วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ชื่อเต็มๆ กรุงเทพมหานคร

ชื่อเต็มของกรุงเทพฯ
กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

คำอ่านภาษาไทย
กรุงเทบมะหานะคอน อะมอนรัดตระนะโกสิน มะหินทรายุดทะยา  มะหาดิลกพบ  นบพะรัดราดชะทานีบูรีรม
อุดมราดชะนิเวดมะหาสะถาน อะมอนพิมานอะวะตานสะถิด สักกะทัดติยะวิดสะนุกำประสิด

คำอ่านภาษาอังกฤษ
KRUNGTHEPMAHANAKHON AMONRATTANAKOSIN MAHINTHRAYUTTHAYA     MAHADILOKPHOP
NOPPHARATRATCHATHANIBURIROM  UDOMRATCHANIWETMAHASATHAN     AMONPHIMAN - AWA - TANSATHIT SAKKATHATIYAWITSANUKAMPRASIT

คำแปลเป็น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา
แปลอังกฤษ : City of Angels, Great City of Immortals,
แปลไทย : พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครรบชนะได้

มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
แปลอังกฤษ : Magnificent City of the Nine Gems, Seat of the King,
แปลไทย : มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง

อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต
แปลอังกฤษ : City of Royal Palaces, Home of the Gods Incarnate,
แปลไทย : มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา

สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์
แปลอังกฤษ : Erected by Visvakarman at Indra's Behest.
แปลไทย : ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้

หมายเหตุ

แก้วนพรัตน์ คือ แก้ว 9 ประการ คือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา ไพฑูรย์  รวม 9 ชนิด
  1. เพชร ที่เราทราบกันว่าแก้ววิเชียร นั่นเอง มีสีขาวเป็นประกายแวววาว เมื่อถูกแสงไฟหรือแสงแดด ราคาแพงมาก คุณลักษณะแข็งที่สุด ถึงกับนำมาใช้กับคนว่า คนใจเพชร เป็นต้น
  2. ทับทิม เป็นพลอยสีแดง มีมากในจังหวัดจันทบุรี ราคาพอประมาณหาซื้อได้ทั่วไป
  3. มรกต เป็นแก้วสีเขียวใบไม้ หายาก ราคาจึงค่อนข้างแพง นิยมนำมาแกะพระพุทธรูปบูชา และทำสร้อยคอ หัวแหวน
  4. บุษราคัม เป็นพลอยสีเหลือง น้ำทองคำ มีประกายเล็กน้อย นิยมทำหัวแหวน และสร้อยข้อมือสตรี ราคาพอประมาณ หาซื้อได้ทั่วไป
  5. โกเมน เป็นพลอยสีแดงเข้มค่อนข้างดำ สีแก่กว่าทับทิม ค่อนข้างหายาก ราคาไม่สู้แพง คนนิยมนำมาทำเครื่องประดับน้อย
  6. นิล  เป็นพลอยสีดำ หรือสีขาบ ดำสนิทแข็งดุจหิน มีมากทางจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ราคาพอปานกลาง นิยมใช้ในหมู่ผู้ชายหนุ่ม ๆ ส่วนสตรีนิยมในจำพวกคุณนาย คุณหญิงที่ต้องไปงานศพบ่อย ๆ
  7. มุกดา เป็นแก้วไข่มุก สีขาวนวลหมอกๆ คล้ายไข่มุก แก้วชนิดนี้ของจริงหายากมาก มักจะใช้ไข่มุกของญี่ปุ่นแทน ราคาค่อนข้างแพงระวังของปลอมมีมากเพราะของจริงหายากนั้นเอง
  8. เพทาย เป็นพลอยสีแดงสลัว ๆ ขุ่นๆ มัวๆ ระวังจะหลงผิดคิดไปว่าใช่ อาจจะเป็นโกเมน หายากเช่นเดียวกัน ราคาพอประมาณ
  9. ไพฑูรย์  เป็นพลอยสีเขียว มีน้ำเป็นรุ้งกลอกไปมา บางท่านเรียกว่า “เพชรตาแมว” หรือ “แก้วสีไม้ไผ่” ก็เรียกว่า ราคาค่อนข้างแพงมาก เพราะหายากมีคนนิยมใช้เท่า ๆ กับมรกต
แหล่งที่มา   เว็บไซต์ http://school.obec.go.th/nkwy/tiplearn/old/pages/bangkok.htm

ทำอย่างไรเมื่อมีกลิ่นเท้าแรง

สำหรับหนุ่มสาววัยรุ่นแล้ว แฟชั่นรองเท้าผ้าใบเป็นสิ่งที่นิยมไม่มีใครคงไม่เคยใส่ แต่การใส่รองเท้าผ้าใบนานๆ มักจะมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ตามมา ซึ่งกลิ่นที่ว่านี้เกิดมาจาก เชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากการหมักหมมจากเหงื่อ

วิธีแก้ปัญหานั้นต้องแก้จากต้นเหตุก็คือเชื้อแบคทีเรียมในรองเท้านั้นเอง วิธีง่ายๆ นำแอลกอฮอล์มาฉีดใส่รองเท้าแล้วนำไปตากแดดอ่อนๆ หลังจากแห้งสนิท นำกระดาษหนังสือพิมพ์ยัดลงไปในรองเท้าให้แน่น เรียบร้อย คราวหน้าถ้าใส่รองเท้าเป็นเวลานาน ควรที่จะทาแป้งเด็กที่เท้าและใส่ถุงเท้าสะอาดๆ ก็จะช่วยให้ลดอาการเหม็นลงได้

คราวนี้มาดูวิธีจัดการกับเท้าที่สุดเหม็นของเราบ้าง นำสบู่อุ่นๆ ผสมน้ำยาบ้วนปาก แช่ทิ้งเอาไว้สัก 5-10 นาที หรือนำน้ำส้มสายชูผสมในน้ำอุ่นแช่ทิ้งไว้ 5-10 นาทีเช่นกัน ง่ายๆ แค่นี้เท้าสุดเหม็นของคุณก็จะดีขึ้นมาก

