วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การลงทุนความรู้ให้กับตัวเอง

ยังไงก็ยืนยันว่า
การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือ "การลงทุนความรู้ให้กับตัวเอง"

จิม โรห์น อาจารย์ของอาจารย์ด้านความสำเร็จระดับโลก
เคยบอกไว้ว่า ถ้าคุณแบ่งรายได้ของคุณสัก 10% มาลงทุนในตัวเอง

ซื้อหนังสือดีๆ อ่าน เข้าคอร์สสัมมนาดีๆ ฝึกอบรมพัฒนาทักษะ
ในเวลาไม่นาน คุณจะค้นพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับคุณ
ไม่ว่าจะเป็นความคิด รายได้ คนที่คบหาสมาคม คุณภาพชีวิต ฯลฯ

รู้จักคนจำนวนหนึ่งที่ไขว่คว้าหาความรู้ใส่ตัว
อ่านหนังสือความรู้ปีละหลายสิบหลายร้อยเล่ม
เข้าสัมมนาทั้งไทยและต่างประเทศ
เสร็จแล้วเอาความรู้เหล่านี้ไปลงมือทำ

คุณว่าคนเหล่านี้จะไม่ประสบความสำเร็จเหรอ?
เหตุมาดีแบบนี้ ผลลัพธ์มันการันตีอยู่แล้วว่าสำเร็จแน่

ถ้าคุณเงินเดือน 15,000 บาท
ลองตัดเงินมา 1,500 บาท ลงทุนให้ความรู้กับตัวเอง
เงินจำนวนนี้อาจจะแค่ดูหนังกินข้าวกับแฟนแป๊บเดียวก็หมดแล้ว
แต่เงินจำนวนนี้ถ้าใช้ให้ถูกที่
มันจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

รู้ว่าจะต้องมีคนบอกว่าแค่นี้แต่ละเดือนยังไม่พอใช้
แล้วจะให้เอามาจ่ายซื้อหนังสือ ซื้อคอร์สสัมมนาเนี่ยนะ?!

ยังจำได้ดี
หลายปีก่อนกำเงิน 3 พันกว่าบาทไปจ่ายค่าคอร์สสัมมนา
ตอนนั้นมันเป็นเงินจำนวนไม่น้อย
และมันเป็นเงินสดก้อนท้ายๆ ในชีวิตตอนนั้น
โชคดีที่วันนั้นตัดสินใจลงทุนให้ความรู้กับตัวเอง
ปัจจุบันถอนทุนคืนหมดแล้ว รายได้เพิ่มขึ้นจากวันนั้น 10 เท่า
ถ้าเป็นการลงทุนก็ต้องบอกว่าโคตรคุ้ม!

เล่ามาทั้งหมดเพื่อที่จะบอกว่า
ก็เพราะคุณเงินเดือนไม่พอใช้นี่ล่ะ
คุณถึงต้องลงทุนทำอะไรใหม่ๆ ไง
และลงทุนที่ว่าเนี่ย ไม่ใช่ลงทุนเปิดร้าน ลงทุนเล่นหุ้น
แต่อันดับแรก คุณต้อง "ลงทุนให้ความรู้กับตัวเอง"

สุดท้ายอยากจะบอกว่า
ข้อแรก ความรู้ที่คนสำเร็จเอามาบอกเอามาสอนนั้น มีมูลค่านับล้านๆ
ขอแค่คุณตีมันให้แตก และเอามาใช้ให้เป็น
จงไปหาหนังสืออ่าน ไปเข้าคอร์สเรียนซะ แล้วชีวิตจะดีขึ้นมหาศาล

ข้อสอง ความสำเร็จทิ้งร่องรอยไว้เสมอ
ความสำเร็จนั้นเลียนแบบได้ (ในวิถีทางของตัวเอง)
ถ้าคุณทำเหตุให้เหมือนเขา
คุณย่อมได้ผลลัพธ์เหมือนเขา

