วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แด่คนรัก เคยรัก ยังรัก

ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่คิดถึงเธอ...

ชายหนุ่มนัยน์ตาเศร้า เกิดรู้สึกคันไม้คันมือ เลยใช้ปากกาเมจิกสีดำเขียนระบายความในใจลงบนโต๊ะสีขาว
เพื่อนร่วมโต๊ะทุกคนแอบมองตากัน แต่ก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา ต่างจิบน้ำสีอำพันแก้วใครแก้วมันเงียบๆ ปล่อยให้เพื่อนผู้หัวใจสลายจากหญิงสาวคนรักจมดิ่งลงในโลกส่วนตัวต่อไป

ทุกคนเข้าใจหัวอกของเพื่อนคนนี้ดี ลูกผู้ชายอกหักคราใด จะหันหน้าหาใคร ถ้าไม่ใช่เหล้า ไม่ใช่เพื่อน โดยมิต้องนัดหมายล่วงหน้า แค่เพื่อนโทรศัพท์หาว่าอยากพบ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ทุกคนต่างบึ่งออกมาจากที่ทำงาน ฝ่ารถติดในคืนวันศุกร์ มานั่งกันที่ร้านประจำของพวกเขาอย่างพร้อมเพรียง

หลังเหล้าแก้วแรก เพลงเศร้าๆ ที่ชื่อรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปดังขึ้นมาพอดี แต่นี่ไม่ใช่เป็นความบังเอิญ เพราะชายหนุ่มเป็นคนจดใส่กระดาษขอเอง ท่ามกลางความขบขันของมิตรสหายในวงสุรา ทำนองว่า (มึง) จะตอกย้ำซ้ำเติมตัวเองไปทำไม (วะ)
เขาไม่แยแส แค่รู้สึกดีที่ได้ฟังเพลงนี้ในเวลาแบบนี้

ถ้าเมื่อก่อน ในร้านแห่งนี้ โต๊ะตัวเดิม เวลาเดิมของทุกคืนวันศุกร์ ชายหนุ่มจะนัดหญิงสาวคนรักของเขามาทานข้าว จิบเบียร์ นั่งคุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งคู่ดูราวกับเป็นคู่รักที่มีความสุขที่สุดในโลก รอยยิ้มและแววตาหวานหยาดเยิ้ม ส่องประกายระยิบระยับยิ่งกว่าดาวทุกดวงบนท้องฟ้า สำหรับเขาแล้ว ใบหน้าของหญิงสาวคนรัก งดงามและซาบซึ้งตรึงใจยิ่งกว่านางฟ้าองค์ใด เสียงเพลงรักขับกล่อมบรรยากาศให้บรรเจิดเพริศแพร้วราวกับเป็นบทเพลงแห่งสรวงสวรรค์

เป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนฝูงว่าเขาทั้งสองคนรักกันมากแค่ไหน ใครบางคนถึงขั้นเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจว่าฟ้าส่งมาให้คู่กัน บ้านใกล้กัน หน้าตาและนิสัยคล้ายคลึงกัน ชอบและเกลียดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหมือนกัน รู้อกรู้ใจกันไปเสียทุกอย่าง คู่รักคู่นี้เป็นที่น่าอิจฉาของคนรอบข้าง เขาและเธอแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยต่อกันและกันอย่างเปิดเผยเสมอ ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส อนาคตสดใสไม่คลาดแคล้วเข้าพิธีวิวาห์ ครองคู่ไปจนวันตาย

แต่ความรักก็คือความรัก มีพบก็ย่อมมีจาก ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพียงแต่เขารู้สึกว่าวันสุดท้ายของเขาช่างมาถึงเร็วเหลือเกิน
ร้านประจำ เวลาเดิม โต๊ะมุมเดิม แต่เก้าอี้ข้างๆ ชายหนุ่มกลับว่างเปล่า ไร้เงาสาวคนรัก ไม่มีเธออยู่เคียงข้างกายอีกแล้ว เธอจากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ

เคยนั่งตรงนี้ เก้าอี้ตัวนี้ อยู่ข้างข้างเธอ เป็นที่ประจำ ที่เธอและฉัน จะนัดกันเสมอ แต่ตอนนี้ ที่เดิมตรงนี้ ที่ฉันได้เจอ ทุกอย่างเดิมเดิม บรรยากาศเดิมเดิม แต่ไม่มีเธอ...

