วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

"กทม." อันดับ 3 น่าเที่ยวที่สุดในโลก

กรุงเทพฯ รั้งอันดับ 3 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก เป็นรองแค่ลอนดอน และปารีส จากการสำรวจของ′มาสเตอร์การ์ด′ แซงหน้า สิงคโปร์-ฮ่องกง-กรุงโรม รวมถึงนิวยอร์ก

บริษัท มาสเตอร์การ์ด เวิลด์ไวด์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตทั่วโลกชี้ กรุงเทพมหานครติดอันดับที่ 3 ของการจัดอันดับเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกเป็นรองแค่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษและกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถูกจัดอยู่ในอันดับ 1 และอันดับ 2 ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 บริษัทมาสเตอร์การ์ด เวิลด์ไวด์ เผยผลสำรวจจากดัชนีชี้วัดในด้านต่างๆ โดยรวบรวมข้อมูลจากสายการบิน 87 แห่ง คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งชาติของประเทศต่างๆ สหประชาชาติและตัวแทนที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก โดยผลการจัดอันดับปรากฏว่า ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศที่น่าเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการคาดการณ์ว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ 12.2 ล้านคน และมีมูลค่าการใช้จ่าย 19.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 598 ล้านบาท

นายยูวา เฮดริก-หว่อง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของบริษัท มาสเตอร์การ์ด เวิลด์ไวด์ กล่าวว่า การจัดอันดับดังกล่าวนั้นแสดงให้เห็นถึงบทบาทของเมืองใหญ่ซึ่งเด่นชัดขึ้นมาทั่วโลก โดยกรุงเทพมหานครมีวัฒนธรรมที่เปิดกว้างเป็นจุดแข็งที่ทำให้สามารถรั้งอันดับต้นๆ ของเมืองน่าเที่ยว และเป็นเหตุผลสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวอเมริกันได้เป็นจำนวนมาก โดยประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยบางอย่างนั้นไม่สามารถหาได้ในมาเลเซียหรือแม้แต่ในประเทศจีน

ข้อมูลของมาสเตอร์การ์ดระบุด้วยว่า ประเทศไทยยังครองอันดับ 4 ของประเทศที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูงที่สุดในปี 2554 ที่ผ่านมา คือมากถึง 14,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 446,400 ล้านบาท ตามหลังเพียงกรุงลอนดอน นครนิวยอร์ก และกรุงปารีส ส่วนประเทศในอาเซียนที่ติด 20 อันดับนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินมากที่สุดมีเพียงสิงคโปร์ในอันดับ 9 ด้วยมูลค่า 10,800 ล้านดอลาร์สหรัฐ

สำหรับเมืองน่าเที่ยว 20 อันดับแรก
  1. สำหรับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่ มาสเตอร์การ์ดจัดให้ครองอันดับ 1 มีดัชนีชี้วัดที่สำคัญจากการจัดงานเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบรอบ 60 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รวมถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นที่กรุงลอนดอนในวันที่ 27 กรกฎาคมถึง 12 สิงหาคม 2555 ซึ่งจะสามารถดึงดูด นักท่องเที่ยวได้มากถึง 16.9 ล้านคน และน่าจะ มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงถึง 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  3. ประเทศไทย
  4. สิงคโปร์,
  5. อิสตันบูล ในตุรกี,
  6. ฮ่องกง,
  7. กรุงมาดริด ของสเปน,
  8. ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,
  9. แฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนี,
  10. กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย,
  11. กรุงโซล ของเกาหลีใต้,
  12. กรุงโรม ของอิตาลี,
  13. นครวนิวยอร์ก ของสหรัฐ,
  14. นครเซี่ยงไฮ้ ของจีน,
  15. เมืองบาร์เซโลนา ของสเปน,
  16. เมือง มิลาน ของอิตาลี,
  17. กรุงอัมสเตอร์ดัม ของเนเธอร์แลนด์,
  18. กรุงเวียนนาของออสเตรีย,
  19. กรุงปักกิ่ง ของจีน และ
  20. กรุงไทเป ของไต้หวัน
ทั้งนี้ บริษัทมาสเตอร์การ์ดวิเคราะห์ว่า มูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นราว 5.7 เปอร์เซ็นต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่อยู่ใน 20 อันดับแรกในปี 2555 นั้นจะสามารถดึงเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สูงขึ้นถึง 10.6 เปอร์เซ็นต์

แหล่งที่มา   เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 13 มิ.ย. 2555 เวลา 10:46:31 น.


เมืองที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายสูงสุด 10 อันดับ

          1. กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 21.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          2. เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 19.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          3. กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 19.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          4. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 17.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          5. สิงคโปร์ซิตี้ ประเทศสิงคโปร์ 12.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          6. เมืองลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 12.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          7. กรุงมาดริด ประเทศสเปน 11.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          8. เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย 11.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          9. เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี 10.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

          10. กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ 10.6  ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แหล่งที่มา   เว็บไซต์กระปุกดอทคอม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ตอน 39 บ๊ายบายแพนด้า

ตอน 38 สมาชิกใหม่ วันนี้ วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 17.20 น. พี่แพนด้าได้จากไปแล้ว พี่แพนด้าเริ่มมีอาการการเดินที่มีปัญหา เหมือนแรงข...