่อนสิ แล้วฉันจะให้เธอ
ซึ่งส่วนใหญ่ ก็มักจะผิดหวัง ไม่ได้ตามที่ขอ
ถ้าเพียงแต่เขาจะรู้สักนิดว่า
แค่เปลี่ยนมุมกลับ หันมาเป็นผู้ให้ก่อน
ให้โดยไม่คิดว่าจะได้อะไรตอบแทนกลับมา
ในเวลาต่อมา เขาจะได้รับ รับ รับจนแทบรับไม่ทัน
ก็ฉันขาดแคลนอยู่ จะเอาอะไรไปให้?
จิตของคนขาดแคลน คลางแคลงคิดแบบนั้น
ตอบว่า ให้รอยยิ้ม ให้ความช่วยเหลือ
ให้แรงกาย ให้ความรู้ที่มี ให้ความอบอุ่น ให้กอด
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ใช้เงินสักบาท
ถ้าทำได้เช่นนั้น
จิตที่ขาดแคลนจะเริ่มรับรู้ถึงความสุขของการให้
ความสุขที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนว่า
เป็นสุขที่ยิ่งกว่าการได้รับเสียอีก
บอกเล่าเรื่องราวนี้ให้เขารู้
ถ้าเขาฟัง เชื่อ ทำตาม ก็เป็นบุญของเขา
ถ้าเขาไม่ฟัง ไม่เชื่อ ไม่ทำตาม
ก็เป็นกรรมของเขา
จิตของคนขาดแคลนเป็นดวงจิตที่น่าสงสาร
ขอใครอย่าได้ตกอยู่ในสภาวะนั้นเนิ่นนานเลย
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
จะเอาแต่ขอ ขอ ขอ
ของฟรีมีมั้ย เอาให้ฉันหน่อย ให้ฉันสิ ฉันอยากได้
เธอให้ฉันก่อนสิ แล้วฉันจะให้เธอ
ซึ่งส่วนใหญ่ ก็มักจะผิดหวัง ไม่ได้ตามที่ขอ
ถ้าเพียงแต่เขาจะรู้สักนิดว่า
แค่เปลี่ยนมุมกลับ หันมาเป็นผู้ให้ก่อน
ให้โดยไม่คิดว่าจะได้อะไรตอบแทนกลับมา
ในเวลาต่อมา เขาจะได้รับ รับ รับจนแทบรับไม่ทัน
ก็ฉันขาดแคลนอยู่ จะเอาอะไรไปให้?
จิตของคนขาดแคลน คลางแคลงคิดแบบนั้น
ตอบว่า ให้รอยยิ้ม ให้ความช่วยเหลือ
ให้แรงกาย ให้ความรู้ที่มี ให้ความอบอุ่น ให้กอด
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ใช้เงินสักบาท
ถ้าทำได้เช่นนั้น
จิตที่ขาดแคลนจะเริ่มรับรู้ถึงความสุขของการให้
ความสุขที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนว่า
เป็นสุขที่ยิ่งกว่าการได้รับเสียอีก
บอกเล่าเรื่องราวนี้ให้เขารู้
ถ้าเขาฟัง เชื่อ ทำตาม ก็เป็นบุญของเขา
ถ้าเขาไม่ฟัง ไม่เชื่อ ไม่ทำตาม
ก็เป็นกรรมของเขา
จิตของคนขาดแคลนเป็นดวงจิตที่น่าสงสาร
ขอใครอย่าได้ตกอยู่ในสภาวะนั้นเนิ่นนานเลย
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558
7 เคล็ดลับ จัดระเบียบกระเป๋าสตางค์ต้อนรับปีใหม่
·ลองเริ่มวางแผนการเงินอย่างมีวินัยตั้งแต่ต้นปี ตามเทคนิค 7 ข้อง่ายๆ เพื่อความมั่นคงในชีวิต
1. จ่ายให้น้อยกว่าที่หามาได้ วิธีเบสิกที่สุดและได้ผลมากที่สุดเช่นกัน
2. เก็บเงินให้ได้ 10% ของรายได้
3. อัพเดตการเงินอยู่เสมอเพื่อจะได้ดูดอกเบี้ยหรือความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินนั้นๆ
4. เก็บเงินฉุกเฉินซึ่งจำนวนเงินควรจะมีประมาณ 3 เท่าของเงินเดือนครับ
5. อย่าโดนค่าปรับบัตรเครดิต จนกลายเป็นข้อเสียติดตัว