ลงทุนความรู้ให้กับตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้
แล้วคุณจะจำตัวเองในวันที่แย่ๆ ไม่ได้เลย
เพราะคุณจะกลายเป็นคนสำเร็จ
ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ
ให้กับคนที่จะสำเร็จตามคุณมาอีกมากมาย

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การจุดธูปในแต่ละจำนวนล้วนมีความหมาย

จุดธูปกี่ดอกบอกอะไร??
1 ดอก : ไหว้ศพ เจ้าที่้ วิญญาณธรรมดาที่ไม่ได้ขึ้นชั้นเทพ
2 ดอก : ใช้บูชาเจ้าที่
3 ดอก : ใช้บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5 ดอก : ใช้บูชาพระรัตนตรัย บูชารัชกาลที่ 5 ธาตุทั้งห้า หรือทิศทั้งห้า พระภูมิ
7 ดอก : ใช้บูชาพระพรหม บูชาพระอาทิตย์ ถือคติคุ้มครองทั้ง 7 วันในสัปดาห์
8 ดอก : บูชาเทพเจ้าของชาวฮินดู
9 ดอก : บูชาแก้ว 9 ประการ พระพุทธคุณทั้งเก้า และพระเทพารักษ์
10 ดอก : ใช้บูชาเจ้าที่ตามความเชื่อของชาวจีนบางกลุ่ม
12 ดอก : บูชาเจ้าแม่กวนอิม  บูชาพระคุณของแม่
16 ดอก : บูชาเทพชั้นครู ที่มีการอัญเชิญเทวดาที่สำคัญหมายถึงสวรรค์ 16 ชั้น
19 ดอก : บูชาเทวดาทั้ง 10 ทิศ
21 ดอก : บูชาพระคุณของพ่อ
32 ดอก : ใช้สวดชุมนุมเทวดาทั้ง 4 ทิศ

แหล่งที่มา    Facebook : ไทยประกันชีวิต กับ Gemsjang Detruedee  Cr. Astvinfographic

ชีวประวัติ ..ไม่ใช่แค่เอามาจัดบอร์ด (ตอนมัธยม)”

เพื่อนๆ หลายท่านถามเข้ามา อยากให้ช่วยแนะนำหนังสือดีๆ ที่ช่วยเรื่องThinking & Attitude
.
มีอยู่หมวดหนึ่ง ที่หลายคนคงร้องยี้ ><
แต่มันเป็นหมวดที่เจ๋งที่สุดเท่าที่อ่านมาเลย
มันคือ Bio . หรือ หนังสือชีวประวัติ นั่นเอง!
.
.
ซึ่งจริงๆ มันเป็นการสรุป milestone ความสำเร็จของบุคคลระดับโลกเอาไว้/ ถ้าหากเราค่อยๆ พินิจ ตามแต่ละหลักกิโล ที่เขาเดินทางไป/ มันได้อะไรเยอะมากๆ กว่าที่เราจะจินตนาการได้เลย
.
.
บางครั้งเราไปผูกใจเจ็บ ว่าหนังสือแบบนี้ ... มันเหมาะกับการไปทำเรียงความหรือ จัดบอร์ดสมัยมัธยม
.
แต่เฮ้ยยย.. มันคนละเรื่องเลย^^ (ร้องในใจเบาๆ)
.
.
ต้องลอง ต้องลอง (แรกๆ ก็ยี้เหมือนกัน)
.
.
การอ่าน Bio มันไม่ต่างอะไรกับการมี role model / แล้วเราเดินตามเขาไป เพื่อนำข้อคิดมาประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
.
.
มันช่วยร่นระยะเวลา ลองผิดลองถูกให้เราได้อีกเยอะเลยทีเดียว
.
.
You are what you read .. !
" อยากเป็นเหมือน Role model คนไหน .. ก็อ่านเค้าเลย^^ "
.
.
แหล่งที่มา    Facebook ‪#‎อาเสี่ย‬ 14/7/2557