แหล่งที่มา  เว็บไซต์สาระน่ารู้ดอทคอม

ต้นยางพาราช่วยลดโลกร้อน ได้จริงหรือ

จากคำกล่าวขานล่ำลือถึงสรรพคุณต่างๆ ที่ต้น ยางพาราสามารถช่วยลดโลกร้อนได้

เรามีข้อมูลที่สามารถยืนยันจากกรมวิชาการเกษตร นายจิรากร โกศัยเสวี รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ยางพาราเป็นไม้ยืนต้นที่ช่วยสนับสนุนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศที่เหลืออยู่ ประมาณร้อยละ 30 ทั้งยังเป็นพืชอนุรักษ์ดินและน้ำที่สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ ซึ่งผลจากการวิจัยของศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา พบว่าต้นยางพาราสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไม่น้อยกว่า 1.72 เมตริกตัน/ไร่/ปี ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 14.35 ล้านไร่ คาดว่าจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้ปีละไม่น้อยกว่า 16.54 ล้านเมตริกตัน

นอกจากนี้ยังพบว่า ยางพาราสามารถสร้างมวลชีวภาพไม่น้อยกว่า 5.68 เมตริกตัน/ไร่/ปี ทิ้งเศษซากใบและเศษไม้เป็นแร่ธาตุหมุนเวียนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1.12 เมตริกตัน/ไร่/ปี และการที่มีระบบปลูกพืชแถวขวางแนวการลาดเทของพื้นที่ สามารถช่วยป้องกันการไหลเซาะพังของดินโดยเฉพาะสภาพพื้นที่มีความลาดเอียงและ ลาดชันที่ปลูกยางแบบขั้นบันได จะช่วยลดปัญหาการพังทลายของดินได้ เห็นถึงคุณประโยชน์ที่มากมายของต้นยางพาราที่เราไม่รู้เลยใช่ไหมครับว่ามี มากแค่ไหน ว่าต้นยางพาราก็สามารถช่วยพวกเราในการลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง

แหล่งที่มา     เว็บไซต์ THAIZA

บินไทยเตรียมใช้เครื่องบินขนาดใหญ่สุดในโลก ก.ย. 2555 นี้

การบินไทย เตรียมใช้ เครื่องบินขนาดใหญ่สุดในโลก คือเครื่องบินแอร์บัส เอ380 ภายในเดือนกันยายน 2555 นี้

บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ380 จำนวน 6 ลำ จากบริษัทแอร์บัส โดยลำแรกได้ผลิตตัวเครื่องเสร็จสิ้น และมีการทดสอบระบบเรียบร้อย แต่ว่าอยู่ในระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์ภายใน และตกแต่งสีที่ประเทศเยอรมนี โดยมีกำหนดการการส่งมอบให้การบินไทย ในช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยที่จะเริ่มนำมาบินในเส้นทางสายสั้น คือ กรุงเทพฯ -ฮ่องกง กรุงเทพฯ-โตเกียว ก่อนที่จะขยายไปยังยุโรป เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางที่สูง

ทั้งนี้ เครื่องบินแอร์บัส เอ380 ถือเป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สามารถบรรจุที่นั่งโดยสารได้ถึง 853 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าเป็นที่นิยมของสายการบินต่างๆ โดยที่มียอดสั่งจองแล้ว 253 ลำจากทั่วโลก เพื่อแข่งขันในการให้บริการผู้โดยสาร ซึ่งการบินไทยได้รับเครื่องลำแรก ซึ่งติดตั้งที่นั่ง 507 ที่นั่ง ลำแรกในเดือนกันยายนนี้ ลำที่ 2 และ 3 ในสิ้นปีนี้ ส่วนอีก 3 ลำที่เหลือ จะส่งมอบภายในปีหน้า ซึ่งการใช้เครื่องบินรุ่นดังกล่าว จะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้ 15-20 เปอร์เซ็นต์ต่อที่นั่ง ต่อกิโลเมตร

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ THAIZA

33 ปี วันคุ้มครองผู้บริโภค

วันที่ 30 เมษายนของทุกปี ตรงกับวันคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งยึดถือว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2522 โดยในปีนี้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจะจัดงานขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวในการปกป้องสิทธิของตนเอง พร้อมออกนโยบายเร่งด่วนทำตราสัญลักษณ์รับประกันความปลอดภัยสินค้าและบริการ 26 ชนิด

สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. จัดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคขึ้น ระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2555 นี้ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนบริโภคตื่นตัว รู้จักปกป้องสิทธิตนเอง และเข้าใจการคุ้มครองผู้บริโภครูปแบบใหม่ โดยในปีนี้ ครบรอบ 33 ปี วันคุ้มครองผู้บริโภค มีการจัดทำตราสัญลักษณ์ สคบ.บนสินค้าและบริการที่มีการรับประกันความปลอดภัยในการบริโภคสินค้า ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคใน 3 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจและผลิตภัณฑ์ บริษัทขายตรงและกลุ่มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมโครงการและลงทะเบียน รับฟังแนวทาง ข้อเสนอแนะในการติดตราสัญลักษณ์ สคบ. เพื่อพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพที่มีความน่าเชื่อถือ

