วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

รู้ดีในเรื่องที่ไม่จำเป็นกับชีวิต ...ไม่รู้สักเรื่องในเรื่องที่ "จำเป็น" กับชีวิต

บางทีก็ประหลาดใจในมนุษย์
เรารู้ดีในเรื่องที่ไม่จำเป็นกับชีวิต
แต่เรากลับไม่รู้สักเรื่องในเรื่องที่ "จำเป็น" กับชีวิต

เรารู้ดีว่ามือถือรุ่นไหนใหม่ล่าสุด ซื้อที่ไหน
เราทนใช้มือถือรุ่นเก่า ๆ ไม่ได้
แต่เรากลับไม่ค่อยรู้วิธีหาเงินวิธีล่าสุด ว่าจะหาเงินจากที่ไหน
เราทนกับวิธีหาเงินแบบเดิม ๆ ได้

เรารู้ดีว่าจะวางแผนเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนดี
ทั้งที่เพิ่งจะผ่านปีใหม่มา
แต่เรากลับไม่ค่อยรู้เรื่องการวางแผนภาษี
ทั้งที่เสียภาษีมาไม่รู้กี่ปีแล้ว

เรารู้ดีว่าถ้าโบนัสออก เราจะเอาไปซื้อรถรุ่นไหนดี
แต่เรากลับไม่รู้ว่าถ้าจะเอาเงินไปลงทุน จะลงทุนในอะไรดี?

เรารู้ดีว่านักบอลคนไหนเก่ง
ค่าตัวเท่าไหร่ ทีมไหนเป็นแชมป์
แต่เรากลับไม่รู้ว่าเราเก่งตรงไหน
ค่าตัวเท่าไหร่ และเมื่อไหร่จะได้เป็นแชมป์บ้าง?

เรารู้ดีเรื่องย่อละคร
เริ่มยังไง จบยังไง
แต่เรากลับไม่รู้เลยว่าชีวิตของเรา
จะเริ่มและจบอย่างไร

ทำไมเราถึงรู้ดีในเรื่องที่รู้ก็ได้ ไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่กับเรื่องที่ต้องรู้ ต้องเข้าใจ ต้องศึกษา เพราะมันจำเป็นกับชีวิต
เรากลับไม่รู้เลยสักนิด ทำไม?

เรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้ ก็ยังไม่ต้องรู้ก็ได้ เอาไว้ก่อนก็ได้
แต่เรื่องสำคัญอย่างเรื่องการหารายได้ วางแผนภาษี ลงทุน
และความสำเร็จในชีวิต เรื่องพวกนี้ "ต้องรู้"
เพราะมันจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
หรือจะไม่รู้ก็ได้

ถ้าคุณแค่อยากจะนั่งเฝ้าดูความสำเร็จของคนอื่น
ไปตลอดชีวิต

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

7 นาทีกับความเข้าใจเรื่อง "หนี้ของญี่ปุ่น"

อยากให้ลองดูคลิปนี้ เค้าสรุปเป็น info graphic ได้เข้าใจง่ายดี


เนื้อเรื่องย่อ ...

1. สิ้นปี 2012 รัฐบาลญี่ปุ่นเเบกหนี้ประมาณ 997 ล้านล้านเยน
ซึ่งเป็นประเทศที่มีหนี้ต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลก

2. ปกติรายได้รัฐก็มาจากภาษี
เเละภาษีก็มาจากสองส่วน คือ คนทั่วไป กับ บริษัท
รัฐบาลพอได้ภาษีมา ก็นำไปใช้จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

3. วันนึงรัฐบาลญี่ปุ่นอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะมีการไปกู้เงินเพิ่ม
ด้วยการออกสิ่งที่เรียกว่า "พันธบัตรรัฐบาล"

4. รัฐบาลญี่ปุ่น ออกพันธบัตรได้เรื่อยๆ เพราะมีความน่าเชื่อถือ
เเต่ก็ทำให้รัฐบาลต้องมีหนี้ที่สะสมขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน

5. ในวันที่ดอกเบี้ยต่ำก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะใช้เงินคืนสบายๆ
เเต่พอดอกเบี้ยสูงขึ้นมา ทำให้รายได้จากภาษีมันไม่ cover รายจ่าย
เนื่องจากต้องเอาเงินไปใช้หนี้หมด ไม่เหลือถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เรื่องราวเริ่มสนุกครับ เพราะนี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดนโยบาย abenomics
เเละส่งผลให้หุ้นญี่ปุ่นวิ่งอย่างเมามันส์ในช่่วงที่ผ่านมา

แหล่งที่มา    Facebook : ๋Japan NEED

ปีที่ 1 ฉบับที่ 116 วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

โคมลอย ปล่อยทุกข์...ลอยโศก? จริงอ่ะ
อ่านออนไลน์ได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdkmac1rf.html


แหล่งที่มา   Facebook : New)108

เปลี่ยนแปลงตัวเอง

ถ้าคุณมีค่าตัวชั่วโมงละ 100,000 บาท

คำถามก็คือ
อะไรคือสิ่งที่คุณจะไม่มีวันทำ?
อะไรคือสิ่งที่คุณจะไม่มีวันเอาเวลาไปแลก?

ถ้าคุณมีค่าตัวขนาดนั้น
คุณยังจะเอาเวลาไปทำอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่มั้ย?
คุณยังจะนั่งจับกลุ่มนินทาชาวบ้านอยู่มั้ย?
คุณยังจะทำกิจกรรมราคาถูกอยู่มั้ย?
คุณยังจะซ้อมนอนเล่นก่อนนอนจริงอยู่มั้ย?
คุณจะปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไร้ประโยชน์หรือไม่?

คำตอบของคำถามนี้
คือสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจไม่ทำเสียตั้งแต่วันนี้
ถ้ายังเปลี่ยนไม่ได้ ยังหยุดไม่ได้
ก็ต้องค่อย ๆ วางแผนหาสิ่งใหม่ที่คุ้มค่าคุ้มเวลา

หรือคุณจะหวังให้ค่าตัวแสนมาหาคุณก่อน
แล้วคุณค่อยเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างงั้นหรือ?
...ไม่มีวัน

คุณต้องหยุดทำสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์เสียก่อน
คุณต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าเสียก่อน
แล้วเงินแสนถึงจะวิ่งมาหาคุณ

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

ปีที่ 1 ฉบับที่ 115 วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

เทรนด์นี้ ไม่มีร่วง ปี 2015
อ่านออนไลน์ทั้งหมดที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-fdc869kxq.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

ทอดสมอ

การทำงาน คือการใช้ศิลปะแขนงหนึ่ง
ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่

บางครั้ง...การปล่อยตามกระแส...ก็เป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้
เพราะรู้สึกว่า..น่าจะปลอดภัย...จากการปะทะ
เพลิน ๆ เดินหายใจทิ้งเล่น ฝุ่นสงบ...อยู่สักพัก
อยู่ ๆ กลับกลายเป็นฝุ่นตลบ..จากการ ผลัดแผ่นดิน

เปลี่ยนผู้บริหารมาใหม่...ไม่ให้สุ้มเสียง
อยู่ ๆ ความเสี่ยง...วิ่งเข้ามาหา
นัยว่า...พอหัวหน้าเดินตรวจแถว
ไหงแถว ๆ นี้ ไม่ค่อยมีผลงานละลานตา
กลายเป็นต้นทุนติดลบ ต่ำเตี้ยเรี่ยราด
ในสายตาผู้มาใหม่

ในทางกลับกัน...บางคน
ทวนกระแสเก่ามาตลอด
อยู่รอดมาอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ

ถึงตอนฟ้าเปิด
หัวหน้าใหม่เห็นแววเจิดจรัส
จับมาขัดเนื้อขัดตัวใหม่ให้แวววับ...
จับกระแสลมเพื่อทำงาน...นั้นเสี่ยง...เมื่อลมเปลี่ยนทิศ
ดีกว่ามั้ย...