10 สิ่งที่ต้องขอบอก … ก่อนที่เพื่อนๆ จะลาออกมาเป็นเสี่ย

Checklist เริ่มต้นธุรกิจ ที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน

1 “อย่าเพิ่งทุบหม้อข้าว” เพราะเวลาข้าวหมดแล้วยังไม่เจอหม้อใบใหม่ มันจะคิดอะไรไม่ออก //ให้เรารู้ตัวแน่ชัด ว่าเราจะทำอะไร กิจการเราจะยืนอยู่ได้อย่างไร // เราสามารถศึกษาสิ่งที่เราสนใจและจำลองมันลงบนกระดาษก่อน ว่า Business Model หรือรูปแบบธุรกิจของเราเป็นอย่างไร /รายได้จะเข้ามาทางช่องทางไหน/ Cost structure เป็นอย่างไร* (ไว้เราจะมาแตะเรื่อง Business Modelอีกทีครับ)
.
2 “หาPartner ที่มีPassion” ในการทำธุรกิจร่วมกัน “อย่าเลือกคนที่มีเป้าหมายเป็นเงินเท่านั้น” แต่ควรเป็นคนที่กระหายความสำเร็จ // ถ้าเอาเงินเป็นที่ตั้ง เขาอาจสละเรือได้ทันที ถ้าเขาเห็นว่ามีอันอื่นคุ้มกว่า
.
3 “Cash is King” ถึงมีเงินลงทุน แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเงินทุนหมุนเวียน เผื่อไว้เลยว่าถ้ารายได้ไม่เข้า6เดือน คุณอยู่ได้หรือไม่ สำคัญสุดๆ
.
4. “คุยกับคนที่บ้าน ให้จบ” เพราะการที่เราจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ มันต้องเสียทั้งเวลา และมีความเสี่ยงในเงินทุน // คนที่คุณรักต้องเข้าใจตรงนี้ด้วยกัน+ มองภาพเดียวกัน// มิฉะนั้น เราจะเลิกทำก่อนจะสำเร็จ เพราะมีปัญหากับที่บ้านซะก่อน
.
5. “ฝึกๆๆ Simulation makes better practice” นักบินทุกคนต้องเรียนวิธีบิน ผ่านเครื่องsimulation ที่จำลองสถานการณ์การบิน พร้อมcase studyมากมาย ก่อนบินจริง...เพราะถ้าไม่ผ่านคือตาย//
เราสามารถเลียนแบบจำลองสถานการณ์ขึ้นมาก่อนก็ได้ ด้วยการมองตัวเองว่าเราเป็นเจ้าของกิจการนั้นแล้ว เช่น ยกตัวอย่างง่ายๆ หากเราอยากเปิดร้านกาแฟ คิดภาพในใจว่าเราเป็นเจ้าของร้านกาแฟเรียบร้อย ร้านมันตั้งอยู่ตรงจุดนี้แหละ( ที่คุณอยากตั้ง). ลงเงินไปแล้วรวมเท่าไหร่ ลูกค้าจะมีเยอะมั้ย (ลองยืนสังเกตร้านแถวนั้น จริงๆยืนซัก1ชั่วโมง ในแต่ละช่วง เช้า กลางวัน เย็น ก็พอมองออกแล้วว่า เราจะขายได้ต่อวันประมาณเท่าไหร่ // ยิ่งทำได้บ่อยเท่าไหร่ ข้อมูลก็ใกล้ความจริงเท่านั้น
.
6. ตั้งชื่อ ให้สื่อ และ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเรา // (สุดท้ายทุกอย่างต้องเชื่อมโยงเป็นภาพเดียวกัน ตั้งแต่ ชื่อร้าน ชื่อสินค้า การตกแต่งร้าน ไปจนถึง คำพูดของพนักงานที่ให้บริการ) // corporate identity (CI) ต้องชัด เพราะการสื่อสารทุกอย่างไปหาลูกค้าจะโดนใจมากกว่า
.
7. Location : หากคุณคิดจะเปิดหน้าร้าน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับสินค้าที่ดี คือ exposureของหน้าร้าน // บางครั้งเราคิดว่า จุดใกล้ๆกัน แต่ราคาต่างกันมาก เราเลยไปสอยทำเลถูกๆ // หากสินค้าเรายังไม่มีคนรู้จัก ยากที่คนจะเดินไปหาคุณ // ทำเลไม่ดี อย่าไปมีซะดีกว่า (ควรหาที่ใหม่) // แต่เรื่องนี้บางที gut feeling มันสัมผัสได้ ว่ายืนตรงนั้นแล้วรู้สึกมั้ยว่าทำเลมันจะดีหรือไม่
.
8.เรียนรู้การบริหารคน หลายธุรกิจต้องตกม้าตายคิดว่าต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และไม่กล้าออกคำสั่ง // หากเราต้องมีคนช่วยดูแลร้านค้า เป้าหมายสุดท้ายคือ เราต้องทำให้คนๆนั้น ทำแทนเราได้// มิฉะนั้นธุรกิจเรายากที่จะโต
.
9. ศึกษาระบบบัญชี หลังบ้านที่ดี จะช่วยไม่ให้เงินคุณรั่วไหล (ลองอ่านบทความเก่าๆของผมเรื่อง ประตูหลังได้ครับ)
และสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่า ควรปรับปรุงด้านไหน เพื่อเพิ่มผลกำไร
.
10. ตัวคุณเอง .... สำคัญที่สุด ที่คุณจะต้องคุยกับตัวเองให้จบเช่นกัน
ว่าจะลุยมันให้สุดหรือเปล่า
.
ลองทบทวนและเตรียมความพร้อม
ก่อนที่เราจะออกมาลุยในสนามรบกัน
.
แหล่งที่มา     Facebook ‪#‎อาเสี่ย‬ 14/7/2557