สำหรับสินค้าและบริการ 26 ประเภทที่ต้องติดตราสัญลักษณ์ความปลอดภัย ได้แก่
  1. รถยนต์ใช้แล้ว
  2. โทรศัพท์มือถือ
  3. ทองรูปพรรณ
  4. ห้างสรรพสินค้า
  5. รถยนต์ใหม่
  6. หอพัก
  7. บัตรเครดิต
  8. ตั๋วเครื่องบิน
  9. ธุรกิจซ่อมรถยนต์
  10. บ้านจัดสรรและอาคารชุด
  11. เครื่องใช้ไฟฟ้า
  12. ฟิตเนส
  13. บริษัทนำเที่ยว
  14. ธุรกิจขายตรง
  15. ธุรกิจเสริมความงาม
  16. สินค้าเกษตร
  17. เช่าซื้อรถยนต์
  18. โรงเรียนกวดวิชาต่างๆ
  19. อัญมณี
  20. ศูนย์บริการดูแลเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ
  21. โรงแรม
  22. โรงภาพยนตร์
  23. สถานบริการน้ำมัน
  24. โรงพยาบาล
  25. บริษัทออกแบบและ
  26. เจ้าของธุรกิจต่างๆ และธุรกิจออนไลน์ โดยจะมีการขยายผลให้ครอบคลุมในทุกผลิตภัณฑ์และในงานบริการต่อไป
ขณะที่มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน จะจัดแถลงเปิดเผยข้อร้องเรียนของประชาชน ในประเด็น "ความทุกข์ของผู้บริโภค กับการใช้รถสาธารณะ ถึงเวลาต้องมีองค์กรอสิระเพื่อผู้บริโภค มาตรา 61" เพื่อเปิดเผยข้อมูล ข้อเท็จจริงการในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ THAIZA

ปลูกต้นไม้บนหนังสือ

ไอเดียเก๋ไก๋นี้ สำหรับคนรักหนังสืออาจจะปวดใจจี๊ดๆ เพราะเขานำเอาหนังสือปกแข็งเก่าๆ ที่ไม่อยากอ่านแล้ว ซึ่งหนังสือเหล่านี้นิยมพิมพ์กันในต่างประเทศมากกว่าบ้านเรา โดยเฉพาะหนังสือเล่มหนาที่ออกแบบปกอย่างสวยงาม นำมารีไซเคิลทำเป็นกระถางต้นไม้

ใช้หนังสือปลูกต้นไม้ได้จริงๆ ผลงานการออกแบบนี้เป็นของมนุษย์เจ้าไอเดียชาว อิตาเลียน ชื่อ Gartenkultur เขาเชื่อว่าหนังสือเล่มเก่าที่ไม่อยากอ่านแล้วจริงๆ น่าจะใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก
ความคิดมาตกผลึกเอาตอนที่เห็นไม้บอนไซกับต้นกระบองเพชรเติบโตได้ในกระถางเล็กๆ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าต้นไม้เหล่านี้มีหนังสือเป็นบ้าน?

พอคิดได้ เขาจัดการเจาะรูหนังสือทั้งเล่ม เสร็จแล้วทาเคลือบรูนั้นด้วยกาวเชื่อมกระดาษทั้งหมดให้ติดแน่นเป็นเนื้อเดียว จากนั้นก็หาตะแกรงมากรุด้านในทั้งหมดทำเป็นกระถางโปร่งๆ เพื่อเปิดรูพรุนเป็นทางระบายน้ำเหมือนกระถางต้นไม้ทั่วไปที่จะต้องมีรูระบาย น้ำที่ก้นกระถาง

เสร็จแล้วก็จัดการปลูกต้นไม้ขนาดเล็กลงไป เลือกชนิดที่ชอบสีสันที่เหมาะเจาะกับลักษณะหนังสือ เป็นอันใช้ได้

ถ้าไม่มีหนังสือเล่มหนาๆ ดีไซเนอร์ของเราบอกว่าไม่เป็นไร ทุกอย่างสามารถดัดแปลงประยุกต์ใช้ได้หมด เขาแนะนำไอเดียง่ายๆ ให้ติดกาวเชื่อมหนังสือการ์ตูนหรือพ็อคเก็ตบุ๊กเก่าหลายๆ เล่มเข้าด้วยกันจนได้ความหนาที่ต้องการ จากนั้นค่อยเจาะรูเป็นกระถางไซซ์ต่างๆ

เมื่อต้นไม้แข็งแรงงอกงามดีแล้ว สามารถนำไปวางปนเปกับหนังสือเล่มอื่นได้แบบไม่ขัดตา แต่กลับโดดเด่นขึ้นมาเสียอีก เวลารดน้ำ ถ้าจะให้เนียนก็ต้องยกออกไปรดในที่ซึ่งไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนหนังสือที่ใช้ งานได้จริงเล่มอื่น ใช้หนังสือพิมพ์เก่าวางซับก้นกระถางให้หมาดน้ำแล้วค่อยนำกลับมาตั้งที่เดิม

แค่นี้ก็ได้ต้นไม้เติบโตงอกงามในหนังสือจริง อวดทุกคนสมใจ สำหรับคนที่รักและหวงแหนหนังสือ อาจทนเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้ไม่ได้ แต่ไอเดียนี้ขายได้และรับรองมีคนซื้อแน่นอน

แหล่งที่มา  เว็บไซต์ THAIZA

รวมพลคนรักสุนัข ระดมทุนช่วยเหลือน้องหมา

ในงาน “My Best Friend Charity รวมพลคนรักสุนัข ระดมทุนช่วยเหลือน้องหมา” ที่กำลังจะจัดขึ้นที่เดอะมอลล์ บางแค ระหว่างวันที่ 3-9 พ.ค.2555 ปีนี้