ท่อนเศร้ากระตุกน้ำตาของเขาไหลพราก สีหน้าชายหนุ่มบิดเบี้ยว ร่างกายสั่นสะท้าน เขาเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ อย่างไม่แคร์สายตาที่มองมาอย่างเวทนาสงสารจากโต๊ะข้างๆ เพื่อนหนุ่มช่วยกันปลอบประโลมประสาลูกผู้ชาย บ้างตะคอกให้กำลังใจด้วยถ้อยคำรุนแรง บ้างควักผ้าเช็ดหน้าให้ บ้างจุดบุหรี่ ชงเหล้าเข้มๆ ส่งให้เขา ทุกคนปลอบโยนเพื่อนอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่ลูกผู้ชายจะทำให้กันได้

ภาพผู้ชายหลั่งน้ำตาเป็นภาพน่าสะเทือนใจเหลือเกิน เสียงร้องไห้กรีดแทงบาดใจผู้ได้ยินเป็นที่สุด

ชายหนุ่มพยายามนึกถึงคืนวันอันสวยงามที่เขาและเธอเคยสร้างร่วมกันมา แม้มันเป็นเพียงความทรงจำอันพร่าเลือน และจะต้องถูกลืมในไม่ช้า แต่สำหรับเขา มันเป็นตำนานรักอันยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การจดจำ

ตั้งแต่วันที่พวกเขาเจอะเจอกันครั้งแรก วันที่ตกลงคบหาดูใจกัน วันที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน หาดทราย แสงจันทร์นวล เปลวเทียนวูบไหว และไวน์แดงขวดนั้น ยังตราตรึงในหัวใจ วันที่ทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ตอนที่เขาง้อเธอ วันที่ทั้งคู่กอดกันร้องไห้ ก่อนจะคืนดีกันด้วยคำสัญญาว่าจะรักและเข้าใจกันให้มากกว่าเดิม วันที่รักเหี่ยวเฉาราวดอกกุหลาบแดงที่ถูกทิ้งหลังวันวาเลนไทน์ วันที่เขาและเธอตัดสินใจจบสถานะคนรัก วันที่เขาเห็นคนรักใหม่ของเธอ

จวบจนวันนี้ วันที่เขานั่งร้องไห้อยู่ร้านเดิม เวลาเดิม แต่ไม่มีเธอคนเดิมคอยอยู่เคียงข้าง

ดนตรีนั้นเล่นอยู่ ฟังฉันฟังอยู่ แต่ว่าในใจนั้นเงียบงัน มีแต่เสียงเพลงที่ว่างเปล่า จบลงแล้วความรักของเรา ไม่มีเขาเคียงข้างอีกแล้ว ไม่มีคืนวันที่สดใส ดื่มให้ตัวเองอีกที กับรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป...

เพลงเศร้าบัดซบจังว่ะ --- เขาปาดน้ำตาแล้วยกแก้วดื่ม เพื่อนพ้องมองตากันอย่างเป็นห่วงเป็นใย ชายหนุ่มนัยน์ตาเศร้านั่งใช้นิ้วลูบไล้ไปตามตัวอักษรบนโต๊ะ “ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันไม่คิดถึงเธอ” ความทรงจำเก่าๆ ผุดพรายขึ้นในหัว เขายิ้ม หัวเราะ บางทีก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ บางครั้งก็ร้องไห้เงียบๆ

ความรักฆ่าใครไม่ได้ก็จริง แต่มันสามารถทำร้ายใครบางคนได้อย่างบอบช้ำแสนสาหัส

ชายหนุ่มลุกขึ้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนๆ รีบลุกอาสาไปด้วย แต่เขาโบกมือทำนองว่ากูไหว แล้วเดินฝ่าผู้คนจำนวนมากที่เฮฮาครื้นเครง ผ่านวงดนตรีที่กำลังบรรเลงเพลงรักสนุกๆ จังหวะคึกคัก เปิดก๊อกน้ำล้างหน้าล้างตา แล้วหยุดยืนส่องกระจก
เงาสะท้อนบนกระจกบานใหญ่ดูเหมือนไม่ใช่เขาที่เคยเป็น ชายผู้มีรอยยิ้มสวยที่ใครๆ ก็ชื่นชม แววตากะล่อนทะเล้น ความมีอารมณ์ขัน ยียวนกวนประสาท มุขตลกอันแพรวพราวที่สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง ทั้งหมดเป็นเสน่ห์ของเขา แต่บัดนี้ไม่มีหลงเหลือแล้ว ใบหน้าที่เคยผ่องใส กลายเป็นหมองคล้ำ ดวงตาเศร้าสลด ขอบตาบวมช้ำ แก้มซูบตอบ ร่างกายผ่ายผอม คล้ายกับซากศพซอมบี้ไร้ชีวิต ไร้วิญญาณในภาพยนตร์ระทึกขวัญ

ครั้งนี้ ชายหนุ่มมอบความรักให้แก่หญิงสาวคนรักไปทั้งหัวใจ โดยไม่เหลือไว้ให้ตัวเอง ยามเธอจากลา จึงเหมือนกับว่าหัวใจทั้งดวงของเขาได้ถูกพรากจากไปด้วย

คราวหน้า รักครั้งใหม่ อย่าลืมเผื่อใจไว้รักตัวเองบ้าง --- ชายหนุ่มขีดเขียนมันลงบนกำแพงสีขาวในห้องน้ำเตือนใจตัวเอง

แหล่งที่มา   เว็บไซต์โพสทูเดย์ โดย...อินทรชัย พาณิชกุล 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 12:01 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ตอน 37 ลาก่อนทองแดง

ตอน 36   อ่านตอนสามสิบหก เรื่อง "ลาก่อนพ่อสิงโต...พ่อหมาใจดี...." ได้ที่นี่ ทองแดงเริ่มไม่ทานข้าวช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2566 ช่วงนั...