6. ทำประกันคุ้มครอง ลองดูความเสี่ยงในชีวิตและเริ่มทำประกันตั้งแต่ต้นปีนี้
7. คิดแผนอนาคต เขียนเป็นรูปแบบและกำหนดว่าคุณจะทำสำเร็จเมื่อไร เพื่อจะได้เป็นกำลังใจในการเก็บเงิน
ง่ายๆ เพียงเท่านี้
แหล่งที่มา Facebook : CIMB Thai
1. จ่ายให้น้อยกว่าที่หามาได้ วิธีเบสิกที่สุดและได้ผลมากที่สุดเช่นกัน
2. เก็บเงินให้ได้ 10% ของรายได้
3. อัพเดตการเงินอยู่เสมอเพื่อจะได้ดูดอกเบี้ยหรือความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินนั้นๆ
4. เก็บเงินฉุกเฉินซึ่งจำนวนเงินควรจะมีประมาณ 3 เท่าของเงินเดือนครับ
5. อย่าโดนค่าปรับบัตรเครดิต จนกลายเป็นข้อเสียติดตัว
6. ทำประกันคุ้มครอง ลองดูความเสี่ยงในชีวิตและเริ่มทำประกันตั้งแต่ต้นปีนี้
7. คิดแผนอนาคต เขียนเป็นรูปแบบและกำหนดว่าคุณจะทำสำเร็จเมื่อไร เพื่อจะได้เป็นกำลังใจในการเก็บเงิน
ง่ายๆ เพียงเท่านี้
แหล่งที่มา Facebook : CIMB Thai
ไหว้พระธาตุประจำปีเกิดสริมวงปี 2558
ขอต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2558
ด้วยการพาไปไหว้พระเสริมดวง
เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต
ด้วยการกราบไหว้พระธาตุประจำปีเกิดกัน
คำว่า “พระธาตุ” มีหมายความถึง
พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
และยังรวมถึงสถานที่หรือพระเจดีย์
ที่บรรจุพระบรมธาตุด้วย
ซึ่งในแต่ละที่จะมีตำนานหรือประวัติ
ที่เล่าถึงการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์
ซึ่งสัมพันธ์กับการเสด็จโปรดสัตว์
ของพระพุทธเจ้าในดินแดนต่างๆ
ที่พระองค์เสด็จไปถึง
มาดูกันว่าเกิดปีนักษัตรไหนต้องไปไหว้สักการะที่ใด
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook
แหล่งที่มา Facebook : CIMB Thai
รักตัวเองจึงคือพื้นฐานของความสุข
มีคำถาม 3 ข้อ
1. สามวันที่ผ่านมา คุณชมใครบ้างแล้วหรือยัง?
2. สามวันที่ผ่านมา คุณถูกใครชมบ้างแล้วหรือยัง?
3. สามวันที่ผ่านมา คุณชมตัวเองบ้างแล้วหรือยัง?
จงตอบอย่างซื่อสัตย์
คำตอบของข้อแรก คือ ทัศนคติที่คุณมีต่อโลกนี้
คำตอบของข้อสอง คือ ทัศนคติที่โลกนี้มีต่อคุณ
คำตอบของข้อสาม คือ ทัศนคติที่คุณมีต่อตัวคุณเอง
สามข้อนี้ล้วนโยงใยส่งถึงกัน
ถ้าคุณรักตัวเอง คุณจะชมตัวเอง
ถ้าคุณรักตัวเอง โลกนี้จะรักคุณ ผู้คนจะชื่นชมคุณ
ถ้าคุณรักตัวเอง คุณจะรักโลก รักผู้คน คุณจะชอบชมคนอื่น
รักตัวเองจึงคือพื้นฐานของความสุข
ส่องกระจกครั้งต่อไป
อย่าลืมชมตัวเองบ้าง
สวัสดีปีใหม่ตัวเองบ้าง
อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต
อย่าลืมรักตัวเองบ้างนะ
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
1. สามวันที่ผ่านมา คุณชมใครบ้างแล้วหรือยัง?