หมอตั๋ง-นายสัตวแพทย์บูรพงษ์ สุธีรัตน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน ขอเอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงด้วยการจัดเต็มแจกแหลก เพื่อรณรงค์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นร่วมกับ กทม. ฝังไมโครชิพให้สุนัขทุกตัวฟรีภายในงาน ฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้าและวัคซีนรวมฟรี และยังเตรียมบริการใหม่ๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีไว้สำหรับสุนัขด้วย อาทิ
  • แพ็คเกจดูแลสุขภาพสำหรับลูกสุนัขแรกคลอด
  • แพ็คเกจตรวจสุขภาพประจำปี
  • แพ็คเกจออกกำลังกาย ลดความอ้วน และ
  • กายภาพบำบัดกับลู่วิ่งสายพานใต้น้ำ
เฉพาะงานนี้ที่เดียว!!ว้าวๆ รู้แล้วเป็นใครก็คงไม่อยากพลาดของฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2887-8321-3, 08-7168-2187 หรือคลิกดูที่ face book //talingchanpet.com

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ GreenscapeASIA.com By natcha On April 30, 2012

ซองพัสดุเฟดเอ็กซ์กลายเป็นซองคาร์บอนสมดุล

เฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรส ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการใช้ซองพัสดุแบบคาร์บอนสมดุลทั่วโลก โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
ซองจดหมายเฟดเอ็กซ์  ที่เดิมผลิตจากวัสดุรีไซเคิล100%  และสามารถนำมารีไซเคิลได้อีก 100% เพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการเปิดตัวโครงการจัดส่งเอกสารด้วยซองพัสดุคาร์บอนสมดุลของเฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรส  บริษัทในเครือเฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (หรือมีชื่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กว่า FDX)  ซึ่งถือเป็นบริษัทขนส่งด่วนแห่งแรกของโลกที่หันมาใช้ซองพัสดุคาร์บอนสมดุล โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายจากลูกค้าเพิ่มแต่อย่างใด 
เฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรสเดินหน้าลงทุนในโครงการระดับโลกนี้  เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศในระหว่างการขนส่งของเฟดเอ็กซ์ทั่วโลก และมุ่งสนับสนุนโครงการ EarthSmart® (เอิร์ธสมาร์ท)  หรือแนวทางการดำเนินงานของเฟดเอ็กซ์เพื่อโลกที่ยั่งยืน

 ราเจช ซูบรามาเนียม รองประธานกรรมการอาวุโสด้านการตลาด เฟดเอ็กซ์ เซอร์วิส กล่าวว่า “ เฟดเอ็กซ์มุ่งค้นหาวิธีการใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อเอาชนะทุกความท้าทายด้านการขนส่งสำหรับลูกค้า และในขณะเดียวกันก็พยายามที่ช่วยโลกของเราไว้  ด้วยการผลิตซองพัสดุคาร์บอนสมดุลสำหรับการขนส่งของเฟดเอ็กซ์  เรากำลังขยายการสนับสนุนด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน และการคิดค้นนวัตกรรมในปัจจุบัน  โดยเราหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นมาตรฐานการปฏิบัติในอนาคต”
 
เดวิด คันนิ่งแฮม จูเนียร์ ประธานบริษัทเฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรสภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ทั้งลูกค้าของเรา และสภาพอากาศโลกต่างได้รับประโยชน์จากการส่งเอกสารของเฟดเอ็กซ์ที่ลดการปล่อยก๊าซ คาร์บอนให้น้อยที่สุด ผลจากความพยายามนี้เป็นสิ่งที่จะแสดงให้เห็นว่า เฟดเอ็กซ์มุ่งมั่นที่จะจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและส่วนอื่นๆ ของโลก”
 
เฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรสจะคำนวณปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาตลอดการจัดส่งซองพัสดุของเฟดเอ็กซ์ทั่วโลกทั้งหมดในแต่ละปีผ่านโครงการขนส่งด้วยซองพัสดุคาร์บอนสมดุล  จากนั้นเฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรสจะบริจาคเงินให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง BP Target Neutral องค์กรที่มุ่งลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการลงทุนในด้านพลังงานทางเลือก หรือโครงการอนุรักษ์ต่าง ๆ คิดเป็นจำนวนเทียบเท่ากับการชดเชยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านกระบวนการของเฟดเอ็กซ์  โดยโครงการเหล่านี้รวมไปถึงฟาร์มชีวภาพในประเทศเนเธอร์แลนด์  โครงการปลูกป่าที่ไฮแลนด์ แทนซาเนียใต้ ที่ซึ่งแปลงทุ่งหญ้าเสื่อมโทรมเป็นป่าเชิงพาณิชย์ และระบบจัดเก็บก๊าซด้วยวิธีฝังกลบที่หลุมฝังกลบสุขาภิบาลแห่งแรกในประเทศไทย

“เฟดเอ็กซ์ ได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ผ่านการปฏิบัติงานจริงของเครื่องบิน  รถบรรทุก รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  และในที่สุด เราก็บรรลุเป้าหมายในการพยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างดี โครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซ์ด้วยซองจดหมายคาร์บอนสมดุลของเฟดเอ็กซ์  เป็นการทำเพื่อส่วนรวมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการของเรา โดยเสนอตัวเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้นแก่ลูกค้า” มิทช์ แจ็คสันรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทเฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น กล่าว
 
ในปี พ.ศ.2551 เฟดเอ็กซ์เป็นบริษัทแห่งแรกในอุตสาหกรรมขนส่งของสหรัฐฯ ที่ตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการบินทั่วโลก และเป้าหมายในการใช้ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพในการพาณิชย์  ในช่วงสิ้นสุดปีงบประมาณ  2554 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทางเครื่องบินของเฟดเอ็กซ์ได้ลดลงถึง  13.8% เมื่อเทียบกับปี 2548   และเฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรส ได้ปรับปรุงการใช้พลังงานของการขนส่งทางน้ำภายในสหรัฐฯ กว่า 16% ตั้งแต่ปี 2554  นอกจากนี้ เฟดเอ็กซ์ เอ็กเพรส ยังได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ 6 แผงด้วยความสามารถในการผลิตพลังงานทดแทนที่สะอาดได้มากกว่า 6 เมกาวัตต์
 