ถ้าจะทวน ในสิ่งที่คิดว่าควรยืนหยัดเห็นแย้ง
ดีกว่ามั้ย...
ถ้าจะปล่อย ในสิ่งที่เห็นว่าต้องให้เวลาและประสบการณ์เป็นเครื่องพิสูจน์
ที่แน่ ๆ การทอดสมอ..เคาท์ดาวน์ รอวันเกษียณ
เป็นความเกรียน และ...กาก....นะว่ามะ

แหล่งที่มา    Facebook : iPattrainer / พัชราภรณ์ ตู้วชิรกุล

สุดยอดของความมั่งคั่ง

เรื่องนี้ลึกซึ้ง ตั้งใจอ่าน
แล้วกรอบความคิดคุณจะขยายกว่าเดิม

ถ้าคุณเป็นคนธรรมดา
คุณก็ทำให้ใครร่ำรวยไม่ได้ แม้แต่ตัวเอง

ถ้าคุณพิเศษขึ้นมาอีก
คุณจะสามารถทำให้ตนเองร่ำรวยขึ้นมาได้

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่พิเศษสุด ๆ
คุณจะต้องทำให้ผู้อื่นร่ำรวยได้ด้วย

พูดแบบนี้เข้าใจไม่ง่าย
เพราะมันค้านกับสามัญสำนึกของคนส่วนใหญ่
คนจำนวนมากเข้าใจว่าความรวยคือความโลภ เอาเปรียบ
และต้องเก็บความร่ำรวยนั้นไว้โดยไม่แบ่งใคร

จริงอยู่ อาจมีคนรวยประเภทนั้น
แต่คนรวยที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
จะต้องทำให้ผู้อื่นร่ำรวยขึ้น

จากนั้นโดยอัตโนมัติ เขาก็จะร่ำรวยตามไปด้วย
แม้อยากจะเพียงพอแล้วก็ตาม
ลองถามตัวเองสิว่า

วันนี้เราอยู่ในระดับไหน?
เอาตัวเองยังไม่รอด?
เอาตัวเองรอดแล้ว รวยด้วย?
หรือเริ่มอยู่ในระดับที่ทำให้ผู้อื่นร่ำรวยด้วย?

บางคนอ่านถึงตรงนี้ เริ่มบ่น
ใช่ ฉันไงทำให้บริษัทรวยอยู่ฝ่ายเดียว แต่ฉันจน
ตอบเร็ว ถ้าคิดอย่างนั้น ก็ลาออกเลย
บ่นแล้วจะทนทำไม ถ้าแน่จริงออกไปรวยเองเลย
เอาเข้าจริง ไม่ค่อยกล้าลาออกหรอก
เพราะมันก็แค่คำบ่นจากกรอบความคิดของคนที่ยังจนอยู่

เงินนั้นเหมือนน้ำที่ต้องมีการหมุนเวียน
ไม่อย่างนั้นจะเน่าเหม็น ไม่เห็นค่า
คนรวยไม่จริง จึงพยายามเก็บเงินไว้ในไหอย่างแน่นิ่ง
เฝ้าบอกว่ามันไม่เน่าไม่เสีย นอนกอดเงินเพลิน

แต่คนรวยที่แท้จริง รู้ดีว่าเงินนั้นต้องมีการถ่ายเท หมุนเวียน
เขาจึงต้องส่งเงินผ่านให้ผู้คน เกิดการลงทุน สนับสนุน
เกิดงาน เกิดผลผลิต เงินกำลังจะหมุนไป
แล้วมันจะเวียนกลับมาหาเขาอยู่ดี ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

สุดยอดของความมั่งคั่ง
จึงไม่ใช่ทำให้ตนเองร่ำรวยเพียงลำพัง
แต่อยู่ที่เราสามารถทำให้ผู้อื่น
ร่ำรวยเพราะเราได้มากเท่าไหร่ต่างหาก
มาทำให้ผู้อื่นร่ำรวยกันเถอะ

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

หนังสือ ..ทำไมยืมดีกว่าซื้อ

เป็นหัวข้อนึงที่สะดุดตาพอสมควร
เค้าบอกว่า ทุกวันนี้ ห้องสมุดมีมากมาย จะเสียเงินไปซื้อทำไม
TK Park ที่ เซนทรัลเวิลด์
TCDC ที่เอ็มโพเรียม
ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทัพย์