2. สามวันที่ผ่านมา คุณถูกใครชมบ้างแล้วหรือยัง?
3. สามวันที่ผ่านมา คุณชมตัวเองบ้างแล้วหรือยัง?
จงตอบอย่างซื่อสัตย์
คำตอบของข้อแรก คือ ทัศนคติที่คุณมีต่อโลกนี้
คำตอบของข้อสอง คือ ทัศนคติที่โลกนี้มีต่อคุณ
คำตอบของข้อสาม คือ ทัศนคติที่คุณมีต่อตัวคุณเอง
สามข้อนี้ล้วนโยงใยส่งถึงกัน
ถ้าคุณรักตัวเอง คุณจะชมตัวเอง
ถ้าคุณรักตัวเอง โลกนี้จะรักคุณ ผู้คนจะชื่นชมคุณ
ถ้าคุณรักตัวเอง คุณจะรักโลก รักผู้คน คุณจะชอบชมคนอื่น
รักตัวเองจึงคือพื้นฐานของความสุข
ส่องกระจกครั้งต่อไป
อย่าลืมชมตัวเองบ้าง
สวัสดีปีใหม่ตัวเองบ้าง
อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต
อย่าลืมรักตัวเองบ้างนะ
แหล่งที่มา Facebook : Boy's Thought
วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558
5 สิ่งที่คุณควรเขียนทุกวัน
การเขียนมีคุณค่ามากกว่าการพูด
เพราะการเขียนจะผ่านกระบวน
การกลั่นกรองคำที่เหมาะสม
และความตั้งใจในการคิดและ
สร้างสรรค์สิ่งที่เขียนออกมา
จากความคิดสู่หน้ากระดาษ
ในรูปของตัวหน้งสือ
ผู้รับจะเกิดความรู้สึก
มากกว่าการได้ยินหลายเท่า
การเขียนส่งผลทางบวกแก่ผู้รับอย่างมหาศาล
เพราะผู้รับสามารถเก็บไว้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก
ต่างจากคำพูดที่อาจถูกลืมเลือนเมื่อเวลาผ่านไป
อะไรคือสิ่งที่คุณควรเขียน
1. เขียนคำขอบคุณถึงผู้ที่เชื่อและสนับสนุนคุณ
2. เขียนคำขอโทษถึงคนที่คุณทำให้เค้าผิดหวัง
3. เขียนแสดงความยินดีคนรอบข้างในสิ่งที่เค้าทำสำเร็จ
4. เขียนเสนอตัวให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่กำลังต้องการ
เขียนลักษณะว่า เราอยากเรียนรู้งานนั้นที่เค้ากำลังทำ
ขอเข้าไปมีส่วนร่วมได้ไม๊ อย่าเขียนไปในลักษณะ
ว่าเราจะไปช่วยเพราะสงสารที่เห็นเค้าทำไม่ไหว
5. เขียนคำชมโดยที่เค้าไม่ได้คาดหวัง
ลองเขียนสิ่งเหล่านี้ทุกวัน
แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงไป
ในทางที่ดีขึ้นทุกๆ วัน
วันนี้เป็นวันแรกของปี
จึงเป็นโอกาสเหมาะที่สุด
ที่คุณจะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง
โดยเริ่มจากการเขียนสิ่งดีๆเหล่านี้
สวัสดีปีใหม่อีกครั้ง
แหล่งที่มา Facebook : Trick of the Trade
เพราะการเขียนจะผ่านกระบวน
การกลั่นกรองคำที่เหมาะสม
และความตั้งใจในการคิดและ
สร้างสรรค์สิ่งที่เขียนออกมา
จากความคิดสู่หน้ากระดาษ
ในรูปของตัวหน้งสือ
ผู้รับจะเกิดความรู้สึก
มากกว่าการได้ยินหลายเท่า