โครงการลดการปล่อยคาร์บอนครอบคลุมทุกตัวเลือกการขนส่งซองพัสดุทั้งหมดของเฟดเอ็กซ์  รวมไปถึงบริการ   FedEx First Overnight®, FedEx Priority Overnight®, FedEx Standard Overnight®, FedEx 2Day®,  FedEx Economy 2Day® A.M. และ FedEx Express Saver®   โดยในทุก ๆ ปี มีซองพัสดุของเฟดเอ็กซ์กว่า 150 ล้านซอง ถูกขนส่งไปทั่วโลก

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ GreenscapeASIA.com

แผ่นปิดแผล : กาวไหมคุณค่าจากของเหลือทิ้ง

แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผล ผลงานของ รศ.เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นชิ้นงานที่แสดงถึงความสามารถของนักวิจัยไทย ที่ยืนอยู่ระดับแถวหน้าในวงการวิจัยนานาชาติ เพราะเป็นรายแรกของโลกที่นำเซซิรีน หรือโปรตีนจากกาวไหมมากระตุ้นให้เนื้อเยื่อได้
  
กาวไหม คือ น้ำเหลือทิ้งจากการต้มรังไหม?  
คำอธิบายสำหรับแผ่นเนื้อเยื่อปิดแผล ให้นึกถึงพลาสเตอร์ที่ใช้ปิดกั้นกันเชื้อโรคเข้าไปในแผล ระหว่างที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อทดแทน ซึ่งต้องใช้เวลานานพอควรแม้ในแผลเล็กๆ แต่แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลของ ดร.พรอนงค์ มีคุณสมบัติที่แตกต่าง ช่วยให้หายเร็ว เมื่อเทียบกับพลาสเตอร์ทั่วไปหรือแผ่นปิดแผลชั้นดีที่ขายในท้องตลาด ไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง สร้างหลอดเลือดเพิ่ม (neovascularization) และเพิ่มคอลลาเจนในบาดแผล ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อ แผลจึงหายเร็ว ทำให้เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบน้อยกว่าการใช้พลาสเตอร์ทั่วไป โอกาสเกิดแผลเป็นก็ต่ำกว่า
  
ในกรณีแผลขนาดใหญ่ไฟไหม้ เนื้อเยื่อ ผิวหนัง เสียหายเป็นบริเวณกว้าง ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อได้ยาก การรักษาต้องกรีดหรือตัดเนื้อเยื่อจากร่างกายส่วนอื่น เช่นที่แก้มก้นไปปลูกหรือสร้างทดแทน ทำให้ผู้ป่วยมีแผลเพิ่ม เพื่อรักษาแผลไฟไหม้ เสี่ยงต่อปัญหาอื่นเช่นการติดเชื้อและการบาดเจ็บ ลักษณะนี้ แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลจากกาวไหมของ ดร.พรอนงค์ ลดความยุ่งยากนั้น เพราะตัดการติดเชื้อได้เนื่องจากไม่ต้องเปิดแผลใหม่สร้างเนื้อเยื่อ แผ่นปิดแผลติดแล้วก็ไม่ต้องลอกออก ปิดครั้งเดียว จากนั้นกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อจะขึ้นมาทดแทนและโปรตีนกาวไหมจะละลายไปเองใน 21 วัน
  
ผู้ได้รับบาดเจ็บไฟลวกเป็นบริเวณกว้างถึง 60% จากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง นำไปใช้ พบว่าได้ผลดี จากการทดลองกับหนู พบว่า แผลหายเร็วในเวลาเท่ากัน การทดลองโดยติดกับผิวหนังอาสาสมัคร ซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปที่ไม่มีแผล 112 คน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ไม่พบการแพ้ และทดลองกับคนไข้ที่มีบาดแผลจริง 70 ราย ก็ได้ผลดีจริง ตามคุณสมบัติและตรงตามความคาดหมาย
  
แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลจากกาวไหม เป็นงานวิจัยที่ ดร.พรอนงค์ นำเอาคุณสมบัติของโปรตีนกาวไหม ที่มีเซริซีน (sericin) ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกรดอะมิโนสำคัญต่อร่างกาย ที่มีปริมาณสูงถึง 30% ทำให้แข็งตัวเป็นเจล แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ตามอุณหภูมิการผลิตและสารประกอบร่วม มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ดูดซึมน้ำได้ดี จึงทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ใช้ปิดแผลก็เจ็บปวดน้อยลง ที่สำคัญเซริซีนยังกระตุ้นการสร้างเซลล์ไปพร้อมกับเพิ่มการยึดเกาะตัวกัน อันเป็นตัวการช่วยสร้างเนื้อเยื่อของมนุษย์ได้ การทดลองในหนูยังพบว่า ช่วยเพิ่มคอลลาเจน ไปกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
   
ถึงจะมีบทสรุปความสำเร็จด้วยดี ดร.พรอนงค์ยังคงต่อยอดงานวิจัยให้มีประสิทธิภาพขึ้นไปอีก ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ไหมไทยที่เหมาะสม และพบว่า สายพันธุ์จุล 1/1 มีคุณภาพที่สุด กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี แต่ลำพังโปรตีนกาวไหมอย่างเดียว เอามาใช้ทันทีไม่ได้ ต้องผสมกับโพลิเมอร์โพลีไวนีล แอลกอฮอล์ และผ่านกระบวนการฟรีซ-ดรายอิง หรือการทำให้เกิดการระเหิดด้วยความเย็น เพื่อรักษาคุณสมบัติสำคัญของโปรตีน  และแม้แผ่นเนื้อเยื่อที่ได้จะเป็นไปตามต้องการ มีความคงตัวดี แต่มีข้อด้อยตรงละลายน้ำได้ง่าย จึงต้องนำกระบวนการเชื่อมโยงข้าม โดยแช่แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลโปรตีนกาวไหมในแอลกอฮอล์ที่ความเข้มข้นหลายระดับ และที่สุดพบว่าความเข้ม 70 – 80 เปอร์เซ็นต์เหมาะมากที่สุด ได้แผ่นเรียบเนียนสม่ำเสมอ ความคงตัวและยืดหยุ่นดี มีรูพรุนพอเหมาะ ปลดปล่อยโปรตีนในระดับที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้
   