คนธรรมดาวิ่งไล่ล่าหาเงิน คนสำเร็จให้เงินวิ่งไล่ล่าแทน

หยุดวิ่งไล่ล่าหาเงิน
จากนั้นพัฒนาตัวเอง
เรื่องอะไรบ้างที่เราต้องเก่ง?

ถามตัวเอง เรียนรู้ แล้วลงมือทำ
ไม่นาน เงินจะวิ่งไล่ล่าหาเรา
จะหนียังไงก็หนีไม่พ้น
เราจะกินไม่ไหว ใช้ไม่หมด
ทั้งอนาคตและปัจจุบัน

คำว่า "หยุดวิ่งไล่ล่าหาเงิน"
ไม่ได้หมายถึงให้เลิกทำงาน
แต่ให้เลิกใช้ "เงิน" นำทาง
เพราะไม่อย่างนั้น เราจะหลงทางในที่สุด

เราจะหลงไปทำอะไรก็ได้ที่ได้เงิน
โดยลืมคิดไปว่า
เราไม่มีทางวิ่งไล่ล่าหาเงินไปได้ตลอดชีวิต
เราต้องหยุด หยุดเพื่อคิด
คิดว่าทำอย่างไร "จะให้เงินเป็นฝ่ายไล่ล่าเรา?"

คำตอบคือ
เงินจะวิ่งมาหาคนที่คู่ควรกับมัน
เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีเงินล้าน
ก็ทำตัวให้คู่ควรกับเงินล้านสิ

อย่าบอกนะว่าไม่รู้ต้องทำอย่างไรถึงจะคู่ควรเงินล้าน
เพราะไม่เคยมียุคไหนที่คนสำเร็จ
จะออกมาแชร์เคล็ดลับความสำเร็จเยอะเท่ายุคนี้

หนังสือ คลิปวิดีโอ สัมมนา มีบอกไว้หมด
อยู่ที่เราจะเริ่มพัฒนาตัวเองหรือยัง?