การเขียนส่งผลทางบวกแก่ผู้รับอย่างมหาศาล
เพราะผู้รับสามารถเก็บไว้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก
ต่างจากคำพูดที่อาจถูกลืมเลือนเมื่อเวลาผ่านไป
อะไรคือสิ่งที่คุณควรเขียน
1. เขียนคำขอบคุณถึงผู้ที่เชื่อและสนับสนุนคุณ
2. เขียนคำขอโทษถึงคนที่คุณทำให้เค้าผิดหวัง
3. เขียนแสดงความยินดีคนรอบข้างในสิ่งที่เค้าทำสำเร็จ
4. เขียนเสนอตัวให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่กำลังต้องการ
เขียนลักษณะว่า เราอยากเรียนรู้งานนั้นที่เค้ากำลังทำ
ขอเข้าไปมีส่วนร่วมได้ไม๊ อย่าเขียนไปในลักษณะ
ว่าเราจะไปช่วยเพราะสงสารที่เห็นเค้าทำไม่ไหว
5. เขียนคำชมโดยที่เค้าไม่ได้คาดหวัง
ลองเขียนสิ่งเหล่านี้ทุกวัน
แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงไป
ในทางที่ดีขึ้นทุกๆ วัน
วันนี้เป็นวันแรกของปี
จึงเป็นโอกาสเหมาะที่สุด
ที่คุณจะเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเอง
โดยเริ่มจากการเขียนสิ่งดีๆเหล่านี้
สวัสดีปีใหม่อีกครั้ง
แหล่งที่มา Facebook : Trick of the Trade
"Starter" กับ "Finisher"
Starter คือ คนที่มีโปรเจคใหม่ๆ ในหัวเสมอ
คนเเบบนี้เป็นจอมโปรเจค มีอะไรใหม่ๆ วิ่งเข้าใส่ตลอด
ถือเป็นกองหน้่า ในการทำ Business ใหม่ๆ ได้ดี
เเต่ข้อเสีย คือ เป็นคนขี้เบื่อ ทำอะไรไม่ได้จนจบ
เพราะตามหาความเเปลกใหม่ตลอดเวลา
เเถมเป็นคนที่พยายามคว้า "ทุกโอกาส" ที่เข้ามาในชีวิต
เลยเหนื่อยกว่าชาวบ้าน เเต่ไม่ค่อยมีอะไรออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
นอกจากป่าวประกาศให้คนอื่นรู้เวลา "เรื่ม" ทำเท่านั้น
..................
ในขณะที่ Finisher คือ คนที่ตามเก็บงานจนเสร็จ
เป็นคนที่ตามหาความสมบูรณ์เเบบของงาน
ไม่ค่อย multi-task สามารถ focus ได้ทีละอย่าง
เเต่เค้าสามารถทำอะไรได้เเบบเต็มที่ "จนเสร็จ"
โปรเจคของ Finisher อาจมีเเค่หนึ่งหรือสองโปรเจคต่อปี
อวดใครไม่ค่อยได้ เเต่มันเป็นความภูมิใจลึกๆ ของเค้า
ที่ไม่จำเป็นต้องบอกใคร
.........................
ถ้าคุณเป็นคนที่เป็นทั้ง Starter เเละ Finisher
ถือเป็นสุดยอดบุคคลทำงานมาก
เเต่ในความเป็นจริง คือ เราเป็นเเค่อย่างใดอย่างนึงเท่านั้น
ตัวเองเป็น Starter 70 % เเละ Finisher 30%
ทำให้รู้ตัวเองว่าเหมาะกับงานวิทยากร เเละ Creative มากๆ
เนื่องจากมีอะไรให้เล่นใหม่ๆ เสม
ลองหาส่วนที่เราขาด โปรเจคไหนก็ตามที่มีทั้ง Starter เเละ Finisher ในทีม
รับรองว่าความสำเร็จไม่หนีไปไหนเเน่นอน !
