วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เตือนตัวเองในสิ่งที่เรามี โดยที่ไม่อิจฉาในสิ่งที่คนอื่นเป็น

ยามจนอย่าท้อ ยามรวยอย่าเหลิง
ชอบประโยคนี้มากๆ นะ
และจะใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องเตือนใจเสมอๆ

เคยมีคนมาถาม
ว่าทำไมไม่คิดขยายธุรกิจให้ใหญ่โตกว่านี้
หรือสารพัดคำแนะนำ เกี่ยวกับการลงทุนต่างๆ นาๆ

ซึ่งก็มักจะบอกกลับไปว่า
โตมาจากคนที่ไม่มีทุนทำธุรกิจ
ฉนั้นวิธีคิด  จะคิดแบบคนไม่มีตังค์
ว่าจะหาวิธีการแบบไหน
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในงบที่จำกัด
และการดำเนินงานใดๆ จะไม่เคยประมาท

ทุกอย่างจะเห็นผลเร็ว รัดกุม และปลอดภัยที่สุด
เป็นคนไม่ชอบความเสี่ยง
อาจเป็นเพราะเคยมีบทเรียนชีวิตมาก่อน
ที่เคยอยู่ในจุดตกต่ำสุดในชีวิต
ไม่มีงาน ไม่มีเงิน เคยเป็นคนล้มเหลวมาก่อน
เวลาที่จะคิดใช้เงินในแต่ละครั้งสำหรับธุรกิจ
คิดแล้วคิดอีก ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีพร้อมขึ้นเยอะแล้วก็ตาม

และความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ อาจเป็นอะไรที่ใครๆ หลายคนเฝ้าฝันไว้
แต่จะมีสักกี่คน  ที่จะคิดเผื่อช่วงเวลาที่อาจจะต้องล้มเหลว
เพราะโดยมาก จะมองหาแต่วิธีที่ทำให้ได้เงิน
แต่สิ่งที่เป็นกลลวงทางธุรกิจ เรามักประมาทถึงการป้องจุดเสี่ยง
มีธุรกิจมากมาย ที่ดูแล้วหน่วยก้านดีๆ
แต่สุดท้ายไปไม่รอด อย่างค้านสายตากรรมการ
ที่มักจะพลาด เพราะการลงทุนที่เกินตัว
เพราะอยากขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

โลกเราทุกวันนี้มันโหดร้ายตรงนี้
คนเรามักโชว์กันแต่ด้านที่ดีๆ
สิ่งที่เราเสพตามสื่อต่างๆ อยุ่ทุกวัน
จะเห็นแต่คนโน้นคนนี้ สำเร็จร่ำรวยกันอย่างน่าอิจฉา
แต่จะมีโลกอีกด้านนึง คือโลกแห่งความล้มเหลว
ในวันที่เค้าสำเร็จ เราจะได้รับรู้เรื่องของเค้า
แต่วันที่เค้าเหล่านั้นล้มเหลว เราอาจไม่มีวันได้รู้เรื่องเลย
เพราะโลกของข่าวสาร มันมีค่าตัวอยู่เสมอ
ว่าเรื่องความสำเร็จของคนคือเรื่องที่ขายได้
และเรื่องของความล้มเหลว หรือชีวิตของคนที่ตกต่ำ
เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากรับรู้
และไม่มีเจ้าของเรื่องคนใดอยากเอามาเผยแพร่

มองเหรียญต้องมองให้สองด้านเสมอ
อย่าไปติดกับดัก ความคลั่งไคล้ความสำเร็จ
เพราะสิ่งสำคัญ คือ สติที่ต้องรู้ตัวอยู่เสมอ
ว่าเราควรก้าวเดิน อย่างชาญฉลาด และต้องรอบคอบอยู่เสมอ

"เตือนตัวเองในสิ่งที่เรามี โดยที่ไม่อิจฉาในสิ่งที่คนอื่นเป็น"

แหล่งที่มา    Facebook : สมองไหล Bychix

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น