...เเหล่งความรู้ชั้นดีเพียบ !
เห็นต่างไปนิดว่า  มันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากมาย
เพราะถ้าเรายอมจ่ายกาเเฟเเก้วละร้อยกว่าบาท
เเต่ไม่ยอมซื้อหนังสือเล่มละสามร้อย
มันลำบากถ้าจะคุยต่อ
ส่วนตัวนะมีเทคนิคในการเลือกว่าจะ "ยืม" หรือ "ซื้อ"
..............................
จะยืม ก็ต่อเมื่อ ...
รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ " ต้องอ่านเดี๋ยวนี้ " ต้องใช้เร็วๆ นี้
เพราะกำหนดเวลายืมคืน จะช่วยกระตุ้นให้เรารีบอ่าน

เเต่ถ้าดันซื้อมาเเล้ว จะเหมือนเป็นของตาย ที่อ่านเมื่อไหร่ก้ได้
จนวันที่ได้อ่าน ไม่เคยมาถึง

เเละจะซื้อ ก็ต่อเมื่อ ...
อยากเขียน เเละ memo ในหนังสือเล่มนั้น
ด้วยความที่มีคำคมหรือเเนวคิดที่เราต้องนำมาคิดต่อ
หนังสือเละมากนะ เขียนกระจุย พับกระจาย
เเต่เชื่อว่า ความรู้ที่ดีต้องอยู่ในสมองไม่ใช่บนหิ้งหนังสือที่สวยงาม
..........
เป็นไง เวลาเราถูกใจหนังสือสักเล่ม
ชอบยืม หรือ ซื้อ มากกว่ากัน

แหล่งที่มา     Facebook : Japan NEED

ปีที่ 1 ฉบับที่ 114 วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

รับปีใหม่อย่างสดใสด้วยพื้นดวงนักษัตร
อ่านทั้งหมดได้ที่ http://www.flipsnack.com/new108daily/new108-ft9ydq4au.html


แหล่งที่มา    Facebook : New)108

วิถีของคนสำเร็จ

"ถ้านายไม่มีความพยายามซะเลย
นายก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
นายจะเอาอย่างนั้นใช่มั้ย?"

โดราเอมอนถามโนบิตะอย่างนั้นในวันที่โนบิตะท้อแท้
"โดราเอมอน ตอน Stand by Me"
ถือเป็นตอนที่ดีที่สุดตอนนึงที่เคยดูมา
เพราะร้อยเรื่องราวจากพบเจอสู่ลาจากได้อย่างลงตัว

ประโยคดังกล่าวดังก้องอยู่ในหูจนหนังจบ
เพราะมันไม่ใช่แค่ในการ์ตูน แต่ชีวิตจริงก็เช่นกัน

ไม่มีใครบอกเลยว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องใช้ความพยายาม
เพราะมันต้องใช้ความพยายามนี่ล่ะ
หลายคนจึงล้มเลิกไปในเวลาไม่นาน

ในหนังสือ Think and Grow Rich ของ Napoleon Hill
พูดถึงคำศัพท์คำนึงก็คือ Persistence หรือความพยายามไม่ลดละ
เขาบอกว่านี่คือสิ่งที่แยก โทมัส เอดิสัน ออกจากคนทั่วไป
เห็นด้วยมาก ๆ เพราะคนจำนวนมากยอมแพ้ง่าย แกล้งตายบ่อย

และพูดได้เต็มปากเลยว่า
ถ้าเราเพียรพยายามมากพอ (อย่างชาญฉลาดด้วยนะ)
ผลลัพธ์ของความพยายามนั้นจะตอบแทนเราอย่างสาสม

อยากได้สิ่งใหม่ แต่ทำตัวอย่างเดิม นั่นคือวิถีคนทั่วไป
อยากได้สิ่งใหม่ ต้องลงมือเปลี่ยนแปลง ต้องใช้ความพยายาม
นั่นจึงคือวิถีของคนสำเร็จ

"ถ้านายไม่มีความพยายามซะเลย
นายก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
นายจะเอาอย่างนั้นใช่มั้ย?"
โดราเอมอนถามโนบิตะอย่างนั้นในวันที่โนบิตะท้อแท้

และก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่า
คุณจะเอาอย่างนั้นใช่มั้ย?
บ่นไปอีกปี แล้วก็มีชีวิตเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น
คุณจะเอาอย่างนั้นใช่มั้ย?