สุขสันต์ปีเเพะ ^^
คนเเบบนี้เป็นจอมโปรเจค มีอะไรใหม่ๆ วิ่งเข้าใส่ตลอด
ถือเป็นกองหน้่า ในการทำ Business ใหม่ๆ ได้ดี
เเต่ข้อเสีย คือ เป็นคนขี้เบื่อ ทำอะไรไม่ได้จนจบ
เพราะตามหาความเเปลกใหม่ตลอดเวลา
เเถมเป็นคนที่พยายามคว้า "ทุกโอกาส" ที่เข้ามาในชีวิต
เลยเหนื่อยกว่าชาวบ้าน เเต่ไม่ค่อยมีอะไรออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
นอกจากป่าวประกาศให้คนอื่นรู้เวลา "เรื่ม" ทำเท่านั้น
..................
ในขณะที่ Finisher คือ คนที่ตามเก็บงานจนเสร็จ
เป็นคนที่ตามหาความสมบูรณ์เเบบของงาน
ไม่ค่อย multi-task สามารถ focus ได้ทีละอย่าง
เเต่เค้าสามารถทำอะไรได้เเบบเต็มที่ "จนเสร็จ"
โปรเจคของ Finisher อาจมีเเค่หนึ่งหรือสองโปรเจคต่อปี
อวดใครไม่ค่อยได้ เเต่มันเป็นความภูมิใจลึกๆ ของเค้า
ที่ไม่จำเป็นต้องบอกใคร
.........................
ถ้าคุณเป็นคนที่เป็นทั้ง Starter เเละ Finisher
ถือเป็นสุดยอดบุคคลทำงานมาก
เเต่ในความเป็นจริง คือ เราเป็นเเค่อย่างใดอย่างนึงเท่านั้น
ตัวเองเป็น Starter 70 % เเละ Finisher 30%
ทำให้รู้ตัวเองว่าเหมาะกับงานวิทยากร เเละ Creative มากๆ
เนื่องจากมีอะไรให้เล่นใหม่ๆ เสม
ลองหาส่วนที่เราขาด โปรเจคไหนก็ตามที่มีทั้ง Starter เเละ Finisher ในทีม
รับรองว่าความสำเร็จไม่หนีไปไหนเเน่นอน !
สุขสันต์ปีเเพะ ^^
วิธีการส่งความสุขสไตล์ญี่ปุ่น
อยากส่งความสุขให้ "โดนๆ" ในปีใหม่นี้
ลองเอาเคล็ดลับ 4 ข้อนี้ไปใช้ดูมั้ย
...................
1. เลิก Copy Paste อวยพรปีใหม่เเบบส่งต่อ
มันเเทบไม่มีประโยชน์อะไร เพราะทุกคนได้รับเหมือนกัน
2. List ชื่อ 30 คนที่เราอยากอวยพรมากที่สุด
เเล้วเริ่มบรรจงเขียนข้อความสุดพิเศษ " เฉพาะคนๆ นั้น "
มันอาจเป็นการเสียเวลาไปหนึ่งวัน เเต่นี่คือการสร้างความสัมพันธ์อันดี
กับคนสำคัญของเราอีก 365 วัน !
3. อย่าลืม"ขอบคุณ" สิ่งที่เราได้มอบให้กันในช่วงปีที่ผ่านมา
เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันเวลาดีๆ ซึ่งกันเเละกัน
4. สิบข้อความออนไลน์ ไม่เท่าหนึ่งเสียงอวยพรทางโทรศัพท์
....................
Happy new year 2015 ^^
แหล่งที่มา Facebook : ๋Japan NEED
ส.ค.ส. พระราชทาน 2015
ในหลวง พระราชทาน ส.ค.ส.ปี 2558 เป็นภาพพระมหาชนก พร้อมข้อความ ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์
แหล่งที่มา Facebook : ThaiPBS
Google Logo : Happy New Year 2015
Wishing you all the blessings of
the New Year...the warmth of home,
the love of family and the company of good friends.
Happy New Year to all.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568
ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...
-
ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ใดเคยเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาแล้ว ไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน และต่อมาความเป็นผู้ประกันตนได้สิ...
-
การจ่ายเงินรายได้ไม่ครบถ้วน ว่าจริงๆ แล้วเงินที่ทางผู้จ้างได้จ่ายให้ผู้รับจ้างไม่ครบนั้น เพราะว่าทางผู้จ้างได้หักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซ...