สิ่งที่ ดร.พรอนงค์ต้องใส่ใจให้ความสำคัญลำดับถัดมา ก็คือ ต้องทำให้แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลเปียกชื้นตลอดเวลา เพราะถ้าขาดคุณสมบัตินี้ จะทำให้แผ่นเนื้อเยื่อหดตัว ไม่เรียบเนียน ระคายเคืองกับแผลได้
   
นอกจากนี้ ยังได้ทดลองใช่สารสกัดจากดอกพุด ที่เรียกเจเนพิน (genepin) มาเป็นสารเชื่อมโยงข้ามทางเคมี ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ ทั้งๆ ที่เป็นของแห้ง ไม่จำเป็นต้องทำให้เปียกชื้น การคิดค้นวิจัยจนได้พบความวิเศษของโปรตีนจากกาวไหม เพื่อให้ได้แผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลดังกล่าวนี้ นอกจากประโยชน์โดยตรงกับผู้ป่วยที่มีบาดแผล ใช้ได้ตั้งแต่แผลเล็กสุดขนาด 3x3 ซม.จนถึงขนาด 60 เปอร์เซ็นต์ของเนื้อที่ร่างกาย ยังจะช่วยประหยัดงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลาสเตอร์ปิดแผล โดยรายงานของบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ตกแต่งและรักษาบาดแผลระบุว่าในปี 2550 ประเทศไทย นำเข้าอุปกรณ์ปิดแผลถึง 400 ล้านบาท ไม่นับการนำเข้าผิวหนังเทียมจากประเทศญี่ปุ่น แผ่นละ 7,000 บาท ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
   
ดร.พรอนงค์เปิดเผยว่า ต้นทุนการผลิตแผ่นเนื้อเยื่อปิดแผลกาวไหม แผ่นละ  250 บาท หรือคิดเป็น 3.6 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งถ้านำมาใช้อย่างจริงจังจะลดรายจ่ายโดยรวมของประเทศลงมิใช่น้อย
   
ผลพลอยได้อีกทางหนึ่งก็คือ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กาวไหม ซึ่งเป็นของเหลือใช้ทางการเกษตร ให้กับแวดวงอุตสาหกรรมไหมไทยได้อีกด้วย
   
งานวิจัยชิ้นนี้ได้จดสิทธิบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เผยแพร่ในวารสารทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ต่างประเทศ ทั้งยังมีบริษัทเอกชนจากต่างประเทศ เสนอขอซื้อสิทธิบัตรเพื่อนำผลิตจำหน่ายแล้ว

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ GREEN

ติดผนังสีเขียวให้เย็นตารับหน้าร้อน

ย่างเข้าหน้าร้อนไม่ทันไร อุณหภูมิของอากาศก็สำแดงแผงฤทธิ์สะกิดให้รู้ว่าโลกเรามันร้อนจริงๆ นะจ๊ะ หันหน้าไปทางไหนก็ป๊ะกับป่าคอนกรีตซีดๆ เซียว หาสีเขียวๆ มาเยียวยาให้เย็นตาสบายใจแทบไม่มี สงสัยคงต้องพึ่งพาสองมือของตัวเองปลูกต้นไม้คลายร้อนซะหน่อยแล้ว ว่าแต่ว่าอยู่ในเมืองแบบนี้จะเอาพื้นที่ตรงไหนมาปลูกต้นไม้ล่ะ

ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ในเขตเมืองที่อัดแน่นไปด้วยอาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซะจนแทบจะไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับต้นไม้ จึงเกิดการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง การปลูกต้นไม้ในแนวระนาบผนัง หรือ การปลูกต้นไม้ในแนวตั้ง(Vertical Garden) กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหลาย  ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด และลดความหนาของดินที่ต้องใช้ลงด้วย

สำหรับในประเทศไทยก็มีทีมวิจัยจาก สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ศึกษาเรื่อง "ผนังสีเขียว" นวัตกรรมอาคารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2549 โดยนำเอาต้นไม้นี่แหละมาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารซะเลย ซึ่ง "ผนังสีเขียว" ก็คือ การปลูกต้นไม้บนเปลือกอาคาร และหลังคาของอาคาร โดยเปลือกอาคารชีวภาพแบบนี้มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ที่นอกจากจะช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคารได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังลดการสะท้อนและแผ่รังสีออกสู่อากาศภายนอกอาคาร อันเป็นสาเหตุของเกาะความร้อนในเมือง(urban heat island) นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับและกรองฝุ่นละออง ควันพิษต่าง ๆ ทำให้คุณภาพอากาศดีขึ้นอีกด้วย 
ทีมวิจัยได้นำ ไม้เลื้อย มาปกคลุมหน้าต่างแทนแผงกันแดดตามอาคาร ซึ่งพบว่าสามารถลดความร้อนเข้าสู่อาคารได้เป็นอย่างดี โดยจะลดความร้อนได้ดีที่สุดในช่วงที่มีอุณหภูมิสูงสุดตอนกลางวัน โดยพบความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างห้องที่ใช้แผงกันแดดไม้เลื้อยกับอากาศภายนอกมากที่สุดถึง 11 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ยิ่งไม้เลื้อยที่นำมาปลูกมีจำนวนใบปกคลุมมากเท่าไหร่ ก็จะมีประสิทธิภาพในการลดความร้อนมากเท่านั้น แต่ก็มีปัญหาในเรื่องการระบายอากาศ ซึ่งแก้ได้โดยการเปิดประตูหรือหน้าต่างด้านตรงข้าม หรือการเปิดพัดลมระบายอากาศ เพื่อช่วยให้อากาศผ่านผนังสีเขียวได้ดีขึ้น