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

วิธีการคิดดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต สิ่งที่คนไทยไม่ค่อยรู้

วิธีการคำนวณดอกเบี้ยจากบัตรเครดิต
มีคนไทยไม่ค่อยรู้
(ดูภาพประกอบ การคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรณีชำระขั้นต่ำ 10%)



ยกตัวอย่างการผ่อนชำระขั้นต่ำ 10%
สมมุติไปซื้อสินค้าวันที่ 8 มีนาคม 2557
จำนวน 30,000 บาท และบัตรเครดิตสรุป
ยอดวันที่ 5 เมษายน 2557
และไปซื้อก่อนวันสรุปยอด

พอสรุปยอดเสร็จ 5 เมษายน
ก็จะบอกว่าให้กำหนดชำระเมื่อไหร่
โดยทั่วไปจะบวกไป 15 วัน ก็
คือชำระวันที่ 20 เมษายน 2557

กรณีซื้อของราคา 30,000 บาท
เลือกจ่ายขั้นต่ำ 10% คือ 3,000 บาท
ยอดเหลือ 27,000 บาท
หมายความว่าผู้ใช้ยินดีจ่าย พอจ่ายขั้นต่ำ
แบงก์ก็จะคิดดอกเบี้ย
คนทั่วไปมักจะคิดว่าก็คิดตั้งแต่ 20 เมษายน 2557
เป็นวันที่เริ่มชำระ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่

แบงก์จะย้อนคิดดอกเบี้ยตั้งแต่ที่ซื้อสินค้าวันแรก
ก็คือวันที่ 8 มีนาคม ถึง 19 เมษายน
รวมระยะเวลา 43 วัน คูณดอกเบี้ยประมาณ 20%
แปลว่าต้องเสียดอกเบี้ย 707 บาท
ที่จะนำไปคิดเพิ่มในเดือนพฤษภาคม
ซึ่งเป็นงวดถัดไป

แต่การคำนวณดอกเบี้ยยังไม่จบ
เมื่อถึงกำหนดชำระในเดือนหน้า
20 พฤษภาคม มียอดค้างชำระ 27,000 บาท
จะมีการคำนวณดอกเบี้ยอีกตั้งแต่
วันที่ 20 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม
วันสรุปยอดถัดไป รวมเป็น 16 วัน

ฉะนั้นมีการคูณดอกเบี้ยอีก 16 วัน
คิดเป็นดอกเบี้ย 237 บาท

กลายเป็นว่าแบงก์คิดดอกเบี้ย 2 เด้ง

 - ครั้งแรก 707 บาท คำนวณดอกเบี้ย
ตั้งแต่วันที่จ่ายงวดแรก

  - ส่วนครั้งที่ 2 คำนวณดอกเบี้ย
ไปถึงงวดถัดไปอีก 237 บาท
รวมจ่ายดอกเบี้ย 944 บาท
จากเงินต้น 27,000 บาท

จะเห็นว่าดอกเบี้ยค่อนข้างสูง

ส่วนอีกกรณี แม้ว่าจะชำระครบทุกบาททุกสตางค์
แต่จ่ายล่าช้า ก็ถือว่าผิดชำระเหมือนกัน
การคิดดอกเบี้ยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้า
จนถึงวันชำระล่าสุด

ยกตัวอย่าง จ่าย 25 เมษายน
ดอกเบี้ยจะคิดตั้งแต่ 8 มีนาคม ถึง 25 เมษายน
จะไม่ใช่ 20-25 เมษายน

ดังนั้นจะต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 700 กว่าบาท

“กรณีจ่ายล่าช้าออกไป 2-3 วัน
ถ้าเรามีประวัติการชำระที่ดี
เจรจากับธนาคารได้
แบงก์ไม่อยากได้ดอกเบี้ย
เพราะได้รับค่าธรรมเนียม
จากร้านค้าอยู่แล้ว

แต่ถ้าหนี้เสียถึง 30,000 บาท
นานแค่ไหนกว่าจะได้คืน

แหล่งที่มา    Facebook : SET ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...