คนธรรมดาวิ่งไล่ล่าหาเงิน
คนสำเร็จให้เงินวิ่งไล่ล่าแทน

เข้าใจตรงกันนะ ว่าเราต้องเป็นคนแบบไหน?

แหล่งที่มา    Facebook : Boy's Thought

น้ำซาวข้าว

ใครหุงข้าวเองบ้าง ยกมือขึ้น!? เวลาที่เราหุงจะต้องเทน้ำทำความสะอาดข้าวก่อนใช่ไหม เสร็จแล้วก็จะเทน้ำนั่นทิ้งไป ซึ่งน้ำซาวข้าวเหล่านี้เนี่ย มันยังมีประโยชน์อีกตั้ง 4 อย่างแหน่ะ!! จะมีอะไรบ้างตามมาอ่านกัน

1.ทำความสะอาดพื้น
เอาไม้ถูพื้นหรือผ้าขี้ริ้วมาชุบกับน้ำซาวข้าวนี่แหละ แล้วก็ไปถูกับพื้นไม้กระดาน จะช่วยให้พื้นสะอาดวิ้งขึ้นเงาเลยแหละ

2.ล้างพิษจากยาฆ่าแมลงในผัก
นำน้ำซาวข้าวที่ไม่ใช่แล้ว ก็ใช้ล้างพิษในผักได้เช่นกัน เด็ดผักไปแช่น้ำซาวข้าวครั้งที่ 2 ประมาณ 5 ถึง 15 นาที ถึงเวลาก็นำขึ้นมาล้างน้ำสะอาดอีกซักหนึ่งรอบ

3.ขจัดคราบมัน
เพิ่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดคราบมันบนภาชนะทั้งหลาย ลองใช้น้ำซาวข้าวกับขี้เถ้าถูซิ ความมันจะหายไปในพริบตา

4.คืนความขาวให้กับผ้าไนลอน และผ้าแพร
ง่ายๆ เลยจ้า นำผ้าไปแช่น้ำซาวข้าวประมาณ 3 ถึง 5 วัน แต่ต้องเปลี่ยนน้ำทุกวันนะ หลังจากวันที่ 6 เป็นต้นไปก็นำผ้าไปซักซะก่อน แล้วคอยดูความขาวแบบวิ้งๆ ได้เลย

ที่มา : smartsme รูปภาพ : openrice
แหล่งที่มา    Facebook : CatDumb.com สำนักข่าวแมวเหมียว 

ฝึกฝน ฝึกฝน ฝึกฝน

ทุกคนที่ทำธุรกิจในยุคนี้นั้น คุณโชคดีมากแล้วที่อยากเรียนอยากรู้อะไร ทุกอย่างมีสอนใน internet ทั้งหมด

มองอีกด้านก็ถือเป็นความโชคร้ายเช่นกัน เพราะเมื่อแหล่งข้อมูลและความรู้เข้าถึงได้ง่ายแค่ไหน ลูกค้าของคุณก็ย่อมมีความคาดหวังในตัวคุณมากขึ้นเท่านั้น พอๆ กับที่คู่แข่งของคุณเค้าก็สามารถใช้ความรู้นั้นพัฒนาตนเองให้ทิ้งห่างคุณออกไปได้เร็วขึ้น

ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของการแข่งกันว่าทำออกมาได้มากกว่ากันและขายได้ราคาถูกกว่ากัน

ยุคนี้เป็นยุคของการแข่งขันด้วยคุณภาพและการปรับสินค้าและบริการให้นำหน้าความอยากของผู้บริโภค พูดง่ายๆคือแข่งกันทำให้คนอยากซื้อของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ถ้าคุณมีร้านกาแฟ แต่คุณไม่รู้จัก Barista ที่ผมเอามาให้ดู หรือยังเทนม Latte Art ได้ไม่สวย คุณก็แพ้ตั้งแต่เริ่มแล้ว (เห็นรึยังครับว่า กาแฟเย็นแพ้กาแฟร้อนตรงไหน คำตอบคือ Latte Art นี่ล่ะครับ ที่ทำให้เพิ่มความสวยงามขึ้นมาได้)