นอกจาก แผงกันแดดไม้เลื้อย แล้ว ยังมีการศึกษาถึงความสามารถในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของ ผนังไม้เลื้อย โดยการนำไม้เลื้อยพันธุ์ท้องถิ่นที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศบ้านเราอย่างสร้อยอินทนิล พวงชมพู และตำลึง ปลูกให้เลื้อยไปบนไม้ระแนง พบว่าสร้อยอินทนิลสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีที่สุด
 
รวมทั้งมีการนำ ดินเผา ซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตได้ภายในประเทศ มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี แข็งแรงทนทาน และปกติก็ใช้เป็นกระถางต้นไม้อยู่แล้ว ออกแบบให้เป็น บล็อกดินเผาสำหรับปลูกต้นไม้ในแนวตั้ง แบบง่าย ๆ ที่สามารถติดตั้งได้เอง โดยเดินระบบท่อน้ำเพื่อให้น้ำในแนวตั้ง ซึ่งผนังบล็อกดินเผานี้สามารถลดอุณหภูมิภายในห้องได้ดีกว่าการติดตั้งฉนวนกันความร้อนปกติถึง 2 องศาเซลเซียส

แต่จะว่าไปแล้วสวนแนวตั้งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ซะทีเดียว เพียงแต่เราไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรดา ต้นไม้ตามแนวรั้ว กำแพงไม้เลื้อย หรือไม้กระถางแขวนต่าง ๆ ก็ปลูกเป็นสวนแนวตั้งได้

จากนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวสมัยผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน ทำให้ตามป้ายรถเมล์ในกรุงเทพฯ บ้านเราก็มีสวนแนวตั้งกะเขาด้วย(แม้ว่าจะตายไปบ้าง ถูกมือดีจิ๊กไปบ้างก็เหอะ)

นอกจากนี้ในงาน Expo 2005 ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการเสนอแนวคิด biolung ซึ่งเป็นผนังขนาดใหญ่ มีความสูง 20  เมตร ยาว 150  เมตร ปลูกไม้ดอกชนิดต่าง ๆ ในแนวตั้งเป็นผนังอาคาร ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกสดชื่นได้ไม่น้อย
  
ทั้งนี้ทั้งนั้น การปลูกสวนแนวตั้งต้องมีปริมาณมากจึงจะได้ผลดีมาก หน้าร้อนนี้ลองเพิ่มความสดชื่น สบายตา ให้ชีวิตด้วยพื้นที่เล็ก ๆ ที่มีอยู่กันดีมั้ย?
  



รายละเอียดเพิ่มเติมรศ. พาสินี สุนากร
สาขาวิชานวัตกรรมอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
50 ถนนพหลโยธิน  จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-942-8960 ต่อ 321, 080-912-0123
E-mail : arcpns@ku.ac.thppasinee@hotmail.com, www.biofacade.com

บริษัท กรีนบิท จำกัด
โทร. 081-297-0100, 086-600-0029
open_space77@yahoo.com
tawee_ru@yahoo.com

แหล่งที่มา    เว็บไซต์ Green

Google Logo : 1 พ.ค. 55 วันแรงงานแห่งชาติ


1 พ.ค.2555 เป็นวันแรงงานแห่งชาติ  เมื่อเปิด Search engine จากเว็บ Google ก็ปรากฎรูป logo เป็นผู้ใช้แรงงาน เพื่อระลึกถึงวันแรงงานแห่งชาติ และความสำคัญของผู้ใช้แรงงาน วันนี้จึงนำเรื่องราวเล็กๆ มาฝากกัน


1 พ.ค.55 วันแรงงาน วันระลึกถึงผู้ใช้แรงงาน

ผู้ใช้แรงงานถือเป็นฝ่ายผลิตที่สำคัญในการผลักดัน ช่วยส่งเสริมพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในต่างประเทศนั้นมีวันแรงงานมานานแล้ว โดยเรียกว่าวันเมย์เดย์ (May Day) ขณะที่ประเทศไทยนั้น ทราบกันดีว่าวันแรงงาน ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ว่าแล้ว วันนี้กระปุกมีความเป็นมาของวันสำคัญวันนี้มาฝากกัน

ในสมัยก่อนประเทศในแถบยุโรปจะถือเอาวันเมย์เดย์ว่าเป็นวันเริ่มต้นฤดูใหม่ทางเกษตรกรรม จึงมีพิธีเฉลิมฉลองและทำการบวงสรวงขอให้ปลูกพืชได้ผลดีรวมถึงขอให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข อีกทั้งทางภาคเหนือของยุโรปก็จะมีการจัดงานรอบกองไฟในวันนี้ด้วย ซึ่งประเพณีนี้ในประเทศอังกฤษก็ยังมีสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

จากตอนแรกที่เป็นเพียงวันหยุดพักผ่อนประจำปี ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายประเทศจึงถือเป็นวันหยุดตามประเพณีทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความหมายของวันเมย์เดย์จึงเปลี่ยนไปจากเดิม จนเมื่อปี พ.ศ. 2433 ได้มีการเรียกร้องในหลายประเทศทางตะวันตกให้ถือเอาวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงงานสากล ทำให้หลายประเทศได้เริ่มฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 และได้สืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน 

ส่วนในประเทศไทยเมื่ออุตสาหกรรมได้ขยายตัวขึ้น ผู้ใช้แรงงานก็มีปัญหามากขึ้น รวมทั้งปัญหาแรงงานก็มีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น จนทำให้ในปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยก็ได้เริ่มมีการจัดการบริหารแรงงานซึ่งเป็นการจัดสรรและพัฒนาแรงงานรวมถึงคุ้มครองดูแลสภาพการทำงาน เพื่อสร้างรากฐานและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

โดยในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2499 คณะกรรมการการจัดงานที่ระลึกแรงงาน ได้มีการจัดประชุมขึ้นพร้อมทั้งมีความเห็นตรงกันว่าควรกำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันระลึกถึงแรงงานไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของให้รับรองวันที่ 1 พฤษภาคม จนเป็นที่มาของวันกรรมกรแห่งชาติ และต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็นวันแรงงานแห่งชาติ และในปี พ.ศ. 2500 ก็ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกำหนดวิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน ซึ่งได้กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานในวันแรงงานแห่งชาติด้วย

แต่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวก็มีอายุเพีงแค่ 18 เดือน ก็ถูกยกเลิกไป โดยมีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 มาแทนที่ และมีการให้อำนาจกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกำหนดเรื่องการคุ้มครองแรงงาน และกำหนดวันกรรมกรให้เป็นวันหยุดตามประเพณี แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ในขณะนั้นมีการผันแปรจึงมีคำชี้แจงออกมาในแต่ละปีเพื่อเตือนนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานในวันที่ 1 พฤษภาคม แต่ก็มีการขอร้องไม่ให้มีการเฉลิมฉลองเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2517 ได้เปิดให้มีการฉลองตามสมควร จึงมอบให้กรมแรงงานที่ขณะนั้นสังกัดกระทรวงมหาดไทยจัดงานฉลองวันแรงงานแห่งชาติขึ้นที่สวนลุมพินี ที่มีการทำบุญตักบาตร มีนิทรรศการแสดงความรู้ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

โดยแต่เดิมนั้นการบริหารแรงงานอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐบาลได้เล็งเห็นว่าควรจะมีการยกระดับหน่วยงานเพื่อให้มีงบประมาณและเจ้าหน้าที่สำหรับการดูแลผู้ใช้แรงงานอย่างพอเพียง ในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 จึงได้มีการประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ให้จัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมขึ้นเพื่อให้การบริหารงานมีความก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ และมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
  1. การจัดหางาน ด้วยการช่วยเหลือคนว่างงานให้มีงานทำ ช่วยเหลือนายจ้างให้ได้คนมีคุณภาพดีไปทำงาน รวบรวมเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับการทำงาน แหล่งงาน ภาวะตลาดแรงงาน
  2. งานแนะแนวอาชีพ ให้คำปรึกษาแก่เยาวชนและผู้ประสงค์จะทำงาน เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางประกอบอาชีพที่เหมาะสมตามความถนัด ความสามารถทางร่างกาย คุณสมบัติ บุคลิกภาพ และความเหมาะสมแก่ความต้องการทางเศรษฐกิจ
  3. การพัฒนาแรงงาน ส่งเสริมพัฒนาฝีมือแก่คนงานและเยาวชนที่ไม่มีโอกาสศึกษาต่อโดยการฝึกแบบเร่งรัด
  4. งานคุ้มครองแรงงาน วางหลักการและวิธีการเกี่ยวกับชั่วโมงทำงาน วันหยุดงาน ตลอดจนการจัดให้มีสวัสดิการต่างๆ
  5. งานแรงงานสัมพันธ์ ทำการส่งเสริมและสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจถึงลักษณะและสภาพของปัญหา ตลอดจนวิธีการที่เหมาะสมที่จะช่วยขจัดความเข้าใจผิดและข้อขัดแย้งอื่นๆ
ส่วนด้านที่เกี่ยวกับกรรมกรก็ได้มีการจัดตั้งกลุ่มสหภาพแรงงานขึ้นหลายร้อยกลุ่ม และยังได้รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์การลูกจ้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิให้กับผู้ใช้แรงงาน มี 3 สภา ได้แก่
  • สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย
  • สภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย
  • สภาองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย
และนี่ก็คือความเป็นมาของวันแรงงาน ที่เป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าไป

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

กิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค.2555

นายชัยพร จันทนา ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอิสระแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2555 วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เปิดเผยว่า ปีนี้กระทรวงแรงงานได้สนับสนุนงบประมาณจัดงาน 5.1 ล้านบาท ให้คณะกรรมการจัดงานที่มีสภาองค์การลูกจ้าง 13 แห่ง และกลุ่มรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง นำมาจัดงาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา

โดยนำช้างซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยมาร่วมเดินขบวน ในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยจะตั้งริ้วขบวนสภาองค์การลูกจ้าง 13 แห่ง และกลุ่มรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง พร้อมขบวนช้างจากปางช้างอยุธยาแต่งชุดช้างศึกสมเด็จพระนเรศวร 9 เชือก มารวมตัวที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กทม.
  • ตั้งแต่เวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตร
  • จากนั้นเวลา 09.00 น.จะเคลื่อนขบวนไปตามถนนราชดำเนินเข้าสู่เวทีกลางที่สนามหลวง โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

นอกจากนี้ นายชัยพร ยังกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงการนำช้างมาเดินในกรุงเทพมหานครในช่วงอากาศร้อนและเสียงดัง อาจจะทำให้ช้างหงุดหงิดและทำร้ายแรงงานที่มาร่วมงาน รวมถึงอาจผิดกฎหมายกรุงเทพมหานครที่ห้ามนำช้างเข้ามา ว่า ได้ขออนุญาตจากกรุงเทพมหานครแล้ว และช้างที่นำมาเป็นช้างจากปางช้างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นำนักท่องเที่ยวต่างชาติชมรอบเมืองอยุธยาเป็นประจำ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะตื่นตกใจกับเสียงต่างๆ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 เมษายน 2555 18:31 น.

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...