วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เลือกกองทุนรวมแบบมีปันผลดีหรือไม่ ?

ปัจจุบันในบ้านเรามีกองทุนรวมให้เลือกลงทุนนับพันกอง ในจำนวนนี้แบ่งเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบาย จ่ายปันผลกว่า 200 กองและไม่จ่ายปันผลอีกกว่า 1,000 กอง หลายคนมีคำถามว่าจะเลือกลงทุนอย่างไรดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเหมือนกัน ต่างกันเพียง การจ่ายหรือไม่จ่ายปันผลเท่านั้น กองทุนรวมทั้ง 2 แบบมีข้อดีข้อด้อยที่ต่างกันไป วันนี้จึงจะขอมาให้ข้อมูล เพื่อการพิจารณากัน

กองทุนรวมปันผล: ทยอยปันผลกำไร สร้างกระแสรายได้ประจำ

กองทุนรวมประเภทนี้ เมื่อมีกำไรจะนำกำไรนั้นจ่ายให้ผู้ลงทุนเป็นระยะ ๆ ในรูปของเงินปันผลทุก 3 เดือนหรือ 6 เดือน ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน ผู้ลงทุนจึงได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมาใช้ก่อนโดยไม่ต้องขายหน่วยลงทุน ช่วยลดความกังวลในเรื่องความผันผวนของราคาได้ อย่างไรก็ดี กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่าย เงินปันผลไม่ได้หมายความว่าต้องจ่ายเงินปันผลทุกงวด เพราะการจ่ายปันผลจะทำได้ก็ต่อเมื่อกองทุนรวมมีกำไรเท่านั้น

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่จ่ายเงินปันผล มูลค่าหน่วยลงทุนจะลดลงไปเป็นจำนวนเท่ากับเงินปันผลที่จ่ายออกไป ซึ่งจะทำให้ขนาดของกองทุนรวมลดลง หากช่วงนั้นเป็นภาวะตลาดขาขึ้น กองทุนรวมก็จะมีเงินไปลงทุนได้น้อย ลดโอกาสในการสร้างผลกำไรให้มูลค่าหน่วยลงทุนเติบโตได้อย่างรวดเร็วต่อเนื่องไปด้วย ที่สำคัญเงิน ปันผลนี้จะถูกหักภาษี 10% โดยบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ให้เลย แต่หากใคร มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน ควรแจ้ง บลจ. ไว้ว่าไม่ต้องหักภาษี เพราะรายได้ทั้งปีของคุณเมื่อคำนวณหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้วเหลือไม่เกิน 150,000 บาท ไม่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษี กองทุนรวมประเภทนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ตั้งใจจะลงทุนระยะยาว ต้องการทยอยเก็บดอกผลจากการลงทุนไปเรื่อย ๆ อย่างเช่นผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำจากการทำงาน ก็จะได้เงินปันผลนี้มาใช้จ่าย เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง

กองทุนรวมไม่มีปันผล: สะสมมูลค่าไว้ ทำกำไรเมื่อขายหน่วยลงทุน

กองทุนรวมประเภทนี้ หากมีกำไรจะไม่จ่ายออกมาเป็นเงินปันผล แต่นำไปลงทุนต่อซึ่งจะทาให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มูลค่าหน่วยลงทุนจึงเติบโตได้เร็วกว่าประเภทแรก ข้อดีคือผู้ลงทุน จะสามารถทำกำไรได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเมื่อทำการขายหน่วยลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนทั้งหมดไม่มีภาระภาษี

ผู้ที่เหมาะสมกับการลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ เช่น ผู้ที่มีกระแสรายได้ประจำอยู่แล้วและไม่ได้ ต้องการกระแสเงินสดเป็นระยะๆ จากการลงทุนนี้ คาดหวังกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการขายหน่วยลงทุน มากกว่า หรือมุ่งหวังทาเงินลงทุนให้ งอกเงยจนได้ผลตอบแทนในจำนวนที่ต้องการแล้วจึงขายหน่วยลงทุนเพื่อนำเงิน ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ที่วางไว้ เช่น ซื้อรถ ดาวน์บ้าน เป็นต้น ข้อควรคำนึงสำหรับผู้ที่เลือกกองทุนรวม ประเภทนี้คือ จำเป็นต้องจับจังหวะการขายหน่วยลงทุนให้เป็น โดยติดตามข่าวสารที่จะมีผลกระทบต่อกองทุนรวม และผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นศึกษาหาความรู้ เพื่อให้ สามารถขายหน่วยลงทุน และทำกำไรได้ถูกจังหวะเวลา

การตัดสินใจเลือกลงทุนในกองทุนรวมแบบที่มีปันผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเองว่าอยากได้รับผลตอบแทนมาใช้ก่อนเรื่อย ๆ หรืออยากจับจังหวะซื้อขายทำกำไรก้อนใหญ่ทีเดียวเลย และควรพิจารณาไปถึงระดับความผันผวนของการลงทุนที่คุณรับได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น จุดต่างที่สาคัญคือเรื่องเงินปันผล มีภาระภาษี

แหล่งที่มา   เว็บไซต์จดหมายข่าวกองทุนรวม ฉบับเดือนพฤษภาคม 2555 โดย สุรีรัตน์ สุรเดชะ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น