ทำไม่เป็นเหรอ ไม่เป็นไร --> หัด หัด

หนทางเดียวที่คุณจะทำได้เป็นคือ ฝึกฝน ฝึกฝน ฝึกฝน

ทุกอย่างใช้เวลา แต่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
https://www.facebook.com/barista.dritan.alsela

แหล่งที่มา      Facebook : Trick of the Trade

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ความสำเร็จของคนโง่

ลองสังเกตนะ

ในชีวิตที่ผ่านมา
เราแทบไม่เคยเห็นคนประสบความสำเร็จระดับสูงคนไหน
ยอมรับว่าตัวเอง “ฉลาด” เลย
.
.
เขาเหล่านั้นกลับมองว่า
“ยิ่งเรารู้มากขึ้นเท่าไหร่ เรายิ่งรู้ว่า...ตัวเองโง่...มากขึ้นเท่านั้น”
และมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
.
.
ยิ่งเราศึกษา เรื่องใดๆ มากขึ้นเรื่อย
เราจะยิ่งอุทานในใจบ่อยๆว่า “เฮ้ย มันมีอย่างงี้ด้วยเหรอ?”
.
.
โลกนี้ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกมากมาย
.
.
หรือมองได้ว่า การที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้น
ไม่ได้แปลว่า "รู้แล้วทุกอย่าง"
.
.
แต่มันคือ
การรู้ตัวว่า "เรายังไม่รู้เรื่องอะไร” ?
และตอบคำถามได้ว่า “เราอยากรู้ไปเพื่ออะไร” ?
สิ่งเหล่านี้จะนำเราเดินทางเข้าใกล้เป้าหมายขึ้นไปเรื่อยๆ
.
ลองดูนะ
แหล่งที่มา    Facebook : ‪#‎อาเสี่ย‬  13/7/2557
.
คนโง่ ไม่ใช่คนผิด
ก็แค่เขายังไม่รู้ ..แค่นั้นเอง

ความเชื่อ

ความเชื่อคือแว่นตาที่เราใส่มองโลก
คนสองคนจึงเห็นเรื่องราวที่ต่างกัน
แม้จะเป็นสถานการณ์เดียวกันก็ตาม

ลองเลือกความเชื่อ
ที่เชื่อแล้วเป็นประโยชน์กับชีวิตตัวเองสิ
อันไหนที่เชื่อแล้วชีวิตมันห่วย

เช่น เชื่อว่าชีวิตคนอย่างเรามันซวย
เชื่อว่าเกิดมาจนก็ต้องตายไปอย่างจน
เชื่อว่าถ้าล้มลงไปแล้วคงไม่มีวันลุกได้
เชื่อว่าถ้าเขาทิ้งไป ชีวิตคงอยู่ไม่ได้

ความเชื่อห่วยๆ พวกนี้คือแว่นตาไร้คุณภาพ
ใส่แล้วสายตาเสีย มองโลกมัวหม่น
โยนมันทิ้งไปด่วน!

หาแว่นตาความเชื่อใหม่ๆ มาใส่แทนสิ
เอาอันที่ใส่แล้วชีวิตดี

มันอาจจะดูแปลกๆ ในตอนแรก
ใส่แล้วไม่เข้ากับหน้า
ใส่ไปไหนใครก็ทักว่าประหลาด

แต่นี่มันชีวิตเรา อย่าไปแคร์มาก
แว่นตาดีๆ สักอัน
โลกใบเดิม
ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว

แหล่งที่มา     Facebook : Boy's Thought

Google Logo : 13 ก.ค. 2557 World Cup 2014


วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

TOP 5 ข้ออ้าง "ลางาน" สุดเนียน

ที่เจ้านาย (แกล้งทำเป็น) ไม่รู้
.
.
1. แกล้งไอ ให้หัวหน้าได้ยินวันนี้ เพื่อสร้างสถานการณ์ก่อนลาวัน"พรุ่งนี้" / บางคนขอพารา2เม็ดเลย...เฮีย ผมปวดหัวจริงๆ (แอบเอาไปทิ้งในห้องน้ำ)
.
.
2. ญาติผู้ใหญ่ป่วย (อันนี้เจอบ่อยมาก บางคนลืมไปแล้วว่า เมื่อสองเดือนก่อน เคยลาด้วยกรณีญาติคนเดียวกันนี้เสียชีวิต หา! เค้าคืนชีพ) ซึ่งข้ออ้างอันนี้ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เป็นการไม่เคารพผู้ใหญ่ด้วย
.
.
3.ท้องเสีย "สงสัยเป็นเพราะร้านเนื้อย่าง ที่เฮียเลี้ยงพวกเราเมื่อวาน" (แน่ะ เรามีส่วนร่วมกับการป่วยในครั้งนี้ด้วยแฮะ) (จริงๆpartyหนัก ตื่นไม่ไหว เห็นในfoursquareนะว่าไปไหนมา )
.
.
4. ปวดประจำเดือน (อันนี้พอเข้าใจได้ในบางกรณีนะครับ) เรื่องที่สาวๆเป็นกัน ยากที่ผมจะพิสูจน์
.
.
5. ยางแตก รถติด อุบัตเหตุบนท้องถนน มาไม่ทันแน่ๆเลยค่ะ (โทรมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นนิดนึง)
.
.
.
(ขอแถมข้อ6 &7 อันนี้เจอไม่บ่อยมาก "แต่แปลก" )
.
6. ป่วยวันศุกร์ เย้ได้หยุดยาว3วัน (อย่าเผลอเช็คอินนะครับ เดี๋ยวรู้ว่าไม่อยู่บ้าน) จับได้เพราะมาเดินที่เดียวกับเรา..แหม่มันช่างบังเอิญ โลกกลมพรหมลิขิต
.
.
7. รถสตารท์ไม่ติด จากสิ่งลึกลับ (อันนี้ริวจะไม่ขอยุ่งกับเรื่องนี้)
.
.
.
.
*********
สำหรับการจัดการกับเรื่องนี้
(ในมุมของเจ้าของกิจการที่เคยเป็นลูกน้องมาก่อน)
.
.
เราก็พยายามจะเข้าใจ ว่าบางครั้ง ลูกน้องเราก็มีเหตุจำเป็นจริงๆ ถึงต้องอ้างบ้างอะไรบ้าง
.
การตั้งเมตตา ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เรามองข้ามการโกหกแบบนี้ไปได้
.
" แต่ถ้ามันบ่อยนัก"
.
เราอาจจะต้องบอกไปว่า
เหลือ "ลา" อีกอันเดียว ที่นายยังไม่ได้ใช้เลยนะปีนี้
.
.
คือ " ลาออก "

แหล่งที่มา  ‪   Facebook : #‎อาเสี่ย 11/7/2557
.
(ที่กล่าวมาทั้งหมด เอาเฉพาะกรณีมารู้ทีหลัง/ ว่าเป็นเรื่องเท็จ/ จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ // บางคนที่จำเป็นต้องลา /ทุกคนเข้าใจ ของอย่างงี้มันคุยกันได้ // ซึ่งระยะเวลาที่ยาวนานเพียงพอ..มันก็จะพิสูจน์คนได้เอง.. )

40 สมาชิกใหม่ 1 ธ.ต.2568

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า ครอบครัวหมาใกล้บ้าน (บ้านน้าเฮีย) เขาได้นำหมาอายุ 4 เดือนมาเลี้ยง เป็นเพศเมีย ชื่อฟักทอง จนผ่านมา 2- 3 เดือน เริ่มผสมพั...